[ Fic Harry Potter ] Arbitrary Revolution

ตอนที่ 15 : CHAPTER 15 : กุหลาบที่เบ่งบาน 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 876
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 78 ครั้ง
    20 ส.ค. 62


' See it was enough to know

If I ever let you go I would be no one

Cause I never thought I’d feel all the things you made me feel

Wasn’t looking for someone, oh, until you '

- Until You _Shayne Ward -


' แค่ได้เห็น นั่นก็พอรู้แล้วว่า

หากผมนั้นปล่อยคุณไป ผมก็จะเป็นคนว่างเปล่า

เพราะว่า ผมไม่เคยคิดเลยว่าผมจะรู้สึกทุกสิ่งทุกอย่างในแบบที่คุณทำให้

ไม่เคยมองหาใครสักคน จนกระทั่งเป็นคุณ '

- Until You _Shayne Ward -






                “คุณฆ่าพ่อแม่พวกเราหรือเปล่า” สิ้นคำพูดฉันก็เกิดความเงียบชั่วขณะหนึ่ง ถ้าไม่ได้ยินเสียงปึงปังที่พอตเตอร์สู้กับงู ฉันคงคิดว่ามันคือสุสานแน่ ๆ

                “ไม่มีความจำเป็นที่ต้องทำแบบนั้น” ริดเดิ้ลกล่าวพร้อมยิ้มบาง ๆ “ถึงตระกูลเธอจะไม่จงรักภักดีกับฉันเหมือนตระกูลอื่น แต่ก็ไม่เคยขัดขวาง จะเรียกยังไงดี มิตรสหายมั้ง และนั่นคือเหตุผลที่พวกเธอยังรอด”

                ฉันฉีกยิ้มกว้างทันที ส่วนคริสโตเฟอร์ก็กระตุกยิ้มเล็กน้อย


               ถึงจะยังไม่มั่นใจเต็มร้อย แต่แบบนี้สิค่อยคุยกันง่ายหน่อย


                “งั้นก็ยินดีที่ได้ฝากตัว ผมคริสโตเฟอร์ ไพรม์ ว่าที่ผู้นำตระกูลคนต่อไป” พี่ชายฉันยื่นมือไปข้างหน้า ซึ่งก็ถูกตอบรับเช่นกันริดเดิ้ลเอื้อมมือมาจับมือพี่ชาย

                “เช่นกัน”



                แต่ทุกอย่างก็สิ้นสุดลงเมื่อพอตเตอร์วิ่งออกมาดูอาการแม่หนูน้อยผมแดงของคริสโตเฟอร์ ทำให้ริดเดิ้ลหันไปคุยกับเขาอีกครั้ง

                “ใช่พอตเตอร์ ขั้นตอนใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว อีกไม่นานจินนี่ วีสลีย์จะต้องตาย ฉันจะยุติการเป็นความทรงจำ ลอร์ดโวลเอดมอร์จะกลับมาอย่างมีชีวิตชีวาที่สุด”

                สิ้นสุดคำพูดเขา บาซิลิสก์ก็โผล่ขึ้นมาจากน้ำทันที และก็มีดาบเล่มหนึ่งโผล่ออกมาจากหมวกแก่ ๆ ใบนั้น


                ก็ว่าอยู่ ดัมเบิลดอร์คงไม่ส่งหมวกไร้ค่ามาแน่


                “คุณพอจะรู้วิธีอื่นในการคืนร่างมั้ย” คริสโตเฟอร์ถามริดเดิ้ลเบา ๆ “เพราะผมจะต้องรอดจากสายตาดัมเบิลดอร์ ฟัดจ์แล้วก็สายตาพวกสอดแนม” ยังไม่ทันจะฟังคำตอบของโวลเดอมอร์ คริสเขี่ยหมวกใบเก่าไปให้พอตเตอร์ทันทีพร้อมกับเสกคาถาใส่ริดเดิ้ล

                “หลังปิดเทอมนี้ ผมจะส่งหนังสือเล่มหนึ่งไปให้บ้านของมัลฟอย อย่าลืมไปเอาด้วย รู้สึกเหมือนจะอยู่หน้า 542” พี่ชายเธอกล่าวอีกครั้งแต่เป็นภาษาพาร์เซลแบบเบามาก ๆ




                ด้านพอตเตอร์เขาขึ้นไปบนรูปปั้นผู้ก่อตั้งบ้านงูแล้วพยายามจะฟันงูนั่น แต่เพราะไม่มีพื้นฐานอะไรเลย มันจึงเป็นอะไรที่ยากมาก


                ฉึก


                แต่ทว่าสกิลพระเอกยังคงทำงานอยู่ เขาก็ทำมันได้ งูตัวนั้นโหยหวนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะล้มลงและแน่นิ่งไป จริง ๆ ก็รู้สึกเสียดายนิดหน่อย เพราะมันไม่ทำร้ายเรา ว่าจะเอาไปเลี้ยงที่บ้านซักหน่อย


                พอตเตอร์เดินลงมาที่จินนี่ เขาถูกบาซิลิสก์กัดที่แขน ไม่เชื่อก็ดูที่มือเขาสิ ยังถือเขี้ยวของมันติดมาอยู่เลย

                “ยอดเยี่ยมที่สุดจริงมั้ย พิษของบาซิลิสก์จะแทรกซึมทั่วร่างกายอย่างรวดเร็ว คิดว่าเธอจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่ถึงนาที จากนั้นจะได้ไปอยู่กับแม่เลือดสีโคลน แฮร์รี่” พอตเตอร์ไม่สนใจ เขาจับที่มือของจินนี่ นั่นทำให้พี่ชายเธอฉุนเล็กน้อย “น่าขำที่สมุดเล่มเล็กทำความเสียหายซะยับเยิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมือของเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง”


            เขี้ยวแทงสมุด ฉันกล่าวแบบไม่มีเสียงกับพอตเตอร์ และเหมือนเขาจะรู้ เพราะเอื้อมมือไปหยิบสมุดทันที พร้อมยกเขี้ยวงูขึ้น

                “นั่นจะทำไรน่ะ” ริดเดิ้ลถามหวั่น ๆ “อย่านะ!” ยังไม่ทันจะขาดคำ พอตเตอร์กระหน่ำแทงสมุดเล่มนั้นทันที มีเลือดสีดำทะลักออกมาจากหนังสือ ส่วนริดเดิ้ลก็มีรอยแผลที่มีแสงสีขาวนวลส่องออกมา เขากรีดร้องด้วยความเจ็บปวดก่อนจะแตกสลายไป

                พร้อมกับจินนี่ที่ฟื้นขึ้นมา



                “แฮร์รี่ ฉันเองค่ะ ฉันสาบานได้ ฉันไม่ได้ตั้งใจริดเดิ้ลใช้ร่างของฉันและ...แฮร์รี่ คุณเจ็บนี่” เมื่อเธอฟื้นมาก็คุยกับพอตเตอร์ทันที ฉันเหลือบมองพี่ชายตัวเองที่มองทั้งสองอย่างนิ่งงัน


                หมาป่าก็ยังดูโหดร้ายอยู่ดีในสายตาหนูน้อย


                “ไม่ต้องห่วง จินนี่เธอต้องออกไปจากที่นี่ เดินไปตามทางแล้วจะพบรอน” แล้วนกฟินิกซ์ตัวนั้นก็โผล่มาอีกครั้ง มันบินไปยืนข้างพอตเตอร์พร้อมบีบน้ำตาใส่แผล

                รู้สึกว่าน้ำตานกฟินิกซ์จะมีพลังเยียวยานะ


                จากนั้นเราทั้งหมดทั้งมวลก็พากันออกไปจากที่นี่โดยเกาะขานกฟินิกซ์ออกไป ว่าแต่ล็อกฮาร์ตมาทำอะไรที่นี่ แถมดูเหมือนเขาจะจำอะไรไม่ได้อีก

 




                เมื่อมาถึงด้านบน หลังจากดัมเบิลดอร์กลับมาฮอกวอตส์ก็เรียกตัวพวกเราไปพบทันที พร้อมตักเตือนนิดหน่อยว่าพวกเราละมิดกฎโรงเรียนไปซักหลายโหลข้อ แต่ก็บอกว่าไม่มีหลักฐานเลยปล่อยไป แถมยังได้รางวัลพิเศษด้วย

                เฮอะ ๆ

                นึกว่าจะต้องส่งจดหมายไปที่อิลเวอร์เมอร์นีซะแล้ว



                “จริงๆนะแฮร์รี่ ฉันว่าพวกไพรม์จะต้องไม่ดีแน่ ๆ เฮอะ! พวกลูกคุณหนูดีแต่ใช้เงิน มีทั้งคนรับใช้ทั้งเอลฟ์ให้จิกหัวใช้ มันต้องรับใช้คนที่คุณก็รู้ว่าใครแน่ ๆ”

                เสียงนั้นเอ่ยขึ้น มาจากไหนไม่ได้นอกเสียจากเจ้ารอน วีสลีย์แน่นอน หมอนั่นเดินคุยกับพอตเตอร์ในระหว่างที่กำลังเดินไปที่ห้องโถงใหญ่กัน


                น่ารำคาญไม่เปลี่ยน


                “จะพูดอะไรก็ระวังปากหน่อยนะวีสลีย์” ฉันเอ่ยเสียงหวาน พร้อมยิ้มไปให้

                “ก็มันจริงนี่ ไม่มีใครพูดภาษาพาร์เซลนอกจากสายเลือดสลิธีริน แถมเธอก็ยังอยู่บ้านนั้นอีก ถ้าไม่ชั่วแล้วจะเรียกอะไร” วีสลีย์กล่าว

                “ถ้าคุณจะตัดสินเพราะเรื่องแค่นั้นคุณมันก็โง่เง่าเต็มที” ฉันตอกกลับ “ถ้าไม่รู้อะไรก็อย่ามาพูดพล่อย ๆ เดี๋ยวจะตายเพราะปากเอาได้”

                “เฮอะ! ใครจะกลัว เธอมันก็ดีแต่ปากเหมือนมัลฟอยนั่นแหละ พวกลูกคุณหนู เหยียดสายเลือด” หมอนี่มันน่าจับตะปูตอกปากจริง ๆ เลย


                ฉันสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ก่อนจะว่าต่อ

                “ฉันพูดไป พวกคุณก็คงไม่เชื่อ งั้นสนใจมาค้างที่บ้านฉันมั้ยล่ะ” ฉันยื่นข้อเสนอไปให้ ผลที่ได้คือ สายตาที่หวาดระแวงของวีสลีย์และสายตาสงสัยของพอตเตอร์ “เอาไปช่วงหนึ่งอาทิตย์ก่อนพิธีแต่งตั้งพี่ชายฉันเป็นผู้น้ำตระกูลเป็นไง”

                “ใครมันจะไป เกิดฉันตายขึ้นมาจะทำยังไง” วีสลีย์ยังคงระแวง

                “ใครมันจะโง่ถึงขนาดนั้น หรือนายไม่กล้า” ฉันเริ่มปล่อยหมัดโดยการท้าทายเจ้าวีสลีย์ และแน่นอน มันได้ผล

                “ได้ฉันตกลง แต่พาแฮร์รี่กับเฮอร์ไมโอนี่ไปด้วยนะ”

                “ย่อมได้” เธอกล่าวพร้อมยิ้มหวาน “งั้นวันแรกของเดือนแรกหลังปิดเทอมเจอกันที่ตรอกไดแอกอน ตอนเที่ยงตรงนะ” พวกเขาพยักหน้ารับ ฉันจึงเดินเข้าห้องโถงทันที ไม่อยากคิดสภาพถ้าพี่ชายรู้เรื่องนี้เลย

                ดับอนาถแน่


                หมายถึงฉันนี่แหละ




                “นี่เดรโกปิดเทอมนายว่างมั้ย” เขาหันมามองด้วยความงุนงงก่อนจะพยักหน้า

                “ฉันจะชวนไปค้างที่บ้านหน่อยพอดีมีแขกน่ะ” สิ้นคำพูดฉันเขาดูอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับอีกครั้ง ฉันจึงนัดวันและเวลาไปก่อนจะทานอาหารต่อโดยไม่สนสิ่งรอบข้างใด ๆ

 




                “อะไรนะแคลร์ แล้วเธอก็ไม่ปรึกษาฉันเนี่ยนะ”

                เสียงพี่ชายฉันเอง เขาโวยวายทันทีที่ฉันบอกเรื่องที่พวกนั้นจะมาค้างที่บ้านตัวเอง เขาดูหัวเสียมาก เพราะมันเป็นช่วงเคลียร์งานพอดี คริสกลัวว่าพวกนั้นจะมารบกวนเขาล่ะมั้ง

                “ขอโทษ พอดีตอนนั้นใช้อารมณ์เยอะไปหน่อย” ฉันกระพริบตาปริบ ๆ มองเขาอย่างอ้อน ๆ เพื่อขอความเห็นใจ

                “เป็นฉันนี่หลงตายแล้วนะไอ้คริส” เสียงออสตินกล่าวแซวเบา ๆ เขาแอบขยิบตามาให้ฉันเล็กน้อย “ยอม ๆ น้องมันไปเถอะน่า”

                “เออ! งั้นพวกแกก็ไปด้วยสิ ไหน ๆ ก็ไปแล้ว ไปกันให้หมดนี่แหละ” พี่ชายเธอหันไปชวนเพื่อนตัวเอง เป็นอันว่าฉันเคลียร์เรื่องพี่ชายไป หลังจากนี้ก็แค่ไปบอกพ่อบ้านเลโอให้เตรียมทุกอย่างให้พร้อมทั้งเรื่องที่จะมีแขกมาบ้านและเรื่องงานแต่งตั้งคริสโตเฟอร์ด้วย



....................................................

 ขอกราบงาม ๆ อย่างรู้ตัว 

ที่ไรท์ไม่ได้อัพวันเสาร์ เอาตรง ๆ นะ ลืม ฮ่าๆๆๆๆๆ

เก๊าขอโต๊ดดดดดดด

จบไปแล้วนะคะสำหรับปีสอง หลังจากนี้จะเป็นพาร์ทบ้านพี่น้อง แล้วก็ปีสามแล้ว ปรบมือสิ!

ทุกคนโปรดเตรียมกาต้มน้ำรอเลย จะหยอดหน่อย ๆ ว่าอิน้องค่อนข้างสับสน มึน คิดอย่างทำอย่าง อารมณ์แบบใจไม่มั่นคง ส่วนอิพี่ก็ซัพพอร์ตน้องเวอร์ ในส่วนของพระเอกอย่างเดรโกน่ะหรอ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ

ขอย้ำอีกครั้งนะว่าตัวละครค่อนข้างสีเทา คือจะทำทุกอย่าง ทุกวิถีทางเพื่อให้ตนเองได้ไปถึงเป้าหมาย ซึ่งมันโคตรจะเป็นสลิธีรินเลย

เดี๋ยวเสาร์นี้เราจะทำสรุปตัวละคร พร้อมนิสัยคร่าว ๆ นะคะ 

รักรีดเดอร์จ้าาาาาาาาาาาาาาาา

จุ๊ปๆ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 78 ครั้ง

175 ความคิดเห็น

  1. #43 miagolio (@miagolio) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 09:01
    อ้ายยยยย
    อยากอ่านตอนต่อไปแล้วอ่ะ
    สู้ๆนะคะ
    #43
    1
  2. #39 Stellae_Star (@Lyra_Selwyn) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 21:24

    รอนะคะ
    #39
    1