Ghost studio production นิยายวาย สไตล์ผีๆ (จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 101 Views

  • 1 Comments

  • 3 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    5

    Overall
    101

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

อดีตฝังใจ... มันไม่ได้ลบง่ายๆหรอก เวลาแค่สามวันของเรามันไม่พอ : z<br /> เวลาน่ะ ไม่ใช่เครื่องตัดสิน แต่ต้องใช้ใจต่างหาก สามวันน่ะ มีค่าพอแล้ว ผมจะทำให้ทุกอย่างของคุณมีผมอยู่ในนั้น! : j


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

3 วัน...กับการทำงานกับคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

คนหนึ่งเป็นทีนไอดอลแห่งยุค....

อีกคนเป็นแค่เงาของกลุ่มชน....

"เพราะผมไม่ได้ขอให้คุณมารักผมใน 3 วัน"

.
.
.

"ผมขอแค่ให้คุณเปิดใจให้ผมใน 3 วัน"

_____________________________________________________________________________________________________

- จากไรท์เตอร์ -

อยากให้ทุกคนเข้าใจก่อนว่านี่คือเรือผี ที่ผีมากกกกกกกกก ส่วนตัวไรท์เป็นบิลลิเบอร์และสคว็อต (งงมั้ย) เอาใหม่ เขียนเป็นอังกฤษแล้วกัน

belieber squad นั่นแหละเลยคิดว่า.... เออ เคมีสองคนนี้มันก้เข้ากันดี(?)นะ ก็เลยบรรเจิดนิยายเรื่องนี้เข้ามา

แน่นอนว่ามันคือสิ่งที่เรียกว่าฟิควูบ (._.) เพราะงั้นการดองจึงเป็นเรื่องปกติ------- //โดนรองเท้ายันหน้า สัญญาว่าเราจะไม่ดอง

ถ้าให้ดีก็คอมเม้นให้เราด้วยจะดีใจมากมาย //ก้มกราบ
__________________________________________________________________________________________________

JUSTIN BIEBER


ZAYN MALIK

 
b
e
r
l
i
n
?

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 23 ก.ค. 61 / 21:27

บันทึกเป็น Favorite


     "จัสติน มีคนมาติดต่องานแหน่ะ" สกูตเตอร์ บาร์วผู้จัดการประจำตัวของนักร้องดังอย่าง จัสติน บีเบอร์ วางเอกสารติดต่องานถ่ายแบบ จากสถานที่แดนผู้ดีเมืองอังกฤษ ณ ประเทศอังกฤษบนโต๊ะกระจก มือหนาหยิบเอกสารมาอ่านลวกๆ เนื้อความในจดหมายบ่งบอกความต้องการชัดเจนว่าอยากให้เขา ไปถ่ายแบบขึ้นปกนิตยสาร วัยรุ่นชื่อดังในลอนดอน ในวันที่ 12 มกราคมนี้ ในหมู่บ้านชื่อดังที่ใช้เป็นสถานที่ถ่ายหนังยอดนิยมหลานต่อหลายเรื่อง "อีก 8 วัน? เขาคิดยังไงพึ่งส่งจดหมายมา" จัสตินสบถอย่างหัวเสีย "พูดจาดีๆหน่อยสิ นายควรรู้ไว้นะว่า นายไม่ควรทำตัวแบบนี้" สกูตเตอร์ปรามนักร้องชื่อดัง พักนี้เขาชอบทำตัววุ่นวาย ไปมีเรื่องกับใครต่อใครนับไม่ถ้วนอยู่บ่อยๆ ผู้จัดการอย่างเขาก็อยากให้เจ้าตัวไปคิดทบทวนตัวเอง โดยการไม่อนุญาติให้จัสตินออกอัลบัมใหม่ แต่นักร้องหนุ่มก็ไม่ได้สำนึกผิดนัก "นายพูดเหมือนฉันอายุ 7 ขวบว่างั้นแหละ" จัสตินตอบกลับอย่างเบื่อหน่าย "แล้วนายจะรับงานมั้ย" จัสตินเหล่มองผู้จัดการของตนเล็กน้อย "รับครับ รับ" 

     ประตูห้องทำงานโปรดิวเซอร์ชื่อดัง แห่งกรุงลอนดอนถูกเปิดออก ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆของชายหนุ่มอายุน้อยกว่าเจ้านายของตน ผู้เป็นโปรดิวเซอร์มือทองแห่งแดนชาผู้ดีอย่าง จาวาด มาลอก หรือ 'เซน' อยู่ 4 ปี เจ้าตัวฉีกยิ้มฟันกระต่ายมาให้แล้ววางเอกสารลงบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่ตั้งสง่าอยู่กลางห้อง "พี่ๆ จัสตินรับงานแล้ว! ไม่น่าเชื่อ" ไนออลกล่าวอย่างตื่นเต้น แตกต่างกับคนที่นั่งฟังข้อมูลที่ได้แต่นั่งทำหน้าเฉยชา "ไม่ตื่นเต้นเลยเหรอพี่?" ดวงตาสีฟ้าอ่อนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "ไม่อ่ะ" เซนเปิดซองเอกสารสีน้ำตาลออก ลายเซ็นตวัดสวยๆ ประดับอยู่มุมขวาล่างของกระดาษทำสัญญา เป็นอันว่าเจ้าตัวยอมรับข้อตกลง "งั้นเรารีบไปเตรียมของต้อนรับเขากันดีกว่า อย่าให้ต้องเสียหน้า" ร่างหนาลุกขึ้นจากโต๊ะเดินนำหน้ารุ่นน้องของตนไป 

     รองเท้าไนกี้ราคาเหยีบแสนวางทาบลงบนพื้นสนามบิน สายตาซุกซนกวาดไปมา "ร้อนแฮะ" ริมฝีปากสีชมพูสวยพึมพัมกับตนเอง "ไปสำนักงานใหญ่ก่อนแล้วกัน" สกูตเตอร์คว้าแขนคนไม่รู้จักโตไปยังรถตู้ที่จอดรอไว้ยังหน้าสนามบิน 

    เซนถูฝ่ามือไปมาที่โต๊ะทำงาน "นายเป็นอะไรไปน่ะ?" ไนออลที่นั่งอยู่ข้างๆชะโงกหน้าเข้ามาถาม "ประหม่า"  เจ้าตัวตอบรัวเร็ว การได้เจอนักร้องดังระดับโลก เขาที่ปกติทำตัวบ้าบอต้อง มาทำตัวสงบสเงี่ยมมันทำให้เขาประหม่าอย่างบอกไม่ถูก "แหม... ตอนแรกล่ะทำตัวเฉยฉา ตอนนี้น่ะตื่นเต้นกว่าผมอีก" ไนออลเอ่ยแซวเจ้านายตัวเอง "โห----ห ดูขานายก่อนมั้ยห้ะ??? สั่นอย่างกับผีเข้า" นิ้วเรียวชี้ไปยังต้นขาของไนออลที่สั่นอย่างเห็นได้ชัด  ไนออลเกาแก้มอย่างเขินอายแล้วก้มลงไปมองเอกสารต่อ การสนทนาถูกขัดจังหวะเมื่อประตูหน้าห้องถูกเปิดพร้อมร่างหนาของนักร้องที่เขารอคอย ปรากฎตัวขึ้นที่หน้าประตู 

     "เชิญนั่งครับ" เซนลุกขึ้นจากเก้าอี้บุนวม สีแดงที่ตั้งอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ให้กับบุคคลสำคัญในค่ำคืนนี้ "มานานรึยังครับ" เซนถามด้วยรอยยิ้ม "ก็นานอยู่ครับ" เจ้าตัวตอบอย่างสงวนท่าที "ที่นี่เป็นยังไงบ้างครับ? ถูกใจคุณรึเปล่า" เจ้าตัวเลิกคิ้วมอง "ไม่ถูกใจคงไม่ได้แล้วล่ะครับ ฮ่ะๆ" รอยยิ้มบางๆที่ดูออก โดยไม่ต้องสังเกตว่าเจ้าตัวเสแสร้งเพียงใดกับคำพูดนี้ ถูกฉาบอยู่บนใบหน้า คมสันสมชายชาตรี "อ่อ...ครับ" เซนเอ่ยตอบรับเพียงเล็กน้อย "ขอบคุณสำหรับการรตกลงนะครับ" ไนออลเอ่ยขึ้นบ้าง แต่เจ้าตัวก็ต้องชะงักไปเมื่อพึ่งรู้ว่า ตนเองได้แย่งคำพูดของหัวหน้าเข้าให้เสียแล้ว "สรุปใครเป็นหัวหน้าครับเนี่ย" จัสตินเอ่ยถาม บรรยากาศภายในห้องดูตึงเครียด "ขอโทษด้วยครับ เขาพึ่งเข้ามาใหม่ ไม่ค่อนรู้กาละเทศะนัก ผมจะอบรมเขาให้ดีกว่านี้ครับ" เซนรีบเอ่ยขึ้น บรรยากาศภานในห้องดูทุเลาลงเมื่อประตูถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง ร่างของชายหนุ่มผู้จัดการประจำตัวนักร้องดังปรากฎ "ขอโทษที่มาสายนะครับ พอดีผมไปเข้าห้องน้ำมา ไอ้แสบไม่ได้ป่วนอะไรคุณนะครับ" สกูตเตอร์รีบออกตัว "ไม่เลยครับ งั้นถ้ามาครบแล้วเรามาทำสัญญากันเถอะครับ" เซนยื่นมือไปรับกระดาษพร้อมปากกาจากไนออลพร้อมกับ ส่งต่อให้จัสติน "เราอยากถ่ายกันด้วยคอนเซปต์ต้อนรับคริสต์มาสนะครับ เพื่อเอาไปลงในนิตยสาร โดยเราคาดว่าน่าจะไปถ่ายทำกันที่ Hawkshead, Cumbria ครับ" เซนเว้นช่วงการอธิบายไว้เล็กน้อย อีกฝั่งยังคงสงวนท่าทีเช่นเดิม "ครับ" ดูเหมือนมีเพียงสกูตเตอร์เท่านั้นที่ตั้งใจฟัง "เราจะไปถ่ายกันในวันมะรืนี้ครับ อาจลากยาวไปถึงช่วงดึกเลย ทางเราอยากให้นายแบบออกมาดูแล้วเป็นคนโรแมนติก อบอุ่น ผู้ชายในฝันของสาวๆน่ะครับ"  เมื่อสายตาบังเอิญไปตกอยู่กับนักร้องหนุ่มเข้า จัสตินก็ขยิบตาให้เขาหนึ่งครั้ง ก่อนจู๋ปากแล้วทำท่าจุ๊บเบาๆ แบบที่ผู้ชายไม่ทำให้กันเอง เมื่อตั้งสติได้เขาก็รีบเปลี่ยนจุดโฟกัสมาที่งานตรงหน้าในทันที "งั้นช่วยกรุณาเซ็นชื่อยอมรับด้วยหน่อยนะครับ"  

     "ทำไมเขาน่ากลัวจัง" ไนออลเอ่ยออกมาเมื่อจัสตินกลับเข้าคอนโดไป "อ่า..ไม่รู้สิ คงเป็นเพราะยังไม่คุ้นละมั้ง ไปหาฟิชแอนด์ชิพส์กินกันเถอะ" เซนที่รู้สึกเหมือนเหนื่อยมาทั้งวันเอ่ยกับไนออล "ไปต่อกันด้วยไอติม Gelato Gusto" ไนออลพูดอย่างกระตือรือร้น หิมะสีขาวเริ่มโปรยปรายมาจากฟากฟ้าสีมือสนิท เซนเงยหน้าสบตาเข้ากับดวงดาวเบื้องบน "แฮรี่...อยู่บนนั้นสบายดีมั้ย หิมะตกอีกแล้วนะ" รอยยิ้มละมุนผุดขึ้นที่มุมปากคนตัวเล็ก ไนออลได้เพียงแต่ลูบหลังหัวหน้าของเขาเพื่อเป็นการปลอบโยน เขาทำได้แค่นี้จริงๆ...
    "อรุณสวัสดิ์ครับ" เซนเอ่ยต้อนรับอย่างยิ้มแย้มให้นายแบบของเขา...ของเขา? ท่าทางเมื่อวานที่เจ้าตัวส่งจูบผ่านอากาศมาให้ยังติดตาเขาไปทั้งคืน "ครับ อากาศตอนเช้าๆนี่ดีจังนะครับ" สกูตเตอร์ตอบรับอย่างยิ้มแย้ม แตกต่างจากนักน้องหนุ่มที่เจ้าตัวดูยังไม่ตื่นนัก "งั้นมั้ง..." เจ้าตัวหาวหวอด "เอ่อ...งั้นเชิญ ไปแต่งตัวกันก่อนนะครับ" ไนออลเอ่ยอย่างสุภาพจากด้านหลัง "ได้สิ" จัสตินรับคำอย่างว่าง่าย
    เวลาผ่านไป 2 ชั่วโมง ทีมงานก็พร้อมที่จะเริ่มงานรับวันใหม่ นายแบบของเขาก็เช่นกัน เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนเข้าคู่กับกางเกงสแล็คสีดำ ผมสีทองถูกเซ็ตอย่างดี ภาพรวมนี้ทำให้ทีมงานสาวๆหลายคนต่างแอบกรี้ดกันเบาๆ ที่น่าแปลกคือผู้ชายแมนเต็มร้อยอย่างเขา หัวใจเผลอกระตุกไปหนึ่งจังหวะเนี่ยสิ.... "มองตาค้างเชียวนะครับคุณโปรดิวเซอร์..." นักร้องหนุ่มโน้มตัวลงมากระซิบแผ่วเบาที่ข้างใบหู "อ...อะไรกันครับ! ข....เข้ากล้องกันเถอะครับ!" คนโดนแซวตอบอย่างตะกุกตะกักก่อนรีบทำเป็นเฉไฉเปลี่ยนประเด็นเพราะทีมงานบางคนเริ่มหันมาสนใจเขาแล้ว คนร้ายทำหน้าทะเล้นก่อนวิ่งเข้าฉากไป เซนยกมือขึ้นสัมผัสกับผิวหน้าเนียนของตนเบาๆ ไอความร้อนวูบวาบปรากฏอยู่บนผิวขาวราวหิมะของเขา....
นี่เขากำลังเขินผู้ชายด้วยกันเอง? 
"พี่เซนเป็นอะไรไป?" ไนออลเลิกคิ้วขึ้นมองพี่ชายที่ตนเองนับถือ "เอ่อ...ช่างมันเถอะ ตื่นเต้นน่ะทำงานกับคนดังระดับโลกครั้งแรก" เซนรีบแก้ตัว "อ่อ แล้วไปนะครับพี่ชายเห็นหน้าหวานๆ คิดว่าเขาจะมาจีบพี่ผมซะอีก" คราวนี้ไม่ต้องสัมผัสเซนก็รับรู้ได้ว่าหน้าเขาแดงขนาดไหน "อ้าวๆหน้าแดงเลย ฮะๆ น่าสงสัยนะครับเนี่ย..." "ไปทำงานซะ!?!" เซนรีบชี้นิ้วสั่งรุ่นน้องของตน..
      "ภาพนี้ดูดีนะครับ ดูเป็นผู้ชายอบอุ่น" เซนวิจาร์ณผลงานตามปกติ แต่ทว่านายแบบที่ยืนดูอยู่ข้างหลังเขา มันคงจะไม่ปกติเสียเท่าไหร่ เมื่อเจ้าตัวเท้าแขนทั้งสองข้างกับที่เท้าแขนเก้าอี้ ทำให้ตอนนี้จัสตินกำลังอยู่ในท่าที่คล้ายกับจะคร่อมเซนอยู่กลายๆ ลมหายใจหนักแน่นพัดผ่านเส้นผมสีดำเข้มของเขาไป ทำให้เขารู้สึกไม่มีสมาธิกับงานตรงหน้าเอาเสียเลย "อ...เอ่อ คุณจัสตินครับคือว่า...ช่วย ออกห่างนิดนึง ด...ได้รึเปล่าครับ คือมัน..." เซนอธิบายความต้องการของตนเองตะกุกตะกัก พร้อมใช้แขนของตนดันเขาออก "ห้ะ?...เอ้อ! เมื่อกี้ฟังไม่ทันเอาใหม่อีกรอบได้มั้ยครับ" ไม่พูดเปล่า เจ้าตัวยังโน้มใบหน้าเขามาใกล้ๆ ถึงแม้ว่าจัสตินจะไม่ได้ทำอะไรเลยก็ตามที แต่เขาก็ยังจ้องมองมาด้วยหางตา "เอ่อ...คือ จัสตินไม่ร้อนเหรอครับ อยู่ใกล้ขนาดนี้" ในที่สุดเซนก็หาคำแก้ตัวได้ทัน เมื่อกี้เกือบได้จูบกันแล้ว.... "อ้อ ไม่ค่อยร้อนหรอก อากาศที่นี่ดีจริงๆด้วยแฮะ" เขายกยิ้มให้กับโปรดิวเซอร์บางๆ "ถ่ายเสร็จแล้วไปกินกาแฟด้วยกันมั้ยครับ" เป็นจัสตินที่เอ่ยปากถาม "อ่า...ก็ได้ครับ"
     งานถ่ายแบบผ่านไปเรียบร้อยด้วยดีแม้ว่าทุกฝ่ายต้องทำงานล่วงเวลาไปบ้าง เซนเองที่เหนื่อยจากการทำงานเต็มทน ในหัวของเขานึกถึงแต่เรื่องเตียงนุ่มๆ ผ้าห่มอุ่นๆให้ซุกตัวลงนอนโดยที่ลืมนัดกับนายแบบคนดังไปเสียสนิท "พี่เซน ไปเร็วเดี๋ยวเรียกรถแท็กซี่ไม่ทัน" ไนออลรีบคว้าข้อมือคนตัวเล็กให้ตามไป "เดี๋ยวครับ!" เสียงหนึ่งตะโกนไล่หลังมา "อ้าว? จัสตินมาได้ไงครับ" เซนเอ่ยปากถาม "ลืมไปแล้วเหรอครับ นัดของเราน่ะ" เจ้าตัวทำเสียงแหบพร่าอยู่ที่ข้างใบหู "เอ๋? น..นัดของเรา??? เอ่อ...อ้อ! จำได้แล้วครับ"เซนที่พึ่งนึกขึ้นได้ว่าเขานัดไปกินกาแฟตอบรับเสียงใส "ถ้างั้นก็ดีครับ" ไม่พูดอะไรต่อ เจ้าตัวคว้าข้อมือคนตัวเล็กกว่าเดินไปตามทางเข้าร้านกาแฟ ปล่อยให้ไนออลยืนงงกับสถานการ์ณที่เกิดขึ้น "นี่พี่เขากิ๊กกันจริงเหรอเนี่ย?"  
     หิมะสีขาวโปรบปรายลงมาจากฟากฟ้า ปกคลุมพื้นถนนจนกลายเป็นสีขาวโพลน ดอกกุหลาบเริ่มผลิบานประดับอยู่ตามริมถนนทำให้เขาคิดดึงใครบางคน...แฮรี่ กลิ่นไอร้อนจากถ้วยกาแฟตรงหน้าและหมอบางๆช่วยผ่อนคลายเรื่องความเครียดลงมาได้บ้าง "นี่ ทำไมเงียบไปอย่างนั้นล่ะ" จัสตินเอ่ยปากถามคนตรงหน้า "อ๋อ...คิดถึง ...เอ่อ...ช่างมันเถะครับ" เซนรู้สึกร้อนผ่าวที่ดวงตาขึ้นมาเสียดื้อๆ "ม...ไม่เอาน่า อย่าร้องไห้แบบนั้นสิ ผมขอโทษนะที่ไปทำให้คุณ เอ่อ... นึกถึงเรื่องแย่ๆเข้า" จัสตินเอ่ยเบาๆ "ข...ขอโทษครับ มันไหลออกมาเอง" เซนเช็ดน้ำตาลวกๆ พยายามฝืนยิ้มให้ "ขอโทษทำไมฮะ? มีเรื่องไม่สบายใจอะไรก็พูดออกมาสิ เก็บไว้คนเดียวทำไม" ร่างสูงลุกขึ้นจากอีกฟากโต๊ะพร้อมเดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ข้างๆเซนที่ยังว่างอยู่ "มัน..." มันจะดีเหรอ? เรื่องมันก็ผ่านมาเป็น 9 ปีแล้วนะ เขายังควรจะเล่ามันอีกเหรอ? 

แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...


"มัน... มันเป็นเรื่องฝังใจน่ะครับ..." แล้วการแลกเปลี่ยนเรื่องราวของทั้งสองคนก็ดำเนินต่อไปพร้อมๆกับคำคื่นที่หิมะเริ่มก่อตัวหนาขึ้นทุกทีๆ...


ตีสองครึ่ง

"ดึกแล้ว..." จัสตินก้มดูนาฬิกาข้อมือในโทรศัพท์แล้วเอ่ยออกมาอย่างเสียดาย "อ่า...ดึกมากแล้วจริงๆด้วย ขอโทษนะครับ เป็นเพราะผมแท้ๆ  คุณถึงต้องมาอยู่ดึกขนาดนี้" เซนเอ่ยชึ้น สีหน้าดูกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด "นี่... นอกจากสรรพนามจะห่างเหินแล้ว ยังจะชอบขอโทษเรื่อยเปื่อย... ลูกครึ่งเอเชียเป็นแบบนี้ทุกคนรึเปล่าเนี่ย หรือเป็นแค่คุณกันล่ะ?" ใบหน้าทะเล้นชองคนร่างหนายื่นเข้ามาใกล้ๆส่งรอยยิ้มขี้เล่นมาให้ "ฮั่นแน่... ยิ้มแล้วๆ" นิ้วของอีกคนจิ้มเข้าที่แก้มของเขาเบาๆ

เขายิ้ม...งั้นเหรอ?

เขาไม่ยิ้มมากี่ปีแล้วนะ... ยิ้มแบบที่ตัวเองมีความสุขน่ะไม่ใช่ยิ้มเพราะเรื่องธุรกิจมันบังคับ "ผมยิ้ม? เหรอครับ?" คนๆนี้ไม่ได้อำเขาเล่นใช่มั้ย คำตอบที่ได้คือสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อยก่อนพยักหน้าสองสามทีของจัสติน "ใช่ครับ... เอ...แบบนี้หมายความว่าคุณไม่เคยยิ้มเลย... งั้นเหรอ?" 
จะโกหก ก็เหมือนทรยศตัวเองที่พร่ำบอกกับทุดคนว่าเขา เซน มาลิก เกลียดการโกหกที่สุด...
จะให้พูดความจริง ไม่มีอะไรเสียหาย เพียงแต่เขาไม่อยากบอกใคร...
"ค...เคยสิครับ! เคย..." เคยเมื่อนานมาแล้วน่ะนะ "อืม... ต่อจากนี้คุณโปรดิวเซอร์ต้องยิ้มบ่อยๆนะครับ จะได้ไม่แก่เร็ว ดูอย่างผมสิ ยิ้มทุกวันตอนนี้หน้าเด็กขนาดเด็กสองขวบยังต้องอาย" 
"เหมือนพูดอวยตัวเองมากกว่านะครับ..."
"เปล๊า!" บทสนทนาจบลงด้วยเสียงหัวเราะ

เป็นช่วงเวลาที่เขาได้รู้สึกปลดปล่อย...
เป็นช่วงเวลาที่เขารู้สึกได้ว่าเขาได้ตื่นจากซากของเซนคนเก่าแล้วเอื้อมมือมาสัมผัสกับแสงแห่งชีวิตอีกครั้ง...
เป็นช่วงเวลาที่ไม่จำเป็นต้องพยายามที่จะขวนขวายหาทางกลับบ้าน
ที่สำคัญที่สุด... เขาไม่ได้คิดถึงแฮรี่อีกเลย 
อยากเก็บเวลาแบบนี้ไว้นานๆจัง





คนหนึ่งหันหลังให้ความสัมพันธ์... ส่วนอีกคนก็ฝังตัวเองอยู่ที่เดิมเฝ้าคอยให้คนๆนั้นกลับมา

คนหนึ่งรัก อีกคนไม่แยแส...

คนหนึ่งยังคิดถึง อีกคนกำลังหันไปมีความสุขกับชีวิต...

"จัสติน นายเป็นอะไรไป? แล้วเมื่อคืนไปไหนมา?" สกูตเตอร์เดินมาตบไหล่เขาแรงๆเรียกสติ "อืม... คนๆหนึ่งที่ถูกหักอกทั้งที่ยังรักอยู่มันจะรักกันได้นานสักเท่าไหร่เชียว?" นอกจากจะไม่ตอบคำถาม เจ้าตัวยังใช้ปลายนิ้วลูบคางไปมาราวกับกำลังหมกมุ่นกับความคิดของตัวเอง "ไอ้เรื่องเลิกรักน่ะ มากสุดๆเลยก็คงไม่เกินปีไม่ก็ปีครึ่งหรอก... แต่ไอ้ที่เขายึดติดน่ะ คือกลัวว่าจะมีใครมาทำให้เขาเจ็บปวดเหมือนตอนที่ตัวเองถูกหักอกอีกรึเปล่า พูดง่ายๆก็คือ คนที่อกหักมาหลายปีแต่ยังเพ้ออยู่น่ะ ถ้าไม่ได้รักมาก ก็ตั้งกำแพงไว้สูงมากเก็บตัวเองไว้ในโลกส่วนตัวแล้วหลอกตัวเองจนกลัวความรักแล้วไม่กล้าเปิดใจให้ใครในที่สุด" สกู๊ตเตอร์ตอบแม้จะไม่เข้าใจอารมณ์ศิลปินของไอ้แสบ ไม่แน่ว่าจัสตินอาจจะกำลังแต่งเพลงใหม่อยู่ “เห้ย! มาได้ไง”
“อะไรเล่า? จะเรียกไปขึ้นรถใกล้ถึงเวลาให้สัมภาษณ์แล้ว” สัมภาษณ์.... อ้อ ใช่ๆ เขาต้องไปให้สัมภาษณ์สินะ “งั้นไปกันเถอะ”

      “เซนจะมามั้ย?” สกู๊ตเตอร์เหล่มองคนข้างกายด้วยหางตา “ไม่มาหรอก เขาจะมาทำไมล่ะ” จบประโยคผู้จัดการส่วนตัวก็เหมือนเห็นภาพน้องหมาหางลู่หูตกซ้อนทับขึ้นมา “ทำไมล่ะ? อยากเจอเหรอ” 
“เปล่า แค่ถามเฉยๆต้องอยากเจอด้วยรึไงเล่า” ก็ไอ้ท่าทางแบบนั้น มันอยากเจอชัดๆเลยนี่นา... แต่สุดท้ายสกู๊ตเตอร์ก็แค่เพียงยักไหล่. และบทสนทนาก็จบลงเพียงแค่นั้น

       เซนขยับตัวไปมากลางเตียงนอนคิงส์ไซส์สีขาวมาได้สักพักแล้ว ความจริงเขาตื่นมาตั้งแต่ 7 โมงเช้า แต่มันก็เช้าเกินกว่าจะตื่น เมื่อคืนเขาแอบเก็บความเป็นห่วงนายแบบชื่อดังไว้กับตัวลากผ่านมาถึงตอนเช้าก็ยังเป็นห่วง กลัวเหลือเกินว่าคนคนนั้นจะนอนไม่พอเพราะเขาเป็นต้นเหตุ แต่วันนี้เขาไม่มีงานนี้นะ... โอกาสแบบนี่ ต้องรออีกกี่ชาติถึงจะมีได้กัน วันนี้เซนจึงเลือกที่จะปิดตัวเองลงสักวัน นอนนิ่งๆไหลตายไปได้เลยยิ่งดี

      “ผมมีความสุขมาก ขอบคุณแฟนเพลงและ belieber ของผมที่ยังสนับสนุนผม สัญญาว่าผมจะพยายามทำตัวให้ดีขึ้น” จบประโยค ถือได้ว่าการสัมภาษณ์เสร็จสิ้นสมบูรณ์ คนสัมภาษณ์บอกลาเขาหนึ่งครั้งก่อนหันไปยุ่งกับเอกสารต่อ “คุณรู้จักเซนมั้ย? เซน มาลิกน่ะ” กลั้นใจถามออกไป คนสัมภาษณ์มองเขางงๆก่อนยิ้มแหย “ไม่หรอกครับ ผมไม่รู้จักเขาเลย” พูดจบแล้วก็รีบหันหลังหนีทันที 

อยากเจอเซน...

อยากเป็นคนที่ดึงเซนออกมาจากจุดนั้น....

ไม่อยากเห็นคนหน้าคมต้องทรมาณกับความทรงจำของตัวเอง...

เอาตรงๆ...

อยากเจอเซนว้อยยยยยยย

แทบจะไม่รอให้ประตูกระจกสีเขียวปิดสนิท ร่างของชายหนุ่มหน้าคมก็รีบปรี่เข้าหาไนออลทันที ดวงตาสีเฮเซลฉายแววกังวลแจ่มชัด บ้าจริงๆ! ชีวิตของเซน มาลิค จะมีวันหยุดที่แสนธรรมดาอย่างชาวบ้านชาวช่องเขาไม่ได้รึยังไง!  "งานส่วนไหนที่มีปัญหา" ไนออลชะงักไปเล็กน้อย เท่าที่ทำงานด้วยกันมา เซนเป็นคนที่จริงจังเรื่องงานเสมอ ซึ่ง.....


เขาว่ามันไม่เวิรค์อย่างแรง

แอบมองข้ามไหล่ทีมงานคนอื่นก็ขอปัดมือไปมา รู้เลย งานนี้ตายเดี่ยว

"นี่! งานมันมีปัยหาก็บอกมาก่อน นายจะมาอ้ำๆอึ้งๆทำไม นาย----"

"หัวหน้าเขาจะ เรียกพี่ไปคุย" โบ้ยไปก่อนแล้วกัน....

"เอ่อ...."















คนอย่างเซนไม่เคยถูกหัวหน้าเรียกเข้าห้องเย็นมาก่อนในประวัติการทำงาน.... นี่เขาไปทำอะไรให้ตัวเองเสียประวัติวะเนี่ย แอบสบถกับตัวเองอย่างหัวเสียก่อนจะตัดสินใจเปิดประตู

"นั่งสิ คุณเซน" ไซมอนหัวหน้าของเขาผายมือไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

"มีเรื่องอะไรรึเปล่าครับ" มันต้องมีแน่ๆอยู่แล้วสิ...

"คือมันก็เป็นเรื่องการเลิกงานของคุณน่ะนะ คุณเลิกงานตรงเวลามากไป เหมือนกับคุณไม่มีใจรักให้กับองค์กรเลย อยากจะให้เห็นใจเพื่อนร่วมงานที่กำลังทำงานอยู่ด้วย ผมจะสั่งงานตอน ห้าโมงก็เกรงใจ...."

     









จ่ะ...

หาคำอื่นมาบรรยายไม่ไหวจริงๆ... งั้นเดี๋ยวคราวหลังเซนจะทำโอทีนะจ๊ะ

ระหว่างที่กำลังแอบด่าหัวหน้างานในใจ ประตูห้องก็ถูกเปิดออกพร้อมกับจู่ๆแสงไฟก็ดับลง เซนกระเด้งตัวออกจากเก้าอี้แทบจะทันที เขากลัวความมืด กลัวเอามากๆ เขาไม่เคยคุ้นชินกับมันเลยสักครั้ง....

แต่ในความมืดก็มีแสงสว่างอยู่เสมอ....

แสงจากเทียนเล่มน้อยที่ปักอยู่บนเค้กวันเกิดสว่างขึ้นในห้องทำงานเล็กๆ ทีมงานทุกคนค่อยๆทยอยเดินเข้ามาในห้องล้อมเขาไว้ คนที่ถือเค้กกำลังร้องเพลง happy birthday อยู่คือจัสติน เจ้าตัวกำลังยิ้มให้เขา

เหมือนแฮรี่....

เพียงแต่ตอนนี้ความมทรงจำเรื่องแฮรี่มันเป็นเพียงความทรงจำในหน้ากระดาษเก่าๆสำหรับเขาไม่ใช่กระดาษแผ่นใหม่ที่เปิดดูกี่ครั้งก็บาดมือเขา สร้างบาดแผลให้เขา 

ครั้งนี้... มันเป็นแค่กระดาษเก่าๆ ที่แค่เปิดมาเพื่อบอกให้เขารับรู้ถึงอดีตเท่านั้น.... ทำไมนะ?

"อธิษฐานเลยรับคุณโปรดิวเซอร์"คนๆเดียวที่จะเรียกเขาด้วยสรรพนามนี้ยื่นก้อนเค้กมาตรงหน้า 

ขอให้มีใคร.... ใครสักคน มาทำลายกำแพงของเขา 

น่าแปลก... ที่ตอนอธิษฐาน ทำไมไม่รู้ แต่ใบหน้าของจัสตินกลับเด่นชัดในสมอง



"วันนี้.... ไปฉลองกันแบบส่วนตัวดีมั้ย? คุณโปรดิวเซอร์?" จัสตินเดินเข้ามาทักเขาที่กำลังยืนเหม่อมองเค้กในจานอยู๋ "ทำไมไม่กินล่ะ? ไม่ชอบเหรอ ผมเห็นไนออลบอกว่าคุณชอบช็อกโกแลตนี่" 

"เปล่าครับ... ผมชอบแหละ" 

"แล้วว่าไง? ไปฉลองกันมั้ย ทั้งเรื่องทำงานจบ แล้วก็วันเกิดคุณด้วย" จัสตินถามย้ำจุดประสงค์อีกครั้ง "โอเคครับ..."





หิมะยังคงตกอย่างต่อเนื่อง ฤดูหนาวปีนี้ดูท่าจะไม่ผ่านไปง่ายๆเหมือนกับปีก่อนๆ เพื่อความปลอดภัยเซนเลยชวนให้จัสตินไปเลี้ยงที่ห้องเช่าของเขาแทน จัสตินไม่ได้ปฏิเสธอะไรกลับกัน เจ้าตัวดูท่าจะตื่นเต้นมากๆด้วยซ้ำ ไฟในห้องถูกเปิดขึ้น เผยให้เห็นเฟอร์นิเจอร์ภายในที่ตกแต่งเข้าไว้ด้วยกัน อย่างลงตัว 

"รสนิยมคุณไม่เลวเลย" จัสตินชะงักกับรูปๆหนึ่งบนหัวเตียง เป็นรูปผู้ชายสองคนที่ถ่ายคู่กัน ทิวทัศน์ด้านหลังเป็นลอนดอนอาย "นี่คงเป็นแฮรี่...." ร่างหนารำพึงกับตนเอง

"อ๋อ.... ครับ" จัสตินเหล่มองใบหน้าคม คนในรูปดูมีความสุขมากกว่าตอนนี้จริงๆ "ผมมีเบียร์ สนมั้ย?" ในมือเซนมีเบียร์กระป๋องอยู่ เขาเขย่ากระป๋องไปมาอย่างเชื้อเชิญ "ถ้าฟรีผมก็เอา"

นั่นดื่มกันไปสักพัก คุยเรื่องบอลเป็นระยะๆไม่ให้บรรยายกาศเงียบจนเกินไป ถ้าเป็นปกติ คนอย่างจัสตินคงพูดว่ามันกร่อยชะมัด แต่ตอนนี้มีอะไรบางอย่างที่เปลี่ยนไป ทั้งคู่รู้ดี มันไม่มีความอึดอัดโดยสิ้นเชิง มันเป็นความสงบอย่างประหลาด แต่ละคนมีพื้นที่ของตนเอง แต่พอหันกลับมาก็รู้ว่ายังมีอีกคนนั่งอยู่ข้างๆกัน... 

"ผมคิดว่าคุณจะเป็นคนหยิ่ง" เซนเปิดประเด็นสนทนาใหม่

"หน้ากากน่ะ อาจจะเพราะผมเป็นคนหน้านิ่งเป็นทุนเดินอยู่แล้วด้วยมั้ง" พูดจบจัสตินก็กระดกเบียร์เข้าปากอีกคำ "ผมคิดว่าคุณเป็นพวกบ้างานซะอีก"

"พอตัว...."

"ทำไมล่ะ?" พอหันไปสบตาเจ้าของใบหน้าคมที่กำลังงงอยู่ก็อธิบายเพิ่ม "คนเราจะสร้างนิสัยอะไรขึ้นมา  มันก็มีพื้นเพของมันทั้งนั้นแหละ แล้วของคุณล่ะ"

"...." เงียบ

เงียบไปหลายอึดใจ จนจัสตินเผลอคิดไปว่าเขาจะไม่ตอบคำถามนี้แล้ว

"ผมอยากลืมแฮรี่.... แค่นั้นแหละ" 

"แฮรี่ดูมีความสำคัญกับคุณมากนะ"

"อืม..."

"แล้วตอนนี้...." จัสตินเขยิบตัวเข้าไปใกล้เซนอีกนิด พอเห็นอีกฝ่ายไม่มีทีท่าจะหนีก็กระตุกยิ้มออกมา "คุณลืมเขาได้รึยัง?"

"ผม.... ผมยังไม่ลืม แต่ก็หวังว่าจะลืม"

"ให้ผมเป็นคนช่วยคุณได้มั้ย?" เซนหันมาสบสายตาที่เต็มไปด้วยความหมายของคนข้างกาย แววตานั้นดูจริงจัง เข้มแข็ง มั่นคง

"ให้ผมเป็นคนทำให้คุณลืมเขา...." 
"ให้คุุณลืมอดีต..."

"ให้คุณเห็นอนาคตที่มีผมอยู่ในนั้น...."


ไม่รู้ว่าบรรยากาศมันพาไป หรือ ใจของพวกเขาสั่งให้ทำ จัสตินใช้ฝ่ามือรั้งท้ายทอยอีกคนเอาไว้ให้รับรสจูบหวานละมุนจากเขา จากความนุ่มนวลก็เริ่มเปลี่ยนเป็นความร้อนแรง ริมฝีปากทั้งคู่แนบชิดกัน ไม่มีใครสนใจกระป๋องเบียร์ที่ตอนนี้ร่วงลงไปกับพื้น ความสนใจของคนทั้งคู่พุ่งไปที่กันและกัน ความหวานละมุนจากคนตรงหน้าเริ่มปลุกสัตว์ร้ายในร่างกายขอจัสตินให้ตื่นขึ้นมา มืออีกข้างที่ยังว่างอยู่ค่อยๆสอดเข้าไปใต้เสื้อยืดสีดำ ลูบไล้กล้ามท้องไปมาอย่างหยอกล้อ ฟังเสียงครางหวานๆของคนใต้อาณัติที่กำลังบิดกายเร่าๆด้วยควาพอใจ บดขยี้ริมฝีปากของตนกับอีกฝ่ายแรงๆอีกครั้ง ครั้งแล้วครั้งเล่า.... 

ผ่านไปนานหลายนาทีกว่าคนตัวใหญ่จะยอมผละริมฝีปากออก ไม่วายเจ้าตัวยังคงปล่อยให้ริมฝีปากของเขาอ้อยอิ่งอยู่ใกล้ๆราวกับว่าพร้มจะประกบลงมาอีกครั้งเมื่อใดก็ได้



---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สองเดือนถัดมา

จัสตินเขวี้ยงกระเป๋าเป้ลงบนพื้นอย่างหัวเสีย ทั้งห้องดูเหมือนจะเห็นภาพนี้จนคุ้นชินไปเสียแล้ว "บ้าชะมัด!" เขาสบถเสียงดัง จัสตินไม่วายมองไปรอบๆห้องเพื่อหาที่รองรับอารมณ์ของตัวเองเป็นรายถัดไป แต่ทุกคนดูเหมือนจะวางตัวถูกที่เหมาะสถานการณ์ไปเสียหมด จนเขาเองที่กำลังจะระเบิดในไม่ช้า 


ในเวลาแบบนี้...


เซนอยู่ไหน? จะทิ้งเขาไปอีกคนเหมือนที่ทั้งวงการหันหลังให้เขารึไง? หรือว่าเห็นเขาไม่มีประโยชน์แล้วเลยเขวี้ยงทิ้งงั้นเหรอ? 
ในใจคิดสะระตะไปเรื่อย ระหว่างที่กำลังมองออกไปนอกหน้าต่างให้ใจสงบขึ้น 


ใครเป็นคนเอาข่าวนั่นไปปล่อย? คำถามไม่ใช่ใคร เเต่เป็น เพื่ออะไร? ถึงได้พยายามปล่อยข่าวว่าเขาทำตัวไมุ่ภาพหลบหลู่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์นั่นกัน เขาไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย เอาเข้าจริงนักท่องเที่ยวคนอื่นก็เป็นแบบเขากันทุกคน แต่ไม่เห็นมีใครว่าอะไร พอเป็นเขาดันเป็นข่าวครึกโครมเหมือนเขาพึ่งเขวี้ยงระเบิดปรมณูใส่ทำเนียบข่าวอย่างไรอย่างนั้น

     "จัสติน เป็นยังไงบ้าง ผมติดงานเลยมาช้าไปหน่อย..." เสียงหนักแน่นที่ทำให้จัสตินอุ่นใจมากขึ้นดังมาจากด้านหลัง ราวกับว่าเขามีคนเดียวที่พึ่งพิงได้ในเวลานี้ "เซน..." พูดจบก็โผเข้ากอดร่างคนตัวสูงทันที เซนได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ควบคุมการผลิต ได้ย้ายที่ทำงานมาอยู่ใน LA ได้ประมาณเดือนกว่าๆ นั่นทำให้เขากับเซนใกล้ชิดกันมากขึ้น จากตอนแรกที่ความสัมพันธ์ดูระหองระแหง เหมือนว่าจะไปไม่รอด แต่พอเซนได้มาทำงานที่นี่ ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว จนตอนนี้ก็มากพอที่จะบอกคนอื่นที่ใกล้ตัวว่า 'นี่แฟนผมครับ' แล้ว

แต่ตอนนี้...

"เซนจะไม่ทิ้งผมใช่มั้ย?" จัสตินเอ่ยเสียงอู้อี้ในอ้อมกอด ตอนแรกคิดว่าเซนเฟก แต่ตอนนี้เขาเองกลับเป็นคนที่ติดนิสัยพูดเพราะๆ(แค่กับเซนและแฟนคลับ)ไปเองเสียแล้ว

"ไม่ครับ ผมไม่ทิ้งแฟนผมหรอก" ฝ่ามือหนาลูบแผ่นหลังจัสตินเบาๆ ตอนนี้จัสตินก็ได้แต่แอบขำในใจ จากตอนแรกที่เขาดูท่าจะรุกเซน ตอนนี้ดันเป็นเซนที่กำลังปลอบเขา ในอ้อมกอดแสนอบอุ่นเสียอย่างนั้น เขากลายเป็นเด็กไปเลยเมื่ออยู่กับเซน

"สัญญานะ"

"ครับ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะอยู่ข้างๆจัสแน่นอน" เซนยิ้มให้ ก่อนใช้ปลายนิ้วเกลี่ยน้ำตาหยดใสๆที่เอ่อล้นที่หางตาจัสตินเบาๆ จูบซับน้ำตานั้นจนแห้งสนิท 

จัสตินไม่ได้ร้องไห้เพราะเขาเสียใจ... แต่การที่มีใครสักคนสัญญาว่าจะอยู่ข้างๆเขาเวลาที่ล้ม มันยากต่อการกลั้นนำตาจริงๆนะ

























T H E 
E N D.

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ time never die จากทั้งหมด 3 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 Jeang (@nirawen) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 21:27
    เเราอยู่เรือนี้เหมือนกัน หาคู่นี้ภาษายาหมาก ขอบคุณที่เขียนเรื่องราวสนุกๆ มาแบ่งปันกันนะคะ &#10084;
    #1
    1
    • #1-1 A-white-wing (@A-white-wing) (จากตอนที่ 1)
      26 มิถุนายน 2561 / 21:58
      เปิดมาเจอคอมเม้นด้วย ดีจัยยยยยยยย ขอบคุณที่ชอบนะคะ &#128147;
      #1-1