DARK RAIN | เสี่ยงหัวใจ ท้าทายซาตาน (RE-WRITE.VER)

ตอนที่ 2 : + DR + 01 +

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,892
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    7 ม.ค. 63



นั่งเถอะ ไหนๆ ก็สะเออะขึ้นมาแล้ว!

ห๊ะ?’

ห๊ะที่ห๊ะ คือห๊ะในใจ จบสิ้นการตัดสินใจไปเองว่าฉันเป็นคนเสนอหน้าขึ้นมาเอง เจ้าของคำพูดดังกล่าวก็หันไปสนใจท้องถนนแทน

ฉันหยุดหายใจไปชั่วขณะ กำหมัดแน่นระงับความคุกรุ่นในอกเอาไว้ ไม่แน่ใจว่าเพราะตัวเองตากฝนด้วยหรือไม่ ถึงมีอากาศหนาวสะท้านไปทั้งร่างกายขนาดนี้

ใบหน้าเรียวคมดุจดังราชสีห์มีเสน่ห์มาก ดวงตาพราวระยับนั่น ซึ่งฉันก็มองไม่ถนัดถนี่สักเท่าไรแต่ทว่ากลับรู้สึกไม่ปลอดภัยยามมันวาบไหว และหรี่วูบเป็นบ้างคราว เหมือนหัวใจเห็นพ้องต้องกันกับความคิดว่าต้องเต้นแรงๆ เพราะกำลังตื่นเต้นบวกกับตกใจฉันก็ปล่อยให้มันเป็นแบบนั้น มันก็เป็นเรื่องธรรมดานะหากพบใครสักคนที่หน้าตาหล่อเกินสุภาพบุรุษทั่วไป

จมูกที่โด่งคมมากๆ รับกับริมฝีปากสีเข้มที่เม้มสนิท ทรงผมเรียบหรูนั่นคงเป็นเพราะได้รับการดูแลเอาใจใส่จากตัวเขาเอง ใบหน้าเขาไร้หนวดเคราผิวขาวดูเปล่งประกายสะอาดสะอ้านเนียนกริบน่าลูบสัมผัสไปเสียหมดอีกทั้งลมหายใจที่ดังเข้าออกสม่ำเสมอภายในรถที่ไร้เสียงการขับเคลื่อนนี้... มันสามารถสะกดฉันให้ตกลงไปในห้วงของมนต์เสน่ห์และมองอย่างไม่สามารถกะพริบตา

แต่มันก็แค่เปลือกนอก เพราะฉันรู้สึกหวาดๆ ผู้ชายร่างสูงในชุดสูทสีน้ำ ตาลเข้มนี่ ซึ่ง ณ ตอนนี้ เขากำลัง ใช้ศอกข้างขวาค้ำกับแนวประตูรถยนต์ ส่วนมือข้างนั้นก็ใช้เป็นฐานให้ศีรษะ เอียงไปได้อิง และมืออีกข้างก็เกาะที่พวงมาลัยพลางเอานิ้วชี้ข้างซ้ายเคาะมันเบาๆ ตามจังหวะเพลง

เขาดูไม่น่ากลัว ขณะเดียวกันนั้นเขาดูราคาแพง ดูน่าจับตามองเสียยิ่งกว่าตึกเปิดใหม่ที่ประดับด้วยไฟหลายสีด้านนอก แต่ฉันรู้สึกไม่ถูกชะตากับคนแบบนี้ ฉันกลัว แม้ฝนจะตกฉันก็ยืนยันว่าจะลง

คะ คือ คุณคะ ฉันคิดว่าตัวเองขึ้นรถผิดคัน!ซุ่มเสียงเอื่อยเฉื่อยบอกกับเขาอีกครั้ง เม้มปากแน่นแฝงความกดดันผสมอัดอึด ฉันคาดหวังปฏิกิริยาตอบรับจากผู้ชายหล่อคมที่เมินคำขอของฉัน และเมื่อสัญญาณไฟจราจรปลดพันธนาการรถคันน้อยคันใหญ่บนถนน เขาก็เลือกที่จะบังคับทิศทางของรถไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

ไม่ผิดหรอก คันนี้แหละว่าจบก็หักพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้าไปยังซอยใหม่อย่างกระฉับกระเฉงด้วยมือเพียงข้างเดียว รถเขาแล่นฉิวอย่างโดดเด่น แต่คนขับเองก็แปลกๆ ด้วยมั้ง ฉันเลยรู้สึกใจเต้นแรงไปหมด

...คะ ดะเดี๋ยวแล้วนี่คุณจะไปไหน

ทำธุระ ไม่นานหรอก วันนี้เหนื่อย รีบทำรีบเสร็จเขาว่าอธิบาย แม้เสียงเจ้าของดวงหน้าเกลี้ยงเกลานั่นจะไม่มีรอยยิ้มจับ แต่ฉันกลับรู้สึกว่าเขาพูดมันด้วยความสนุกในอก

ห๊ะ??? คะ คือ...คือเรื่องอะไรกันคะ คุณจะไปไหนก็ควรจะปล่อยฉันลงก่อนนะฉันเกลียดการพูดเองเออเองของคนบ้านี่ที่สุดเลย

คำตอบจากผู้ชายแปลกหน้าสร้างความประหลาดใจให้กับฉัน  ผู้ที่ไม่รู้ชะตากรรมตัวเองย่อมมีความร้อนอกร้อนใจเหมือนโดนไฟสุม เพราะอะไรกัน ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงยังยืนยันว่าฉันไม่ได้ขึ้นรถผิดคัน ทั้งๆ ที่เขาเองก็ใช่ว่าจะเป็นคนขับรถแท็กซี่ และตัวฉันเองก็ใช่ว่าจะเคยพบเจอกับเขามาก่อน       

คันนี้น่ะเหรอ...? แล้วอะไรคือธุระ?’

คุณเป็นแท็กซี่?”

“...หึ!” เขาทำเสียงเยาะเย้ยฉันในลำคอ และอาการเหล่านี้เป็นเหตุผลให้ฉันรู้สึกเสียหน้า

จริงสิ จะเป็นไปได้ยังไงกันล่ะ ไม่มีคนขับรถแท็กซี่ที่ไหนใส่นาฬิกาแบรนด์เนมเรือนทอง บ่งบอกว่าราคานั้นแพงกว่าค่าหอฉันรวมกันสิบยี่สิบเดือน ไหนจะใช้น้ำหอมกลิ่นชวนติดจมูกแบบนี้อีก คงไม่หรอก...มั้ง!

รถสุดหรูก็ยังแล่นต่อไปเรื่อยๆ อย่างรักษาความเร็วไม่แน่ใจว่าเพราะคนขับเก่งหรือกลไกของรถมันสลับซับซ้อนจนสามารถป้องกันอาการกระแทกตัวแรงๆ ระหว่างล้อรถกับท้องถนน ฉันเลยรู้สึกเหมือนกำลังล่องลอย รู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนอะไรที่เบาโหวง และที่ขาดไปไม่ได้เลย...รู้สึกงงไปหมด

คุณคะ ฉันลองเรียกเขาอีกครั้ง หากจะทำอย่างนางเอกซีรีส์เกาหลีทำกันนั่น คือการเปิดประตูรถแล้วกระโดดลงไปให้ร่างกระแทกกับถนน กลิ้งขลุกๆ ล้มลุกคลุกคลานแบบสโลว์โมชันควันฟุ้งอย่างนั้นฉันก็ทำไม่ได้อีก... แล้วต้องทำยังไงให้บุคคลที่ทำหน้านิ่งราวกับว่ามีสีหน้าแบบนี้มาตั้งแต่เกิดหยุดรถ เพื่อปลดปล่อยฉันเสียที

คุณคะ...ขอโทษด้วยนะคะที่ฉันเสียมารยาท แต่ว่ากรุณาช่วยจอดตรงข้าง หน้านี้ก็ได้ค่ะ คือว่าฉันจะลง ฉันมั่นใจในตัวเอง และโชว์โง่นั่งชี้นิ้วสั่งแกมขอ ร้องให้เขาจอดรถเพื่อปล่อยฉันลงบนทางที่เริ่มยกระดับ และมีรถคันอื่นแล่นพุ่งทะยานรวดเร็วยิ่งกว่าลม เมื่อพูดจบฉันปรายตามองหน้าสุภาพบุรุษที่เอาแต่นิ่งยิ่งกว่ารูปปั้นที่ตั้งโชว์ในพิพิธภัณฑ์งานศิลปะชั้นสูง ยิ่งเห็นว่าคนนี้ไม่สนใจคำขอร้องของฉันเท่าไร ก็ยิ่งใจคอไม่ดี

 “นี่คุณคะ!สิ้นเสียงแหวเบาๆ ผู้ชายที่มีเค้าโครงหน้าหล่อเหลาไม่ธรรมดาก็ปรายตามามองทางฉัน เขาพ่นลมหายใจ และใช้สายตาคมปลิดความมั่นใจที่มันไม่ค่อยจะมีของฉันทิ้งไป

คุณคะ...ช่วยจอด...

เวรเอ๊ย! แล้วเธอจะสะเหร่อขึ้นมาทำซากอะไรวะ! ขึ้นมาแล้วก็นั่งเงียบๆ สิ มันไม่นานนักหรอก แต่ถ้าเธอทำแบบนี้ก็เท่ากับถ่วง

ถ่วงอะไรคะ ? นี่... ขอร้องล่ะ ช่วยหยุดพูดจาบ้าๆ แบบนี้กับฉันได้มั้ย ฉันไม่เข้าใจบทสนทนาอวตารของคุณหรอกนะ

ฉันก็ไม่เข้าใจความคิดผู้หญิงมักง่ายอย่างเธอเหมือนกัน

คุณ!!!!!

หุบปากสักทีสิวะ!!!” เสียงสบถแผดสนั่น คนด้านข้างยกมือทุบพวงมาลัยใส่อารมณ์เต็มขั้น ราวกับว่าคำพูดของฉันไปทำอะไรให้เขา ฉันอ้าปากค้างอย่างตกใจไหนจะสะดุ้งสุดตัว เริ่มกลัวแต่ยังคงนั่งเฉย เมื่ออีกฝ่ายเริ่มเฉลยว่าเป็นคนยังไง แม้ใบหน้าจะหล่อสะดุดตา แม้เสื้อผ้าที่เขาสวมจะทำให้ตัวเขามีมูลค่าน่าจับต้อง แต่หากแววตาที่เอาแต่จ้องฉันอย่างเย้ยหยันที่ฉันกำลังเห็นอยู่นั่นล่ะ


มันดูไม่แพง ดูไม่มีค่าอะไรเลย

กับคนที่เพิ่งเห็นกันครั้งแรกน่าจะพูดกันดีๆ กว่านี้นะพูดแต่ก็ไม่ได้มองคนข้างตัว ถูกพูดหยามแต่ฉันจะทำอะไรได้นอกจากพาแววตาโกรธจัดสาดมองออกไปยังแม่น้ำสายใหญ่

ฉันทำเหมือนเกิดมาแล้วหลายสิบปี ทำเป็นอวดดีสั่งสอนเขา มันไม่ใช่แบบนั้นทั้งหมด ฉันแค่อยากกร่างสยบความหวาดระแวงของตนเอง ที่จู่ๆ ก็ถูกใครที่ไหนก็ไม่รู้พ่นคำหยาบคายระดับหนึ่งใส่หน้า เมื่อเริ่มใจไม่ดีมากกว่าเดิมเลยถือโอกาสคว้าเอาโทรศัพท์มือถือออกมา กดหาลูกหงส์ทันที... จริงๆ ถ้าโทรหาเพื่อนตั้งแต่ตอนนั้น ฉันก็คงไม่มานั่งตกกระไดพลอยโจนแบบนี้หรอก

หมับ!

อ๊ะ คุณ!!!”

อย่ามาเสียมารยาทบนรถคนอื่น!!!” ยังไม่ทันได้ทำเพราะโดนแย่งโทรศัพท์ไปจากมืออย่างหน้าตาเฉย อย่างตอนแรกที่ถูกต่อว่าก็แย่มากแล้ว แต่แน่นอนว่าอย่างสองนั้นเลวร้ายกว่า

ฉันมองเจ้าของรถตาขวางแม้จะกลัวแต่พร้อมสู้ เขาทำแบบนี้...ฉันยิ่งงงและแปลกใจเข้าไปใหญ่ แม้ว่าการรุกรานขึ้นมาบนรถของเขาจะบ่งชัดว่าฉันนั้นเสียมารยาทก่อนก็เถอะ แต่ที่เขาทำแบบนี้ก็ใช่ย่อยซะที่ไหน แย่งของออกจากมือไปแบบนี้ มันดูแย่สุดขั้วไปเลย เสียมารยาทยิ่งกว่า!

เอาคืนมา...

ป๊อกกก! เสียงทิ้งเครื่องมือสื่อสารลงช่องใส่ของข้างคนขับดังขึ้น ฉันเข้าใจดีว่าเขาคนนี้ปฏิเสธการคืนโทรศัพท์แล้ว

คุณ!!!

ถึงแล้วจะคืน เขาว่าและทันทีที่ฟังจบฉันก็เกร็งไปทั้งตัว ด้วยความโมโหจึงทิ้งแผ่นหลังใส่พนักพิงแรงๆ กระบวนการการกลั่นกรองเหตุและผลในหัวเริ่มทำงาน ประสานกับความกลัวแบบไม่รู้จะรู้สึกยังไงก่อน  

ในเมื่อเหตุการณ์นี้มันคือการเข้าใจผิด แล้วเหตุใดผู้ชายที่คงจะมั่งคั่งมากมีน่าดูอย่างเขาคนนี้ ถึงปล่อยให้ผู้หญิงเนื้อตัวเปียกปอนไปด้วยหยาดฝน ผมเผ้ากระเซิงยิ่งกว่าคนป่าหนีพื้นที่แห้งแล้งอย่างฉันขึ้นมาเถียงกับเขาฉอดๆ อยู่บนรถราคาคงจะหลายล้านของเขาเป็นเวลานานๆ ด้วย

ลงจากสะพานนี้ คุณก็ปล่อยฉันด้วยนะคะ!

ฉันพยายามใจเย็น อะไรที่แล้วมาก็แล้วไป เลิกคิดฟุ้งซ่าน และยื่นมือตามไปคว้าเอาโทรศัพท์มือถือของตัวเอง ซึ่งได้เห็นไปแล้วว่าเขาหย่อนมันใส่ช่องเล็กๆ ข้างกาย แต่ก็ทำไม่สำเร็จเพราะเขาเร็วกว่า ผู้ชายแปลกหน้าเขารีบชิงโทรศัพท์ไปนั่งทับเอาไว้อย่างหายางอายบนหน้าไม่เจอ

นี่คุณจะบ้าหรือไง ฉันไม่มีเวลามาดูตลกที่คุณเล่นนะ

แล้วฉันตลกอยู่หรือไง เห็นฉันหัวเราะอยู่เหรอ ฉันก็ไม่ตลกแล้วก็รีบ!” เขาต่อปากต่อคำ เขาฉลาด ดูจากแววตาก็รู้ว่าเป็นคนแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้ยอดเยี่ยมแค่ไหน

คุณ!

เธอหนี้เยอะไม่ใช่หรือไง นั่งนิ่งๆ ไปเถอะ ถ้าเธอยังอยากมีชีวิตอยู่เพื่อทำงานใช้หนี้ยิบย่อยของเธอน่ะ!”

แล้วเขารู้ได้ไงเล่าเนี่ย...

ฉันโมโหจนแทบทนไม่ได้ จริงๆ ก็ทนไม่ได้มานานแล้วละ แต่มันทำอะไรเขาไม่ได้นอกจากนั่งงงอยู่ตรงนี้ ฉันอยากจะกรี๊ดใส่เขาเหมือนนางร้ายในละครหลังข่าวกรี๊ดใส่พระเอกฉันก็ทำไม่ได้ เพราะเขาไม่ใช่พระเอก! แม้รูปลักษณ์จะดูดีเกินเลยกว่าหน้าตานักแสดงชายชั้นนำของประเทศบางคน แต่กวนประสาทจนเส้นเลือดใต้ฝ่าเท้ากระตุกนับครั้งเท่ากันกับเข็มวินาทีแบบนี้ไม่ใช่พระเอกแน่นอน!!!

คุณจอดเดี๋ยวนี้นะ ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจถึงแม้เสียงจะสั่นแต่ก็ยังดีกว่าฉันนั่งเงียบหรืออยู่เฉยๆ ฉันขึ้นเสียงสูงขู่ฟ่อ หวังว่าอาการไม่หวั่นเกรงที่กำลังแสดงอยู่นี่พอจะทำให้เขาหยุดรถหรือไม่ก็ปล่อยฉันไปสักที...

คุณ!”

เหลืออดแล้วนะ ในเมื่อเขาไม่ฟัง ฉันเลยคิดกำจัดเขาด้วยวิธีของฉัน ตอนที่ฉันนั่งดูละครถึงฉากที่นางเอกงอนพระเอกแล้วเธอยกมือเพื่อแย่งพวงมาลัยพระเอก ฉันดูไปเบ้ปากไปด้วยความหมั่นไส้ นางเอกอะไรโคตรสิ้นคิด ทำแบบนี้มีแต่จะตาย แต่หารู้ไม่ พอได้มาอยู่ตรงนี้ฉันกลับทำสิ่งที่ตัวเองเคยปฏิญาณเอาไว้ว่าจะไม่มีวันทำมันแน่ๆ

มือบางยกขึ้นมาตีที่หัวไหล่แข็งแรงของอีกฝ่าย ทั้งหยิก ทั้งบิด และดึงเสื้อสูทสีเข้ม อีกทั้งยังกระชากไปมาจนเสื้อผ้าที่เคยเรียบกริบบนร่างเขาหลุดลุ่ยไม่เหลือเค้าโครงเดิม

เธอ!!! ไม่มีคนบอกเธอหรือไงว่าอย่ากวนคนกำลังขับรถ? ถ้าไม่อยากให้รถคว่ำตายห่ากันทั้งฉัน และเธอตรงโค้งข้างหน้านี่ ก็หยุดทำตัวประสาทสักที!!

ไม่ คุณปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้!!!

เบรกกกก!

เอี๊ยดดดดดดดดดดดดดดด 

กึก!

เสียงล้อที่บดกับพื้นถนนดังลอดเข้ามาในรถจนฉันรู้สึกเสียดไปทั้งแก้วหู ทุกวินาทีที่กำลังหมุนเดินช่างเงียบงันเหมือนตกอยู่ในภวังค์การหลับใหล ฉันตกใจจนอ้าปากค้าง ยกมือบางของตัวเองประสานกันที่อกพลางผินหน้ามองอีกฝ่ายที่ทำตามคำขอของฉันแล้วอย่างเหลือเชื่อ

เขาหยุดรถสมใจฉันแล้ว แต่หยุดในลักษณะกะทันหันทำเอาคนที่ร้องขอมาตลอดทางอย่างฉันหน้าแทบคะมำ หัวใจบีบรัด อาการกลัวหลอมรวมเข้ากับความความตื่นเต้นจนฉันอยากจะหัวเราะผสมร้องไห้ออกมา

หน้าตาดีแต่นิสัยคุณมันโคตรแย่ พ่อแม่ไม่สั่งสอนหรือไงห๊ะ!!หลังจากที่ตั้งสติได้ ก็เอี้ยวหน้าใช้สายตาเพ่งมองไปด้านนอก เคราะห์ยังดีที่ไม่มีรถคันอื่นขับตามมาแบบกระชั้นชิด เขาหยุดกะทันหันแบบนี้ อย่าให้คิดเลยว่าหากเกิดอุบัติเหตุจะเป็นเช่นไร ขับรถแบบนี้ซื้อใบขับขี่มาหรือไง คันข้างหลังเขาสวดภาวนาให้คุณโชคดีทั้งปีทั้งชาติไปแล้วมั้ง!!!

ว่าไงนะ... ร่างสูงว่า คิ้วหนาเลิกขึ้นเพียงแค่ข้างเดียว ส่วนริมฝีปากสวยนั้นก็ทั้งยิ้ม ทั้งเหยียดคว่ำ ใบหน้าเกลี้ยงเกลาหล่อเหลาวัวตายควายเสียชีวิตบิดเบี้ยว เริ่มแสดงอารมณ์เหมือนจะหงุดหงิดกับคำพูดของฉัน

เอาล่ะ! ฉันไม่รู้หรอกนะว่าทำไมคุณถึงหยุดรับฉันขึ้นรถมาด้วย แต่สิ่งที่คุณทำมันไม่ถูกต้อง ในเมื่อที่เราไม่รู้จักกันคุณก็ควรจะปล่อยฉันลง ไม่ใช่มาเสียมารยาทกับฉันแบบนี้ อย่ามาทำนิสัยไม่ดีกับคนที่เพิ่งเจอกันแบบนี้สิคุณ

ฉันถอนหายใจ อธิบายเสียงกดดัน และ...

หมับ!

ฉันอาศัยช่วงเวลาที่เขาปล่อยมือจากพวงมาลัยรถ แทรกกายเข้าไปแล้วโน้มตัวสุดกำลัง ทั้งฉันและเขากำลังคุกวงในกันอย่างเมามัน ฉันอาศัยความไวแล้วเบียดร่างกายบอบบางของตนเองแนบสนิทกับหน้าตักแข็งแกร่งของชายชาตรี โฉบหน้าเข้ามาแบบนี้ก็ยังได้กลิ่นบุหรี่อ่อนๆ จากเขาอีกด้วย

ยื่นแขนเรียวยาวช่วยพิชิตเอาโทรศัพท์มือถือกากๆ ราคาไม่ถึงห้าพันที่มีมูลค่ามหาศาลสำหรับฉันเหลือเกิน ไม่ใช่คนรู้จัก ไม่ใช่คนคุ้นเคยเลยไม่เขินที่จะทำแบบนี้ ถึงแม้หน้าอกฉันถูไถอยู่กับตักแข็งแกร่งของเขาฉันก็ไม่สนใจ

ไม่ใช่เรื่องเสียหายเพราะยังไงสุภาพบุรุษที่เปลือกนอกนั้นเพอร์เฟกต์จนน่าใจหายคนนี้ ก็แค่คนบ้าคนหนึ่งซึ่งผ่านเข้ามาในชีวิตฉันเท่านั้น เหมือนพร้อมสู้แต่ผู้ชายคนนี้จะรู้มั้ยว่าฉันก็ใช้ความลำบากมากพอสมควรเพราะต้องเม้มปากกลั้นใจเมื่อใบหน้ามันอยู่ใกล้จุดยุทธศาสตร์ และสุดท้ายโชคก็ถึงคราวเข้าข้าง ฉันได้มือถือมาครอบครองไว้ได้ในที่สุด และสามารถดึงตัวเองออกมาจากคนตัวหอมนี่ได้สำเร็จ

หึ...” เสียงเขาหัวเราะใส่ฉัน!





 




ฝากนิยายหน่อยยจ้าาาา มันเหลือไม่กี่เล่ม แพทลดเหลือ 400 มาเด้อใครอยากเก็บเล่มไว้อ่านยาว ๆ แต่ถ้าไม่ชอบรูปเล่ม ฝากอุดหนุนในแบบอีบุ๊คด้วยนะจ๊ะพ่อจ๋าแม่จ๋าาาาา 




ฝากผลงานเรื่องอื่น ๆ ด้วยค้าบบบบบ

Dark Rian เสี่ยงหัวใจท้าทายซาตาน

https://bit.ly/32OtCoj

I Need Love ปรารถนาหัวใจซาตาน

https://bit.ly/37cZpTi

You Are My Peach เมื่อหัวใจมันสั่งให้คลั่งคุณ

https://bit.ly/2rHMUPo

 

You In Me คนโปรดในกรงรัก

https://bit.ly/2q9frx8

I Don't Mind ไม่อยากเสียโอกาสรัก


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,177 ความคิดเห็น

  1. #3083 janeBJ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 23:53
    เจิมมมมม
    #3,083
    0
  2. #3082 Mini-fish (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 18:08
    เจิมมมม
    #3,082
    0
  3. #2077 skynbsn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 11:13
    เจิมมมมมมมมมมม
    #2,077
    0
  4. #2076 skynbsn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 11:13
    รอค่าาาาาา
    #2,076
    0
  5. #2075 Preen772 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 20:03
    เจิมรออ
    #2,075
    0
  6. #53 ThinkPink (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 / 09:01
    Up pls~~
    #53
    0
  7. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(