(END) TAKASHI (たかし) - chanbaek ft. kailayhun

ตอนที่ 13 : takashi-san : thirteen

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,871
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 210 ครั้ง
    13 ม.ค. 64


คำทำนายของคุกกี้เสี่ยงทายครั้งที่สิบสาม

 

Hesitation willcause your worst fears to come true"

ความลังเลเป็นสาเหตุให้ความกลัวเป็นจริง

- Point Break -

 

.. ชานยอลตัดสินใจกลืนมันลงคอ ..




 

ขอโทษ ที่ฉันเผลอทำตามใจตัวเอง

 

ตอนนั้น ชานยอลนึกประหลาดใจตัวเองอยู่ไม่น้อย

เขาหลุดปากพูดสิ่งที่อยู่ใต้จิตสำนึกออกมาอย่างไม่นึกหวั่น แถมยังเกิดความคาดหวังกับปฏิกิริยาตอบกลับของอีกฝ่าย จนไม่ได้นับเลยด้วยซ้ำว่าดอกไม้ไฟที่ถูกจุดขึ้นบนฟ้าผ่านไปแล้วกี่ดอก

แต่แบคฮยอนก็ยังคงเป็นแบคฮยอน

แม้ชานยอลจะเห็นว่าครู่หนึ่ง นัยน์ตาเรียวที่จดจ้องเข้ามายังความสว่างของดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมีแววไหววูบให้ใจชื้น ทว่าประโยคตอบรับถัดมา ก็ทำเอาชายหนุ่มผู้ซึ่งกำลังอัดความกล้าเข้าปอด ..

 

งั้นเหรอ

 

ต้องปล่อยมันให้ลอยกระจัดกระจายหายไปอย่างน่าเสียดาย

สุดท้ายแล้วคืนนั้น จบลงด้วยการนอนดูดอกไม้ไฟต่อเป็นชั่วโมง โดยที่ทั้งคู่ไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรกันอีก

 

“ไอ้ชานยอล” จงอินเรียกชื่ออีกคนด้วยเสียงที่ดังกว่าครั้งแรก

เช้านี้โตเกียวมีเมฆเยอะและอบอ้าวกว่าทุกวัน แม้ดูเหมือนว่าฝนกำลังจะตกลงมาในไม่ช้า แต่กิจกรรมบนดาดฟ้าประจำบ้านทาคาชิก็ยังคงดำเนินต่อ เพียงเพราะไม่มีแสงแดดกวนใจ

บนนั้นเต็มไปด้วยกระถางต้นไม้นานาพรรณ และมีชายหนุ่มหุ่นนายแบบอย่าง คิม จงอิน นั่งใช้กรรไกรเล็มกิ่งลูกๆ ของเขาอยู่ โดยที่อีกมือก็ไม่วายขว้างเศษไม้ใส่คนหม่อลอยให้หลุดออกจากความคิดฟุ้งซ่านในหัว

แน่นอนว่าไม่ได้เหม่อธรรมดา

เหม่อไปหกสูงไป เป็นการออกกำลังกายไปในตัว

“แกมีปัญหาอะไรกับหัวของฉันมิทราบ?” ชานยอลค้อน เขาค้ำฝ่ามือขยับไปมากับพื้นไม่ให้เอียงหาราวตากผ้านวมด้านข้างมากนัก พลางงอเข่าเอาไว้เพื่อรักษาสมดุล

“ผิดที่ฉันพูดเบาหรือว่าแกหูตึง ห้ะ” จงอินเอนหลัง แล้วชะเง้อคอมองลงไปยังสวนหน้าบ้าน เขาเห็นอี้ชิงนอนอาบแดดทิพย์บนเก้าอี้ชายหาดอย่างสบายอารมณ์อยู่ “ฉันถามว่า ปิดเทอมนี้แกมีแพลนอะไรน่าสนใจ มากกว่าการกลับบ้านไปให้คุณนายปาร์คโขกสับไหมล่ะเพื่อนยาก?”

“พูดอย่างกับปิดเทอมแรกนานพอจะลงโอกินาว่าได้”

“น่าสนใจอยู่เหมือนกัน หรือไม่ถ้าแกเปลี่ยนใจกลับซานฟรานซิสโก ฉันก็จะขอหนีบตัวไปด้วย”

“งั้นก็รู้เอาไว้ ว่าฉันกับแม่กลับทุกปิดเทอมใหญ่เท่านั้น” ชานยอลเริ่มหายใจไม่สะดวกเพราะอยู่ในท่ากลับหัวนานเกินไป “อีกอย่าง แกก็น่าจะรู้ว่าอีก 2 วันเรามีพรีฯ เดโม่ 30 เปอร์เซ็นต์ เพราะงั้นในส่วนของแก

“เสร็จเมื่อเช้า”

“ฉิวเฉียดเลยสิ”

“โดนแบคฮยอนสาปส่งไปพารากราฟนึง”

“นึกภาพออกเลยว่าแกทำได้แค่ก้มหน้ารับ”

“แหม!

คนหกสูงเบี่ยงตัวหลบฝ่าเท้าและลงมายืนบนพื้นได้อย่างคล่องแคล่ว ไร้รอยขีดข่วนให้คนถีบเจ็บใจเล่น

“ฉันต้องดึงเมธอดส่วนของแกมาใช้อยู่หลายตัว เพราะอะไรรู้ไหม? เพราะงานดีๆ ต้องการเวลามากกว่าใครไงล่ะ”

“เพราะแกถามเองตอบเองต่างหาก” ชานยอลมองเหยียดคนขี้คุย “อีกหน่อยฉันก็ต้องลงไปแก้โปรแกรมที่ห้องแบคฮยอนเหมือนกันแหละน่า”

ในสายตาคนนอก แฝดคนละฝาอย่างชานยอลกับจงอิน คงเป็นไองั่งสองตัวที่เอาแต่กัดกันไม่เลือกเวลา ดูแทบไม่ออกว่าเป็นมิตรหรือศัตรูกันแน่

แต่เหตุการณ์ตลอดครึ่งปีที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว

สนิทใจ

เป็นคำสั้นๆ และเรียบง่ายที่ทั้งคู่แอบยอมรับกับตัวเองอยู่ในใจ โดยไม่อยากหาเหตุผลมารองรับให้ขนลุกสักเท่าไหร่ แถมยังคุ้นเคยอย่างไม่มีที่มา ราวกับใช้สายสะดือร่วมกันตั้งแต่เกิดก็ไม่ปาน

และความสนิทใจกับทาคาชิที่เหลือก็ไม่ได้น้อยไปกว่ากัน รู้ตัวอีกที กลุ่มคนประหลาดพวกนี้ ก็ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตชานยอลอย่างกลมกลืนเสียแล้ว

โดยเฉพาะกับใครบางคน

“ถามอะไรอย่าง” ชานยอลว่าก่อนจะนั่งลง พร้อมกับจงอินที่หยิบฟรอกกี้ขึ้นมาฉีดต้นไผ่ไซส์เล็ก “ฉันคาใจเรื่องการมีตัวตนอยู่ของตัวเองในบ้านหลังนี้”

“แกหมายถึง ทำไมแกถึงได้เข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้?”

“ประมาณนั้น” ชานยอลรับคำ “มันไม่จำเป็นสักนิด แกว่าไหม?”

“ทีแรกฉันค้านสุดตัว” จงอินระบายลมหายใจ “หน้าแก ฉันก็เพิ่งเคยเห็นวันนั้น คนอะไรตัวสูงอย่างกับโตเกียวสกายทรีแต่ไร้ตัวตนฉิบหาย”

ชานยอลทำหน้าระอากับความคิดเชิงเหยียดของฝาแฝด “สุดท้าย พวกแกก็ดูไม่มีปัญหาอะไร ไม่แปลกไปหน่อยรึไง?”

“อย่าลืมว่านั่นเป็นความคิดของแบคฮยอนคนเดียว” มือบรอนซ์ยกขึ้นเกาหัวอย่างเซ็งๆ เอาเข้าจริงเขาก็ไม่ค่อยเข้าใจความคิดของบอสใหญ่เท่าไหร่นัก “เพราะถ้าจำไม่ผิด หมอนั่นเคยพูดเอาไว้ ..”

 

ฉันคุมงานได้ง่ายกว่าถ้าอยู่ใกล้กัน

ชานยอลก็เหมือนกับพวกนาย

ถึงจะซื่อบื้อไปบ้าง แต่เขาจิตใจดี

 

แบคฮยอนพูดราวกับรู้จักตัวตนของชานยอลไปซะหมด

“ไม่อยากยอมรับนักหรอก แต่คำพูดชวนคล้อยตามของหมอนั่น เป็นอะไรที่ใครได้ฟังก็คงแพ้ทางให้ทั้งนั้น”

 

สังคมทำให้เราเรียนรู้ที่จะปรับตัว

ไม่ใช่ให้เขาปรับตัวเข้าหาพวกเราฝ่ายเดียว

แต่เราก็ควรจะทำแบบเดียวกันด้วย

เปิดใจกันหน่อยดีไหม?

 

“นอกจากเหตุผลที่ว่าพวกฉันเชื่อในการตัดสินใจของแบคฮยอนแล้ว” จงอินจับหนอนตัวเขียวขึ้นมาชูไว้ระดับสายตา และเมื่อเห็นชานยอลเริ่มทำหน้าขยาด ..

“การมีแกเป็นเพื่อนสนิทอีกคน มันก็ไม่ได้แย่นักหรอกโว้ย!

ว่าแล้วก็โยนสิ่งมีชีวิตตัวอวบไล่หลังเพื่อนตัวสูงด้วยความอัมหิตซะหน่อย

“ไอ้เวรเอ้ย!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ถือเป็นครั้งที่สอง ที่ชานยอลก้าวเท้าเข้ามาในห้องนอนของบอสทาคาชิ

แน่นอนว่าห้องเจ้าบ้านมีขนาดใหญ่และกว้างขวางที่สุด ถูกแบ่งออกสองส่วนอย่างเป็นระเบียบ ส่วนแรกคือห้องทำงาน ซึ่งชานยอลกับเซฮุนกำลังแก้โปรแกรมอยู่ โดยเป็นโต๊ะเตี้ยทรงกลมแบบนั่งพื้น ทั้งหมดถูกปูด้วยเสื่อนุ่มเท้าอย่าง ทาทามิ เช่นเดียวกับทุกห้อง และส่วนที่สองถูกปิดกั้นด้วยประตูกระดาษสีขาวซึ่งเป็นบานเลื่อน เรียกว่า โชจิ แบ่งเป็นโซนห้องนอนเพื่อความส่วนตัวฉบับญี่ปุ่นโดยแท้

รสนิยมด้านกายภาพของแบคฮยอนย้อนแย้งกันจนน่าปวดหัว

“What of it?” (สำคัญด้วยเหรอ?)

นานหลายนาทีที่เจ้าบ้านหันหลังเกาะระเบียงคุยโทรศัพท์ โดยปล่อยให้พวกเขาทำงานล่วงไปก่อน น้ำเสียงเรียบนิ่งยังคงฉะภาษาอังกฤษกับคนปลายสายอย่างต่อเนื่อง ดูเหมือนจะเป็นการเคลียร์ปัญหากับเพื่อนต่างชาติเรื่องธุรกิจที่เจ้าตัวกำลังทำ และเมื่อวางสายได้ไม่นานก็ถูกยกขึ้นใหม่อีกครั้ง

무슨 있어?(มีอะไร?)

แทนที่ด้วยภาษาอันคุ้นเคย

ชานยอลเกือบลืมไปเสียสนิทว่าอีกคนก็เป็นลูกครึ่งเกาหลีเหมือนกัน เอาเข้าจริงเขาจำไวยากรณ์ภาษาแม่ได้เพียงน้อยนิด เรียกว่ามีสกิลพอถูไถเอาตัวรอดยามต้องกลับโซลเท่านั้น ผิดกับภาษาญี่ปุ่นซึ่งดีขึ้นทุกวันอย่างน่าประหลาด

ทำให้นึกถึงเรื่องเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน ที่พวกเขาเจอนักท่องเที่ยวฝรั่งเศสคนหนึ่งหลงทางอยู่ ถึงแม้ชานยอลจะพูดได้คล่องพอประมาณตามหลักสูตรพื้นฐานที่เคย เรียนมา ทว่าเขาไม่ค่อยชำนาญทางในโตเกียวนัก สุดท้ายก็ไม่พ้นมือแบคฮยอนอยู่ดี แล้วยังมีเรื่องที่อี้ชิงเคยเล่าเอาไว้ว่า ทริปปักกิ่งสนุกมากครับ แบคซังต่อราคาเก่งสุดๆ

ตกลง แบคฮยอนพูดได้กี่ภาษากันแน่?

ชานยอลคิดพลางละสายตาออกจากแผ่นหลังเล็กเพื่อตั้งหลักแก้โปรแกรมต่อ แต่คงลืมไปว่าหน้าต่างมีหูประตูมีตาเสมอ เขาชะงักกับหน้าง่วงๆ ของเซฮุนที่กำลังจ้องตรงมาแบบตาไม่กระพริบ

“มีอะไร?”

เพื่อนชาวญี่ปุ่นส่ายหน้าปฏิเสธน้ำเสียงหาเรื่อง จนผมดำขลับสะบัดไปมา เซฮุนอมยิ้มนิดๆ แล้วจึงก้มลงแก้แผนงานต่อด้วยความเอื่อยเฉื่อยเช่นเคย

ปฏิกิริยาแปลกใหม่ที่ได้เห็นทำเอาชานยอลประหม่าไม่เบา แต่ก็ไม่คิดที่จะถามอะไรต่อนักหรอก รู้สึกสังหรณ์ไม่ดีชอบกล

 

Ayana : หวังว่าโปรเจคจะผ่านไปด้วยดีนะ 11:45

Ayana : (ส่งรูปภาพ) 11:46

 

เวลาผ่านไปซักพักกับโปรแกรมที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนกว่าเดิม

คิ้วหนาเลิกขึ้นเมื่อเห็นข้อความแจ้งเตือนจากโทกะ ริมฝีปากอิ่มยกยิ้มเล็กน้อยให้กับภาพโน้ตบุ๊กหลายเครื่องซึ่งเรียงรายกันอยู่ในห้องแลป เพราะก่อนหน้า เธอเคยเล่าให้ฟังว่าต้องเข้าไปทดสอบระบบในโทโอเสียก่อนจะถึงวันพรีเซนต์จริง

แต่เมื่อจะพิมพ์ตอบกลับก็ดันมีหางสีดำของเจ้าโอดะคอยปัดและป้วนเปี้ยนอยู่ไม่หาง ราวกับต้องการขัดขวางไม่ให้เขานอกลู่นอกทางออกจากงานตรงหน้า

ตระกูลโอนี่มันยังไง?

“เสร็จแล้วใช่ไหม?” เจ้าของห้องกลับเข้ามาพร้อมใบหน้าซึ่งเคร่งกว่าเดิมเล็กน้อย แต่เมื่อไม่ได้ยินเสียงตอบรับ และหันไปเจอสายตาใคร่รู้ที่มองมา ก็พอจะเข้าใจได้ไม่ยาก นั่นคงเพราะแว่นกรอบสวยที่แบคฮยอนสวมอยู่ “แค่ใส่กันแสงน่ะ”

ความรู้สึกประหลาดยามสบตาเกิดขึ้นอีกครั้ง ซ้ำไปซ้ำมาจนชานยอลไม่รู้จะจัดการกับความคิดในหัวอย่างไร เลยทำได้เพียงแค่ยกไหล่ตอบกลับไป

“มันไม่เหมาะกับฉันเหรอ?” แบคฮยอนถามขึ้นอย่างไม่จริงจัง ด้วยน้ำเสียงและแววตาที่ขี้เล่นกว่าเดิม และรู้ดีว่าสิ่งที่ตัวเองทำ กำลังสร้างความอึกอักให้อีกฝ่าย

“..นายคงไม่สนคำตอบหรอก” ชานยอลว่า โดยทิ้งปลายประโยคห้วนๆ ทำท่าทีกวนอารมณ์อีกคนกลบเกลื่อนไปทั้งอย่างนั้น

แบคฮยอนเลยยกไหล่บ้าง “ก็ถูกของนาย”

“เฮ้ย!จู่ๆ คิม จงอิน คนไร้มารยาทก็เปิดประตูพรวดเข้ามา หมอนั่นยิ้มเจื่อนให้เจ้าของห้องเพื่อเป็นการขอโทษกลายๆ แล้วหยิบคุกกี้ของฝากจากคุณนายปาร์คเข้าปากอย่างตะกละตะกลาม “ไปเอาดอกไม้สักทีซีวะ จะเฉาตายอยู่แล้ว”

“ดอกไม้?” ชานยอลทวนคำ ก่อนจะถึงนึกขึ้นได้เมื่อเพื่อนผิวบรอนซ์ปัดกลีบดอกคัตเตอร์ออกจากหัว “อ้อส่วนของฉันเรียบร้อยแล้ว ขอตัวเลยได้ไหม?” ประโยคหลังหันมาถามแบคฮยอนที่พยักหน้าอนุญาตอย่างไม่เข้าใจนัก ก่อนจะเดินตามหลัง จงอินออกไป

ดอกไม้?

ชานยอลคงจะขอให้จงอินจัดมันสำหรับโอกาสอะไรสักอย่างล่ะมั้ง

แบคฮยอนโคลงหัวก่อนจะลงมือทำงานส่วนของตัวเองต่ออย่างไม่อิดออดจนเมื่อเวลาผ่านไปสักพักก็ต้องลุกขึ้นเพื่อหาหมอนรองให้เซฮุน ที่ก่อนหน้านี้ดันล้มตึงลงเพราะความเมื่อยล้า เขามองเพื่อนตัวขาวที่เอาแต่ทำปากขมุบขมิบคล้ายกับฝันร้าย แต่แท้จริงแล้วเพียงแค่ถูกเจ้าโอดะนอนทับหน้าอกเท่านั้น ลำบากแบคฮยอนต้องคอยยกเจ้าก้อนสีดำลงมานอนบนเสื่อนิ่มแทน

แรงสั่นจากมือถือบนโต๊ะสร้างความแปลกใจให้แก่เจ้าของห้องอยู่ไม่น้อย มือเรียวกวาดหนังสือที่กองทับกันออก ก่อนเจอเข้ากับสมาร์ทโฟนเครื่องดำที่หน้าจอยังคงสว่างอยู่

ชานยอลคงลืมเอาไว้ และแบคฮยอนไม่ได้ตั้งใจจะละลาบละล้วงนัก หากชื่อที่โชว์หรา ไม่ได้ถูกส่งมาจากโทกะ อีกทั้งข้อความบนจอล็อคสกรีนที่ปรากฏให้เห็นในตอนนี้ ..

“...” คนถือวิสาสะนิ่งไปเมื่ออ่านมันอย่างชัดเจนแล้ว ก่อนตัดสินใจสาวเท้าลงมายังโถงชั้นล่างเพื่อหาคำตอบบางอย่าง เขาเจอจงอินกำลังเปิดนิตยสารบ้านและสวนอวดอี้ชิงอยู่บนโซฟาตัวยาว

“ชานยอลไปไหน?” น้ำเสียงบอสใหญ่เจือความร้อนใจ จนอี้ชิงจับสังเกตได้และเผลอหันมองหน้าจงอินที่ดูเหมือนจะแปลกใจอยู่ไม่แพ้กัน

“ยอลจังไปโทโอครับ”

“เอาช่อดอกไม้ไปด้วย” จงอินเอียงคอ “ฉันก็ลืมถามว่ามันจะเอาไปทำอะไร”

“ตอนยอลจังขอให้ทำไม่เอะใจสักนิดเลยเหรอครับ?”

“ก็มัวแต่เถียงกัน ให้เอาเวลาที่ไหนไปเอะใจ”

“โถ่จินจัง”

เจ้าบ้านเริ่มขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิด เป็นขณะเดียวกันกับจงอินที่หัวเราะออกมาราวกับเป็นเรื่องสนุก

“ก็คงไปหาโทกะนั่นแหละน่า สารภาพรักอะไรทำนองนั้น เจ้าบ้านั่นก็มีมุมเลี่ยนๆ ชวนขนลุกเหมือนกันนะเนี่ย”

สิ้นคำวิเคราะห์ของเพื่อนผิวบรอนซ์ อี้ชิงก็ทำหน้ากลั้นอ้วกในทันใด ส่วนแบคฮยอนยังคงไม่แสดงท่าทีกระโตกกระตากออกมา แต่ใครจะรู้ว่ามือถือที่ถูกกำอยู่ชื้นเหงื่อขนาดไหน

อากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนมากกว่าเดิมจนน่าหวั่น ทว่าแบคฮยอนกลับไม่ได้สนใจมันนัก บอสใหญ่จัดการสวมรองเท้าเกี๊ยะแล้วเดินออกมานอกตัวบ้านโดยที่ไม่ฟังคำค้านจากเพื่อนทั้งสองที่เริ่มทำหน้าเหรอหราเลยสักนิด

“ฉันจะไปธุระ”

และช่างเป็นภาพที่น่าตกใจที่สุดในรอบหลายปี ขนาดทำให้หนังสือเล่มโปรดในมือ คิม จงอิน ร่วงหล่นลงพื้น และ จาง อี้ชิง นั้นได้แต่กระพริบตาปริบๆ มองตามด้วยความรู้สึกอึ้งปนทึ้งสุดหัวใจ

นั่นเพราะแบคฮยอน

จับจักรยานขึ้นมาปั่นเองเลยน่ะสิ!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เจ้าบ้านั่น ดันลืมของสำคัญวันนี้ได้ยังไง

แบคฮยอนสบถในใจพลางเร่งแรงปั่นจักรยานให้เร็วยิ่งขึ้น ถึงระยะทางจากบ้านทาคาชิไปยังโทโอจะไม่ไกลมากนัก แต่ในยามเย็นซึ่งเป็นช่วงนรกแตก การจราจรติดขัดจนต้องซิกแซกหลบอยู่หลายรอบ

ชุดยูกาตะและรองเท้าเกี๊ยะเป็นปัญหามากในเวลานี้ ทั้งเกะกะและเป็นเป้าสายตา แต่เขาไม่มีเวลาสนใจมันเท่าไหร่นักหรอก

นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้จับจักรยานขึ้นมาปั่นเอง อาจจะเป็นตอนมัธยมปลาย ไม่สิ น่าจะมัธยมต้นตั้งแต่มี คิม จงอิน เข้ามาอยู่ในกลุ่ม จนกระทั่งหมอนั่นคอยมารับมาส่งอยู่ตลอด

และไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้วที่แบคฮยอนไม่ได้ร้อนใจหนักขนาดนี้ เขารู้ว่าตัวเองกำลังหัวเสีย นั่นเพราะมีบางอย่างกำลังรบกวนใจ มันน่าหงุดหงิดจนต้องตามออกมาจัดการด้วยตัวเอง

 

ข้อความของโทกะ

 

Ayana : ตื่นเต้นจัง 16:05

Ayana : เอาใจช่วยด้วยนะ 16:05

Ayana : ฉันจะสารภาพรักกับรุ่นพี่วันนี้แหละ 16:06

 

ในวินาทีแรกที่ได้อ่าน แบคฮยอนมีหลากหลายความคิดตีกันในหัว และผุดคำถามที่ต้องการคำตอบอยู่หลายข้อ อย่างเช่น ชานยอลรู้สึกยังไงกับโทกะกันแน่ รุ่นพี่คนนั้นเป็นใคร หรือแม้แต่ ชานยอลแสดงออกว่าหวั่นไหวกับตัวเองทำไม

แบคฮยอนหงุดหงิดกับความซื่อบื้อของชานยอล รำคาญใจที่อีกคนทำเป็น ลังเล แถมก็ยังป้อนความหวังให้อยู่เรื่อย เพราะสุดท้ายก็เบนเข็มกลับไปหาคนในใจอยู่วันยังค่ำ

ทุกอย่างที่ชานยอลทำหรือพูดส่งผลกับแบคฮยอนเสมอ

การปิดใจ ไม่อยู่ในสารระบบความต้องการของแบคฮยอนเลยสักนิด เขาปล่อยให้ความรู้สึกดำเนินไปในทิศทางที่มันควรจะเป็นเสมอ เพียงแค่ต้องควบคุมตัวเองให้ได้ และนั่นเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้แบคฮยอนเก็บอาการเก่งจนดูเหมือนเฉยเมยกับทุกสิ่ง

แต่ขอให้มั่นใจไว้อย่าง ว่าการหลอกตัวเองจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่เขาทำ และเพราะแบบนั้น แบคฮยอนเลยกล้าที่จะยอมรับ

ว่าเขากำลังน้อยใจ

เมฆที่เริ่มก่อตัวทำให้อากาศอบอ้าวขึ้นหลายเท่า แบคฮยอนจอดจักรยานก่อนยกแขนยูกาตะขึ้นซับเหงื่อ เขาเดินสวนทางนักศึกษาหลายชีวิตที่เร่งรีบกลับบ้านเข้าไปด้านในจนเกือบถึงตึกเอไอ สอดส่ายสายตาหาคนที่กำลังตามตัวอย่างเร่งรีบ

โชคดีแค่ไหนที่แบคฮยอนเป็นคนมีเหตุผลมากพอ เพราะสาเหตุหลักที่ทำให้เขายืนอยู่ที่นี่ ณ เวลานี้ มีเรื่องเดียวเท่านั้น ..

เขาห่วงความรู้สึกชานยอล

เพราะถ้าคนภูมิต้านทานต่ำอย่างชานยอลเห็นภาพบาดตาเข้า คงไม่ต้องถามถึงเรื่องสุขภาพจิต สิ่งที่แบคฮยอนควรทำในตอนนี้ คือเร่งหาตัวคนซื่อบื้อให้เจอ แล้วจัดการลากกลับบ้านพร้อมกันก่อนเป็นอันดับแรก

ส่วนเรื่องของแบคฮยอน เก็บเอาไว้ทีหลังเถอะ เขามีเวลาอีกมากเชียวล่ะ

แบคฮยอนมีแผนสำรอง ว่าหากเดินพ้นตึกนี้แล้วไม่เจอตัวปัญหา เขาจะต่อสายหามิโดริยะทันทีไม่ว่าเพื่อนหน้าแมวจะกลัวจนหนวดหดแค่ไหนก็ตาม

แต่เมื่อฝนเม็ดแรกหยดลง ภาพที่แบคฮยอนกลัวก็ปรากฏตรงหน้าเข้าจนได้

โทกะกับรุ่นพี่ตัวโตอยู่ใกล้ชิดกันในร่มคันเล็ก ใบหน้าของพวกเขาแต้มไปด้วยรอยยิ้มซึ่งบ่งบอกได้ถึงความสุข

 

ผู้ชายคนนั้นคือพี่รหัสของแบคฮยอน- คิโยชิ เทปเป

คนที่โทกะชอบคือรุ่นพี่คิโยชิ?

 

เป็นเพราะยังมึนเบลอกับภาพตรงหน้า แบคฮยอนเลยไม่ทันได้ตั้งตัวกับเสียงฟ้าร้องที่มาพร้อมสายฝนห่าใหญ่ และไม่รู้ว่าโชคดีหรือไม่ ที่ถูกมืใหญ่คว้าต้นแขนเอาไว้แล้วฉุดให้เข้ามาหลบอยู่ใต้ปีกอาคารอีกด้านด้วยกันก่อนที่จะเปียกไปมากกว่านี้

“..ชานยอล?”

“มาทำอะไรที่นี่?” ชานยอลมองแบคฮยอนแล้วได้แต่นึกประหลาดใจ “แล้วชุด?”

แบคฮยอนกระพริบตาไล่ความมึนงง “นายลืมมันไว้ที่ห้องฉัน” แล้วยื่นมือถือไปให้เจ้าของของมันรับเอาไว้ เพียงเพราะไม่รู้จะพูดหรือทำอะไรก่อนในสถานการณ์นี้

และเมื่อชานยอลปลดล็อคเครื่องเพื่อดูข้อความค้างอ่านอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็หัวเราะออกมาเบาๆ และนั่นยิ่งทำให้แบคฮยอนเกิดความสงสัยเข้าไปใหญ่

“นายรู้?”

“ก็ ..ประมาณนั้น” ชานยอลตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ แล้วพิงหลังเข้ากับกำแพง

 

โทกะแอบชอบเทปเปมาสักพักแล้ว ส่วนเทปเปเองก็ไม่ต่างกัน

 

ชานยอลรู้ครั้งแรกหลังกลับจากออกค่าย ที่รุ่นพี่ตัวสูงทำเนียนขอตามไปด้วยกัน พร้อมทั้งยกเหตุผลที่ว่า มันน่าสนุกดี ทั้งคู่ไม่ได้แสดงออกประเจิดประเจ้อนัก จึงทำให้จำนวนคนที่รู้ถึงความสัมพันธ์มีน้อยเท่าหยิบมือ

ทั้งหมดสามารถยืนยันเหตุผลที่ว่า ทำไมช่วงหลังโทกะถึงพยายามเลี่ยงที่จะอยู่ใกล้แบคฮยอน เธอไม่ได้กลัวว่าตัวเองจะหวั่นไหว โทกะบอกชานยอลหลังจากตัดใจเรื่องแบคฮยอนได้สักพักแล้ว แต่เพราะเธอค่อนข้างจริงจังกับความสัมพันธ์ในทุกรูปแบบ เธอเลยอยากทำให้แฟนในอนาคตของตัวเองเชื่อใจกันมากที่สุด แม้รู้ว่าเทปเปไม่ได้คิดหยุมหยิมเลยก็ตาม

สิ่งที่แปลกก็คือ พอเมื่อชานยอลรับรู้เรื่องทุกอย่าง เขากลับไม่รู้สึกเสียใจอะไรนัก ซ้ำยังคอยเป็นที่ปรึกษาให้เธอเสมอ จนในที่สุดก็กลายมาเป็นเพื่อนสนิทที่คุยกันได้ทุกเรื่องอย่างไม่รู้ตัว

“ไม่เสียใจเหรอ?” แบคฮยอนเริ่มอารมณ์เย็นลงหลังจากรู้เหตุผล เขาไม่ได้มองว่าอีกคนทำท่าทีอย่างไร รู้แค่ว่าสบายใจมากกว่าเดิมที่ผลลัพธ์มันออกมาในรูปแบบนี้

“ต้องเสียใจอะไร?”

“ก็ดอกไม้นั่น”

“ทำไม?” คนตัวสูงคิดตาม ก่อนจะหลุดขำอีกรอบ “เอามาส่งวิชาเลือกไง ไม้ดอกไม้ประดับน่ะ นายบอกเองนี่ว่าให้ฉันลงตัวที่พอจะไปรอดก่อน”

“อืม” สิ้นคำตอบรับ ทั้งคู่ก็ปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยไม่ได้เปิดบทสนทนาอีก พวกเขานึกขอบคุณสายฝนที่กำลังโปรยปรายลงมา เพราะมันเป็นตัวช่วยไม่ให้เกิดความอึดอัดระหว่างกันมากจนเกินไป

แต่ใครจะรู้ว่าชานยอลกำลังกลั้นยิ้มกับตัวเองจนปวดไปทั้งหน้า กับท่าทางประดักประเดิดของคนตัวเล็กที่แสดงออกจนเห็นได้อย่างชัดเจน

เขามีคำถามเบสิกอยู่ในใจที่ว่า นายรีบร้อนออกจากบ้าน เพื่อที่จะเอามือถือมาให้ฉันแค่นั้นเหรอ? แต่พอคิดย้อนกลับไปวันที่เขาสารภาพความในใจ ถึงจะเป็นประโยคอ้อมโลกแค่ไหนก็ตาม ชานยอลกลับคิดว่าเซนส์ของตัวเองในวันนี้ไม่ผิดแน่

ชานยอลสูดลมหายใจลึกเพื่อข่มอาการ สบโอกาสในจังหวะที่ลมเริ่มพัดแรง   ดึงคนตัวเล็กกว่าให้ถอยร่นลงแทนที่กัน ก่อนใช้แผ่นหลังกว้างบดบังละอองฝนเอาไว้

“โทษที อยู่แบบนี้ไม่เป็นไรใช่ไหม?”

“ไม่เป็นไร” น้ำเสียงราบเรียบที่เปล่งออกมา ยิ่งทำให้คนตัวสูงอมยิ้มเข้าไปใหญ่ ชานยอลก้มมองกลุ่มผมบลอนด์ที่อยู่ในระดับคางของตัวเอง ใกล้จนเห็นว่าแต่ละเส้นเล็กเหมือนสายไหม แถมกลิ่นยังหอมเสียจนอยากฝังจมูกลงไปสักครั้ง

แน่นอนว่าคนเก็บอาการไม่อยู่ ไม่มีทางคิดเปล่า ใบหน้าหล่อค่อยๆ โน้มลงใกล้อย่างนึกฉวยโอกาส และมั่นใจว่าแบคฮยอนคงไม่มีทางรู้ตัว

แต่เมื่อปลายจมูกโด่งเฉียดเส้นผมหอมได้เพียงนิด

ใบหน้าเรียวก็เงยขึ้น

พวกเขาสบตากันในระยะห่างอันน้อยนิด

 

แย่แล้ว

 

ชานยอลใจเต้นกระหน่ำ ทางด้านแบคฮยอนเองก็นิ่งไปพักหนึ่งเพราะตั้งตัวไม่ทัน และเมื่อเลี่ยงสายตาลงมายังริมฝีปากอิ่ม ซึ่งอยู่ใกล้ปลายจมูกรั้น- ไม่ต่างจากครั้งก่อน ก็ดันคล้ายกับเป็นการเชิญชวนให้ใบหน้าหล่อโน้มลงมาใกล้มากขึ้น

มากขึ้น ..จนเหลือระยะห่างให้อากาศผ่านได้เพียงน้อยนิด

“...”

“...”

ทว่าฝนที่เริ่มอ่อนกำลังลง และจำนวนผู้คนซึ่งค่อยๆ ทยอยออกมาจากใต้ตึก ก็เป็นตัวขัดจังหวะทั้งสองให้ผละห่างจากกันอย่างน่าเสียดาย

“กลับบ้านกันเถอะ”

ชานยอลพลาดโอกาสดีๆ ไปอีกครั้งจนได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ไฟดับจริงด้วยแฮะ แล้วนั่นทำอะไรกัน?”

ชานยอลและแบคฮยอนก้าวเข้ามายังกลางโถงด้วยสภาพเปียกปอนเล็กน้อย

ก่อนหน้านี้พวกเขาได้รับข้อความแจ้งเตือนว่ามีสายไฟขัดข้อง จึงมองสำรวจความมืดรอบตัวบ้านเป็นอย่างแรก และหยุดลงที่สามสหายบนโซฟาตัวยาวเป็นอย่างสุดท้าย

พวกนั้นกำลังทำตัวผิดปกติ โดยจงอินนั่งเบียดอี้ชิงไม่ห่าง และที่แปลกไปมากกว่านั้นก็คือเซฮุน เพื่อนชาวญี่ปุ่นนั่งขัดสมาธิ สวมชุดคลุมสีขาว และกำกางเขนด้ามใหญ่ในมือแน่น แถมยังไม่มีใครตอบคำถามชานยอลเลยสักคน

แต่พอแบคฮยอนเอ่ยปากถามเซฮุนว่า “เธออีกแล้วเหรอ?”

และเพื่อนตัวขาวก็ตอบ “อืม” ออกมาเป็นเสียงในลำคอ

ชานยอลก็ถึงกับวิ่งหน้าตั้งขึ้นชั้นบนอย่างรวดเร็ว โดยมีแบคฮยอนส่ายศีรษะให้ก่อนจะเดินตามขึ้นไปอีกคน

นั่นเพราะ เธอ ที่แบคฮยอนถาม คือสิ่งที่เซฮุนมองเห็นอยู่คนเดียว

เมื่อเข้าห้องและล็อกประตูด้วยใจผวาเสร็จสรรพ ชานยอลก็เปิดแฟลชมือถือเพื่อหาไฟฉายสำรองในทันที กายใหญ่สะดุ้งเล็กน้อยกับเสียงปิดประตูจากห้องเจ้าบ้านซึ่งอยู่ข้างกัน แต่ก็ทำเป็นไม่ใส่ใจและตั้งหน้าตั้งตาหาของต่ออย่างพยายามเบี่ยงเบนความคิด

มือใหญ่ปัดป่ายไปทั่วโต๊ะทำงานซึ่งเต็มไปด้วยเศษกระดาษ กับข้าวของระเกะระกะเพราะไม่มีเวลาเก็บกวาดนักในช่วงนี้ เขานึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย เมื่อเห็นด้ามปากกาแท่งใหม่โผล่ออกมาจากสมุดจด ทั้งที่ตามจริงแล้ว ชานยอลไม่เคยหยิบมาใช้เลยด้วยซ้ำ และเมื่อกางสมุดหน้าที่ถูกคั่นเอาไว้ ตาคมก็เบิกกว้าง

 

นี่มัน ..หน้าที่เขาหัดเขียนชื่อแบคฮยอน

แล้วใคร ..ดันพิเรนทร์เขียนลงไปบนที่ว่างตรงนั้นกันล่ะวะ!

 

เจ้าบ้า :P ’                            

 

เจ้าบ้า?! แถมยังมีอิโมติค่อนแลบลิ้นต่อท้ายด้วยเนี่ยนะ!

 

ชานยอลอ้าปากค้าง

ถึงต้นฉบับคำว่า เจ้าบ้า จะเป็นลิขสิทธิ์ของ คิม จงอิน คนถ่อย แต่ลายมือที่เห็นในตอนนี้เป็นระเบียบเกินกว่าจะมาจากหมอนั่น ส่วน จาง อี้ชิง ก็คงมีมารยาทมากพอที่จะขออนุญาตเขาก่อน และตัด โอ เซฮุน ผู้ไม่สนโลกทิ้งจากตัวเลือกไปได้เลย

เหลือก็แค่ ..

คนตัวสูงชั่งใจคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพลิกมือถือขึ้นมาทำอะไรบางอย่าง เขาเพียงแค่ต้องการรู้ในสิ่งที่สงสัยก็เท่านั้น

 

Park : นายตามฉันไปเพราะจะคืนมือถือแค่นั้น? 18:30

 

การส่งข้อความอาจเป็นวิธีปอดแหกไปสักหน่อย แต่เชื่อเถอะว่าชานยอลไม่ได้ตั้งใจจะถามคำถามนี้เสียทีเดียวหรอก

 

Byun : คิดเองสิ  18:31

 

คำตอบที่ได้สมกับเป็นแบคฮยอนมากทีเดียว คนตัวเล็กฉลาดเล่นกับความรู้สึกของเขาเสมอ ครั้งนี้ดูก็รู้ว่าจงใจอ้อมแอ้มตอบไม่ตรงคำถาม คงปั่นให้เขาสับสนและก้าวเท้าเข้าไปหาเอง โดยไม่ต้องลงมือลงแรง

ชานยอลหัวเราะกับตัวเอง ก่อนจะคิดหาวิธี อ้อมแอ้ม เพื่อเอาคืนแบคฮยอนบ้าง เขาตัดสินใจทำในสิ่งที่เจ้าบ้านเคยเอ่ยปากปรามเอาไว้ อย่างการ ปีนข้ามระเบียง อย่างคล่องแคล่ว แม้จะลื่นและถูกฝนบ้างก็ตาม

 

ระเบียงปีนหากันได้ก็จริง แต่อย่าคิดจะทำ

 

เวลานี้ถามว่าใครจะสน ในเมื่อทุกอย่างชัดเจนมากแล้ว และเขาจะไม่ปล่อยให้ความคาใจจุกอกตายอยู่แบบนี้แน่

ผู้บุกรุกค่อยๆ เลื่อนประตูระเบียงออก แล้วแทรกตัวเข้าไปด้านใน ซึ่งมีเพียงแสงไฟริบหรี่เล็ดลอดออกมาจากห้องนอนที่ถูกกั้นเอาไว้ และพอทำใจกล้าจะเปิดมัน ..

แบคฮยอนก็เดินออกมาพอดี

“...”

“...”

เจ้าบ้านไม่ได้โวยวายที่เห็นเขาอยู่ในห้อง แบคฮยอนเพียงแค่ทำสีหน้าไม่เข้าใจนักว่าเขาเข้ามาทำอะไรที่นี่เท่านั้น และเมื่อสายตาเคยชินกับความมืด ชานยอลก็ต้องร้อง โอ้ ขึ้นในใจอย่างช่วยไม่ได้

นั่นเพราะแบคฮยอนมีเพียงแค่ผ้าเช็ดตัวผืนเล็กพันช่วงล่างเอาไว้เท่านั้น

อาจเป็นเรื่องบ้าๆ ที่เกิดขึ้นรวดเร็วภายในวันเดียว ทว่าชานยอลหนักแน่นกับหัวใจตัวเองแล้ว หนุ่มลูกครึ่งไม่แม้แต่อธิบายอะไรออกมาสักคำ แต่กลับดึงอีกคนเข้ามาใกล้

 

แล้วก้ม ประกบจูบ ให้สมกับที่ใจต้องการ

 

“อือ ..”

นมรสกล้วยคือสิ่งแรกที่ชานยอลรับรู้ได้ ความหอมหวานหลอกล่อให้เขาต้องกดริมฝีปากลงแนบแน่นกว่าเดิมด้วยความกระหาย ตามมาด้วยจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดังระรัวเสียจนเจ็บไปทั่วทั้งอก

ชานยอลหูอื้อตาลายไปกับการกระทำอุกอาจของตัวเอง รู้สึกแข้งขาอ่อนจนต้องรั้งคนตัวเล็กกว่าเข้ามาไว้ในอ้อมกอดเพื่อพยุงเราทั้งคู่เอาไว้ จะว่าไม่ประสาก็ไม่ใช่  ชานยอลเคยมีประสบการณ์อยู่บ้าง เพียงแต่ห่างหายไปนานแล้วก็เท่านั้น

และที่น่าตกใจยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด คือแบคฮยอนไม่ได้ผลักไสชานยอลออกห่างอย่างที่กลัว ซ้ำยังยกมือขึ้นขย้ำแขนเสื้อของคนตัวสูงจนยับยู่ยี่กว่าเดิมไปอีก

ชานยอลไม่สามารถบอกได้ว่าความรู้สึกพิเศษที่มีให้แบคฮยอนเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ อาจจะเป็นตอนที่ได้เข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ ตอนที่ได้พูดคุยกัน หรืออาจจะเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีก่อน เขาไม่รู้ และไม่อยากค้นหาคำตอบให้สับสนอีกต่อไป

รู้แค่เวลานี้ เขาไม่อยากปล่อยอีกคนห่างตัวไปไหน

และแบคฮยอนเองก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน

ชานยอลแค่อยากใช้จูบนี้ทำให้อีกคนรู้เอาไว้ว่า เวลาอ้อมค้อมของเราได้หมดลงแล้ว

ในคราวแรกริมฝีปากหนาทำเพียงแค่ประกบและดูดดึงอยู่ซ้ำๆ คล้ายหยอกล้อ เพราะกลัวอีกคนจะช้ำคามือเสียก่อน แต่เมื่อแบคฮยอนเริ่มขยับตัวแล้วใช้แขนโอบรอบคอแกร่งเอาไว้ ก่อนจะรั้งคนตัวโตกว่าให้โถมแรงเข้าใส่ตัว ความอดทนทุกอย่างที่ชานยอลมีก็ขาดลงอย่างไม่น่าให้อภัย

จังหวะที่แบคฮยอนเผยอปากรับลิ้นหนาให้เข้าไปเกี่ยวพัน เหมาะเจาะกับการที่หลังเล็กแนบลงกับพื้นห้อง

ชานยอลไม่เคยรู้สึกตื่นเต้นจนหัวใจจะกระเด้งหลุดออกมาจากอกได้ขนาดนี้ ยิ่งเมื่อลิ้นเล็กตวัดตอบกลับ เขาก็รับรู้ได้เลยว่ามีความสุขแค่ไหนที่คนๆ นี้คือ  บยอน แบคฮยอน

ชานยอลยอมรับ เขาอยากทำแบบนี้กับแบคฮยอนมาสักพักแล้ว

แล้วก็อยากกอดแบคฮยอนแบบนี้ใจจะขาดมานานแล้วด้วย

เขาไล่ลิ้นไปกับฟันซี่เล็ก ดุนดันมันเข้าไปในโพรงปากอีกคนอย่างเอาแต่ใจ  แล้วขยับหัวเข่าให้แทรกเข้าระหว่างกลางลำตัวของเจ้าบ้านมากขึ้น จนได้ยินเสียงครางประท้วงให้ได้หลุดหัวเราะเล่นๆ

แบคฮยอนน่ารัก ..น่ารักจนชานยอลเริ่มไม่สีสติเข้าไปทุกที

แต่เมื่อรู้สึกถึงแรงตบเบาๆ ที่ท้ายทอยเป็นสัญญาณบอกให้พอเท่านั่นแหละ หนุ่มนักรักก็ต้องยอมผละออกเพื่อให้คนใต้ร่างกอบโกยอากาศเข้าปอดเสียก่อน และถึงจะมืดไปหน่อยแต่ชานยอลก็สามารถมองเห็นใบหน้าเรียวที่กำลังซับสีระเรื่อเพราะความขัดเขินได้

เขาโชคดีชะมัดที่ได้เห็นภาพนี้

“กล้ามากนะ” แบคฮยอนว่า ก่อนเม้มริมฝีปากเพราะคนบนร่างไม่ยอมตอบอะไรออกมานอกจากกระตุกยิ้มล้อเลียน

และให้ตายเถอะ แบคฮยอนผู้ซึ่งไม่เคยหนีปัญหาโดยการหลบสายตาใคร กำลังทำตรงกันข้ามกับนิสัยของเจ้าตัว

“หืม?” ชานยอลกลั้วหัวเราะ “นายเขิน?” สุดท้ายเขาก็ได้คำตอบเป็นฝ่ามือหนักๆ ที่ตบลงกลางกบาลของตัวเองแทนจนได้

ถึงจะปวดแสบปวดร้อน แต่เมื่อแลกมากับการที่ได้ไล่สายตาลงมองเนื้อตัวอีกคนแล้ว ชานยอลก็คิดว่ามันคุ้มไม่หยอก เพราะแบคฮยอนมีเพียงแค่ผ้าขนหนูผืนเดียว แล้วตอนนี้มันก็ ..

“หลุดแล้ว”

“...”

“จะลุกขึ้นให้ฉันแต่งตัว ..”

“...”

“หรือจะปล่อยให้มันอยู่แบบนี้ต่อ?”

ใจจริงชานยอลก็อยากเลือกข้อแรกเพราะเห็นแก่อีกคนอยู่หรอก

 

“จูบต่อก็แล้วกัน”

 

แต่เลือกข้อสองมันก็ ..ไม่เสียหายหรอกจริงไหม?

 

 

 





©
t
b
u
t
t
e
r
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 210 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,344 ความคิดเห็น

  1. #2332 ycpl (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 / 15:13
    เจ้าบ้า เจ้าบ้า เจ้าบ้า อรั้นยยยยย เขินนนนน
    #2,332
    0
  2. #2322 Blu_parkchan1 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 00:14
    คุณพระชัลเขิลลลล
    #2,322
    0
  3. #2307 elrw (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 11:26
    เขินนนนนนนนนน
    #2,307
    0
  4. #2297 Phosphr. (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:13
    แลงม้ากกกกก แลวงม้ากกกก แม่คะะะคือมันแบบ่บบ่บ่บ่บ่
    #2,297
    0
  5. #2295 PRAE.VV (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 14:11
    แม่เอ้ยยยยยย ข้างบนร้อนเป็นไฟเชียว ข้างล่างไล่ผีหรือยังไง55555
    #2,295
    0
  6. #2280 awz1 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 07:45
    แม่มันแบบบะลั่กกกกลั้ดดดบัก่กกกกบัก่ก่่ำไรปาสหสไสไไสกสกนดือทากดือมาก!!!!!!!
    #2,280
    0
  7. #2276 Ohsem (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 09:01
    อกกหหหหหหหหหหห พอได้จูบละไม่หยุดเลยชายปาร์ค ไม่กากแล้วโว้นนนยยยยยยย
    #2,276
    0
  8. #2265 aaaa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 12:31

    หลากหลายอารมณ์มากค่ะ ในขณะที่เพื่อนกลัวผี ส่วนสองคนน๊านนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

    #2,265
    0
  9. #2261 bobbibaek (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 14:30
    นั่งเขินยิ้มอยู่คนเดียวกลางร้านกาแฟ ^^
    #2,261
    0
  10. #2259 pcy__somsom (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2562 / 20:21
    ในที่สุดดดดดด
    #2,259
    0
  11. #2256 Rain (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 21:28

    จะตาย รู้สึกเหมือนปรินิพพาน

    #2,256
    0
  12. #2238 RaineyRainn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 21:46
    อั้ยยยยะะะะะ ในที่สุดดดดดดด><><><$<
    #2,238
    0
  13. #2224 R-E-N-E (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 22:38
    ฮร่กแม่!!!!!!!!!!!!!!!
    #2,224
    0
  14. #2222 fluffybee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 00:02
    กี้ดดดดดดด
    #2,222
    0
  15. #2215 ChungWila (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 22:01
    บ้าจริงงงงงงง
    #2,215
    0
  16. #2205 Byuncream chanbaek (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 13:23
    เค้าจูบกันเเล้วววว วันนี้ที่รอคอย เขินนนนนโวยยยยย
    #2,205
    0
  17. #2183 Oluk (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 17:10
    โคตรเขินนนนนนนน ให้ตาย
    #2,183
    0
  18. #2176 TIANTER (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 21:41
    ทหาแนกรดนอนเย โอ้ยยย เขินม้ากกก น่ารักมากๆๆๆเลยค่ะ แงง
    #2,176
    0
  19. #2116 see B (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 10:19
    ทำไมมันน่ารักขนาดนี้ฮืออออออแออออ
    #2,116
    0
  20. #2106 midora (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / 15:29
    จับทีจะล้ม ขอไปกรี้ดก่อนนะคะ เขินไม่ไหวจริงๆ ในที่สุด...
    #2,106
    0
  21. #2089 Seminn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 16:22
    โอ้ยยย หายใจติดขัด
    #2,089
    0
  22. #2087 Maylovechanbaek (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 02:20
    หนกาหนฟาฟสหหยก​ เขอนนนนนนT///////T
    #2,087
    0
  23. #2083 ERI1485 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 23:00

    เหมือนจะล้มเลย

    #2,083
    0
  24. #2077 MORNINGGLORY08 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 15:09
    กรี๊ดดดดดดดด ชานยอลลร้ายยยอ่า
    #2,077
    0
  25. #2072 Zinzuko Nanthi (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 11:12
    โอ้มายก๊อดดดดดด กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด เหมือนมีผีเสื้อบินอยู่ในท้องเลยฉากนี้ ฮือออออออออ
    #2,072
    0