เรื่องจริงทะลุโลก (Extension)

ตอนที่ 118 : ใครฆ่านโปเลียน?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11354
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    13 ต.ค. 52




นโปเลียน โบนาปาร์ต (Napoleon Bonaparte))

 

นโปเลียน โบนาปาร์ต Napoleon Bonaparte (15 สิงหาคม ค.ศ. 1769 - 5 พฤษภาคม ค.ศ. 1821) เป็นนายพลในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส ดำรงตำแหน่งผู้ปกครองประเทศฝรั่งเศส ตั้งแต่ปลายปี ค.ศ. 1799 และได้กลายเป็นจักรพรรดิ ของชาวฝรั่งเศสระหว่างปี ค.ศ. 1804 ถึง ค.ศ. 1814 ภายใต้พระนามว่า นโปเลียนที่ 1 ผู้ได้มีชัยและปกครองดินแดนส่วนใหญ่ของทวีปยุโรป และได้แต่งตั้งให้แม่ทัพและพี่น้องของเขาขึ้นครองบัลลังก์ในราชอาณาจักรยุโรปหลายแห่งด้วยกัน เช่น ประเทศสเปน เมืองเนเปิลในประเทศอิตาลี แคว้นเวสต์ฟาเลนในประเทศเยอรมนี ประเทศเนเธอร์แลนด์ และประเทศสวีเดน

       นโปเลียนเป็นอดีตจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ของฝรั่งเศสทรงประสูติที่เมือง Ajaccio บนเกาะ Corsica เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 1769 ซึ่งขณะนั้นอยู่ภายใต้การยึดครองของฝรั่งเศส ดังนั้น นโปเลียนจึงมีเชื้อชาติอิตาเลียน ขณะที่อยู่ในวัยหนุ่ม นโปเลียนมีทัศนคติว่าฝรั่งเศสคือผู้รุกราน จะอย่างไรก็ตาม เขาก็ได้เข้าศึกษาวิชาทหารในประเทศฝรั่งเศสจนสำเร็จการศึกษาขณะที่มีอายุ ได้เพียง 16 ปี จากนั้นก็ได้เข้ารับตำแหน่งนายร้อยโทในกองทัพ พออีก 4 ปีต่อมาได้เกิดการปฏิวัติครั้งใหญ่ในฝรั่งเศส รัฐบาลฝรั่งเศสที่ถูกจัด ตั้งขึ้นหลังการปฏิวัติได้ประกาศสงครามกับต่างชาติหลายประเทศ โดยได้ส่งกองทัพเข้ายึดเมือง Toulon กลับคืนมาจากอังกฤษ นโปเลียนซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้บังคับบัญชากองทหารปืนใหญ่ในขณะนั้น ได้ตัดสินใจทิ้งสัญชาติ Corsican ของตนอย่างสิ้นเชิง และยอมรับว่าตนเป็นชาวฝรั่งเศสอย่างสมบูรณ์ การรบชนะสงครามครั้งนั้นได้นำชื่อเสียงมาสู่นโปเลียนมาก ทำให้ได้รับตำแหน่ง นายพลจัตวาในกองทัพบก เมื่อมีอายุได้ 27 ปี เขาได้รับการแต่งตั้งให้ควบคุมกองทัพบุกรุกอิตาลี และเมื่อได้ชัยชนะนโปเลียนก็ได้เดินทาง กลับฝรั่งเศสในฐานะวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ของชาติ

       ในปี 1798 นโปเลียนได้นำกองทัพฝรั่งเศสบุกอียิปต์ ถึงแม้ในการต่อสู้ทางบก กองทัพของนโปเลียนจะมีชัย แต่ในการสู้รบทางเรือ กองทัพของนโปเลียนถูกกองทัพเรืออังกฤษ ภายใต้การนำของ Lord Nelson ทำลายสิ้น เมื่อแพ้สงครามนโปเลียนได้เดินทาง กลับฝรั่งเศส แต่ประชาชนฝรั่งเศสจดจำนโปเลียนในฐานะผู้พิชิตอิตาลีดียิ่งกว่าผู้พ่ายแพ้สงครามที่อียิปต์ ดังนั้นนโปเลียน จึงใช้ความนิยมนี้ปฏิวัติ ล้มระบบการปกครองเดิม และจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ที่มีนโปเลียนเป็นกงสุลใหญ่ทันทีแล้ว ก็ได้มีการร่าง รัฐธรรมนูญใหม่เพื่อให้นโปเลียนขึ้นครองอำนาจอย่างสมบูรณ์ หากนับเวลาการไต่เต้าทางการเมืองของนโปเลียนแล้ว เราก็จะเห็นว่า จากอายุ 24 ปี ที่ไม่มีใครรู้จักมาได้พิชิตศึกที่ Toulon

       อีก 9 ปีต่อมา เขาก็ได้เป็นจักรพรรดิของฝรั่งเศสแล้วความก้าวหน้านี้จึงเป็น การกระโจนขึ้นสูงที่ค่อนข้างเร็ว ประวัติศาสตร์ยังได้จารึกอีกว่า ในขณะที่มีอำนาจ นโปเลียนได้จัดระเบียบการปกครองและ ระบบกฎหมายใหม่หมด มีการจัดตั้งธนาคารชาติและมหาวิทยาลัยหลายแห่ง และได้รวมอำนาจการปกครองสมัยนั้น มาไว้ที่ส่วนกลางหมด นอกจากนี้ก็ยังได้จัดสร้าง Code Napoleon ซึ่งถือว่าในแง่กฎหมายแล้วประชาชนทุกคนเท่าเทียมกันหมด ไม่มีใครมีอภิสิทธิ์เหนือใคร และเขายังได้ออกกฎหมายให้คนจนที่ไร้การศึกษาเรียนรู้กฎหมายว่ามันคืออะไร เพื่อให้เข้าใจกฎหมายดีขึ้นนั่นเอง

       เมื่ออายุได้ 35 ปี นโปเบียนก็ได้สถาปนาตนเป็นจักรพรรดิ์ของฝรั่งเศส และ ได้มอบหมายให้ญาติพี่น้องของตน 3 คนไปปกครองสเปน ออสเตรเลียและปรัสเซีย ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ประชาชนหลายคน ไม่พอใจมากโดยหาว่านโปเลียนเล่นพวก และเมื่อนโปเลียนได้ทำ สัญญาสงบศึกกับอังกฤษเพื่อให้ทหารในกองทัพได้พักผ่อนหลังจาก ที่ได้ทำศึกสงครามกันมานานร่วม 10 ปี แต่ในปี 1805 นั้นเอง สงครามกับอังกฤษก็ได้ระเบิดอีก เพราะนโปเลียนคิดจะยึดเกาะอังกฤษ ถึงแม้สงครามทางบกจะชนะแต่ในการสู้รบทางเรือของฝรั่งเศสก็ยัง คงแพ้กองทัพเรืออังกฤษอยู่นั่นเอง และเมื่อนโปเลียนแพ้สงครามเรือที่ Trafalgar อย่างราบคาบ อังกฤษก็ได้เป็นเจ้าทะเลอย่างไร้ชาติใด เทียมทานตั้งแต่นั้นมา

       ในปี 1812 นโปเลียนได้กรีธาทัพบุกสเปน การสู้รบได้ติดพันกันนานหลายปีจนในที่สุดสเปนได้ยอมเป็นพันธมิตร แต่นโปเลียน ก็ยังหาพอใจไม่เพราะตั้งใจ จะให้ปารีสเป็นเมืองหลวงของยุโรป จึงได้ทำสงครามกับรัสเซียต่อ,kเมื่อกองทัพ รัสเซียใช้วิธีหลบเลี่ยงไม่ต่อสู้ กองทัพฝรั่งเศสซึ่งมีกำลังคน 400,000 คน จึงบุกเข้าไปในรัสเซียได้ลึกและเร็วและยึดกรุง Moscow ได้ในเดือนกันยายนของปีนั้นเอง ถึงแม้เวลาจะผ่านไปนานถึง 5 สัปดาห์ รัฐบาลรัสเซียก็ยังไม่ยอมลงนามในสัญญาสงบศึก ขณะนั้นเป็นฤดูหนาวเมื่อทหารรัสเซียได้จุดไฟเผาเมืองและเสบียงอาหารในกองทัพเริ่มขาดแคลน การลำเลียงอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ เริ่มติดขัด นโปเลียนจึงตัดสินใจถอยทัพกลับ และได้ถูกทหาร Cossack ของรัสเซียโจมตี ทำให้ทหารฝรั่งเศส จำนวนนับแสนล้มตาย การแพ้สงครามของนโปเลียนในครั้งนั้นได้ทำให้รัสเซีย สวีเดน ออสเตรีย และปรัสเซียผนึกกำลังกันสู้ฝรั่งเศส และพิชิตฝรั่งเศสได้ในปี 1813จากนั้นกองทัพพันธมิตรได้บังคับให้นโปเลียนทรงสละราชสมบัติ และถูกเนรเทศไปประทับที่เกาะ Elba ซึ่งตั้งอยู่ในทะเล Mediterranean

       แต่เมื่อประทับอยู่บนเกาะได้เพียงปีเดียว นโปเลียนก็ได้หลบหนีออกจากเกาะ Elba กลับไปฝรั่งเศสอีก การกลับคืนสู่อำนาจของ นโปเลียนในครั้งนั้น ได้ทำให้ออสเตรเลีย รัสเซีย เยอรมนี และอังกฤษ ร่วมกันประกาศสงครามกับฝรั่งเศสอีกและเมื่อนโปเลียนแพ้ สงครามอย่างยับเยินที่ Waterloo จึงทรงถูกจับขังบนเกาะเกาะแซงต์เตเเลน( St. Helena) ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ เกาะหนึ่งในมหาสมุทรแอตแลนติก เพื่อให้มั่นใจว่า จักรพรรดิบรรลัยโลกพระองค์นี้จะไม่หวนกลับมารังควานโลกอีก

       
              นโปเลียนถูกขัง และถูกอังกฤษส่งตัวไปยัง ตามบัญชาการของ เซอร์ฮัดสัน โลว พร้อมกับนายทหารที่ยังจงรักภักดีบางส่วน รวมถึงท่านเคาน์ลาส กาสด้วย นโปเลียนได้ใช้เวลาบนเกาะซังต์เตเลน อุทิศให้กับการเขียนบันทึกความทรงจำของพระองค์เอง ให้คนรุ่นหลังได้อ่าน ในช่วงครึ่งหลังของเดือนเมษายน ปี ค.ศ. 1821 พระองค์ได้ทรงเขียนพินัยกรรม และหมายเหตุพินัยกรรมหลายฉบับด้วยพระองค์เอง รวมกว่าสี่สิบหน้าด้วยกัน คำพูดสุดท้ายของพระองค์ก่อนสิ้นใจได้แก่ "ฝรั่งเศส กองทัพ เเม่ทัพ โจเซฟีน" หรือจากที่บันทึกไว้ใน "จดหมายเหตุเกาะแซงต์เตเเลน" คือ "...ศีรษะ...กองทัพ...พระเจ้าช่วย!"

       นโปเลียนได้สิ้นพระชนม์ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ปี 1821 ขณะมีพระชนมายุได้ 52 ชันษา

       ในภาพรวมพระองค์ทรงยิ่งใหญ่สู้ Alexander หรือ Genghis Khan ไม่ได้ เพราะนายทัพทั้งสองไม่เคยแพ้สงครามเลย แต่นโปเลียนทรงแพ้ สงครามหลายครั้งโดยเฉพาะการปราชัยที่ Waterloo นั้น ได้ทำให้ฝรั่งเศสมีดินแดนน้อยลงกว่าที่เคยมีเมื่อ ก่อน ปฏิวัติเสียอีก และในการทำสงคราม ที่ยืดเยื้อกับสเปนนั้น สงครามได้ทำให้สเปนอ่อนแอ ประเทศต่างๆ ในอเมริกากลางที่เป็นเมืองขึ้น ของสเปนจึงได้มีโอกาสประกาศตัวเป็นเอกราช

                ในปี ค.ศ. 1955 จดหมายเหตุของท่านเค้าท์หลุยส์ มาร์ชองด์ ข้ารับใช้ของนโปเลียนได้ถูกตีพิมพ์ เขาได้เขียนเล่าเหตุการณ์ ช่วงไม่กี่เดือนสุดท้ายก่อนนโปเลียนจะสวรรคต และหลายคนเชื่อว่าพระองค์ถูกลอบวางยาพิษด้วยสารหนู

       คำถามที่นักประวัติศาสตร์ได้พยายามตอบมานานแล้วก็คือ ใครฆ่านโปเลียนหรือพระองค์สิ้นพระชนม์เพราะโรคมะเร็งกระเพาะ

       เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2000นักประวัติศาสตร์ นักพิษวิทยา และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องมะเร็งได้ประชุมกันที่ปารีสเพื่อ "ยุติ" ประเด็นสงสัยนี้ ในอดีตนักประวัติศาสตร์ได้เคยมีความเชื่อมานานว่า มะเร็งคือโรคร้ายที่คร่าชีวิตนโปเลียน แต่นักวิชาการรุ่นหลังๆ นี้กลับมีความเชื่อว่า นโปเลียนถูกปลงพระชนม์ เมื่อหน่วยสืบราชการลับ FBI ของสหรัฐฯ และ Scotland Yard ของอังกฤษได้พบว่าเส้นผมของนโปเลียนหลายเส้นมียาพิษ

                ในปี ค.ศ. 2001 ปาสคาล คินท์ แห่งสถาบันกฎหมายเมืองสตราสบูร์กได้ทำการพิสูจน์ทฤษฎีนี้ ด้วยการศึกษาหาระดับสารหนูในเส้นพระเกศา(ผม)ของนโปเลียนภายหลังจากที่พระองค์สวรรคต ซึ่งก็พบว่ามีสารหนูอยู่เกินกว่าระดับปกติ 7 ถึง 38 เท่า การวิเคราะห์ของนิตยสาร วิทยาศาสตร์และชีวิต ได้แสดงให้เห็นว่า สามารถพบสารหนูในระดับความเข้มข้นเท่ากันจากตัวอย่างที่เก็บได้มาจากปี ค.ศ. 1805 ค.ศ. 1814 และ ค.ศ. 1821 ดังนั้นจึงต้องกล่าวถึง ธรรมเนียมในสมัยนั้นที่นิยมสวมวิกผมพ่นทับด้วยแป้งผง ยิ่งไปกว่านั้น เราอาจเชื่อในการวิเคราะห์ของนักวิจัยชาวสวิสที่บอกว่า นโปเลียนสวรรคตจากโรคมะเร็งในกระเพาะ แม้ว่าจักรพรรดิจะมีพระวรกายค่อนข้างเจ้าเนื้อก่อนสวรรคต (น้ำหนัก 75.5 ก.ก. ส่วนสูง 167 ซ.ม.) นักวิจัยยังได้สำรวจกางเกงที่นโปเลียนสวมใส่ในสมัยนั้น และสามารถระบุได้ว่าพระองค์มีน้ำหนักลดลงถึง 11 ก.ก. ภายในเวลา 5 เดือนก่อนการสวรรคต สมมติฐานดังกล่าวเคยถูกกล่าวว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นได้เนื่องจากนโปเลียนมีพระวรกายใหญ่เกินกว่าที่จะเป็นคนป่วยด้วยโรคมะเร็ง

       
               ส่วนผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งคนหนึ่งก็ได้ให้เหตุผลว่า ถ้านโปเลียนเป็นมะเร็งที่กระเพาะจริง น้ำหนักตัวของพระองค์จะต้องลดลง อย่างมากมายน่าใจหาย แต่จากหลักฐานที่มีในบันทึกตลอดเวลาที่องค์จักรพรรดิประทับอยู่ที่
St. Helena นั้น พระองค์มีพระวรกาย สมบูรณ์ดี ผู้เชี่ยวชาญเรื่องพระราชประวัติของนโปเลียนก็ได้กล่าวเสริมว่า พระอาการพระเกศาร่วง บรรทมไม่หลับ เดี๋ยวสุขสบายดี เดี๋ยวทุกข์ยากลำบาก ส่อแสดงให้เห็นว่ากำลังถูกพิษของสาร Arsenic ในไวน์ที่ทรงดื่ม และเมื่อครั้งที่พระศพ ของพระองค์ถูกนำมาเปิดให้สาธารณชนชมเมื่อ 20 ปีก่อนนี้ พระศพยังอยู่ในสภาพที่ดีมาก ซึ่งนี่ก็คือผลของ Arsenic เพราะสารชนิดนี้มีคุณสมบัติสามารถเก็บอนุรักษ์ของที่กำลังจะเน่าเปื่อยได้ และผู้ที่ Weider สงสัยมากที่สุดว่าเป็นผู้ทำการ ฆาตกรรมในครั้งนั้นก็คือท่าน Count แห่ง Montholon สหายคนสนิทของนโปเลียนนั่นเอง ผู้ได้ทำไปตามพระราชประสงค์ ของพระเจ้า Charles ที่ 10 ซึ่งเป็นพระราชาในอนาคตของฝรั่งเศสในขณะนั้น

       แต่นักพิษวิทยาก็ได้กล่าวเตือนว่า ใครก็ตามที่บริโภคอาหารทะเลมากเลือดในร่างกายมีโอกาสจะมี Arsenic มาก ดังนั้นเมื่อ นโปเลียนประทับอยู่บนเกาะ อาหารที่ทรงเสวยจึงน่าจะเป็นอาหารทะเล เมื่อเป็นเช่นนี้ Arsenic ที่พบจึงน่าจะเป็น Arsenic ที่มาจากอาหารทะเล

                ปัจจุบันยังไม่มีเหตุผลที่สรุปได้ว่าพระองค์ถูกสังหารโดยคนสนิทหรือป่วยตายตามธรรมชาติกันแน่


                http://www.ipst.ac.th/thaiversion/publications/in_sci/napoleon.html+ +

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

22,185 ความคิดเห็น

  1. #18298 phichuda (@phichuda) (จากตอนที่ 118)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2556 / 16:05
    ไปว่าเค้าเป็นจักรพรรดิบรรลัยโลก ตอนที่ปกครองฝรั่งเศสเค้าก็ดีนะ
    #18298
    0
  2. #15543 [AOMINDYKUNG]~ (=w= )a (@mininoname) (จากตอนที่ 118)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2555 / 14:38
    อ่านในหนังสือเขาบอกว่านโปเลียนเป็นคนคิดค้นอาหารกระป๋อง เหอๆ (เกี่ยวเรอะ!!?? -*-)
    #15543
    0
  3. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2554 / 18:18
    ยิ่งถามยิ่งแยกรู้ =_=
    ยิ่งถามแล้วยิ่งตอบไม่ได้นี่ ยิ่งอยากรู้ไปใหญ่
    #9499
    0
  4. #8738 เจ้าหญิงเขียด (@serwadtion) (จากตอนที่ 118)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2553 / 05:51
     รูปภาพโปเลียน หน้าตาดีมากๆ ตอนขี้ม้าอ่ะ 
    #8738
    0
  5. #8527 ข้าพเจ้า!!! (@aekkapong741) (จากตอนที่ 118)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2553 / 09:56

    ไม่รู้ ไม่ชี้ดีกว่า

    #8527
    0
  6. วันที่ 29 ตุลาคม 2553 / 11:13
    -*- ยังเป็นปริศนาอยู่จนถึงปัจจุบัน
    #8124
    0
  7. #7666 //...be_best...// (@be-best) (จากตอนที่ 118)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2553 / 13:32
    เป็นปริศนาถึงปัจจุบันเลย
    #7666
    0
  8. #2799 ye_yee (@ye_yee) (จากตอนที่ 118)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2553 / 11:55

    โดนคนรักแทงข้างหลัง(ก๊าก)

    #2799
    0
  9. #1626 Rena (@aristeas) (จากตอนที่ 118)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2552 / 10:00
    น่าจะโดนลอบสังหาร พวกวางยาพิษอะไรเทือกนี้ เหมือนความเห็นอื่นนั่นแหละค่ะ
    #1626
    0
  10. #1598 อาม๊าคนเดิม (จากตอนที่ 118)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2552 / 14:18
    ยิ่งสูงยิ่งหนาว



    ยิ่งสูง ยิ่งหนาว ยิ่งสูงยิ่งหนาว จริงๆๆ
    #1598
    0
  11. วันที่ 17 ตุลาคม 2552 / 07:32

    ตอบ จขร.และความเห็นครับ

    ทรงโดนวางยาพิษโดยข้าราชการประจำพระองค์ที่ชื่อ"มองเตอลอง" ผู้มีหน้าที่ถวายไวน์องุ่น

    หลังอาหารทุกมื้อ หากแต่ว่าไม่มีใครรู้เลยจนกระทั้งมองเตอลองสารภาพกับคนในครอบครัว

    และทายาทของเขาก็ออกมายอมรับในปี 2003 ว่าบรรพบุรุธของเขาเป็นคนกระทำการนี้

    ตามพระบัญชาของพระเจ้าชาญ์ลที่10จริงหรือไม่ ไม่ใช่

    แต่เป็นตามบัญชาของรัฐบาลอังกฤษในสมัยนั้น.........

    ประเทศอังกฤษที่เจริญแล้ว ทำกับผู้แพ้สงครามได้"อย่างหน้าไม่อาย"

    #1593
    0
  12. #1590 anonymous (จากตอนที่ 118)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2552 / 18:50
    แล้วตกลงว่านโปเลียนเป็นเกย์จริงเปล่า -*-
    #1590
    0
  13. #1587 MEEN (@kon-d-ti-loklerm) (จากตอนที่ 118)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2552 / 13:09
    อืม~การตายของนโปเลียนถ้าให้เดานะขอเดาว่าน่าจะตายโดยคนสนิทมากกว่านะอาจจะครอบครองประเทศแทนนโปเลียนก็ได้
    ป.ล.เดานะคะ
    #1587
    0