DARK RAIN | เสี่ยงหัวใจ ท้าทายซาตาน (RE-WRITE.VER)

ตอนที่ 1 : + DR + 00 +

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,714
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 68 ครั้ง
    20 ธ.ค. 62






ในยามรุ่งเช้าที่มีเมฆฟ้าสีทองเริ่มลอยโลดโดดเด่นขึ้นมา แสงแดดอ่อนๆ ประจำการไปทั่วทุกหย่อมหญ้า สาดทอจากผืนนภาลงยังพื้นดิน มันทำหน้าที่ของมันคือการให้แสงสว่าง หากในยามสว่างแบบนี้ก็ยังมีคนหนึ่งคนสับสนราวกับว่าแสงสีขาวคือสีที่มืดมนที่สุด ชายหนุ่มเจ้าของความรู้สึกนั้นใช้ดวงตาที่เจือแต่ความหม่นเศร้ามองดูร่างขาวที่นอนคุดคู้อยู่ใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ผ่านกระจกใสที่สะท้อนภาพเธออยู่เบื้องหน้า

ไม่ได้ตื่นในตอนเช้าแบบนี้มานานแค่ไหน  เกือบสิบปีแล้วมั้ง

สายตาคู่คมจับจ้องเหม่อมองภาพนั้น ในเมื่อมันเห็นไม่ถนัดตาจึงหันมามองหญิงสาวร่างผอมบางที่นอนละเมอสะอื้นสลับกันไปมาอยู่หลายครั้งภายในหนึ่งคืน

ผู้หญิงธรรมดาที่ไม่ธรรมดาเลยสักนิด!

กลิ่นหอมจากเนื้อนางซึ่งไร้การประทินโฉม กลิ่นเหงื่อ และรสชาติของผิวกายบริสุทธิ์ชวนให้ลิ้มลองครั้งแล้วครั้งเล่า มันทำให้ชายหนุ่มฉายาคนบ้าล่าเนื้อ รู้สึกสดชื่นที่ได้โลมเลียมัน เพราะเหงื่อของเธอไม่ต่างอะไรกับน้ำสะอาดไร้สารเจือปน คนมีความสุขแต่แค่ชั่วคราวเท่านั้นขยับร่างเปลือยเปล่าเข้าใกล้ โน้มกายลงหา มือหนากดหัวไหล่มนอย่างไม่แยแส แม้มันจะช้ำเพราะฝีมือเขาทั้งหมดก็ตาม

เป็นคนเลวในสายตาคนอื่นเขา สิ่งที่ลงมือกระทำไม่ว่าจะประกอบไปด้วยเหตุผลใด เลวก็คือเลว!

ร่างโปร่งที่อุดมไปด้วยมัดกล้าม พลิกร่างกระต่ายตัวน้อยแสนหอม และไม่ปล่อยไปไหนให้นอนหงายแล้วขึ้นคร่อม อกเล็กโผล่โชว์เนื้อสีสวยสะอาดตาอย่างหมิ่นเหม่ ชายหนุ่มเห็นจึงแกล้งประทับจูบดูดแรงๆ จนเกิดสีช้ำ เขาอยากสัมผัสเธออีกครั้ง เพราะต่อจากนี้ไปคงไม่ได้เห็นคนๆ นี้อีกแล้ว

เหมือนจับได้นกแสนสวยมาขังไว้ในกรง ชื่นชมสมใจพลันปล่อยไปอย่างไร้เยื่อใย ไม่คิดคำนึงว่าหากนกตัวน้อยบินหายไปแล้ว มันจะกลับไปหากินยังถิ่นฐานของมันได้มั้ย มันจะมีกำลังแรงใจต่อสู้กับสภาพอากาศที่เลวร้ายในวันที่ได้อิสรภาพหรือเปล่า 

หญิงสาวใบหน้าหวานใส ผิวกายขาวละเอียดนอนไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่ภายใต้ผ้าห่มสีเทาขนาดใหญ่ ลมหายใจสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเธอนั้นคงหลับสนิท หรือว่าเธออาจจะสลบไป เพราะถึงแม้ถูกจับแยกเรียวขาแล้วสอดใส่เข้าไปขนาดนี้ยังไม่รู้ตัว

ผู้ชายชั่วที่เธอตราหน้า ด่าว่าเลวยิ่งกว่าหมา เห็นบอกด้วยว่าฆาตกรต่อเนื่องยังมีความคิดดีกว่าแสยะยิ้มใส่ร่างบาง หน้าตาบอบช้ำของเธอดูได้เสียที่ไหน แต่ทำไมเขามองแล้วตื่นเต้นขนาดนี้!

แววตาเลือดเย็นเผยแววหยาบคายยามมองกระต่ายน้อยใต้ร่าง ลมหายใจเธอสะดุดไปหลายทีในเวลาที่ร่างกายบอบบาง แต่สัมผัสจับแล้วมันเต็มไม้เต็มมือดีเหลือเกิน กำลังกระเพื่อมตามแรงกระแทกขึ้นลงอย่างรุนแรง กลิ่นกายยั่วยวนชวนคลั่งลอยวนอยู่ไม่ห่าง เขารู้สึกไม่ต่างอะไรกับกำลังหลับฝันว่าตนอยู่บนสวรรค์ คนตัวสูงขยับสะโพกเชื่องช้า อยากถ่วงเวลาอย่างไม่มีสาเหตุ มือหนายกขึ้นมาเกลี่ยปลายเส้นผมสีอ่อนออกจากซอกคอขาว  เขาลงน้ำหนักมือบีบเบาๆ จากนั้นก็เลื่อนขั้นเป็นหนักยามอารมณ์สะท้านป้วนเปี้ยนจวนเจียนจะแตะถึงจุดจบ!

กึก กึก!

เลวแล้วได้บางอย่าง... เลวแค่ไหนก็ยอม!

 “ฮึก... คนดี... ตื่นมาด่าฉันอีกสิ ฉันไม่อยากเอากับศพ!

 

...ความลับในความบริสุทธิ์...

...รอยแผลเป็น...

...รอยน้ำตา...

...เสียงก่นด่า...

...ฮานะ...



(HANA’S TALK)

ฉันไม่เคยอินกับวันเกิดตัวเองตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่เพราะอะไรกันนะ ตอนนี้กลับรู้สึกตื่นเต้นไปหมดเพราะอีกสองวันก็ถึงวันเกิดของฉันแล้ว!

ซ่า~~

ฉันมองดูสายฝนที่โหมกระหน่ำลงสู่พื้นดินทำเอาคนฟังหูอื้อไปตามๆ กันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม จะสิ้นวันอยู่แล้วแต่ทำไมฝนห่าใหญ่ถึงได้ตก จะเลื่อนไปตกอีกสองสามชั่วโมงถัดไปไม่ได้หรือไงนะ  

เวลาดึกขนาดนี้แต่กลับคับคั่งมากมายไปด้วยผู้คนที่ยืนหลบฝนอยู่ทั่วบริเวณ บ้างก็อาศัยป้ายรถเมล์... บ้างก็หน้าร้านสะดวกซื้อ... หรือถ้าไม่มีที่ยืนจริงๆ กระเป๋าสะพายของพวกเขาเหล่านั้นก็ถูกยกขึ้นบังน้ำฝน คนจำนวนหลายคนยืนเบียดเสียดกันหาทางหายใจไม่เจอ พื้นที่ที่รองรับผู้คนเวลาเลิกงานเป็นพื้นที่ที่ฉันมั่นใจว่าไม่มีใครพิศวาสมันนักหรอก เพราะฉันมักจะตกเป็นหนึ่งในนั้น มันบัดซบ...ฉันไม่ชอบให้ผิวกายตัวเองไปเบียดเสียดกับใคร

ฉันชื่อฮานะ ลูกครึ่ง ไทย-ญี่ปุ่น แต่พูดภาษาญี่ปุ่นไม่เป็นสักประโยค และไม่เคยข้ามน้ำข้ามทะเลไปญี่ปุ่นบ้านเกิดของแม่ตัวเอง ฉันคิดว่าตนเป็นผู้หญิงรูป ร่างสูงโปร่ง และด้วยความสูงที่เพิ่มขึ้นทุกปีส่งผลให้ปีนี้มันหยุดอยู่ที่หนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตรถ้วน

พี่มะนาว พี่ที่ทำงานบอกว่าใบหน้าฉันเรียวยาวเป็นรูปไข่ ป้าขายกล้วยแขกที่หน้าปากซอยของหอพักเอ่ยชมฉันทุกครั้งที่เดินผ่านร้านแกว่าฉันผิวขาวเงาวาวราวกับไข่มุก ลุงยามที่หอพักบังเอิญเห็นฉันเอาข้าวคลุกปลาทูไปโยนให้ไอ้เขรอะ แมวตัวน้อยสีขาวล้วนแต่สกปรกชะมัดข้างๆ หอพักบอกว่า ฉันมีนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนหวานใสแถมยังเปล่งประกาย แสดงความเป็นคนโอบอ้อมอารีและจิตใจดี จมูกที่โด่งโดยธรรมชาติรับกับปากสีแดงสดชุ่มฉ่ำประกอบกันกับเส้นผมสีดำยาวเงาสลวย อันนี้เจ้สำรวย เจ้าของร้านเสริมสวยแถวๆ นั่นแหละบอกมา และนี่เป็นเหตุผลที่แกไล่ตะครุบฉันเพื่อจับฉันไปขัดสีฉวีวรรณเพราะหวังให้ฉันเป็นตัวแทนเข้าประกวดเฟ้นหานางนพมาศประจำจังหวัดตั้งแต่สงกรานต์ปีที่แล้ว ฉันก็หนีน่ะสิ ไม่เอาด้วยหรอกเพราะเท่าที่รู้ ความสูงรองเท้าของนางงามน่ะหนายิ่งกว่าอะไร ลำพังฉันเดินธรรมดายังเผลอหน้าทิ่มเพราะมัวแต่มองทัศนียภาพรอบกาย ฉันกลัวจะไปล้มหน้าแหกขายหน้าเจ้สำรวยเปล่าๆ

หลายคนชอบชมฉันว่าสวยสะดุดตา...ทว่าฉันกลับประหม่าทุกทีที่ได้ยินคำเชยชมเหล่านั้น ที่พูดๆ นี่ก็เหมือนจะโดดเด่น แต่ก็เล็งเห็นว่าเป็นแค่รูปร่าง  เอาจริงๆ ฉันก็คือผู้หญิงจนๆ คนหนึ่งเท่านั้น เพราะว่าจนเลยต้องบากบั่น หั่นเวลาสู้กับงานไหนจะเรียนซึ่งก็ต้องหมั่นเพียรกว่าเพื่อนร่วมชั้น เพราะรุ่นเดียวกันกับฉันน่ะเขาจบกันหมดแล้ว เหลือแต่ฉันที่ยังเป็นนักศึกษาปีห้า ร่อนไปเร่มาแต่ก็มีรุ่นน้องคอยซัพพอร์ตและให้ความช่วยเหลือ พอดีฉันเคยดรอปน่ะ ปีนี้พร้อมมาก เก็บหน่วยกิตหมดแล้วก็จะจบสักที

21.50.

ต้องไม่ทันแน่ๆ เลยพูดกับตัวเองเสียงขมุกขมัวพลางยกนาฬิกาข้อมือสีขาวขุ่นเหมาะกับข้อมือเรียวเล็กขึ้นเพื่อดูเวลาอย่างหัวเสีย วันนี้มีเรียนแค่ 2 ชั่วโมง ต่อจากตรงนั้นก็จะรีบไปร้าน P ICING  ร้านกาแฟเล็กๆ ในห้างฯดังที่รับฉันเข้าทำงาน แล้วตอนนี้ฉันกลัวเหลือเกินว่าจะไปทำงานอีกที่ไม่ทันเวลา

คิ้วคู่สวยถูกขมวดจนเป็นปม ใครจะอยากหงุดหงิดแบบนี้กันเล่า แต่ไอ้เจ้าฝนนี่ก็ดันตกไม่รู้เวลา ไม่ได้อยากเป็นแบบนี้นักแต่ว่าพาลนึกโมโหให้กับทุกสิ่ง รวมไปถึงสายฝนที่จำเป็นต้องร่วงหล่นลงมาตามธรรมชาตินี่ก็ด้วย

จะทำยังไงดี โทรหาลูกหงส์ดีมั้ย เผื่อเพื่อนเพียงคนเดียวของฉันกำลังท่องราตรีอยู่ที่ผับใดสักแห่งในยามนี้

บ้าชะมัด!ฉันสบถเสียงแผ่ว ทั้งๆ ที่หยิบโทรศัพท์ออกมาแล้ว แต่ก็กลับยัดมันเข้าที่เดิม ใจมันไม่กล้าพอแม้คนที่เอ่ยถึงจะสนิทกันดีแต่เพราะฉันเป็นคนขี้เกรงใจ สุดท้ายก็ทำได้แค่สบถบ่นไปตามประสา มันก็เรื่องของฉันปัญหาของฉันนี่นา ฉันจะไปหยิบยืมมือคนอื่นมาแก้ไขสถานการณ์ทำไมกัน

เอี๊ยดดดด!

สาดดดดด




เกิดเสียงร้องคำว่าเฮ้ยเป็นคลื่นขนาดใหญ่ กลุ่มผู้คนที่ยืนออกันอยู่ป้ายรถประจำทางต่างพากันโห่ร้องดังกึกก้องและลากยาว...  ต้นเหตุของเสียงแซ่ซึงนั่นก็คือรถประจำทางคันใหญ่ที่ไม่รู้ว่าจากไหน ถึงได้หยุดการขับเคลื่อนแบบกะทันหัน เหตุผลน่าจะเป็นเพราะพลขับนั้นไม่ได้สนใจเลยว่าเหล่าบรรดาผู้คนที่ยืนหลบฝนหรือรอรถอยู่นี่จะเปียกน้ำที่กระเซ็นจากพื้นถนน ซึ่งมันคือน้ำฝนที่ค้างขังเนื่องจากท่อใต้ถนนไม่สามารถระบายน้ำได้ทันดีๆ นี่เอง

แน่นอน ธรรมชาติในคนทุกคนหากเรื่องลำบากที่ว่าไม่ใช่เรื่องของตนเขาจะมาสนใจอะไร เขาไม่สนใจเพราะเขาไม่เปียกแถมยังนั่งตากแอร์สบายถึงจะต้องจอดรับส่งผู้คนที่ใช้บริการทุกป้ายก็เถอะ

ขับรถภาษาอะไรวะเนี่ย

รีบไปตายห่ามั้ง เสียงวิจารณ์ต่างๆ นานาดังระงมไปทั่วอาณาบริเวณ ฉันเอี้ยวร่างผอมของตัวเองแล้วใช้สายตาจับจ้องมองตามคนนั้นคนนี้ที่ต่างพากันพูดซุบซิบไม่พอใจพฤติกรรมการใช้ถนนของคนขับรถประจำทาง พลางเผยยิ้มทำราวกับว่า นี่มันเป็นเรื่องตลก แต่เปล่าเลย...ฉันกำลังจะเข้าใกล้คำว่าสติแตก!

ถ้าหากคืนนี้ไปทำงานไม่ทัน  มีหวังนะผู้จัดการ H CLUB คลับชื่อดังในใจกลางเมืองหลวง ที่ฉันทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟในตอนกลางคืนของที่นั่น  ได้สะบัดฉันทิ้งสมใจเขาแน่ๆ เพราะแม้จะได้รับการอนุโลมทุกครั้งในการไปทำงานสายหลายต่อหลายหนจนพนักงานคนอื่นๆ ในร้านต่างพากันสุมหัวหมั่นไส้ไหนจะรุมแซะฉันเช้ากลางวันเย็นผ่านสเตตัสปริศนาบนเฟซบุ๊ก จริงๆ ฉันเคยได้ยินคำคมอยู่ประโยคหนึ่งว่าเราจะหยุดเอาไม้ขว้างใส่หมาที่เห่าเราตลอดระยะทางเราที่เดินไม่ได้หรอกนะ แต่มันก็ต้องยอมรับแหละนะว่าสื่อโซเชียลทุกวันนี้มันมีอิทธิพลต่อคนบางคนจริงๆ ฉันรู้สึกจี๊ดๆ ทุกครั้งที่ถูกประชด พวกเขาคงเหม็นขี้หน้าฉันเต็มทน ถึงจะสนใจแต่ฉันจะพยายามเลิกสน

ผู้จัดการเขาได้ขีดเส้นตายเอาไว้แล้วว่าหากไปสายอีกครั้ง ฉันต้องลาออกโดยความสมัครใจหรือเรียกง่ายๆ คือ ฉันโดนไล่ออกนั่นเอง เพราะฉะนั้นการไปทำงานไม่ตรงเวลาในวันนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด

ทำไมสายรถเมล์สาย B ยังไม่มาอีกนะปากบ่นกับตนเองด้วยความทุกข์ร้อนในอก หากว่าฉันโดนไล่ออกจากที่นั่นแน่นอนคือมันจะทำให้ฉันลำบากยากเข็ญยิ่งกว่าเดิมอีกหลายเท่า ซึ่งมันจะหาเรื่องดีไม่ได้ถ้าฉันตกงาน เพราะฉันต้องใช้เงิน เรื่องเงินจำเป็นมากสำหรับฉัน

ร้อยทั้งร้อยของคนร้อนใจมักทำเรื่องอะไรไม่คาดคิด  เมื่อความอดทนหมดลงจึงไม่สมัครใจยืนอยู่ที่เดิมได้อีกต่อไป ฉันพยายามเบียดร่างเพรียวบางของตัวเองออกมาจากกลุ่มคนที่ยืนแออัดโดยการยกกระเป๋ามากอด  และพยายามใช้ข้อศอกดันทุกคนให้พ้นตัว  เมื่อออกมาได้ก็ถูกน้ำฝนเทจ้ากใส่กลางหัว พร้อมกับตัดสินใจยื่นมือโบกรถแท็กซี่ไปทำงาน

ฝนก็กระหน่ำตกแบบไม่ลดเลิก สายลมโหมกระพือพัดผ่านผิวหน้าซ้ำๆ ยิ่งตอกย้ำและขัดขวางการเพ่งมองเหลือเกิน กลิ่นน้ำขังที่พื้นโชยรอบตัว แบบนั้นฉันยิ่งยกมือขึ้นมาปิดปากปิดจมูก ในตอนนี้ฉันมองไม่เห็นถนนหรือรถแท็กซี่เลย ความร้อนรนมันจุกที่ปลายมือ จึงยื่นเรียวยาวโบกรถส่งเดชด้วยความลนอีกหน

ไม่นานกว่าใจคิด  

เอี๊ยดด...

เสียงล้อรถบดเบียดกับถนนที่มีน้ำท้วมขึ้นมาเกือบครึ่งวงล้อก็ดังขึ้น เป็นการบอกฉันว่ามีรถมาหยุดตรงหน้าแล้ว

เครื่องยนต์นั้นเงียบสนิท แต่ฉันกลับได้ยินทั้งที่ฝนกระหน่ำตก ท่าทางประดักประเดิดชักขาหยุดๆ ยั้งๆ นั่นก็เพราะยังไม่แน่ใจ  พยายามลืมตาเพื่อมองดูว่าใช่รถแท็กซี่มั้ย แต่ยังไม่ทันมองให้ดีเลยด้วยซ้ำมือเจ้ากรรมนี่ก็ช่างไปไวกว่าสมองทุกครั้งเสมอ ฉันเอื้อมมือเปิดประตูรถแล้วเข้าไปนั่งในเครื่องยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้ออย่างไม่ทันระวังตัว

ไป H CLUB ถนน XX ค่ะปากบอกชื่อสถานบันเทิงยอดฮิตในกรุงเทพฯ กับอีกฝ่ายที่คิดว่าเขาคือคนขับรถแท็กซี่ หลังจากบอกที่หมายเสร็จฉันก็ปิดประตูรถอย่างแรง หลุดพ้นเสียทีสินะ บรรยากาศอันแสนอึดอัด ว่าแต่...ฉันปิดประตูแรงมากนะ แต่ไม่ยักกะได้ยินเสียงโครมครามเลยแหะ สงสัยจะเป็นรถใหม่

ฉันพยายามเช็ดเนื้อเช็ดตัวเพราะกลัว และเกรงใจถ้าหากว่าเบาะรถแท็กซี่เปียกไปเพราะฉัน ระหว่างทำก็คิดว่าสมัยนี้ ทำไมคนขับแท็กซี่ใช้น้ำหอม กลิ่นห๊อมหอม หอมแปลกๆ หอมเหมือนน้ำหอมที่กำลังอบอวลอยู่นี่ไม่ใช่แค่น้ำหอมทั่วๆ ไป หอมปนกันกับกลิ่นมิ้นต์ของบุหรี่

ฉันเช็ดหน้าเช็ดตา สำรวจเนื้อตัวแล้วช้อนตามองไปยังเบื้องหน้า แต่ภาพคอน โซลว่างเปล่า ไม่มีป้ายอะไรบ่งบอกว่านี่เป็นรถยนต์รับจ้างสาธารณะ ทำให้ฉันถึงกับหันไปมองพลขับตามสัญชาตญาณ

ตาอันพร่ามัวมันเบิกโพลงขึ้นสุดฤทธิ์ เมื่อมองเห็นว่าทุกอย่างที่อยู่ในรถนี่มันช่างห่างไกลกับรถแท็กซี่ทั่วไปที่เคยใช้นั่ง สิ่งเหล่านั้นก็รวมเข้ากับคนขับด้วย...

“...” ฉันรู้สึกปวดหัวตุบๆ เมื่อสายตาประสานเข้ากับสิ่งมีชีวิตที่กำลังควบคุมความเร็วของรถอย่างจัง

ผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาที่มั่นใจว่าไม่เคยเห็นหน้าเขามาก่อนนั่งหลังตรง สายตามั่นคงแน่วแน่ไม่แม้แต่จะหันมาทักทายฉันที่ดันเอ๋อขึ้นมาบนรถเขา

ฉันกำลังตกตะลึงเจ้าของใบหน้าที่เห็นเพียงเสี้ยว ก็รับรู้เดี๋ยวนี้ว่าเขาต้องเป็นคนที่ดุมากแน่ๆ เขาจ้องมองไปที่ท้องถนนแทบไม่กะพริบตา เขาดูตั้งใจและทำราวกับว่าหากขยับเปลือกตานั่นอุบัติเหตุมันอาจจะเกิดขึ้นได้

ทุกอย่างบนนี้เกิดสภาวะเดธแอร์ คนข้างตัวฉันนิ่งมากจนฉันชักไม่แน่ใจว่าเขารู้ตัวหรือไม่ ว่าได้รับสิ่งแปลกปลอมอย่างฉันขึ้นมาบนรถเขา

ค..คุณคะ คือ...

อะไร?” ชายหนุ่มว่าพลางปรายตามองฉัน หน้าตาเรียบนิ่งนั้นดูไม่ออกหรอกว่าเขาคิดอะไร แต่ที่แน่ๆ ไอ้คิ้วที่เลิกสูงของเขามันทำให้ฉันรู้สึกไม่ชอบใจพิลึก

จะฟังเพลง?” เสียงทุ้มถามย้ำมา มือหนาละออกจากพวงมาลัยรถหนึ่งข้างพลางพุ่งเข้าไปกดตรงที่เครื่องเล่นในรถ

ทั้งๆ ที่เขาก็แค่ขยับแขนมาเปิดเพลง แต่ฉันตกใจ สะดุ้งสุดตัวพลางถอยหนีจนแผ่นหลังติดขอบรถ  ส่ายหัวตอบรับกลับหาเสียงเรียบแต่ทุ้มต่ำ แต่ก็ไม่ทันเพราะตอนนี้เพลงสากลที่ฉันไม่เคยฟังดังคลอเบาๆ ไปทั่วทั้งรถ

บ้านอยู่ไหน...เขาว่า แต่ยังไม่มองหน้ากัน รถด้านหน้าชะลอลง เขาก็ลดความเร็วลงบ้าง ฉันหันไปมองเบื้องหน้าพบว่ามันติดไฟแดง

ขอลงตรงนี้ค่ะ

นั่งเถอะ ไหนๆ ก็สะเออะขึ้นมาแล้ว!

ห๊ะ?’  


 




TBC.


ฝากผลงานเรื่องอื่น ๆ ด้วยค้าบบบบบ

Dark Rian เสี่ยงหัวใจท้าทายซาตาน

https://bit.ly/32OtCoj

I Need Love ปรารถนาหัวใจซาตาน

https://bit.ly/37cZpTi

You Are My Peach เมื่อหัวใจมันสั่งให้คลั่งคุณ

https://bit.ly/2rHMUPo

 

You In Me คนโปรดในกรงรัก

https://bit.ly/2q9frx8

I Don't Mind ไม่อยากเสียโอกาสรัก


 








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 68 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,177 ความคิดเห็น

  1. #3176 Zara97 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มกราคม 2564 / 21:25
    ไหนๆก็สะเอะขึ้นมาแล้ว55
    #3,176
    0
  2. #3081 Mini-fish (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 22:44
    เย่มาแล้ว
    #3,081
    0
  3. #3080 ma y (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 18:42
    ดีใจจจจ กริ๊ดด รอติดตามเสมอนะคะ
    #3,080
    0
  4. #2074 lovely-yoona (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 00:35
    พระเอกใจร้าย
    #2,074
    0
  5. #97 สตรอเบอร์รี่เค้กขม (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:53
    รอๆๆนะ  สู้ๆๆค่ะ ไรท์เตอร์
    #97
    0
  6. #51 MiniGift_gg (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 10:45
    รออออออๆๆๆ
    #51
    0