DARK RAIN | เสี่ยงหัวใจ ท้าทายซาตาน (RE-WRITE.VER)

ตอนที่ 3 : + DR + 02 +

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,424
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    8 ม.ค. 63



 

มีอะไร?” ทันทีที่ดึงตัวเองออกมาได้ ก็ถามเสียงสะบัดไม่ได้นึกหวาดกลัวใดๆ เขาทำเสียงคล้ายจงใจเยาะเย้ยกันแบบนั้นฉันก็ต้องถามให้รู้เรื่อง ยิ่งได้เห็นริมฝีปากที่ยกยิ้มขึ้น ผสมกับกำลังเบ้ปากแบบนั้นยิ่งเห็นยิ่งโมโหทวีคูณ “มาหัวเราะฉันทำไม?”

เคยอ่อยผู้ชายแบบนี้หรือเปล่า?”  นึกไม่ถึงและถึงกับอึ้งเลยล่ะ มือบางกำโทรศัพท์มือถือของตัวเองแน่น แล้วหัวใจก็ต้องกระตุกเมื่อไอ้ประโยคบ้าๆ ที่เขาพ่นออกมานั้นดังรีรันซ้ำกันไปมาในห้วงสมอง ไหนจะสายตาดุจเหยี่ยวที่เอาแต่ลากมองร่างกายฉันเริ่มจากด้านบนจวบจนถึงเรียวขา สายตาส่ายวนเหมือนคนไม่เคยเห็นของดีมาก่อน และไหนจะลิ้นของเขาที่กำลังเดาะเล่น สักพักก็ใช้อวัยวะไร้กระดูกแตะมุมปากนั่นอีกล่ะ

ลมหายใจสะดุดไปราวกับมีใครมาสั่ง เมื่อผู้ชายตัวสูงยกศอกวางกับพวง มาลัย และใช้อีกมือจับหมับที่เบาะหนังตัวที่ฉันนั่ง เขาโฉบหน้าเข้ามาใกล้จนใบ หน้าเกือบชนกัน

เธอ...อายุเท่าไร

“...”

คนถามก็ตอบสิ

ถามบ้าอะไรของคุณ

แค่อยากรู้ บรรลุนิติภาวะหรือยังฉันกลืนน้ำลายลงคออันแสนแห้งผาก ที่อื่นมีให้มองเยอะแยะแต่ฉันกลับเลือกมองริมฝีปากของเขา ซึ่งทุกครั้งที่มันขยับขึ้นลงเพื่อสาดคำถามอวตารพวกนั้น ใจฉันก็เต้นรัว ฉันมองลำคอของเขา เห็นลูก-กระเดือกเคลื่อนไหวราวกับว่าเขาแอบกลืนน้ำลายเหมือนกันกับฉัน รู้สึกผวาจนแทบบ้าเมื่อเขายกมือเรียวสวยที่มีเส้นเลือดโปนปูนขึ้นมาขยับปมเนกไท ฉันได้แต่ภาวนาให้เขาเลิกขยับตัวสักที ฉันไม่อยากได้กลิ่นหอมๆ นั่นเลย

ถามบ้าอะไรของคุณ!” ฉันรีบประคับประคองสติที่กระเจิดกระเจิงพลางขยับร่างที่เปียกชื้นเพราะหยาดฝนติดกับประตูรถ จากนั้นก็ใช้มือเปิดประตูเพื่อที่จะลง แต่ทั้งกระชากและทุบประตูรถพัลวันก็ไม่เป็นอันสัมฤทธิ์ผล

 “ก็ฉันเห็นเธอเรียนอยู่ อยากรู้ว่าอยู่ปีไหน หนึ่ง สอง สาม อายุ สิบแปด สิบเก้า หรือยี่สิบ?”

คุณรู้ว่าฉันเรียนอยู่ ทำไมคุณ..อยู่ดีๆ ใครที่ไหนก็ไม่รู้มาออกตัวว่ารู้เรื่องของเรา มันเป็นเรื่องแน่นอนที่หัวใจเราจะเต้นผิดจังหวะไป ฉันรู้แล้วว่าไม่ควรสงสัยนาน  ฉันควรจะดึงตัวเองออกมาจากตรงนี้ให้ได้ก่อน

อืม โอเค โอเค ก็ได้ ฉันขอโทษ... ฉันขอโทษ ขอโทษคุณมากๆ ที่ฉันเสียมารยาททะเล่อทะล่าขึ้นมานั่งบนรถหรูราคาแพงสุดๆ ของคุณ  ฉันขอโทษค่ะ ปล่อยฉันลงได้แล้ว ฉันไม่รู้จักคุณ ฉันไม่อยากยืดเยื้อ และฉันไม่ตลก ปลดล๊อกประตู!!!มันคือเสียงตะโกนเนื่องจากไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป ยิ่งเขานิ่งและมองมาทางฉันด้วยสายตาว่างเปล่าแบบนั้น ยิ่งยั่วและชวนโมโหเกินกว่าจะระงับจิตระงับใจ

เธอไม่ต้องแสดงละครบทน้ำเน่ายาวเหยียดขนาดนี้หรอกมั้ง ฉันเหนื่อยแทน...ในขณะที่เขาถอยออกไปเพียงแค่นิดเดียว ประโยคชวนให้ครุ่นคิดก็ดังออกมาจากปากเขาเพื่อทำการโจมตีฉันอย่างต่อเนื่อง

ละครบ้านคุณมั้ง... ฉันก็เริ่มดีก่อน แต่เขาไม่เอาดีด้วย ฉันก็ไม่สนใจเช่นกัน ในเมื่อเขาไม่ระวังวาจาก็อย่าถามหากิริยาเหล่านั้นจากฉัน

ฉันไม่จำเป็นต้องแสดงละครอะไรแบบนั้นหรอก เพราะนี่คือความจริง ความจริงคือฉันไม่รู้จักคุณ ไม่รู้จัก ฉันย้ำชัดเจนมั้ย!ฉันชี้นิ้วใส่หน้าตัวเองแล้วเอียงใบหน้าเชิงเน้นให้เขาดูดีๆ สิว่าหน้าแบบนี้เขาเคยเห็นที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า

แต่ฉันรู้จักเธอนี่นา...”  เขาพูดใส่ทั้งๆ ที่ใบหน้าเราทั้งคู่อยู่เกือบชิดกัน ริมฝีปากสีแดงคล้ำกำลังทำให้ฉันเหมือนคนโรคจิตอ่อนๆ ฉันไม่ชอบเพราะเดี๋ยวมันก็ยิ้มกว้าง พักเดียวก็เปลี่ยนมายิ้มเหยียด

นี่คุณหยุดพูดอะไรที่มันคลุมเครือแบบนี้ได้มั้ย ฉันหัวเสียสุดพลังเมื่อเจ้า-ของรถหรูยังดึงดันพูดตัดความมั่นใจกันครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ใช่คนรู้จักกันก่อนเก่าก็เอาแต่เอื้อนเอ่ยบ้าๆ หาว่ารู้จักฉันอีก...

แต่เดี๋ยวนะ...

ฉันเริ่มฉุกคิดได้และนึกสงสัยในคำตอบของเขา

เขารู้จักฉันได้ยังไง?

ทำเป็นอินโนเซนต์ ไม่เจนโลก แต่เธอกำลังให้ท่าฉันอยู่รู้ตัวหรือเปล่า ทั้งเสียงที่สั่น แววตากล้าๆ กลัวๆ และ...ตรงนั้นเขาว่าและเว้นช่วงในคำสุดท้าย  ก่อนจะยกมุมปากขึ้นมากรีดยิ้มร้ายเผยแววถากถาง  จากนั้นนัยน์ตาสีนิลก็หลุบต่ำ  และชี้นิ้วมาทางหน้าอกของฉัน และตัวเธอก็สั่น อีกอย่างกระดุมเม็ดนั้น ฉันไม่แน่ใจว่าเธอจงใจทำมันหลุดออกหรือเปล่า  ที่เอานมมาถูขาฉันเนี่ยเรียกว่ายั่วมั้ย อยากโดนเจิมในรถหรือไง ก็ได้นะ ฉันได้หมด อยู่ที่เธอด้วยว่าจะทนรับสภาพได้หรือเปล่า?”

เจิม?” ความรู้สึกเหมือนโดนตบหน้ารุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ฉันก้มมองตามที่ตาเขาจดจ้อง และพบว่ากระดุมเสื้อทำงานของตัวเองนั้นหลุดออกไปหนึ่งเม็ดซึ่งฉันมั่นใจว่าถ้ามองจากด้านข้าง จากจุดที่เขานั่งนั้นก็คงเห็นซับในบางๆ ภายใต้เสื้อทำงานสีหม่นอย่างแน่นอน หากพูดออกไปว่าฉันไม่อ่อย เต็มจำนวนหนึ่งร้อยเปอร์เซ็น ก็เห็นว่าเขาไม่ฟังไปกว่าเก้าสิบ  

ผู้ชายคนนี้ยังคงปากจัญไรขึ้นเรื่อยๆ เขาเป็นผู้ชาย ประเทศไทยมีคำสอนเอาไว้ให้เพศนี้ได้จำไว้ว่าหากเกิดมาเป็นเพศนี้ต้องให้เกียรติเพศหญิง บุคลิกภายนอกก็ดูดี เห็นผู้หญิงในท่าทีที่ไม่เรียบร้อยแบบนี้ก็ควรเสมองไปทางอื่น ไม่ใช่ชี้นิ้วแล้วจ้องมอง หน้าอกฉัน พลางว่าร้ายกันอย่างหยาบคายแบบนี้

คุณนี่มันขยะสังคมชัดๆ ปลดล็อกประตูเดี๋ยวนี้ฉันจะลง ฉันไม่มีเวลามาฟัดมาเหวี่ยงกับคุณนะ ฉันต้องไปทำงาน รีบเปลี่ยนเรื่องเพราะนึกอับอาย

อยากฟัดอยากเหวี่ยงว่างั้น? ว่าแต่ทำงานอะไร ขายเนื้อปะ... กี่บาทอะ สามชั่วโมงพันงี้มั้ย ถ้าลีลาดีนี่แถมชั่วโมงฟรีหรือเปล่า?”

นี่คุณ!!!” ฉันจ้องหน้าเขานิ่ง ร่างสูงพูดจบก็มองฉันไม่หลบหน้าไปไหน หากเป็นคนหาญกล้าคงต้องมีบ้างละนะที่ยกมือตวัดตบเข้าไปที่ปากไม่ดีนั่น และไม่ว่าจะโมโหยังไง ฉันก็ทำแค่ผลักอกกว้างจนเขาเซถลากลับไป

ทำไมถึงได้ดูถูกกันขนาดนี้ ไม่ใช่เพศฉันหรือไงที่เบ่งคุณออกมา หน้าตาดีซะเปล่าแต่คำพูดคำจาเอาไม่ได้ เปิดรถ!!!”

ว่าจบก็ข่มอารมณ์โกรธไว้ลึกสุดใจ พลางเปล่งเสียงขู่เขาอีกครั้งราวกับว่าตน-เองนั้นเป็นต่อ และมีอำนาจบาทใหญ่เหลือแสน ฉันจะไม่ทนเป็นไก่อ่อนยอมให้เขาเลาะเนื้อออกจากกระดูกอยู่ฝ่ายเดียวหรอกนะ

บรืนนนน

เอ้า...แล้วนี่คุณจะไปไหน หยุดนะ นี่! คุณจะไม่ฟังที่ฉันพูดเลยใช่มั้ยร่างสูงไม่ทำแม้แต่ชายตาแลฉันที่นั่งฟาดงวงฟาดงาอยู่ตรงนี้ เมื่อเขาไม่ตอบและรู้ดีว่าเขาไม่ยอมจอดรถง่ายๆ แน่ ฉันจึงถอดใจเลิกโมโห นั่งเงียบแล้วกำหมัดแน่น พ่นลมหายใจสม่ำเสมอ ค่อยๆ ตั้งสติสู้กับเขา

หากเมื่อไหร่ที่รถจอดสนิท ฉันคิดว่าจะวิ่งหนีให้สุดชีวิตของฉัน!

ถนนที่ผู้ชายแปลกหน้าใช้นั้นยังคงเป็นเส้นทางในกรุงเทพฯ ฉันลอบกลืนน้ำ-ลายหนที่ร้อย ท่านั่งก็ยังคงเบี่ยงเอียงกายให้ห่างจากเขา และเอาแต่มองถนน แต่ก็จับภาพไม่ได้สักทีเพราะรถนี่แล่นเร็วมาก ฉันพยายามกำหนดลมหายใจเข้าออกเพื่อควบคุมสติ และไตร่ตรองทุกอย่างตั้งแต่แรก ฉันคิดเอาไว้ถ้าหากมีโอกาสได้แจ้งความ จะได้ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแบบเป๊ะๆ ในระหว่างที่กำลังขบคิดว่าต่อจากนี้จะทำยังไงจนหัวจะระเบิด ยานพาหนะราคาหลายบาทก็ผ่อนความเร็วลงอย่างนุ่มนวล จากนั้นคนขับรถที่ไม่ยอมมีปากมีเสียงเหมือนเขาเองก็มีเรื่องให้ครุ่นคิดอยู่มากพอ สมควรเช่นกัน ก็หยุดรถและดับเครื่องยนต์ไป

ฉันมองชายหนุ่มแปลกหน้าที่หุนหันลงรถไปแบบไม่คิดจะเอ่ยอะไรกับฉัน เขาเดินอ้อมหน้ารถมาฝั่งของฉันอย่างรีบร้อน หน้าตาบูดบึ้งไม่สามารถบอกได้ว่าเขารู้สึกยังไงกันแน่ ด้วยความที่ตั้งตัวรอการลงจากรถอยู่แล้ว และประกอบกับที่ไม่ได้คาดเบลต์ การถลาออกจากม้าเหล็กนำเข้าจึงใช้เวลาเพียงเสี้ยวเดียวก่อนที่เขาจะเดินมาถึง

วิ่ง!!! ฉันคิดในใจ และมันต้องไม่ดีแน่หากอยู่ที่นี่ต่อ... เพราะสถานที่แห่งนี้มันคือ...โรงแรม!! 



โรงแรมขนาดใหญ่ ทั้งกว้างและดูเหมือนจะมีไว้รองรับคนระดับกลางไปหาสูง ทางเข้ามาแสนอ้างว้างและเงียบสงัดไร้คนพลุกพล่าน ตึกขนาดใหญ่มีหลายชั้นตั้งตระหง่านเป็นจุดศูนย์ที่ใหญ่ที่สุด ณ บริเวณนี้ มองไปรอบกายพบเห็นแสงไฟสีส้มสลัวๆ หลากหลายโทนสี... เห็นสถานที่ตรงหน้านี้คนโง่มากอย่างฉันก็รู้ตัวดีว่าต้องเผ่นหนีออกไปให้พ้น

อั่ก!

แต่แล้วก็ต้องเจ็บร่างจนต้องนิ่วหน้า...

ผู้ชายอันตรายเจ้าของร่างกายสูงใหญ่ดูมีอำนาจเมื่อเขาหยัดยืน ยื่นมือหนาแข็งแกร่งออกมากระชากตัวฉันที่วิ่งหนีแต่ความเร็วไม่ต่างจากการเดิน เมื่อมันเป็นแบบนั้นเขาจึงถึงตัวฉันได้ไม่ยาก  ร่างบอบบางถูกลากรั้งลอยละลิ่วปลิวตามแรงกระชาก

ปึก!

สองตาปิดสนิทฉับพลันเพราะร่างผอมบางของฉันนั้นกระแทกเข้ากับอกคนตัวสูงและหนา กลิ่นกายที่โอบชโลมน้ำหอมก็ปะทะเข้าหน้าเต็มๆ  ฉันออกแรงดิ้นพล่าน ระรานเขาโดยการส่งกำปั้นน้อยทุบและดันที่อก แม้จะพอดูออกว่าเขาก็ไม่อยากแตะเนื้อต้องตัวฉันสักเท่าไร แต่ที่ทำอยู่ก็ใช่ว่าจะไปตัดแรงกรงมือหนาให้คลายไปได้

พอสักทีเถอะ คุณเป็นใคร เป็นคนบ้ามั้งเนี่ย พูดก็ไม่รู้เรื่อง!!ฉันตวาดเขาเสียงสะท้าน ยังไม่รู้จริงๆ ว่าเขามีจุดประสงค์ใดถึงได้กระทำแบบนี้

เขากัดไม่ปล่อยเลยจริงๆ จากที่มั่นใจว่าฉันกับเขาไม่เคยพบปะกันมาก่อน ตอนนี้ความไม่แน่นอนในหัวเริ่มแทรกซึม หรือฉันเคยไปสร้างเรื่องอะไรที่ทำให้ไม่พอใจกัน แต่ถ้าแค่ไม่พออกพอใจฉัน  ก็ไม่เห็นว่าการที่เขาตะบี้ตะบันลากดึงกันเช่นนี้จะเป็นวิธีที่สมควรทำตรงไหน

คุณ! ปล่อยฉันเถอะนะฉันรั้งตัวเองไว้เมื่ออีกคนพยายามลากฉัน อย่างเอาแต่ใจ

เหมือนคนโดนหลอกมาขายแต่ก็ไม่ใช่ เหมือนตกอยู่ในเงื้อมือมาเฟีย ผู้มีอำ-นาจมืดก็ไม่เชิง เพราะยังไม่รู้ตื้นลึกหนาบางวงจรชีวิตของเขา

ถ้าคุณไม่เลิกทำแบบนี้... ฉันแจ้งตำรวจจับคุณแน่!!” คำขู่จะได้หรือไร้ผลก็ขอวิ่งเข้าชนไว้ก่อน ร่างสูงหยุดเดินรวมถึงปล่อยแขนฉัน เขาหัวเราะคล้ายกับเรื่องที่ฉันพูดเป็นแค่นิทานหลอกเด็ก นิทานที่ต่อให้เล่าซ้ำกันยังไงก็ไม่ใช่ความจริง

ก็เอาดิ..." เจ้าของรถคันหรูเอี้ยวหน้ากลับมาท้าทายฉัน หน้าตาก็ดีแถมยังชวนฝัน หากฉันและเขาไม่พบเจอกันด้วยเหตุการณ์ที่ลืมไม่ลงแบบนี้ ฉันจะบอกอย่างไม่อายปากว่าเขาหล่อจนมองเพลิน

อ๋อ คุณไม่กลัวกฎหมายสินะ

เปล่า ฉันเคารพข้อบังคับเหล่านั้นเสมอ ฉันจ่ายภาษีทุกบาททุกสตางค์ แถมยังบริจาคเงินให้โรงเรียนในชนบท ไม่เคยเมาแล้วขับ แต่ในเมื่อเรื่องที่เธอจะทำมันเป็นของเธอ ฉันจะสนใจทำไม แล้วเรื่องของฉัน คือเธอต้องไปกับฉัน ก็แค่นั้น... เข้าใจมั้ย

ก็นั่นแหละมันผิดกฎหมาย คุณบังคับฉัน!” ฉันหัวเสียหนัก กัดปากแน่นอย่างจนปัญญา นี่คนหรือมนุษย์ต่างดาว ทำไมพูดไม่รู้เรื่องเลย!

พูดมาก!” เขาคว้าหมับมาที่ข้อมือฉัน ออกแรงดึงจนร่างเล็กกว่าเขาเป็นไหนๆ เซถลา ฉันหัวหกก้นขวิดขณะเดียวกันเขาก็ยังคงดูแข็งแรงและสง่างามเหมือน เดิม

ปล่อยยยยย!สำลักเสียงตะโกนลั่นลานกว้าง ฉันทำเพื่อหวังให้คนอื่นยื่นมือเข้ามาช่วยแต่ไม่มีใครมาสนใจฉันเลย ทั้งๆ ที่โรงแรมนี้ก็สวยงามใหญ่โตขนาดนี้ แต่กลับไม่ค่อยมีผู้คน เป็นได้หรือไง...

หรือว่าที่นี่มัน... ฉันตาเบิกโพลงเมื่อความคิดไหลไปกองอยู่จุดๆ หนึ่ง

“...” ฉันไม่ใช่คนดูหนังสักเท่าไรเลยเป็นคนจินตนาการมืดบอด  ข่าวฉาวรายวันก็สนใจแต่เรื่องซุบซิบดารา หากหัวข้อข่าวของหน้าหนังสือพิมพ์คือเนื้อหาที่เกี่ยวกับการเข่นฆ่า ฉันก็แค่มองผ่านอย่างไม่ใส่ใจ แต่ทำไมอยู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่าช่วงนี้มีข่าวเรื่องการค้ามนุษย์ ซึ่งมันกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนาหู แล้วท่าทางของเขา รูปร่างสูงใหญ่อย่างนี้ ภายนอกแข็งแรงดูดีนี่อีก คงจะเอาไว้ล่อเหยื่อ

เขาเป็น...

คุณเป็นพวกจับตัวคนอื่นมาขายหรือไง ห๊ะ!!!” ฉันตะโกนถามปากสั่น มั่น-ใจว่านายคนนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ แล้วก็เริ่มมั่นใจไปอีกขั้นแล้วด้วยว่าที่นี่อาจเป็นโรงเชือดซึ่งปลูกสร้างเป็นโรงแรมเพื่อบังหน้าเท่านั้น

คุณมันเลว ฉันจะแจ้งตำรวจ คอยดูนะ ฉันจะถลกเนื้อแท้ของคุณให้คนอื่นดู

ก่อนเธอจะถลกเนื้อหนังฉัน ฉันคงได้ถลกเธอก่อนอะ ถึงตอนนั้นเธอคงไม่มีปัญญาต่อกรกับฉันแล้วละ

คุณ คนเลว ไอ้ค้ามนุษย์!!” ฉันสาดโคลนและเริ่มรวน เขาพูดไม่รู้เรื่องได้ ฉันก็พูดออกไปทั้งที่เรื่องที่ตะโกนบอกอาจจะไม่ใช่ความจริงเลยก็ได้เหมือนกัน

เธอนี่มัน แล้วถ้าใช่เธอจะทำไม?ความกลัวแล่นพุ่งใส่หัวใจ ฉันถูกกระชากรุนแรงอีกครั้ง หวาดผวาอย่างไม่สามารถยับยั้งอาการ และไม่อาจล่วงรู้ว่าเขาจะทำอะไรในลำดับต่อไป

เอามือสกปรกของคุณออกไปนะ ไอ้ทุเรศ! ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วยยยยย มีคนโรคจิตจับตัวฉันมา ช่วยดะ...

หุบปากกกก!! หลังจากที่แหวใส่ชายหนุ่มที่ลากตัวฉันมาอย่างไม่ปรานี วินาทีต่อมาก็ต้องสะดุ้งโหยง และหลับตาหลบเสียงแข็งกร้าวที่เขาแผดสาดกลับมาแทบไม่ทัน เขาตะโกนลั่นพลางยกมือชี้หน้ากัน ดวงตาแข็งกร้าว บ่งบอกถึงยี่ห้อความดุดันบนใบหน้าหล่อจัดนี่

คิดว่าฉันอยากจะจับตัวผู้หญิงที่เอาแต่ดีดดิ้นอย่างเธอหรือไง! เงียบเสียงไปเลย ไม่งั้นฉันจะเอาอะไรที่คาดไม่ถึงยัดปากเธอ

ไอ้คนบ้า ไอ้บ้า บ้า ปล่อยนะ อ๊ะ!!!

ชีวิตที่ผ่านมาใช่ว่าจะดี แค่ตัวคนเดียวก็ยิ่งกว่าตกนรก ปากที่เม้มแน่นจึงเปิดบนบานศาลกล่าว หากยังไม่ถึงคราวเคราะห์หนักก็ช่วยลูกไว้ก่อนได้มั้ย ขออย่าให้มีสิ่งเลวร้ายอันใดเกิดขึ้นกับชีวิตฉันอีกเลย...

แค่เรื่องนั้นก็เกินพอแล้ว

ฉันถูกกระชากให้เดิน ไม่รู้เหนือรู้ใต้ ไม่รู้ซ้ายรู้ขวา รู้แค่ว่าหูมันอื้อเพราะแรงโน้มถ่วงอันแสนรวดเร็วของลิฟต์ กล่องกระจกใสถูกกลไกอันแสนซับซ้อนดึงขึ้น ลอยหวืดเพียงเสี้ยววินาทีก็หยุดตึงเมื่อถึงเลขชั้นที่ชายหนุ่มกดไว้!

ปึก!

อั่กกก!” ฉันถูกเหวี่ยงร่างรุนแรงจนเสียหลักล้มกองอยู่ที่พื้นภายในห้องใหญ่สุดโอ่โถง การกระทำดังกล่าวมันช่างปราศจากความปรานีจากผู้ชายแปลกหน้านิสัยชั่วๆ คนหนึ่งที่ไม่รู้จักกัน

เครื่องเฟอร์นิเจอร์รูปทรงแปลกตา และดูท่าจะราคาแพงทำเอาฉันหายใจไม่ออก หันไปมองรอบกายก็พบว่านี่คือสถานที่พักอาศัยที่ถูกออกแบบและตกแต่งมาอย่างดี ตัวฉันที่ล้มกองมองไม่ชัดว่าอะไรจัดวางอยู่ตรงไหน รู้แต่เพียงว่าด้านนอกของกระจกกั้นเป็นพื้นที่ขนาดกว้างใหญ่และมีสระน้ำ...

กริก...

ฉันหันตามเสียงการเคลื่อนไหว เห็นคนที่ผลักฉันเข้ามากำลังผสมเหล้าจากนั้นก็เดินถือน้ำสีอำพันตรงมาทางฉัน

ร่างโปร่งยอบกายลง เขายื่นแก้วแอลกอฮอล์กลิ่นฉุนมาให้

กันเจ็บ

กันเจ็บ...? อะไร...?” ฉันเอียงหน้าถามคืนพลางมองมือหนาที่แกว่งแก้วจนมวลเหล้าขนาดหนึ่งคำใหญ่นั้นเคลื่อนไหวเป็นน้ำวน รอบกายเงียบสงัดและท่าทางนิ่งงันของมันเหมือนคลื่นความถี่ที่สามารถสะกดจิตฉันให้คิดอะไรไม่ออก ทำไม่ได้แม้ กระทั่งขยับตัว

กินเหอะ มันช่วยเธอได้

ไม่... ฉันบอกเขาพลางหันหน้าหนี สายตาโกรธจัดสาดมองไปยังสระน้ำตรงระเบียง

งั้นฉันป้อน

อื้อออออออออ ฉันเบิกตากว้างเมื่อคางเรียวถูกยึดแล้วบงการให้เงยหน้า นิ้วเรียวแข็งแกร่งกดแก้ม และนั่นก็เป็นเหมือนดังปุ่มที่สัมผัสแล้วปากฉันจะอ้ากว้างออก

แค่กๆ ฮื้ออออออ แค่กๆทุกอย่างมันเร็วมากจนฉันจับต้นชนปลายไม่ถูก รู้ตัวอีกทีว่าตัวเองกลืนเหล้านั้นลงคอไปจนหมดแล้วก็ตอนที่ลำลักไอจนน้ำหูน้ำตาไหล ฉันตวัดสายตามองเจ้าของนัยน์ตาดุด้วยสายตาที่ดุกว่า มือสั่นระริกที่ถูกความโกรธสะสมยกเพื่อแย่งแก้วในมือเขา จากนั้นก็เหวี่ยงมันกระทบบาร์เหล้าเพื่อระบายความโมโห

เพล้งงงงงงงงงงงงงงงงงง!!!

ทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย เอาเหล้ามากรอกปากฉันทำไม!!!

ก็บอกแล้วไงว่ากันเจ็บ

บ้าเอ้ย!! อ๊ะ!”





ฝากนิยายหน่อยยจ้าาาา มันเหลือไม่กี่เล่ม แพทลดเหลือ 400 มาเด้อใครอยากเก็บเล่มไว้อ่านยาว ๆ แต่ถ้าไม่ชอบรูปเล่ม ฝากอุดหนุนในแบบอีบุ๊คด้วยนะจ๊ะพ่อจ๋าแม่จ๋าาาาา 




ฝากผลงานเรื่องอื่น ๆ ด้วยค้าบบบบบ

Dark Rian เสี่ยงหัวใจท้าทายซาตาน

https://bit.ly/32OtCoj

I Need Love ปรารถนาหัวใจซาตาน

https://bit.ly/37cZpTi

You Are My Peach เมื่อหัวใจมันสั่งให้คลั่งคุณ

https://bit.ly/2rHMUPo

 

You In Me คนโปรดในกรงรัก

https://bit.ly/2q9frx8

I Don't Mind ไม่อยากเสียโอกาสรัก


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,177 ความคิดเห็น

  1. #3085 Mini-fish (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 23:28
    รุนแรงได้อีก
    #3,085
    0
  2. #3084 Mini-fish (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 08:28
    เจิมมมมม
    #3,084
    0
  3. #2091 Surisa Inthasin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 18:39
    เจิมมมมม
    #2,091
    0
  4. #2090 Praew1341 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 16:57
    เจิมมมมมม
    #2,090
    0
  5. #2089 forerev (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 13:04
    เจิมมมมม
    #2,089
    0
  6. #2088 Praew1341 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 11:17
    เจิมมมมม
    #2,088
    0
  7. #2087 Orawan Jantaduang (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 07:38
    เจิมมมมมม
    #2,087
    0
  8. #2086 Orangesq (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2559 / 00:17
    เจิมเจิมงั่มมม
    #2,086
    0
  9. #61 Aiw Carbon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:10
    เจิมมม
    #61
    0
  10. #60 hilp (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:00
    เจิมๆๆๆ
    #60
    0