(END) TAKASHI (たかし) - chanbaek ft. kailayhun

ตอนที่ 15 : takashi-san : fifteen

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,234
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 183 ครั้ง
    21 ม.ค. 64



คำทำนายของคุกกี้เสี่ยงทายครั้งที่สิบห้า

The hardest thing in the world is to believe in something"

สิ่งที่ยากที่สุดในโลกคือการเชื่อมั่นในบางสิ่ง

- Without limits -

 

.. ชานยอลเหลือบมองชิ้นที่เหลืออย่างชั่งใจ ..

 

 


 

 

** ย้ำอีกครั้งนะคะ

- สถานที่เรียนของทั้งห้าคนอยู่ “โตเกียว”

- บ้านเกิดแบคฮยอนและสองพี่น้องตระกูลโออยู่ “เกียวโต” (เมืองหลวงเก่า)

เพิ่มเติม :: เกียวโต และ โอซาก้าอยู่ใกล้กันค่ะ

 


ปาร์ค ชานยอล ยืนอยู่ ณ จุดรอรถในสนามบินนานาชาติคันไซ พร้อมด้วยเจ้าถิ่นอย่าง บยอน แบคฮยอน และ โอ เซฮุน

หนุ่มลูกครึ่งตัวสูงกระชับแบคแพ็คใบโตให้เข้าที่ ราวกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เขาตื่นเต้นไม่เบากับบรรยากาศแปลกใหม่และกลิ่นอายของอ่าวโอซาก้าแสนกว้างขวาง อากาศเย็นยะเยือกทำให้การแต่งตัวอาจจะเทอะทะไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความดูดีลดลงไปนัก ยิ่งเมื่อทั้ง 5 คนจับกลุ่มกันเพื่อพักกระเป๋า ก็ยิ่งดึงดูสายตาผู้คนรอบข้างได้เป็นจำนวนมาก

ไม่ผิดหรอก 5 คน รวมอี้ชิงและเจ้าถิ่นอีกคนอย่างจงอินเข้าไปด้วย

“สุดท้ายก็มากันหมด” ชานยอลบ่นกระปอดกระแปด เขาหรี่ตามองเพื่อนสองคนหลัง- ที่กำลังหาวหวอดออกมาเป็นควันสีขาวอย่างนึกสงสัย

“บ้านฉันก็อยู่ใกล้แค่นี้” จงอินตอบหน่าย พร้อมทั้งชี้ข้ามอ่าวโอซาก้าไปอีกฝั่งซึ่งเป็นตัวเมืองใหญ่ “แต่ที่จะไปด้วยเพราะกลัวแกจะเหงาหรอก”

“ส่วนผมก็ยังไม่อยากกลับปักกิ่งนี่ครับ” อี้ชิงว่ายิ้มๆ เขาอุ้มเจ้าโอดะที่เพิ่งไปรอรับลงจากเครื่องบินเมื่อครู่ให้เซฮุนดูแลต่อ “อีกอย่าง ไดจังเคยมาถ่ายพีวีแถวนี้ด้วย ผมเลยกะว่าจะลองไปตามรอยดูสักหน่อย”

ให้ตายเถอะแต่ละตัว

“พวกฉันน่ะมาประจำ เหลือก็แค่แกนั่นแหละเจ้าบ้า”

เรื่องนี้ทำคุณนายปาร์คประหลาดใจไม่เบาเลยทีเดียว เมื่อได้ยินคำขอจากปากลูกชายตัวดี ว่าอยากไปเปิดหูเปิดตาแถวเกียวโตระยะหนึ่ง โดยเลื่อนกำหนดกลับซานฟรานซิสโกออกไปก่อน และยุให้เธอจัดทริปทัวร์ไซตามะกับเพื่อนบ้านจนกว่าตัวเองจะกลับ

เช่นเดียวกับแบคฮยอนที่ไม่คิดว่าคำพูดลอยๆ ในวันนั้น จะทำให้ชานยอลเอาจริงได้ถึงขนาดนี้ ทว่าการตัดสินใจของคนตัวสูงไม่ได้สร้างปัญหาหรือทำให้เขาลำบากใจอะไร ดันคิดว่าดีเสียอีก ที่อีกฝ่ายจัดการเรื่องกังวลใจให้กลายเป็นเรื่องเล็กลงไปได้

แม้ว่าสถานะของทั้งคู่ ยังไม่มีความชัดเจนเลยก็ตาม

“เปลี่ยนแผนนิดหน่อย” หลังแบคฮยอนวางสายจากใครบางคน ชานยอลก็ได้ยินเสียงถอนหายใจยาวเหยียดตามมา ก่อนคนตัวเล็กเดินนำไปยังรถตู้คันใหญ่ ซึ่งจอดรอรับอยู่หน้าอาคารผู้โดยสาร ทั้งที่คุยกันไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าจะต่อซับเวย์เข้าเกียวโต อีกที แต่กลับกลายเป็นว่า ..

Good morning teacher

อู๋ ฝานคริส ยืนอยู่ตรงนั้น หนุ่มหัวโล้นเอ่ยทักทายพร้อมเปิดประตูรถออกด้วยท่าทีกวนประสาท และ โอ เซย์โฮ ที่เอี้ยวใบหน้าจากฝั่งคนขับกลับมามอบรอยยิ้มอบอุ่นให้- ซึ่งอี้ชิงนิยามเอาไว้ว่าสุดจะตอแหลนั่นเอง

สหายทั้งสี่หันไปขอคำอธิบายจากบอสใหญ่ในทันที

“พ่อนายก็เป็นซะแบบนี้” คำตอบและสีหน้าเหนื่อยหน่ายจากแบคฮยอนที่มองไปทางเซฮุน ทำให้ชานยอลเห็นเค้าลางของความโกลาหลที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ ยิ่งเมื่อคริสเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มมองเขาคล้ายกับหาเรื่อง อีกทั้งเซย์โฮที่จ้องตรงผ่านกระจกหลังด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ก็ยิ่งชัดเจนเข้าไปใหญ่ว่าชีวิตใน  เกียวโตต่อจากนี้ บันเทิง แน่นอน

Hey! Kim!” คริสที่นั่งเบาะหน้าคู่กับโอคนพี่หันกลับมามองแบคฮยอนอยู่ครู่ ก่อนจะเอ่ยทักญาติผู้น้องอย่างซึ่งปิดประตูขึ้นมาเป็นคนสุดท้าย “จะไม่ทักทายพี่แกหน่อยรึไง?”

และจงอินที่เพิ่งหย่อนก้นลงข้างบอสใหญ่ ก็เอนหลังแล้วเอาเท้าถีบเบาะของคนช่างสรรหาคำถาม “Hey bullxter

แต่หนุ่มหัวโล้นกลับยิ้มเยาะไม่ได้ใส่ใจคำประชดประชันนั่นสักนิด สิ่งที่เขาต้องการจะพูดน่ะ มันต่อจากนี้ต่างหาก “มาถึงก็ถ่อกลับบ้านเมียเลย แน่ไม่เบานี่หว่า”

จงอินฟาดถุงมือแสกกลางหน้าญาติสนิท “แล้วเมื่อไหร่ลุงจะเรียกตัวแกกลับแคนาดาซักที รกหูรกตาฉิบหาย” เหนือสิ่งอื่นใด เขาชักจะหงุดหงิดประโยคดูถูกแบคฮยอนจากคริสเต็มทน คนสันดานเสียแบบนี้ต้องเจอกันหน่อย

Watch your back. ฉันยังไม่คิดบัญชีแกเรื่องคราวก่อนนะไอ้ลูกหมา”

“ก็เอาดิ ครั้งนี้แกคงไม่ได้กินแค่หมัดแน่”

“แกจะกล้าสักแค่ไหนกันx! ไอ้คิม! ไม่ปารองเท้าสิวะ!

“รำคาญโว้ย!

เวลานี้สองพี่น้องไม่สนนักว่าเซย์โฮจะขับรถลำบากขนาดไหน พวกเขาเอาแต่สอดนิ้วเข้าปากอีกฝ่ายแล้วยืดแก้มกันออกจนน้ำตาเล็ด สลับกับดึงหูไปมาราวกับเด็กประถมแย่งลูกอม

ชานยอลและอี้ชิงหันมามองกันครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าหน่ายใจให้กับความวุ่นวายที่ไม่มีใครอยากเข้าไปยุ่ง และเพราะไม่รู้จะพักสายตาลงตรงไหนเพื่อให้ความรำคาญใจทุเลาลง ชานยอลก็เหลือบไปยังเส้นผมสีบลอนด์สว่างที่อยู่เบาะหน้าแทน เขาเห็นคนตัวเล็กหยิบนมกล้วยขึ้นมาถือเอาไว้อย่างเช่นทุกครั้ง ..

ในทีแรกชานยอลไม่ได้คิดอะไรนัก แต่พอเห็นเซย์โฮกำลังลอบมองแบคฮยอนผ่านกระจกหลังก็ดันเกิดอาการ หวง ขึ้นมาชอบกล

จะเป็นอะไรไหมนะ ..ถ้าเขาจะทำแบบนี้บ้าง

“แบคฮยอน”

เจ้าของชื่อนิ่งค้างไปชั่วขณะ นั่นเพราะหันไปเจอเข้ากับใบหน้าหล่อของ ชานยอลที่ยื่นเข้ามาใกล้จากทางด้านหลัง โดยมือใหญ่แอบฉกนมกล้วยไปถือเอาไว้ซะเอง อีกทั้งเสียงทุ้มที่ดังแนบชิด ทำเอาคนตัวเล็กขนอ่อนลุกไปทั้งแถบ

“ถ้าถึงแล้วปลุกหน่อยนะ” ริมฝีปากอิ่มพูดเฉียดใบหูขาวคล้ายต้องการกลั่นแกล้ง จนแบคฮยอนต้องหันหน้าเลี่ยงออกมาทางจงอินกับคริสที่ยังคงต่อปากต่อคำกันไม่เลิก

โดยที่บอสทาคาชิไม่รู้เลย ว่ามีคนขับรถกำลังทำสงครามย่อมๆ ใส่ชานยอลผ่านกระจกมองหลังอยู่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะคุณหนู”

เมื่อรถตู้คันใหญ่แล่นขึ้นเนินเขาอันเต็มไปด้วยต้นแปะก๊วยสีเหลืองอร่ามเต็มสองข้างทาง ซึ่งมองลงไปเบื้องล่างก็ตรึงสายตาไว้ด้วยความเจริญของเมืองเก่าทางวัฒนธรรมอย่างเกียวโต

ไม่ไกลนัก ชานยอลก็ได้หลุดอุทาน โว้ว ในใจให้กับทางเข้าต้นไผ่ซึ่งถูกประดับด้วยโคมไฟพื้นเมือง และสวนสไตล์ญี่ปุ่นขนาดย่อมอยู่ใจกลางเรียวกัง(โรงเตี๊ยม) สองชั้น ที่โอบองค์ประกอบทั้งหมดเอาไว้เป็นรูปตัวยู

เรียวกังมีชื่อในเกียวโตคือกิจการของครอบครัวแบคฮยอน

สถานที่ใหญ่โตกว้างขวางถูกห้อมล้อมไว้ด้วยต้นสนสีเขียวชอุ่ม สลับกับความแดงส้มของใบเมเปิ้ล และภูเขาลูกโตซึ่งตั้งตระหง่านเป็นฉากหลังอยู่รำไรสุดตื่นตา

ชานยอลผิวปากเสียงสูงและมองไปโดยรอบ พร้อมทั้งนึกทึ่งกับสิ่งเหนือความคาดหมายอีกอย่างในชีวิต บยอน แบคฮยอน ยิ่งเมื่อพนักงานสาวในชุดกิโมโนหลายชีวิตออกมาต้อนรับด้วยท่าทางนอบน้อม ก็ยิ่งคลายข้อสงสัยที่ว่า ทำไมผู้ชายตัวเล็กคนนี้ถึงมีวิถีการดำเนินชีวิตแตกต่างจากวัยรุ่นทั่วไป ได้กระจ่างชัด

“สวยมากเลยใช่ไหมครับ?” อี้ชิงเดินเข้ามากระแซะให้ชานยอลหลุดออกจากภวังค์ “ทุกอย่างคงความเป็นญี่ปุ่นยุคเอโดะเอาไว้ทั้งหมด แต่ความทันสมัยไม่แพ้โรงแรมชื่อดังเลยนะครับ”

“พูดแบบนั้นได้ไงล่ะเจ้าบ้า” จงอินเดินเข้ามาสมทบ ชายหนุ่มจัดการลากชานยอลให้เดินเข้าไปด้านในพร้อมกัน “โรงแรมมันสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเซฟค่าใช้จ่าย แต่ที่นี่น่ะ นอกจากกระเป๋าหนักแล้วยังต้องจองข้ามเดือนให้วุ่นวายอีก”

คำอธิบายของสองสหายได้ลอยเข้าหูซ้ายทะลุเข้าหูขวาตลอดการเดินไปยังห้องพัก นั่นเพราะภาพตรงหน้า ที่เซย์โฮกำลังแย่งกระเป๋าเดินทางจากแบคฮยอนไปถือเอาไว้ ได้ดึงความสนใจชานยอลไปจนหมด ถึงคุณหนูของบ้านจะตัดรำคาญโดยการปล่อยให้อีกฝ่ายทำตามใจก็เถอะ ..

แต่อย่าเข้าใกล้กันมากนักจะได้ไหมวะ

“ขออภัยค่ะคุณหนู นายท่านกับนายหญิงมีธุระด่วนแถวชานเมืองเลยไม่ได้แจ้งเอาไว้ค่ะ” หญิงสาวในชุดกิโมโนเอ่ยขึ้นเสียงสั่น ดูจากท่าทางกล้าๆ กลัวๆ กับการก้มหน้างุด แบคฮยอนก็พอคาดเดาได้ว่าเธอคงจะเริ่มทำงานที่นี่ได้ไม่นานเท่าไหร่

“ท่านจะกลับมาเมื่อไหร่ครับ?” คุณหนูเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสบายอย่างไม่ถือสาท่าทางเหล่านั้น มือเรียวเลื่อนบานกระตูห้องพักชั้นหนึ่งซึ่งติดกับสวนต้นไผ่ด้านหลังออก เพื่อให้สหายทั้งหลายเข้าไปทำธุระส่วนตัวเสียก่อน เว้นแต่เซฮุนที่เย็นนี้ต้องกลับบ้านตระกูลโอพร้อมกับพี่ชายและคริส

“..พรุ่งนี้ค่ะ"

“งั้นเหรอครับ?” สุ้มเสียงนุ่มรับคำคล้ายกับครุ่นคิดอยู่ในที “ห้องพักห้องนี้อยู่ในความดูแลของคุณรึเปล่า?”

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตากับเจ้านายที่เพิ่งเคยพบเป็นครั้งแรก สีหน้าถือดีที่ไม่คุ้นชินทำเอาเธอประหม่าจนหน้าซีดอย่างเห็นได้ชัด

“ช-ใช่ค่ะ”

“ขอบคุณมากนะครับ” ดวงตากลมโตของเธอเบิกขึ้นทันที เมื่อทายาทเพียงคนเดียวของเจ้านายโค้งตัวให้อย่างนอบน้อม “จากนี้ไปรบกวนดูแลเพื่อนของผม จนกว่าพวกเขาจะกลับด้วยนะครับ”

“ด-ได้ค่ะ” เธอโค้งตัวรับจนแทบหมอบกราบ ใจดวงน้อยเต้นแผ่วคล้ายจะดับลงเมื่อสัมผัสเข้ากับความอ่อนโยนตรงหน้า และเมื่อเธอลอบมองไปยังมุมระเบียงไม้อีกด้านก็ได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของเหล่าพนักงานเก่าแก่หลายคน เลยเพิ่งรู้เอา ตอนนั้นว่าถูกแกล้งเข้าให้แล้ว ทั้งคุณป้าผู้ดูแลที่แกล้งไม่สบาย หรือแม้แต่พี่สาวคนสวยที่หลอกว่านายน้อยของบ้านน่ากลัวยิ่งกว่าอะไร เธอไม่รู้เลยว่าจะงอนใครก่อนดี

แต่สิ่งหนึ่งที่รู้ก็คือ การรับน้องครั้งนี้คงจะผูกจิตผูกใจเธอเอาไว้ได้อีกนาน เช่นเดียวกับพนักงานทุกคนที่นี่

ชานยอลอมยิ้มมองภาพเหล่านั้นด้วยความรู้สึกที่พิเศษมากกว่าเดิม

 





 


 

ช่วงเวลาอาหารเย็นเริ่มต้นขึ้นด้วยบรรยากาศแปลกประหลาด

พวกเขารับประทานอาหารบนโต๊ะนั่งพื้นซึ่งถูกจัดเตรียมเอาไว้อย่างพิถีพิถัน ชานยอลพยายามทำเป็นไม่สนใจบทสนทนาเครือญาติ ที่เซย์โฮหยิบยกขึ้นมาพูดอย่างไม่รู้จักเบื่อ เลยแอบหรี่ตาให้กับภาพวาดฟูจิซัง(ภูเขาไฟฟูจิ)เรียบหรูบนผนังแทน  เพราะตรงมุมของผืนผ้าใบปรากฏลายเซ็น ซึ่งเขามองปราดเดียวก็จำได้ทันทีว่าของแบคฮยอนไม่ผิดแน่

นายน้อยของบ้านไม่ได้ปฏิเสธคำขอร่วมโต๊ะของเซย์โฮและคริสอย่างที่ชานยอลคิด แถมคนตัวเล็กยังให้เกียรติพี่ใหญ่ตระกูลโอในการนั่งหัวโต๊ะตามธรรมเนียมอีกด้วย

แน่นอนว่าชานยอลขอสลับที่กับอี้ชิงอย่างหน้าด้านๆ เพื่อจะได้นั่งข้างบอสทาคาชิ ซึ่งก็พอดิบพอดีกับคริสที่นั่งจ้องหน้าหาเรื่องอยู่ตรงข้ามกัน โดยมีจงอินคอยตบหัวตบหางคุมความประพฤติอยู่

“ฉันยังไม่ได้แสดงความยินดีกับผลคะแนนในปีนี้ของนายเลย” เซย์โฮโพล่งขึ้นระหว่างจัดการกับอาหารตรงหน้า แววตาระยิบระยับชวนเลี่ยนส่งถึงคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ฝั่งขวามืออย่างชื่นชม “เก่งจริงๆ เลยน้า แบคฮยอนของฉัน”

“ไม่หรอก” นัยน์ตาสีดำขลับยังคงสงบนิ่งเช่นเคย แบคฮยอนละสายตาไปมองเพื่อนตัวขาวซึ่งนั่งอยู่ซ้ายมือเซย์โฮ- ฝั่งตรงข้ามกัน พร้อมกดยิ้มให้เล็กน้อย “ควรชมเซฮุนมากกว่า”

“จริงด้วยครับ” อี้ชิงพูดขึ้นบ้าง แต่เลือกที่จะไม่สบตากับโอคนพี่เพราะไม่อยากเสียอารมณ์ทั้งที่พยายามมาแล้วเกือบทั้งวัน “ผมได้คะแนนอันดับ 2 ยังดีใจไม่เท่าเฮจัง ที่แซงจินจังขึ้นมาอยู่ที่ 4 เลยครับ”

“น้อยๆ หน่อย” จงอินเคาะตะเกียบ “ฉันออมมือให้หรอก ที่ 5 แล้วยังไง ที่ 5 แล้วไม่ใช่ลูกพ่อรึไง”

“แล้วใครคะแนนอันดับ 3 ฮึ?” เซย์โฮถามขึ้นหลังจากเอื้อมมือไปลูบผมสีดำขลับของน้องชายอย่างเอ็นดู

“อายานะ โทกะ” คริสชิงตอบแทรกอี้ชิง ด้วยการเน้นทีละพยางค์ ก่อนจะเบ้ปากใส่แบคฮยอนไปหนหนึ่ง

“ส่วนยอลจังยิ่งกว่าปาฏิหาริย์ซะอีกครับ”

“เจ็บนะเฟ้ย!” ชานยอลแหกปากน้ำตาเล็ดเมื่อถูกอี้ชิงยืดแก้ม  

“จากท้ายแถวขึ้นมาอยู่อันดับกลาง เก่งไม่เบาเลยนะครับเนี่ย”

ชานยอลไม่ได้ตอบอะไรกลับ เขาเพียงแค่ผลักหัวเพื่อนจอมโอเวอร์ไปที กลบเกลื่อนความขัดเขิน แล้วเลือกที่จะละเลยสายตามองเหยียดจากคริส และน้ำเสียงหัวเราะเยาะของเซย์โฮไป

นั่นไม่ใช่เพราะชานยอลควบคุมตัวเองได้ดีหรอก แต่เพราะฝ่ามือเรียวที่วางบนหน้าขาของเขาต่างหาก ชานยอลเลยต้องเทความสนใจอื่นทิ้งไป แล้วส่งมือใหญ่กลับไปกอบกุมความนุ่มนิ่มเอาไว้ บีบเบาๆ เพื่อให้อีกคนสบายใจว่าเวลานี้เขาจะไม่โมโหอย่างแน่นอน

การพูดคุยเป็นไปอย่างราบรื่นเสียจนนึกแปลกใจ จะมีแต่คริสเท่านั้นที่คอยฉกของกินจากชานยอลไปเสมอ ถึงจะไม่มีคำพูดกวนประสาทอย่างที่เตรียมรับมือเอาไว้ แต่เจ้างั่งหัวโล้นก็ทำตัวเหมือนเด็กเพี้ยนขาดความอบอุ่นได้อย่างต่อเนื่อง

“แบคฮยอน” คนถูกเรียกหันไปตามเสียง เขาเห็นจงอินส่งซิกให้ครั้งหนึ่งพร้อมกับยิ้มมุมปาก และคนตัวเล็กเหมือนจะรู้ความหมายของมันดี

“ตามใจนายเถอะ” สิ้นคำและรอยยิ้มรู้ทันของบอสทาคาชิ จงอินก็ร้อง “เยส! ขึ้นมาในทันใด พร้อมกับหันไปบอกพนักงานดูแลแถวนั้นด้วยน้ำเสียงกระปรี้กระเปร่า

“ขอเบียร์หน่อยครับ”

ตามคาดว่าพวกคออ่อนอย่างอี้ชิงและเซฮุนปรบมือต้อนรับแอลกอฮอล์หลายขวดที่ถูกยกมาตั้งตรงหน้า ทว่าดันมีขวดดินเผาแปลกปลอมปนมาด้วย มารู้เอาทีหลังว่าคริสสั่งสาเกเพิ่มอีกคน และยังไม่ทันที่ชานยอลจะได้ยกเบียร์ขึ้นจรดริมฝีปาก ..

“เฮ้ย” ก็ถูกคริสเรียกเอาไว้ซะก่อน หนุ่มหัวโล้นกระดกสาเกดีกรีแรงขึ้นซดจนหมดแก้วเล็ก ก่อนจะยักคิ้วส่งมาทางชานยอลเพื่อเป็นการท้าทายอย่างหนึ่ง

“หน็อย” ชายยอลหน้ากระตุก คนอย่างเขาไม่มีทางทำตามคำยั่วยุอะไรไร้สาระพรรคนั้นเด็ดขาด! เพราะถึงสุราไม่ได้สร้างวีรบุรุษ แต่วีรบุรุษก็ขาดสุราไม่ได้ จะเป็นเรื่องจริงอยู่บ้างก็ตามที

.

.

.

อึก .. อีกแก้ว!

ใช่มันคือเรื่องจริงอยู่บ้าง แต่ชานยอลก็กระดกลืมตายแข่งกับคริสอย่างไม่ยอมลงให้กันซะอย่างนั้น ชายหนุ่มจับขวดดินเผาเอาไว้ แล้วยืดตัวไปรินสาเกให้คริสที่ถือแก้วรออยู่อีกฝั่งตามมารยาท ถึงแม้การคั่นรายการขณะรินจะเป็นสายตาที่ฟาดฟันกันจนแทบจะคว้าคออีกฝ่ายมาเขย่าทิ้งก็เถอะ

“ไอ้เอิ๊ก! กระจ๊อก!

“พูดแบบนี้ ..ก็สวยซีวะ!

สุดท้าย ก็เมาเละแพ็คคู่ แต่ติดที่คริสจะอาการหนักกว่า ส่วนสองเพื่อนซี้คออ่อนได้ทำการเนรเทศตัวเองลงไปกองกับพื้นห้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชานยอลพยายามพยุงหัวหนักๆ เอาไว้ไม่ให้หน้าทิ่มลงไปอีกคน เขามองเห็นคริสนอนแผ่ไปอีกด้านอย่าง  หมดท่าแต่ปากก็เอาแต่พร่ำด่ากันไม่หยุด

จงอินหายหัวไปสักพักแล้ว ชานยอลจำได้ว่าเพื่อนผิวบรอนซ์ขอตัวไปรับสายตรงจากโอซาก้า คาดว่าต้องโดนบ่นจนหูชาอยู่แหง เพราะนานเกินกว่าจะคุยเรื่องของฝากอย่างที่เจ้าตัวอ้างเอาไว้

ส่วนแบคฮยอนก็เพิ่งจะเดินกลับเข้ามานั่งลงทีเดิม หลังจากออกไปคุยธุระกับผู้จัดการเรียวกัง คนตัวเล็กมีท่าทีแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นกลุ่มผมสีดำของชานยอลโงนเงนไปมา ก่อนจะผลุบเอาแก้มแนบลงบนโต๊ะในที่สุด

พอเห็นแบบนั้นมือเรียวก็หวังจะเอื้อมไปจับตัวชานยอลที่หลับตาอยู่ ..

ทว่าดันมีมือใหญ่ของเซย์โฮที่นั่งจิบเบียร์เงียบๆ คว้าเอาไว้เสียก่อน

แบคฮยอนไม่ได้ตกใจกับการกระทำบุ่มบ่ามที่ได้รับ กลับกันเขาออกจะชินเสียด้วยซ้ำกับความเอาแต่ใจของพี่ชายตระกูลโอคนนี้

“พี่ดีใจนะที่เรายอมกลับบ้าน” สรรพนามและน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป ไม่ได้ทำให้สีหน้าของคนตัวเล็กคลายลงแม้แต่น้อย แบคฮยอนทำเพียงแค่หลุบตาต่ำลงเพื่อมองข้อมือของตัวเองที่ถูกจับเอาไว้แน่น

“ฉันไม่ได้กลับมาเพราะนาย” ตอบด้วยน้ำเสียงห้วน แบคฮยอนไม่พอใจท่าทางเสมือนมีความสุขอยู่เต็มประดาของอีกคนนัก แต่ก็รู้อยู่เต็มอกว่าคำพูดแค่นี้ทำอะไรคนอย่าง โอ เซย์โฮ ไม่ได้

“อย่างน้อยเราก็กลับมาจริงไหม?” นัยน์ตามีเสน่ห์ทอประกายขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ “เราควรกลับมาทุกเดือนพฤศจิกาฯ พี่จะพาเราไปดูใบไม้แดงให้ทั่วเหมือนที่เราชอบทำกันตอนเด็กๆ”

“ฉันไม่อยากคุยเรื่องเก่า”

“ไม่เอาน่า” น้ำเสียงแหบทุ้มยังเจือความอารมณ์ดีเอาไว้ไม่ขาด “พี่คิดถึงเรามากเลยรู้ไหม?”

“ไม่รู้หรอก” แบคฮยอนสวนทันควัน “ปล่อยได้แล้ว”

“ทำเสียงดุอีกแล้ว เคารพพี่บ้างสิครับ”

คนตัวเล็กยกยิ้มขึ้นคล้ายกับดูแคลน เขาชักมือออกจากการเกาะกุมที่ถูกคลายออก และลุกขึ้นเพื่อเอ่ยปากขอแรงพนักงานให้ช่วยแบกอี้ชิงและชานยอลไปไว้ห้องพัก

ก่อนจะทิ้งท้ายคำพูดเอาไว้ให้หนุ่มผมบลอนด์อารมณ์ดีได้คิด

“ฉันจะทำก็ต่อเมื่อพอใจเท่านั้นแหละเซย์โฮ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ฉันนึกว่านายเมาซะอีก”

ทันทีที่เลื่อนบานประตูโชจิออก แบคฮยอนก็ต้องแปลกใจที่เห็นดวงตาคมมองตรงมาแบบไม่กระพริบ ทั้งที่ควรหลับไปแล้ว

นายน้อยของบ้านได้ยินอี้ชิงส่งเสียงครางตลกๆ อย่าง “ไดจาง ไดจาง” ออกมา บอกให้รู้ว่าเจ้าตัวกำลังหลับลึก ส่วนจงอินที่ไม่รู้กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่- ก็นอนประกบอีกข้างหนึ่ง หายใจเข้าออกสม่ำเสมออยู่เช่นกัน

“แค่มึนๆ น่ะ แล้วก็โดนเช็ดตัวแรงไปหน่อย” ชานยอลยังคงจ้องเขานิ่งคล้ายกับมีอะไรในใจ ดูผิดปกติไปมากที่อีกคนเอาแต่มองมาด้วยสายตาสงสัยไม่ลดละ

“จะถามอะไร?”

“ให้ตายสิแบคฮยอน” ชายอลกลอกตา “นายอ่านใจคนออกจริงเหรอ?”

คนถูกกล่าวหาหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อย “ว่ามาเถอะ”

ชานยอลมองตามคนตัวเล็กที่ค่อยๆ นั่งลงข้างกัน ชั่งใจอยู่ครู่กับความคิดในหัวที่กำลังเรียบเรียงให้เป็นประโยค เพื่อไม่ให้ดูละลาบละล้วงจนเกินพอดี แต่เมื่อเห็นอีกคนกำลังตั้งตารออยู่ เขาก็ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างปลดปลง ก่อนตัดสินใจถาม  บางสิ่งที่ค้างคาออกไป

“นายยังชอบหมอนั่นอยู่รึเปล่า?”

ไม่พูดชื่อก็รู้ว่าชานยอลหมายถึงใคร แบคฮยอนหลุบตาต่ำ เขาใช้เวลาประมวลผลกับคำถามนั่นอยู่ครู่หนึ่ง

“เมื่อกี้นายได้ยิน?”

“ก็นะ”

 

อย่าหาว่าฉันสอดเลยนะ

แกสอดจงอิน

เออน่ะ จะฟังไม่ฟัง?

ฟังซีวะ

เรื่องสองคนนั่น เขาไม่เคยใช้คำว่าคบกัน แต่มันค่อนข้างที่จะพิเศษ

 

“ฉันแค่ลองถามดู ถ้านายอยากตอบตอนไหนก็ตอนนั้น” ชานยอลพยายามต่อประโยคด้วยน้ำเสียงสบาย ทั้งที่ในใจร้อนรนจนแทบคลั่ง แต่รอยยิ้มติดเจ้าเล่ห์หน่อยๆ ที่ผุดขึ้นบนริมฝีปากบางทำให้หนุ่มลูกครึ่งชักไม่แน่ใจนักว่าควรรู้สึกอย่างไรต่อ

“ถ้าเกิดว่าฉันยังชอบล่ะ?”

“...”

“นายจะทำยังไง?”

“ฉันทำอะไรได้ด้วยรึไง?”

 

ดูเหมือนโอคนพี่จะนอกใจแบคฮยอน

 

แบคฮยอนมองคนตัวโตที่เอาแต่นอนเบ้หน้าเบ้ตาฮึดฮัด แล้วก็อดที่จะอมยิ้มไม่ได้ พวกเขาอยู่ด้วยกันบ่อยจนรู้ว่าอีกคนคิดอะไรอยู่ คนอย่างชานยอลน่ะ ทีจะพูดตรงก็ตรงเสียจนเขาชะงัก ทีจะยั้งปากก็ยั้งไม่ดูสถานการณ์เสมอ ไม่พอดีสักอย่าง

เห็นแบบนั้นแล้วแบคฮยอนจึงลองโน้มลงไปจ้องใบหน้าหล่อใกล้ๆ ให้ได้กลั้นหายใจกันเล่นๆ

“อดีตมันเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว และฉันก็จะทำให้มันผ่านเลยไป”

“...”

“ฉันชอบปัจจุบันนะชานยอล”

คำพูดหลายนัยยะและมุมปากเรียวที่ถูกกดลึก เร่งให้คนฟังเลือดสูบฉีดไปทั่วร่างกาย แบคฮยอนเป็นเหมือนคนโรคจิตที่ชอบทรมานหัวใจชานยอลให้เต้นแรงด้วยคำพูดมีชั้นเชิง แถมยังทำหน้าตายอยู่อีหรอบเดิมคล้ายกับไม่ยอมรับผิดชอบในสิ่งที่ทำลงไปอีก

น่ารักนักใช่ไหม?

ชานยอลนึกหมั่นเขี้ยวในใจก่อนจะคว้าข้อมืออีกคนแล้วลากเข้ามาใกล้ เขาเปิดผ้าห่มออกแล้วตบปุๆ ลงไปยังพื้นที่ว่างข้างตัวเพื่อให้แบคฮยอนรู้ว่าตัวเองต้องการอะไรต่อจากนี้

“เดี๋ยวสองคนนี้ก็ตื่นหรอก” ตาเรียวเหลือบมองแผ่นหลังเพื่อนทั้งสองไปมา

“ใครสน” ทว่าใบหน้าคมคายกลับไม่ได้เกรงกลัวเลยสักนิด ซ้ำยังส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้อีกต่างหาก

เสียงลอบถอนหายใจหนักๆ หรือจะสู้การเอาตัวสอดเข้ามาในความอบอุ่นภายใต้ผ้านวมหนาผืนเดียวกัน ชานยอลคว้าเอวคนตัวเล็กให้เข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้น กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ จากแบคฮยอนทำให้เคลิ้บเคลิมไม่เบา มอมเมาเขาได้มากกว่าความแรงในกระแสเลือดตอนนี้เสียอีก ทุกอย่างกระตุ้นให้ชานยอลพาลอยากแกล้งอีกคนโดยการออกแรงกอดแน่นๆ จนบอสใหญ่ได้แต่ยื้อตัวเอาไว้

“อึดอัด”

“อุ่นจะตายไป” หนุ่มลูกครึ่งผละตัวออกเล็กน้อย แล้วใช้ฝ่ามือใหญ่ประกบใบหน้าเรียวเอาไว้

ภายในห้องที่มีเพียงแสงพระจันทร์เล็ดลอดเข้ามา นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องเข้าไปยังความดำขลับของห้วงอวกาศที่แบคฮยอนเป็นคนครอบครองอยู่ ยิ่งจดจ้องยิ่งดำดิ่ง เป็นแบบนี้เสมอยามเมื่อสบตากัน

แบคฮยอนชักจะมีอิทธิพลกับเขาเกินกว่าจะแก้ไขซะแล้ว

ชานยอลไม่รอให้อีกคนเปิดปากประท้วง เขาเลื่อนใบหน้าเข้าใกล้ แล้วกดจูบแรงๆ ลงบนริมฝีปากบาง ความร้อนที่แผ่ไปทั้งอุ้งมือและการถลึงตาเล็กๆ ทำให้เขารู้ว่า ภายใต้ใบหน้าที่เก็บอาการเหล่านั้น แบคฮยอนกำลังข่มไม่ให้ตัวเองยิ้มหนักขนาดไหน

 

“ฉันก็ชอบปัจจุบันไม่ต่างจากนายหรอกแบคฮยอน”

 

ปาร์ค ชานยอล น่ะไม่ได้เป็นเจ้าบ้าเสมอไปหรอกนะ :)

 




© themy butter
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 183 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,343 ความคิดเห็น

  1. #2324 Blu_parkchan1 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 00:30
    น่ารักแง่ๆ
    #2,324
    0
  2. #2298 Phosphr. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:53
    ชอบความที่กิ้ฟชานยอลต้นตอนมีความผัวขึ้นเรื่อยๆจากตอนแรก แง้้้
    #2,298
    0
  3. #2108 midora (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / 16:11
    ชอบให้เขินตอนท้ายๆตลอดเลย... อยู่กับปัจจุบันอะดีสุดแล้ว อิอิ
    #2,108
    0
  4. #2073 Zinzuko Nanthi (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 15:43
    แบคซังก็น่ารักๆขึ้นทุกตอน ฮือ
    #2,073
    0
  5. #2038 kmxiioxe_ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 12:32
    เกลียดดดดดเซย์โฮเหมือนเดิม แต่ขอบคุณที่ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาค่ะ ฮิฮิ เขินทุกตอนแทนบอสเลยค่ะะะะ
    #2,038
    0
  6. #1945 Tongdchr (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 14:33
    นั่นไง ว่าแล้วว่าโอคนพี่มันยังไงๆ
    #1,945
    0
  7. #1928 PINKLAND (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:24
    เขิงงงงงง
    #1,928
    0
  8. #1904 Kyss (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:00
    ลึกๆแล้วชานยอลหื่นนะคะบอส55555
    #1,904
    0
  9. #1884 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:18
    "ฉันชอบปัจจุบันมากกว่านะ"โอ้วววคำพูดนี้ช่างกินใจเหลือเกินนนน
    #1,884
    0
  10. #1852 pcy921 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 19:17
    พี่เขาคือคนเคยพิเศษสินะ
    #1,852
    0
  11. #1784 P.kiml (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 11:09
    โอ๊ยเขินนนนนนนนนนนน คือชอบปัจจุบันหรือชอบกันเองคะ 
    โอยยน่ารักไปอีกอ่ะ  เมื่อไรจะชัดเจนกว่านี้  
    #1,784
    0
  12. #1767 snowtears (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 กันยายน 2559 / 15:16
    กรี๊ดดดดดด เขินนนนนน เขินซ้ำไปซ้ำมา เขินเป็นบ้าเป็นบอ ㅠㅠ

    ชอบความชัดเจนของแบค ฮือออออออ ว่าแต่นางก็โชคร้ายจริงเลย ทั้งๆที่ดูเหมือนจะอ้านคนขาดดันพลาดท่าตกหลุมรักหนุ่มกะล่อนไปถึงสองคนได้ ไปค่ะชานยอล ไปดามใจแบคนะ
    #1,767
    0
  13. #1743 pim pimmi (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2559 / 07:07
    พวกบ้าาาา เขินโว่ยยยย ><
    #1,743
    0
  14. #1697 joylnr (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 20:13
    ง๊าาาาาาา เขินนนนนนนน ชานแบคน่ารักอ่ะ ชอบแบคเวลารู้ทันชานอ่ะ ชอบคาแรกเตอร์แบค
    #1,697
    0
  15. #1670 『 BLACK PEARL』 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 03:02
    ความละมุนความขี้หึงขี้หวงนี้อรั้ยยยย-/-
    #1,670
    0
  16. #1615 babemay (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 14:02
    รู้สึกคริสดูไม่มีพิษมีภัยเท่าเซย์โฮ.. แต่เหนือสิ่งอื่นใดชานแบคจูบกัลอีกแล้วววว เขิน น่ารักกันจริงๆ
    #1,615
    0
  17. #1475 ` PuGun. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 14:12
    กริ้ดดดดดดดดดด เราก็ชอบปัจจุบันนนะ -///- ฮื่อเขินนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
    #1,475
    0
  18. #1437 fern101fern (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:51
    ตอนแรกที่ไรท์บอกหน้าเหมือนเซฮุน สมองเราคิดถึงลู่เลย เราขอโทษ ._.
    #1,437
    0
  19. #1233 แบคแมน (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 มกราคม 2559 / 21:40
    กลับไปที่ชอบๆเถอะเซย์โฮ แต่ต้องไม่ใช่ที่นี่นะ เขาทั้งสองชอบปัจจุบันอ่ะนะ อิอิ
    #1,233
    0
  20. #1073 NANOI•★•My Kwon♥ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2558 / 20:09
    ทอร์คของไรท์นี่ดูมีความย้อนแย้งในตัวสูงจังเลยนะคะ. คึคึ เราไม่ชอบเซย์โฮเลย ดูเป็นคนตื้อหน้าตายที่น่ารำคาญมากๆๆ ได้แต่คอยเชียร์ยอลจังให้รุกแบคซังหนักๆ
    #1,073
    0
  21. #989 `ตูดหมึก (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2558 / 00:34
    ชอบจังงงงง ปัจจุบันต้องดีกว่าอยู่แล้ว!
    #989
    0
  22. #914 'schdapt (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 15:47
    เห้ยย ไม่ธรรมดา อยู่กับปัจจุบันหรรษานะคุณ
    55555555555555555555555555555555
    โอ้ยเขินหว่ะ นิดๆเบาๆทำเอาเขินบิดชะมัด
    #914
    0
  23. #910 `พ่อตาสระอิ:') (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 01:36
    หั้ยย้ะ
    #910
    0
  24. #842 Limemanow (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2558 / 09:30
    ชอบแบคซังคะ ชอบชอบ
    #842
    0
  25. #841 yc.park (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2558 / 01:46
    เรา #ทีมยอลจัง
    คนในวัยเด็กจะมาสู้คนปัจจุบันได้ไง
    จริงมั้ยคะบอสสสส
    #841
    0