[ Fic Harry Potter ] Arbitrary Revolution

ตอนที่ 17 : CHAPTER 16 : กุหลาบที่เหี่ยวเฉา 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 780
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 91 ครั้ง
    31 ส.ค. 62



' 어스름한 공원에

노래하는 이름모를 새

Where are you

Oh you '

-4 O'CLOCK_V BTS-



' ณ สวนสาธารณะที่มืดสลัว

นกไร้ชื่อกำลังบรรเลงบทเพลง

คุณอยู่ที่ไหนกันนะ

คุณคนนั้น '

-4 O'CLOCK_V BTS-





                คฤหาสน์สีขาวบริสุทธิ์ท่ามกลางทุ่งดอกไม้นานาพันธุ์ยังคงเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลงไป ตอนนี้ที่คฤหาสน์ไพรม์ดูวุ่นวายกว่าปกติเพราะกำลังจะมีงานใหญ่เกิดขึ้นที่นี่

                ใช่ งานแต่งตั้งผู้นำตระกูล


                ฉันผู้ซึ่งไม่ได้มีส่วนช่วยอะไรมากนัก เลยไปนั่งจิบชายามบ่ายอยู่มุมเดิมที่ทำอยู่ทุก ๆ วัน พร้อมกับหนังสือเล่มหนึ่งไว้อ่าน



                นี่ก็ปิดเทอมมาได้สองอาทิตย์แล้ว และยังคงเป็นช่วงพักผ่อนของฉันและพี่ชาย ก่อนจะกลับสู่โหมดทำตัวยุ่งเช่นเดิม ตอนนี้คุณอีธานหรือผู้รักษาการตระกูลอนุญาตให้ฉันดูแลกิจการของโลกมักเกิ้ลในส่วนของปารีสแล้ว หลังจากยื่นคำขอไปอยู่นาน ที่ทำไปก็เพื่อแบ่งเบาภาระของพี่ชายตัวเองที่แทบจะไม่ได้นอน


                เดือนหน้าจะเป็นช่วงศึกษาดูงานก่อน ส่วนเรื่องที่พวกนั้นจะมาบ้านฉันได้แจ้งลีโอและอีธานแล้ว ซึ่งเขาก็รับทราบและไม่ได้ว่าอะไร

                “นั่งตรงนี้ทุกวันไม่เบื่อบ้างหรอ” พี่ชายเธอเดินมานั่งที่ฝั่งตรงข้าม แล้วหยิบคุกกี้ยัดใส่ปาก ของน้องนะนั่น

                “ถ้าเบื่อแล้วจะมานั่งหรอคะ” ฉันยิ้มหวาน แล้วตอกกลับอย่างยอกย้อน

                “ปากเก่ง”

                “แน่นอน” ฉันตอบรับอย่างภูมิใจซึ่งเรียกสีหน้าหมั่นไส้จากพี่ชายตัวเองได้เป็นอย่างดี “ว่าแต่พี่เชื่อที่ริดเดิ้ลพูดมั้ย ที่ว่าเขาไม่ได้ฆ่าพ่อแม่เรา”

                “เชื่อ” เขาตอบเสียงเรียบ

                “งั้นก็งานหนักแล้วแหละ” ฉันตอบอย่างไม่ยี่หระ “แต่ตอนนั้นแสบมากนะ หลอกจอมมารว่าเดี๋ยวคนอื่นจะสงสัยแต่แท้จริงแล้วเพื่อช่วยชีวิตแม่หนูน้อยผมแดงนั่น” ฉันว่าแล้วหวนนึกถึงตอนที่อยู่ห้องแห่งความลับ

                ใช่ เพื่อรักษาชิวิตของจินนี่ วีสลีย์ และไม่เสียความไว้เนื้อเชื่อใจของจอมมาร พี่ชายเธอจึงยอมเสี่ยงโดยให้แผนนั้น แผนที่หลอกโวลเดอมอร์ว่าคริสไม่จัดการเขาจะทำให้ดัมเบิลดอร์และพวกคณะรัฐมนตรีสงสัย จากนั้นก็ค่อยลูบหลังโวลเดอมอร์โดยการส่งหนังสือเล่มหนึ่งไปให้


                หนังสือที่ว่าด้วยเรื่องการฟื้นคืนชีพ


                ความไว้ใจที่จอมมารมีต่อเราจึงเพิ่มขึ้นไปอีก


                “ก็เรามันสลิธีริน” คริสโตเฟอร์พูดอย่างน่าหมั่นไส้ แต่มันก็จริงของเขา ตระกูลเรามันสลิธีรินทั้งนั้น

                “ว่าแต่นายกับแม่หนูน้อยผมแดงนั่นเป็นยังไงบ้าง”

                “ไม่คืบหน้า แต่ฉันจะเริ่มรุกตอนเปิดเทอมหน้านี้แหละ” เขากล่าวอย่างมั่นใจ

                “ระวังหน่อยนะ เธอดันชอบพอตเตอร์ซะหมดใจแบบนั้น” ฉันว่าพร้อมหยิบชาขึ้นจิบเล็กน้อย “คงจะต้องใช้ความพยายามในการเปลี่ยนใจเธอหน่อย”

                “ใช่ แต่ถ้าไม่เข้าหาตอนนี้ ก็จะยิ่งยากเพราะหากพอตเตอร์หันมามองจินนี่เมื่อไหร่ เป็นอันว่าฉันแพ้”

                “อาห๊ะ แล้วมีแผนมั้ย”

                “ก็พอมีอยู่ บังเอิญฉันรู้จักกับเด็กเรเวนคลออยู่คนหนึ่ง อยู่ปีเดียวกับเธอด้วย ชื่อ เซเลน่า เคมส์เบรียล” คริสโตเฟอร์ยกยิ้มชั่วร้าย “เซเลน่าเธอเป็นคนเรียบร้อยมาก และชอบพอตเตอร์มากเช่นกัน”

                “นายอย่าบอกนะว่า...”

                “ใช่ ผู้หญิงจะใจบางที่สุดตอนเจ็บ” เขาพูดอย่างอารมณ์ดี “ฉันก็เลยคิดว่า ถ้าทำให้พอตเตอร์หันไปสนใจเด็กนั่นได้ จินนี่ก็จะเจ็บ ส่วนฉันก็จะเป็นเพื่อนผู้ให้คำปรึกษาที่ดี อยู่ด้วยเวลาเธอเศร้า คอยปลอบโยน โอบกอดเวลาเธอไม่มีใคร”

                “หืม” ฉันเลิกคิ้ว

                “อะไร แล้วก็ทำให้จินนี่รู้ว่ามีฉันคอยอยู่ข้าง ๆ จากนั้นก็บอกความในใจไป”

                “แล้วนายจะมั่นใจได้ยังไง ว่าเธอจะชอบนาย” ฉันยังคงถามต่อ

                “ก็บอกแล้วไง ผู้หญิงใจบางสุดตอนเจ็บ ถ้าหากฉันทำแบบที่พูดไป จินนี่ต้องมีชื่อฉันอยู่ในใจบ้างแหละ และจากนั้นเธอก็จะสับสน” คริสโตเฟอร์ยิ้มสยอง “ที่ฉันต้องทำก็แค่ให้เวลาเธอตัดสินใจ และพยายามให้พอตเตอร์กับเด็กเรเวนคลออยู่ในสายตาจินนี่มากที่สุด ”

                “...”

                “แน่นอนว่าเธอต้องเลือกฉัน”

                “แต่จินนี่อาจจะคบนายเพื่อลืมพอตเตอร์ก็ได้นะ”

                “ไม่ใช่ปัญหาน้องสาว ยิ่งเธอเจ็บ ฉันก็ยิ่งชอบ”


                อ่า...ปีหน้าคงสนุกน่าดู

 

 



                และแล้ววันนี้ก็มาถึงวันที่จะไปรับเจ้าพวกนั้นที่ตรอกไดแอกอน ซึ่งตอนนี้ฉันกับพี่ชายกำลังตกลงกันอยู่ว่าจะไปเองหรือให้ลีโอไปรับแทน เพราะเริ่มเข้าสัปดาห์มรณะแล้ว เนื่องจากต้องเคลียร์งานที่คั่งค้างมานาน


                หมดโปรพักผ่อนแล้ว


                “งั้นเดี๋ยวฉันไปเองก็ได้ นายทำงานเถอะ” ฉันว่า ส่วนพี่ชายก็พยักหน้ารับอย่างกับรอคำนี้มานานแล้ว ไม่พอนะ ยังมีหน้ามาโบกมือไล่ด้วย

                เห็นแก่ที่งานเยอะหรอก

                ฉันทำหน้าหมั่นไส้นิดหน่อยก่อนจะเดินออกจากห้องเพื่อไปหาลีโอทันที เราเดินทางไปตรอกนั่นโดยใช้เครือข่ายผงฟลูกัน ซึ่งฉันก็ยังไม่ชินกับกลิ่นมันซักที



                เมื่อเดินทางไปถึงก็เห็นวีสลีย์กำลังโต้เถียงอย่างเมามันกับเดรโก ซึ่งดูเหมือนสหายของพี่ชายฉันจะเอากับเขาด้วย


                ให้มันได้อย่างนี้สิ


                “ไง” ฉันเอ่ยทัก เหล่าสิงโตกับงูที่กำลังตีกันอยู่ก็พากันหันมามองทันที มองแบบอึ้ง ๆ นิดหน่อย

                หน้าฉันมันทำไมหรอ


                “สวยขึ้นนะแคลร์” เจคอปว่า “ฉันล่ะสงสารไอ้คริสจริง ๆ ” ก่อนจะหันไปหัวเราะกับออสตินกันสองคน

                “ว่าแต่คริสไปไหนล่ะ” เอซเงยหน้าจากหนังสือมาถามฉัน

                “งานรัดตัว ไปไหนไม่ได้” ฉันตอบเขา ซึ่งเอซก็พยักหน้ารับแล้วก้มหน้าอ่านหนังสือต่ออย่างไม่สนใจสิ่งใดในโลก

                ไปแต่งงานกับหนังสือเลยไป๊

                “อ้อ! นี่พ่อบ้านตระกูลฉัน ลีโอ อีเมอร์สัน” เธอหันไปผายมือแนะนำพ่อบ้านให้ทุกคนรู้จัก ซึ่งลีโอก็โค้งตัวลงอย่างสุภาพพร้อมแนะนำตัวเล็กน้อย ก่อนเราจะเดินทางกลับคฤหาสน์กันด้วยเครือข่ายผงฟลูอีกครั้ง

                “จุดหมายที่พวกคุณต้องพูดคือ คฤหาสน์ดอกไม้” ฉันเอ่ยบอกทุกคน

                “ห๊ะ!” เหมือนเจ้าวีสลีย์และทุกคนจะทำหน้าสงสัยกัน

                “พูด ๆ ไปเหอะน่า” ฉันพูดตัดบทก่อนจะให้ลีโอไปก่อนเพื่อรอรับทุกคน


                คือคำว่า คฤหาสน์ดอกไม้เป็นรหัสลับในการไปคฤหาสน์ฉัน และมันจะไม่พาไปที่บ้านโดยตรงแต่ต้องเดินต่อไปอีกหนึ่งกิโลเมตร เพื่อกันคนไม่พึงประสงค์ต่อคฤหาสน์ ส่วนที่ฉันใช้ตอนออกมามันออกได้อย่างเดียว แต่กลับไม่ได้

                ยุ่งยากจริง ๆ


                “ไง เดรโก ไม่ได้เจอกันตั้งนาน” ฉันเอ่ยทักเขาระหว่างรอให้วีสลีย์เข้าไปในเตาไฟนั่น

                “เธอไม่ได้บอกนี่ ว่าเจ้าพวกนี้จะมาด้วย” เขาพูดอย่างหัวเสีย

                “โทษที พอดีลืมนะ” ฉันหัวเราะแห้ง ๆ ส่งไป

                เมื่อทุกคนเดินทางไปหมดแล้วก็ถึงตาฉันบ้าง แล้วเราก็เดินไปยังคฤหาสน์กัน โดยมีเจ้าวีสลีย์บ่นมาเหนื่อยตลอดทาง

                น่ารำคาญจริง ๆ

                “โอ้โห! นี่มันเรียกปราสาทได้เลยนะเนี่ย” เจ้าวีสลีย์ตะโกนเสียงดังอย่างตกตะลึง แต่มันก็จริงแหละ คฤหาสน์ฉันมันก็ใหญ่จริง ๆ นั่นแหละ

                “พวกเราไม่เหมือนนายนี่วีสลีย์” เดรโกพูดอย่างเหยียดหยาม ซึ่งเกือบจะเกิดสงครามขึ้นถ้าพอตเตอร์ไม่ห้ามเพื่อนของเขาไว้ซะก่อน


                พี่ชาย น้องขอโทษ


                “ลีโอ เปิดประตูเลย” ฉันสั่งพ่อบ้านหน้าหล่อวัยกลางคน


                แล้วพวกนี้ก็ตะลึงอีกครั้งเมื่อให้ตัวคฤหาสน์แบบเต็ม ๆ คฤหาสน์สีขาวท่ามกลางหมู่ดอกไม้สีสันสวยงาม มีผีเสื้อบินชูความงามเต็มไปหมด


                เพราะงี้แหละถึงได้ชื่อว่าคฤหาสน์ดอกไม้


                เพราะที่นี่ ไร้รูปปั้นตกแต่ง ไร้สระน้ำ ไร้ของตกแต่งโดยสิ้นเชิง มีแต่ดอกไม้ต้นไม้ที่ถูกตัดแต่งจนสวยงาม ชูช่อดอกแข่งกันอย่างเบิกบาน

                “อย่างกับเทพนิยายเลย” เฮอร์ไมโอนี่เอ่ยอย่างลืมตัว

                “ใช่มั้ยล่ะ จะมาซักกี่ครั้ง ความงามมันก็ยังไม่เปลี่ยน” ออสตินพูดเสริม เราพากันเดินเข้าไปด้านในห้องโถงใหญ่ ที่มีอีธานยืนและเอลฟ์บางส่วนยืนอยู่เพื่อให้การต้อนรับ

                “กลิ่นหอม ๆ นี่อะไรน่ะ” แฮร์รี่กล่าวอย่างสงสัย ส่วนฉันยิ้มหวานก่อนตอบ

                “กลิ่นดอกไม้น่ะ เป็นกลิ่นประจำคฤหาสน์นี่เลย”

                เขาพยักหน้าอย่างเข้าใจ ฉันเดินนำไปยังอีธาน เขากล่าวทักทายเหล่าแขกมาเยี่ยมบ้านพอเป็นพิธี ก่อนจะขอตัวไปเตรียมของเพื่อจะบินไปที่อเมริกา

                “ห้องนอนของพวกคุณจะอยู่ที่ชั้นสามของคฤหาสน์ ที่นี่ใหญ่ ดังนั้น ระวังหลงด้วย ” ฉันกล่าวกับพวกเขา “เราจะให้เอลฟ์เหล่านี้ดูแลพวกคุณ หากขาดเหลืออะไร หรือหลงทาง ให้เรียกชื่อเอลฟ์เหล่านี้ได้เลย”

                “...”

                “จีน่า” ฉันเรียกชื่อเอลฟ์ตัวหนึ่ง

                “เจ้าค่ะ นายน้อยแคลร์” มันโบกมืออย่างอารมณ์ดี เอลฟ์ที่นี่จะสะอาดสะอ้านไม่เหมือนบ้านอื่น เพราะเราดูแลคนในคฤหาสน์เป็นอย่างดีแบบที่สุดเป็นการตอบแทนที่พวกเขารับใช้

                แต่ถ้าหนักหลังเมื่อไหร่ ก็จะตอบแทนเป็นอย่างดีเช่นกัน

                “เธอดูแลคุณมัลฟอยนะ”

                “ค่า จีน่ารับทราบ” ก่อนมันจะไปเดินไปโค้งคำนับให้เดรโก

                “ชิน นายดูแลคุณวีสลีย์ เอลล่า ดูแลคุณเกรนเจอร์ โทนี่ ดูแลคุณพอตเตอร์” ฉันเงียบไปเล็กน้อยเพื่อพักหายใจ “ไลลา ดูแลคุณคลาเทีย รีต้า เธอดูแลคุณอาร์จีนโต้ ส่วนคุณวอร์กเกอร์เป็นหน้าที่ของเธอ เฮสเทอร์”

                “รับทราบครับ/รับทราบค่ะนายน้อยแคลร์” พวกเอลฟ์โค้งคำนับฉันอย่างเคารพ

                “มื้อเย็นจะตั้งเวลาหกโมงเย็น เอลฟ์จะไปเคาะประตูพวกคุณก่อนเวลาประมาณสอบห้านาที รักษาเวลาด้วย”

                “โอเค” เป็นเอซที่ตอบ

                “อ้อ! เกรนเจอร์ เอซ ห้องสมุดอยู่ชั้นสองของคฤหาสน์นะ ปีกขวาสุด มีคุณโอลิเวีย ธีโบนส์เป็นบรรณารักษ์ บอกพวกเอลฟ์เลยถ้าจะไป”

                เมื่อแจกแจงสิ่งที่ควรรู้เสร็จฉันจึงมุ่งหน้าไปยังห้องของพี่ชายทันทีเพื่อเคลียร์งาน แล้วให้หน้าที่นำทางเป็นของลีโอและพวกเอลฟ์แทน

 




                Harry Potter Part


                “ไม่อยากจะเชื่อ ห้องนอนที่นี่ยังใหญ่ไม่เท่าชั้นล่างของบ้านฉันอีก” เสียงรอนโหวกเหวกโวยวายตามประสาเขา

                ตอนนี้ผมกำลังอยู่ในห้องนอนของรอน ระหว่างรอทานอาหารเย็น แล้วก็ยังมีเฮอร์ไมโอนี่ที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่เก้าอี้ข้างเตียง

                “ก็บ้านเขามีฐานะนี่” เฮอร์ไมโอนี่พูดโดยที่สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่หนังสือ

                “แบบนี้มันเหมือนจงใจหยามชัด ๆ ”

                “นี่! นายคิดไปเองน่ารอน เป็นนายไม่ใช่หรอที่ไปด่าเขาก่อนน่ะ” เฮอร์ไมโอนี่เงยหน้าจากหนังสือมาด่ารอนอย่างหงุดหงิด ส่วนผมทำหน้าที่เป็นเพื่อนที่ดีฟังพวกเขาทะเลาะกัน


                เป็นแบบนี้ประจำ


                ผมกับแคลอรีน ไพรม์ ไม่ได้สนิทกันเท่าไหร่ แต่พอเจอเธอทีไรก็ดันอยู่กับมัลฟอยทุกที

                บางทีผมก็เคยคิดนะว่าพวกเขาอาจจะเป็นแฟนกัน

                แคลอรีนเป็นคนสวยมากคนหนึ่ง นั่นคือสิ่งที่ผมรู้ ขนาดไม่ได้เจอกันแค่เดือนเดียวเธอก็สวยขึ้นกว่าเดิมเยอะมาก ที่โรงเรียนตั้งฉายาให้เธอว่า เจ้าหญิงแห่งสลิธีรินแต่ดู ๆ แล้วเหมือนเจ้าตัวจะไม่ได้รู้เรื่องนี้

                “แล้วนั่นนายจะไปไหนแฮร์รี่” รอนถามทันทีที่ผมลุกขึ้นจากเตียง

                “ว่าจะไปเดินเล่นซักหน่อย” ผมตอบแล้วก็เดินออกจากห้องทันที

                ผมเดินลงมาชั้นล่าง ได้ยินเฮอร์ไมโอนี่พูดมาว่าที่นี่ดอกไม้สวยก็เลยว่าจะไปชมซักหน่อย


                แต่คฤหาสน์ที่นี่กว้างมากเลยนะ ผมชอบที่มันมีกลิ่นหอมของดอกไม้อ่อนตบอวนตลอดทั้งคฤหาสน์ มันช่วยทำให้ผ่อนคลายได้เยอะเลยทีเดียว จะว่าไปเวลาเดินผ่านแคลอรีนที่ฮอกวอตส์ก็มักจะมีกลิ่นดอกไม้อ่อน ๆ แบบนี้เหมือนกัน


                ผมสุ่มเดินมั่ว ๆ จนมาทะลุที่หลังคฤหาสน์ เป็นทุ่งดอกไม้สวยมากๆ สวยจนไม่รู้จะบรรยายออกมายังไง ผมมองไปที่มุมหนึ่งใต้ต้นไม้มีโต๊ะเล็ก ๆ พร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่


                เป็นแคลอรีนนั่นแหละ


                เธอดูงดงามราวกับเจ้าหญิงเหมือนกับฉายาของเธอ และไม่รู้อะไรดลใจให้ผมเดินเข้าไปหา

                แคลอรีนกำลังนั่งอ่านแฟ้มเอกสารอยู่ ตรงเก้าอี้ข้าง ๆ เธอก็มีตั้งไว้อีกสี่ห้าเล่ม บนโต๊ะมีปากกาและดินสอแบบมักเกิ้ล ถ้วยและกาน้ำชา และชั้นขนมหวาน เหมือนกับของว่างยามบ่ายหรือ Afternoon Tea ของพวกผู้ดีอังกฤษในมักเกิ้ล

                “อ้าว!” เธอดูตกใจเล็กน้อยหลังจากเงยหน้าขึ้นมาแล้วเห็นผม ก่อนจะเชิญนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม “ชาขาวมั้ย”

                ผมส่ายหน้าเล็กน้อย ซึ่งเธอก็ไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่ยกชาของตัวเองจิบแล้วอ่านแฟ้มเอกสารต่อ มันค่อนข้างเกรงนะเวลาอยู่กับคนที่ไม่คุ้นชินโดยเฉพาะกับคนที่ทำให้เรารู้สึกว่าต่ำต้อยอย่างเธอคนนี้

                “เอ่อ...แล้วนี่ทำอะไรอยู่หรอ” และกลายเป็นผมเองที่ทำลายบรรยากาศอันแสนอึดอัดนี้

                “งานน่ะ” เสียงหวานตอบ “พี่ชายฉันงานเต็มมือแล้วก็เลยช่วยแบ่งเบาภาระหน่อย ก่อนจะตายคากองงานซะก่อน” เธอเงยหน้าขึ้นมายิ้มหวานให้ผม


                หน้าแดงสิครับ


                “ว่าแต่พวกเธอเริ่มทำงานกันแล้วหรอ” ผมยังคงถามต่ออย่างสนใจโดยข้ามอาการเขินเมื่อครู่นี้ “คือ...แบบยังอายุเท่านี้อยู่เลย”

                “อายุไม่ใช่ตัวกำหนดทุกอย่างหรอก จริงมั้ย” แคลอรีนยิ้มเบา ๆ เธอพูดโดยที่ตายังคงอ่านเอกสารอยู่ “อย่างคุณก็เข้าทีมควิดดิชได้ตั้งแต่ปีหนึ่งเลย”

                ผมหัวเราะแห้ง ๆ มันก็จริงของเธอ

                “แล้วงานของเธอมีอะไรบ้างหรอ” ผมยังคงถามต่อ ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ผมอยากได้ยินเสียงของคนตรงหน้า ยังอยากเห็นรอยยิ้มของเธอไปตลอด ถึงแม้จะรู้ว่ามันสูงเกินเอื้อมก็ตาม

                “ถ้าโดยตรงก็คงเป็นกิจการของโลกมักเกิ้ลในส่วนของปารีส แล้วก็ประปรายน่ะ” เธอยกชาขึ้นจิบอีกครั้ง

                “ตระกูลเธอทำการค้ากับมักเกิ้ลด้วยหรอ” ผมถามอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

                “แล้วทำไมจะทำไม่ได้ล่ะ”

                “ก็แบบ...เธอมันพวกเอ่อ...เลือดบริสุทธิ์แถมยังสนิทกับมัลฟอยอีก”

                “สงสัยคุณคงอยู่กับวีสลีย์เยอะไปแล้ว” เธอส่ายหัวเบา ๆ “เจ้านั่นอคติไปซะทุกเรื่องโดยไม่มองถึงความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า”


                มันก็จริงของเธออีกแหละ แต่รอนก็มีข้อดีของเขา เช่น เป็นพวกรักเพื่อนแล้วก็ไม่เคยทิ้งเพื่อนเลยซักครั้ง


                “แล้วนอกจากนี้มีอะไรอีกบ้างล่ะ ธุรกิจของครอบครัวเธอน่ะ” ผมยังคงถามต่อไป

                “ถามอย่างกับสอดแนม” เธอหัวเราะเบา ๆ ก่อนตอบ “ก็มีน้ำหอม กิ่งไม้ทำไม้กายสิทธิ์ที่ผูกขาดกับอเมริกา พวกสัตว์วิเศษ สมุนไพรหายากต่าง ๆ รู้มั้ยศาสตราจารย์สเนปก็เคยมาซื้อที่นี่นะ แล้วก็ยังมีพวกยารักษาโรคน่ะ นอกจากนี้ที่ค้ากับมักเกิ้ลก็มีน้ำหอมเช่นกัน พวกร้านอาหาร โรงแรมแล้วก็สวนสนุกน่ะ”

                โอเค เข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมถึงรวย



                “แคลร์!!!” เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นทำเอาพวกเราหันไปมอง เป็นพี่ชายของแคลอรีน เขาวิ่งมาพร้อมเอกสารในมือปึกหนึ่ง

                “สวัสดีครับ” ผมเอ่ยทักคริสโตเฟอร์ ซึ่งเขาก็เหลือบมองก่อนพยักหน้าให้เล็กน้อย แล้วหันไปคุยกับแคลอรีนต่อ


                รู้สึกเหมือนเขาจะไม่ชอบหน้าผมนะ


                ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า


                “อันนี้เป็นบัญชีส่วนของเอเชีย” คริสโตเฟอร์ว่าก่อนยื่นเอกสารให้แคลอรีนอ่าน เธอรับไปอ่านอยู่พักหนึ่งก่อนจะขมวดคิ้ว

                “ทำไมรายจ่ายเยอะรวมจัง เยอะผิดปากติ” เธอกล่าวแล้วหันมองพี่ชายเธอ

                “ใช่มั้ย” เขาว่าก่อนจะเลื่อนเก้าอี้นั่ง “มันมากเกินไป มีการเบิกค่าใช้จ่ายเยอะจนเกินไปจนผิดสังเกต พี่ลองตรวจดูแล้วนะ ทั้งหมดลงที่เดียวกันหมดเลย คือตรงนี้” แล้วเขาก็ชี้ไปที่ที่หนึ่งในแผ่นกระดาษ

                “คนที่โกงเราคงจะโง่มากที่ทำแบบนี้” แคลอรีนยิ้มหวาน “มันไม่เนียนเอาซะเลย” เธอยื่นกระดาษทั้งหมดให้คริสโตเฟอร์ก่อนจะหยิบชาขึ้นจิบอีกครั้ง

                “สงสัยคงคิดว่าเด็กบริหารล่ะมั้ง” คริสโตเฟอร์กล่าวแล้วหยิบคุกกี้ในชั้นขนมเข้าปาก แล้วกระดกชาในถ้วยแคลอรีนตาม

                “เฮ้! นั่นของฉันนะ”

                “ฉันผู้นำตระกูลนี่”

                “แค่ว่าที่ต่างหากล่ะ” เธอกล่าวประชดอย่างน่ารัก

                “ว่าแต่เรื่องงานฉันเป็นไงบ้าง”

                “ก็ร่างแบบไว้คร่าว ๆ แล้ว ตอนนี้อยู่ในมือลีโอเพื่อรอส่งทีมสร้าง” เธอว่า สงสัยคงหมายถึงงานแต่งตั้งผู้นำตระกูลนี้ล่ะมั้ง

                “แล้วแพลนของพวกที่ค้างที่นี่ล่ะ” ผมสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคนี้ ก็นะ พวกเขากำลังกล่าวถึงเรานี่ “พอดีกระดาษที่แคลร์เคยให้มันหายไปแล้ว”

                “ฉันล่ะอยากจะฆ่านายจริง ๆ ” เธอถอนหายใจเบา ๆ “ก็...พรุ่งนี้พาไปที่เกาะ แล้วต่อด้วยทานข้าวที่ริมทะเลสาบ มะรืนนี้พี่ไปปารีสนี่ ก็เลยว่าจะพาไปด้วย”

                “อย่าเชียวนะ”

                “ไม่ทันแล้วค่ะพี่ชาย แคลร์แจ้งอีธานไปแล้ว” จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงถอนหายใจของคริสโตเฟอร์อย่างปลง ๆ

                ผมขอตัวออกมาเพราะรู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกินยังไงไม่รู้ ก็เลยว่าจะไปหาพวกรอนกับเฮอร์ไมโอนี่ แล้วก็ว่าจะไปอาบน้ำแล้วรอทานข้าวเย็น


                แต่...



                ตอนจะขึ้นห้องดันมาเจอคนที่ไม่อยากเจอมากที่สุด เจ้าศัตรูคู่อาฆาตของผมนั่นเอง


                เจ้ามัลฟอย


                “ไปไหนมา พอตเตอร์” มันเอ่ยทักด้วยสีหน้าหยิ่ง ๆ ซึ่งไม่ว่าผมจะมองกี่ครั้งก็ไม่เคยที่จะรู้สึกชอบมัน

                “ยุ่งไรมัลฟอย” ผมตอบห้วน ๆ แล้วเดินผ่านไป แต่เจ้านั่นดันคว้าแขนผมไว้แล้วกระชากกลับไปประจันหน้าอีกครั้ง

                “ฉันเห็นนะ ว่านายไปหาแคลร์”

                “แล้วไง”

                “อย่ายุ่งกับเธอ” มัลฟอยว่า “นายไม่คู่ควรที่เธอจะลดตัวไปยุ่งด้วย”

                ผมมองหน้ามัลฟอยอย่างไม่สบอารมณ์เข้าไปใหญ่ หมอนี่นอกจากหน้าตา แล้วก็เรียนเก่ง ก็ไม่มีอะไรดีซักอย่าง ไม่รู้แคลอรีนทนคบเจ้านี่เป็นเพื่อนได้อย่างไร

                “แล้วนายคู่ควรกับเธอนักหรือไง ไอ้ลูกมีปัญหาอะไรก็เอาแต่วิ่งแจ้นไปฟ้องพ่อ ไม่เคยทำอะไรด้วยตัวเองซักอย่าง ขนาดแข่งควิดดิชยังแพ้ฉันเลย“

                “พอตเตอร์!

                “ทำไม! นายจะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องพ่ออีกหรือไง!

                “ยังดีกว่าแกแหละ ที่ไม่มีพ่อแม่ไว้สั่งสอน” มันว่า แล้วปรายตามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า

                “แก!” ผมผลักมันแล้วทำท่าจะเข้าไปต่อย แต่ก็มีมือหนึ่งหยุดหมัดผมเอาไว้ก่อน ผมเงยหน้าขึ้นมอง ปรากฏว่าเป็นรุ่นพี่ที่อยู่สลิธีริน

                “เล่นไรกันอยู่ หืม” ผู้ชายผมสีน้ำตาลเป็นคนพูด ผมจำได้ว่าเขาชื่อ ออสติน เพราะเป็นหนึ่งในนักกีฬาควิดดดิช “จะทำอะไรก็เกรงใจสถานที่หน่อย”

                ผมไม่ตอบอะไร แต่สะบัดมือออกแทน แล้วก็เดินขึ้นห้องไปอย่างหัวเสีย จะด่าอะไรผม ผมไม่ว่า แต่อย่าด่าถึงพ่อแม่ เพราะถึงท่านจะไม่ได้เลี้ยงดูผมมา แต่ท่านก็เป็นผู้ให้กำเนิดผม และยังปกป้องผมจากความชั่วร้ายพวกนั้น

 

......................................................................
สวัสดีตอนมืดเช่นเคยค่ะ ฮ่าๆๆๆ
ตอนนี้เปิดเรื่องใหม่ไว้อีกหนึ่งเรื่อง แต่ยังไม่คิดจะลงเร็ว ๆ นี้แน่ไว้ค่ะ
ชื่อว่า LOVE UNCONDITIONALLY 
ก็เริ่มหนุกขึ้นเรื่อย ๆ เลยนะ ที่จริงตาคริสเนี่ยตัวรู้เยอะสุด แต่เงียบสุดเลยก็ว่าได้
เราจะไม่บอกน้าว่าตอนนี้อิพี่มันคู่กับใคร รอลุ้นไปเลยละกัน
รักรีดเดอร์ทุกคนน้า จุ๊ปๆ เจอกันวันอังคารจ้าาาาาาาาาาาาาาาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 91 ครั้ง

163 ความคิดเห็น

  1. #50 miagolio (@miagolio) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 12:12
    สู้ๆนะคะจะรอน้าาาา
    #50
    1
  2. #49 sehuno964 (@sehuno964) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 10:02
    รอจ้าหนูแคลร์ต้องสวยมากๆแน่เลยยย เดรกจีบสิจีบเลย
    #49
    1
  3. #48 LukiMemory (@LukiMemory) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 23:42
    รอนะคะ
    #48
    1