[ Fic Harry Potter ] Arbitrary Revolution

ตอนที่ 34 : CHAPTER 33 : กุหลาบสีดำ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 423
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 72 ครั้ง
    19 พ.ย. 62

 

 

WHITE

 

 

 

ฉันป้องปากหาวระหว่างเดินทางกลับหอสลิธีริน ขนาบข้างมีพี่ชายและบรรดาเพื่อนของเขาที่ช่วงนี้มักจะชอบไปไหนมาไหนกับฉันตลอด ทำอย่างกับเป็นเด็กสาวขวบไปได้

แต่พอเข้าไปถึงเท่านั้นแหละ ก็แทบอยากจะออกไปนอนหอดูดาวให้รู้แล้วรู้รอด มัลฟอยกับกรีนกราสคนพี่กำลังนั่งอยู่ด้วยกัน

สวีทกันจริงไรจริง

 

หมั่นไส้

 

 

“อ้าว! สวัสดีไพรม์” ยังมีหน้ามาเรียกฉันอีก สีหน้านางดูเหมือนจะสะใจที่สามารถเอาชนะคนอย่างฉันได้

 

ฉันป้องปากหาวทำเป็นไม่สนใจ ก่อนจะมีเสียงเอ่ยทักจากเด็กสลิธีรินที่ดูแล้วน่าจะปีหนึ่ง

“รุ่นพี่คะ มีคนฝากไอ้นี่มาให้” เด็กคนนั้นว่าแล้วยื่นกระดาษมาให้ ตามมาด้วยการมุงดูของพี่ชายและเหล่าเพื่อนพี่ชายด้วยสีหน้าอยากรู้อยากเห็นเป็นที่สุด

เกรงใจภาพลักษณ์กันหน่อย

“ใครอ่ะ” ออสตินเอ่ยก่อนจะแย่งมันไปอ่าน “ผมแอบชอบคุณมานานแล้วครับ อยากให้คุณได้รับรู้ถึงความรู้สึกของผมเอาไว้ ผมชอบคุณนะครับ”

“โรแมนติกว่ะ” อันนี้เป็นเจคอป

“จากใครวะ” ตามด้วยพี่ชายฉันเอง ก่อนจะกระชากจากมือออสตินไปดูแล้วยกยิ้ม 

“เค้าไม่บอกชื่ออ่ะ แต่ให้นามปากกาไว้ว่าบ้านฮัฟเฟิลพัฟ” เป็นออสตินที่ตอบ “หวานจนเลี่ยนว่ะ”

 

 

ฉันส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะดึงออกมาจากมือของพี่ชายแล้วเดินขึ้นห้อง เมื่อเข้ามาแล้วก็ยกมันขึ้นอ่านพร้อมหัวเราะเบา ๆ

มโนเก่งกันจริงแต่ละคน

 

‘อย่าตกใจ พวกฉันวางแผนไว้หมดแล้ว

                                 ออสติน & เจคอป’

 

จะบ้าตายกับพี่พวกนี้จริง ๆ แต่พอนึกถึงหน้าแม่กรีนกราสคนพี่ที่เหวอจนไปไม่เป็นแล้วมันก็น่าขำแล้วก็สะใจมาก ๆ ด้วย 

อยากทำอะไรก็ทำเลยพี่ ๆ แคลร์รอดูอยู่      

 

 

 

 

เช้าวันต่อมา ฉันตื่นนอนมาก่อนที่ดวงอาทิตย์จะขึ้นเสียอีก จัดการยัดของที่ต้องใช้ในการเรียนใส่กระเป๋า แวะห้องครัวขอขนมรองท้องจากเอลฟ์ประจำบ้านแล้วมุ่งหน้าไปยังทะเลสาบ เหตุผลก็ไม่ใช่อะไรมาก หนีจากคนที่ไม่อยากเห็นหน้ามากที่สุด 

กลัวตัวเองจะเผลอไปร่ายคำสาปพิฆาตใส่ยัยกรีนกราสมากกว่า

 

ไม่สิ! คนแบบนั้นต้องคำสาปกรีดแทงถึงจะสะใจ

 

ฉันป้องปากหาว ยืดเส้นยืดสายเล็กน้อยพลางมองไปที่ท้องทะเลเหมือนกับใช้ความคิด ทั้งที่จริง ๆ แล้วไม่ได้คิดอะไรเลย

“ไม่ยักรู้ว่าเราเป็นพวกชอบมาที่นี่ตอนเช้า ๆ ” เสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลัง พอหันไปมองปรากฏว่าเป็นพี่เซดริก เขากำลังยืนพิกต้นไม้มองฉันด้วยสายตาเอ็นดู

“แคลร์ก็ไม่ยักรู้ว่าพี่จะเป็นคนตื่นเช้า” ฉันแซะกลับเบา ๆ อย่างไม่จริงจังมากนัก ซึ่งเจ้าตัวก็หัวเราะเล็กน้อยก่อนจะเดินมานั่งข้าง ๆ

“มีเรื่องเครียดล่ะสิ” เขาถาม

“เปล่า”

“เดี๋ยวนี้ความสามารถในการโกหกลดลงไปเยอะเลยนะ” พี่เซดริกว่า ส่วนฉันชักสีหน้าเล็กน้อย เหมือนโดนหลอกด่ายังไงไม่รู้ “เธอน่ะร่าเริงน้อยลงนะ”

“ยังไงอ่ะ”

“ก็...ชอบทำหน้านิ่งแทบจะตลอดเวลา เหมือนมีเรื่องหนัก ๆ แบกเอาไว้ในใจน่ะ จะพูดยังไงดี” เขาเกาหัวด้วยความมึนกับการเรียบเรียงประโยคไม่ถูก

“งั้นพี่ก็เครียดอยู่ใช่มั้ยล่ะ” ฉันยกยิ้มเล็กน้อย “เพราะแววตาพี่มันโคตรจะเศร้าเลยรู้มั้ย”

“เฮ้อ! ปิดไม่ได้สินะ” คนตัวสูงหัวเราะอย่างไร้ความรู้สึกสนุก “ฉันกับลิซ่าทะเลาะกันน่ะ”

 

ฉันหันมองอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน ลิซ่าเป็นคนที่โคตรจะร่าเริง ตรงไปตรงมา และไม่ค่อยเรื่องมาก กับพี่เซดริกที่โคตรจะเรียบง่าย มีเหตุผล และตามใจทุกอย่างเนี่ยนะ เอาอะไรมาทะเลาะกันหว่า

ตอนนี้สายตาฉันคงประมาณว่าอยากเสือกแบบสุด ๆ

 

“ก็...ฉันอยากลงแข่งไตรภาคี” คนตัวสูงเริ่มเล่า “แต่ดูเหมือนว่าลิซ่าจะไม่เห็นด้วย เขาบอกว่ามันอันตรายและกลัวฉันจะเป็นอะไรไป อันที่จริงฉันก็บอกไปแล้วว่าดูแลตัวเองได้ แต่เหมือนเจ้าตัวจะไม่ฟังนะ”

 

เข้าใจนะ เพราะคนที่นั่งอยู่เฉย ๆ แล้วปล่อยคนรักออกไปเสี่ยงอันตรายมันทรมาน 

 

“แล้วพี่จะเอาไงต่ออ่ะ”

“ฉันอยากลงแข่งนะ เพราะพ่อฉันก็อยากให้ลงด้วย คงต้องไปคุยกับลิซ่าอีกที” พี่เซดริกว่าพลางมองไปยังทะเลสาบ “แล้วเราอ่ะ บอกได้หรือเปล่าว่ามีเรื่องเครียดอะไร”

“ก็หลาย ๆ เรื่องค่ะ”

“ใช่เรื่องมังกรเผือกตัวนั้นหรือเปล่า” สิ้นคำพูดเท่านั้นแหละ หน้าฉันก็เรียบตึงโดยฉับพลัน “ใช่สินะ”

“...”

“นี่! รู้มั้ยเรื่องบางเรื่องมันซับซ้อนกว่าที่เราคิดนะ”

“...”

“บางที...สิ่งที่เห็นหรือสิ่งที่ได้ยินมา มันอาจจะไม่ใช่ความจริงทั้งหมดก็ได้”

“...”

 

 

 

ไม่อยากจะเชื่อว่าคำพูดเพียงสองประโยคของพี่เซดริกทำเอาฉันเหม่อไปตลอดเวลา ทั้งตอนกินข้าวหรือเดินไปเรียน เหม่อถึงขนาดที่ว่าชนใครไปไม่รู้สิบคนเห็นจะได้ ทั้งโรงเรียนเราและโรงเรียนคนอื่น

หรือแม้แต่ตอนนี้ที่เป็นเวลาเรียนก็เช่นกัน

 

คาบนี้เป็นวิชาการป้องกันตัวจากศาสตร์มืดที่สอนโดยศาสตราจารย์มู้ดดี้ ผู้ซึ่งเป็นมือปราบมารที่ผันตัวมาเป็นคุณครู 

 

โคตรจะสังหรณ์ใจแปลก ๆ เลย

 

อ้อ! แล้ววิชานี้ก็ยังคงเรียนคู่กับกริฟฟินดอร์เช่นเคย จนบางทีก็อยากจะอยู่กับฮัฟเฟิลพัฟหรือเรเวนคลอบ้าง ฉันนี่เกือบจะลืมหน้าลิซ่ากับเซเลน่าแล้วถ้าไม่ได้เจอกันตอนกินข้าว

 

“อลาสเตอร์ มู้ดดี้ อดีตมือปราบมารมู้ดดี้” ศาสตราจารย์คนใหม่แนะนำตัวแล้วเขียนชื่อตัวเองบนกระดานดำ “ตัวปัญหาของกระทรวง เป็นอาจารย์สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืด”

“...”

“ฉันมาที่นี่เพราะดัมเบิลดอร์ขอร้อง จบเรื่องแค่นั้น ลาก่อน จบกัน!”

 

เออ ง่ายดีแฮะ

เป็นการแนะนำตัวที่ฮาร์ดคอร์ดี

 

“มีคำถามมั้ย”

“...” กริบ...

ไม่ใช่ว่าทุกคนไม่มีคำถามแต่ไม่มีใครกล้าถามมากกว่า แหม! เล่นกล่ปราศรัยซะเป็นมิตรขนาดนี้

พอเขาเห็นว่านักเรียนเงียบก็เริ่มเข้าสู่บทเรียนทันที

 

“พูดถึงเรื่องของศาสตร์มืด ฉันเชื่อในเรื่องการฝึกจากของจริง” เอาแล้ว ประโยคที่แฝงความนัยเอาไว้ เน้นคำว่าการฝึกจากของจริงไว้ให้ดี “ก่อนอื่นใครจะบอกฉันได้ก่อนว่ามีคำสาปที่มีโทษผิดร้ายแรงกี่ชนิด”

“สามค่ะ” เกรนเจอร์ตอบ

“แล้วมีชื่อว่าอะไรบ้าง” ศาสตตราจารย์ว่าก่อนจะหมุนตัวไปเขียนกระดาน

“เนื่องจากเป็นคำสาปโทษผิดร้ายแรงการใช้คำสาปใดคำสาปหนึ่งจะ...”

“ทำให้เธอได้ตั๋วเที่ยวเดียวไปอัซคาบัน จริงมั้ย” 

“...” เงียบกริบ 

 

พูดเหมือนฝังใจเจ็บกับที่นั่น

เอ๊ะ!

 

“เอาล่ะทางกระทรวงบอกว่าพวกเธอยังไม่โตพอที่จะรับมือกับคำสาปแต่ฉันคิดอีกอย่างหนึ่ง” ตามด้วยการตบโต๊ะเบา ๆ ที่สะเทือนกันทั่วหน้า “เธอควรจะรู้ว่าสู้กับอะไร เธอจะต้องเตรียมตัว เธอควรจะรู้ว่าจะเอาหมากฝรั่งที่เคี้ยวแล้วไปไว้ที่ไหนนอกจากข้างใต้โต๊ะ คุณฟินิกัน!”

แล้วสายตาทั้งหน้าก็มองไปที่หมอนั่นคนเดียว “ไม่นะ ตาแก่นั่นไม่มีทางมองได้จากข้างงหลังหรอก...” ยังไม่ทันจะจบประโยคแท่งชอร์กก็ลอยมาหาซะก่อน นี่ถ้าหลบไม่ทันนะมีหวังเจ็บตัวแน่

“และฉันก็ได้ยินข้ามห้องด้วย” ปิดท้ายแบบสวย ๆ 

 

คาบนี้นี่ระทึกจังเลย

 

“เอาล่ะ เราจะดูคำสาปไหนก่อนดี วีสลีย์!”

“ครับ!” อยากถ่ายรูปหมอนี่ตอนขานรับจัง ตลกสุด ๆ

“ยืนขึ้น! บอกมาหนึ่งคำสาปซิ”

“เอ่อ...พ...พ่อผม พ่อผมเคยบอกไว้ชื่อหนึ่ง ค่ะ...คำสาปสะกดใจ” วีสลีย์ตอบอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ไม่เห็นจะเหมือนกับตอนปากเสียเลย

“อ๋อ ใช่ พ่อของเธอจะต้องรู้จักดี เขาเคยทำให้กระทรวงวุ่นวายอยู่พักหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน บางทีนี่อาจจะบอกเธอได้” กล่าวจบมู้ดดี้ก็เดินไปหยิบแมงมุมในโถแก้ว ยังจำที่เน้นได้มั้ย ‘ฉันเชื่อจากการฝึกจากของจริง’

 

บันเทิงล่ะงานนี้

 

“เอ็นกอร์จิโอ อิมเปริโอ” เขาร่ายคาถาขยายขนาด ตามด้วยคำสาปสะกดใจ จากนั้นก็ลากแมงมุมให้ลอยไปหานักเรียนคนนู้นที คนนี้ที ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเหล่านักเรียน มีอยู่ครั้งหนึ่งไปตกอยู่บนหน้าเดรโก ซึ่งเจ้ามังกรเผือกแทบจะกรี๊ดออกมาแต่ลุคคุณชายมันค้ำคออยู่

 

ตลกตาย

ใครจะชอบการถูกควบคุมบ้าง

 

ฉันป้องปากหาวนั่งเท้าค้างมองเหตุการณ์ต่าง ๆ ในห้องเรียน พอดีนั่งอยู่คนเดียวมุมสุดหลังห้อง ก็เลยเห็นทุกอย่าง

 

“เก่งกาจดีว่ามั้ย” ศาสตราจารย์ว่า “จะให้มันทำอะไรต่อดี กระโดดออกหน้าต่าง” แล้วก็ใช้ไม้กายสิทธิ์ลากมันไปชนกระจกหน้าต่าง “หรือโดดน้ำตาย” ก่อนจะลากมันไว้ตรงอ่างน้ำ 

แน่นอนบรรยากาศอันสนุกสนานเมื่อกี้แทบหายไปในพริบตา

 

“พ่อมดแม่มดจำนวนหนึ่งเคยอ้างว่าพวกเขาทำตามคำสั่งของคุณที่คุณก็รู้ว่าใครภายใต้การควบคุมของคาถาสะกดใจนี้ นั่นแหละปัญหา จะรู้ได้อย่างไรว่าใครโกหกใคร”

 

ยินดีต้อนรับสู่คำสาปที่สอง

 

“ลองบัตท่อมใช่มั้ย” เด็กชายผู้ที่เคยตกไม้กวาดตอนปีหนึ่ง ถูกเสียงของแมนเดรกจนสลบเมื่อปีสอง ถูกหนังสือวิชาสัตว์วิเศษขย้ำเมื่อตอนปีสาม ตอนนี้กำลังจะถูกเชือดในปีสี่

“...”

“ศาสตราจารย์สเปราต์บอกว่าเธอเก่งในวิชาสมุนไพร” แล้วเกี่ยวอะไรกับวิชานี้คะ

“ม่ะ...มันคือ...คำสาปกรีดแทง” เขาตอบเสียงเบา สงสัยคงไปสะกิดปมในใจอะไรบางอย่างเข้าล่ะมั้ง

“อ้า! ถูกต้อง! ถูกต้อง! มา ๆ เป็นคำสาปที่ร้ายมาก” เขาเรียกลองบัตท่อมไปใกล้ ๆ ก่อนจะเอาเจ้าแมงมุมออกมาอีกครั้ง

“คำสาปกรีดแทง ครูซิโอ” ตามด้วยเสียงกรีดร้องเล็ก ๆ ของแมงมุม แต่ไม่ใช่ส่วนนั้นที่ต้องโฟกัส

 

เหมือนศาสตราจารย์คนนี้พยายามจะขยี้ปมในใจอะไรซักอย่างของลองบัตท่อม ทั้งการบังคับตอบ บังคับให้มองแมงมุมที่กำลังกรีดร้องเพราะคำสาปนั่น

มันไม่ใช่จรรยาบรรณของอาจารย์เลย

 

“หยุดนะ! ไม่เห็นหรอว่าทำให้เขากลัว พอที!” เกรนเจอร์ตะโกนปกป้อง แต่ก็นั่นแหละ หมอนั่นกลัวจริง ๆ นั่นแหละ

 

ศาสตราจารย์จอมฉกาจยังไม่หยุดแค่นั่น เขาพาแมงมุมตัวนั้นไปวางด้านหน้าเกรนเจอร์ “บางทีเธออาจจะบอกเราได้อีกหนึ่งคำสาปโทษผิดร้ายแรงคุณเกรนเจอร์” เธอส่ายหน้าเหมือนกับจะรู้ชะตากรรมตรงหน้า 

“...”

“ไม่หรอ อะวาดา เคดาฟรา” ลำแสงสีเขียวพุ่งตรงไปยังเจ้าแมงมุมนั่นก่อนจะแน่นิ่งไปท่ามกลางความเงียบของคนในห้อง “คำสาปพิฆาต มีเพียงคนเดียวที่รอดตายจากคำสาปนี้และเค้าก็อยู่ในห้องนี้” ก่อนจะเดินไปตรงหน้าพอตเตอร์แล้วหยิบน้ำอะไรซักอย่างขึ้นดื่ม

โอเควิชานี้บันเทิงจริง ๆ 

 

 

หลังจากนี้เขาก็ให้นักเรียนเขียนรายงานเกี่ยวกับคำสาปโทษผิดร้ายแรงมาส่งตอนท้ายคาบ ซึ่งห้องเรียนในตอนนี้เรียกได้ว่าสุสานขนาดย่อม ๆ ก็ไม่ผิด 

 

เพิ่งผ่านเรื่องสยองกันมานี่เนอะ

 

“คุณไพรม์สินะ” ศาสตราจารย์เอ่ยขณะที่กำลังดูรายงานของฉัน “แคลอรีน ไพรม์”

“ค่ะ” รู้ค่ะ ไม่ต้องย้ำมาก

“มีคนฝากความคิดถึงถึงคุณกับพี่ชาย”

“...” เกิดอาการเงียบชั่วขณะ ฉันไม่ตอบอะไรกลับไป ทำเพียงแค่เก็บของแล้วเดินออกจากห้อง สมองยังไม่ทันจะประมวลผลใด ๆ ทั้งนั้น

 

 

สำหรับคาบพักกลางวันวันนี้ฉันไม่ได้ไปสถิตอยู่ที่โต๊ะฮัฟเฟิลพัฟกับพี่เซดริกหรือโต๊ะเรเวนคลอกับพวกลิซ่า แต่มาสิงอยู่กับพวกพี่ชายแทน

“ยิ่งอยู่ยิ่งไม่มีเพื่อนคบนะเธอนี่”

“แรงอ่ะ” ฉันหันไปตอบพี่ชายตัวเองก่อนจะนั่งลง “เออ! ศาสตราจารย์อลาสเตอร์ มู้ดดี้บอกว่ามีคนฝากความคิดถึงมาให้”

“...” ทั้งกลุ่มหันมามองอย่างพร้อมเพรียง สีหน้านี่แสดงถึงการไม่เชื่อหูตัวเองเป็นอย่างมาก

“รอพวกพี่เรียนกับเขาก่อนแล้วจะรู้เอง” ฉันว่า “ทำนักเรียนจิตตกกันเป็นแถว” ก่อนจะหยิบไก่ทอดมาไว้ในจาน

 

แต่ยังไม่ทันจะกินก็มีคนมาสะกิดไหล่ซะก่อน เป็นนักเรียนจากเดิร์มสแตรงก์ ร่างใหญ่หน้าหล่อ เขาเกาแก้มแก้เขิน ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามาทำไม

 

ตัดภาพไปที่คริสโตเฟอร์ที่เงียบไปแล้วทำเพียงแค่ส่งไอเย็น ๆ มาให้

 

“พี่ชื่อเอลวิส เรด น้องชื่อแคลอรีน ไพรม์ใช่ปะ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” เขาว่าพร้อมยื่นมือมา แต่เจ้าพี่ชายมันดันจับมือเขาแทน

“ครับ ยินดีที่ได้รู้จัก”

แทนที่รุ่นพี่ต่างโรงเรียนจะหน้าเสียแต่เขากลับยิ้มกว้าง “ยินดีที่ได้รู้จักครับ พี่ของน้องแคลอรีน ผมจะจีบน้องเขานะครับ”

“ไม่อนุญาตครับ”

“ก็แค่บอกให้รับรู้เฉย ๆ ครับ ไม่ได้ขออนุญาต” ภายใต้รอยยิ้มของทั้งคู่นี้มีสงครามซ่อนอยู่ “พี่ไปก่อนนะครับน้องแคลอรีน วันนี้มาทำความรู้จักเฉย ๆ” เขายิ้มหวานหนึ่งทีก่อนจะเดินออกไป ท่ามกลางเสียงโห่ชอบใจจากบรรดาเพื่อนพี่ชาย

 

แหงล่ะ เพิ่งจะเคยเห็นคนที่กล้าต่อปากต่อคำกับคริสโตเฟอร์

 

แถมยังชนะด้วย

 

“ไอ้แคลร์คนนี้ฉันอนุมัติ ลืมไอ้มังกรหน้าโง่นั่นไปซะ” พี่ออสตินว่า ส่วนฉันทำได้แค่หัวเราะแห้ง ๆ ส่งไปให้

 

ใครหนอฝากความคิดถึงมา อิอิ

คนที่รีดเดอร์น่าจะรู้ว่าใคร

อ้อ! อย่าเพิ่งรุมพระเอกไรท์น้า เห็นใจนุ้งเดรโกหน่อย ปิ้ง ๆ

ขอบคุณที่ติดตามนิยายนะคะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 72 ครั้ง

176 ความคิดเห็น

  1. #139 Dark normol (@0908953549) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 18:23
    เอาให้กระอักเลือดตายไปเลย55555555
    #139
    0
  2. #138 AoiYukari (@AoiYukari) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 16:57
    รอออออค่ะะะะะะะ
    #138
    0
  3. #135 Killer-bova (@Killer-bova) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 19:20
    เดี๋ยวได้มีคนกระอักเลือดกันบ้าง 55
    #135
    0
  4. #134 Stellae_Star (@Lyra_Selwyn) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 18:25

    ควงหนุ่มบัลแกเรียไปเลยแคลร์ เอาให้เดรโกกระอักเลือดเลย
    ปล.เชียร์หนุ่มบัลแกเรียคนนี้นะคะ แถมมีเพื่อนพี่อนุมัติเสียด้วย
    #134
    0
  5. #133 anwapass (@AomKazuko) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 16:46
    ลุยเลยจ้าาาาา เดรกโกชิดซ้ายบ๊ายบาย
    #133
    0
  6. #132 Tangmo9933 (@Tangmo9933) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 15:16
    เพื่อนพี่อนุมัติก็เหมือนพี่อนุมัติเเหละ555555
    #132
    0
  7. #131 sehuno964 (@sehuno964) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 15:15
    ไม่เห็นใจเดรโกหรอกถ้าไม่รีบจัดการกับยัยนั่นก่อน ก็จะไม่สนแล้วควงหนุ่มบัลกาเรียไปเย้ยเลยน้อง
    #131
    0
  8. #130 montida2404 (@montida2404) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 15:15
    อนุมัติ​ ลืมมังกรเผือกไปสะไพรม์(เขียนถูกเนอะ)​
    #130
    0