[ YAOI ] ENG vs ARCH | วิศวะคนแมนกับแฟนถาปัตย์. (END)

ตอนที่ 24 : EP.21 เป็นแฟนกับกูปะ? | 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,068
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    7 ม.ค. 61






[ Boss Part ]



กูชอบมึงดรีม ชอบมานานแล้วและจะชอบตลอดไป

ไม่คิดว่าจะได้พูดคำๆนี้ไป ไม่เคยคิดเลย แต่ผมทำไปแล้ว ดรีมรู้ความในใจของผมซะที มันไม่ได้ตอบอะไรกลับมา เอาแต่เงียบ เงียบจนผมรู้สึกใจหาย

 “บอส

ได้โปรดละดรีม...บางครั้งมึงอาจใจตรงกับกู บางครั้งนะ

.....

เราเป็นเพื่อนกันมันก็ดีอยู่แล้ว

ผมมึนชา ความรู้สึกแปลบตรงอกข้างซ้ายก่อตัวขึ้น หลังจากฟังประโยคแสนเจ็บปวดของคนตรงหน้า เหมือนมีใครมาบีบหัวใจผมไว้

บีบแรงซะด้วยสิ...

งั้นหรอ มึงไม่เคยรู้สึกอะไรกับกูเลยหรอ

          ยังพยายามจนวินาทีสุดท้าย ผมเหมือนคนบ้าที่พูดจาไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจคำว่าเพื่อนที่อีกฝ่ายให้มา เขาให้สถานะแค่นั้น ก็ยังต้องการมากกว่าเดิม บ้าบอที่สุดเลยว่ะ

          มึงเป็นเพื่อนรักกูนะ มึงเป็นคนที่อยู่กับกูมาครึ่งชีวิต...

          แต่กูไม่ได้เป็นคนที่มึงรักไงดรีม ภาพตรงหน้าผมเริ่มพร่ามัวเพราะน้ำในตาเอ่อร้นออกมา เจ็บว่ะทำยังไงดี

          “กูไม่เคยรู้สึกกับมึงเกินกว่าเพื่อนเลย กูขอโทษ

          “ฮ่าๆ..มึงขอโทษทำไม...กูโอเคเว้ย..จริงๆนะ

          ผมโกหก ฝืนยิ้มโง่ๆให้อีกฝ่าย ไอ้ดรีมทำหน้ากังวลกลับมา ผมรู้สึกว่าแก้มตัวเองเปียกชื้นเพราะน้ำตาที่กลั้นไม่อยู่ ความเจ็บคือความจริง ความจริงที่จะทำให้ผมตัดใจจากเพื่อนคนนี้ซะที เพื่อนที่เฝ้าแอบรักมาหลายปี

          บอส...

          คนตัวเล็กเรียกชื่อผมอีกครั้ง ผมชอบให้มันเรียกว่าไอ้เด็กนอกมากกว่า พอเรียกชื่อผมแบบจริงจัง โคตรเจ็บหนักกว่าเดิมอีก ตอนนี้ขาของผมไร้เรี่ยวแรง อยากเดินหนีไปให้ไกล ไม่อยากให้ดรีมเห็นสภาพนี้ สภาพที่ร้องไห้เป็นไอ้ขี้แพ้

          งั้นกูไปนะ มาบอกแค่นี้ล่ะ

          “บอสมึง...

          “ไม่ต้องขอโทษกูหรือโทษตัวเอง กูชอบมึงเอง กูรับผิดชอบความรู้สึกตัวเองได้

          ผมยีหัวมันเบาๆเพราะเห็นเอาแต่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ตามกัน แต่ผมต้องแสร้งเข้มแข็งไว้ จริงๆแล้วไม่ว่าจะสถานะไหน ถ้าผมได้มีโอกาสดูแลดรีม มันก็เพียงพอแล้ว บางทีคนอื่นอาจทำหน้าที่นั้นได้ดีกว่า

          เรายังเป็นเพื่อนกันได้ใช่มั้ย มึงอย่าเกลียดกูนะ

          คำถามจากดรีม เล่นเอาผมยิ้มทั้งน้ำตา มันคงกลัวว่าเราจะเลิกเป็นเพื่อนกัน ผมไม่งี่เง่าพอที่จะทำแบบนั้นหรอก ผมขาดดรีมไม่ได้ เราเติบโตมาพร้อมๆกัน มันเป็นความเคยชินไปแล้ว เคยชินกับรอยยิ้มของดรีม เคยชินกับการเห็นดรีมมีความสุข นั่นทำให้ผมมีความสุขไปด้วย

ผมคงไปไหนไม่ได้หรอกจากอยู่ข้างๆมัน...

          ใครจะเกลียดมึงลงวะ ไม่เกลียดหรอก ไม่เคยมีความคิดนั้นเลย

          “สัญญาแล้วนะ

          “เออสัญญา ไปนะ

          ผมโบกมือลามันตรงหน้าห้อง แล้วหันหลังเดินลงตึกมา ช่วงเวลาดึกแบบนี้เงียบสงบดี เงียบจนผมต้องกลั้นเสียงสะอื้นตัวเองไว้ ทั้งดีใจที่ได้พูดมันออกไป ทั้งเสียใจที่คาดหวังไว้มากเกิน ทุกอย่างตีกันไปหมด ผมไม่เคยร้องไห้ และไม่ใช่คนขี้แย

 ครั้งนี้ขอผมอ่อนแอหน่อยเหอะ ขอแค่ครั้งเดียว...

          (โหล)

          “บิ๊ก...อ่านหนังสืออยู่หรอ

          (คุยได้ มีไร)

          “…กู

          (อะไรกันมึงร้องไห้หรอ อกหัก?)

          ไอ้บิ๊กมันจะฉลาดเกินไปแล้วนะ ผมอุส่าสูดขี้มูกเรียบร้อยก่อนโทรหามัน ตอนนี้ผมนั่งอยู่ที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่ง ตามวิถีของคนอกหักงี่เง่า ทำตัวเรียกร้องความสนใจ แต่ผมไม่มีใครให้ระบาย มีแต่เพื่อนที่คุยได้ทุกเรื่องอย่างไอ้บิ๊ก ก็เลยโทรไปรบกวนมัน แม้ว่าเราจะนิสัยไม่เหมือนกันก็ตาม แต่มันเป็นผู้ฟังที่ดีมาโดยตลอด

          เออกูอกหัก

          (ถามจริง?)

          “ตอบจริง

          (อ่าห๊ะ)

          “พูดไรหน่อยดิ กูเศร้านะเนี่ย

          (ตามทฤษฏีแล้ว มึงอยู่ร้านเหล้า มือหนึ่งถือแก้วเหล้าอยู่ กูได้ยินเสียงดนตรีไร้อารยดังแทรกมาด้วย ถูกมั้ยครับ)

          “เพลง EDMต่างหาก ไอ้เชยเอ๊ย

          (นั่นละๆ)

          “มีทฤษฎีไหนของมึงช่วยให้กูหายเศร้าบ้างวะ ยืมใช้หน่อย

          (ทำใจอ่ะต้องทำด้วยตัวเอง ไม่มีคู่มือหรอก)

          ผมหัวเราะเบาๆ ทำไมไอ้บิ๊กมันซื่อตรงจังวะ ก็ถูกของมัน ถูกทุกคำเลย เจ็บเว้ย ที่ผ่านมาผมมีบิ๊กเป็นที่ปรึกษาด้านความรักมาตลอด มันเป็นคนนิ่งๆ ฉลาด และไม่ค่อยแสดงอารมณ์บ่อยนัก ไม่ถึงกับเย็นชาแต่มันเข้าขั้นพวกอัจฉริยะอ่ะ

          งั้นวิธีบรรเทามีมั้ย

          (การลืมไง ว่าแต่มึงอยู่ไหนเนี่ย)

          “ร้านจำชื่อไม่ได้ว่ะ เจเจกรีนอ่ะ

          (เดี๋ยวกูไปหา)

          ผมวางสายจากไอ้บิ๊ก นั่งคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมอกหักและน่าจะเป็นครั้งสุดท้าย ผมไม่เคยชอบใครก่อนเลย เข้าใจหัวอกพระรองในซีรีย์เกาหลีแล้วว่ะ แสนดี จริงใจ แต่เขาก็ไม่เอามึงอยู่ดี

น่าเศร้าเนาะ เป็นพระรองเนี่ย...

          ผมรู้อยู่แล้วว่าคำตอบในแววตาของดรีมเป็นอย่างไร แววตาที่มีแต่ไอ้โอ๊ตอยู่ในนั้น แววตาที่ให้ผมได้แค่เพื่อน แค่นี้ก็พอใจแล้ว ทุกอย่างคลี่คลายซะที เหมือนกับเราทำข้อสอบเสร็จ มันจบแล้ว เหลือไว้แค่ความทรงจำ

          ซึมเป็นลูกหมาถูกทิ้งนะมึง

          ผมเงยหน้ามองคนมาใหม่ ไอ้บิ๊กที่เคยเป็นเด็กเนิร์ดแว่นหนาเตอะ ตอนนี้มีแค่หนุ่มมาดนิ่ง แต่งตัวดี ถึงมันจะเนิร์ดแต่ก็ยังมีเซ้นต์ทางด้านแฟชั่นอยู่ จริงๆพวกเนิร์ดกับพวกฉลาดมันก็ต่างกันนะ ไอ้บิ๊กมันออกไปทางฉลาดมากกว่า

          มองไร กูหล่ออะดิ

          เสื้อเชิ้ตสีดำ กางเกงสแล็คนักศึกษา ก็งั้นๆว่ะ แต่มันเสือกสูงไง อันนี้กูขออิจฉาได้ปะ สูงตั้ง189 อีก1เซ็นก็190อ่ะ...

          น้อยว่ากูครับ

          “อย่าให้กูมีตาสีฟ้าบ้างนะสัส

          “อิจฉาอะดิ

          “ไม่อ่ะ มันสวยเกินไป

          “หืม...สวย?”

          สงสัยห่าไรสั่งเหล้าดิ นี่จะไม่เชิญกูรูความรักของมึงนั่งหน่อยหรอ

          “อ่ะๆ นั่งครับนั่งท่านบิ๊กผู้ยิ่งใหญ่

          เราสองคนนั่งจิบเหล้า พลางฟังเพลงที่เปิดในร้านไปเรื่อยๆ ปล่อยเวลาให้เดินไปข้างหน้าอย่างไร้ประโยชน์ บางครั้งไอ้เนิร์ดมันก็คอยห้ามผมไม่ให้ดื่มหนักจนเกินไป เพราะกลัวจะได้แบกผมกลับหอ

          มึงเชื่อปะว่ารักแรกแม่งไม่ค่อยสมหวังหรอก

          จู่ๆไอ้บิ๊กก็วนกลับเข้ามาเรื่องเดิม ก่อนหน้านี้ผมกับมันโม้ต่างเรื่องของตัวเอง เรื่องเรียน เรื่องชีวิตไว้มากมาย แต่สุดท้ายมันก็พาผมกลับเข้าเรื่องเจ็บปวดอีกครั้ง

          ก็เออดิ นี่ไงสภาพคนอกหักรักแรก

          ผมชี้ตัวเอง บิ๊กแค่มองกลับมา จะว่าไปอย่างมันเคยมีรักแรกกับเขาด้วยหรอก ผมคิดว่ารักแรกมันจะเป็นหนังสือซะอีก วันๆถามว่าทำไรก็บอกอ่านหนังสือตลอด หรือนี่อาจเป็นอาการไฮเปอร์ของพวกฉลาดๆวะ

          รักแรกของกูมันค่อนข้างโง่หน่อยว่ะ

          “มึงก็ไปว่าเขาสัส

          “มันโง่จริงนะมึง แม่งมีคนชอบยังไม่รู้ตัว แถมเสือกไปชอบคนอื่นอีกด้วย

          ไอ้บิ๊กพูดแล้วตบบาร์เบาๆ เรียกบริกรมาเติมเหล้า

          “ก็มึงไม่บอกเขาจะรู้ปะ มึงคิดว่าส่งกระแสจิตหากันได้รึไง ชอบก็บอกไปดิ แล้วก็จะได้แห้วเป็นเพื่อนกูฮ่าๆ

          “บอกแล้วได้ไร มันชอบคนอื่นอยู่ ไว้มันเลิกเพ้อแล้วกูค่อยบอกดีกว่า

          “ก็แล้วแต่มึงงงงง

          “หึ

          “ทุกคนก็โง่ให้กับรักแรกเสมอละมึง

         “งั้นมึงฉลาดให้กับรักสองได้ปะละ

          “ไม่รู้ดิ จะลองดูฮ่าๆ

          รักแรกมันก็ไม่แย่เท่าไหร่หรอก มันสอนให้เรารู้จักกับความเจ็บปวด ความเจ็บปวดที่สวยงามและมีความหมาย ดรีมมึงจะเป็นรักแรกคนโปรดของกูตลอดไป...

           

[ Dream Part ]          

          บอสกลับไปพร้อมกับคำถามมากมายที่ผมไม่ได้ถามมัน ผมอยากรู้อะไรหลายอย่าง เหตุผลที่มันชอบผม ชอบเพราะอะไร หรือทำไมถึงชอบ เหตุการณ์เกิดขึ้นรวดเร็ว จนผมเผลอลืมอะไรบางอย่างไป ลืมวางสายไอ้โอ๊ตไงล่ะ…

          ฮัลโหลลล ยังอยู่มั้ยอ่ะ

          (ไม่อยู่ครับ)

          “กวนตีนว่ะ

          (เหอะ)

          “ได้ยินใช่มั้ย

          (ได้ยินอะไรวะ ไม่เห็นรู้เรื่อง)

          “ตอแหล แอบฟังคนอื่นนะมึง

          (ตอนแรกกูจะโกรธแล้ว ไอ้บอสมันมีสิทธิ์ไรมาทำงี้วะ แม่งอยู่ไกลไปไม่ได้ หงุดหงิดหัวร้อนแล้วนะ)

          “แล้วทำไมไม่โกรธล่ะ

          (ก็...มึงบอกว่าไม่ได้ชอบมัน)

          “มันดู...แย่นะมึง มึงต้องเห็นหน้ามัน

          (เข้าใจ ได้ยินเสียงมันสั่นๆด้วย แต่ดีแล้วที่มึงบอกไปแบบนั้น)

          “ทำไมวะ

          (ไม่งั้นคนที่เสียงสั่นคงเป็นกูอ่ะ)

          ความรักไม่ได้เกิดขึ้นกับใครก็ได้ง่ายๆ มันมีเหตุผลของมัน เราจะชอบคนที่เราชอบเสมอ ผมไม่ได้ตั้งใจทำร้ายความรู้สึกใคร บอสเป็นคนที่ผมแคร์ โอ๊ตก็เช่นกัน แต่มันแค่ต่างกัน ความต่างกันที่ผมให้ทั้งสองคนมีคนละสถานะ กับบอสผมแคร์มันแบบเพื่อนคนหนึ่ง กับโอ๊ต...ผมแคร์มันแบบคนพิเศษ

          คนพิเศษที่มีแค่คนเดียวในโลกในใบนี้

          02.30 AM

          หาววว...เลยเวลานอนกูแล้วนะ

          (อืมฝันดรีมนะ)

          “ฝันโอ๊ตนะ

          (เดี๋ยว อย่าเพิ่งวาง)

          อะไร...

          (เป็นแฟนกับกูปะ)

          “ห๊ะ ตีสองนี่นะ

          โคตรไม่มีความโรแมนติกเอาซะเลย คนบ้าที่ไหนเขาขอเป็นแฟนกันทางโทรศัพท์วะ คนบ้าที่ไหนใช้คำว่ากูใส่คนที่จะขอเป็นแฟน แล้วจะมีคนบ้าที่ไหนพูดด้วยน้ำเสียงห้วนๆแบบนี้ มีแค่โอ๊ตเท่านั้นแหละครับ คนบ้าที่ว่าอ่ะ....

          (เออ ตอนนี้นี่ละ ถ้าไม่รีบเดี๋ยวโดนคาบไปแดก)

          “ขอใหม่ดิ เอาแบบมีพิธีหน่อยวุ๊

          (อะไรละ ให้กูพามึงนั่งเครื่องบินเจทไปขอเป็นแฟนที่แพรีสรึไง นี่ละเบสิคสุดๆแล้ว ขี้เหร่แล้วยังจะเรื่องมาก)

          “กูนึกถึงคุณเกรย์ฟิฟตี้เฉดเลย เออเป็นก็เป็นวะ

          (พูดดีๆ เดี๋ยวกูจับโยนลงบ่อจระเข้)

          “เออคร้าบตกลง เราเป็นแฟนกันนะคร้าบบบ

          (แปบนะ)

          “....

(เยส!!....วู้ มีแฟนแล้วเว้ยยยย)

          ผมยิ้มแก้มปริมือกำซัมซุงduosแน่นจนมันแทบจะแหลกคามือ กูเขินเว้ย ที่มันบอกเดี๋ยวมาแปบคือวิ่งไปแอบตะโกนเป็นบ้าอยู่คนเดียว คิดว่ากูไม่ได้ยินรึไงวะ

          (อะแฮ่ม เออแค่นี้นะ จะนอนละบาย)

          โคตรคีพลุคไปอีก แต่แบบนี้ละที่ผมชอบมัน คนที่เหมือนจะเท่แต่ความจริงแล้วแม่งเด็กฉิบหาย ไอ้หนูโอ๊ตเอ๊ย พอวางสายจากมันผมก็...

          วู้!!!! ได้เป็นแฟนกับโอ๊ตแล้ววววววๆๆๆๆ

          “เฮ้ยตะโกนเชี่ยไรวะ คนจะหลับจะนอน!!!”

          แฮะๆ ลืมไปว่าอยู่หอ ขอโทษครับเพื่อนข้างห้อง....

 

          วันเสาร์

          เมื่อคืนกว่าจะได้หลับก็ปาไปตี4 เพราะดีใจจนดีด เดินไปเดินมารอบห้อง เขินจิกหมอนข้างแทบขาด เพราะเสียงไอ้โอ๊ตยังติดในโสตประสาทผม เป็นแฟนกับกูปะ ฮอลลล มันดีต่อใจจริงๆ ตอนเช้าผมก็พาร่างโทรมๆของตัวเองลงมาหาอะไรกินแถวเซเว่นในซอย แต่ลงมาก็ตื่นเต็มตาเลย เพราะเห็นบิ๊กไบท์คันงามจอดอยู่ พร้อมกับคนขับสุดหล่อที่ยืนกอดอกพิงรถตัวเอง

โอ๊ตในชุดเสื้อยืดสีกรม เกงยีนต์ขาเดฟและแจ็คเก็ตหนังที่ใส่แล้วแม่งขัดแย้งกับสภาพอากาศเมืองไทยสุดๆ แต่รวมๆแล้วโอป้าซารางเฮโยเหลือเกิน

          ตื่นสายว่ะ

          ผมนึกขึ้นได้ว่าสภาพตอนนี้ของตัวเอง ไม่ค่อยน่ามองเท่าไหร่นัก ก็เลยหันหลังกลับไปตั้งหลัก เอามือตะกุยจัดผมที่ยุ่งเหยิงอย่างลวกๆ พร้อมเช็ดคราบน้ำลายข้างปากด้วย แล้วค่อยหันกลับไปหาอีกคน

          มาทำไม

          “มาพาไปแฟนแดกข้าวมีไรปะ

          “อะ...เอ่อหรอ แล้วไหนล่ะแฟนมึง

          “ยืนหน้าโพนี่ตรงนี้ไงครับ

          ผมยิ้มเขินอย่างห้ามไม่อยู่ เข้าใจช่วงโปรโมชั่นของคู่รักแล้วว่ะ ว่ามันเป็นฟิลแบบไหน นี่ชอบโอ๊ตมากไง แค่โดนเขาหยอดนิดหน่อย ก็พองเป็นลูกโปร่งโดนสูบลมเข้าละ อีกนิดจะลอยไปดาวอังคารเพราะไอ้คนที่พูดมันอมยิ้ม ทำหน้ากวนๆกลับมา

          โอ้โหแฟนมึงหล่อจังวะ

          กูกวนกลับบ้าง....

          “พูดมากน่าดรีม ไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดได้ละ

          “คร้าบบบบ รอแปบ

          ผมวิ่งร่าเริงขึ้นห้องอีกรอบ จัดการติดเทอร์โบอาบน้ำ10นาที แต่งตัว 5นาที หวีผมอีก 3 นาทีแบบว่ารีบเหมือนตอนไปโรงเรียนสายเลย ไม่อยากให้มันรอนาน

          หล่อล่ะๆ

          ผมพูดกับตัวเองหน้ากระจก แล้วล็อคห้องวิ่งลงมาหาไอ้โอ๊ตที่รออยู่ด้านล่าง

          ชุดนี้จริงดิ

          “ใช่ทำไมวะ

          “เกงมันขาดไปปะ อ่อยคนอื่นรึไงวะ ช่างแม่งมาขึ้นรถๆ

          ผมก้มมองกางเกงตัวเองที่ขาดเข่าสองข้าง ก็สไตล์โอป้าปะวะ คนใส่ทั่วบ้านทั่วเมืองอ่อยห่าไร ผมเดินมุ่ยหน้าไปหามันที่ยืนถือหมวกกันน็อคสีแต๋วรอท่าอยู่

          เกลียดหมวกนั่นจัง ไม่ใส่ได้มั้ย

          ดูทำหน้า ซื้อมาแล้วก็ต้องใช้

          “บังคับจิตใจกูโคตรๆ

          ผมยืนให้มันจับหมวกหูแมวยัดใส่หัวตัวเองแบบไม่ขัดขืนอะไร ไม่วายแม่งดึงหูผมเล่นอีก วู้ใครเป็นคนคิดค้นหมวกนี่วะ มีหูทำไมมันติ๊งต๊อง...

          แมวผี ขึ้นรถเร็วกูหิวละ

          ไอ้โอ๊ตคร่อมบิ๊กไบท์ลูกรักมัน ผมก็ขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายมัน ไม่นานรถก็ทะยานไปสู่ถนนที่ผมไม่ค่อยคุ้นเคย เป็นย่านเจริญๆหน่อย ที่มีรถติดทุกแยก ไม่เข้าใจว่าจะสร้างให้มันมีหลายแยกชนกันทำไมเยอะแยะวะ กูร้อนโว้ยยยยยย         

          ผมติดแหงกที่ไฟแดงมา10นาทีแล้ว

          กรี๊ดดดดดดดดด

          เอ๊ะ คนกรี๊ดไรกันวะ มีดารามาหรอ ผมเปิดกระจกมองซ้ายมองขวาด้วยความอยากรู้ ก็โดนไอ้โอ๊ตหันมาปัดกระจกปิดลงเหมือนเดิม

          เดี๋ยวควันเข้าจมูก

          ผมพยักหน้าหงึกๆ แล้วก็นั่งมองอะไรเรื่อยเปื่อย เห็นแก๊งเด็กผู้หญิง น่าจะอายุประมาณ16-17ปี ทุกคนยิ้มๆแล้วหยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูปผม เดี๋ยว...นี่มันกลุ่มที่กรี๊ดเมื่อกี้นี่หว่า รู้ละว่ากรี๊ดอะไร กรี๊ดหูแมวผมอยู่ใช่มั้ย...

          กรี๊ดดดดด แกพี่คนขับหันมาชูสองนิ้วด้วย

          ผมชะโงกมองไอ้คนด้านหน้า จริงอย่างที่น้องพูดเลย มันชูสองนิ้ว ส่งมินิฮาร์ทท่ามกลางไฟแดงใส่กล้อง เดี๋ยวนี้แรดขึ้นนะมึง เห็นมันคุยอะไรกับน้องเขาไม่รู้ รถของเราจอดริมฟุตบาทพอดี ทำให้คนที่เดินผ่านไปมามองผมกับมันเยอะ  

          ถามว่าอายมั้ยที่ผมโดนมองแบบนั้น

          ไม่หรอก ผมเขินมากกว่า....

          พี่ไปนะครับ

          ไฟเขียวแล้วโอ๊ตก็บิดเต็มที่ไม่นานเราก็มาถึงห้างแห่งหนึ่ง ที่ค่าจอดรถชั่วโมงละ 30 บาท แพงฉิบหาย

          โห่ ถูกสุดแล้วมึง คราวก่อนกูไปชั่วโมงละ50แหนะ

          “แค่จอดรถเองทำไมต้องเก็บตังค์ด้วย

          “ช่างมันเหอะน่า เดี๋ยวพาไปแดกของอร่อย

          ผมเลิกบ่นเรื่องค่าจอดรถ แล้วเดินตามไอ้โอ๊ตไปต้อยๆ แต่แล้วมันก็หยุดอยู่กับที่ เหมือนรอผมให้เดินไปยืนข้างๆ

          จับมือกูมั้ย จะได้เดินด้วยกัน

          “เอ่อ...ไม่อายหรอ

          “อายไรวะ แฟนน่ารักขนาดนี้หวงเว้ย เสือกเดินทิ้งห่างกูซะไกล

          “เออจับก็จับวะ

          ผมเอื้อมมือไปจับมือหนาที่ยื่นรออยู่ก่อนหน้านี้ โอ๊ตบีบมือผมเบาๆ แล้วดึงให้มาเดินข้างๆมัน ผมไม่ชินกับการที่โอ๊ตทำอะไรหวานๆใส่ ถึงจะมีโมเม้นต์นี้ให้เห็นน้อยก็ตาม แต่มันก็มีผลต่อการเต้นของหัวใจผม

          ตึก...ตึก...ตึก..

          ซึ่งจังหวะยังคงเหมือนเดิม เหมือนตอนที่ผมรู้ว่าตัวเองชอบมัน

          เหมือนตอนได้รับต้นกระบองเพชรเป็นของขวัญวันเกิด

          ถึงละ ร้านนี้ซูชิอร่อย

          “แซลม่อนๆๆๆ!!”

          ผมตาลุกวาวและปล่อยมือไอ้โอ๊ตทันทีที่เห็นเมนูวางอยู่หน้าร้าน รูปสีส้มๆกับจานสีดำคงไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นเมนูอะไร แซลม่อนสดๆ ที่วางแผ่เรียงกันเป็นตับ โคตรน่ากินเลย

          ไอ้สัสแซลม่อน…”

          ผมวิ่งไปรอมันในร้านแล้วบอกพนักงานต้อนรับว่า 2ที่ แต่ไอ้โอ๊ตมันยืนบ่นพึมพำอะไรไม่รู้แล้วชี้ไปที่เมนูหน้าร้าน มันทะเลาะกับเมนู?

          “เข้ามาดิโอ๊ต เร็วๆกูหิวแล้ววว

          “เออๆ

          ทันที่ที่พนักงานวางเมนูลงบนโต๊ะ ผมก็จิ้มรูปในหนังสืออย่างบ้าคลั่ง จนพี่เขาจดไม่ทัน พอรู้ว่าคนตรงหน้ามันจะเลี้ยง ก็เลยไม่เกรงใจล่ะ ส่วนใหญ่ที่สั่งมามีแต่แซลม่อน จนไอ้โอ๊ตดุเอาว่าให้สั่งอย่างอื่นบ้าง

          เหมือนมึงไม่เคยแดกนะดรีม

          “ก็มันแพงนี่หว่า...

          “โถ่ๆ แฟนกูชีวิตรันทดยิ่งนัก เดี๋ยวป๋าเลี้ยงเอง เอาให้อ้วนเป็นปักเป้าเลย

          “โห่...จะงอนแล้วนะ

          ผมเงยหน้ามองมันพร้อมแยกเขี้ยวใส่ แล้วยัดซูชิเข้าปาก ก้อนที่6แล้วมั้ง ไม่ค่อยได้สนใจคนตรงหน้าเท่าไหร่ ผมสนสีส้มของแซลม่อนมากกว่า แบบว่าละลายในปากเลยครับ แล้วโอ๊ตก็คีบชิ้นหนึ่งมาจ่อที่ปากผม  ผมมองด้วยความฉงน

          อะไรวะ

          “ป้อนไงเตง

          เตงโพ่ง ผมมองมันสลับกับซูชิในตะเกียบก่อนจะอ้าปากรับไป

          อึก...

          “ก๊ากกกกกก

          ผมว่าแล้วว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ คนอย่างไอ้โอ๊ตนี่นะจะมาปงมาป้อนกัน ไอ้ห่า มันแอบใส่วาซาบิไปอย่างเยอะ จะคายทิ้งก็เสียดายผมเลยกลั้นใจเคี้ยวๆแล้วกลืน แสบขึ้นจมูกเลยครับ มันไม่เผ็ดนะแต่ผมไม่ชอบการกินวาซาบิ มันทรมาน!!!

          “ซี้ดด...ไอ้สัสขี้แกล้งว่ะมึง นิสัยไม่ดี

          พอผมกลืนซูชิลงคอได้ ก็ยกมือชี้หน้ามันทันที

          “อร่อยจะตาย หัดกินอะไรที่คนอื่นเค้ากินบ้าง กินเผ็ดก็ไม่ได้ ผักไม่แดก

          “เรื่องของกูมั้ยล่ะ

          เรื่องของมึงก็คือเรื่องของกูเว้ย

          อันนี้กูเขินนะเนี่ย แอบเห็นพนักงานเสิร์ฟยิ้มๆมาทางเราด้วย โอ๊ยวันนี้ผมโดนมันหยอด 1 2... 3ครั้งแล้วมั้ง ไอ้คนขี้หยอดเอ๊ย แต่มึงช่วยทำหน้าแบบว่าเขินหน่อยก็ได้ ก็...นะ นิ่งๆดึงๆสไตล์โอ๊ตมันล่ะครับ

          ค่าซูชิทั้งหมดก็แพงเอาเรื่องอยู่ แต่แฟนผมจ่ายไงครับ อิอิ แม่งดีจริงๆมีแฟนสายเปย์เนี่ย ยุคนี้หล่ออย่างเดียวกินไม่ได้นะครับ ต้องมีเงินด้วย มันจะเดอะเบสมากๆ

          ยิ้มห่าไรของมึง

          “ก็มีคนเลี้ยงข้าวนี่หว่า

          “แน่นอนกูหล่อและรวยมาก

          แต่มีแฟนขี้หลงตัวเองบางทีก็น่าหมั่นไส้เด้

          เราเดินดูนั่นดูนี่อยู่ชั้น3ของห้าง หลักๆแล้วก็มีแต่ร้านแบนด์เนม ที่ผมไม่สนใจหรอก ผมชอบดูร้านDIY ไม่ก็การHAND MADE งานฝีมือหน่อยๆ จะมีของแปลกๆค่อนข้างเยอะ อย่างตุ๊กตาทำจากถุงเท้า หมวกที่สานด้วยฟางอะไรแบบนี้

          เฮ้ยมีร้านสักด้วยว่ะ

          ผมชี้ไปที่ร้านสักลาย ตกแต่งสไตล์old school มีสติ๊กเกอร์แปะรอบกระจกร้านเลย แปะเลอะๆแต่เท่ดี บางทีก็มีรูปโพราลอยด์ของลูกค้าติดอยู่ด้วย  

          “อยากสักว่างั้น?”

          “ดูลายไว้ก่อน

          “สักได้แต่ห้ามเยอะ

          “คร้าบบบบบบ

          ผมวิ่งไปเปิดดูหนังสือแบบสัก มีแต่ลายที่เห็นจนชินตา ถ้าผมจะสักอีกทีก็คงเป็นลายที่ออกแบบเองมั้ง แต่ไม่สักชื่อแฟนแน่นอน ผมไม่อยากเดือดร้อนไปเลเซอร์ลบลายตอนเลิกกัน ไม่รับประกันหรอกว่าเราจะคบกันตลอดไปรึเปล่า นี่เพิ่งเริ่มต้นเอง เพิ่งอยู่แค่เลข1 การนับ1กับใครซักคนมันก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป

          กูอยากสักบ้าง

          “หืม

          ผมหันมามองไอ้โอ๊ตที่เอาหน้ามาวางเกยไหล่ดูแบบในมือผม

 ไอ้นี่มันเนียนนะเนี่ย...

          จะสักอะไรละ ต้องคิดดีๆนะเว้ย ลายสักมันจะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต

          “สักคำว่า handsome”

          “มึงออกไปจากร้านไป

          “ก๊ากกกกกกกกก

          คนอุส่าทำซึ้งไอ้ห่าเอ๊ย ตอนแรกคิดว่ามันจะพูดเล่นๆ เผลอแปบเดียวมันไปคุยกับช่างสักแล้วครับ ตกลงราคากันเสร็จสรรพเลย พี่ช่างสักอายุซัก40ได้ แต่ยังดูเท่และดูมีสไตล์ โคตรคูล!!

          “น้องอยากได้ฟอนต์แบบไหน

          “แบบนี้อะครับ

          แล้วมันก็ชี้ไปที่รูปพี่จีดราก้อน ฟอนต์ที่ว่าคือฟอนต์สไตล์โกธิค เก่าๆและดูออกไปทางศาสนา ซึ่งฟอนต์แนวนี้ผู้ชายชอบอยู่แล้ว ผมก็สักฟอนต์แบบนี้นะ คำว่า aways อยู่ตรงข้อเท้าข้างซ้าย  

          รอแปบนะน้อง พี่ลอกแบบแปบ

          “เอาจริงดิ

          “อยากสักมานานแล้ว

          “handsome นี่นะ

          “ไม่ดีหรอ? คำนี้ละเหมาะกับกูที่สุดในจักรวาลล่ะ

          ผมยิ้มแห้งๆ ปล่อยให้มันตื่นเต้นกับการลงเข็มครั้งแรก ไอ้โอ๊ตมันเรียกผมไปหาแล้วบีบมือผมแน่นสุดๆ คงเจ็บน่าดู ตอนผมสักครั้งแรกก็เจ็บเหมือนกัน แต่มันคือความเจ็บที่แลกกับความสวยงาม

          “ซี้ดดด

          “ขอถ่ายรูปเก็บไว้หน่อยดิ

          “เอาหล่อๆนะแฟน

          “ไอ้...

          ผมถลึงตาใส่มัน แม่งไม่อายพี่ช่างเลย พี่เขาก็หัวเราะแล้วก็นั่งจิ้มเข็มลงแขนมันต่อไป ผมเอาไอโฟนไอ้โอ๊ตหยิบขึ้นมาถ่ายรูปตอนมันกำลังสัก พอรู้ว่าถ่ายรูปมันก็เก็กทำหน้าแบบว่าชิลมาก สบายๆ แต่ผมรู้มันแอ๊บ ที่จริงมึงเจ็บอะเด้

          ได้ยังๆ...โอ๊ยๆ พี่ครับเบาหน่อยๆ

          แต่ใครจะรู้ว่าผมแอบถ่ายมันตอนหน้าแหย่ด้วย ตลกชิบหาย เก็บไว้แบล็คเมล์ ตัวอย่างควายแต่ร้องโอดโอยเพราะเข็มแค่ไม่กี่มิล

          ผมนั่งมองไอ้โอ๊ตสักจนครบตัวสุดท้าย พี่เขาก็เช็ดคราบหมึกให้ ตามด้วยแจกวาสลีนไปทา เพราะหลังจากสักไม่กี่วันแผลจะลอก บางรายอาจอักเสบได้ตามสภาพผิวของแต่ละคน  

          เป็นไง หล่อปะ

          “นิดหน่อยอ่ะ

          ผมทาวาสลีนให้มันแทนพี่ช่าง ท้องแขนของโอ๊ตแดงก่ำเลย แต่มันเท่มากกว่าเดิมแฮะ เพราะมีคำว่า handsome อยู่ด้วย แม่งแขนหนาแบบนี้สักลายอะไรก็สวย ต่างกับแขนผมมาก แค่ลายหัวกะโหลกหนึ่งลายก็เต็มแล้ว

          ปะแฟน กลับกัน

          “ขอบคุณครับพี่

          โอ๊ตจ่ายเงินพี่เขาไป ผมก็ยกมือไหว้ด้วย วันนี้ไม่ได้สักไม่เป็นไร ไว้วันหลังค่อยแอบไอ้โอ๊ตมาสัก เรายังไม่ได้กลับกันหรอก แต่เดินออกมากินไอติมกันที่สวนปาร์คข้างๆห้างแทน มองเด็กน้อยวิ่งเล่นกันในสวนสนุก มองความเป็นไปของโลก บ่ายนี้ไม่ค่อยร้อนเหมือนตอนเช้าเท่าไหร่  

          เล่าเรื่องแฟนเก่ามึงหน่อยสิ อยากฟัง

          “หืม...

          “รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งอ่ะมึง เหมือน VOR ที่เล่นแล้วต้องมีสูตร

          “บ้าละ จริงๆก็เคยมีแต่ไม่เชิงว่าแฟนกัน กูชอบพี่เค้าข้างเดียงน่ะ

          “ผู้หญิงสินะ

          “เออดิ

          “เยส งั้นกูเป็นผู้ชายคนแรกของมึงอะดิ!”

          ดีใจเว่อร์มาก ผมผลักหัวมันเบาๆ ไอ้โอ๊ตนี่ยิ่งอยู่ด้วยนานๆ ก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กที่วิ่งเล่นกันในสนามตรงหน้าผมอ่ะ โอ๊ตเป็นคนที่ไม่เป็นมิตรถ้ามันไม่สนิทด้วย ชอบเกรี้ยวกราด ชอบนิ่งๆดึงๆ แต่ถ้าสนิทกับมันแล้ว มันก็คือเด็กน้อยคนหนึ่งในร่างยักษ์ไททัน มันไม่เคยโต มันชอบมินเนียน มันบ้าเกมส์ออนไลน์

          และมันก็ชอบอึ้งกับอะไรง่ายๆ

          รู้มั้ย มีมึงแล้วชีวิตกูแม่งมีความสุขว่ะ

          ผมพูดพลางเอนตัวลงนอนที่พื้นหญ้า มองท้องฟ้าสีคราม ไอ้โอ๊ตก็ทำบ้าง

          “กูก็เหมือนกัน ว่าแต่โอ๊ตแบบนี้หาที่ไหนไม่ได้นะครับ นี่รุ่นลิมิเต็ด

          “ดรีมก็ลิมิเต็ดนะครับ

          “เออดิ หน้าโพนี่ ขาวๆ มือนุ่มนิ่ม กูจะไปหาที่ไหนวะถ้าทำหายเนี่ย

          “ฮ่าๆ ไอ้บ้าเอ๊ย กูไม่ใช่แมวนะที่จะเที่ยวเดินเล่นไปทั่ว

          เออกลัวมึงหาย กลัวไม่มีมึง

         ฟอดด!!

          ผมกดจมูกลงแก้มไอ้โอ๊ตแบบรวดเร็ว ไอ้หล่อมันทำหน้าเหมือนถูกรางวัลที่หนึ่งคือตาเหลือก ยิ้มปากฉีกถึงหู ท่าพี่ซันนี่ในซีรีย์น้ำตากามเทพชัดๆ   

          เค้าเขินนะเตง

          นี่ถ้าใครว่าไอ้โฟร์มันสติไม่เต็มแล้ว มาเจอโอ๊ตโหมดนี้คุณจะกลับคำพูดทันที มันบิดเขินอายเป็นเด็กสาวแรกแย้มบาน แต่ก็น่ารักดี ผมชอบโอ๊ตโหมดนี้ โหมดที่มีแค่ผมคนเดียวที่ได้เห็น อิจฉาอะดิ

         

         

  -TBC-  

*แก้คำผิดแล้ว/รีไรท์แล้ว*

.........................................................

ตอนนี้แต่งจากความคึก อาจจะพิมพ์ผิด(เยอะมาก)

แต่ป้าเป็นอิสระแล้วหนูๆทั้งหลาย ฟิคเรื่องนี้จะจบก่อนปีใหม่ค่ะ 

สัญญา...ว่าแต่หลายคนอยากให้บอสมีคู่ก็...ทำให้แล้วนะ

จริงๆป้าวางตัวละครบิ๊กไว้ตั้งแต่แรกแล้ว มันเป็นเซอร์ไพร์!! 55555555

ปล.สุดท้ายก็ไม่มีอะไร เราชอบพูดคำว่า ขอบคุณคนที่อ่านมาถึงตอนนี้

ขอบคุณจริงๆ ค่ะ -/\- 




***รอยสักนุ้งดรีมค่ะ -////-***




***อันนี้ตอนโอ๊ตดีใจ**


V

V





         

          

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

518 ความคิดเห็น

  1. #482 zerogross (@zerogross) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:45
    บิ๊กบอสก็ได้ งือออ อยากให้นางมีความสุข
    #482
    0
  2. #464 Blood colored gems (@black-gems) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 08:41
    บิ๊กบอส~
    #464
    0
  3. #437 Feeling Within (@ding2017) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 00:17
    น่ารักค่ะ ..

    ---
    มีคำผิดนะคะ

    ลูกโป่ง สะกดว่า ลูกโป่ง นะคะ
    ไม่ใช่ ลูกโปร่ง  ค่ะ  
    #437
    0
  4. #425 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 20:53
    ขอเป็นแฟนตอนตี 2 โอ๊ตนายแน่มาก
    #425
    0
  5. #317 PreawNattanicha (@PreawNattanicha) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 10:45
    โอ๊ตมุมนี้น่ารักดี
    #317
    0
  6. #313 noowiwie (@wiwie-nmk21) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 22:35
    ตลกกก 55555
    #313
    0
  7. #312 DarkST (@Cindysirarit) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 16:19
    ตลกทั้งคู่ น่ารักดี
    #312
    0
  8. #311 PuiPui--r (@PuiPui--r) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 05:30
    โอ๊ตคนเดิมพูดน้อยเก็กหนักอยู่หนายยย 555
    #311
    0
  9. #310 Helen Luciano Raphael (@Twilight43) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 01:32
    โอ๊ยยยยยย น่ารักมากกกก บรรยายแทบไม่ได้ ถึงจะสงสารบอสก็เถอะ แต่ยกให้คู่นี้หวานจริง
    #310
    0
  10. #309 chompu_y (@chompu_y) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 20:14
    โอ๊ตๆคีพลุคลูก หลุดนะเราอ่ะ
    บิ๊กบอส อุ๊ยดี
    #309
    0
  11. #308 Rainbow_Jang (@bovy30) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 08:17
    มีความมุ้งมิ้ง
    #308
    0
  12. #307 ileedy (@ileedy) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 08:11
    น่ารักกกก
    #307
    0
  13. #306 namthea_hzt (@lukenamthea) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 03:32
    บิ๊กบอสส ฮึ่ยยยย โอ๊ตดรีมนี่ก็นะ เป็นแฟนกันแบบไหนความโรแมนติกคะ แต่ชอบ 55555555
    #306
    0
  14. #305 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 23:22
    ขอบคุณค่ะ
    #305
    0
  15. #304 KaoRungnapa (@KaoRungnapa) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 22:54
    ขอคู่กันต์ตั้มด้วยค่าาาา
    #304
    0