กำเนิด ลั่วซี ภาค ราชันย์ไร้บัลลังก์ อ่านฟรี (หอสมุดจีน)

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 4 ออกจากหุบเขา (แก้ไข)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3437
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 341 ครั้ง
    6 มี.ค. 62


หลังจากที่ลั่วซีตื่นขึ้นมา... ไม่ได้มีเพียงแค่ร่างกา่ผอมแห้งจนหนังหุ้มกระดูกเพียงอย่างเดียวเท่านั้นตอนนี้ลั่วซี รู้สึกร้อนวูบวาบที่ข้อมือ เมื่อรองสังเกตดูก็จะเห็นกำไลหยกสีขาวส่องแสงขึ้นมา หลังจากนั้น ลั่วซี ลองใช้จิตสัมผัสไปที่กำไลหยก เมื่อรู้ตัวอีกทีลั่วซี ก็มาอยู่ในที่ที่ไม่รู้จักนี่หรือว่ากำไลวงนี้จะเป็นกำไลมิติ

ในมิติ


"หืม... ร่างกายกำลังฟื้นตัว นี่มันสุดยอดของวิเศษหรืออย่างไร"

หลังจากที่ร่างกายฟื้นเกือบสมบูรณ์หมดแล้ว ลั่วซีก็ได้ออกสำรวจภายในพื้นที่มิติแห่งนี้ ภายในมิติแห่งนี้ดูเหมือนจะกว้างขวางแต่พื้นที่โดยรวม ที่สามารถเข้าไปได้จริงๆๆ... กลับมีพื้นที่ไม่กว้างนัก

"ดูเหมือนพลังของเรา จะมาได้เพียงแค่นี้สินะ ต้องมีพลังขนาดไหนกันนะ ถึงจะสามารถใช้พื้นที่มิตินี้ได้ทั้งหมด"

หลังจากที่สำรวจเสร็จแล้วลั่วซี ก็ถอนจิตออกมาจากกำไลหยกทันทีเมื่อลืมตาขึ้นมา ก็เห็นอาจารย์หวัง นั่งจ้องลั่วซี อยู่ไม่วางตาราวกับเห็นสัตว์ประหลาด

"เฮ้ย... เจ้านี่นะชอบทำให้คนเฒ่าคนแก่ตกใจอยู่เรื่อย"

"ขออภัยเจ้าค่ะ.... ศิษย์ทำให้อาจารย์เป็นห่วงแล้ว"

"เอาเถอะ..... ดูเหมือนจะผ่านไปได้ด้วยดี"

"เจ้าลูกศิษย์ตัวน้อยเอ๋ย.... ตอนนี้อาจารย์จะถ่ายทอดความรู้ทั้งหมด ของอาจารย์ให้กับเจ้า และก็นี่รับไปนี่เป็นของขวัญของอาจารย์"

หลังจากนั้นอาจารย์หวังก็ส่งกล่องไม้สีน้ำตาลขนาดเท่าฝ่ามือให้ลั่วซี เธอเปิดกล่องไม้ที่อาจารย์ให้ทันทีเมื่อเห็นสิ่งของภายในแล้ว ลั่วซีถึงกับเบิกตากว้าง

ภายในกล่องไม้บรรจุ เปลวเพลิงหลากสีที่กำลังลุกโชติช่วง นี่คือเปลวเพลิงสวรรค์ 12 ธาตุ 'หรือว่าที่อาจารย์ไม่อยู่ก็เพื่อของสิ่งนี้ ของสิ่งนี้ ไม่ใช่สิ่งของที่หาได้ทั่วไป ต่อให้พลิกทั้งอาณาจักรก็ใช่จะหาได้ ท่านเป็นใครกันแน่นะท่านอาจารย์'

"ดูดซับมันซะ มันจะมีประโยชน์กับเจ้าในอนาคต เมื่อเจ้านำมาใช้ในการปรุงยา"

"เจ้าค่ะอาจารย์... ศิษย์ขอขอบพระคุณ"


…...…........

วันเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ในที่สุด ลั่วซี ก็มาอาศัยอยู่กับอาจารย์หวังได้เป็นเวลาหกปีแล้ว ตอนนี้ลั่วซีได้เรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างมาจากอาจารย์หวังทั้งหมดแล้ว

จากเด็กน้อยขี้โรคอ่อนแอไร้ประโยชน์ตอนนี้ กลายเป็นหญิงงามหญิงงามสะพรั่ง รูปร่างอรชรชวนให้ผู้คนมองจนเหลียวหลัง ใบหน้าเรียวรูปไข่ ผิวขาวอมชมพู ดวงตากลมโตที่เป็นเอกลักษณ์ เมื่อสังเกตดูดีก็จะเห็นจักรวาลอยู่ภายในดวงตาของนาง ริมฝีปากบางได้รูป จมูกโด่งรัน ตอนนี้นางกลายเป็นหญิงงามล่มเมืองไปแล้ว จะให้ไปบอกใครก็คงไม่มีใครเชื่อ ว่านี่คือคุณหนูสี่ แห่งตระกูลลั่ว

"ลั่วซีเอ้ย... มาหาอาจารย์มา นี่เป็นของขวัญของอาจารย์ชิ้นสุดท้าย ที่ข้าจะให้กับเจ้านี่คือหยกผ่านทาง เจ้าสามารถเข้าออกที่นี่ได้โดยผ่านค่ายอาคม จงจำไว้ที่นี่คือบ้านหลังที่สองของเจ้า ต่อจากนี้ไปเจ้าต้องดูแลตัวเองให้ดี อาจารย์ไม่ได้อยู่เคียงข้างเจ้า เจ้าจงระวังตัวอย่าได้เปิดเผยพรสวรรค์ และความสามารถของเจ้ามากเกินไป เพราะมันจะนำภัยพิบัติมาสู่ตัวเจ้าได้ แล้วก็นี่นี่คือป้ายหยกของอาจารย์"

"อาจารย์ ศิษย์จะจดจำคำสอนของอาจารย์ไว้ ศิษย์จะไม่ทำให้อาจารย์ต้องผิดหวัง อาจารย์ถนอมตัวด้วย ศิษย์ขอลา" ลั่วซีไม่สนใจอะไรทั้งนั้นเธอพุ่งเข้าไปกอดอาจารย์ของเธอทันที


วูบ....(หน้าประตูอาคม)

ตอนนี้ลั่วซี ออกมาจากภูเขาแล้ว เธอตัดสินใจที่จะเดินทางกลับไปตระกูลลั่วอีกครั้ง ลั่วซีใช้พลังปราณสร้างเป็นนกตัวน้อยขึ้นมา

'ท่านพ่อ ตอนนี้ลูกออกมาจากหุบเขาแล้ว ลูกจะรออยู่ที่โรงเตี๊ยมในหมู่บ้านป่าสาบสูญ'

หลังจากเขียนข้อความเสร็จแล้ว ลั่วซีก็นำกระดาษข้อความส่งไปที่นกลมปราณ

นกตัวน้อยกลืนระดาษที่บันทึกข้อลงไปในปากความทันที


.....

จากป่าสาบสูญจนถึงเมืองหลวง อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลา 2-3วันจนกว่าจะถึงเมืองหลวงตอนนี้ลั่วซีได้ถึงหมู่บ้านสาบสูญแล้ว หมู่บ้านแห่งนี้อยู่ใกล้กับหุบเขาสาปสูญ หมู่บ้านแห่งนี้มักจะมีชาวยุทธเข้าออกอยู่เป็นประจำ เพื่อเข้าไปในหุบเขาสาบสูญต้องมาพักที่หมู่บ้านแห่งนี้ก่อน ถึงแม้หุบเขาสาบสูญจะเป็นสถานที่อันตราย แต่ก็เป็นสถานที่เต็มไปด้วยสิ่งของล้ำค่า นอกจากนี้จนกว่าจะถึงเมืองหลวง นางต้องผ่านหมู่บ้าน 5 หมู่บ้าน และเมืองอีก 2 แห่งลั่วซีตอนนี้อยู่ในชุดสีขาว ใส่ผ้าคลุมขนจิ้งจอก สวมหมวกใบใหญ่ปกปิดใบหน้า เธอได้เดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง ซึ่งมีขนาดไม่ใหญ่มาก ในหมู่บ้านนี้มีเพียงโรงเตี๊ยมที่เดียว เธอตัดสินใจที่จะพักในโรงเตี๊ยมแห่งนี้รอการตอบกลับจากท่านพ่อ


อี้เฟย


หลังจากเข้าไปในโรงเตี๊ยมแล้วลั่วซี ก็เลือกนั่งโต๊ะที่อยู่ริมหน้าต่างชั้นที่สอง เธอสั่งอาหารมาสองสามอย่าง

ในระหว่างที่เธอกำลัง จะทานอาหารอยู่นั้นจู่ๆ เธอก็ได้กลิ่นหอมแปลกๆ เธอมองไปในทิศทางที่มาของกลิ่นหอมนั้น เธอเห็นรถม้าคันหนึ่ง วิ่งผ่านไปด้วยความเร็ว ทิศทางที่รถม้ามุ่งไปนั้นคือเมืองหลวง
'เป็นพิษที่แปลก ยิ่งกลิ่นหอมมากเท่าไหร่ ในเวลาที่พิษกำเริบนั้นยิ่งรุนแรง แต่กลิ่นหอมนี้มันเหมือนกับพิษที่เราได้รับ'
"นี่เจ้าแน่ใจนะ ว่าโรงประมูลในตลาดมืด มีคนนำของล้ำค่าเข้าประมูล" เสียงชาวยุทธพูดคุยกัน
ลั่วซี ที่กำลังนั่งมองออกไปด้านนอกอยู่นั้น ก็รู้สึกสนใจขึ้นมาทันที ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เธอก็ยังไม่เคยเห็นโลกภายนอกเลย เธออาศัยอยู่แต่ในหุบเขา กับอาจารย์มาตลอดถึงแม้จะมีตำราบันทึกที่อาจารย์หามาให้อ่าน แต่สำหรับเธอไม่สู้ไปดูด้วยสายตาตนเอง
"น่าสนใจ คงต้องไปดูสักหน่อย ว่าสิ่งใดคือของล้ำค่าสำหรับสถานที่แห่งนี้"

........

ภายในรถม้า
มีร่างของบุรุษหนุ่มสองคนนั่งอยู่
หนึ่งคนใบหน้างดงาม ราวอิสตรีในมือข้างหนึ่งถือพัดหยก ผิวขาวรูปร่างสูงโปร่งลักษณะคล้ายบัณฑิต
ส่วนบุรุษหนุ่มอีกคนสวมหน้ากาก รูปร่างคล้ายปีศาจปิดบังใบหน้าเอาไว้ รูปร่างสูงสมส่วน สมชายชาตรี แต่เสียอย่างเดียวที่ชายผู้นี้มีผิวที่ขาวซีดราวกับศพ ดางตาสีนิลมีประกายแห่งความเย็นชา เมื่อจองมองผู้ใดแล้วทำให้รู้สึกราวกับ มัจจุราชมายืนอยู่เบื้องหน้า เมื่อนำมาประกอบควบคู่กับใบหน้าที่สวมใส่หน้ากากรูปปีศาจ ยิ่งทำให้ชายผู้นี้ดูห่างไกลจากคำว่ามนุษย์เป็นอย่างมาก
"อี้เฟย เจ้าแน่ใจนะว่าที่นี่มีของที่เราต้องการ"
น้ำเสียงที่เย็นยะเยือกของชายสวมหน้ากากเอ่ยขึ้นมา
"คนของข้า ที่ข้าส่งออกไปรวบรวมวัตถุดิบ เป็นคนรายงานมาอีกที ข้านั้นยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด ยกเว้นแต่ว่าเราจะเข้าร่วมงานประมูลในตลาดมืดด้วย อย่างน้อยก็เสียเวลาเพิ่มขึ้นมาอีกนิด แต่ก็ไม่มีอะไรที่เสียหาย เราต้องคว้าโอกาสนี้เอาไว้ เราไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว"
ชายหนุ่มนามว่า อี้เฟยเอ่ยตอบ
"อืม... งั้นก็ไปที่โรงประมูลกันเถอะ"
ชายหนุ่มสวมหน้ากาก ยังคงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนเดิม

.........

ตลาดมืด
ลั่วซี ในชุดสีขาวเหมือนเดิม แต่ตอนนี้นางไม่ได้สวมหมวกแล้ว นางสวมเพียงแค่ผ้าคลุมครึ่งใบหน้าเพียงอย่างเดียว เผยให้เห็นดวงตาที่เป็นประกายราวดวงดาวเท่านั้น มีผู้คนมากมายมองมาที่เธอราวกับต้องมนต์ แต่ก็ไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามาใกล้ เพราะรัศมีกีดกันที่ตัวเธอปล่อยออกมาแบบไม่รู้ตัวนั้นเอง
"การประมูลจะเริ่ม..... ยามอิ่ว (17.00-18.59) สินะเดินเล่นแถวนี้ก่อนละกัน"

ณ โรงประมูล ยามอิ่ว (17.00-18.59)
ชั้นสอง ภายในห้องพิเศษห้องหนึ่ง
"กว่าจะเริ่มงานก็คงต้องรออีกสักพัก"
ชายหนุ่ม นามอี้เฟย เอ่ยขึ้นเพราะเกรงว่าชายหนุ่มอีกคน จะอารมณ์เสีย ถึงแม้ชายหนุ่มสวมหน้ากาก จะดูเย็นชาในยามปกติแต่หาใช่ ในยามอารมณ์ไม่ดี เมื่อนึกถึงชายหนุ่มผู้นี้แล้ว อี้เฟยถึงกับขนลุก ชายหนุ่มผู้นี้แค่มีผู้ใดพูดจาไม่เข้าหู ตระกูลของคนผู้นั้นถึงกับต้องหายไปทั้งตระกูล
อี้เฟย มองชายหนุ่มสวมหน้ากากอีกครั้ง เพื่อดูอารมณ์ โชคยังดีที่ชายผู้นี้ยังมีเหตุผลอยู่บ้าง
"เฮ้อ....." อี้เฟย ถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา

บุรุษหนุ่มสวมหน้ากาก หาได้สนใจสหายของตนไม่ ตอนนี้ชายหนุ่มให้ความสนใจที่ด้านนอกหน้าต่างมากกว่า ชายหนุ่มมองหญิงสาวชุดขาว ที่ปกปิดใบหน้าไว้ครึ่งนึง ดวงตาของนางเปล่งประกายระยิบระยับราวห้วงจักรวาลนั้น มันทำให้ตัวเขาเหมื่อนดั่งต้องมนต์

ลั่วซีรู้สึกไม่สบอารมณ์กับสายตาที่จ้องมาสักพักแล้ว ถึงเธอจะทำเป็นไม่สนใจ แต่ยิ่งเวลาผ่านไป เธอยิ่งรู้สึกราวกับว่าเหมือนมีอะไรมาจ่ออยู่ที่ลำคอ ในที่สุดเธอก็ทนสายตานั้นไม่ไหว

หญิงสาวหันกลับไปมองทันที
ในเวลานี้สายตาของทั้งสองคน ต่างก็มองกันและกัน
ชายหนุ่มอดจะแปลกใจไม่ได้ ที่มีคนกล้าจ้องมองมาที่ตน อย่างไม่เกรงกลัวทั้งๆที่เห็นเขาแล้ว นางทำเพียงแค่ขมวดคิ้วพร้อมกับยกนิ้วกลางมาทางตน เขาไม่เข้าใจความหมายของท่าทางของนาง แล้วนางก็หันกลับไปไม่ได้ให้ความสนใจเขาอีกเลย

อี้เฟย ที่เห็นผู้ที่เป็นทั้งนายและเพื่อน กำลังให้ความสนใจที่ด้านนอกอยู่นั้น ก็เอ่ยถามขึ้นด้วยความแปลกใจ
"ท่าน มองสิ่งใดอยู่หรือ"
หลังจากเอ่ยถาม อี้เฟยก็มองตามทิศที่บุรุษสวมหน้ากากมองอยู่ทันที
ทันใดนั้น ก็เห็นสตรีชุดขาวส่งท่าทางแปลกๆ มาทางตนและสหาย
'ฮืม..? ชายผู้นี้สนใจสตรีตั้งแต่เมื่อใดกัน'
เมื่อคิดเช่นนั้น อี้เฟย ก็มองไปที่สตรีนางนั้นอีกที เมื่อสังเกตดีๆ แล้วตัวมันอดที่จะสูดหายใจเข้าลึกๆไม่ได้ เขาไม่เคยเห็นใครที่มีดวงตาสวยงามเช่นนี้มาก่อน ถึงแม้สตรีนางนี้จะปกปิดใบหน้าเอาไว้ มันก็ไม่สามารถปิดบังความงดงามของนางไปได้เลย
ไม่แปลกใจเลยจริงๆ ที่สหายของตนให้ความสนใจขนาดนั้น ไม่สนใจสิถึงจะแปลก ไม่มีบุรุษคนใดต้านทานความงามของนางได้ ตัวมันนั้นเดินทางไปทั่วทั้งแดนดิน มันไม่เคยเห็นสตรีที่งดงามเช่นนี้มาก่อน
เมื่อหยุดความคิดฝุ้งซ้านของตนเองได้แล้ว อี้เฟยก็เห็นหญิงสาวนางนั้นสะบัดหน้า หันหลังจากไปทันที นางไม่รู้จักพวกเขา หรือว่านางไม่กลัวตาย

เมื่อนางจากไป กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ ของนางก็หายไปด้วย บุรุษสวมหน้ากากมองตามหลังของนางไป ด้วยแววตาที่ซับซ้อน เขาชอบแววตาของและกลิ่นของนางที่เป็นเอกลักษณ์ มันไม่ใช่กลิ่นที่หญิงสาวทั่วไปควรมี มันเป็นกลิ่นคล้ายสมุนไพร มันให้ความรู้สึกที่บริสุทธิ์เมื่อได้กลิ่นแล้วชวนให้จิตใจสงบ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 341 ครั้ง

76 ความคิดเห็น

  1. #71 anonphon (@anonphon) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 12:34
    น่าจะใช้คำแทนตัวนางเอกว่า "นาง" มากกว่าคำว่า"เธอ"
    #71
    0
  2. #62 Xinshen (@Xinshen) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 18:32
    หลุดหัวเราะตอนนางชูนิ้วกลางอ่ะ555
    #62
    0
  3. #60 jeeraphach (@jeeraphach) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 16:15
    ชูนิ้วกลาง!!!! นางโหดแท้
    #60
    0
  4. #54 pattylove0144 (@pattylove0144) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 18:34
    พระเอกขี้อ่อยจัง มองจนน้องลู่รู้สึก5555
    #54
    0
  5. #16 Dar699699 (@Dar699699) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 22:26
    เปิดตัวพระเอกกกกก
    #16
    0