Eternal (นิรันดร์-Rewrite) (Singular Fanfic)

ตอนที่ 3 : Eternal นิรันดร์ : Chapter 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 49
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 พ.ค. 57

Chapter 2 : 
 

การพบกันครั้งที่สอง...รสชาติที่ขมปนหวาน ราวกับช็อกโกแลต

 

เค้ามารับผมซึ่งง่วนอยู่กับการทำความสะอาดอุปกรณ์ในครัวจนลืมเวลา เป็นจิ๊บที่เดินเข้ามาเตือน บอกให้ผมรีบเปลี่ยนชุดออกไปเจอแขกคนใหม่ (แต่หน้าเก่า) ของร้านได้แล้ว

 

ผมเหลือบมองนาฬิกาบนผนัง 6:00PM (มาตรงเวลาจริงๆ) ผมยิ้มน้อยๆ รีบเร่งมือล้างอุปกรณ์จนเสร็จและเปลี่ยนยูนิฟอร์มของร้านออกเป็นเสื้อผ้าง่ายๆ สบายๆ สไตล์ที่ผมใส่ประจำ เสื้อยืดแขนยาวสีอ่อน กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบ กระเป๋าย่ามผ้าย้อมที่สีไม่ฉูดฉาดกับเครื่องประดับง่ายๆ 2-3 อย่าง อย่างสร้อยคอถักและเชือกถักข้อมือ 3-4 เส้น (ปกติเวลาทำงานผมมักจะถอดเครื่องประดับทั้งหมดออกเพื่อรักษาความสะอาด)

 

เมื่อออกมาด้านนอก ผมก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นBoss เอก และจิ๊บกำลังคุยกับเค้าอย่างสนุกสนาน เป็นกันเอง เค้าส่งยิ้มให้เมื่อเห็นผม และเดินเข้ามาดึงข้อมือข้างหนึ่งของผมไว้ก่อนบอก ไปกันเถอะ

 

เอ่อ เดี๋ยวสิ ผมต้องช่วยทุกคนเก็บร้านก่อน!!” ผมฝืนดึงข้อมือไว้ก่อนแย้งเขาเบาๆเป็นการเตือนคนที่ถือวิสาสะ

 

ไปเถอะซิน...คุณนัทมารอตั้งแต่ 5 โมงครึ่งแล้ว วันนี้ชั้นยกให้กลับกลายเป็นBossที่ส่งสายตาเออออไปกับอีกฝ่าย ผมกลับกลายเป็นคนนอกไปซะงั้น เอกและจิ๊บเองก็ยกยิ้มให้อีกฝ่ายจนตาปิด แหม... ไม่ทันไรก็ทหารฝ่ายผมก็ทรยศกันซะแล้ว!

 

เอ่อ......ผมยังไม่ทันพูดอะไรก็โดนอีกฝ่ายฉุดข้อมือออกมานอกร้าน ผมได้แต่ส่งสายตาคาดโทษทั้ง 3 คนไว้ เดี๋ยวกลับมาได้มี เคลียร์กันแน่ วันจันทร์!!’ (เพราะพรุ่งนี้วันเสาร์!และ ผมหยุด!!) วันจันทร์!! ผมจะต้องรู้ให้ได้ว่าทั้ง 3 คนแอบคายความลับอะไรของผมไปบ้าง!!  ฮึ!!  ทั้ง 3 ดูไม่สะทกสะท้านอะไรเลยซักนิด กลับทำหน้ายิ้มทะเล้น และถ้าหูผมฟังไม่ผิด ผมได้ยินเสียงจิ๊บตะโกนไล่หลังมาว่า เดทให้สนุกนะค๊~ ด้วยนะ!!???

*************************

คุณบอกพวกเค้าว่าเรากำลังจะไปเดท’!!!??” ผมเอ่ยเสียงขุ่นหลังจากก้าวขึ้นรถ

 

ผมไม่ได้พูดอะไรนะ ก็แค่ถามพวกเค้าบ้างว่าคุณเป็นคนยังไง? ชอบอะไร? อย่างคุณพอจะชอบคนแบบผมได้ไหม? พวกเค้าตีความกันไปเองทั้งนั้นเขาเอ่ยยิ้มๆพร้อมยักไหล่ ผมเองก็ยิ้ม... ยิ้มเครียด!!!!’เอาน่า ผมจะได้มีข้อมูลพาคุณไปดื่มถูกไง ไม่อย่างงั้นผมจะรู้เหรอว่า ซิน ชอบร้านสไตล์ไหน อาหารแบบไหน ฮึ?”

 

อยากรู้ก็ถามผมสิ ทำไมต้องไปหลอกถามคนอื่นผมเถียง จ้องหน้าอีกฝ่ายที่อยู่ดีๆก็เปลี่ยนน้ำเสียงเป็นตีซี้

 

งั้นต่อไป นัท อยากรู้อะไร ซิน สัญญานะว่าจะตอบทุกเรื่อง ห้ามเลี่ยง

 

เรื่องสิ....เรื่องที่ไม่ยากตอบ ทำไมต้องตอบ ผมหันหน้าหนี

 

งั้น....นัทจะไปถามจากคนอื่นและก็วกกลับมาเรื่องเดิมอีก เฮ้อ~ ผมละหนื่อยใจ ถอนหายใจออกมาแรงๆ ปะทะฝีปากกับคนๆนี้ ท่าทางผมจะแพ้ ปกติผมก็เถียงใครก็ไม่เคยชนะอยู่แล้วด้วย!

 

จะพยายามตอบคุณก็แล้วกันผมเอ่ยอย่างขัดใจ

 

เรียก นัท สิ เสียงซินออกจะเพราะนะ นัทอยากให้ซินเรียกชื่อนัททำไมไม่รู้พอผมได้ยินประโยคอะไรแบบนี้ขนแขนผมมันถึงกับ stand up ขึ้นมา

 

พอๆ คุณนัท!!....ผมจะอ้วก ผมจะเรียกอย่างนี้นี่ล่ะ!! ห้ามต่อรอง! คุณ ยังไม่สนิทกับผมซักนิด กรุณาอย่ามาทำตีซี้

 

หึ งั้นเดี๋ยวคืนนี้นัทจะทำให้เราซี้กันเอง ซินจะเรียกนัทๆๆทั้งคืนเลยล่ะ

 

!! คุณนี่มัน......มัน......ผมเคี้ยวฟันชี้นิ้วใส่อีกฝ่ายที่กำลังอมยิ้มทำหน้าทะเล้น ที่แท้ไอ้หมอนี่! มันตั้งใจชวนผมมาทำเรื่องพรรณนั้นเรอะ!!??

 

อะไรๆ...อย่าคิดไกลสิ นัทหมายถึง เดี๋ยวเราไปดื่ม เสร็จแล้วเราก็จะคุยกันและก็ซี้กันเองแหละ นี่คิดไปถึงไหนเนี่ย? อย่าบอกนะว่า..... ผมเม้มริมฝีปากฉับ หมอนี่!!!ตัวเองเริ่มเองแท้ๆตอนนี้กลับมาทำท่า Innocent!! ไม่รู้เรื่องรู้ราว เหอ?? คนแบบนี้!!

 

...........ฟังเพลงไหม??” เมื่อเห็นผมเงียบไปซักพักใหญ่ๆ อีกฝ่ายจึงเลือกเปลี่ยนเรื่อง ผมพยักหน้าส่งๆไป คิดว่าดีกว่านั่งเงียบๆมองรถติดตรงหน้าเลือกดูสิ CD อยู่ในช่องน่ะ อีกฝ่ายชี้นิ้วมาทางช่องด้านหน้าฝั่งที่ผมนั่ง ผมจึงเปิดดูและพบว่ามี CD เพลงหลายแนวอยู่ในนั้น

 

ฟัง Norah Jones ด้วย?” ผมเอ่ยปากขึ้นถามอย่างห้ามไม่ได้ เพราะคนตรงหน้าดูไม่น่าจะชอบฟัง Jazz อะไรแบบผม

 

ก็ฟังบ้างเวลาขับรถไกลๆเวลาฟังแนวอื่นจนเบื่อ...ความจริงคนที่ชอบแนวนี้จริงๆน่ะแม่นัท แต่ขอร้อง อย่าเปิดตอนนี้ ไม่งั้นได้หลับจริงๆแน่ รถยิ่งติดๆอยู่ ขออะไรที่มีจังหวะๆหน่อยเหอะนะผมได้ฟังคำอธิบายยืดยาวของคนตรงหน้าแล้วถึงกับกลั้นหัวเราะไม่อยู่ แอบแปลกใจตัวเองเหมือนกัน คนข้างๆนี่ทำให้อารมณ์ผมเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้เร็วจริงๆ

 

งั้นเอาอะไรล่ะ Body Slam? Paradox? Moderndog?” ผมถามพร้อมอ่านชื่อวงบนCDทั้งหลายในมือ

 

เอา Moderndog ละกันดังนั้นผมก็เลยเหมือนได้ย้อนเวลาไปฟังเพลงเก่าๆของ Moderndogที่ไม่ได้ฟังมานาน เค้าถามว่าปกติผมชอบฟังเพลงแนวนี้รึเปล่า ผมก็ตอบไปตามตรงว่าไม่ค่อยได้ฟัง ปกติผมฟังแนว Jazz, soul, acoustic อะไรแนวนั้นมากกว่า เค้าก็พยักหน้าเข้าใจ หลังจากนั้นผมก็เห็นนัทLine หาใครบางคนและส่งข้อความไปมาสักพักก่อนหัวเราะและเลิกไปเมื่อรถต้องเคลื่อนตัว

************************

ในที่สุดเราก็มาถึงร้าน...

 

นี่เป็นร้านของเพื่อนนัทเอง นั่งชิลๆ สบายๆนะ มีดนตรีแจ๊ส จันทร์-ศุกร์ ร็อค เสาร์-อาทิตย์....” เขาพูดพร้อมดึงข้อมือผมให้เดินตามเข้าไปในร้านเพราะเห็นผมมัวแต่ยืนอึ้ง มองร้านที่ตกแต่งตรงหน้าอย่างหลงไหล ไฟสีเหลืองนวลและเก้าอี้ไม้กับเต้นท์ผ้าสีน้ำตาลภายนอกขับให้ร้านดูน่านั่งมาก ตัวร้านมีกลิ่นอายความเป็น Jazz ปนกับ Rock เฟอร์นิเจอร์ต่างๆทั้งโต๊ะ เก้าอีก กรอบรูป แจกัน ฯลฯ ประดับไปด้วยสติ๊กเกอร์ โปสเตอร์ หรือฟิกเกอร์วงดังๆทั้งหลายอยู่เต็มไปหมด ทุกๆอย่างดูลงตัวอย่างน่าประหลาด ผมได้แต่ปรายตามองไปรอบๆอย่างหยุดสำรวจไม่ได้จนมารู้ตัวอีกทีเสียงเพื่อนนัทก็ดังขึ้น

 

ไอ้เหี้ยนัททท!!! กว่ามึงจะโผล่หัวมาได้นะ!! ต้องควงแฟนใหม่มาอวดกูด้วยแงะ!!??”ร่างอ้วนท้วมแต่งตัวร็อคจ๋ามากกกก้าวมาตบหัวตบไหล่เพื่อนเก่าพร้อมเอ่ยแซวเสียงดังสนั่นเมื่อเห็นข้อมือของผมถูกนัทยึดไว้ไม่ยอมปล่อย

 

ไอ้เอส!! มึงหุบปากเน่าๆของมึงเลย!! นี่ซิน...เป็น เพื่อนใหม่ กู ไม่ใช่แฟน!! ซิน นี่เอสนะเพื่อนสนิทนัทตั้งแต่ประถมนัทแนะนำเพื่อนซี้ตัวเองพร้อมส่งสายตาบอกผมประมาณว่า อย่าไปถือสามันเลยนะ ไอ้นี่น่ะ

 

สวัสดีครับผมยื้อข้อมือตัวเองออกจากมือนัทเมื่อรู้ตัว ส่งสายตาดุๆไปให้คนข้างๆ ก่อนยกมือไหว้ผู้ที่มาใหม่ตามมารยาทที่ควรทำเพราะดูเค้าจะแก่กว่า แม้จะบอกว่าเป็นรุ่นเดียวกันกับคนที่พาผมมาด้วยก็เถอะแต่เอาเข้าจริงๆผมก็ยังไม่รู้ว่า นัท น่ะอายุเท่าไหร่ พอมาเห็นหน้าเพื่อนนัทก็เลยคิดว่าน่าจะอายุมากกว่า ซึ่งเพื่อนนัทตาโตเลยเมื่อเห็นผมยกมือไหว้อย่างงั้น

 

มารยาทดีมากกกกกอ่ะ....คุณซินอายุเท่าไหร่ครับ?”เพื่อนนัทถามอย่างตกใจ

 

ตุลานี้ก็จะ27ครับ ทำไมเหรอครับ?” ผมตอบตามจริง เดือนหน้าผมก็จะ27แล้ว

 

งั้นก็อายุพอๆกับพวกเรา ไม่ต้องพิธีรีตองมากก็ได้ครับ ไอ้นัทกับผมเกิดสิงหา เป็นพี่คุณซิน 2 เดือน ว่าแต่...ทำไมแทนตัวเองเหมือนผู้ชายจัง ถึงคุณซินจะดูห้าวๆก็เถอะ แต่ผมว่าคุณซินน่าจะพูดเพราะๆมากกว่านะครับ ผมล่ะแปลกใจจริง~จริ๊งง ปกติเห็นไอ้นัทมันพามาแต่ละคน มือไม้งิแข็งกระด้างแถมยังเรียกนัทคะ นัทขาไม่หยุด~ อุ๊บบ!!…….” พอได้ฟังคำพูดอย่างนั้นผมถึงกับนิ่งอึ้งหน้าขึ้นสีระเรื่อ ส่วนนัทรีบตะครุบปากเพื่อนให้หยุดพูดไม่ทัน นี่อย่าบอกนะว่า....ผมกำลังโดนมองว่าเป็นสาวทอมที่กำลังคั่วอยู่กับหนุ่มเพลย์บอยอะไรยังงั้น!!

 

ไอ้โง่!!! ไปๆมึง!!! กูหิวแระ!!!...... มึงจะหุบปากดีๆซักคืนนึงได้มั้ยวะ ซินเขาเป็นผู้ชายโว๊ยย และกูก็เพิ่งรู้จักเค้าด้วย’!!นัทพูดประโยคแรกเสียอย่างรีบตัดบทเมื่อมองเห็นผมทำหน้าอับอาย พร้อมดุนหลังเพื่อนให้เดินไปข้างหน้าและก้มลงกระซิบหูเพื่อนที่เตี้ยกว่าใกล้ๆในช่วงหลัง ผมได้ยินนะว่าเพื่อนนัทพูดว่า อ้อ มึงกลัวไก่ตื่น? เอ๊ะ? นิมึงเปลี่ยนรสนิยม?? นัทก็ได้แต่ยิ้มส่งสายตาดุๆให้เพื่อนไปก่อนส่ายหน้าน้อยๆ และเมื่อเห็นผมเดินตามมานเงียบๆช้าๆจึงหันมาดึงมือผมให้เดินเร็วขึ้นตามเข้าไปนั่งในร้านด้วย

 

ผมเดินตามมาที่โต๊ะซึ่งเหมือนมีการจัดเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว ห้องกระจกที่อยู่เยื้องเวทีที่ถูกจองไว้เป็นพิเศษ เป็นห้อง VIP ที่มุมดีที่สุด เป็นส่วนตัวที่สุด คือด้านนึงติดกำแพง อีก 3 ด้านติดกระจกไว้กันเสียง ถ้าลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มซัก 8-10 คน ต้องการฟังเพลงแบบเงียบๆ ไม่ดังมาก ห้องนี้ถือว่าเหมาะ ประตูกระจกแบบบานเลื่อนและผ้าม่าน สามารถเปิดและปิดได้ตามที่ลูกค้าต้องการ ที่นั่นมีอาหารเรียกน้ำย่อยพร้อมหม้อข้าว เหล้าและน้ำแข็งที่จัดเตรียมไว้แล้วเรียบร้อย ผมมองหน้านัทและเพื่อนของนัทอย่างสงสัย

 

ไอ้นัทมัน Line มาสั่งการล่วงหน้าแล้วครับว่ามันจะมาและมันอยากแดกอะไร คุณซินต้องการอะไรเพิ่มก็บอกนะครับ เป็นเพื่อนนัทที่เฉลยข้อสงสัยของผมและขอตัวเลี่ยงออกไปจากห้องหลังจากผมบอกว่า งั้นเดี๋ยวรอดูก่อนละกันครับว่าคุณนัทเค้าสั่งอะไรไปบ้างหลังจากนั้นเราก็นั่งกันเงียบๆสองคน เพราะโต๊ะที่ค่อนข้างกว้างผมจึงนั่งลงอย่างสบายๆ นัทนั่งฝั่งตรงข้ามซึ่งเขาบอกว่า ซินจะได้มองเห็นเวทีถนัดกว่าซึ่งผมเองก็กำลังคิดว่าอยากดูวงดนตรีที่จะมาเล่นคืนนี้เหมือนกัน

 

คือนัทถามคุณเชน (Bossของซิน) มาบ้าง ว่าซินน่ะชอบทานอะไร ก็เลย Line มาสั่งไอ้เอสมันล่วงหน้า กลัวว่าซินจะหิว นัทอธิบายพร้อมตักข้าวใส่จานให้ผมอย่างรวดเร็วพอประมาณและตัวข้าวใส่จานตัวเองจนพูน

 

หึ คนที่หิวน่ะมันนัทมากกว่านะซินว่า อ๊ะ!” บรรยากาศสบายๆมันทำให้ผมเป็นกันเองกับคนตรงหน้าได้เร็วเกินคาด ผมเม้มริมฝีปากอย่างขัดใจเมื่อรู้ตัวว่าพลาด เผลอเรียกตัวเองอย่างนั้นไปง่ายๆแต่อีกฝ่ายดูจะชอบอกชอบใจ ยิ้มจนแก้มปริ

 

แทนตัวเองว่าซินก็น่ารักดีนะ นัทชอบ อีกฝ่ายเอ่ยยิ้มๆและตักกับข้าวให้ผมเรื่อยๆ ไม่รู้ทำไม ทั้งๆที่เป็นการกินข้าวที่ธรรมดาๆ กับข้าวไทยๆธรรมดาๆ (แต่อร่อย) ไม่ได้เป็นอาหารแพงๆที่บรรจงประดิษประดอยใช้ส่วนผสมจากต่างประเทศ กลับทำให้ผมเจริญอาหารมาก

 

นัทคุยจ้อเรื่องคุณเอสให้ฟังอย่างออกรสว่าคุณเอสเป็นเจ้าของร้านกับแฟนชื่อคุณมิ้งค์ซึ่งได้ยินว่าเจอกันเมื่อ 5 ปีก่อน คุณมิ้งค์ชอบเพลง Jazz ส่วนคุณเอสชอบเพลง Rock แต่อยากทำร้านอาหาร ทั้งสองก็เลยตกลงกันมาจะทำร้านที่ออกมาแบบผสมๆ  

 

พอนักดนตรีเริ่มขึ้น นัทก็ถามว่าผมว่าอยากฟังอะไรเป็นพิเศษไหม ผมก็ตอบชื่อเพลงไปเพลงสองเพลงซึ่งนัทก็ลุกไปนอกห้องพร้อมกระซิบกระซาบกับนักร้องนำผู้ชายบนเวที ผมเห็นนักร้องนำคนนั้นมองมาทางผมยิ้มๆกระซิบนัทอีกครั้งก่อนที่นัทจะเดินกลับมา

 

เจ้าดิวบอกว่าจะร้องให้เพลงเดียว อีกเพลงให้ซินขึ้นไปร้องเองและให้นัทเล่นกีต้าร์ประโยคที่นัทพูดหลังจากกลับมานั่งทำเอาผมหน้าเหวอ ความจริงผมก็เริ่มกรึ่มๆมึนนิดๆเพราะไอ้น้ำที่เราดื่มคู่กับอาหารนี่มันไม่มีน้ำเปล่าเลยซักนิด ผมเองเป็นคนที่นานๆครั้งจะดื่ม ไม่ได้จัดว่าคอทองแดง ไอ้เรื่องร้องเพลงก็....ไม่เคยมีความมั่นใจ ถึงแม้ Boss และน้องๆจะเคยชมเวลาไปร้องKaraoke ด้วยกันว่าเสียงดีบ้าง น่าไปเป็นนักร้องบ้างก็เถอะ แต่จะให้มาร้องเพลงต่อหน้าคนเยอะแยะนี่มัน............ไม่ได้เล่นกีตาร์มานาน...คิดถึงเหมือนกันนะเนี่ย เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยขึ้นมาลอยๆพร้อมกับทำหน้าเศร้ามองไปทางเวทีเสียอย่างนั้น ผมที่คิดจะปฎิเสธก็เลยยอมตกลงและบอกอีกฝ่ายกลับไปว่า“OK แต่ถ้าร้องออกมาแย่มาก หลังลงจากเวที จะบอกว่าไม่รู้จักซินก็ได้นะ ซินจะไม่ว่าเลยซึ่งเรียกเสียงหัวเราะเล็กๆจากคนตรงหน้ากลับมาได้ทันที

*************************

ความจริง รสชาติของช็อกโกแลตผสมแอลกอฮอล์ มันก็ไม่ได้แย่อย่างที่ผมคิดเอาไว้....

 

แรกๆความตื่นเต้นที่จะได้ขึ้นเวทีทำเอาผมดื่มเหล้าย้อมใจเข้าไปหลายอึก....แต่หลังจากนั้น พอได้เห็นนัทคว้ากีตาร์มานั่งเป็นกำลังใจให้ที่เก้าอี้ข้างๆ การร้องเพลงต่อหน้าคนเยอะๆกลางเก้าอี้สูงบนเวทีครั้งแรกของผมก็ดูจะสบายมากขึ้น

 

เมื่อนัทเริ่มขึ้นเพลงและส่งสัญญาณให้ผมเริ่มร้อง ผมจึงเปล่งเสียงออกมาตามความรู้สึก..... ‘Deep by Binoculars’

ราวกับเสียงเพลงและอารมณ์ของเราสองคนได้ถูกถ่ายทอดผ่านทางบทเพลงออกไป.......

So this is what you mean
And this is how you feel
So this is how you see
And this is how you breathe
Sometimes
I know
Sometimes
I go down deep
Oh

So this is what you mean
And this is how you feel
So this how you see
And this is how you breathe

Sometimes
I know
Sometimes
I go down deep
Oh

Beneath the deep blue sea
Touching every breath
All a slight off hand
For everything you left

Sometimes
I know
Sometimes
I go down deep
Oh

Sometimes
I give myself for you
Sometimes
I know down deep

นัทยิ้มเศร้าให้ผม ผมยิ้มเศร้าให้นัท ช่วงเวลานั้นผมรู้สึกได้ถึงความเข้าใจอะไรบางอย่าง แม้จะรู้สึกเจ็บในอก....แต่ก็รู้สึกดี....ที่มีใครบางคนรู้สึกเหมือนกัน ......รับรู้ไปด้วยกัน

 

เมื่อเพลงจบ เสียงตอบรับจากคนฟังด้านล่างเวทีนั้นท่วมท้น มีทั้งเสียงปรบมือ เสียงเป่าปากดังไปทั่วบริเวณร้าน ผมตกใจที่มีคนเกือบสิบคนเดินเข้ามายื่นกระดาษแผ่นน้อยที่มีชื่อเพลงพร้อมกับชื่อนักร้องให้ผมพร้อมกล่าวชื่นชม เพราะมากครับ ‘great’ เยี่ยมจริงๆค่ะ ขออีกซักเพลงนะคะ ผมได้แต่ยิ้มอายๆเหลือบมองหน้านัทอย่างวางตัวไม่ถูกเพราะไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน นัทเอ่ยขอรับกระดาษเหล่านั้นไปอ่านเองก่อนยิ้มให้ผมและพูดผ่านไมค์

 

ดูเหมือนนักร้องจำเป็นของผมวันนี้จะเป็นที่ชื่นชอบของทุกคนโดยไม่รู้ตัวซะแล้ว มีทั้ง When u say nothing at all… More than words รวมทั้งเพลงไทยอีกมากมายที่ขอกันเข้ามา  งั้นผมคงต้องถามความสมัครใจของเขาก่อนนะครับ ว่าจะยอมร้องเพลงรักเหล่านี้ให้ผมต่อไป(บนเวที) รึเปล่า?” ผมหันไปจ้องหน้าอีกฝ่ายที่พูดกับคนฟังด้วยท่าทีสบายๆและหันมาหาผมที่กำลังหน้าแดง....เล่นพูดซะเสียงดังฟังชัดขนาดนี้ มันก็เหมือนกับประกาศว่า....ผมเป็น ของๆ เค้าอะไรแบบนั้นน่ะสิ

 

ว่าแล้วเสียงกรี๊ดและเป่าปากก็ดังแว่วตามมา ทำเอาผมอยากจะรีบมุดลงเวทีไปโดยเร็ว ผมรีบเอี้ยวตัวไปกระซิบบอกเขาเบาๆว่า ไม่เอาแล้วพร้อมกับจะลุกขึ้นแต่นัทกลับดึงมือผมไว้พร้อมพูดผ่านไมค์เสียงดังไปว่า

 

อีก 2 เพลงเท่านั้นนะครับ นักร้องของผมจะร้องแค่อีก2เพลงเท่านั้น งั้นเดี๋ยวเราขอเวลาเลือกเพลงกันซักครู่...ผมได้แต่มองนัทหน้าเหวอ และก็ถูกกล่อมให้ต้องร้องต่ออีก 2 เพลงตามอย่างเสียไม่ได้ นัทให้เหตุผลว่า คนดูเค้าอยากฟังเรา 2 คนนะ ร้องต่ออีกซัก 2 เพลงเถอะ ถือว่าร้องเป็นเพื่อนนัท นะ นะดังนั้น When u say nothing at all และ More than wordsจึงตามมาติดๆ โดยที่ผมมีข้อแม้ว่านัทจะต้องร้อง More than words ด้วยกัน

 

และ....มันทำให้ผมรู้สึกว่า พลาด’   อีกครั้ง........

‘More than words by Extreme’

Saying I love you 
Is not the words I want to hear from you 
It's not that I want you 
Not to say, but if you only knew 
How easy it would be to show me how you feel 
More than words is all you have to do to make it real 
Then you wouldn't have to say that you love me 
'Cause I'd already know 
What would you do if my heart was torn in two 
More than words to show you feel 
That your love for me is real 
What would you say if I took those words away 
Then you couldn't make things new 
Just by saying I love you 

More than words 

Now that I've tried to talk to you and make you understand 
All you have to do is close your eyes 
And just reach out your hands and touch me 
Hold me close don't ever let me go 
More than words is all I ever needed you to show 
Then you wouldn't have to say that you love me 
'Cause I'd already know

What would you do if my heart was torn in two 
More than words to show you feel 
That your love for me is real 
What would you say if I took those words away 
Then you couldn't make things new 
Just by saying I love you 

More than words

นัทร้องคอรัสออกมาดีมาก...... ดีเกินไป

 

ราวกับผมผมรู้สึกได้ถึงเคมีระหว่างกัน... รู้สึกได้ถึงความหวาน....ความขม.....

 

ความรู้สึกที่เราสัมผัสกันได้ผ่านบทเพลงและสายตาระหว่างที่เราร้องเพลงด้วยกัน ทำให้ผมรู้สึกแปลกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผมอยากที่จะสัมผัสเค้า อยากที่จักรับรู้ตัวตนของเค้าให้มากกว่านี้ แม้ผมจะรู้ว่ามันไม่ควร แต่หลังจากลงจากเวทีความรู้สึกเหล่านี้ก็คงยังรบกวนจิตใจผมจนผมไม่มีสมาธิที่จะตอบคำถามอะไรจากนัทได้เลย ผมไม่กล้ามองเค้าตรงๆ และเมื่อความเงียบเริ่มเข้าครอบคลุมห้องที่มีแต่เรา 2 คน มีแก้วเหล้าหลายแก้วตามมาขัดจังหวะ ตามด้วยดอกกุหลาบ (ที่ความจริงเสียบอยู่ในแจกันของทุกโต๊ะเพื่อส่งมาเป็นการชื่นชม)และตามมาด้วยข้อความแปลกๆในกระดาษแผ่นเล็กที่เด็กเสิร์ฟนำมา ถ้าคุณนักร้องนำเบื่อมือกีตาร์แล้ว ติดต่อผมได้นะครับ เอก (โต๊ะ10) 084-XXX-XXXX’ นัทก็คว้ากระดาษนั้นไปพร้อมกับบอกกับผมว่า กลับกันเถอะ

 

นัทขอเวลาครู่หนึ่งไปเคลียร์บิลและลาคุณเอส เมื่อกลับมาเขาก็ยิ้มน้อยๆให้ผมที่เผลอมองไปทางนั้นอยู่ว่าเขาจะกลับมาเมื่อไหร่ เขายิ้มที่ทะเล้นๆปนเศร้าเหมือนทุกครั้ง แต่ในขณะนั้น ผมคงได้แต่ทำหน้าแปลกๆกลับไปเพราะไม่รู้จะทำหน้ายังไง นัทจับมือผมไว้ คราวนี้เราสอดประสานนิ้วมือเข้าหากัน ผมไม่ได้พูดอะไร แต่เมื่อเราเข้ามาอยู่ในรถผมก็ต้องตกใจที่นัทยื่นหน้าเข้ามาหาผมจนใกล้และผมก็รู้สึกได้ถึงริมฝีปากที่ถูกสัมผัส

 

และมันก็เหมือนการ......ติดกับ

 

ผมไม่สามารถถอนสายตาจากดวงตาคมคู่นั้นได้เลย แม้จะพยายามขืนร่างนัทที่ทำท่าจะกดจูบลงมาอีกครั้งและหลับตาแน่น นัทก็ยังพยายามจูบผมซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่รุกเร้า ไปๆมาๆผมรู้สึกเหมือนว่าเค้ากำลังแกล้งผมอยู่มากกว่า เพราะนอกจากปาก ยังมีแก้ม จมูก และหูของผม ไล่สะเปะสะปะไปเรื่อยๆเมื่อผมพยายามเบี่ยงหลบ พอหนักๆเข้าและไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ผมจึงได้ลืมตาจะเอ่ยปากต่อว่า แต่กลับกลายเป็นว่านัทกดจูบร้อนๆลงมาแทน นัทขบกัดริมฝีปากล่างของผมอย่างยั่วเย้า ละเลียดราวชิมมันช้าๆราวกับเจอน้ำหวานถูกใจและสอดลิ้นเข้ามาในที่สุด ผมไม่รู้ตัวว่าเผลอตอบรับลิ้นร้อนผ่าวนั้นเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ นานแค่ไหน รู้แต่ว่าความต้องการของผมมันเพิ่มสูงขึ้นและสูงขึ้น มันรุนแรงเสียจนผมคิดว่าอยากจะได้มันมากขึ้นเรื่อยๆราวกับเสพติด แต่แล้วทุกอย่างก็ดับวูบลง นัทค่อยๆผละผมออก ผมหอบหายใจเผลอดึงเสื้อเขาเอาไว้แน่น ใบหน้าลามไปจนถึงลำคอเริ่มซับสีเลือดขึ้นเมื่อได้สติ แววตาวาวของเขาจับจ้องมองที่ผมเข้มในความมืด ก่อนละไปหยิบเสื้อสูทของเขาที่ถอดทิ้งไว้ตรงเบาะหลังมายื่นให้ผมพร้อมออกรถ

 

ห่มนี่ไว้นะ กลางคืนอากาศมันเย็น นัทจะพาซินกลับบ้านผมได้ยินแบบนั้นก็ได้แต่ลอบถอนใจ ระหว่างทางผมได้แต่มองไปนอกหน้าต่างราวกับโหยหาอากาศที่น่าจะมีมากกว่าจากภายนอก ผมพยายามคิดว่าดี...ที่เขาเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องแล้วรีบพาผมกลับบ้าน แต่ในใจลึกๆผมกลับกู่ร้องอย่างน้อยใจ จูบของเขามันดีมากจริงๆ ผมรู้สึกราวกับจะโหยหามัน....และต้องการมันมากๆ......ผมกลัว........กลัวใจตัวเอง  

***************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

9 ความคิดเห็น

  1. #8 miwe (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2557 / 21:37
    มือกีตาร์คะนี่เจอกันวันแรกใช่มะ 55555
    #8
    0
  2. #5 Gryffindor&Slytherin (@ssee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2557 / 07:25
    อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    เริ่มแล้ว อิอิ พี่นัทพี่ซิน สู้ๆๆๆนะ เขินจัง
    #5
    0