[ YAOI ] ENG vs ARCH | วิศวะคนแมนกับแฟนถาปัตย์. (END)

ตอนที่ 5 : EP.03 เกมป้อนขนม | 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,671
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 88 ครั้ง
    23 พ.ค. 62







[ Dream Part ]

การพาเพื่อนต่างคณะไปทำกิจกรรม ฟังดูเหมือนง่ายแต่ไม่เลย...

วันนี้ผมมีเรียนคณิตเซคเดียวกับเด็กบริหาร คงต้องลองชวนดู ส่วนใหญ่พวกมันนั่งกันเป็นกลุ่มๆ ไม่สุงสิงกับใคร หมกมุ่นกับหุ้นทั้งวัน ขนาดแม่งยังเรียนไม่จบนะเนี่ย

          “มาสายนะมึงไอ้ดรีม”

โฟร์มานั่งรอก่อนแล้ว มันกั๊กที่ข้างๆเผื่อไว้ให้ผม

          “กูไม่ได้รีบเหมือนมึงนี่ครับ”

          “เออเพื่อนต่างคณะกูว่าจะสอยในนี้ล่ะ”

มันว่าแล้วชำเลืองมองสาวหลังห้อง เดี๋ยวนะ เขาให้พาเพื่อนไปทำกิจกรรมไม่ใช่หรอ ใช้คำว่าสอยนี่มันทะแม่งๆแฮะ  

          “จะเอาผู้หญิงหรอวะ?”

          “ปกติมึงเอาผู้ชายหรอไอ้ดรีม? โถ่ไม่น่าเลยเพื่อนกู”

          “เออตลกเข้าไปเถอะมึง อย่างกูต้องหญิงเซ่!”

          “รอจารย์สอนเสร็จก่อน ค่อยไปชวน”

ไอ้โฟร์วางแผนให้เราเสร็จสรรพ ร้ายกาจ!

          “จัดไปชุดใหญ่ไฟกระพริบ”

          ไม่นานอาจารย์แม่ก็เดินเข้ามา ฟังไม่ผิดหรอกครับ เธอบอกให้ทุกคนเรียกว่าอาจารย์แม่ ตั้งแต่วันแรกที่พบกัน ซึ่งผมคัดค้านกับไอ้โฟร์ว่า แม่กูมีแค่คนเดียวนะเว้ย

ช่างเถอะ ถึงจะไม่ชินปากก็ตาม จารย์แม่เธอน่ารัก สอนดี มีมุขตลกมาเล่นบ่อยๆ ทำให้คนที่เกลียดคณิตอย่างผม ชอบวิชานี้ขึ้นมานิดนึง

 “อย่าลืมส่งงานด้วยนะเด็กๆ”

พอจารย์แม่สั่งการบ้านเสร็จก็เดินจากไป ทุกคนในคลาสยกมือไหว้ เก็บของเตรียมย้ายก้นไปเช่นกัน

          “ขอบคุณค่า/ค้าบ”

          “ไปเร็วมึงๆ”

ผมบอกไอ้โฟร์ แล้ววิ่งไปดักรอเหยื่อ พวกเธอมีกันอยู่สี่ถึงห้าคน ไอ้โฟร์มาช้ากว่าแค่ไม่กี่ก้าว ขอบอกเลยว่าจองน้องผมสั้นครับ!

          “เอ่อ หวัดดี พวกเธอรีบไปไหนกันหรือเปล่า?”

ไอ้โฟร์เข้าประเด็น

          “พวกนายมีอะไรหรอ?”

น้องผมสั้นถามกลับมา โคตรน่ารักอ่ะ สูงแค่ไหล่ผมเอง ตะมุตะมิ ไม่ค่อยเจอหรอก ผู้หญิงที่ตัวเล็กกว่าผมน่ะ

 คิดแล้วหดหู่ชะมัด เกิดมาสูงแค่170แป๊ะๆ ไม่ขยับเขยื้อนอีกเลย นับตั้งแต่อายุเลยวัยเจริญเติบโตไป...

คืออย่างงี้ เรากับเพื่อนโดดรับน้อง รุ่นพี่ทำโทษให้พาเพื่อนต่างคณะไปทำกิจกรรมอ่ะ”

ผมอธิบาย ส่วนไอ้โฟร์พยักหน้าตาม

          “หลังเลิกเรียนถ้าพวกเธอไม่มีธุระอะไร ช่วยเราหน่อยได้มั้ย?”

ผมว่าต่อ น้ำเสียงติดอ้อนๆ และไม่ลืมเก๊กหล่อสุดชีวิตไป เผื่อเขาหวั่นไหวและยอมมาด้วยอย่างง่ายดาย?

แล้วพวกนายเรียนคณะอะไรกันหรอ?”

ผู้หญิงผมยาวหน้าสวยแทรกขึ้นมา

 “เรียนถาปัตย์อ่ะ”

 “เอ่อ คือว่าเราก็อยากช่วยหรอกนะ แต่ไม่เอาดีกว่า ขอโทษที”

น้องผมสั้นปฏิเสธอย่างไร้เยื้อใย หลังได้ยินคำว่า ถาปัตย์ เจอแบบนี้มันเจ็บจุงเบย

 

 

 “เราไม่หล่อพอหรอเพื่อน คนน่ารักมักใจร้ายว่ะ”

เสียงผมเศร้าสร้อย หลังลงลิฟต์จากตึกเก้ามา เราย้ายไปเรียนอีกอาคารหนึ่ง ไอ้โฟร์มันก็เดินคอตกอยู่ข้างๆ

ไม่มึง เราผิดที่เรียนถาปัตย์”

ไอ้โฟร์ตบบ่าผมและบ่าตัวเอง(?)เป็นเชิงปลอบใจ ก็คณะนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ารับน้องพิศดาลกว่าชาวบ้านเขาแค่ไหน ถึงกับติดอันดับรับน้องสร้างสรรค์ของมหาลัยด้วยอ่ะคิดดู ผมว่าคนจัดอันดับคงมีปัญหากับคำว่าสร้างสรรค์อย่างแรง เปลี่ยนเป็นเพี้ยนคงเหมาะกว่าอ่ะ

          “เอาไงล่ะทีนี้?”

          “คาบต่อไปเรียนไรวะ?”

          “อังกฤษมั้ง…”

ผมพึมพำอย่างไร้ความหวัง เฮ้อ ลาก่อนน้องผมสั้น กะจะสานสัมพันธ์ต่อ ด้วยการขอไลน์ขอเบอร์ซะหน่อย

ตั้งแต่เปิดเทอมมา ยังไม่ได้ใช้ความหล่อให้เป็นประโยชน์เลย

          “เรียนกับเด็กบัญชี...เดี๋ยวมึงคอยดู เสร็จกูแน่”

ไอ้โฟร์ลืมอาการเศร้าเมื่อกี้ไปสนิท หน้ากลับมาดีด้า มึงเปลี่ยนอารมณ์ง่ายจังวะ

          “เออกูจะคอยดูล่ะกัน”

 “สาวบัญชีจ๋ารอพี่โฟร์แพบบบบ”

ไอ้โฟร์ระริกระรี้นำไปก่อน ทิ้งผมไว้ข้างหลัง หึหึ สาวบริหารว่าเข้าหายากแล้ว แต่สาวบัญชีน่ะยากยิ่งกว่า

          “เฮ้อ...”

ผมถอนหายใจ คืนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ให้โลก บริหารไม่ได้บัญชีมึงยังจะหวังอีกรึ?

 

...

 

          และแล้ว..ก็เป็นดั่งที่คาดไว้ไม่มีผิด พวกเธอไม่แม้แต่จะคุยกับเรา แค่แจกยิ้มนางฟ้าแล้วเชิดจากไป ผมกับไอ้โฟร์ก็นกมาตลอดครึ่งวัน เผลอแปบเดียวบ่ายโมงกว่าแล้ว ทำไมเวลาแม่งเดินเร็วขนาดนี้วะ!!

          “กูว่าเปลี่ยนเป็นผู้ชายดีมั้ยวะ”

ไอ้โฟร์เสนอความคิด

          “ก้อดี...คณะหนายยยล่ะ...”

          ผมตอบเสียงยานคราง โดนสาวเมินมาครึ่งวัน หันไปง้อผู้ชายดีกว่า(?) เรานั่งกันอยู่ที่โต๊ะหินอ่อน ลานพักผ่อนของคณะ

ยกกระป๋องน้ำอัดลมขึ้นมาแกว่งเหมือนคนไม่มีอะไรทำ เซ็งโคตร

          “ของกูอ่ะยังไม่รู้ ส่วนของมึงกูรู้แล้ว”

          “รู้ไรไหนพูด”

          “ก็คณะวิศวะไง”

          พรวด!!

ผมสำลักน้ำแป๊บซี่ที่เพิ่งดื่มไปอึกใหญ่เต็มๆ เหมือนออกมาทางจมูกด้วย...

          “สกปรกสัส - - ”

ไอ้โฟร์ทำหน้ารังเกียจใส่

แค่กๆ มึงหมายถึงไอ้โอ๊ต?”

เออโอ๊ตผัวมึงไง ฮ่าๆ”

โอ๊ตเฉยๆไม่เท่าไหร่ เสือกเติมคำว่าผัวให้ด้วย นี่มึงอยากให้เพื่อนมึงทำอาชีพสายรับหรอสัส

โพ่งอ่ะ กูไม่มีทางชวนหรอก อีกอย่างมันไม่มาแน่นอน”

มึงลองรึยัง มันก็ดูเป็นเพื่อนที่ดีนะ”

ผมชะงักกับคำพูดไอ้โฟร์ ก็ถูกของมันแหล่ะ แต่คนอย่างไอ้โอ๊ตไม่มาหรอก มันน่ะเป็นโรคกลัวการเข้าสังคมอย่างรุนแรง ไม่งั้นมันคงมีเพื่อนเยอะแล้ว 

หรือจะลองไปชวนดูวะ ก็ไม่เสียหายนี่...

เหม่อๆ กำลังเรียบเรียงความคิดในหัวสมองขี้เลื้อยของมึงอยู่หรอครับ?”

ไอ้โฟร์เอามือมาโบกๆตรงหน้าผม

หรือว่ากูควรไปดีวะ?”

ไปเหอะมึง เชื่อกูมันต้องมาแน่….นอนเพื่อนรัก”

ไม่รู้ตาฟาดหรือคิดไปเอง ไอ้โฟร์มันยกยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ๆมีเลศนัยด้วย

เออๆก็ได้ งั้นเดี๋ยวกูมา”

จ่ะ เมียน้อยมาไวๆนะผัวคิดถึง”

ถุ้ย คิดถึงพ่อมึงสิ!”

ผมมุ่งตรงไปคณะวิศวะ แม่งร้อนชิบหายนี่เมืองไทยหรือนรกจำลอง ต้องอาศัยเงาตึกเงาต้นไม้หลบแดด ลัดเลาะไปอย่างยากลำบาก

 “อืม ไปทางไหนต่อวะนั่น”

ผมงงเป็นไก่ตาแตก หลังพาตัวเองมาอยู่ใต้ตึกวิศวะ มันเป็นอาคารที่โคตรจะเก่า ออกแนวร้างหน่อยๆ ที่ผมไม่คิดจะมาเหยียบแน่นอน ถ้าไม่มีความจำเป็น

ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นหามันตรงไหนดี พอรู้มาบ้างว่าพวกปีหนึ่งวิศวะ ยังไม่ได้รับเสื้อช็อป ฉะนั้นตัดพวกที่เดินใส่ช็อปไปมาทิ้งได้เลย 

มีไรให้ช่วยรึเปล่าน้อง?”

คนแปลกหน้าเดินมาถามผม พิจารณาแล้วน่าจะเป็นรุ่นพี่เขาสวมเสื้อช็อปสีแดงเลือดหมู ท่าทางสุขุม ดูเป็นผู้ใหญ่

          “เอ่อคือผมมาหาเพื่อนน่ะครับ”

เพื่อนชื่ออะไร อยู่ปีไหน?”

ปีหนึ่งครับ โอ๊ต...เอ่อผมไม่รู้ชื่อจริงมันอ่ะ”

สาขาอะไรละ ขอระบุกว่านี้”

          “ไฟฟ้าครับ”

          “อ้อ...ตามมาให้ทันล่ะ เดี๋ยวกูพาไปหาเพื่อนมึงเอง”

          ผมพยักหน้าอย่างเข้าใจ แล้วเดินตามพี่เขาไปต้อยๆ ด้านหลังเสื้อช็อปเขียนว่า วิศวะยานยนต์ อย่างเท่ อยากมีช็อปใส่บ้างวุ้ย

จู่ๆก็รู้สึกมีพลังงานบางอย่างแผ่มาโดนตัวแฮะ มันคือสายตาแทะโลมจากเด็กวิศวะผมหันซ้ายหันขวาดูให้แน่ใจว่าพวกมันไม่ได้มองอยู่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าผมเป็นเป้าสายตาจริงๆ เพราะรอบตัวไม่มีผู้หญิงสวยหรือใครซักคน ขนลุก!

เหมือนโดนข่มขืนทางสายตา ไอ้เชี่ยกูเป็นผู้ชายนะเว้ย

ฮิ้วว...เด็กใครวะ”

การเงินมีปัญหา ใส่ชุดนักศึกษามาหาพี่ได้นะน้อง”

หูยน่ารักเชี่ยๆ”

ว้าวๆๆ เด็กคณะไหน ขอเบอร์หน่อยครับ”

ส้นตีนเหอะ แค่มองอย่างเดียวกูก็รับไม่ได้ละ มีเสียงเห่าหอนอีก จนกระทั่งผมเข้าไปในลิฟต์ พวกมันก็ยังก่อกวนไม่เลิก

ส่วนพี่ช็อปแดงหัวเราะชอบใจ สีหน้าผมตอนถลึงตามองไอ้แก๊งที่แซวอย่างเอาเป็นเอาตาย ทิ้งความเกรี้ยวกราดไว้ ก่อนประตูลิฟต์ปิดลง

ผมตวัดสายตาใส่คนข้างๆรุนแรง

ขำอะไรไม่ทราบครับ - -”

มึงทำหน้าอย่างกับจะฆ่าคนฮ่าๆ กูต้องขอโทษแทนพวกมันด้วย”

เหอะ พี่จะขอโทษทำไม ผมชินแล้วล่ะ”

ผมตัดบทสนทนาเอาดื้อๆ อารมณ์เดือดดาลเมื่อกี้หายวับไป ทันทีที่สายตาหยุดตรงกระจกในลิฟต์

ภาพนั่นสะท้อนผู้ชายหน้าหวานกลับมา ตรอกย้ำให้เจ็บใจเล่นๆ เสียงในหัวเริ่มด่าทอตัวเอง มึงไม่เหมาะจะเป็นผู้ชายจริงๆ (ดราม่าเฉย)

เป็นไรวะดูหงอยๆนะมึง โดนผู้ชายแซวอ่ะยังไม่เท่ากระเทยนะเว้ย”

พี่เคยหรอโดน?”

บ่อยจะตาย หนักหน่อยก็โดนลากไปไซร้คออ่ะ”

กลัวแทน...

ผมลองนึกภาพตาม จะว่าไปพี่ช็อปแดงก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ แค่มีผิวสีแทนแบบชายไทย แต่เบ้าหน้าอย่างซงจุงกิ สูงกว่าผมสักสิบเซ็น สเปคเทยเที่ยวไทยสุดๆ ผมถึงกับหลุดยิ้มออกมา

อย่างน้อยก็มีคนที่แย่กว่ามึงล่ะวะไอ้ดรีม

พอยิ้มก็ดูดีนี่ กูชื่อเดียวนะ มึงล่ะชื่อไร?”

ผมดรีมครับ โหยพี่ปกติผมดูดีอยู่ละ สาวนี่หันมองจนคอเคล็ดอ่ะ

ได้ทีขอโม้หน่อย ใช่ว่าสาวๆจะเมินผมเสมอไป ก็มีบางคนที่นิยมหนุ่มสีชมพูบ้างแหละ

ฮ่าๆ เออๆ ไปได้ละเพื่อนมึงอ่ะอยู่ห้อง 125 เดินตรงไปเลี้ยวขวาโชคดีไอ้น้อง”

พอลิฟต์เปิดที่ชั้นหก ก็โดนพี่เดียวไล่ทันที ผมยกมือไหว้และโบกมือลาผู้มีพระคุณ ห้องเรียนที่นี่ส่วนใหญ่เป็นห้องพัดลม ให้อารมณ์เหมือนโรงเรียนมัธยมดี

ผมโผล่หน้าไปตรงประตูห้องหนึ่งสองห้า ชำเลืองมองว่ามีอาจารย์สอนอยู่หรือเปล่า โชคดีที่ท่านยังไม่เข้า เลยเนียนทำตัวเป็นเด็กวิศวะชั่วคราวได้

ภายในห้องวุ่นวาย นักศึกษาคุยกันเสียงดัง ปากกระดาษใส่กัน แกล้งเพื่อน แอบดูดบุหรี่ใต้โต๊ะ นี่มันเมืองเถื่อนชัดๆ พวกมึงจะหยิบมีดมาไล่จ้วงกันรึเปล่า

          “ใครวะมึง”

         “ไม่รู้ดิ พึ่งมาเรียนหรือเปล่า”

         “เด็กรอบเก็บตกหรอวะ?”

          ผมกวาดสายตาหาไอ้โอ๊ต มีเสียงซุบซิบๆ ตอนเดินผ่านเก้าอี้แต่ละแถวไป ผมไม่สนใจหรอก ถ้าให้เดาอย่างไอ้โอ๊ตน่าจะอยู่แถวหลังๆ

นั่นไง! ซื้อหวยนี่คงถูก

มันนั่งอยู่คนเดียว ชิดหน้าต่างท้าวคางมองออกไปข้างนอก สีหน้าเบื่อทุกอย่างบนโลกในนี้

          “นั่งด้วยคนดิ”

          “เชิญ”

นั่น...ขนาดผมมามันยังไม่รู้ตัวเลยครับ

แม่งเฉยชาใส่ทุกคนชะมัด

          “เย็นนี้ว่างมั้ย กูมีเรื่องอยากให้มึงช่วยนิดหน่อย”

ผมนั่งลงข้างๆมัน อาจารย์ที่สอนห้องนี้ก็เดินเข้ามาพอดี ทุกคนจัดระเบียบตัวเองให้เรียบร้อยสมเป็นนักศึกษา

เปลี่ยนสีเร็วจริงๆนะ ไอ้พวกเวรตะไลทั้งหลาย

          “ช่วยเรื่อง?”

โอ๊ตเหลือบมองผมจากหางตาแวบหนึ่ง มันยังคงจ้องหน้าต่างต่อไป

          “ก็กูโดดรับน้องแล้วรุ่นพี่ให้พาเพื่อนต่างคณะไปทำกิจกรรม เพื่อเป็นการลงโทษ” ผมว่าต่อ

          “มึงไม่มีเพื่อนคนไหนอีกแล้วหรอ?”

มันแทรกขึ้นมา ไม่เอาน่า มันพูดเป็นรางว่าผมต้องมาเสียเที่ยวเลย

          “มีแค่มึง”

ผมสารภาพไป

          “ทำไมกูต้องไปละ มีเหตุผลดีๆมั้ย?”

          “เออคือ...”

          “หืม?”

          “ก็มึงเป็นเพื่อนต่างคณะของกูคนเดียว พอมั้ยเหตุผลของกู”

          “อ่าฮะ แล้ว?”

          “ขอร้องละ ช่วยกูหน่อยนะๆๆ!”

ผมจนปัญญา ยกมือไหว้อย่างอ้อนวอน เสียศักดิ์ศรีชะมัด โอ๊ตเงียบกริบดูปฏิกิริยาผม ที่ตอนนี้พนมมือไว้บนหัวพร้อมเขย่าไปด้วย

เห็นมั้ยกูมีสัมมาคาราวะสุดๆ....

          “ฮ่าๆๆ”

ไอ้โอ๊ตระเบิดหัวเราะออกมา ราวกับสิ่งที่ผมทำเป็นเรื่องโจ๊กที่สุดในชีวิต เส้นตื้นนะมึง นึกจะขำก็ขำไอ้บ้าเอ๊ย

ผมยังคงเขย่ามือที่พนมต่อไป ไอ้โอ๊ตก็ขำไม่เลิกรา

          “โอ๊ยฮ่าๆๆ...ไอ้โพนี่หยุดสัส”

หือ? โพนี่ นั่นใช้เรียกกูหรอวะ - -

          “ใครไม่เรียนก็กรุณาเดินออกไปได้เลยค่ะ!”

อาจารย์ประชดประชันพวกเราที่เสียงดังในคลาสของเธอ ขณะที่ทุกคนเขาเงียบกริบตั้งใจเรียนกัน ผมหมอบต่ำลงไปกับโต๊ะ

          “มึงขำอะไรวะ”

ผมเลิกไหว้มันแล้วกระซิบถามลอดไรฟัน

          “มึงแม่งตลกดีว่ะ ก็ได้”

ก็ได้คือ?”

          “กูจะช่วยมึง”

โอ๊ตโน้มตัวมากระซิบข้างๆหู เบี่ยงตัวหลบเกือบไม่ทัน อันตรายจริงๆ

อย่ามาทำหน้าหล่อใส่กู อยู่ห่างๆกูไว้

ตึกตึกตึก นั่นไง...หัวใจเต้นรัวเป็นผู้หญิงไปได้สัสเอ้ย

          “แต่...”

มันหรี่ตามองผม ลูบคางพลางใช้ความคิด

          “ก่อนมึงไป มึงต้องตะโกนหน้าห้องว่าดังๆว่า โอ๊ตหล่อโคตร สามครั้งให้กูได้ยิน”

          “มึงต้องการไรจากกูเนี่ย”

          “แล้วหมาตัวไหนไปคอมเมนต์กวนตีนในรูปกูวะ”

เชี่ย...มันรู้ด้วยหรอ อุตส่าห์ทำลับหลังแล้วนะ คงประเมินมันต่ำไป อ้อนี่กะจะเอาคืนใช่มั้ย ที่เมนต์ไปมันเรื่องจริงนี่หว่า มีคนหล่อกว่ามึงตั้งเยอะแยะ

เช่นคนอย่างกูไง หล่อคูลดูมีสไตล์

          “แล้วแต่ ไม่ทำกูก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร”

โอ๊ตลอยหน้าลอยตา ทำเป็นจดเลคเชอร์ตามอาจารย์ด้วยความเบิกบานใจ ผมรู้สึกได้ถึงหน้ามันจะมีแค่หน้าเดียวก็ตาม

          “เออๆก็ได้กูจะทำตามที่มึงบอก”   

          “ตอนนี้”

          “ห๊ะให้จารย์ไปก่อนดิ”

          “กูบอกตอนนี้ก็คือตอนนี้”

          พ่อเป็นฮิตเลอร์หรอวะ เผด็จการสุดๆ มันใช้ตาจิ้งจอกมองกดดันผม ให้กูเตรียมใจก่อนดิ เอาล่ะๆ ตะโกนเสร็จวิ่งออกไป ประตูเสือกมีประตูเดียวอีก ถ้าอยากให้ออกไปเร็วที่สุดก็ต้องตะโกนหน้าห้อง

 ที่เดียวกับที่อาจารย์ยืนสอนอยู่...

          “เร็วๆ”

          “มึงอย่าเร่งดิ แปบ”

          “10 9 8”

ไอ้โอ๊ตเลิกคิ้วนับถอยหลัง แล้วมองนาฬิกาข้อมือ โถ่เว้ยกูไปก็ได้!

          พรึ่บ!!!

ผมยืนขึ้น อาจารย์และนักศึกษาต่างมองด้วยความสงสัย จากนั้นก็เดินดุ่มๆ ไม่สนใจสายตานับร้อย มุ่งตรงไปทำภารกิจอันเลวทรามที่โดนยัดเยียดมา

          “นักศึกษากลับไปนั่งที่เดี๋ยวนี้นะ”

ตอนนี้ผมหยุดยืนอยู่ข้างๆอาจารย์เรียบร้อยแล้ว

เอาวะสูดหายใจเข้าปอดลึกๆก่อนจะ...

          “โอ๊ตหล่อโคตร โอ๊ตหล่อโคตร โอ๊ตหล่อโคตร!!!!”

          ทุกคนในห้องอึ้งกิมกี่ ผมได้ยินเสียงหัวเราะดังจากทางหลังห้อง โอ๊ตไงจะใครเล่า น่าขายหน้าชิบหาย จบแล้วชีวิตเฟรชชี่กู จะเอาหน้าไปมุดที่ไหนวะ

ผมยกมือไหว้ขอขมาลาโทษอาจารย์ แล้วเผ่นออกมาให้เร็วที่สุด อยู่ไม่ได้เว้ยย

 

....

 

          “ไงมึงสำเร็จมั้ย”

          “อืม...”

          “กูบอกแล้วไงว่ามันต้องช่วยมึง”

          “อืม...กูอยากร้องไห้”

          “ซาบซึ้งน้ำใจของเพื่อนต่างคณะชะ?”

          “มึงไม่รู้หรอกว่ากูต้องแลกมาด้วยอะไรบ้าง...ศักดิ์ศรีกูไม่เหลือแล้ว”

          “เอาน่า กูก็หามาได้เหมือนกัน”

          “ใครวะ?”

          “เดี๋ยวมึงก็เห็นปะๆไปเรียนต่อ”

          หลังจากลงทุนถ่อไปถึงคณะวิศวะ อันเชิญไอ้โอ๊ตมาเรียบร้อยแล้ว เพิ่งมาคิดได้ว่ายังไม่มีหลักประกันใดๆ ที่มันจะยอมมาร่วมกิจกรรมเลย หวังว่ามันคงรักษาคำพูดนะ

          “หวัดดีครับพี่ดรีมพี่โฟร์”

          “เออๆหวัดดี”

          เอ๋เรียกพี่? กูปีหนึ่งเหมือนกับมึงปะวะ ผมเงยหน้ามองคนมาใหม่ มันยืนข้างๆไอ้โฟร์ หน้าใสกิ๊ก ตัวสูงเท่ากันกับเพื่อนผม ใส่เหล็กจัดฟัน ใส่แว่นเนิร์ดสุดๆ

          “มึงไปหิ้วเด็กที่ไหนมาวะ”

          “คณะแพทย์รุ่นน้องกูที่โรงเรียนเก่ากูให้มันมาช่วยน่ะ”

          “อ้อ...มีรุ่นน้องก็ไม่บอกกู”

          “เพิ่งนึกได้ เออเด็กแพทย์ปีนี้มีแต่รุ่นน้องกูทั้งนั้น ไอ้พวกนี้มันอัจฉริยะ อายุน้อยเข้าเรียนก่อนเกณฑ์อ่ะ”

          อืมมีหลายคนด้วย...มีทางออกแล้วไม่บอกกันซักนิด!

          ใช้เวลาไม่กี่นาทีพวกผมก็ไปถึงซุ้มรับน้อง น่าแปลกใจมากที่วันนี้คนเยอะเป็นพิเศษ คู่ของไอ้โฟร์มาแสตนบายรอแล้ว ของผมไม่เห็นแม้แต่เงา นี่กูโง่หรือโง่กันแน่วะ บางทีมันแค่แกล้งผมเพื่อแก้แค้นเรื่องเม้นท์นั่น

อาจตุกติกไม่มาตามสัญญาก็ได้ เครียดเว้ยยยยยย

          “ไอ้ดรีมเมื่อไหร่มันจะมาวะ”

          “กูไม่รู้”

          “น้องดรีมกับน้องโฟร์ออกมายืนข้างหน้าสิฮ้า”

วันนี้พี่กระเทยมาแทนพี่หนวด พี่แกถือไมค์ท่าทางร่าเริงสุดๆ ผมลุกขึ้นเดินตามไอ้โฟร์กับไอ้เด็กหมอไปโดยไร้คู่ หลายคนเริ่มสงสัยว่าทำไมผมมาคนเดียว

ผมชะเง้อมองทางเข้าซุ้มอีกรอบ ไอ้โอ๊ตก็ยังไม่โผล่มา อุตส่าห์ไปชวนถึงที่เลยนะ เสียเวลาเสียหน้าอีกด้วย รู้สึกผิดหวังอย่างแรง ไม่รู้ว่าทำไม...

          “ไม่ทราบว่าคู่ของน้องดรีมอยู่ไหนเอ่ย?”

พี่กระเทยถาม

          “มันยังไม่มาครับ”

          “กรี๊ด!!!!!! นั่นใช่คู่น้องหรือเปล่าฮ้าอั๊ยๆ”

          พี่กระเทยร้องเสียงดังจนผมตกใจ ชี้ไปที่ผู้ชายคนหนึ่ง มันวิ่งอยู่กลางถนนไกลๆ แล้วใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนในที่สุดหยุดตรงหน้าผม มึงมาแบบคนธรรมดาเขาไม่ได้หรอวะ

ไอ้โอ๊ตเสยผมขึ้นไปข้างบนอย่างลวกๆ เสื้อนักศึกษาชุ่มเหงื่อ มันหอบหายใจเล็กน้อย เป็นภาพที่เรียกเลือดดี สาวแถวหน้าเริ่มควักยาดมกันแล้ว

          “โทษที หาซุ้มไม่เจอ”

          “เออ...”        

          “กรี๊ดดดดดดด หล่ออ่ะ!!”

          “แหมๆลูกสาวเก็บอาการหน่อยค่ะ เอาล่ะครบคู่แล้วเนาะ เหลือเจ้คนเดียวที่ไม่มีคู่ฮ่าๆ เรามาทำความรู้จักกับเพื่อนต่างคณะของน้องดรีมกับน้องโฟร์กัน เริ่มจากหนุ่ม...น้อยคนนี้”

          พี่กระเทยเอามือโอบไหล่ไอ้เด็กลิน มันดูเขินอายที่โดนกระเทยลวนลามต่อหน้าฝูงชน ก่อนรับไมค์ไปถือเก้ๆกรังๆ

          “ผะ...ผมลินครับ เรียนแพทย์ปี1”

          “กรี๊ดดดดดดด!”

ไอ้น้องลินสะดุ้งโหยงเลย โดนเสียงกรี๊ดทรงพลังสาดใส่

          “เสียงดังจริงๆนะพวกหล่อนเนี่ย ทีตอนให้ร้องเพลงล่ะแผ่วเหลือเกิน ต่อมาฉันเชื่อว่าหลายคนอยากรู้จักเขา อยากมั้ยฮ้า?”

          “อยากกกกกกกกกค่า”

          แล้วไมค์ก็ยื่นไปจ่อปากไอ้โอ๊ต มันย่อตัวลง แล้วพูดใส่ไมค์ด้วยสีหน้าที่นิ่งๆดึงๆ นั่นทำให้สาวแถวหน้าคลั่งตาย ถึงกับดิ้นไปมาอยู่ที่พื้น

อะไรจะขนาดนั้นวะ นึกว่าผีเข้า...

          “โอ๊ตวิศวะไฟฟ้า”

เสียงคีย์เดียวเหมือนสิริไอโฟน เรียกเสียงกรี๊ดอีกกระรอกใหญ่ 

          “เอาล่ะคะเพื่อไม่เป็นการเสียเวลาพี่มีเกมให้น้องทั้งสี่คนเล่น”

          “นึกว่าจะไม่มาซะอีก”

ผมกระซิบคุยกับไอ้โอ๊ตระหว่างที่พี่กระเทยอธิบายกติกาให้คนอื่นๆฟัง

          “กูรักษาคำพูด จะมาก็คือมา”

          “เออก็ดี คิดว่าไม่มา”

          “ทำไมคิดถึงกู?”

มันเลิกคิ้วใส่ผม ตลกล่ะใครจะไปคิดถึงเมิ้งงงง!

          “ไม่อ่ะ อย่าหลงตัวเองดิ”

หึ ก็แล้วไป”

          “เกมแรกนะคะอยากให้คู่ไหนเล่นก่อนดีเอ่ยยย”

นั่นไง ไม่ได้ฟังเลยว่าพี่เขาให้ทำอะไรบ้าง

          “โอ๊ตดรีมโอ๊ตดรีมๆๆ”

          “โฟร์ลินๆๆๆๆๆ”

          “แหมๆ เลือกไม่ถูกจริงๆ งั้นเลือกโดยเสียงกรี๊ดแล้วกัน เอ้าใครเลือกโอ๊ตดรีม”

          กรี๊ดดดดดดดดดดดด

          หลังรับน้องเสร็จ ผมว่าจะไปหาหมอซะหน่อย? แก้วหูคงอักเสบระบม เสียงส่วนใหญ่ส่งมาให้ไอ้คนที่ยืนข้างๆผมนี่แหละ มันฮอตปรอทแตกขนาดนั้น หน้าอย่างผมคงไม่ได้เสียงกรี๊ดดังขนาดนี้หรอก

          “โฟร์ลิน”

          กรี๊ดดดดดดดดด

          “สรุปว่าโอ๊ตดรีมนะคะ พี่มีเกมที่ชื่อว่า ปิดตาป้อนขนม”

ผมกับไอ้โอ๊ตมองหน้ากันทันที

เกมห่าไรวะแค่ชื่อกูก็ไม่อยากเล่นแล้ว  

          “ไม่ยากๆแค่ใช้ผ้าปิดตาแล้วก็ป้อนขนมกันแต่...ด้วยปากนะจ๊ะ”

          เกิดความคิดถึงพี่หนวดขึ้นมาทันที พี่มันคงจะให้ทำอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่แบบนี้ เช่นเต้นเด้งเป้า แซวหญิงต่างคณะ แบบผู้ชายแมนๆทำกัน

          “เอาผ้ามาให้น้องสิ”

พี่กระเทยสั่ง พี่สตาฟสองคนวิ่งมาแจกผ้าสีดำให้ผมกับไอ้โอ๊ตถือไว้ แล้วยืนโง่ กระพริบตาปริบๆใส่กัน

          “พร้อมรึยังคะ”

          “.....”

ผมกับไอ้โอ๊ตเงียบกริบ มีสิทธิ์เลือกด้วยหรอวะ

          “ครับ”

โอ๊ตตอบ

          “ปิดตาค่ะ!!!”

          ผมกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอ เอาผ้ามัดรอบตาตัวเอง เหลือช่องว่างให้พอแอบมองได้ แต่แผนชั่วก็พังลงทันที เมื่อมีใครไม่รู้มาดึงปมผ้าให้แน่นขึ้นอีก ฝั่งไอ้โอ๊ตก็คงไม่ต่างกัน

          “พี่วางขนมไว้ทางขวามือของน้องดรีม หยิบขึ้นมาแล้วคาบไว้”

          แม่จ๋าช่วยด้วย มหาลัยนี้รับน้องโหดไป ผมร้องไห้ในใจ แล้วทำตามคำสั่งพี่กระเทยเยี่ยงทาส มือควานหาขนม หยิบออกจากกล่อง แล้วคาบไว้ลองชิมดู

น่าจะเป็นป๊อกกี้รสสตอเบอร์รี่...

          “จากนั้นป้อนโอ๊ตค่ะ”

น้ำเสียงพี่กระเทยแฝงไปด้วยความประสงค์ร้าย ผมค่อยๆโบกมือไปมาข้างหน้า ควานหาตัวไอ้โอ๊ต 

          เพลียะ!

          “โอ๊ยไอ้โพนี่!”

คงโบกแรงไปหน่อย โดนหน้าหล่อๆของมันเต็มๆ กูไม่ผิดเว้ยกูตาบอดอยู่ เมื่อหาตัวมันเจอต่อไปก็หาปากมัน อยู่ไหนวะ ผมใช้มือลูบๆคลำๆทุกส่วนบนใบหน้าของอีกฝ่าย

          นี่หู..นี่ตา นี่จมูก ต่ำลงมาหน่อยเป็นปาก

          “กรี๊ดดดดดด”

ทุกคนเหมือนลุ้นไปกับผมด้วย

          “ขยับไปใกล้ๆเพื่อนอีกสิคะน้องดรีม”

พี่กระเทยเร่งเร้า ผมก้าวขาไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง รู้สึกว่าตัวของเราใกล้กัน จนได้ยินเสียงหัวใจเต้น มือยังคงจับปากของมันคาไว้ ปากนิ่มดีแฮะ...   

          “น้องโอ๊ตก้มหน้ารับขนมสิลูก”

          “ส่งมาสิ”

โอ๊ตบอก ผมยื่นปากไปหน้าข้างอย่างไม่รู้ทิศทาง จนแท่งป๊อกกี้ไปจิ้มอะไรบางอย่าง คงเป็นคางมั้ง ได้ยินไอ้โอ๊ตชิปากอย่างไม่สบอารมณ์

          “มานี่กูทำเอง”

มันว่าก่อนจะจับหน้าผมให้อยู่นิ่งๆ แล้วจัดการกับแท่งป๊อกกี้

          กึก กึก กึก (เสียงกัดป๊อกกี้)

ผมรู้สึกถึงลมหายใจมันรดใบหน้าของตัวเอง ใกล้มาก ไม่อยากคิดเลยว่าหน้าของผมกับมันห่างกันกี่เซน กำลังเอียงมุมไหนอยู่ มุมสี่สิบห้าองศารึเปล่าน้า ถุ้ย ผมไม่กล้าขยับเขยื้อนไปไหน เพราะกลัวว่าปากของเราจะโดนกัน

          “กรี๊ดดดดดด”

          แชะ แชะ แชะ เสียงชัตเตอร์

          “อ๊ายยยยน้องโอ๊ตใกล้อีก ป็อกกี้ยังไม่หมดเลยนะฮ้า”

กูเกลียดมึงอีพี่กระเทย ใกล้กว่านี้ก็จะแดกปากกันอยู่ละ คิดว่าแท่งป๊อกกี้มันเหลือพื้นนี้น้อยมากแล้วนะ ผมยีฟันกัดป๊อกกี้ให้หมิ่นที่สุด ส่งให้คนตรงหน้า

อย่าโดนปากกูนะเว้ยยยยยยยยยยยยยย

          “กรี๊ดดดดดดดดดด”

          ไม่เคยมีวินาทีไหนที่เสียงกรี๊ดจะหายไป...

          “อย่ายื้อตัวสิ”

ไอ้โอ๊ตบอก ก็ผมเล่นเกร็งคอหดกลับไปด้านหลังเมื่อมันเข้ามาใกล้แบบนี้ มือทั้งสองมันล็อคใบหน้าผมไว้ ก่อนจะกัดป็อกกี้อีกด้านแล้วดึงออกจากปากผมไปอย่างหวุดหวิด

          ฟู่วววว...ป๊อกกี้หมดแล้ว

          “หัวใจเจ้จะวาย คู่นี้ใช้เวลาไปทั้งหมด 1.20นาทีค่า มาดูกันว่าอีกคู่จะชนะหรือไม่ ถ้าคู่ไหนแพ้ก็ต้องป้อนป๊อกกี้ให้หมดกล่องนะคะ โฮะๆ”

ห๊ะแม่งมีจับเวลาด้วยหรอ ถ้าคู่ไอ้โฟร์ทำได้เร็วกว่า ผมก็ต้องมาป้อนไอ้โอ๊ตอีก

 ฆ่ากูให้ตายเถอะ

          “เปิดตาได้คะ”

ผมดึงผ้าสีดำออกทันที ภาพแรกที่เห็นก็คือหน้าหล่อๆของไอ้โอ๊ตยืนปาดเหงื่อข้างแก้ม ผมตะลึงไปชั่วขณะ ใกล้ระดับ HD รูขุมขนแทบมองไม่เห็น

เมื่อรู้ตัวว่าผมจ้องมันนานไปหน่อย จึงผลักมันออกไปราวกับเป็นแบตทีเรีย

          ตึก ตึก ตึก เป็นอีกแล้ว...

          “คู่ต่อไป...”

ทุกอย่างอื้อไปหมด มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่พี่กระเทยประกาศว่าคู่ไหนแพ้ชนะ ผมนั่งกับไอ้โอ๊ตตลอดช่วงที่ไอ้โฟร์กับน้องลินเล่นเกมป้อนป็อกกี้ ตอนที่มือของเราเผลอโดนกันช่วงรับแก้วน้ำจากพี่สตาฟ ไอ้โอ๊ตมันก็ทำตัวแปลกๆ หน้ามันดูเสียทรงเล็กน้อย

ไม่ได้นิ่งแบบเดิมแต่เดาไม่ได้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่

          “คู่ของน้องดรีมแพ้ค่ะ!!”

          โถ่เว้ยย ป๊อกกี้กล่องหนึ่งแม่งมีกี่แท่งวะ กว่าจะหมด ผมกับไอ้โอ๊ตคงได้เสียเป็นผัวเมียกันก่อน ซวยจริงๆ! แล้วผ้าสีดำถูกปิดตาอีกครั้ง..เผื่อใครอยากรู้ป๊อกกี้..มี 24แท่ง


-TBC-

*แก้คำผิดแล้ว/รีไรท์ใหม่*

 .........................................................

ตอนนี้ป้ารักพี่กระเทยมาก ขอบคุณที่ให้พวกหนุ่มๆมาเล่นเกมส์กัน

อีฉันฟินและฟินค่ะ แต่งเองก็ฟินเป็นบ้าเป็นบออยู่คนเดียว จนแม่บอกลูกสาวกูสติไม่เต็ม...

    เม้นท์+เฟบเลยลูก

ป้าต้องการแค่นี้ละ5555+

#วิศวะคนแมนกับแฟนถาปัตย์



***เผ็ชกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ***

 

V

V





           

           

           

           

           

           

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 88 ครั้ง

518 ความคิดเห็น

  1. #492 ALOHA (@chatriya) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 05:32
    ขอโทษที่เจอช้า สาววายนิพาน 5555
    #492
    0
  2. #406 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 14:29
    555 สงสารดรีมจัง
    #406
    0
  3. #264 Noona97 (@Noona97) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 11:02
    ตอนที่เค้ากินป๊อกกี้กัน ในหัวนี่จิตนาการแบบสุดๆ แล้วก็กรี๊ดๆๆๆๆๆ ฟินนนนนนนนน
    #264
    0
  4. #143 PuiPui--r (@PuiPui--r) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 11:37
    มีฟามอยากเข้ารับอีกสักครั้ง 555
    #143
    0
  5. #117 paechpeach♡、 (@inspirit-yeol) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 10:43
    ตั่ยแล้ววววววว
    #117
    0
  6. #115 6002thecey (@pikipinocchio) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 18:30
    ขอบคุณค่าาาาา
    #115
    0
  7. #87 มินมิ๊นนนน(nAdaLyn) (@neera2007) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 22:27
    น่ารัก หว๊านหวาน
    #87
    0
  8. #57 predita (@bondball9797) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 09:35
    โอ้ยยยยย น่ารักกกกก
    #57
    0
  9. #5 oKisSaTen123 (@OoKAWAIoO) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 07:03
    ฟินนอ่าาาาาา
    #5
    0
  10. #4 tang0041 (@tang0041) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 18:36
    ตายฟินจนอกจะเเตกตายขอเลือดหน่อยไรท์มาต่อเร็วๆน่ารออ่านอยู่
    #4
    0