[ 帝國天鵝 ] จอมนางพญาหงส์

ตอนที่ 16 : บทที่ ๑๖ : หรือว่าทรงพระครรภ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,575
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    28 ธ.ค. 59












บทที่ ๑๖
หรือว่าพระนางทรงพระครรภ์










     "ฝ่าบาท.." เฟิงเค่อกล่าวเสียงสั่นเครือ ตอนนี้เธอรู้สึกปวดหัว ปวดท้อง ปวดไปหมดทั้งตัว แย่ชะมัด..

     "มีอันใดหรือ" ไท่หงกุนเอ่ยรับร่างบาง ขณะดวงตาทั้งสองยังคงปรายตามองเหล่าขุนนางบางส่วน

     "หม่อมฉัน..." เฟิงเค่อกล่าวเสียงสั่นเครือยิ่งกว่าเดิม หัวคิ้วขมวดมุ่นจนผูกเป็นริบบิ้น สุดท้ายเธอก็ทนความเจ็บปวดมิไหว..

ตึ่ง!!!

     "ฮองเฮาเพคะ!" สองพี่น้องสกุลฮุ่ยเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจและจึงรีบวิ่งไปดูนายหญิงของตนเมื่อเห็นร่างของผู้เป็นนายฟุบลงกับพนักพิง

     "เฟิงเอ๋อร์!?" ไท่หงกุนเอ่ยเสียงตระหนก เขามองมาที่ร่างบางด้วยความตกใจ

     บัดนี้ ใบหน้างามพิลาศของร่างบางขาวซีดจนน่าสงสาร คิ้วบางยังคงขมวดกันมุ่น

     "เหวินตงเจี๋ย เจ้าไปตามแพทย์หลวงจื้อไปที่ตำหนักเจิ้น!" ไท่หงกุนเอ่ยแก่ขันทีคนสนิท ด้วยน้ำเสียงเย็นชา ขณะพยุงร่างบางที่สลบไสลไม่ได้สติ

     "พ่ะย่ะค่ะ!" มหาขันทีเหวินกงกงเอ่ยรับผู้เป็นนาย ขณะปราดไปตามแพทย์หลวงมาโดยเร็ว

     "ฮองเฮาเป็นอันใดไปหรือเพคะ?" หมิงเสียนเฟยกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงติดเยาะเย้ยถากถาง ขณะเอี้ยวตัวไปข้างหน้าตนเล็กน้อยอย่างพองาม และสอดส่องไปยังบัลลังก์หงส์

     "มิใช่กงการอะไรของเจ้าพระชายา" ไท่หงกุนเอ่ยเสียงเรียบ ขณะส่งสายตาเย็นชาไปให้พระชายาผู้โง่เขลาที่สุดในบรรดาพระชายาทั้งหมดของตน

     หมิงเสียนเฟยมิตอบกลับเมื่อรู้สึกได้ถึงอารมณ์คุกกรุ่นในน้ำเสียงขององค์เหนือหัว

     ถือว่านางยังคงฉลาดที่จะหลบหลีก..

     "เจิ้นจะพานางไปยังตำหนักบรรทมของเจิ้นก่อน พวกเจ้าตามเจิ้นมา" ไท่หงกุนกล่าวต่อนางกำนัลผู้ซื่อสัตย์ของผู้เป็นฮองเฮา ขณะอุ้มร่างบางแนบอก

     "เพคะ" สองพี่น้องสกุลฮุ่ยเอ่ยรับ

     "เจ้ารับงานเลี้ยงต่อที งานเลี้ยงจะยังดำเนินต่อไปจนกว่าการแสดงต่างๆจะจบลง" ไท่หงกุนหันหน้าไปยังพระชายาจิ้นเต๋อเฟย และกล่าวทอดคำสั่งออกไป

     "น้อมรับบัญชาเพคะ" จิ้นเสวี่ยลี่รับคำขณะยอบกายน้อยๆ

     ไท่หงกุนรีบปราดไปยังตำหนักตน โดยมิเหลียวหลังกลับมาอีก















     ห้องบรรทม ตำหนักไท่หลง
     ไท่หงกุนวางร่างลางไว้บนเตียงสีแดงสด ขณะนำผ้าสีขาวสะอาดมาซับเหงื่อที่เกาะพราวอยู่บนใบหน้าของร่างบาง ก่อนหน้าที่นางจะหมดสติไป เขาก็เอาแต่สนใจสิ่งรอบข้างจนหลงลืมที่จะดูแลนางไป เขามิสามารถจับเสียงที่อ่อนแรงของนางได้เพียงนิด แม้อยู่ใกล้กัน เขามิสามารถรับรู้ถึงความเป็นตายร้ายดีของนางคนแรก แม้เขาจะอยู่ใกล้ชิดนางที่สุด..

     ไท่หงกุนยื่นมือหนาของตนไปลูบใบหน้าซีดขาวของร่างบาง ใบหน้าของเขาพลันแสดงถึงความรักคละเวทนา

     "ฝ่าบาท แพทย์หลวงจื้อมาถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ" มหาขันทีเหวินกงกงขานขึ้น ขณะยอบกายให้ผู้เป็นนาย

     "ให้เข้ามาโดยไว"

     "พ่ะย่ะค่ะ" มหาขันทีเหวินกงกงขานรับ พลางลากร่างของหมอชรามาตรงหน้าผู้เป็นนาย

     "มีอันใดให้กระหม่อมรับใช้... "

     "เจ้าจงบอกเจิ้นให้ได้ว่านางเป็นอะไร มิงั้นศีรษะของเจ้าอาจจะหลุดออกจากบ่าได้" ไท่หงกุนเอ่ยเสียงเย็น ขณะนั่งลงที่ข้างๆเตียง

     "พ่ะ.. พ่ะย่ะะค่ะฝ่าบาท" แพทย์หลวงจื้อกล่าวรับเสียงสั่นสะท้าน ขณะรีบใช้ผ้าพันที่ข้อมือของฮองเฮาหลวมๆ และตรวจชีพจรของหญิงสูงศักดิ์ตรงหน้า

     "นางเป็นอะไร"

     "ทูลตอบฝ่าบาท พระนางมิทรงเป็นอันใดมากเท่าไหร่ เพียงแค่ทรงมีอาการตึงเครียดเป็นอย่างมากเท่านั้น วิธีแก้ไขเพียงแค่พาพระนางพักผ่อนอยู่ในที่สงบ เช่น อุทยานหลวง และห้ามมีเหตุการณ์ตึงเครียดกระทบพระนางสักระยะพ่ะย่ะค่ะ" แพทย์หลวงกล่าวตอบและแนะนำอย่างระมัดระวัง ขณะก้มศีรษะลงต่ำ จนแทบถึงพื้นหยกสีเขียวมรกต

     "งั้นหรือ เจ้ากลับจวนเถิด"

     "ขอบพระทัยฝ่าบาท" แพทย์หลวงกล่าวแก่องค์เหนือหัวด้วยสีหน้าโล่งอก ขณะถอนหายใจเสียงเบา และกลับจวนของตนไป

     "พวกเจ้ากลับไปทำหน้าที่ของตน" ไท่หงกุนเอ่ยเสียงเรียบ ขณะนั่งลงข้างเตียง

     "พ่ะย่ะค่ะ/เพคะ" เหล่านางกำนัลและขันทีขานรับ ขณะแยกย้ายกันไป...

     เมื่อทุนคนออกไปจนหมด ไท่หงกุนก็กลับมามองดูร่างบางอีกครั้ง เมื่อแน่ใจว่านางจะมิมีอาการอันใดอีกแล้ว จึงขึ้นเตียงและนอนกอดร่างบางจนหลับไป










     หยูเฟิงเค่อลืมตาขึ้นช้าๆ ขณะขยี้ตาเบาๆ เธอค่อยๆลุกขึ้นช้าๆ และพึ่งจะสังเกตว่าที่เอวของตน มีมือหนาโอบไว้หลวมๆ

     "ฝ่าบาท?" เฟิงเค่อเอ่ยเสียงแผ่วเบา เธอค่อยๆหยัดกายขึ้น และจ้องมองผู้เป็นสวามีสักพัก..

     "เจ้าคิดว่าเจิ้นจะขัดเขินดีหรือไม่?" ไท่หงกุนเอ่ยขึ้นขณะยกมือของตนขึ้นมากดท้ายทอยของร่างบาง จนริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสดของนาง เฉียดกับริมฝีปากของเขา

     "ฝ่าบาท!" เฟิงเค่อเกร็งร่างกายโดยอัตโนมัติ เมื่อเจอการเกี้ยวชวนใจอ่อนยวบอย่างนี้

     "หายงอนเจิ้นรึยัง"

     "หม่อมฉันงอนฝ่าบาทหรือเพคะ?" เฟิงเค่อเอ่ยขึ้นอย่างแปลกใจ จนเริ่มนึกถึงเรื่องราวคืนก่อนได้ ใบหน้าที่แต้มรอยยิ้มอ่อนๆจึงเปลี่ยนเป็นฮึดฮัดในทันที

     "เจิ้นขอโทษที่ดูแลเจ้าไม่ดีฮองเฮา มันจะไม่มีครั้งต่อไปแล้ว เจิ้นสัญญา" ไท่หงกุนเอ่ยอย่างลื่นไหลดั่งท่องมาแล้วร้อยรอบ ก่อนจะยกนิ้วก้อยของตนขึ้นมาตรงหน้าร่างบาง

     เฟิงเค่อปรายตามองน้อยๆ ใบหน้างามยังคงหันไปทางอื่น แต่เธอก็ยกนิ้วก้อยของตนขึ้นมาเกี่ยวกับนิ้วก้อยสวามีอย่างว่าง่าย ใบหน้าประดับรอยยิ้มเขินอาย

     "ส่วนตอนที่เจ้าเห็นว่าเจิ้นมองนางรำ จริงๆแล้วเจิ้นก็แค่มองท่าทีเหล่าขุนนางเพียงเท่านั้น"

     "งั้นก็หายเป็นปลิดทิ้งแล้วเพคะ นี่ก็น่าจะสายแล้ว หม่อมฉันขอกลับไปอยู่ตำหนักเป็นเพื่อนน้องสาวก่อนนะเพคะ" เฟิวเค่อร่ายคำยาว ขณะยิ้มออดอ้อนใส่ผู้เป็นสวามี

     "อืม.." ไท่หงกุนพนักหน้ารับ

     "ทูลลาเพคะ" เฟิงเค่อเอ่ย ขณะถดกายออกไปจากตำหนักบรรทม










     "ถวายบังคมฮองเฮาเพคะ" เหล่านางกำนัลประจำตำหนักส่วนพระองค์เอ่ยทำพร้อมยอบกายทำความเคารพหญิงผู้เป็นใหญ่ในวังหลังอย่างนอบน้อม

     "อืม" เฟิงเค่อพยักหน้ารับและยิ้มน้อยๆให้เหล่านางกำนัลหลวง ขณะเดินอาดๆกลับตำหนักของตนอย่างมิรีบร้อนนัก...















     ห้องบรรทม ตำหนักโหลวเฟิง ยามเฉิน [ 07:00 - 08:59น. ]
     เมื่อมาถึงห้องบรรทมตำหนักตน เฟิงเค่อแทบจะลมจับอยู่รอมร่อ ตำหนักเธอกับอีตาฮ่องเต้ไกลกันลิบจนน่ากลัว เธอค่อยๆอ้าปากหาวน้อยๆ ก่อนที่จะเปิดประตูห้องนอนของตน

     "ฮาย~~ น้องสาวว" เฟิงเค่อเอ่ยทักเสียงระรื่น ขณะวิ่งเข้าไปกอดน้องสาวของเธอ ที่ยังคงทำหน้าเหลอหลาอยู่บนเก้าอี้

     "ตื่นสายเนาะ ตกลงเป็นไรคะเมื่อวาน?" หยูเฮยอวี้เอ่ยทัก ขณะดึงผู้เป็นพี่มานั่งลงข้างๆ

     "เป็นลมเฉยๆว่ะ แกกินไรยัง" เฟิงเค่อเอ่ยตอบเสียงห้วน ขณะมองไปรอบๆห้องนอนของตน

     "กินนานแล้วเจ้"

     "เฟินเอ๋อร์ ฝูเอ๋อร์ พวกเจ้าไปเตรียมสำรับอ่อนมาให้ข้าที" เมื่อได้รับคำตอบจากน้องสาว เฟิงเค่อจึงหันไปสั่งคำสั่งต่อนางกำนัลคนสนิท

     "เพคะ" สองพี่น้องสกุลฮุ่ยเอ่ยรับ ขณะปราดออกไปจากห้องบรรทม

     เมื่อไม่มีใครอยู่แล้ว สองพี่น้องสกุลหยูจึงคุยสัพเพเหระไปเรื่อยเปื่อยขณะรอสำรับไปพลางๆ

     ไม่นานเท่าใดนัก สองพี่น้องสกุลฮุ่ยจึงเดินเข้ามาในห้องบรรทม ฮุ่ยเฟินถือถาดโจ๊กปลาหนึ่งถ้วยและน้ำเปล่าหนึ่งแก้ว ส่วนฮุ่ยฝูถือถาดชุดน้ำชาเข้ามา พวกนางวางไว้ที่โต๊ะใกล้ๆเตียง และถดกายไปอยู่ข้างประตูอย่างสงบ

     เฟิงเค่อเมื่อได้กลิ่นโจ๊กจึงค่อยๆละตัวจากน้องสาวและเริ่มละเลียดทานโจ๊กจนเกลี้ยง เมื่อทานเสร็จ จึงเรียกน้องสาวของตนมาดื่มชาด้วย

     เฟิงเค่อหยิบชาขึ้นมาระดับริมฝีปาก ขณะเป่าควันของชาเบาๆ และจิบเล็กน้อย

     "เรื่องพิษเป็นอย่างไรบ้าง" เฟิงเค่อเอ่ยถามเสียงเย็น ด้านเฮยอวี้เมื่อได้ยินเรื่องราวที่ได้ยินได้เห็นงูๆปลาๆ จึงเงี่ยหูฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ

     "เหล่าองครักษ์หลวงคาดว่ามาจากปิ่นประดับเพคะ" ฮุ่ยเฟินเอ่ยตอบ

     "อืม.. ยี่ไฉเหรินมีอาการตอนต้องพิษอย่างไร ตอนนี้นางเป็นอย่างไรบ้างแล้ว"

     "นางฟื้นแล้วเพคะ ในตอนที่นางได้รับพิษมีอาการกระตุกเกร็งและสลบไปเพคะ" ฮุ่ยฝูเอ่ย

     "ปัจจุบันยี่ไฉเหรินฟื้นแล้วเพคะ แต่ยังคงมีการ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียนและเลือดกำเดาไหลเป็นพักๆเพคะ"

     "..." เฟิงเค่อเงียบไปขณะจมดิ่งกับภวังค์ของตน ถ้าเช่นนั้นก็คงจะต้องพิษที่ไม่ถึงกับเอาชีวิต แต่เป็นพิษที่อยู่ไม่สู้ตายสินะ..

     "ฮองเฮาเพคะ เมื่อสักครู่ท่านเหวินกงกงแจ้งมาว่าฝ่าบาทมีพระราชดำริ ให้พระนางและคุณหนูเฮยอวี้ดื่มชาที่อุทยานหลวงด้วยเพคะ" นางกำนัลน้อยประจำตำหนักเอ่ยขึ้นหลังประตู ขณะนิ่งเงียบรอผู้เป็นนายตอบกลับ

     "บอกท่านเหวินกงกงว่าให้ฝ่าบาทรอสักประเดี๋ยว" เฟิงเค่อเอ่ยตอบ ขณะเริ่มหยัดกายขึ้น เพื่อเตรียมชำระกาย

     "ไปเตรียมน้ำมาให้ข้า"

     "เพคะ" สองพี่น้องสกุลฮุ่ยเอ่ยรับ ขณะยอบกายลงเล็กน้อยและปราดออกไปจากตำหนัก พร้อมกับถาดสำรับ



     อุทยานหลวง

     เฟิงเค่อเดินเคียงมากับน้องสาวตน ขณะพูดคุยหยอกล้อกัน เป็นภาพที่ชวนอบอุ่นหัวใจเสียจริง.. จนมาถึงอุทยานหลวงพวกเธอจึงสงบเสงี่ยมขึ้นมาบ้าง เล็กน้อย

     เมื่อเห็นผู้เป็นสวามีในฉลองพระองค์เรียบง่ายเหมือนคุณชายผู้หนึ่งเท่านั้นจึงเลิกคิ้วเล็กน้อย และเตรียมยอยกายทำความเคารพ

     "พวกเจ้าทั้งสองมิต้องมากพิธี" ไท่หงกุนเอ่ยขึ้น ขณะมองดูฮองเฮาและน้องสาว

     "ขอบพระทัยฝ่าบาท" สองพี่น้องสกุลหยูเอ่ยรับพร้อมกัน

     "นั่งลงเถิด" ไท่หงกุนเอ่ยขึ้น ขณะนั่งลงที่เก้าอี้

     "ขอบพระทัยฝ่าบาท" เมื่อเอ่ยจบ สองพี่น้องสกุลหยูเอ่ยขึ้นพร้อมกัน และนั่งลงพร้อมๆกัน ก่อนจะยักคิ้วเหล่ตาให้กันน้อยๆ พลางระเบิดเสียงหัวเราะสดใส

     ไท่หงกุนแอบมองสองพี่น้องหยอกล้อกันอย่างสนิทสนมด้วยความอิจฉาเล็กน้อย ผู้ที่ตัวเขาสามารถหยอกล้อได้บ้าง คงมีแต่เฉียงเหอกระมัง

     "เจ้าช่างอารมณ์หลากหลายยิ่ง ฮองเฮา" ไท่หงกุนเอ่ยหยอกล้อผู้เป็นฮองเฮา ขณะเผยรอยยิ้ทน้อยๆ

     "เหมือนคนท้องเลยเนอะ พี่เขย" เฮยอวี้เอ่ยขึ้นบ้าง

     "เจ้าว่า พี่สาวเจ้าเหมือนคนมีครรภ์หรือ?" ไท่หงกุนตรัสขึ้นอย่างฉงน

     "ก็แค่คล้ายๆนั้นแหละเพคะ.... เจ้!! เลือด!!!" เฮยอวี้เอ่ยทักเสียงดังขณะชี้ไปที่กระโปรงที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดของผู้เป็นพี่

     ไท่หงกุนที่ได้ยินดังนั้น ก็แทบจะปราดเข้าไปอุ้มร่างบางในทันทีทันใด แต่ก็ถูกยั้งไว้ก่อน

     "เดี๋ยว" เฟิงเค่อเอ่ย พร้อมกับยกมือห้ามผู้เป็นสวามี เธอก้มลงมองเลือดที่น้องสาวตนว่า ในยามนี้เธอใส่ชุดสีขาวสว่างจึงสังเกตง่ายมากๆ เธอจึงพนักหน้าน้อยๆ

     "หม่อมฉันรู้แล้วว่าหม่อมฉันเป็นอะไร" 

     "อะไรงั้นรึ" ไท่หงกุนเอ่ยขึ้น ขณะมองร่างบางอย่างหวาดหวั่น กลัวว่านางจะลมจับ

     "หม่อมฉันระดูมาเพคะ ขอตัวไปเปลี่ยนอาภรณ์สักประเดี๋ยวนะเพคะ"

     "... อืม...." ไท่หงกุนที่ได้รับรู้ความ ก็หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกไปครู่ใหญ่..

     "หยก เมนส์มา เดี๋ยวฉันมานะเว้ย"

     "อ่า.. อืม เข้าใจแล้วค่ะ" เฮยอวี้พยักหน้ารับ ด้วยความรู้สึกชาไปทั้งหน้า

     เฟิงเค่อเห็นอาการทั้งสองจึงยิ้มแห้งๆ ขณะปราดไปหานางกำนัลประจำตนที่คอยอยู่ที่หลังอุทยาน
...
     "ฮองเฮาทรง...." สองพี่น้องสกุลฮุ่ยเอ่ยทักผู้เป็นนายด้วยความตกอกตกใจ เมื่อมองเห็นเลือดสีแดงฉาน

     "เราระดูมา พาเราไปเปลี่ยนอาภรณ์ที" เฟิงเค่อเอ่ยเสียงเบาหวิว สองพี่น้องสกุลฮุ่ยที่ได้รู้ความ จึงพยักหน้ารับด้วยสีหน้าโล่งใจ

     "ไปกันเถอะ"

     "เพคะ"
__________
เหมือนกำลังดูหนังกำลังสนุก แล้วเจอจุดพีกที่โครตพีก55555
สรุปปปปปป
ลมหนาวเมนส์มาาาาา นาจา
ขอบคุณทุกวิวทุกยอดติดตามและคอมเม้นท์
รักนะครับ<3
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #115 BabyPumpkin (@sarnfarn) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มีนาคม 2560 / 22:47
    มาอัพต่อเร้วววว ค้างงง สนุกมากมายย
    #115
    0
  2. #114 Nua Pccpl (@tanasinee26) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 22:25
    -เราก้นึกว่าตอนล้มแล้วสะเทือนแพทย์เลยตรวจไม่เจอ -0- ตกอกตกใจหมดไรท์อ่ะ รอจ้า อ่านรวดเดียวจบ เราชอบมากๆ แต่งดีๆ เป็นกำลังใจให้อัพต่อ??
    #114
    0
  3. #113 emtida (@emtida) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 18:13
    รอคร้า
    #113
    0
  4. #112 BTNEKO2545 (@BTNEKO2545) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:27
    รอออ!!!
    #112
    0
  5. #103 Sarun Yok (@yokandmom) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 12:47
    ฮ่าๆๆๆๆๆๆ ขำมาก นึกว่าท้อง ที่แท้มนุษย์เมนส์ ถถถถ
    #103
    0
  6. #102 PIASIM (@piasimcafe30236) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 09:38
    ขอบคุณค่ะ รอต่อตามอยู่ค่ะ
    #102
    0
  7. #101 ติ่งนิยาย (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 06:12
    555 แหม! นึกว่าท้อง หงุดหงิดเมนส์มานั่นเอง
    #101
    0
  8. #100 pt_deda (@pt_deda) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 06:07
    เมนส์มาเลยอารมณ์แปรปรวนสินะ
    #100
    0
  9. #99 risuki666 (@risuki666) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 01:50
    โอ้ยยยย พีคเลย 555 นี่สินะสาเหตุของอารมณ์แปรปรวน
    #99
    0
  10. #98 NookMeow (@Puntachart) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 01:01
    แฮะๆ เมนส์มา
    #98
    0