Undead Diary : ชีวิตสโลว์ไลฟ์ของทวยเทพแห่งความตาย

ตอนที่ 3 : 01 : 1st Mission

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    20 เม.ย. 63

 

วิหารเคลื่อนย้าย  

เสาหินสามต้นเรืองแสงสีเขียววูบวาบ เป็นหนึ่งในไม่กี่อย่างที่อีวานเกลียดจนเข้ากระดูกดำ

ที่นี่เป็นสิ่งปลูกสร้างรูปครึ่งวงกลมทำจากหินอาบมนตรา ควบคุมโดยเจ้าหน้าของสมาคมนักผจญภัยราวสิบคน ด้วยเหตุผลจำเป็นบางอย่าง ช่วงนี้ไม่มีคนใช้บริการมากนัก อีวานจึงไม่ต้องรอนาน แต่ถ้าเป็นไปได้ เขาอยากได้เวลาทำใจมากกว่านี้

"จะไปไหน" เจ้าหน้าที่ชายหน้าตาเหี้ยมเกรียม สวมชุดคลุมสีขาวขลิบเงิน ถามเสียงห้วน

อีวานรู้สึกเย็นวาบทั้งสันหลัง ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวลจนเห็นได้ชัด "...เดรดวิลล์" เขาตอบเสียงอ่อย

เจ้าหน้าที่เอามือแตะเสาต้นหนึ่ง แล้วร่ายมนต์เบา ๆ สักพักก็มีเสียงฮัมจากเสาหินทั้งสามต้นดังออกมา "โชคดี อีวาน" เขาแสยะยิ้มกว้างราวกับกำลังเยาะเย้ย

อีวานยิ้มเนือย ๆ ให้แทนคำตอบ แล้วเดินขึ้นไปบนแท่นหินกลางเสาทั้งสามต้น จากนั้น ทั้งร่างก็อันตรธานหายไป

 

ร่างชายหนุ่มผมขาวโพลนปรากฏตรงหน้าเมืองร้างนอกเขตอาคมคุ้มกัน เหลือบมองป้ายทำจากไม้หน้าประตูทางเข้าอันทรุดโทรม แล้วเป่าปากด้วยความโล่งอก ก่อนจะอาเจียนสำรอกทุกอย่างที่อยู่ในท้องออกมา พร้อมด้วยอาการเวียนศีรษะอย่างรุนแรง แต่นี่ถือว่ายังไม่ใช่เรื่องเลวร้ายที่สุด

อย่างน้อยเสานั่นก็ส่งเขามาถูกที่

เมื่อเช็ดหน้าเช็ดตาเรียบร้อยแล้ว จึงรีบเดินเข้าเมือง พลางเปิดถุงผ้า หยิบดาบโค้งสีแดงมีโซ่ล่ามตรงด้ามสองเล่ม ปลายโซ่อีกด้านยึดติดกับปลอกแขนทำจากโลหะสีเงิน ข้างในปลอกแขนบุด้วยหนังนุ่มสบาย สวมใส่เข้ากับท่อนแขนทั้งคู่ได้พอดิบพอดี อิกอร์ใส่ใจรายละเอียดในตัวเขาเสมอ แม้ส่วนนี้จะไม่ได้อยู่ในใบสั่งงานก็ตาม

ความมืดสลัวจากคราสทำให้ทัศนวิสัยย่ำแย่ แต่เพียงพอสำหรับอีวาน เขามองกวาดรอบ ๆ พบบ้านเรือนทำจากหิน ดินเหนียวและไม้ กลายเป็นซากปรักหักพังทิ้งร้างนานมากกว่าหลักสิบปี จมูกสัมผัสถึงกลิ่นอายความตายอันคุ้นเคย

แล้วจู่ ๆ ก็มีบางสิ่งลอยโค้งมาจากความมืด

อีวานหรี่ตามอง แล้วคว้ามันไว้

ทว่ามันคือศีรษะหญิงสาวตาเหลือกถลน บ่งบอกถึงความกลัวสุดขีดในช่วงสุดท้ายของชีวิต เลือดชุ่มโชกเปรอะเต็มชุดของชายหนุ่ม ทว่าไม่มีท่าทีตื่นตระหนกแต่อย่างใด ราวกับพบเจอกับเรื่องเช่นนี้เป็นประจำ

อีวานปิดเปลือกตาหญิงสาวผู้โชคร้ายลง แล้ววางศีรษะตั้งลงบนพื้นหินเรียบ ๆ ก่อนจะเดินต่อไปยังทิศทางที่มันลอยมา ความรู้สึกกระอักกระอ่วนปนเศร้าหมองผุดขึ้นในความคิด แต่หากริจะเป็นผู้ล่า ก็ต้องเตรียมใจถูกล่าด้วยเช่นกัน

ในที่สุด อีวานก็พบกับคนส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ เป็นนักผจญภัยชายวัยกลางคนคนหนึ่ง สวมชุดเกราะอัศวินแตกร้าวทั้งตัว เหมือนเปลือกไข่ถูกกระเทาะจนเกือบหมด กำลังต่อสู้กับปีศาจครึ่งวัวกระทิงสองหัวร่างสูงใหญ่กว่าราวสี่เท่า ด้วยดาบเล่มเขื่องสีดำมะเมื่อม สถานการณ์ตอนนี้ค่อนข้างย่ำแย่ แขนของเขาขาดข้างหนึ่ง เลือดไหลเจิ่งนอง หากเป็นคนทั่วไปคงเสียขวัญและหลบหนีไปแล้ว แต่เขาไม่มีทีท่ายอมแพ้หรือถอดใจให้เห็น

ปีศาจครึ่งวัวกระทิงถือแส้ใบมีดตวัดไปมารวดเร็วยากมองตามทัน ราวกับตัวเองเป็นใจกลางของพายุใบมีดอันบ้าคลั่ง ทำลายตัดขาดทุกสิ่งทุกอย่างโดยรอบได้อย่างง่ายดาย ราวกับพวกมันทำจากกระดาษอันเปราะบาง

อีวานรีบขว้างมีดติดโซ่เข้าไปในพายุใบมีดนั้นในทันใด

เสียงโลหะกระทบขัดกันดังลั่น พายุใบมีดหยุดลง อีวานไม่หยุดแค่นั้น เขาใช้มีดอีกเล่มขว้างไปตัดหัวกระทิงทั้งสอง ในขณะเดียวกันนักผจญภัยที่แขนข้างเดียว เข้าประชิดแล้วใช้ดาบผ่าร่างครึ่งล่างของเจ้าปีศาจในแนวตั้ง จนเครื่องในไหลร่วงลงมากองกับพื้น ร่างยักษ์ล้มตึงจนพื้นสั่นสะเทือน

อีวานกระชากมีดทั้งสองเล่มกลับมา พลางเดินไปหานักผจญภัยคนนั้น "ยังพอใช้เวทมนตร์ไฟได้หรือไม่"

"ช่วยที" อีกฝ่ายยื่นดาบให้อีวาน แล้วนั่งลงกับพื้น หอบหายใจหนักหน่วง แล้วรวบรวมสมาธิร่ายมนต์สร้างลูกไฟขึ้นมาเผาดาบของตนที่อยู่ในมือชายผมขาว

"พร้อม?" อีวานกล่าวถามเสียงเรียบ พลางมองไปยังซากศพนักผจญภัยคนอื่น สภาพล้วนแล้วแต่เละเทะดูไม่ได้ แขน ขา อวัยวะต่าง ๆ กระจัดกระจายไปทั่วพื้น

อีกฝ่ายพยักหน้าเตรียมใจรับความเจ็บปวด

อีวานใช้ดาบร้อนฉ่า นาบเข้าไปที่บาดแผลฉกรรจ์ของนักผจญภัย เสียงเนื้อไหม้ดังฉ่าชวนให้หวาดเสียวนัก "แถวนี้มีเห็ดโทรัฟฟัลบ้างหรือไม่"

"...มะ ไม่มี" เขากัดฟันแน่น อดทนกับความเจ็บแสบสุดแสน แต่สุดท้ายต้องสบถออกมาเสียงดังลั่น

เมื่ออีวานเห็นเลือดหยุดไหลจากบาดแผลอีกฝ่ายแล้ว จึงค่อย ๆ ดึงดาบออก มีเศษเนื้อไหม้ติดตามไปด้วย "ข้าจัดการที่เหลือเอง ซิกฟรีด"

"เรื่องเงินไม่ต้องห่วง..." ซิกฟรีดถอดหมวกเหล็กออก เผยให้เห็นใบหน้าซีดเผือดทว่าคมเข้ม เรือนผมดำเรียบแปล้ เขายังดูสง่างามแม้ในยามวิกฤติเช่นนี้

"เจ้ายื้อปีศาจระดับนี้ได้ด้วยตัวคนเดียวเลยหรือ" อีวานเหลือบมองร่างปีศาจกระทิง แล้วหันกลับมาพยุงร่างซิกฟรีดลุกขึ้น

"แต่มันน่าอับอายที่ปกป้องคนอื่นไม่ได้..." ซิกฟรีดก้มหน้าลง

"ใช่ น่าอับอายมาก เจ้าพาพวกเขามาตาย" อีวานไม่รักษาน้ำใจ "ทุกคนมีใครสักคนรออยู่ เจ้ามีกี่ชีวิตก็ไม่พอชดใช้หรอก"

"เป็นเพราะความอวดดีของข้าแท้ ๆ ..." น้ำเสียงซิกฟรีดเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

"เหลือพวกมันอีกเท่าไหร่"

"นั่นควรเป็นตนสุดท้ายในเมือง"

"ข้างล่างล่ะ" อีวานย่นคิ้ว "สำรวจหมดแล้วหรือ"

ซิกฟรีดหยุดคิดสักครู่ "ข้าคิดว่าทางสมาคมส่งคนมาสำรวจหมดแล้ว" เลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย "มีอะไรอย่างนั้นหรือ"

"ช่างเถอะ...ข้าอาจคิดไปเอง"

แล้วทั้งสองก็หยุดที่หน้าประตูเมือง "เจ้าน่าจะรู้ว่าเสาเคลื่อนย้ายซ่อนอยู่ที่ใด"

"ขอบคุณ" ซิกฟรีดพยักหน้า "การตายของพวกเขาจะไม่สูญเปล่า"

"ข้ารู้" อีวานยิ้มให้ "เจ้าจะเป็นราชาที่ดี"

ซิกฟรีดส่ายศีรษะ "ข้ายังต้องพิสูจน์ตัวเองอีกมาก"

"ราตรีสวัสดิ์" อีวานโบกมือลา แล้วหันหลังกลับเข้าเมืองอีกครั้ง

ซิกฟรีดมองตามแผ่นหลังอีวานด้วยความรู้สึกท่วมท้นมากมาย ปาดน้ำตาไหลรื้นออกจากแก้ม เขาต้องชดใช้พวกพ้องที่จากไปด้วยการยึดเมืองนี้กลับคืนจากพวกปีศาจให้ได้

 

สองวันต่อมา

อีวานนั่งจิบชาอยู่ในบริเวณรับรองของสมาคมนักผจญภัย ด้วยท่าทีผ่อนคลายและสงบ ส่วนบรรยากาศที่นี่ยังคงครึกครื้นเช่นเคย นักผจญภัยมากมายยังคงดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ตามปกติ เหมือนทุกวัน

ชายหนุ่มผมบลอนด์ทรุดตัวนั่งตรงข้ามกับอีวาน ท่าทางไม่สบอารมณ์อย่างมาก

"โอลิเวอร์" อีวานกล่าวทักทาย

"ห้องข้าโดนงัด เงินที่สะสมไว้หายเกลี้ยง" โอลิเวอร์ขบเขี้ยว ดวงตาฉายแววเกรี้ยวกราด ราวจะกินเลือดกินเนื้อ "อย่าให้รู้เชียวนะว่ามันเป็นใคร"

"พักนี้คนต่างถิ่นเข้ามาคัซ ทูลิมามากขึ้น" อีวานจิบชาสักพัก แล้วกล่าวต่อ "หลายเมืองถูกบุกทำลาย ไม่รู้ว่าทำไมเขตอาคมคุ้มกันถึงป้องกันไม่ได้"

"พวกสกอเลอร์ไม่ยอมไปเสริมพลังน่ะสิ พนันได้เลย" โอลิเวอร์เอามือเท้าคาง "ไม่นานคัซ ทูลิมาคงกลายเป็นชุมชนแออัด นี่เพื่อนข้าก็เพิ่งถูกขโมยอาวุธไป"

"หากขยายดินแดนได้คงดี"

"ได้ข่าวว่าเจ้าชายซิกฟรีดที่อยู่ระดับมงกุฏเพชรคู่ กำจัดปีศาจในเดรดวิลล์ได้หมดแล้ว" สีหน้าโอลิเวอร์เปลี่ยนไปทันทีเมื่อพูดถึงซิกฟรีด ท่าทีปลาบปลื้มจนแทบคุมอาการไม่อยู่ "ข้าไม่รู้จะสรรหาคำใดมาบรรยายความสุดยอดของพระองค์เลยจริง ๆ"

"แบบนี้ก็ขยายดินแดนได้แล้วสิ" อีวานวางแก้วชาลง

"สมาคมกำลังส่งคนไปตรวจสอบ ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดพรุ่งนี้จะมีพวกสกอเลอร์ไปกางเขตอาคมคุ้มกันที่นั่น" หนุ่มผมบลอนด์ว่า "ข้าว่าจะไปสร้างบ้านที่นั่น รู้ไหมว่าป่าแถวนั้นอุดมสมบูรณ์แค่ไหน"

"แต่มันไม่มีเห็ดโทรัฟฟัล"

โอลิเวอร์เบ้ปาก "ช่างหัวเห็ดบ้านั่นเถอะ ข้าจะสร้างบ้านต้นไม้สักหลัง หาภรรยาน่ารัก ๆ สักสองคนมานอนกกกลางป่า..."

"แต่เจ้า...ไม่มีเงิน" อีวานทำลายวิมานในอากาศของอีกฝ่ายจนไม่เหลือชิ้นดี

โอลิเวอร์หน้าจ๋อย คอตกทันที จากนั้นฟุบลงกับโต๊ะ "เมื่อไหร่เจ้าจะไปลุยหอคอยบ้านั่นกับข้าเสียทีเล่า..." แล้วเงยหน้าส่งสายตาวิงวอน "ถือว่าช่วยเหลือเพื่อนนักผจญภัยตาดำ ๆ อย่างข้าด้วยเถอะ"

อีวานหยิบถุงผ้าเล็ก ๆ มาวางบนโต๊ะ ข้างในเต็มไปด้วยเหรียญทองมากมาย "ข้าให้ยืม"

โอลิเวอร์ทำตาโต แล้วรีบคว้าถุงเงินไว้กับตัว พลางหยิบเหรียญทองมากัด "ขะ...ของจริงนี่? เจ้าไปเอามาจาก?"

"ขายเห็ด"

"กำไรดีขนาดนั้นเลยหรือ?"

อีวานถอนหายใจ "ข้าไม่เอาเงินไปเที่ยวเตร่เมามาย มันก็เลยเหลือ"

โอลิเวอร์เหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่ เขาหัวเราะแห้ง ๆ แก้เก้อ "เจ้านี่ประหยัดดีเสียจริง อย่างไรข้าจะรีบใช้คืนให้เร็วที่สุด"

 "ไม่ต้องรีบ ข้ายังไม่จำเป็นต้องใช้มัน" อีวานหรี่ตามองอีกฝ่าย "แค่เจ้าไม่เอาไปใช้ก้บเรื่องไร้สาระก็พอ"

 "นะ...แน่นอน ใครจะเอาไปใช้พร่ำเพรื่อ" โอลิเวอร์หัวเราะแห้งกว่าเดิม แล้วขอตัวลุกจากไป

 สักพักใหญ่ มีหญิงสาวสวมชุดคลุมสีดำ เรือนผมสีน้ำเงินประหลาดตา นั่งลงตรงข้ามอีวาน

 ความงดงามของนางทำให้สายตาทุกคู่หันมามองเป็นตาเดียว ดวงตาสีฟ้าอ่อนหวานเยิ้ม ผิวขาวเนียนละเอียดดุจน้ำนม จมูกเล็กโด่งสูง ริมฝีปากบางเฉียบสีแดงอ่อนมันวาว อีกทั้งกลิ่นกายหอมหวน ราวกับสวนดอกไม้เคลื่อนที่ แม้ชุดปกปิดเนื้อหนังมิดชิด แต่ไม่อาจบดบังเสน่ห์เย้ายวนของนางได้เลยแม้แต่น้อย

 "องค์หญิงแอฟฟรินิตี้ ซูเรียอาน่า" อีวานยิ้มทักทาย

 "เรียกแค่ซูร่าก็พอ" หญิงสาวยิ้มกลับ

 "ข้ายังไม่อยากถูกตัดหัว"

 "ข้าจะสั่งตัดหัวเจ้าแน่ถ้ายังไม่เลิกเรียกแบบนั้น"

 อีวานหัวเราะในลำคอ "มีอะไรให้ข้ารับใช้หรือ?"

 "เจ้าช่วยพูดกับท่านพี่ได้หรือไม่ ข้าไม่อยากให้ท่านพี่ออกไปเสี่ยงอีกแล้ว" คิ้วโก่งขมวดมุ่น "คัซ ทูลิมาจะเสียเขาไปไม่ได้เด็ดขาด"

 "ซิกฟรีดไม่ใช่คนที่จะตายง่าย ๆ" อีวานจิบชา หันมองไปทางอื่น "แต่ข้าจะลองโน้มน้าวดู"

 "ก่อนจะให้คำสัญญากับใคร" ซูร่าว่า "เจ้าควรมองหน้าอีกฝ่ายไม่ใช่หรือ"

 อีวานกลอกดวงตาสีทองประกายกลับมามองซูร่า "ข้าจะทำตามบัญชาแห่งท่านอย่างสุดความสามารถ"

 ซูร่าอมยิ้ม "ดีมาก" แต่เพียงครู่ สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไป "แล้วเจ้า...จะมางานแต่งงานข้าหรือไม่"  

 "หากตอบว่าไม่ไป?"

 "ข้าจะสั่งตัดหัวเจ้า" ซูร่าแสร้งทำหน้าดุใส่ เหมือนเด็กหญิงตัวน้อยชอบเอาแต่ใจ ทว่าน่ารักน่าเอ็นดูนัก

 อีวานยิ้มกว้างแทนคำตอบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น