DARK RAIN | เสี่ยงหัวใจ ท้าทายซาตาน (RE-WRITE.VER)

ตอนที่ 7 : + DR + 06 +

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,578
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    8 ก.พ. 63






ฉัน...จะเป็นบ้าตาย...

อะไรกันเนี่ย!!!” เสียงแหลมแปดหลอดดังสอดแทรกออกมาจากปากที่เคลือบไปด้วยสีแดงจัดเสียยิ่งกว่าสีชุดเดรสของเธอ... ไม่แน่ใจว่านั่นสีลิปสติกหรือท่านลูกค้ารายนี้กินเลือดมา แต่ว่าที่แน่นอนคือฉันโดนสาดอารมณ์คุกรุ่นไม่พอใจใส่มาอย่างจัง ซึ่งทันทีที่ได้ยินเสียงแว้ดนั่นโจมตี ฉันก็ก้มหน้ายอมรับ ขอโทษขอโพยออกไปถึงแม้จะไม่ได้ผิดก็ตาม

ขอประทานโทษค่ะ...ฉันรีบโค้งตัวขอโทษอย่างร้อนรน เพราะว่าไม่อยากให้เรื่องราวบานปลายไปถึงคนข้างบน หรือเรียกอีกอย่างว่าพวกผู้บริหารล่ะก็ คราวนี้คงไม่ต้องรอให้ผู้จัดการไล่ ฉันก็คงเดินออกไปเอง เป็นที่รู้กันว่าถ้าหากเรื่องราวความประพฤติที่ไม่เหมาะสมของพนักงานไปถึงหูผู้บริหารแล้วนั้น ไม่มีใครสามารถอยู่ต่อได้อีก ในยุคที่ข้าวยากหมากแพง มันไม่มีใครหวังเอาซองแดง แต่มันก็ไม่มีใครอยากได้ซองขาวหรอก! ฉันตายแล้วเกิดใหม่เหมือนแมวเก้าชีวิตก็จริง แต่ที่อยู่มาได้ทั้งๆ ที่ขาดที่สายบ่อยนั้นก็เพราะ ผจก. แกเมตตาฉันเฉยๆ หรอก แต่ถ้าลูกค้าวีไอพีรายนี้นึกครั่นเนื้อครั่นตัวอยากเล่นงานฉันล่ะก็

ป้ายชื่อ ฮานะ อิษราย์ คงจะถูกกระชากออกจากล๊อกเกอร์ส่วนตัวพนักงานของที่นี่

ไม่เป็นไรหรอกเจ้าของเสียงทุ้มต่ำทว่านุ่มติดแววขี้เล่นที่เพิ่งละออกจากซอกคอคู่ขาบอกกับฉัน ท่านสุภาพบุรุษจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ฉันเห็นว่าเขารูดซิบขึ้นอย่างอารมณ์ดี  แล้วตรงนั้นใช่มั้ย สาเหตุของอาการแขนสั่นเป็นเจ้าเข้าของหญิงปากแดงนั้น บ้าเอ้ยยย ทำไมต้องมาเห็นอะไรแบบนี้

แต่พอตั้งสติได้ คนสำนึกต่อความผิดที่ไม่ได้ตั้งใจก็เงยหน้าขึ้น และสบตากับอีกคนที่ให้อภัยฉันอย่างง่ายดาย

นัยน์ตาสีครามเรียวเล็กแทบไม่เห็นชั้น รอยยิ้มหยักลึกดูน่าเกรงขามตามด้วยความซุกซนมีเสน่ห์แผ่ทั่งใบหน้า สีผิวขาวจัดเห็นถนัดตาดีแม้อยู่ในที่มืดสลัว  ร่างสูงใหญ่ของชายคนตรงหน้าบ่งบอกชัดว่าเขานั้นคงไม่ใช่คนไทยแน่ๆ ทว่าทำไมเขาถึงพูดไทยได้ชัดแจ๋ว...

ไอ้ซีลัส มึงเอาอะไรมาเสิร์ฟกูเนี่ย ท่าทางจะแซ่บน่าดู”  จะแกล้งทำเป็นไม่ ได้ยินคงไม่ได้ ในเมื่อทุกถ้อยคำที่ลูกค้าหน้าหล่อแปลกๆ เอ่ยผ่านโทรศัพท์ของเขาดังลอดเข้าหูฉัน

ขออนุญาตค่ะ... มือก็ทำงานต่อไปและแอบกลืนน้ำลาย เพื่อต้องการเอาน้ำหนืดพวกนั้นไปบรรเทาอาการฝืดเคืองตรงบริเวณลำคอที่เริ่มเล่นงานให้ทุเลาลง

บรั่นดีสีอำพันที่ฉันชงด้วยทักษะที่ถูกอบรมมาอย่างดี ถูกวางไว้ที่โต๊ะเพื่อให้เจ้าของที่ตีตราจองได้ลิ้มลองรสมัน ฉันไม่ได้มองหญิงสาวหน้าสวย แต่รับรู้ได้ถึงกระ แสหงุดหงิดเหมือนอยากจะกระโจนคร่อมร่างแล้วตบฉันรัวๆ จากเธอได้อย่างน่าอัศจรรย์ แก้วสองใบวางไว้ด้านหน้าชายหนึ่งหญิงหนึ่งเป็นอันจบภารกิจฉันก็นำพาร่างบอบบางถอยออกมาสองสามก้าว และทุกก้าว...มันก็สั่นไปด้วยความประหม่า 

ต่อมาฉันก็เอามือประสานกันจากนั้นก็ยืนหายใจเข้าออกอึดอัดอยู่ตรงมุมห้อง... ที่อึดอัดเป็นเพราะว่าสายตาดัดจริตของยัยมนุษย์ชุดสีแดงเพลิงที่เอาแต่จิกใส่ฉันอยู่ตลอดเวลานั่นไงล่ะ คุ้นหน้าเสียจริงแต่ดันนึกไม่ออกว่าเธอเป็นใคร... อาจจะเป็นคนดังที่เคยโลดแล่นในจอทีวีแหละมั้ง 

กริก..

ทั้งฉันและลูกค้าต่างก็มองตรงจุดเกิดเสียงเป็นตาเดียวกัน...  

ประตูถูกเปิดออกกว้าง ห่างกันเสี้ยวนาทีก็มีใครสักคนเดินเข้ามา...พนักงานเสิร์ฟอย่างฉันไม่ได้สนใจในตอนแรก แต่ว่าตอนนี้จำเป็นต้องหยุดสายตาไว้ที่ผู้มาใหม่ หยุดไว้ที่เขาแล้วเอาแต่จ้องมองอย่างเสียมารยาท

ร่างกายสูงยาวที่ถูกสวมทับด้วยเสื้อผ้าที่ดูดี และฉีกแฟชั่นโฉบเฉี่ยวทันสมัยบ่งบอกถึงไลฟ์สไตล์หรูหราได้อย่างชัดเจนก้าวเข้ามาภายในห้องสีสลัว... จากสามเพิ่มมาหนึ่ง เพราะห้องนั้นกว้างเลยไม่ถึงกับแออัดแต่ฉันกลับแสดงออกอย่างชัดแล้วว่าเริ่มหายใจไม่ออก เสียงย่ำเท้าแผ่วเบาแต่ฉันกลับได้ยินเต็มสองหู เหมือนทุกอย่างหยุดหมุนเมื่อกลิ่นหอมนั่นปะทะเข้าจมูก  

เพียงแค่รู้ว่าเขาเป็นใคร คนที่เคย เจอกันกับเขาอย่างฉันก็ใจสั่นแรง

ฉันกำมือแน่นเมื่อชายหนุ่มผู้มาใหม่หันมามองทางฉันเพียงแค่เสี้ยววินาที สายตาคมกริบหรี่วูบเฉียดผ่านไป  แต่ทำไมฉันกลับรู้สึกว่าสายตาคู่นั้นคือมีดแหลมที่บาดเฉือนเนื้อกายจนเลือดที่ไม่รู้ว่าอยู่จุดไหนเริ่มไหลออกมา  เขานิ่งเฉยใส่กันทำราวกับว่าไม่เคยเห็นฉันมาก่อน ทั้งๆ ที่วันนั้นสายตาคู่นี้ไม่ใช่เหรอ ที่แสดงความเลวทรามโดยการจ้องมองฉันอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ หรือว่า...

เขาจะจำฉันไม่ได้

ไง...ฉันจับปฏิกิริยาคนมาใหม่อย่างไม่วางตา ร่างสูงดึงมือออกจากการสอดลงกระเป๋ากางเกงขึ้นมาแกะกระดุมสูทออก จากนั้นก็ทิ้งร่างนั่งลงบนโซฟา และทักทายลูกค้านัยน์ตาสีครามอย่างสนิทสนม

ขอโทษด้วยนะที่เด็กกูทำมึงเสียอารมณ์เขาว่าแบบนั้นพลางเบนสายตาคมกริบเหมือนไม่ตกใจอะไรกับการเห็นชีวิตเล็กๆ อย่างฉันยืนอยู่ตรงนี้

ไม่เป็นไรหรอกแบบนี้กูชอบ...ผู้ชายนัยน์ตาสีฟ้าครามบอกกลับมาความ หมายช่างกำกวมเสียเต็มประดา จนไม่สามารถคิดตามได้เลย

มีอะไรก็ว่ามา กูอยากไป อบรมเด็กกูต่อทั้งสรรพนามและการถึงเนื้อถึงตัวระหว่างผู้ชายสองคนไม่บอกก็รู้ว่าเขาทั้งสองต้องสนิทกัน

เป็นเรื่องจริงที่ฉันไม่ได้มีความมุมานะอยากจะรับรู้รายชื่อเหล่าบอร์ดบริหารของที่นี่ แต่ไอ้คำว่า เด็กกูหมายความว่าผู้ชายคนนี้เป็นผู้บริหารของ H CLUB ใช่หรือไม่ ชักจะตลกกันไปใหญ่แล้ว ส่วน ซีลัสนี่ก็คงเป็นชื่อเขา

เออ ไม่เป็นไรหรอกมั้ง



ไม่หรอก เป็นพนักงาน เสียมารยาทกับลูกค้าก็ต้องถูกอบรมเป็นธรรมดา เสียงเย็นว่า เหมือนพูดเล่นเพื่อให้จบๆ ไป แต่ไม่รู้ว่าทำไม ไอ้ประโยคพวกนั้นมันช่างกระทบกระทั่งฉันพิลึก จังหวะการพูดไม่ได้พิเศษอะไรแต่กลับทำให้ฉันรู้สึกหวาด ระแวงขึ้นมาแบบไม่มีสาเหตุ

ฉันยืนอยู่ในสภาพของมนุษย์ที่ต้องการหามุมหลบซ่อน แต่จะทำแบบนั้นได้อย่างไรกันล่ะ ห้องนี้มันโล่งแม้จะมีมุมมืดให้แฝงกายแต่สุดท้ายผู้มาใหม่ก็เอาแต่เบนสายตามาทางพนักงานที่บังอาจเดินทะเล่อทะล่าเข้ามาขัดจังหวะเพื่อนของเขาอย่างฉัน

พวกเขาพูดกันต่อ ใจความสำคัญคืออะไรอาศัยถามกับฉันได้เสียที่ไหน สตงสติไปวิ่งเล่นอยู่ที่อื่นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ได้รู้ตัวเลย ฉันพยายามเรียกมันกลับมา ทำตัวไม่ให้ระแวง ไม่ให้เลินเล่อพลั้งเผลอไปกว่าที่ควร แต่กำลังจะทำได้อยู่แล้วเชียวการรวบรวมเหล่านั้นก็หายไปเมื่อชายหนุ่มผู้เปรียบเสมือนซาตานกระชากหัวใจกันเดินเข้ามาใกล้ ส่วนฉันที่ใจเต้นไม่เป็นระส่ำก็ถดถอยโดยอัตโนมัติ ทั้งเนื้อทั้งตัวเนื้อตัวสั่นเร่า หวาดกลัวเขาเข้าไปเสียทุกกระแสจิต

มากับฉันหน่อย...เขาพูดส่งๆ แต่สัมผัสได้ถึงคำสั่งอันเด็ดขาด เสียงเย็นที่ ว่านั่นก็เกาะกินร่างกายฉันจนชาดิก ไม่อยากออกไปตามที่เขาบอกหรอก แต่ก็ต้องยอมจำนนเดินตามไปเพราะฉันก็ไม่ต้องการจะอยู่ต่อเช่นกัน ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็ยังไม่ลืมความมีมารยาท รีบโค้งให้ลูกค้าสองคนที่จ้องจะ จัดกันใหม่อีกหน... เมื่อออก มาพ้นห้องแล้วก็พบว่าซาตานคนนั้นได้ยืนรอฉันอยู่ที่หน้าห้องวีไอพีข้างๆ กัน

ร่างสูงยืนใช้มือสอดลงกระเป๋ากางเกง ภายใต้แสงไฟสลัวๆ สีเสื้อผ้าของเขามันขับให้ผิวขาวๆ สะดุดตา ฉันนั้นแสนโง่ ทั้งโง่ทั้งบื้อ เพราะการทำงานอยู่ที่นี่ไม่ใช่วันสองวัน แต่กลับไม่เคยเห็นเขามาก่อน

หวัดดี...  ไม่ยักรู้ว่าเธอทำงานอยู่ที่นี่” 

คนตัวโตเริ่มเปิดบทสนทนา มันคล้ายๆ เสือคุยกับแมวเชื่อฉันเถอะ เพราะว่าฉันไม่อยากมองเขาเลยเอาแต่ก้มหน้า สองมือกุมประสานกัน การวางตัวเรียบร้อยราวกับว่าตอนนี้ยืนสงบนิ่งหลังสวดมนต์ไหว้พระในตอนเช้า ทุกลมหายใจเข้าออกคงไว้ด้วยความห่างเหิน เอาให้ห่างคนละโลกไปเลย

ถาม...?” ในขณะที่ฉันทำแบบนั้น แต่เขากลับกอดอกเอาข้างกายอิงกับผนังสีทึบที่มีความหนาสุดแข็งแกร่ง ฉันไม่อาจรับรู้ว่าสายตาของเขาตอนนี้เป็นยังไง เพราะรู้สึกคลื่นไส้เสมอยามที่ได้มองเขา ฉันเลยไม่มอง

สำหรับพนักงานคนอื่นๆ ที่เดินทำงานกันอยู่ ใครเดินเข้ามาก็พากันค้อมตัวลงให้ผู้ชายคนนี้ เป็นเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ในหนึ่งร้อย ที่มันเป็นคำตอบให้ฉันว่าเขาคือผู้ บริหารของที่นี่ หากสงสัยว่าเหลือสามสิบเปอร์เซ็นต์ไว้ทำไม

ฉันเหลือไว้ไม่แคร์

เช่นกัน...หากฉันรู้มาก่อนว่าคุณเป็นผู้บริหารของที่นี่คงลาออกไปนานแล้ว... ฉันไม่ตระหนักว่าสถานะระหว่างฉันกับเขาแตกต่างกันแค่ไหน เพราะความรู้สึกเกลียดขี้หน้าเขาจนอยากพุ่งไปตบมันมีมากกว่า ฉันเลยตอบแบบไม่แคร์แม้ใจจะกลัวว่าอาจจะโดนเฉดหัวทิ้งจากที่นี่

ที่นี่มันคลับนะ ไม่ใช่ซ่อง อยากขายตัว ไปที่อื่น!

เหรอ นึกว่าม่านรูดห้าดาวฉันเจ็บสุดขีดไปกับน้ำเสียงเยาะเย้ย และดูถูกถางถากของเขา แต่ตอนที่อยู่ในห้องยังมีเวลาเตรียมตัวมาบ้างเลยไม่ตกใจเท่าไรที่เขาหาว่าฉันขายตัว

ฉันเถียงสู้ เขายิ้มให้ฉัน ฉันก็ยิ้มให้เขา โชคดีที่อยู่ข้างนอกไม่ได้เถียงกันข้างใน ไม่เช่นนั้นหนึ่งหนุ่มหนึ่งสาวที่เป็นสาเหตุในการเปรียบเทียบของฉันเป็นอันต้องสะดุ้งเฮือกแน่ๆ

แล้วแต่จะพูดไป ยังไงคนที่ได้เงินก็คือฉันเขาว่าพลางยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ

“...” ฉันเหยียดปาก และหันมองไปทางอื่น

ไปยืนเซ่ออะไรในเวลาคนจะเอากัน ทำไมไม่รู้จักขอตัวออกมา หน้าหนา หรือตั้งใจจะขายให้เพื่อนฉัน มันไม่เอาหรอกของแบบนี้

หยุดพูดไพล่ไปถึงเรื่องทุเรศพรรค์นั้นได้แล้ว วันๆ คงหมกมุ่นอยู่แต่กับเรื่องแบบนี้สินะ เอ่ยอะไรออกมาถึงได้เอาแต่พาดพิงเรื่องอุบาทว์นั่น!”  ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง ฉันหวังให้ใจของเขามันสะดุ้งสะเทือนไปกับคำบริภาษของฉันบ้าง แต่ดูเหมือนความหวังจะไม่เป็นอันสัมฤทธิ์ผล  เพราะทันทีที่ฉันว่าเขา  คนตัวสูงโปร่งในสูทสุดหรูก็ทำแค่ยิ้มเยาะ ทำประหนึ่งว่าร่างเขามันโปร่งแสง และสามารถปล่อยให้ถ้อยคำของฉันทะลุผ่านตัวเขาไป

หรือสนใจจะขายให้ฉันมั้ยล่ะ ฉันไม่กินของซ้ำหรอก แต่เว้นพวกปากเผ็ดอย่างเธอไว้คนหนึ่ง

นี่คุณจะไม่หยุดใช่มั้ย

ก็ไม่ไง!!!

เพียะ!!!!!!!!!


เพียะ!!!!!!!!!

ชั่ววินาทีที่คิดว่าต้องทำ มือฉันก็ขยับตามทันที คนๆ นี้ยังไม่เคยรู้จักมักจี่แต่เขาก็ข่มเหงน้ำใจฉันไปแล้วอย่างเลือดเย็น แล้วไม่ว่าเขาจะอยู่ในสถานะที่สูงกว่าเท่าไรแต่ในเมื่อปากร้ายนัก ฉันก็ไม่มีความจำเป็นต้องเกรงใจ

แล้วอย่ามาใช้ไม้ตายไล่ฉันออก ไล่ให้ตายก็ไม่ออก!” ฉันไม่เถียงต่อให้เสีย เวลา แค่เอ่ยประโยคกันท่าคนบ้าที่แค่โดนตบแต่กลับทำสีหน้าเหมือนเสียเงินเป็นสิบๆ ล้านเสียงเรียบ พยายามกำมือที่เกิดความชาแม้จะว่าตนจะเป็นฝ่ายตบเขาก็ตามที ฉันกลั้นน้ำตา ผินหน้าออกมาจากคนที่เป็นต้นเหตุให้ต้องปะทะอารมณ์แล้วเดินหนีเขาไป

อ๊ะ...จิ๊!แต่ยังไม่ถึงไหน ร่างบอบบางของฉันถูกกระชากสุดแรง และเสียหลักง่ายๆ อย่างไม่น่าให้อภัย ฉันถูกลากและจากนั้นก็ถูกเหวี่ยงแรงๆ เข้ามาในห้องวีไอพีอีกห้องที่ว่างอยู่

กริก...

เขาปิดประตูแผ่วเบา...และฉันก็ถอนหายใจออกมาอย่างพยายามควบคุมสติ

ภายห้องในนี้ไม่มืดสนิทเพราะยังมีแสงไฟสลัวจากด้านล่างสาดส่องขึ้นมาเนื่องจากหน้าต่างห้องถูกออกแบบด้วยกระจกทั้งบาน แต่ถึงกระนั้นก็ยังมืด และน่ากลัวสำหรับสายตาของฉันอยู่ดี

ปากดีเหมือนเดิม มือหนักเหมือนเดิม

คุณก็สันดานไม่ดีเหมือนเดิมเช่นกันนั่นแหละ ฉันว่าเขาพลางช้อนสายมองร่างสูงที่ยืนขวางประตูอยู่ ฉันเกลียดผู้ชายคนนี้จนจะคลั่งอยู่แล้วนะ เขาช่วยย้ายร่างที่มีวิญญาณอันน่ารังเกียจสิงอยู่ของเขาไปไกลๆ สายตาฉันจะได้มั้ย

อ๋อ...อย่างนั้นสินะผู้บริหารสถานบันเทิงพยักหน้าซ้ำกันหลายครั้ง แล้วครางอ๋อ... เป็นเชิงเข้าใจแต่ทำไมฉันสัมผัสได้แต่แววประชด เจ้าของรูปร่างอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเริ่มเคลื่อนที่ขยับกายตรงมาทางฉันที่ยืนสั่นอยู่อีกมุมหนึ่งอย่างเชื่องช้า ทุกท่วงท่าและทุกย่างก้าวของเขามันสามารถปลุกความกลัวที่ฉันพยายามข่มเอาไว้ให้เปิดเผยต่อหน้าเขา

ถ้าหากไม่มีอะไรแล้ว ขอตัวนะ ฉันต้องไปทำงานต่อ...” บอกกับเขาปากคอสั่น พยายามเบี่ยงตัวเดินหนีไปทางประตูที่ปิดสนิทโดยที่สายตาหวาดหวั่นก็ยังไม่ได้ละไปจากเขา จะให้ละจากเขาได้อย่างไร...ในเมื่ออีกฝ่ายทำหน้าราวกับว่าต้องการจะขย้ำฉันที่ยืนสั่นให้เละแหลกลาญคามือเขา

หมับ...

ไม่ต้องหรอกเพราะถ้าเธอได้อยู่กับฉัน... นั่นก็เท่ากับว่าเธอได้ทำงานแล้วชายหนุ่มร่างกายกำยำบอกแบบนั้น พร้อมกับก้าวยาวเข้ามาหาฉันซึ่งเอาแต่ยืนสั่น

เราจะทำอะไรกันก่อนดี...คำพูดเต็มไปด้วยแววคุกคามไม่พอ ท่าทางของเขายังเจืออาการเหล่านั้นเต็มไปหมด

เพิ่งรู้ว่าคนข้างบนของที่นี่ว่างมากจนเอาเวลามาระรานผู้หญิง หลบไป ฉันจะไปทำงาน ฉันไม่ได้ว่างเหมือนคุณ! อ๊ะ!!!” ฉันอุทานเสียงเบาในลำคอเมื่อซาตานผลักร่างฉันจนแผ่นหลังติดกำแพงห้องที่เย็นเหยียบเพราะแอร์ที่ถูกเปิดทิ้งไว้

ร่างสูงใช้มือล้วงกระเป๋า และยกมืออีกข้างดันผนังห้องพลางพักขาเรียวยาวของเขาหนึ่งข้าง คงไว้ด้วยท่าทางสบายใจ ใบหน้าหล่อคมโน้มต่ำลงมาจนจมูกโด่งรั้นของเขาเฉียดกับจมูกของฉันนิดหน่อย

นี่ไง กำลังจะไม่ว่าง

จะทำอะไร เอาหน้าคุณออกไปไกลๆ จะได้มั้ยฉันใส่อารมณ์ เพราะเขาโน้มหน้าลงมาใกล้มันเลยได้กลิ่นหอมนั่น แต่ก็รู้สึกสะใจที่เห็นมุมปากสีช้ำของเขาซึ่งที่เป็นแบบนั้นเพราะฝีมือฉัน

เราเคยได้กันแล้วนี่นา ได้กันอีกสักทีก็ไม่น่าเสียหายเท่าไรนะฉันว่า ฮานะ

ฮานะ... ทำไมกัน ทั้งๆ ที่คำว่าฮานะนี่ฉันก็ได้ยินมาตั้งแต่เกิด ไม่ว่าใครจะเรียกก็ไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้นแต่ทำไมพอเป็นผู้ชายคนนี้ถึงทำให้ฉันรู้สึกร้อนวาบไปทั้งตัว เหมือนวิธีการพูดของเขามีกระแสอะไรบางอย่างที่คอยแต่จะสูบเอาพลังงานในร่างกายของฉันไป ฉันยืนนิ่งเหมือนคนโง่ ทั้งๆ ที่อีกไม่นานร่างสูงก็จะประชิดตัวอยู่แล้วแต่ทำไมไม่เดินหนีไปสักทีก็ไม่รู้

ฉันควรปิดกั้นกลิ่นหอมที่สูดผ่านทางจมูก กลิ่นหอมที่เคลือบไปด้วยความเลวร้าย กลิ่นหอมของผู้ชายสันดานดิบเถื่อน ผู้ชายต่ำช้า ไร้ค่าไร้ราคา!

ฉันรู้สึกอยากถุยน้ำลายใส่ทุกอย่างที่เป็นเขา แม้กระทั่งตอนนี้ยังนึกอยากเผาเฮชคลับ เอาให้วอดวายฉิบหายคามือ แต่ก็ได้แค่คิด

คุณเลี้ยงหมาไว้ในปากหรือไง อยากนักก็ไปหาลงที่อื่น อย่ามายืนเห่าให้ชาว บ้านเขาเกลียด ฉันพูดบ้างแต่ดูเหมือนว่าทุกคำพูดจะทำร้ายตัวเองเสียมากกว่า เพราะนอกจากฝ่ายที่หน้าด้านมารังแกฉันจะไมรู้สึกสะดุ้งสะเทือนแล้วนั้น เขายังเปล่งเสียงหัวเราะเยาะ  เหมือนจะบอกกับฉันผ่านการย้ำเสียงถากถางนั่นว่า  คนหน้าหนาอย่างเขาไม่สะท้านหรอก

ปากดี แบบนี้ค่อยดีหน่อย ดีกว่าร้องไห้ฟูมฟายว่าโดนข่มขื่นอะเนอะ ดีแล้ว...เพราะฉันก็ไม่อยากให้เธอเป็นแบบนั้น เวลาที่เราอยู่ใกล้ชิดกัน ฉันอยากให้เธอสนุก

คนบ้าที่ไหนมันจะสนุก ...หน้าด้านหน้าทน หน้าหนามาก คุณปากระยำมากรู้ตัวมั้ย

อือฮึ... เขาทำเสียงแบบนั้นในคอ

คุณพูดประโยคแบบนี้ออกมาทาแบบหน้าตาเฉยได้ยังไง โตมากับอะไร ปีศาจเลี้ยงมาเหรอ แม่ซื้อคุณเป็นสัมภเวสีหรือไง ทำไมถึงต่ำช้านัก

หึ!” เขาว่าพลางเบียดกายเข้ามาหาฉัน

ฉันเกลียดเขา...เกลียดที่สุด!

อย่าเข้ามา อุณหภูมิภายในห้องนี้ร้อนระอุขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ฉันช้อนสายตาชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำหล่อเลี้ยงม่านตาขึ้นมองอีกคนที่นอกจากจะไม่สำนึกในความผิดของตนแล้ว  ยังมีลูกเล่นและสันดานเลวแพรวพราวระดับเกินล้านแล้วพบก็ว่าตนเองนั้นควรถอยห่างจากบุคคลอันตรายเบื้องหน้า  เขาทำให้ฉันโมโหและใจสั่น หัวใจฉันเต้นผิดจังหวะ และจะวายตายเพราะเขานี่แหละ

ฉันจะไปทำงานลูกค้ากำลังรอฉัน... โอ๊ยยยยยยฉันสู้เขาไม่ไหว เลยพูดตัดบท ตั้งใจพาร่างกายและหัวใจที่อ่อนแอหนีจากคนนี้แต่กลับถูกมือหนานุ่มที่คงได้รับการดูแลมาอย่างดี ยกขึ้นมาบีบปากของตัวเองซึ่งยังพูดไม่จบดีด้วยซ้ำ เป็นเหตุให้ต้องเงยหน้าขึ้นมองอีกคนที่มีใบหน้าหล่อราวกับว่าเป็นเทพบุตร

เทพบุตรใจดำ...ซาตานในคราบชายหนุ่มที่หล่อเหลาแต่สันดานไม่ได้รับการขัดเกลาเหมือนหน้าตาที่ดูดี! เขาบีบแรงขึ้นยามที่ก้มหน้าเข้ามาใกล้ ริมฝีปากร้อนขยับยิ้มใส่เหมือนตั้งใจข่มขวัญกัน เขาบีบแก้มฉัน แววตาคนใจดำสื่อสารแต่ความอยากกำราบกัน

เธอจะกลับเข้าไป สวิงกิ้งกับเพื่อนฉันน่ะเหรอ ชอบแบบนั้นเหรอ ทำไมเธอไม่บอกฉันตั้งแต่แรกล่ะ จะได้จัดให้โดนใจ เพื่อนฉันเยอะแยะ ลองมั้ยล่ะ ฉันคิดว่ามันก็น่าสนุกดีน้ำเสียงเยาะเย้ยที่แฝงไปด้วยคำถากถางคำพูดสุดแสนอันตรายที่อาบไปด้วยเชื้อเพลิงอย่างดี และตอนนี้คำพูดของเขามันวิ่งเข้าไปแผดเผาก้อนเนื้อหัวใจของฉัน มันลุกโชนด้วยเชื้อไฟที่เกิดจากความโกรธของฉันรวมทั้งสันดานของเขา จนฉันอดไม่ไหวยกมือขึ้นมาทุบแขนเขา ทุบ ทุบ ทุบ แต่มันตลกก็ตรงยิ่งทุบฉันยิ่งเจ็บเอง

ปล่อย! ปล่อยยยย!” เค้นเสียงสั่งเขา มือสองข้างกำแน่นนึกอยากเอาขึ้นมาบีบคอเขาบ้างแต่องศาการยืนมันไม่ค่อยถนัด

เมื่อไหร่จะจำสักทีว่าอย่ามาทำปากดีใส่ฉัน

ก็อย่า...มา...มายุ่งกับฉันสิ อึก!” ฉันพูดไม่ถนัดเพราะเขาบีบแก้มฉันอยู่ กรุณาทำกิริยาให้เหมาะสมกับหน้าที่การงาน การศึกษา และทรัพย์สมบัติที่คุณมีด้วย อย่ามาทำสันดานเลว และต่ำช้าแบบนี้ ถอยออกไป...ฉันยังว่าเขาไม่หยุดพร้อมยังส่งสายตาวาวโรจน์ไปให้

พยายามทำให้ซาตานเบื้องหน้ารู้ว่าฉันก็มีหัวใจเหมือนกัน จากนั้นก็ออกแรงผลักมือเขาที่กอบกุมใบหน้าของฉันไว้จนมันหลุดออกไป สะบัดกายรุนแรงเพื่อนำพาตัวเองหนีออกจากกรงของอสูรชั่วตนนี้

ทว่า...

หมับ!

อย่าคิดหาทางออกไปจากฉัน ถ้าฉันไม่อนุญาต เธอก็รู้ฉันชั่วแค่ไหน คนเหี้ยๆ อย่างฉันทำได้ทุกอย่าง อย่ามาทำฟึดฟัด อย่ามาทำเป็นเมิน เพราะถ้าพยศนักฉันจะทำทุกอย่างให้เธอศิโรราบเขาหยุดฉันไว้และฉันก็หยุดฟังผู้ชายสันดานหยาบคายประกาศิตว่าตัวเองนั้นเป็นคนยังไง

แล้วมีเหตุผลอะไรให้ฉันอยู่ใกล้คุณ เลวแล้วยังจะมาสาธยายให้คนอื่นฟังอีก” ฉันอยากรู้ว่ามีคำพูดไหนที่พูดแล้วเขารู้สึกหน้าชาบ้าง ทำไมทุกคำด่าที่ฉับตอบโต้กลับไปมันถึงไร้ค่า เขาเอาแต่ยิ้ม เหมือนที่ด่าๆ ไปเป็นสุนทรพจน์กล่าวชม เขาเป็นตัวอะไร

เอเลี่ยนแน่ๆ

เธอเป็นคนอื่นซะที่ไหนกัน

เป็นนนนนนนน!!!

เป็นก็เป็น... เป็นคนอื่นที่เคยเห็นไอ้นั้นฉันมาแล้ว พิเศษชะมัด!

ไอ้เวรนรก








ฝากผลงานเรื่องอื่น ๆ ด้วยค้าบบบบบ

จอมร้ายเกี้ยวรัก



Dark Rian เสี่ยงหัวใจท้าทายซาตาน

https://bit.ly/32OtCoj

I Need Love ปรารถนาหัวใจซาตาน

https://bit.ly/37cZpTi

You Are My Peach เมื่อหัวใจมันสั่งให้คลั่งคุณ

https://bit.ly/2rHMUPo

 

You In Me คนโปรดในกรงรัก

https://bit.ly/2q9frx8

I Don't Mind ไม่อยากเสียโอกาสรัก


 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,177 ความคิดเห็น

  1. #3097 seehamat009 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:30
    รออออออ
    #3,097
    0
  2. #2312 Praew1341 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:24
    เจิมมมม
    #2,312
    0
  3. #2269 Ploykm (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:20
    เจิมมมมม
    #2,269
    0
  4. #469 Gemskung Ch (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มีนาคม 2558 / 08:21
    คับ
    #469
    0