(END) TAKASHI (たかし) - chanbaek ft. kailayhun

ตอนที่ 14 : takashi-san : fourteen

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,771
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 141 ครั้ง
    16 ม.ค. 64


คำทำนายของคุกกี้เสี่ยงทายครั้งที่สิบสี่

We should look at reality, not dreams"

เราจงมองหาความจริง ไม่ใช่ความฝัน

- The Age Of Innocence -

 

.. ชานยอลยกมือขึ้นปิดปากและครุ่นคิด ..




 

 


 

 

 

วันนั้น ..

ในใจของชานยอลเหมือนมีดอกไม้ไฟหลายร้อยดอกถูกจุดขึ้น

ให้ตายเขาได้สัมผัสริมฝีปากนุ่มนิ่มและได้ลิ้มรสนมกล้วยจากปลายลิ้นเล็กของแบคฮยอน เขาทำมัน ..ราวกับกระหายสิ่งนั้นมาเนิ่นนาน ในอกมีแต่ความรู้สึกอยากที่จะตะกุยตะกายทำสิ่งเดิมอยู่ซ้ำๆ อย่างไม่รู้จักเบื่อ

ยิ่งเมื่อมือบางสอดเข้ามาในกลุ่มผมดำ บีบคลายจังหวะตามแรงที่ได้รับราวกำลังคล้อยตามกัน ชานยอลก็ยิ่งย่ามใจเข้าไปใหญ่

เพราะการตอบรับที่ได้ หมายความว่าแบคฮยอนก็คงคิดไม่ต่างกัน

แต่พอมือใหญ่เลื่อนลงต่ำตามสัญชาตญาณ ชานยอลก็ได้พบเข้ากับความจริงอันเที่ยงแท้ของคำว่า บยอน แบคฮยอน อีกครั้ง

 

 

อุ่ก!’ เขาโดนเข่าเล็กเหนี่ยวเข้ายังกลางลำตัวเต็มเปา!

ชานยอลตัวงอพร้อมทั้งกุมน้องชายดิ้นพล่าน เขามองไปยังดวงตาเรียวฉ่ำน้ำ ซึ่งเกิดจากอารมณ์ภายใน แบคฮยอนใช้หลังมือเช็ดริมฝีปากอย่างไม่รีบร้อนนัก ก่อนจะพูดขึ้น

 

ได้ทีเอาใหญ่เลยนะ

 

นาทีนั้นชานยอลอับอายจนอยากกระโดดระเบียงหนีให้ฟ้าฝ่าตายไปซะ แต่เมื่อเจ้าบ้านลุกขึ้นพันผ้าเช็ดตัวเข้าที่เอวไว้ดังเดิม ก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาหาแล้วดีดหน้าผากของเขาด้วยแรงอันน้อยนิดราวกับผู้ใหญ่หยอกเด็ก ชานยอลก็ได้รู้ว่าริมฝีปากบวมแดงตรงหน้าไม่ได้ใจร้ายอย่างที่คิด

ไปอาบน้ำกัน

คล้ายการเชิญชวนกลายๆ ให้ชายหนุ่มได้ครั่นเนื้อครั่นตัวเล่น

แต่เปล่าเลย มันจบลงด้วยการที่พวกเขาแช่น้ำกันตามปกติเพียงเท่านั้น โดยมีสามสหายยังคงนั่งไล่เธอคนนั้นอยู่ไม่ไปไหน

 

“เป็นอะไรไปครับยอลจัง?” อี้ชิงถามขึ้น หลังจากสังเกตเห็นเพื่อนตัวสูงจ้องเขม็งไปยังแผ่นหลังเล็กของแบคฮยอนไม่วางตา

บอสทาคาชิคงไม่รู้ตัวว่าช่วงหลัง มีเจ้าบ้าขอบตาคล้ำ ที่นัยน์ตาขาวเต็มไปด้วยเส้นเลือดแดงจดจ้องอยู่แทบตลอดเวลา

ชานยอลจ้องเพราะกำลังหาเรื่องยังไงล่ะ!

ก็แบคฮยอนน่ะ เก็บความรู้สึกเก่งเกินไปแล้ว!

“ยุ่งน่า” คนนอนน้อยตอบปัด แล้วเดินเข้าไปใกล้แผ่นหลังบอสใหญ่มากขึ้น ตามมาด้วยเสียงก่นด่าจากจงอินให้ได้ยินโต้งๆ กันเลยว่า “งี่เง่า”

เขาจ้อง ..จนหน้าแทบจะจมลงไปกับท้ายทอยคนตัวเล็ก จนกระทั่งเดินเข้าคลาสนั่นแหละ ค่อยผละออกแล้วแนบหน้าลงกับโต๊ะหลับเป็นตาย

พวกเขาผ่านการพรีเซนต์โปรเจคสุดหินในเทอมแรกอย่างไม่มีปัญหา แน่นอนว่าสมาชิกในกลุ่มประหลาดอย่างทาคาชิและหนึ่งผู้ติดตาม(ถูกเลื่อนขั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้) ดูท่าจะตื่นเต้นน้อยกว่ากลุ่มอื่น คงเพราะพวกเขาแบ่งงานกันทำอย่างจริงจัง และการประชุมโคอิในแต่ละเดือนก็ช่วยเอาไว้ได้มาก

อี้ชิงเป็นหนึ่งคนในกลุ่มที่แบคฮยอนวางใจให้พรีเซนต์เปิดงานทุกครั้ง เพราะความสดใสเป็นทุ่งดอกไม้ของเพื่อนชาวจีน สามารถชักจูงความสนใจจากผู้ฟังได้มาก ส่วนเซฮุนที่ถนัดปฏิบัติก็เทสโปรแกรมได้อย่างคล่องแคล่วไร้ซึ่งความเฉื่อยต่างจากปกติ โดยมีจงอินซึ่งทิ้งลุคหนุ่มปากเสียคอยหนุนหลังป้องกันข้อผิดพลาดให้เสมอ

และไม่น่าเชื่อว่าคนที่ดูเหมือนจะเป็นตัวถ่วงให้กลุ่มอย่างชานยอล สามารถโต้จุดติของเดโม่โปรแกรมจนเซนเซย์เถียงไม่ออก แม้จะหลุดภาษาอังกฤษบ่อยก็ตามที

ส่วนแบคฮยอน รายนั้นมานิ่งแต่เฉียบขาดทุกการกระทำ ไม่มีคำอธิบายไหนที่ออกจากปากเล็กแล้วถูกแย้งคืนแม้แต่เรื่องเดียว

และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแบคฮยอนคุมงานได้ดี ถึงขั้นทำให้ชานยอลผู้ซึ่งติดไอเป็นว่าเล่น คะแนนพุ่งพรวดจนมิโดริยะยังต้องหลั่งน้ำตาออกมา

ลมหนาวผ่านเข้ามาทักทายในเทอมใหม่อย่างรวดเร็ว

ชานยอลใช้เวลาอยู่กับกลุ่มคนที่เคยเรียกว่าเอาไว้ว่า เจ้าพวกทาคาชิ จนใกล้จะครบขวบปีเข้าไปทุกที ระดับความสนิทสนมพุ่งทยานจนรู้ไส้รู้พุงกันแทบทุกอย่าง คนพวกนี้เข้ามาละลายพฤติกรรมของชานยอลให้เปลี่ยนแปลงไปทีละนิดอย่างไม่น่าเชื่อ แน่นอนว่าคุณนายปาร์คเอามือทาบอกทุกครั้ง เมื่อเห็นว่าลูกชายของเธอเป็นผู้เป็นคนขึ้นอย่างน่าตกใจ

และหากถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างหนุ่มลูกครึ่งกับบอสทาคาชิ ตอบให้เข้าใจอย่างหยาบ ก็คงต้องใช้คำว่า คลุมเครือแบบสุดๆ เพราะเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่นๆ การวางตัวของทั้งคู่ไม่แตกต่างจากสถานะเพื่อนทั่วไป แบคฮยอนยังคงความสุขุมเอาไว้ได้เช่นเคย และชานยอลก็ยังทำหน้าที่ฝาแฝดคิมจงอินได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

แต่อย่าได้คลาดสายตาไปไหนไกลเชียว เพราะหากสบโอกาสให้ชานยอลได้มีเวลาปีนระเบียงข้ามไปยังห้องแบคฮยอนเมื่อไหร่ล่ะก็ ..

 

ฉันไม่อยากอ่านหนังสือบ้านี่แล้วแบคฮยอน!’

ทำไม?

ชีวิตมันเหนื่อย ห่อเหี่ยว แถมยังท้อแท้

อย่าอ้อมค้อม

...

อยากได้อะไรก็ว่ามา

 

คงไม่มีใครนึกฝันมาก่อนว่าเบื้องหลังจะออกมาในรูปแบบนี้

อีกหนึ่งข้อที่ชานยอลควรรับรู้เอาไว้และจำให้ขึ้นใจก็คือ แบคฮยอนเป็นผู้ให้เสมอ บอสทาคาชิไม่ได้เล่นตัวเลยสักนิด- ไม่เลย หากเป็นเรื่องที่เหมาะสมกับพวกเขาทั้งสอง

คืนนั้นเป็นช่วงเวลาปลายปีที่หิมะตกหนัก ทั่วทั้งโตเกียวถูกประดับประดาไปด้วยของต้อนรับปีใหม่และงานเทศกาลแสนคึกคัก

แต่ในห้องนอนของบอสทาคาชิซึ่งถูกกั้นด้วยกระดาษโชจิ

กลับมีชายหนุ่มตัวสูงนอนอมยิ้มมองคนตัวเล็กในอ้อมกอดอยู่

เป็นครั้งแรกที่ชานยอลลองใช้ความงี่เง่าของตัวเองให้เป็นประโยชน์ ทำเป็นเนียนขอนอนกอดเพราะ อยากได้กำลังใจ โดยที่เจ้าของห้องก็ยอมอยู่เฉยๆ ให้อีกฝ่ายใช้จมูกคลอเคลียไม่ห่างไปไหนทั้งคืน

ในช่วงแรก ชานยอลคิดว่าความสัมพันธ์ซับซ้อนที่เป็นอยู่ ดูท่าจะแย่เข้าไปทุกที เพราะไม่ว่าแบคฮยอนจะทำอะไร เขาก็รู้สึกว่าตัวเองจะเป็นบ้าตายเสียให้ได้ ชานยอลมองแบคฮยอนน่ารักและทำอะไรก็มีเสน่ห์ไปหมด ทำให้หลายครั้งต้องคอยห้ามใจตัวเองไม่ให้คิดเกินเลยไปไกลมากนัก

แต่พอย่างเข้าปลายเทอมสอง แบคฮยอนก็ยังไม่ผลักไสชานยอลไปไหน เขาเลยได้แต่ปล่อยให้ความรู้สึกดีแบบนี้ดำเนินต่อ ตามแต่จะเป็นไป

“แล้วสภาพอดหลับอดนอนแบบนี้คืออะไรวะ?”

อย่างที่รู้กันว่าชายหนุ่มวัยกลัดมันมักจะมีอารมณ์ซ่อนเร้นบางอย่าง อีกทั้งการอยู่ใกล้คนที่ตัวเองชอบอยู่ทุกวัน ได้แนบชิดกันบ้างในบางคืน แต่อย่างมากสุดก็ทำได้เพียงแค่จูบเท่านั้น เลยเป็นเรื่องค่อนข้างยากที่จะข่มไม่ให้อารมณ์ภายในพลุ่งพล่านได้

ชานยอลยอมรับ เขาต้องแอบล็อคประตูเพื่อช่วยตัวเองอยู่บ่อยครั้ง

แน่ละ เพราะการสัมผัสตัวกันในบางทีก็เกินกว่าจะควบคุมได้ และยิ่งไปกว่านั้น แบคฮยอนก็ดันฉลาดเกินมนุษย์ คนตัวเล็กมักจะใช้สายตาล้อเลียนเขาทุกครั้งเมื่อเสร็จกิจ

 

ใช่เลย ..แบคฮยอนรู้เรื่องความอับอายทั้งหมดที่เขาทำ

 

นั่นคือสาเหตุที่ทำให้ชานยอลมีอาการผิดปกติในระยะนี้

 

ชายหนุ่มตัวสูงกลอกตาให้กับคำพูดของจงอิน แล้วซบหน้าลงไปอีกครั้ง

“ลุกขึ้นมาได้แล้วโว้ย” หนุ่มโอซาก้าเคี่ยวเข็ญ เมื่อเห็นว่าชานยอลเริ่มเลื้อยไปหาเซฮุนที่นั่งอยู่อีกด้าน “ยัดขนมจากแฟนคลับแกเข้าปากไปซีวะจะได้ไม่ง่วง”

เป็นที่พูดกันโดยทั่วว่าสมาชิกใหม่ของทาคาชิคือ ปาร์ค ชานยอล คงเพราะผลจากการออกกำลังกายและทำทุกอย่างตามที่เทรนเนอร์จำเป็นทั้งหลายกำชับ เลยทำให้ชายหนุ่มผู้มีพัฒนาการด้านบุคลิกติดลบ สามารถตะเกียกตะกายขึ้นมาอยู่ในระดับนายแบบได้อย่างไม่น่าเชื่อ

เรียกได้ว่าในตอนนี้ทาคาชิทั้งกลุ่มสามารถเป็นอาหารตาให้แก่บรรดานักศึกษาทั้งหลายได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเดินไปที่ไหนก็ตาม

แต่สายตาที่มักจับจ้องพวกเขา กลับถูกดึงความสนใจไปยังชายหนุ่มตัวสูงอีกคนซึ่งกำลังวิ่งตรงเข้ามา

เขามีร่างกายสูงใหญ่ไม่ต่างจากชานยอล และมีผมบลอนด์สว่างเช่นเดียวกับแบคฮยอน ชายหนุ่มคนนั้นวิ่งโบกไม้โบกมือตรงเข้ามาด้วยท่าทางเบิกบาน และดูท่าว่าเป้าหมายในครั้งนี้จะเป็นบอสใหญ่ซึ่งยืนอยู่ข้างหน้าชานยอลซะด้วย

และเมื่อวงแขนกว้างทำทีจะโอบรัดคนตัวเล็กเข้ามาไว้ในอ้อมกอด ..

แบคฮยอนกลับเบี่ยงตัวหลบ จนทำให้เขาคนนั้น ..

หมั่บ!

กอดชานยอลเอาไว้เต็มรัก!

“แบคซังของฉัน” คนกอดผิดตัวยังไม่รับรู้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น แถมยังเอาหน้าแนบไปยังแก้มของชานยอล- ที่กำลังหลับตาข่มอารมณ์หงุดหงิดเอาไว้อย่างใจเย็น

ชานยอลหันควับมองแบคฮยอนที่ยกไหล่ทิ้งความรับผิดชอบอยู่ข้างๆ

เออ ให้มันได้แบบนี้ซีวะ!

ผู้ชายคนนั้นเอาแต่ทำเสียงน่าขนลุก “แบคซังอย่างงั้น แบคซังอย่างงี้” จนชานยอลทนไม่ไหว เลยต้องเสยคางเข้าให้หนึ่งที แขกผู้มาเยือนลอยละลิ่วลงไปนอนกองกับพื้นอย่างสวยงาม

“เห?” หนุ่มผมบลอนด์ผิวขาวจัด กุมคางตัวเองแล้วร้องเสียงสูง เขามองหน้าคนทำร้ายร่างกายตัวเองอย่างแปลกใจ “ไม่ใช่แบคซังนี่นา” แต่ก็ทำเมินหันไปหาเซฮุนที่ยืนอยู่แถวนั้น แล้วรั้งให้คนหน้าง่วงเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดแทน “คิดถึงกันไหมตัวแสบ?

ชานยอลได้แต่ผ่อนลมหายใจระบายความหงุดหงิดออกมา เขาเลิกคิ้วมองภาพตรงหน้าพร้อมกันกับคนที่เหลือ จะเข้าไปห้ามก็ยังไงอยู่ เพราะเจ้าพวกนี้ก็ดันยืนเฉย คล้ายกับรู้จักมักคุ้นกับไอ้บ้านี่เป็นอย่างดี

และที่สำคัญ หน้าคล้ายเซฮุนราวกับแฝด

“ยังชอบทำตัวแบบนี้อยู่อีก” แบคฮยอนเปิดปากพูด และปิดหนังสือในมือลง เขามองชายหนุ่มตัวสูงหน้าตาหล่อเหลาที่ยังคงกอดเซฮุนเอาไว้แนบแน่น คนๆ นั้น หลุดยิ้มที่ชานยอลคิดว่าอันตรายออกมาครู่หนึ่ง

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ โอ เซย์โฮ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เจ้าบ้านั่นคือโอคนพี่

นิสัยต่างขั้วกับคนน้องสุดๆ

 

ชานยอลนั่งกอดอกจ้องแขกของบ้านอย่างไม่สบอารมณ์นัก

โอ เซย์โฮ เอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่บนโซฟาอีกฝั่ง ทั้งยังมองไปรอบบ้านอย่างถูกอกถูกใจ โดยที่แขนอีกข้างโอบไหล่เซฮุนที่ทำหน้าตางงงวยเอาไว้ไม่ห่าง

 

อ้อถ้าไม่อยากเสียอารมณ์ก็ห่างมันไว้ นั่นน่ะเพื่อนสนิท อู๋ ฝานคริส

 

ชานยอลยิ่งจ้องเขม็งเข้าไปใหญ่กับคำพูดเตือนไม่จริงจังนักของจงอิน

คนๆ นี้เหรอ เขา ที่ไอ้พระถังหลงยุคนั่นพูดถึง

“น้ำครับ!” อี้ชิงกระแทกแก้วลงบนโต๊ะอย่างแรง น้ำเสียงและใบหน้าของเพื่อนชาวจีนแสดงออกชัดเจนว่าไม่อยากรับแขกเลยสักนิด ถือเป็นปฏิกิริยาใหม่ที่ชานยอลไม่เคยพบเห็นมาก่อนจากคนอารมณ์ดีแถมยังใจเย็นอย่างอี้ชิง

แต่เซย์โฮก็ยังยกยิ้มมุมปากตอบ

“ต้อนรับกันรุนแรงเหมือนเดิมเลยนะอิงจัง” ชื่อใหม่และคำพูดเอ็นดูที่ออกมาจากริมฝีปากทรงเสน่ห์ ทำชานยอลกลั้นขำเป็นตายกับความคาวาอี้นั่น

อิงจัง? หน่อมแน้มชะมัด

แต่อี้ชิงดันเชิดหน้าขึ้นคล้ายกับไม่พอใจที่ได้ยินนัก

“ผมทำตามมารยาท อีกอย่างช่วยหยุดเรียกแบบนั้นด้วยครับ”

“น่ารักออก เนอะเฮจัง?”

“ห้ามเอาชื่อที่ผมตั้งไปเรียกตามใจชอบด้วยครับ!

“อารมณ์เสียอีกแล้ว”

ความหน้าด้านหน้าทนเป็นอีกสิ่งที่ชานยอลสัมผัสได้จากเซย์โฮ ชายหนุ่มไม่ได้สะทกสะท้านกับสีหน้ารำคาญเหลือทนของอี้ชิงเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังส่งสายตาเจ้าชู้ไปยังแบคฮยอนที่นั่งจิบชาอยู่หัวโต๊ะอีกต่างหาก

“แล้วธุระที่งอแงจะมาคุยที่บ้านเท่านั้น มันคืออะไรกันล่ะคุณโอคนพี่” จงอินซึ่งนั่งอยู่ข้างชานยอล เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแดกดัน เขาละมือที่กำลังตัดกิ่งต้นบอนไซกระถาง แล้วเอียงกรรไกรไปยังหนุ่มผมบลอนด์ ขู่ให้รีบตอบคำถามเสียก่อนที่อี้ชิงจะฟาดงวงฟาดงาไปมากกว่านี้

“ไม่มีหรอก” เซย์โฮตอบยิ้มๆ แล้วยกแก้วน้ำขึ้นจรดริมฝีปาก โดยลอบมองปฏิกิริยาไม่พอใจของคนรอบข้างไปพลาง “ฉันแค่คิดถึงบ้านตระกูลบยอนที่เคยมาวิ่งเล่นตอนเด็กๆ น่ะ”

โทนเสียงสูงต่ำเป็นจังหวะนุ่มนวล กลับฟังกวนอารมณ์ได้อย่างน่าประหลาดเมื่อออกมาจากปากโอคนพี่ เซฮุนที่อยู่ในอ้อมแขนแกร่งก็เอาแต่ลอบมองหน้าพี่ชายอย่างนึกเป็นห่วงอยู่กลายๆ

“คงไม่ได้มานั่งให้เสียบรรยากาศอย่างเดียวหรอกจริงไหม?” สุดท้ายแบคฮยอนที่เงียบอยู่นานก็เอ่ยปาก แต่จงใจใช้คำแรงขึ้น เพราะเจ้าบ้านก็ไม่ได้ชอบใจ หากมีคนอื่นมาทำให้เพื่อนสนิทของตัวเองรู้สึกกระอักกระอ่วน ยิ่งเป็นแขกอย่างเซย์โฮที่เป็นคนคุ้นเคยด้วยแล้ว เขาคงปล่อยให้อี้ชิงนั่งหน้าบึ้งอยู่แบบนี้ไม่ได้

คิ้วหนาเลิกขึ้นเพื่อเตรียมต่อปากต่อคำกับคนตัวเล็กต่อ

“ใจคอจะไม่ยอมให้พักบ้างหรือไง?”

“นายได้พักเกินพอแล้ว” สิ้นประโยคตัดรอนแสนเรียบ ทุกคนที่นั่งอยู่โดยรอบก็แทบกลั้นหายใจเพื่อรอให้จำเลยจนมุม สายตาหยั่งไม่ถึงของแบคฮยอนยังคงจ้องอีกฝ่ายให้เร่งพูดธุระออกมา

ซึ่งก็เป็นไปตามคาดเมื่อแขกผมบลอนด์ผ่อนลมหายใจออก และยกมือทั้งสองข้างขึ้นคล้ายกับยอมแพ้ ทว่าเสียงหัวเราะในลำคอสุดกวนประสาท ทำให้ชานยอลชักอยากเข้าไปร่วมวงสนทนาเครือญาติด้วยคนซะแล้ว

“โอเค” เซย์โฮเอียงคอ “ฉันแค่คิดว่าถึงเวลาที่ต้องเชิญนายกลับเกียวโตบ้างแล้ว” โอคนพี่ใช้สายตาแพรวพราวมองไปยังบอสทาคาชิอย่างไม่เกรงกลัว ..

“แบคซามะ” (ท่านแบค)

เสียงระบายลมหายใจจากอี้ชิงเรียกให้ชานยอลต้องเหลือบตามอง เพื่อนชาวจีนเบือนหน้าหนีด้วยท่าทางเก็บกด ดูก็รู้ว่าพะอืดพะอมแค่ไหนที่ต้องอยู่ร่วมกับโอคนพี่ในสถานการณ์แบบนี้

อี้ชิงไม่ชอบสรรพนามประชดประชันที่เซย์โฮใช้เรียกแบคฮยอน อันที่จริงเขาไม่ชอบใครก็ตามที่เข้ามากวนใจแบคฮยอนเลยต่างหาก

โดยเฉพาะคนๆ นี้

“ฉันจะกลับตอนไหนไม่จำเป็นต้องให้นายมาเชิญหรอก”

“แต่พวกท่านคิดถึงนาย” น้ำเสียงเจ้าชู้ยังคงตะล่อมไม่เลิก “ใจคอจะไม่กลับไปบ้างหรือไง?”

“นายคิดแทนครอบครัวของฉันบ่อยเหลือเกินนะ”

“นายก็รู้ ตระกูลพวกเราสนิทกันแค่ไหน ฉันจะเป็นห่วงน้องชายต่างสายเลือดบ้างก็ไม่เห็นแปลก” ประกายความลึกซึ้งในแววตาเซย์โฮไม่ได้ลดหย่อนลงแม้แต่น้อย ซ้ำยังแสดงออกเด่นชัด ว่าคิดไม่ซื่อกับเพื่อนสนิทน้องชายอย่างเปิดเผย ไม่เหมือนอย่างที่ปากพูด แน่นอนว่าการกระทำปุเลี่ยนเหล่านั้นทำให้ชานยอลรู้สึกหงุดหงิดขึ้นเท่าตัว

และในขณะที่จงอินกำลังหาทางแก้สถานการณ์ให้ดีขึ้น โดยการคิดจะเปิดปากเบี่ยงไปประเด็นอื่นบ้าง ..

 

“แบคฮยอนไม่อยากกลับ แกจะเซ้าซี้เขาทำไมนักหนา”

 

ชานยอลก็ขัดขึ้นมาก่อนอย่างทนไม่ไหว

ประโยคใจกล้าและใบหน้ากวนประสาทจากสมาชิกตัวสูง ดึงความสนใจให้ทุกคนหันมามองกันได้อย่างพร้อมเพรียง โดยเฉพาะอี้ชิงที่ขยับเข้ามาใกล้ พร้อมแสดงสีหน้าพออกพอใจและออกตัวว่าอยู่ทีมชานยอลอย่างชัดเจน

“อืม ฉันมีข้อสงสัย” เซย์โฮปรายตามองชานยอลอยู่ครู่ แล้วเริ่มทำหน้าครุ่นคิด “ฉันกำลังพูดเรื่องภายในครอบครัว แต่แปลกที่คนนอกดันพูดแทรกขึ้นมาซะได้”

ชานยอลไม่เคยรู้สึกถูกฟาดแสกกลางกบาลด้วยคำว่า สอดขนาดนี้มาก่อน มันน่าโมโหน้อยเสียที่ไหน และหากไม่มีเซฮุนที่มองพวกเขาเลิ่กลั่กพร้อมทั้งยกมือขึ้นคล้ายกับขอโทษขอโพยแทนพี่ชาย อีกทั้งจงอินที่ใช้แขนพาดคอเพื่อล็อคตัวเขาเอาไว้- ทั้งที่ก็เริ่มโมโหไม่ต่างกัน ชานยอลคงได้ลากคอโอคนพี่ไปเล่นซูโม่กันสักยกอย่างไม่ต้องสงสัย

“เผื่อนายยังไม่รู้ ชานยอลเป็นเพื่อนของฉัน และเขามีสิทธิ์แทรกทุกอย่าง”

“เพื่อน?” ประโยคตอกหน้าจากแบคฮยอน ทำรอยยิ้มเซย์โฮแคบลงเล็กน้อย ก่อนจะมองชานยอลสลับกับคนพูดอีกครั้ง “งั้นคงต้องขอโทษด้วยที่เสียมารยาทกับคุณสมาชิกใหม่ของทาคาชิ” ถึงจะเลือกใช้คำแสนนอบน้อมเพียงใด แต่การเน้นประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงหนักๆ พร้อมทั้งจ้องตรงมายังชานยอลที่คิ้วกระตุกรออยู่ก่อนแล้ว ..

หมอนี่ จงใจกวนประสาทเขาชัดๆ

“ยังไงซะปิดเทอมนี้ ฉันคงต้องขอให้นายกลับเกียวโตพร้อมกันอยู่ดี แบคซามะของฉัน”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ฉันไม่ชอบขี้หน้าหมอนั่น”

แบคฮยอนส่ายหน้าให้กับความเจ้าคิดเจ้าแค้นของชานยอล เขาได้ยินเสียงทุ้มบ่นประโยคเดิมซ้ำๆ มาสักพักแล้ว แต่แค่ทำเป็นไม่สนใจ

“ท่าทางแบบนั้นฉันก็ไม่ชอบ”

และใช่ ชานยอลปีนระเบียงเข้ามาหาแบคฮยอนอีกแล้ว

คนตัวสูงใช้แขนรองแทนหมอนนอนมองเพดานนิ่ง คิ้วหนาขมวดมุ่นด้วยความขัดใจ เขาสอดขายาวเข้าไปใต้โต๊ะตัวเตี้ยที่ถูกคลุมเอาไว้ด้วยผ้าห่มผืนหนา เช่นเดียวกับแบคฮยอนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ใกล้กัน เพื่อให้ความอบอุ่นจากโคทัตสึ(เตาไฟฟ้า)บรรเทาความหนาวเหน็บในเดือนกุมภาพันธ์ แม้โตเกียวจะหาหิมะยากขึ้นทุกปีก็ตามที

หนาวขนาดนี้แบคฮยอนก็ยังยืนยันจะใส่ชุดยูกาตะต่อไป โดยอ้างเหตุผลว่าภายในบ้านมีฮีทเตอร์อยู่นั่นเอง

“นายไม่รู้สึกขัดใจบ้างรึไง?” ใบหน้าคมหันมาถามคนหน้านิ่ง แต่แบคฮยอนก็ ยกไหล่ราวกับไม่ใส่ใจอีกครั้ง

ชานยอลอาจคิดว่าท่าทางคุกคามจากเซย์โฮเป็นเรื่องที่พวกเขาควรระวังให้มาก ซึ่งแบคฮยอนไม่เถียงสักนิดว่าโอคนพี่ค่อนข้างเจ้าเล่ห์ แต่ยังมีอีกหลายเหตุผลที่ทำให้เขาไม่ค่อยกังวลเท่าที่ควร และการให้เซย์โฮพักที่บ้านหลังนี้สักคืนในห้องของน้องชายตัวเอง ก็เป็นความยินยอมของแบคฮยอนไม่ใช่ใครอื่น

“ฉันกับเซฮุนสนิทกันตั้งแต่เด็ก” จู่ๆ แบคฮยอนก็เปิดประเด็นขึ้น และถ้าเป็นเรื่องส่วนตัว ชานยอลจะตั้งใจฟังมากกว่าปกติ เพราะเขาถือว่าเป็นสัญญาณอันดีที่บอสทาคาชิเริ่มเปิดใจกับตัวเองมากขึ้น

“เด็กแค่ไหน?”

3 ขวบ”

“เด็กจริงเถียงไม่ได้”

หนุ่มลูกครึ่งยกยิ้ม เขาเอื้อมไปจับมือเรียวมากุมเอาไว้ โดยที่อีกคนก็ไม่ได้ดื้อดึงจะสะบัดออก ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ชานยอลชอบไล้หัวแม่มือไปกับความนุ่มนิ่มของอีกฝ่าย มันเย็นจัดตามฤดูกาล แต่ก็ยังหอมกลิ่นโล่งจมูกแบบนี้ไม่เคยเปลี่ยนเขากุมมือเล็กด้วยมือใหญ่ทั้งสอง ก่อนจะเอามาจ่อเข้ากับริมฝีปากตัวเอง แล้วเป่าให้แบคฮยอนคลายความหนาวลงบ้าง

ถ้าดูไม่ผิด ..ชานยอลเห็นแก้มขาวของบอสใหญ่ขึ้นสีระเรื่อ

“และเพราะบ้านเราอยู่ใกล้กัน ครอบครัวเราเลยสนิทกัน” แบคฮยอนเริ่มพูดต่อเพื่อจะกลบเกลื่อน ส่วนชานยอลก็ไม่ได้อยากขัดอะไรนัก จึงเล่นไปตามน้ำทั้งที่ไม่ยอมปล่อยมืออีกคนไปไหน

“มีเหตุผลที่นายไม่กลับบ้านไหม?”

“พูดว่าไม่กลับก็ไม่ถูกหรอก” แบคฮยอนเหลือบมองฝ่ามือของตัวเองที่ถูกชานยอลนวดๆ คลึงๆ ราวกับอยากเอาใจ “ช่วงปีหนึ่งฉันกลับบ่อย แต่พอเข้าปีสอง นายก็เห็นว่าเรายุ่งแค่ไหน”

“เลยถือโอกาสอยู่ที่นี่ในช่วงวันหยุดงั้นสิ?”

“จะจับผิดกันรึไง?” คราวนี้แบคฮยอนเอาศอกค้ำกับโต๊ะ เพื่อก้มมองคนซึ่งนอนอยู่บนพื้น “ครอบครัวฉันให้อิสระเต็มที่ในการใช้ชีวิต ส่วนบ้านหลังนี้คือสมบัติของพ่อ เฝ้าบ้านน่ะ รู้จักไหม?”

“ถ้าเป็นอย่างที่นายบอก ทำไมท่านต้องส่งหมอนั่นมาตามด้วย?”

“ไม่มีใครส่งใครมาทั้งนั้น ฉันถามพวกท่านละเอียดแล้ว”

“อ้อ งั้นเจ้างั่งนั่นก็คิดเองเออเองจริงๆ ด้วยสิ”

แบคฮยอนอมยิ้มและส่ายหน้าอีกครั้งในรอบวัน ชานยอลก็ยังคงทำตัวสมกับเป็นชานยอล หนุ่มลูกครึ่งที่มักโผงผางพูดไม่คิด เขารู้สึกเหมือนนั่งเถียงกับจงอินร่างแฝดอย่างที่อี้ชิงเคยพูดเอาไว้ไม่มีผิด

หนุ่มตัวสูงยิ้มรับด้วยหน้าตาแป้นแล้น ก่อนจะลุกนั่งหันหน้าเข้าหาคนตัวเล็กที่เลิกคิ้วมองอยู่ และเลื่อนใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาใกล้ แบคฮยอนเห็นเพียงความวาววับสีน้ำตาลอ่อนที่ประดับอยู่ในกรอบตากลมโตน่ามอง มันกำลังสำรวจเขาอยู่อย่างตั้งใจ

“ที่จริงอยากถามว่า ไม่รู้รึไง? หมอนั่นมองนายเหมือนจะกินเข้าไปทั้งตัวอยู่แล้ว แต่ก็กลัวนายทำเป็นมองไม่เห็น”

“หลับตาก็รู้”

“ให้ตายเถอะ หมอนั่นชอบนายแต่ก็ดันเป็นเพื่อนกับเจ้าคริสแฟนเก่านายอีกที”

“ทำไม? หึงรึไง?”

“ขนาดนี้แล้วฉันจะปฏิเสธอะไรได้”

“...”

“นายน่ะไม่ต้องกลับไปหรอก เดี๋ยวเจอมันอีก” ชานยอลบ่นอุบราวกับคนเก็บกด เขาไม่ได้สังเกตว่าประโยคเมื่อครู่ทำให้แบคฮยอนต้องหันกลับมาหาหนังสือเล่มเล็กในมือ สูดลมหายใจเข้าสุดปอดเพื่อไล่อาการร้อนๆ ที่แผ่ออกมาจากใบหน้า ก่อนจะตั้งหลักพูดต่อ

“แต่ดูเหมือนว่าพวกท่านจะอยากให้ฉันกลับไปจริงๆ นั่นแหละปัญหา” น้ำเสียงของแบคฮยอนมีความกังวลเจืออยู่จนชานยอลรู้สึกได้

ลำพังเพียงแค่กลับเกียวโตน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่แบคฮยอนก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน พอเห็นใบหน้าของคนขี้หึงที่กำลังคิดหนักอยู่ ก็อดที่จะกังวลตามไม่ได้

เรื่องของหัวใจ ..น่ารำคาญไม่เปลี่ยนเลยจริงๆ

แต่แล้วชานยอลก็ยกยิ้มร้ายให้แบคฮยอนได้นึกหวั่น คนตัวสูงตัดสินใจพูดประโยคที่ผ่านการไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งออกมา เพราะคิดว่ามันคงดีที่สุดแล้วสำหรับทางออกนี้

“ถ้ามันเลี่ยงไม่ได้ ก็ให้ฉันไปกับนายด้วยเลยเป็นไง”






คุยกันหน่อย

แนะนำหลายสิ่ง ย้ำเครดิตหลายอย่าง

 

เราชื่อ ชิเอิน นะคะ เกิด 92

 

หลายสิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับทาคาชิชานแบค :

1. เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะอนิเมะที่เราชอบอย่าง Kuroko no Basuke และผู้ชายผมแดง อาคาชิ เซย์จูโร่” ที่เป็นต้นแบบ แบคซัง” ค่ะ

2. เนื้อหาคนละแบบ แต่อาจารย์(คนวาด)เน้นมิตรภาพระหว่างเพื่อนมาก พอดูแล้วเราเลยอยากแต่งแนวนี้บ้าง

3. เราดึงคาแรคเตอร์ใส่ทาคาชิหลายตัว แต่ไม่ใช่ทั้งหมด

เช่น. ความนายน้อยของแบคซัง เด็กเมกันยอลจัง จินจังคนถ่อย ความสุภาพของอี้ชิง และความขี้เกียจพูดเหลือเกินของเฮจัง (ตามรูปข้างล่าง สีผมไม่ใช่ทั้งหมดนะคะ เป็นการเปรียบเทียบตัวละครเท่านั้น ขอบคุณรูปจากน้องยาหยี @real_pichma)

ปล. ไม่ลงรายละเอียดลึกเนอะ เดี๋ยวคนไม่ดูเมะจะมึน

4. Gag ท้ายตอนมาจาก Manga เรื่องเดียวกัน

5. รูปประกอบก็ด้วย อาจมีเรื่องอื่นปนบ้าง อย่าง Free, Zankyou no Terror

แน่นอนว่าทุกข้อที่เสียเวลาอ่านมา เราให้เครดิตอย่างย่อไว้หน้าบทความตั้งแต่ต้นแล้ว

 

ขอพักจากฝั่งตะวันตกมาทางนี้บ้าง เพราะไปเจอเรื่องขัดอารมณ์มานิดหน่อย

เรื่องคลานมาจนถึงจุดที่ชานยอลหุ่นฟิตแล้ว โทกะก็ดันกลายเป็นชะนีปลอดสารพิษไปโดยปริยาย ถ้าเทียบคร่าวๆ ตอนต่อไปจนถึงจบเรื่องจะเสมือนเข้าสู่ซีซั่น 2 นั่นแหละค่ะ ชงชารอเลย

ไม่รู้ว่าเอื่อยไหมสำหรับทาคาชิ เพราะปกติเราดำเนินเรื่องเร็วและกระชับมาก แต่ถ้าใครดื่มด่ำกับรายละเอียดที่เราตั้งใจแทรก และไม่ข้ามอะไรไปเลยเราขอบคุณจริงๆ ค่ะ

 

เทียบคาแรคเตอร์ให้ดูเล่นๆ ค่ะ

-  ก่อนรู้จัก

-  สนิทแล้วก็ละมุนไม่เบานะเออ


ค่ะ เรารักเขาทั้งแบคซังทั้งอาคาชิเลย o<-<

 

สุดท้ายนี้ ..อยากให้อยู่ด้วยกันจนจบนะคะ <3


ด้วยรัก

SHI INDUSTRIES (ชิเอิน)

 

สอบถามเพิ่มเติม/ติดต่อเรา

Twitter : @_sidt

Website : http://dailyquarter.wix.com/shi-industries

E-mail : dailyquarternews@gmail.com


©
t
b
u
t
t
e
r
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 141 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,343 ความคิดเห็น

  1. #2334 ibubiyou2000 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 กันยายน 2563 / 10:01
    ในเรื่องนี้เราคลั่งทาคาชิกับคิเสะมากเลยค่ะแบบบอ้ากกกกกกกกกกกกกกกก
    #2,334
    0
  2. #2323 Blu_parkchan1 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 00:21
    ยอลจังลุกแลบไม่นั่งเลย555
    #2,323
    0
  3. #2305 99encore_ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 03:57
    คือรักไดกิเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และยิ่งตรงกับจงอินคือ สู่ขิต
    #2,305
    0
  4. #2239 RaineyRainn (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 22:04
    ไปด้วยกันเลยจ้าาา
    #2,239
    0
  5. #2121 QUIZB43 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 เมษายน 2562 / 10:37
    พี่ชิเก่งที่สุดเลน
    #2,121
    0
  6. #2107 midora (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / 15:54
    เป็นฟิคที่เก็บรายละเอียดดัมาก ภาษา บรรยากาศ สถานที่ ชอบคาแรคเตอรทุกคนเลยค่ะ พล้อตดีมาก ประทับใจสุดๆค่ะ
    #2,107
    0
  7. #2050 kkkup (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 09:35
    ดีต่อใจ ชอบภาษามากๆ ทั้งเมะที่ดูแล้วก็วาดภาพในตัวได้ดีไปอีก เวลาอ่านฟิค สนุกมากๆ
    #2,050
    0
  8. #2037 kmxiioxe_ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 12:11
    พอได้คืบแล้วจะเอาศอกเรยน้าชานยอล เขายอมหน่อยก็เอาใหญ่ปีนระเบียงหาตลอด ทำให้บอสเขินอีกต่างหาก อ่านกี่ทีก็เขิ๊นเขิน ละก็มีตัวปัญหาอย่างเซย์โฮมาขัดอีกโถ้
    #2,037
    0
  9. #1927 PINKLAND (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:29
    แบคมีอะไรรึป่าวนะ
    #1,927
    0
  10. #1883 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:25
    ไปด้วยกันเลยยยยย
    #1,883
    0
  11. #1851 pcy921 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 18:05
    ยอลจังกลับบ้านไปกับบอสเลย
    #1,851
    0
  12. #1793 MMinS (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 11:06
    เดาคาแร็กเตอร์ถูกด้วย!! ดูKNBเหมือนกันเลยค่าา
    #1,793
    0
  13. #1783 P.kiml (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 22:29
    คงไม่ได้มีปัญหาอะไรที่บ้านใช่ไหมคะ ??
    แต่แบคเหมือนเป็นคนเก็บงำความรู้สึกของตัวเองมากๆเก็บอารมณ์สุดๆ
    แต่ตอนนี้ก็เหมือนชานยอลจะติกำแพงของแบคได้เยอะทีเดียว
    เริ่มแสดงอารมณ์อื่นๆมากขึ้น มันเขินก็คือเขินอ่ะ แอบเขิน นี่คนอ่านก็เขิน อยากจะบ้ามาก
    ทำไมต้องแอบเขิน 5555555555555  เขินก็เขินให้สุดสิ  ตอนนี้ชานยอลรุกแบคหนักมากจริงๆ
    นี่ยังแอบคิดเลยว่าทำไมเรามองยัยโทกะเป็นคนไม่ดีไปได้ แหมะมีชะนีในฟิควายมันก็น่าคิดอ่ะเนอะ
    เว้นคุณแม่ไว้คนนึงนะ 5555 คือพอเห็นคาแร็กเตอร์เซฮุนเทียบๆกับตัวการ์ตูนแล้วดูน่ารักมากจริงๆ
    ดูเหมาะและเข้ากันมากทีเดียว  คือตั้งแต่อ่านมาเราชอบเซฮุนกับจงอินนะ ชอบคาแร็คเตอร์สองคนนี้
    55555555555 แต่ยังไงก็ยังทำตัวเหมือนตัวเองเป็นแบคฮยอนอยู่ค่ะ 555 

    #1,783
    0
  14. #1766 snowtears (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 กันยายน 2559 / 14:47
    ตกลง O.S นี่คือโอเซย์โฮเหยอ ตอนแรกเดาว่าโอะโต้ซัง ถถถถถถถถถถถ แล้วแบคต้องกลับไปทำอะไรที่บ้านอะ ทายาทตระกูลมาเฟียป่ะเนี่ยกรึ๋ยยยยยยย

    ชอบตอนแบคเขินที่สุดเลย ขอบคุณความตรงไปตรงมาของปาร์ค ฮ่าาาาาา ได้เห็นพี่แบคเขินหลายรอบเยย

    ป.ล. คริส + เซย์โฮ = กินกันเองเลยเย้ๆๆ เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อไปเยยยยยยย
    #1,766
    0
  15. #1742 pim pimmi (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 19:54
    งื้ออออ ชอบมากจริงๆ
    #1,742
    0
  16. #1696 joylnr (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 19:49
    ชอบบบบ ชอบทั้งเมะทั้งเรื่องนี้เลย ชานหึงน่ารักกกก
    #1,696
    0
  17. #1669 『 BLACK PEARL』 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 02:41
    ชอบความหึงหวงนี้มากค่า -///-
    #1,669
    0
  18. #1648 ิbibam (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2559 / 17:11
    น่ารักมากกกก หึงก็บอกหึง ตรงดีค่ะ เซย์โฮถึงจะหน้าตาเหมือนฮุนแต่ถ้าจะมาแอ้มแบคซังเราไม่ยอม เป็นของเราซะเถอะ 5555555 ยอลจังไปเลยอย่าปล่อยให้แบคซังไปคนเดียวน้าาา
    #1,648
    0
  19. #1614 babemay (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2559 / 13:40
    เขินชานยอลกับแบคมากๆ โอยน่ารักมีถามด้วยหึงหรอไง 55555555555555 
    ชอบฟิคพี่ชิมากภาษาดีมีเสน่ห์มากๆ ;-; ดีกับใจจริงๆ
    #1,614
    0
  20. #1588 Oum Sirilak (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 เมษายน 2559 / 14:06
    ชอบที่พี่เอินทอล์คมาก นี่ว่านี่หลงรักตัวละครพวกนี้แล้วล่ะ ชอบความสัมพันธ์แล้วก็มิตรภาพ ชอบภาษาการบรรยายแล้วก็ชอบคำทำนายจากคุกกี้ที่มันจะสอดคล้องกับเหตุการณ์ในแต่ละตอน
    #1,588
    0
  21. #1570 นมสด (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 มีนาคม 2559 / 18:15
    ไว้ว่างๆจะเปิดดู ><

    เขินชยอลลลล
    #1,570
    0
  22. #1486 MMinS (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2559 / 16:46
    ค้นพบบุคคลที่ชอบ knb เหมือนกัน เย่ห์ พี่เอินนี่สาวก ไฟxแดง รึเปล่าคะ555555555555555
    #1,486
    0
  23. #1470 ` PuGun. (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:49
    โอยยยยยย ขี้หึงมากๆเลยค่ะยอลจัง555555
    #1,470
    0
  24. #1436 fern101fern (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 / 14:25
    ขี้หึงตลอด 55555555
    #1,436
    0
  25. #1232 แบคแมน (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มกราคม 2559 / 21:17
    เขาหึงแหละขุ่นแม่ขาาาาา ทั้งหึงทั้งหวงเลย ฮริ้งงงงงง
    #1,232
    0