~Sweet WonHyuk Short Fiction~

ตอนที่ 3 : [SF] Bed Time Story

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,662
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 พ.ย. 54

>> suju_lanla_fuseza.com@hotmail.com >> ใครสงสัยอะไรก็ถามมานะคะ


Bed time story
– WonHyuk

 

กาลครั้งหนึ่ง......ณ จุดเริ่มต้น ที่คนสองคนมาเจอกัน

 

แกลเลอรี่ภาพเขียนใจกลางเมืองที่แม้จะไม่ได้โด่งดังแต่ก็มีผู้คนเข้ามาชมไม่หยุด “Eternal Gallery” ดึงดูดสายตาของผมทุกๆครั้งที่ขับรถผ่าน วันนี้เลยได้ฤกษ์แวะเข้าไปชมเสียหน่อย

ผมไม่ใช่เด็กอาร์ทที่ไหนหรอกครับ เป็นเพียงเจ้าของธุรกิจใหญ่โตที่ไม่มีแม้เวลาจะพักผ่อนอย่างที่สถานะควรจะเป็น

ภายในแกลเลอรี่บรรยากาศสบายๆมองดูกว้างขวางด้วยสีสว่างแล้วการจัดเรียงภาพเขียนทำให้ดูน่าสนใจ ไม่แปลกใจที่สามารถดึงดูดคนได้เสมอ ผมเดินมองภาพเขียนต่างๆไปเรื่อยๆเงียบๆ คิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปพลางๆ ก็ไปสะดุดกับภาพเขียนภาพหนึ่ง ที่หากไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมายภาพนี้คงจะถูกมองข้ามอย่างง่ายดายเพราะระดับอยู่ต่ำลงไปกว่าภาพอื่นๆในละแวกที่โชว์อยู่ ไม่ได้ดูสวยงามเพอร์เฟกท์หากแต่มันกลับดูอบอุ่นในสายตาของผม ภาพวาดคนสองคนนั่งกอดกันอยู่ที่ม้านั่งในสวนสาธารณะที่ถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ และลมหนาว ใบไม้ที่ร่วงโรยจากกิ่งก้านพัดผ่านคนสองคนที่ยังคงนั่งกอดกันมอบความอบอุ่นอย่างไม่สนใจอุปสรรคจากความหนาว แม้จะดูว่างเปล่าหากมองสิ่งแวดล้อม หากแต่คนสองคนที่นั่งอยู่กลับทำให้มันดูอบอุ่นอย่างประหลาด..

 

“คุณชอบภาพนั้นหรอครับ”

เสียงใสๆดังมาจากข้างหลัง ทำให้ผมหันหลังกลับมาตามเสียงนั้น ร่างเล็กๆของคนตรงหน้าที่เดาได้ไม่ยากว่าคงเป็นเจ้าของร้าน เพราะเจ้าผ้ากันเปื้อนเปื้อนสีที่เจ้าตัวใสอยู่

 

“ครับ มันดูอบอุ่นดี คุณวาดมันเหรอครับ”

 

“จริงๆแล้วแกลเลอรี่นี้จะรับรูปวาดจากศิลปินมาแสดงและรอขายแต่เพระว่ามันเป็นแกลเลอรี่ของผม ก็เลยมีโอกาสได้ลองวาดสักครั้งหนึ่ง ครับ ผมวาดเองนั่นหล่ะ ยังไงก็ขอบคุณที่ชอบนะครับ”

ร่างเล็กๆของคนตรงหน้าผมตอบยิ้มๆ ก่อนจะเอ่ยถามผมกลับมา

 

“คุณดูไม่ค่อยเหมาะจะชอบของพวกนี้เท่าไหร่เลย คุณดูเป็นนักธุรกิจซะมากกว่า”

คนตัวเล็กนี่เดาเก่งด้วยครับผม

 

“ใช่แล้วหล่ะครับ ผมเป็นนักธุรกิจ แต่ผ่านแกลเลอรี่บ่อยๆ เห็นคนเข้าตลอด เลยลองแวะมาดู”

 

“อ๋อครับ งั้นถ้ามีอะไรหรืออยากได้งานชิ้นไหนก็บอกผมแล้วกัน ผมอยู่แถวๆนี้หล่ะ”

คนตัวเล็กว่าก่อนจะโค้งน้อยๆแล้วเดินจากไป

 

ผมเดินดูไปเรื่อยๆก่อนจะตัดสินใจออกจากแกลเลอรี่ เมื่อเหลือบเห็นเวลาที่ล่วงเลยเกินไปมากแล้ว นี่เป็นวันแรกที่ผมตัดสินใจออกมากินข้าวเที่ยงข้างนอก จะว่ามากินภาพวาดคงไม่ผิดนักเพราะผมไม่ได้คิดจะออกมากินข้าวด้วยซ้ำ

“โอกาสหน้าเชิญใหม่นะครับ”

เสียงใสๆของคนตัวเล็กจากตรงเคาท์เตอร์พูดมาเมื่อเขาเห็นผม ผมจึงไม่ลืมที่จะพยักหน้าแล้วยิ้มน้อยๆให้ก่อนจะออกจากแกลเลอรี่มา แต่ผมก็คิดว่า ผมคงจะกลับมาอีกครั้งนั่นแหละ

.

.

.

.

.

Eternal Gallery” เพราะชื่อนี้หรือเปล่านะที่ดึงดูดผมให้กลับมาอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น..เวลาเดิม..

 

ก้าวเข้ามาในร้าน ก็ยังคงเต็มไปด้วยผู้คนที่เข้ามาเลือกดูงานศิลปะ หากแต่วันนี้กลับไร้วี่แววของคุณเจ้าของร้านตัวเล็ก แอบแปลกใจตัวเองเหมือนกันที่มองหาคนตัวเล็กคนนั้นทั้งที่เพิ่งคุยกันเพียงครั้งเดียว  มีเพียงพนักงานอีกคนหนึ่งอยู่ที่เคาท์เตอร์

 

“วันนี้คุณเจ้าของร้านไม่อยู่หรือครับ”

 

“พี่ฮยอกแจอยู่หลังร้านครับ กำลังเอาออร์เดอร์ของลูกค้าออกมา คุณจะให้ผมไปตามให้ไหมครับ”

 

“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณ”

 

ฮยอกแจคงจะเป็นชื่อของคนตัวเล็กสินะ

 

ผมเดินกลับไปที่ภาพวาดภาพเมื่อวาน มันยังคงอยู่ที่เดิม ณ จุดที่ผมเจอมันเมื่อวาน ผมเป็นคนไม่ค่อยมีอารมณ์ศิลป์สักเท่าไรแต่ไม่รู้ว่าทำไมภาพนี้ถึงได้ทำให้ผมติดใจมันนัก

 

“อ้าวคุณ มาดูเจ้าภาพนี้อีกแล้วหรอครับ ดูไปก่อนนะ เดี๋ยวผมมาคุยด้วย”

คนตัวเล็กมาเร็วไปเร็วดีจริง มาเอ่ยทักพร้อมรอยยิ้มก่อนจะผละไปเพราะเจ้าตัวคงจะตกลงเรื่องรูปภาพกับลูกค้าอยู่เพราะดูจากกรอบรูปใหญ่ที่ร่างบางถือมาจากหลังร้าน ผมเพียงแค่พยักหน้าน้อยๆก่อนจะมองตามคนตัวเล็กที่เดินไปคุยกับลูกค้าด้วยรอยยิ้มแจ่มใส

 

 

 

ภาพคนสองคนทำให้ผมอบอุ่นแต่ก็ทำให้เหงาอย่างประหลาด หากจะพูดจริงๆแล้ว ถ้าจะมีใครสักคนที่เราจะได้กอดได้อย่างเต็มอ้อมแขน มอบความอบอุ่นทั้งกายและใจให้ได้ก็คงจะดี....

 

“ตอนที่ผมวาด ผมคิดว่า มันก็คงจะดี ที่จะมีใครที่เราจะสามารถกอดเขาได้อย่างเต็มอ้อมแขน มอบกำลังใจให้กัน และผ่านอุปสรรคแห่งความหนาวไปได้”

 

เสียงเล็กๆเอ่ยมาจากด้านหลังทำให้ผมกลับมาสู่โลกความจริงอีกครั้ง

 

...ใครบางคน...

 

...ที่กอดได้ อย่างเต็มอ้อมแขน....

 

“คุณฮยอกแจไม่มีแฟนหรอครับ เอ่อ..ผมไม่ได้ตั้งใจจะละลาบละล้วง ขอโทษครับ”

ผมเอ่ยถามออกไป โดยไม่ทันคิดว่ามันอาจจะเป็นคำถามที่ละลาบละล้วง เพียงเพราะคำพูดของคนตัวเล็กที่ทำให้เขาสงสัย

 

“ไม่หรอกครับ ไม่เป็นไรผมไม่มีแฟนหรอก เพราะหมกตัวอยู่กับภาพเขียนนี่หล่ะ ว่าแต่ คุณรู้ชื่อผมได้ยังไงหล่ะครับ”

คนตัวเล็กเอ่ยถามพลางย่นคิ้วน้อยๆ ดูแล้วก็น่ารักดีแฮะ

 

“พอดีผมถามน้องชายคนนั้นแล้วเขาบอกว่าคุณอยู่หลังร้าน เห็นเขาเรียกคุณว่า พี่ฮยอกแจหน่ะครับ ก็เลยรู้ว่าเป็นชื่อคุณ ผมเชว ซีวอนครับ ยินดีที่รู้จัก”

 

“ครับ ผมลีฮยอกแจ ส่วนเจ้านั่น น้องชายผมเองแหละครับโจ คยูฮยอน เราสองคนชอบศิลปะเหมือนๆกัน ก็เลยเปิดแกลเลอรี่นี้ด้วยกัน”

 

คนตัวเล็กยื่นมือมาจับมือเป็นการทักทาย พร้อมรอยยิ้มที่แทบจะโปรยมากลบเขาได้ตั้งแต่ที่เจอกัน ยิ้มเก่งจริงๆ และสิ่งที่สัมผัสได้อีกอย่างจากคนตัวเล็กก็คือ.... มือนุ่มดีแฮะ

 

อย่าเข้าใจผิดว่าผมเป็นพวกโรคจิตชอบสังเกตสังกามือคนอื่นไปเรื่อยนะครับ ผมปกติดี เพียงแค่ถูกใจอัธยาศัยของคนตัวเล็กเท่านั้นเอง.......

 

“ดื่มอะไรหน่อยไหมครับ ผมกำลังจะพักเที่ยงพอดี บ้านผมอยู่หลังแกลเลอรี่นี่เอง ถ้าไม่รังเกียจ”

 

คนตัวเล็กเอ่ยออกมายิ้มๆ และรอยยิ้มนั้นก็เหมือนจะเป็นตัวที่ทำให้ผมคิดว่า หากได้รู้จักคนตัวเล็กนี้อีกนิด ก็คงจะดี.....

 

“รบกวนด้วยนะครับ”

 

ในสวนหลังแกลเลอรี่ที่หากไม่ใช่เจ้าของร้านเองก็คงจะไม่มีทางรู้ว่ามีสวนอยู่ที่นี่ จริงๆแล้วบ้านของคนตัวเล็กดูท่าจะอยู่กันแค่ไม่กี่คนเพราะว่าดูเงียบมากๆในความรู้สึก

 

“แล้วน้องชายคุณไม่มาหรือครับ”

 

“เจ้านั่นพอถึงเวลาพักก็โดดไปหาแฟนฝั่งตรงข้ามแล้วหล่ะครับ ติดกันอย่างกับตังเม นี่ยังดีที่อยู่ช่วยผมตอนเช้าก่อน”

คนตัวเล็กเอ่ยเสียงเบาอย่างแอบนินทาน้องชาย ก่อนจะยิ้มขำๆ

 

“ฮยอกแจ....พักแล้วหรอลูก หมกอยู่ที่ร้านตั้งแต่เช้า เพิ่งจะได้เห็นหน้าเนี่ย พ่อคุณเอ้ยยยย”

 

เสียงเรียกชื่อคนตัวเล็กดังมาจากทางด้านหลัง ผมหันกลับไปมอง หญิงวัยกลางคนดูใจดี หน้าตาเหมือนใครกันน้า....

 

“ฮะแม่ แม่ฮะ นี่คุณซีวอนครับ เขาเป็นลูกค้าร้านเราหน่ะฮะ พอดีเขาชอบรูปที่ผมวาด เลยถือโอกาสเลี้ยงเข้ากลางวันในฐานะที่นานๆทีจะเจอคนมาชอบรูปผม หิหิ”

 

อ้อ  เหมือนคนตัวเล็กตรงหน้าผมนี่เอง พูดจบคนตัวเล็กยิ้มให้ผมด้วยหล่ะ(ได้ข่าวว่ายิ้มมาตั้งแต่ต้นเรื่อง --*)

 

“สวัสดีครับ ผมเชว ซีวอนครับ คุณเอ่อ...”

 

“ฉันลี มินนยองจ้า เป็นแม่ฮยอกแจแล้วก็ไม่ต้องเรียกฉันคุณนะ เรียกน้าก็ได้จ่ะ”

 

“ครับ น้ามินนยอง ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

 

“เอาหล่ะ มาทานกันเถอะ น้าทำอาหารอร่อยนะจะบอกให้”

 

“ไม่ค่อยคุยเลยนะแม่....”

 

“พูดดีเถอะจ่ะ เดี๋ยวเย็นนี้จะทิ้งให้อดข้าวให้ดู”

 

เท่านั้นแหละ คนตัวเล็กก็โผกอดแขนแม่ตัวเองทันทีเลยหล่ะ ทำหน้าตาออดอ้อนสุดๆ

 

“โอ๋ๆๆๆ  อย่างอนกันเล้ยยย  เดี๋ยวผมอดตายกันพอดี ผมยิ่งผอมๆอยู่นะแม่นะ”

 

“เอาหล่ะๆ เลิกทำตัวเป็นเด็กๆได้แล้ว ไม่อายคุณซีวอนรึไงกัน”

 

“ไม่เห็นต้องอายเลย ก็ผมยังเด็กอยู่นี่นา ใช่มั้ยฮะ ผมยังไม่แก่ใช่มั้ยคุณซีวอน”

 

แล้วผมจะตอบว่าแก่ได้ยังไงกัน!!!

 

“ไม่หรอกครับ แล้วก็คุณน้ากับฮยอกแจไม่ต้องเรียกผมคุณก็ได้นะ ถือว่าผมเป็นลูกหลานเป็นเพื่อนคนหนึ่งแล้วกัน” (ได้ทีเชียวนะแก)

 

“ได้สิฮะ ผมว่า เราทานอาหารกันเถอะ เดี๋ยวเย็นหมด”

 

“ทานกันไปนะจ๊ะ แม่จะไปจัดการเรื่องเจ้าจอห์นนี่หน่อย ว่าจะอาบน้ำให้อยู่ ทานให้อร่อยหล่ะ”

 

“ครับ/ฮะ”

 

“ใครหน่ะ จอห์นนี่”

 

“ลูกฉันเองแหละ^_^

 

มามุกนี้ไม่ตลกนะครับ - -*

 

“ทำไมต้องทำหน้าตกใจขนาดนั้นหล่ะแค่บอกว่าลูกเอง”

 

คนตัวเล็กพูดจริงหรือเปล่าเนี่ย

 

“ก็หน้าตานายยังไม่น่ามีลูกนี่นา”

 

“โอ้ย ฉันมีมาตั้งแต่ฉันอยู่ ม.ปลายปีสามแล้ว”

 

ยังพูดได้หน้าตาเฉย

 

“ขนสีทองมันระเลื่อม มีฉายาที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่าโกลเดนรีทรีฟเวอร์ 55555

 

นั่นไง ผมโดนอำจนได้ มันน่าจับตีซะจริงๆเลย ตกใจตั้งนาน เฮ้ออ  โล่งอก ว่าแต่..ทำไมผมต้องตกใจด้วยหล่ะ ก็อย่างที่บอกว่าหน้าตาคนตัวเล็กยังไม่น่ามีลูกนี่นา(แค่นั้นจริงอ่ะ)

 

“เอาเถอะ อำกันเข้าไป ฉันจะอำนายกลับเข้าสักวัน”

 

“นายสู้ฉันไม่ได้หรอก”

 

คนตัวเล็กหัวเราะแบบนี้แล้วน่ารักดีจัง จะผิดมั้ยนะ หากจะบอกว่ารอยยิ้มและเสียงหัวเราะนี้ต่างหากหล่ะที่จะดึงผมให้มาที่นี่ทุกวัน.....

 

.

.

.

หลังจากวันนั้นที่ผมได้ทานอาหารฝีมือแม่ของคนตัวเล็ก บวกกับได้ทำความรู้จักกับคนตัวเล็กมากขึ้น ทุกๆเที่ยงวัน ผมก็จะมุ่งหน้าตรงมาที่แกลเลอรี่

 

“นี่นายไม่ทำงานหรอซีวอน มาได้ทุกวัน”

 

เสียงคนตัวเล็กดังมาจากทางเค้าท์เตอร์   จะไล่ผมหรอ? Y_Y

 

“ก็...มีอ่ะ   แต่ขี้เกียจทำ มาแค่นี้ ทำมาไล่กันด้วย วันหลังไม่มาก็ได้”

 

เดี๋ยวผมก็งอนมั่งหรอก

 

“โอ๋ๆๆๆ  อย่างอน  เค้าล้อเล่นอ่ะตัวเอง ตัวก็ใหญ่ อย่าขี้ใจน้อยเลยเนาะ”

 

คนตัวเล็กเดินมาหาเหมือนทำท่าจะปลอบเด็ก.... จะน่ารักไปไหนครับ

 

“มากอดปลอบกันหน่อยสิ ฉันเสียใจนะเนี่ย”

 

โชคจะเข้าข้างผมครั้งนี้มั้ยน้อ.....

 

“โอ๋ๆๆๆ”

 

ฮยอกแจพูดก่อนจะเดินตรงเข้ามาในอ้อมกอดผมที่อ้าค้างไว้ ตกลงว่าใครกอดใครไม่รู้ สรุปว่ากอดไปแล้วหล่ะ คนตัวเล็ก ที่วันนี้ได้รู้จริงๆว่าตัวเล็กขนาดไหน มือเล็กๆที่ลูบหลังลูบไหล่อย่างหยอกๆนั้นทำให้รู้สึกดีไม่น้อย อดไม่ได้ที่จะขอซุกกับกลุ่มผมนุ่มตรงหน้าอย่างเผลอๆ

 

ว่าแต่.....

 

ทำไมเงียบจังเลย.....

 

“ฮยอกแจ เป็นอะไรอ่ะ”

 

คนตัวเล็กต้องเป็นไข้แน่ๆเลย ทำไมถึงแดงไปทั้งตัวอย่างนี้หล่ะ หรือว่า จะเขิน.....

“อืม....แค่ร้อนอ่ะ ปะ ปล่อยได้แล่ว ฉันจะกลับไปแพกรูปแล่ว”

 

คนตัวเล็กเขินผมแน่ๆเลยหล่ะ อีกอย่าง หัวนุ่มดีแฮะ (อย่างที่สองแล้วแก)

 

 

ผมสนิทกับฮยอกแจมากขึ้น มากขึ้น มากขึ้นจนผมอาจจะคิดว่ามากกว่าเพื่อน แต่ผมก็ยังไม่แน่ใจ สิ่งเดียวที่รู้คือผมมีความสุข ที่ได้คุยกับคนตัวเล็ก....ทุกวัน

 

หลังจากวันนั้น ที่เดียวที่ผมนึกถึงตอนกลางวันก็คือแกลเลอรี่ของฮยอกแจ และวันนี้ก็เช่นเดียวกัน อีกหนึ่งวันที่ความสนิทของเราทำให้ผมตัดสินใจโดดงานมาอยู่กับเจ้าตัวเล็กนี่หล่ะ

 

“อืมมม  นายแน่ใจนะ มันหนาวจะตายไป นายจะไปวาดรูปจริงๆหรอ”

 

ผมเอ่ยถามออกไป ข้างนอกหนาวจนหิมะเริ่มโปรยปรายลงมาน้อยๆ แต่คนตัวเล็กก็ยืนยันท่าเดียวว่าจะไป

 

“แน่ใจสิ นายจำรูปที่นายชอบไม่ได้หรอไง อากาศหนาวๆ ทำให้ฉันนึกอะไรออกเยอะแยะเลย แต่นายไม่ไปก็ได้นะ แต่นายจะปล่อยให้ฉันไปนั่งวาดรูปเหงาๆคนเดียวเชียวหรอ”

 ร่างบางหันมาพูดพร้อมรอยยิ้มแสนอ้อนอีกแล้ว นี่ไงหล่ะ ที่ผมคิดว่าเจ้าตัวคงจะทำตัวตามสบายจนปล่อยความน่ารักใส่ผมได้ไม่หยุดแบบนี้

“อ่ะ ไปก็ไป แน่ใจว่าเตรียมผ้าห่มผืนใหญ่ไปแล้วนะ”

 

“อื้ม  แน่ใจ พร้อมกระเช้าอาหารจากเชฟฝีมือระดับโลกอย่างคุณนายลีด้วยหล่ะ”

คนตัวเล็กชูกระเช้าอาหารให้ดูอย่างแสดงว่ายังไงก้ไม่อดตายหากมีอาหารจากแม่

“เอาหล่ะ ขึ้นรถกัน”

 

“นายน่ารักที่สุดเลยยยย”

น่ารัก คำนี้เหมาะกับผมมั้ยครับ!

 

ท่ามกลางสวนสาธารณะใจกลางเมืองที่แสนเงียบสงบเพราะอากาศหนาวจนหิมะตก ผมจัดการปูผ้าห่มปิกนิกผืนหนาลงที่พื้นเป็นอย่างแรกก่อนจะทบด้วยผ้าขนสัตว์อีกสองผืนกันความเย็นจากพื้นปูนริมทะเลสาบ  ฮยอกแจกำลังขนอุปกรณ์วาดภาพลงจากรถก่อนจะเดินยิ้มแป้นมานั่งแปะลงกับพื้นข้างผมที่นั่งห่มผ้าห่มผืนใหญ่อยู่ก่อนแล้ว แต่แล้วฮยอกแจก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ เดินไปค้นๆคุ้ยๆอยู่ที่หลังรถ

 

“ซีวอนนนน  ฉันลืมเอาผ้าห่มฉันมาอ่ะ เซงเลย”

 

เสียงเซงๆของคนตัวเล็กที่มักจะเกิดยามมีอะไรไม่ถูกใจดังมาก่อนคนตัวเล็กจะลงมานั่งแปะข้างๆผมอีกครั้ง

 

“นายเอาของฉันไปก็ได้ ฉันไม่หนาวหรอก”

 

“ไม่เอาหรอก มันหนาวจะตาย”

 

“ก็เพราะมันหนาวหน่ะสิ เอาไปเถอะ”

 

คนตัวเล็กยังคงมองนิ่งๆอยู่อย่างนั้น ไม่ยอมรับผ้าห่มจากผมไป เดียวได้หนาวตายพอดีหรอก

 

“ไม่เอาทั้งหมดก็แบ่งไปสิ เขยิบมาใกล้นี่ เดี๋ยวจะแบ่งให้”

 

ว่าเสร็จก็จัดการดึงคนตัวเล็กเข้ามาใกล้ๆข้างๆกันเพื่อที่จะได้คลุมผ้าห่มได้ทั้งสองคน

 

“นายได้ผ้าห่มรึเปล่า ข้างขวานายหน่ะ อย่ามาแบ่งให้ฉันหมดจนนายไม่ได้หล่ะ เดี๋ยวไม่สบายเอา”

 

คนตัวเล็กพูดทั้งๆที่ขีดๆเขียนๆอยู่บนผืนผ้าใบ

 

“ฉันอุ่นดี วาดรูปไปเถอะ”

 

แล้วผมก็ยกมือมาถูกัน เพราะผมแบ่งผ้าห่มให้คนตัวเล็กเยอะกว่า กลัวว่าฮยอกจะป่วยเอา

 

“อุ่นแล้วถูมือทำไม”

 

แล้วคนตัวเล็กก็หันมามองผมหล่ะ ฮยอกแจเลยเห็นว่าผมห่มผ้าห่มไว้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น คนตัวเล็กเลยถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะส่งหน้าตาหน่ายๆมาให้

 

“นายไม่ต้องห่วงฉันมากนักก็ได้”

 

“ไม่ห่วงได้ไง นายไม่สบายไปฉันจะทำไงอ่ะ”

 

ทำไมผมถึงพูดแบบนั้นไปนะ ทำไมถึงได้รู้สึกว่ายอมที่จะให้ตัวเองไม่สบายดีกว่าที่จะให้คนตัวเล็กไม่สบาย เป็นเพราะคนตัวเล็กคือเพื่อนของผมอย่างนั้นหรือ ในใจของผมมันไม่ได้อยากจะให้คนตัวเล็กหยุดอยู่แค่การเป็นเพื่อนของผมเพียงเท่านั้นนี่นา

 

แต่คนตัวเล็กก็กลับจ้องกลับมาแบบแปลกๆ

“ฉันไม่ได้สำคัญมากขนาดนั้นสักหน่อย เอาผ้าห่มไปเลยซีวอน”

 

คนตัวเล็กพูดแบบไม่ได้มองหน้าผม ตาผมฝาดไปหรือเปล่านะที่เห็นคนตัวเล็กหน้าแดง ผมคงจะตาฝาดไปเองนั่นแหละ  แต่แล้วผมก็คิดอะไรออกอย่างหนึ่ง

 

“ฮยอกแจ หยุดวาดรูปแบบนึง แล้วลุกขึ้นยืน”

 

“ทำไมอะ นายจะทำอะไร”

 

“ลุกเหอะ ฉันคิดอะไรดีๆออก”

 

พอผมพูดจบ คนตัวเล็กก็ลูกขึ้นยืนแบบงงในขณะที่ผมเปลี่ยนเป็นดึงผ้าห่มมาคลุมตัวผมคนเดียวขยับตัวมาด้านซ้ายอีกนิด ฮยอกแจก็ยังคงมองๆเล็งๆฉากข้างหน้าอยู่

 

“ฮยอกแจนั่งลงได้แล้ว”

 

ผมร้องบอกคนตัวเล็กแต่เมื่อฮยอกแจหันกลับมามองก็ทำหน้างงๆส่งมาให้

 

“แล้วนายมานั่งขวางทางแล้วฉันจะนั่งยังไงหล่ะ เขยิบไป”

 

“นั่งลงมาเหอะน่า”

 

“หวา!!!”

 

ผมพูดจบก็คว้าเอวฮยอกแจให้ลงมานั่งที่ระหว่างขาผมก่อนจะดึงผ้าห่มมาคลุมเราทั้งสองคนพร้อมๆกัน มันได้ผลครับ มันคลุมเราทั้งสองคนได้พอดี ผมอ้อมแขนไปโอบกอดเอวบางๆเอาไว้ เพิ่งจะรู้ว่าฮยอกแจเอวบางแค่ไหนก็วันนี้นี่แหละ

 

“นะ...นายทำอะไรเนี่ย ซีวอน”

 

“ก็นั่งกอดนายไง ทีนี้เราก็จะได้ไม่หนาวด้วยกันทั้งคู่”

 

คนตัวเล็กหูแดงด้วยหล่ะ ผมไม่เห็นหน้านี่นา --*

 

“ละ..แล้วนั่งแบบนี้ ฉันจะวาดรูปยังไงหล่ะ”

 

“ฉันไม่ได้ขวางนายสักนิดเลยนะ นายก็ทำอย่างนี้สิ ชันเข่านายขึ้นแล้วพิงหลังนายมาที่ฉัน แล้วก็เอาบอร์ดวาดรูปวางที่หน้าขานายอ่ะ เท่านี้ก็วาดได้แล้ว”

 

คนตัวเล็กหันมามองผมนิดๆก่อนจะพิงหลังมากับอกผมหล่ะ คงจะคิดว่ามันสบายดี เพราะฮยอกแจวาดรูปต่อไปเรื่อยๆอย่างเดิม แต่คนตัวเล็กจะรู้ไหมนะว่ากลิ่นหอมๆจากตัวเองทำให้ใจผมเต้นแรงแค่ไหน หวังว่ามันคงจะไม่ดังเกินไปจนคนตัวเล็กรู้สึกได้หรอกนะ

 

“ทำไมนายใจเต้นแรงจังซีวอน”

นั่นไงหล่ะ ซื้อหวยไม่เคยถูก--*

 

“ไม่มีอะไรหรอก วาดรูปไปเหอะ แค่มันมีความสุขมากเท่านั้นเอง”

 

หวังว่ามันคงจะไม่เร็วเกินไป......

 

“ทำไมถึงมีความสุขมากหล่ะ”

 

“เพราะว่าฉันกำลังกอดนายไง”

 

หวังว่าสิ่งที่พูดมันคงจะไม่มากเกินไป......

 

ฮยอกแจเงยหน้าขึ้นมามองผมทันที

 

“นะ.......”

 

หวังว่าสิ่งที่ทำ จะทำให้ผมสมหวัง ในการที่ผมเชื่อมั่นหัวใจของตัวเอง.......

 

ผมประทับจูบกับปากบางนั้นแผ่วเบา รับรู้ได้ถึงความเย็นจากปากเล็ก รู้สึกได้ถึงกระดานวาดรูปที่ตกลงไปข้างๆกาย ผมละมือที่กอดเอวบางมาประทับแก้มขาวแผ่วเบา ประทับจูบหนักขึ้น หนักขึ้นอย่างไม่รู้จักพอ จนรู้สึกได้ถึงมือบางที่บีบหนักๆที่แขนขวา จึงต้องยอมถอนปากออกอย่างไม่เต็มใจ ครั้งแรกที่สัมผัส หากทำให้ผมหลงอย่างหัวปักหัวปำไปแล้ว ฮยอกแจหายใจหอบถี่เพราะโดนผมสูบเอาอากาศไปเสียหมด ปากแดงๆเจ่อบวมนิดๆ เพราะจูบที่หนักหน่วงกำลังดึงผมลงไปอีกครั้งหากแต่ครั้งนี้กลับสัมผัสได้แต่มือเล็กที่ยกขึ้นมากันไว้เสียก่อน

 

“ทำอะไรหน่ะ”

 

“จูบนายไง”

 

“ทำไมนายถึงทำอย่างนี้หล่ะ”

 

คนตัวเล็กเอ่ยเสียงแผ่ว ผมทำอะไรตามใจตัวเองเกินไปแล้วใช่ไหม .......

 

“ฉันขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

 

มันคงจะทำให้คนตัวเล็กเกลียดผมไปแล้วแน่ๆ.......

 

“ฉันรู้สึกดีกับนายมากๆ อันที่จริง มันไม่ใช่แค่รู้สึกดีหรอก ฉันอยากจะพูดคำว่ารักกับนายด้วยซ้ำแต่ฉันกลัวว่านายจะคิดว่าฉันใจเร็ว เอ่ยคำว่ารักออกมาง่ายๆ แต่ฉันรักนาย อย่าเพิ่งเกลียดฉันนะ ฉะ.....”

 

มือบางๆอีกแล้วที่เอื้อมมาหยุดปากของผม

 

“ฉันถามคำถามเดียว มาเป็นชุด อันที่จริง.....ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรสักคำ”

 

รอยยิ้มที่สดใสถูกแจกมาให้ผมแล้วหล่ะ

 

หายไปหมดแล้ว หายไปหมดแล้วจริงๆกับความกังวลทั้งหมดทั้งมวล ผมสมหวังแล้วใช่ไหมครับ

 

“ไม่ว่าอะไร แสดงว่าทำได้อีกใช่ไหม”

 

ผมเอ่ยถามไปเสียงเบาเพราะฮยอกแจหันกลับไปวาดรูปต่อ ทำเป็นไม่ได้ยินที่ผมถาม แต่แค่นี้ก็มีความสุขแล้วหล่ะ จูบเบาๆที่ขมับบาง ก่อนจะซุกหน้าลงกับซอกคอเล็ก

 

“ฉันรักนายนะฮยอกแจ นายคือคนที่ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนพบเจอกับสิ่งที่จะทำให้ฉันมีชีวิตได้ต่อไป”

 

คนตัวเล็กหยุดวาดรูปในมือก่อนจะวางมันลงข้างๆตัว ขยับตัวนิดๆ เพื่อเอียงตัวแล้วหันมาคุยกับผม

 

“ไม่รู้สินะ มันอาจจะดูเร็วอยากที่นายพูด แต่ฉันก็มีความสุข...ที่ได้อยู่กับนาย มีความสุขที่นายมาทุกวัน และก้อยากให้นายมาทุกวัน นายคือเพื่อนคนแรกที่ฉันสนิทมากขนาดนี้แล้วคือเพื่อนคนแรก....ที่.....ฉันคงจะคิดกับนาย....มากกว่าเพื่อน.....”

 

คนตัวเล็กซุกตัวลงกับอกก่อนอ้อมแขนเล็กๆจะอ้อมมากอดเอวผม เสียงพูดคำคำหนึ่ง เบาแสนเบา หากกลับดังก้องมาไปมาในหัวใจ ดังมาจากคนตัวเล็กในอ้อมแขนผม

 

“ฉันก็รักนายนะ...”

 

“ขอบคุณครับ”

 

เชยคางเล็กขึ้นมาให้เห็นหน้ากันชัด คนน่ารัก คนช่างพูด คนช่างอ้อน คนที่เป็นทุกๆอย่าง และมอบทุกๆอย่างให้ผมได้มีชีวิตที่มีความสุขอีกครั้ง แล้วผมก็อดไม่ได้อีกแล้ว อดไม่ได้ที่จะประทับจูบลงไปบนปากบางนั้นอีกครั้ง ร่างบางจูบตอบอย่างแผ่วเบาหากหนักแน่นในความรู้สึก........

 

 

.

.

.

.

.

.
click ครับพี่น้อง^^ เด็กวอนฮยอกคะ ซีวอนชอบกินกาแฟไร?

http://www.mediafire.com/?ejixnymjywt 



“รักนายนะฮยอกแจ รักนายที่สุด”

 

ซีวอนเอ่ยเสียงนุ่มข้างหูแผ่วเบา

 

“รักนายเหมือนกันนะ แต่นิทานอะไรไม่รู้ เหนื่อยฉะมัด!!

 

ฮยอกแจเอ่ยอย่างเขินๆอยู่กับอกแกร่ง แก้มแดงเพราะนิทานก่อนนอน(ลามก)

 

“สนุกมากกว่า วันหลังฉันจะเอามาเล่าใหม่ ฮึฮึ”

 

“ไม่เอาแล่ว มาเล่าแบบนี้ฉันเสียเปรียบหมด”

 

ฮยอกแจว่าพลางเงยหน้ามาย่นจมูกให้คนเจ้าเล่ห์อย่างน่ารัก จึงได้รับจุมพิตเบาๆมาที่จมูก

 

“ขอบคุณนะ ที่เข้ามาในชีวิตฉัน ขอบคุณที่มาเติมเต็มทุกๆอย่าง”

 

ซีวอนเอ่ยชิดริมฝีปากบาง

 

“ขอบคุณเหมือนกัน ที่เป็นใครสักคนที่ฉันอยากจะเติมให้เต็ม ด้วยหัวใจทั้งหมดที่มี”

 

 

Bed Time Story……The End~~

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

137 ความคิดเห็น

  1. #136 หมอก_เมฆ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มกราคม 2556 / 21:24
    นิทานอะไรน่ะ=,.=
    #136
    0
  2. #128 iamtsubame (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2555 / 01:58
    หวานซ้าาาาาาาาาาา 
    ฮยอกสดใสร่าเริงจังเลย
    เอาตำแหน่งนางงามมิตรภาพไปเลยลูก
    .
    .
    ตอนแรกนึกว่าฮยอกแกล้งลืมผ้าห่มของตัวเองซะอีก หุ หุ (ความคิดชั้วร้ายเน้อออออ)


    #128
    0
  3. #125 Chohyukice (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มีนาคม 2555 / 14:44
    โอ๊ย! มดกันรีดเดอร์เลยอะไรท์เตอร์ >[]<
    ฮยอกน่ารักไปหนายยยยยย~
    #125
    0
  4. #117 ae snoopy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มกราคม 2555 / 11:48


    2 คนนี้จะหวานไปไหนเนี่ย
    #117
    0
  5. #111 friday (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2554 / 19:57
    อบอุ่นและหวานมาก ๆ เลยค่ะ

    อ่านไปยิ้มไปเลยล่ะ ^ ^
    #111
    0
  6. #99 chanis407 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 / 23:26
    โอแม่เจ้า...ชอบๆ เรื่องนี้
    น่ารัก...หวานนนนนซะ
    #99
    0
  7. #98 chanis407 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 / 23:26
    โอแม่เจ้า...ชอบๆ เรื่องนี้
    น่ารัก...หวานนนนนซะ
    #98
    0
  8. #97 chanis407 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 / 23:10
    โอแม่เจ้า...ชอบๆ เรื่องนี้
    น่ารัก...หวานนนนนซะ
    #97
    0
  9. #82 I'M MAD (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 / 01:36
    อบอุ่นดิแบบนี้

    วอนเอ๋ย  ฮยอกเสียหายหลายล้านจริงๆ

    ตาวอนนี้คุ้มเนอะ  ได้เพื่อนด้วยได้เมียด้วย

    น่าร๊ากกกกกกกกก  หุหุ
    #82
    0
  10. #46 piggy-oun (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2553 / 10:15
    ขนาดหิมะตกนะเนี่ย
    วอนฮยอกยังไม่รู้สึกหนาวเลย
    คอยเติมความอบอุ่นให้กันตลอด
    อะไรจะหวานปานนั้น
    #46
    0
  11. #33 กิ๊กป๋าภริยาหมี (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2553 / 22:53
    หวานกันจังเลยคู่นี้

    มดจะขึ้นไหมเนี่ย
    #33
    0
  12. #13 ท่านอึนอึน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2553 / 02:11
    น่ารัก...
    อิอิ 


    ชอบหวานๆ 
    ชเวน่ารัก ฮยอกก็น่ารัก อิอิ
    #13
    0
  13. #6 Please>>> (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2553 / 16:35
    วอนฮยอกน่ารักจัง



    อิอิ
    #6
    0