(END) TAKASHI (たかし) - chanbaek ft. kailayhun

ตอนที่ 12 : takashi-san : twelve

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,862
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 180 ครั้ง
    12 ม.ค. 64


คำทำนายของคุกกี้เสี่ยงทายครั้งที่สิบสอง

 

The only wrong thing would be to deny what your heart truly feels"

สิ่งที่ผิดพลาดเพียงสิ่งเดียวคือการไม่ทำตามที่หัวใจเรียกร้อง

- The mask of zorro -

 

.. ชานยอลกำลังรับรู้รสชาติของมัน ..




 

 

 

“ทำแบบนี้ไม่ฉันไม่ชอบเลยนะคริส”

แขกผู้มาเยือน กับน้ำเสียงแกมหงุดหงิดของแบคฮยอน ไม่ได้เข้าไปในโสตประสาตชานยอลเลยสักนิด แม้แต่แสงเงาวิบวับบนหัวคริสก็ไม่อาจทำให้เขาละสายตาออกจากหลังคอขาวไปได้

“อะไรกัน ฉันแค่อยากทำตัวเป็นคิวปิดให้นายสักครั้ง” ฝรั่งตัวโตในชุดแฟชั่นเข้าใจยากตั้งแต่หัวจรดเท้า- ส่งเสียงหัวเราะเยาะ แจ็กเก็ตหนาซึ่งไม่เข้ากับสภาพอากาศบ้านเมืองและรอยยิ้มแบดบอยกวนประสาท เล่นงานอารมณ์แบคฮยอนจนต้องถอนหายใจออกมา

“ฉันขอรึไง?” มือเล็กกะตรงเข้าไปคว้ากระป๋องชาเขียวจากคนขี้ขโมยคืน ทว่ายังไม่ทันจะขยับตัว ก็ดันถูกชานยอลรั้งเอาไว้

“..ฉันไม่ได้ฝัน” น้ำเสียงทุ้มเข้าสู่โหมดจริงจังจนแบคฮยอนกับแขกหัวโล้นแปลกใจ คิ้วหนาขมวดมุ่น อีกทั้งสายตาคมซึ่งโฟกัสหลังคอขาวไม่ห่าง ทำให้คนไอคิวสูงเข้าใจได้ในทันที

 

ชานยอลคิดว่าตัวเองฝัน?

 

แบคฮยอนเค้นเสียงด้วยความเหนื่อยหน่าย “ฝันสมจริงมากเลยนะ”

มือใหญ่เผลอคลายแรง ความรู้สึกผิดประดังประเดเข้าใส่จนไม่รู้จะทำอย่างไรกับสายตาเรียวที่เริ่มระอามากขึ้น “ฉัน

“อย่าคิดมากเลย ฉันเข้าใจว่านายไม่มีสติ”

“...”

“ฉันไม่ถือ”

คนผิดกดหัวคิ้วอีกครั้งเมื่อได้ยินคำพูดราวกับไม่แยแสในสิ่งที่เกิดขึ้น รู้สึกหน้าชาจนเสียการโฟกัสไปชั่วขณะ ก่อนตามมาด้วยความไม่พอใจที่เริ่มหลั่งไหลจนปิดไม่มิด เป็นเหตุให้ชานยอลออกแรงกระชากอีกคนเข้ามาใกล้

“แต่ฉันถือ”

แน่นอนว่าแบคฮยอนแสดงสีหน้าไม่เข้าใจ เพราะสถานการณ์ตอนนี้ไม่เหมาะกับการเปิดอกคุยเรื่องละเอียดอ่อนเลยสักนิด ชานยอลควรหัดสังเกตสายตาสอดรู้   สอดเห็นของเจ้าโล้น อู๋ ฝานคริส ไว้ซะบ้าง

“ปล่อยก่อนชานยอล”

“เราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง”

ตาเรียวเหลือบมองคริสที่ยืนกอดอกจับผิดบทสนทนาแปลกๆ ของพวกเขาอยู่

“ช่วยดูสถานการณ์ก่อนได้ไหม?”

“นายไม่ควรพูดแบบนั้น” ชานยอลค้าน ใช่ว่าเขามองข้ามแขกกวนประสาทจนไม่คิดหน้าคิดหลัง แต่เพราะกลัวว่าหากปล่อยผ่านไป ท่าจะไม่เข้าใจกันแน่ “นายพูดเหมือนไม่ใส่ใจในสิ่งที่ฉันทำ”

“แล้วต้องใส่ใจไปเพื่ออะไร?” แบคฮยอนสวน เขาชักจะเดือดตามความเลือดร้อนของอีกฝ่ายเข้าให้แล้วเหมือนกัน

“เพื่อตัวนายไง”

“ฉันไม่ได้แคร์เรื่องนั้นสักนิด”

“งั้นเหรอ? ทีเมื่อก่อนฉันทำอะไรไม่เหมาะนายยังคอยเตือน แต่ทำไมคราวนี้ถึงทำเป็นเฉยซะล่ะ?”

“เพราะฉันคิดว่านายรู้ตัวอยู่แล้วน่ะสิ”

“แบบนั้นฉันยิ่งผิดเข้าไปใหญ่ นายควรต่อว่าฉันไม่ใช่รึไง?!

“อย่าเอาแต่ใจนะ ปาร์ค ชานยอล”

“เฮ้ ช่วยสนใจกันหน่อยจะได้ไหม?” คริสแทรก

“หุบปาก / อย่ามาสอด”

แต่ก็ต้องหน้าหงายเมื่อมวยคู่เอกหันกลับมาตอกเสียงเย็นใส่

เล่นเกมจ้องตากันได้ไม่นาน ชานยอลก็ยอมผ่อนอารมณ์ลง เพราะความหงุดหงิดชั่ววูบเลยทำให้เขาที่จะต่อปากต่อคำกับบอสใหญ่มากกว่าทุกครั้ง ด้าน  แบคฮยอนเองก็หยุดอารมณ์ไว้เพียงแค่คิ้วที่เริ่มขมวดเท่านั้น แต่ก็ถือว่าเป็นการเตือนให้ชานยอลรู้ว่าความอดทนของคนหน้านิ่งก็มีขีดจำกัดเช่นกัน

“ความจริงฉันก็ไม่อยากจะยุ่งเรื่องสามี-ภรรยานักหรอก แต่พอดีมีธุระต้องไปต่อ” คริสยังไม่หมดความพยายามในการแทรก ซึ่งคำเปรียบเปรยไร้มารยาทก็ กระตุกหนวดชานยอลให้ง้างหมัดขึ้น แต่ก็ถูกแบคฮยอนรั้งเอาไว้อย่างเคย “โอ้ โอ้ ใจกล้าไม่เบาเลยนี่” แฟชั่นนิสต้าสี่มิติมองทั้งคู่สลับกันอย่างนึกหมั่นไส้ แต่สุดท้ายก็หยุดลงที่ใบหน้าเรียวของคนรักเก่า “นายเล่นไม่ตอบข้อความฉันแบบนี้มันเรียกว่าเสียมารยาทนะที่รัก”

“โอ้เอ้อยู่นั่น มีอะไรก็รีบๆ เข้าพูดสิวะ!” เป็นชานยอลที่รับคำแทน แถมยังตอกกลับซะจนคริสต้องขบฟันมองด้วยความไม่พอใจ

“ฉันรีบแน่” หนุ่มแฟชั่นโยนของบางอย่างให้ชานยอลรับเอาไว้ แต่หันไปบอกคนตัวเล็กในที่นี้แทน “เขาฝากมาให้”

เขา? คนรับของขมวดคิ้วมองกล่องมัชฉะในมือ

“เขาฝากถามว่านายเปลี่ยนอีเมลรึเปล่า? แต่ฉันตอบแทนไปแล้ว เพราะนายคงมัวแต่ยุ่งอยู่กับการสร้างครอบครัวใหม่จนไม่มีเวลา” หน้าตาอ้อล้อเรียกเลือดให้ขึ้นหน้าชานยอลได้อีกระรอก บวกเข้ากับการที่แบคฮยอนยังคงนิ่งเฉยไม่คิดโต้กลับ

ชานยอลชักจะโมโหขึ้นมาจริงๆ ซะแล้ว

“แกควรหุบปากซะบ้างไอ้พระถังหลงยุค” คนตัวสูงก้าวไปบังบอสใหญ่เอาไว้ ใบหน้าแบคฮยอนไม่ได้แสดงออกว่าคิดอะไรอยู่ แต่แรงรั้งที่ต้นแขนแกร่งถือเป็นการเตือนกลายๆ ว่าห้ามลงมือกับอีกฝ่ายเด็ดขาด

เพราะหลังจากที่ชานยอลพลาดในครั้งก่อนไปแล้ว ในตอนนี้สิ่งที่เขาคิดมีอยู่เพียงอย่างเดียว นั่นคือการปกป้องแบคฮยอนจากคนมารยาททรามตรงหน้าให้ได้

“ถ้าเป็นนอกโทโอแกโดนดีแน่ไอ้โย่ง” คริสชี้หน้าชานยอลในระยะประชิด ถึงจะมองด้วยตาแล้วนึกทึ่งอยู่บ้าง ว่าในระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา เจ้าหมอนี่ไปทำอีท่าไหน ถึงได้ตัวใหญ่จนเกือบจะสูสีกันนัก แต่คนปากดีก็ขอให้ได้พูดข่มปมด้อยเดิมของอีกฝ่ายเอาไว้ก่อน

“แน่จริงก็ตอนนี้เลยสิวะ” แรงรั้งที่เพิ่มมากขึ้นทำให้ปลายเสียงชานยอลเบาลง ใจจริงไม่อยากถอยกลับเลยสักนิด ไม่ใช่เพราะศักดิ์ศรีค้ำคอหรอก เขากล้าๆ กลัวๆ กับการมีเรื่องจะตายไป แต่เพราะเป็นมัน- ไอ้ อู๋ ฝานคริส เขาทนเห็นมันจาบจ้วงบอสใหญ่ต่อไปไม่ไหวแล้ว เพราะฉะนั้น ก็มาดิครับไอ้พระหัวโล้น

“วันนี้ฉันไม่อยากมีเรื่อง” คริสกัดฟัน และแว่วได้ยินเสียง “อ้าว” ดังมาจากฝั่งชานยอล “เพราะเขาขอไว้หรอกนะ” สถบคำหยาบออกมาเล็กน้อย และตัดสินใจเดินจากไปอีกทาง แต่ก็ไม่วายหันมาชี้หน้าชานยอลอย่างคาดโทษอยู่หลายรอบ

ถ้าชนเสาจะวิ่งเข้าไปกระทืบซ้ำเลยคอยดู

“นายจะไม่โดนแค่พักการเรียนหรอกนะ เพราะงั้น อย่าสร้างเรื่องในโทโอ” แบคฮยอนว่า ก่อนปล่อยมือออกจากต้นแขนคนเลือดร้อน ทั้งคู่มองหน้ากันอยู่พักหนึ่งราวกับมีความในใจที่ยังไม่ถูกเคลียร์ออกมาทั้งหมด

แต่ข้อความจากจงอินที่ส่งเข้ามาเตือนให้รีบกลับเข้าสัมมนา ก็ทำให้ความคิดในครั้งนี้ล่มไปเสียก่อน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ยอลจังเล่าชีวิตที่โน่นให้ฟังบ้างสิครับ”

ในขณะที่ทาคาชิทั้งสี่กำลังนั่งฟังข่าวประจำวันอยู่ในโถงกลางบ้าน ชานยอลที่เพิ่งจะหย่อนก้นลงโซฟาได้ไม่กี่อึดใจ ก็โดนอี้ชิงเปิดประเด็นถามขึ้นทันที คงเพราะแม็กกาซีนท่องเที่ยวที่เพื่อนชาวจีนถืออยู่

“ทำไมไม่ถามเจ้านี่ มันก็เคยอยู่ที่นั่นเหมือนกัน” ชานยอลแย่งขนมจากมือเซฮุนเข้าปาก ก่อนจะชี้นิ้วไปทางจงอินที่กำลังพิมพ์งานด้วยสีหน้าเคร่งเครียดข้างกัน

“ฉันย้ายกลับโอซาก้าตอนเกรดห้า เดาซิว่าจำอะไรได้บ้างนอกจากสะพานโกเดนเกตกับถนนสโลบมุมป้าน 60 องศาที่เดินเกร็งจนปวดน่อง”

“ไม่น่าล่ะ” ชานยอลทำสีหน้าเยาะเย้ย “ที่แกฝังใจอยากผลิตฟาร์มวัวนำเข้า คงเพราะตอนนั้นเด็กเกินจะพังฟาร์มสินะ”

“ทำเป็นรู้ดี”

“จริงไปอีก”

“จินจังอย่าแทรกสิครับ” อี้ชิงฟาดแขนเข้ายังต้นคอเพื่อนผิวบรอนซ์ ให้ต้องร้อง อ่อก!’ ออกมา “เห็นบอกว่าเหยียดสีผิวกันหนักเลย จริงไหมครับ?”

“เรื่องเหยียดมันมีทุกชาตินั่นแหละ ฉันเป็นลูกครึ่งยังโดนคนที่นี่มองแปลกๆ อยู่ตั้งนานจริงไหม?” อี้ชิงที่มาอยู่ญี่ปุ่นตั้งแต่ยังเด็ก- เริ่มคิดตามก่อนพยักหน้าเห็นด้วย เขาลืมเรื่องนี้ไปซะสนิท ว่าทาคาชิมาจากต่างวัฒนธรรมกันแทบจะทั้งหมด ฉะนั้น   ชานยอลจึงไม่แปลกแยกสำหรับพวกเขาเลยแม้แต่น้อย “ถึงจะหาโรงเรียนรัฐคุณภาพดีได้ยาก แต่คนที่เคารพ Human Rights ไม่ทำอะไรไร้สาระแบบนั้นหรอก อีกอย่างที่นั่นคนเอเชียเยอะจะตายชัก”

“โห วันนี้ยอลจังพูดมีสาระจังเลยครับ”

“จำคนอื่นมาทั้งนั้น”

เพื่อนชาวจีนส่ายหน้าหน่าย เกือบจะดีอยู่แล้วเชียว “แล้วมีอะไรเหมือนกับญี่ปุ่นบ้างไหมครับ?”

“ถามเยอะถามแยะ ถามไปทำวิทยานิพนธ์มั้ง”

“เขาเรียกว่าใส่ใจเพื่อนต่างหากล่ะครับ” อี้ชิงยู่ปากแล้วหันไปฟ้องแบคฮยอนที่เอาแต่นั่งดูดนมกล้วยพร้อมทั้งจ้องรายการข่าวอย่างไม่สนใจโลกอยู่

จะว่าไปแล้ว ชานยอลยังไม่มีเวลาเคลียร์กับเจ้าบ้านเรื่องเมื่อวานเลยด้วยซ้ำ เป็นการยากที่จะเข้าถึงตัวแบคฮยอน พอได้อยู่กันสองต่อสองทีไร ก็จำเป็นต้องเบี่ยงไปคุยเรื่องโปรเจคที่มีกำหนดส่งสัปดาห์หน้าก่อนทุกครั้ง

สุดท้ายก็ยังคาราคาซังไม่เลิก

“เหมือน?” หนุ่มลูกครึ่งนึก “แผ่นดินไหวบ่อยล่ะมั้ง แต่คงไม่บ่อยเท่าแก้ผ้าประท้วง”

“แบบนั้นท่าจะหนาวนะครับ ในนี้เขาเขียนบอกเอาไว้ ว่าอากาศดีตลอดปี ซัมเมอร์ก็แทบจะไม่ร้อนเลยด้วยซ้ำ”

“ก็แค่ตอนเช้ากับตอนเย็นเท่านั้นแหละ แต่ถ้าอยากบ่มแดดจริงจัง แคลิฟอร์เนียแถบชายฝั่งที่ฉันอยู่น่ะไม่เหมาะหรอก คงต้องหนีไปพึ่งแอริโซน่า แท็กซัส ฟลอริด้า ไม่ก็ฮาวายแทน”

“สองรัฐหลังเด็ดมาก” จงอินแทรก “หมายถึงบิกินนีสีนีออนเด็ดมาก” และนั่นก็ทำให้เสียงหัวเราะเล็กๆ เกิดขึ้นได้ ในบรรยากาศยามเช้าแบบนี้

คุยสัพเพเหระกันไปเรื่อยจนกระทั่งรถพัสดุเอกชนนำของมาส่ง ซึ่งแน่นอนว่าฝ่ายรับหน้าอย่างอี้ชิงไม่พลาดที่จะพุ่งตัวไปยังหน้าบ้านแบบไม่รีรอ

ในขณะเดียวกัน แบคฮยอนได้ละความสนใจจากข่าวการเมืองครู่หนึ่ง ทั้งที่ใบหน้าตรง แต่นัยน์ตาดันเหลือบไปทางชานยอลซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน

เขาเห็นชายหนุ่มยกเจ้าโอดะออกจากไหล่เซฮุน แล้วนำมาวางบนตักตัวเอง มือใหญ่ลูบหัวแมวดำแสนเชื่องให้รับกับตาที่หลับพริ้มของมัน รอยยิ้มกว้างจากหนุ่มลูกครึ่งเป็นอีกหนึ่งสิ่ง ที่แบคฮยอนมักจะเผลอยกมุมปากตามทุกครั้งที่แอบมอง

แต่พอชานยอลรู้สึกได้ถึงการถูกจับจ้องและเงยหน้าขึ้นสอดส่อง แบคฮยอนก็สามารถเบนสายตาให้กลับมาสนใจเนื้อหาของข่าวได้อย่างไม่มีพิรุธ

เป็นแบบนี้เสมอมา

“พัสดุถึงแบคซังครับ” อี้ชิงวางกล่องสีน้ำตาลเรียบหรูลงบนโต๊ะ เขาทำทีจะขยับมันให้เข้าไปใกล้เจ้าบ้านมากขึ้น แต่ใบหน้าเรียวกลับส่ายปฏิเสธ

“นายเปิดเถอะ”

ถึงจะสงสัย แต่อี้ชิงก็เลือกที่จะทำตามโดยไม่คิดระแวง เขารู้ว่าแบคฮยอนไม่ชอบพูดอะไรซ้ำนัก หากอีกคนบอกให้ทำสิ่งใด สิ่งนั้นต้องผ่านการตัดสินใจมาอย่างดีแล้ว อีกทั้งแววตาที่ดูอบอุ่นนั่นอีก อี้ชิงห้ามตัวเองไม่ให้คล้อยตามไม่ได้เลยจริงๆ

และเมื่อหนุ่มชาวจีนแกะกระดาษชั้นสุดท้ายออก

“แบคซัง” นัยน์ตาทั้งสองของอี้ชิงก็คลอไปด้วยหยาดน้ำใส จนคนที่เหลือต้องปัดมือซีดให้หลีกทาง เพื่อขอดูของในกล่องบ้าง

“เฮ้ย” จงอินอุทาน

“อะไรวะเนี่ย” ชานยอลพูดอย่างอึ้งๆ

“ม้าว ..” และเจ้าโอดะที่ครางเสียงอ่อนแทนเซฮุน

ทั้งสี่หยิบห่อผ้าเหล่านั้นขึ้น โดยคนแรกที่คลี่มันออกก่อนใครก็คืออี้ชิงผู้ซึ่งน้ำตาไหลเป็นสาย ราวกับเจ้าสาวที่กำลังตื้นตันใจเพราะถูกเจ้าบ่าวขอแต่งงานในวันตกอับ

“ชุด ฮึก ..ยูกาตะ”

ใช่ มันคือชุดยูกาตะ

แถมยังเป็นคอลเลคชั่นพิเศษที่แบคฮยอนสั่งตัดให้ทั้งสี่คนโดยเฉพาะ

ชานยอลพลิกหน้าพลิกหลังดูบ้าง ยอมรับว่าตื่นเต้นจนเผลอยกยิ้มออกมาอย่างลืมตัว แม้คุณนายปาร์คจะเคยให้เป็นของขวัญไปหนนึงแล้วก็ตาม เขาลูบเนื้อผ้าลื่นมือไปมา สีของมันเข้ากันได้ดีกับลายทอประณีตน่าสวม และเมื่อพลิกดูคอเสื้อด้านใน ก็เจอเข้ากับตัวอักษรเล็กๆ ซึ่งถูกปักเอาไว้อย่างบรรจง

 

.. Park Chanyeol ..

 

นัยน์ตาคมจดจ้องชื่อตัวเองอย่างพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง

เขาสัมผัสได้ถึงความใส่ใจในรายละเอียดของผู้ให้ และคนที่เหลือก็คงเห็นพ้องต้องกัน สามทาคาชิทรุดตัวลงแนบพื้นแล้วก้มคำนับซ้ำๆ จนบอสใหญ่ทำสีหน้ารำคาญ ถึงยอมลุกขึ้นมานั่งบนโซฟาตามเดิม แต่ก็ยังไม่วายน้ำตาซึมกันไม่เลิก

ถือซะว่าเป็นของขวัญในปีที่พวกเราบรรลุนิติภาวะก็แล้วกัน

แบคฮยอนว่า ก่อนเสียงปล่อยโฮจากอี้ชิงจะดังขึ้นอีกรอบ

สำหรับคนที่เชื่อในพระเจ้าอย่าง ปาร์ค ชานยอล เขามองว่าแบคฮยอนกำลังหว่านสิ่งดีเพื่อเก็บเกี่ยวสิ่งที่ดียิ่งกว่า นั่นคือความรักและความสัมพันธ์อันยืนยาวในกลุ่มเพื่อน ซึ่งคงทำมันเนิ่นนานเรื่อยมา ถึงซื้อเจ้าพวกนี้ได้หมดใจ ไปไหนไม่รอดสักราย

นี่คือซัมเมอร์ในญี่ปุ่นไงล่ะชานยอล

และดูเหมือนว่าเขาเอง ก็คงไม่ต่างกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปลาหมึกครับ

ท่ามกลางผู้คนในงานเทศกาลฮานาบิมัตสึริ(ชมดอกไม้ไฟ) ซุ้มขายของ และโคมไฟหลายพันดวงที่ตั้งเรียงรายไปตามทางเดินริมแม่น้ำสุมิดะ

ชานยอลที่ถูกจงอินจับเซ็ตผม และแหวกชุดยูกาตะลงจนเห็นแผงเขย่าใจ

กำลังทำหน้าเซ็งสุดขีด

สนใจปลาหมึกย่างไหมครับ?”

หนุ่มลูกครึ่งถูกมัดมือชกให้มายืนประจำซุ้ม ซึ่งขึงชื่อเด่นหราเอาไว้ว่า คิโยชิซัง หรือที่รู้จักกันโดยทั่วว่าเป็นร้านประจำตระกูลของ คิโยชิ เทปเป โดยต้องถือไม้ปลาหมึกสีเหลืองอร่ามเอาไว้ พร้อมตะเบ็งเสียงป่วยๆ เรียกแขกอย่างไม่เต็มใจนัก

“ปวดแขนชะมัด”

“ทำหน้าให้มันรับแขกหน่อยซี” รุ่นพี่เจ้าของร้านมาพร้อมกับผ้าคาดหน้าผาก สุดโบราณและชุดจินเบ้อย่างกับเถ้าแก่เนี้ย มือใหญ่ตบไหล่รุ่นน้องตัวสูง ก่อนจะหัวเราะอย่างอารมณ์ดีเช่นทุกครั้ง

“แล้วทำไมผมต้องมาขายเจ้าพวกนี้ด้วย?”

“รุ่นน้องช่วยรุ่นพี่จะเป็นอะไรไป ..จริงไหม แบคฮยอน?” คนถูกเรียกเงยหน้าจากถาดปลาหมึกซึ่งรับต่อมาจากครอบครัวคิโยชิ ก่อนจะกระทุ้งศอกไปยังท้องรุ่นพี่ดัง อุ่ก!’ เพื่อขอทาง

บยอน แบคฮยอน ยังคงคอนเซปต์เดิม คือชุดยูกาตะสีดำกับรองเท้าเกี๊ยะคู่โปรด ตาเรียวเปรยบอกชานยอลให้เคลียร์ถาดเก่าออกและแทรกถาดใหม่แทนที่ เพื่อจัดการเทน้ำจิ้มลงอย่างชำนิชำนาญ

“อูย ทำไมไม่น่ารักเหมือนเซฮุนบ้างเลยน้า” รุ่นพี่ตัวโตค่อนแขวะ แล้วมองไปยังรุ่นน้องตัวขาวซึ่งยืนแจกใบปลิวอยู่ไม่ไกล พร้อมเจ้าโอดะบนไหล่ โอ เซฮุน ยิ้มบ้าง หาวบ้าง แต่ก็ยังทำหน้าที่ได้ไม่ขาดตกบกพร่อง โดยการยื่นใบปลิวกลับหัวแจกจ่ายผู้คนไม่หยุดหย่อน

“ผมให้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมง” แบคฮยอนพูดเสียงเรียบใส่เทปเป ก่อนยื่นถุงปลาหมึกย่างไปยังกลุ่มลูกค้าชายหนุ่ม- ที่ซ่อนความตื่นเต้นบนหน้าเอาไว้ไม่มิด และรับแบงก์พันเยนแบบไม่ต้องทอนมาถือไว้ “พวกผมมาที่นี่เพื่อชมดอกไม้ไฟ”

“รู้น่า แต่ได้ทิปส์หนักขนาดนี้ใครจะไม่อยากเรียกใช้” เทปเปกะจะพูดแล้วหัวเราะร่าต่อสักห้านาที แต่ติดที่ถูกมือเล็กยัดเงินเข้าปากตั้งแต่วินาทีแรกซะก่อนเนี่ยสิ แถมยังเท้าสะเอวมองกันด้วย “อูย รุนแรงอีกแล้ว ฉันไม่ได้ใช้งานปลอดค่าแรงนี่นากินฟรีไม่อั้น ลืมไปแล้วรึไง” ลูกชายเจ้าของร้านผายมือไปยังหลังซุ้ม และพบเข้ากับ คิม จงอิน ที่กำลังโซ้ยปลาหมึกย่างเข้าปากอย่างน่าเกลียด

พูดก็พูดเถอะ เจ้านั่นยังไม่ได้ทำงานอะไรเลยสักอย่าง ..

“ทุกคน!” เสียงใสจาก จาง อี้ชิง ดังแหวกอากาศขึ้น เจ้านั่นวิ่งฝ่าฝูงชนเข้ามาและทำสีหน้าดีใจจนเกินเหตุ “ผมไปเจอฟิกเกอร์ไดจังมา 3 ตัว! 900 เยนเองครับ!

ท่าทางกระดี๊กระด๊าตรงหน้าช่างขัดหูขัดตาคนถูกใช้แรงงานอย่างชานยอลเหลือเกิน เขาอยากกระโดดถีบขาคู่ใส่เพื่อนชาวจีนให้ลอยพ้นหูพ้นตาไปซะ

“โห คุ้มค่าสุดๆ!

แต่ลูกชายเจ้าของร้านดันเล่นไปกับมันอีกคนเนี่ยสิ

“มีคนปกติไหมวะ” ชานยอลทำเสียงยานอย่างเบื่อหน่าย มือใหญ่หยิบพัดที่ถูกสกรีนหน้าเทปเปเต็มแผ่นขึ้นมาสะบัดเพื่อไล่ความร้อนออกไป หน้าหนาวก็หนาวจนตัวสั่น หน้าร้อนก็ร้อนเสียจนผิวจะระเหิดเป็นไอ สุดยอดเลย ญี่ปุ่นนี่มันเมืองแห่งหิมะจริงไหม

บ่นกระปอดกระแปดในใจคนเดียวสักพัก ก็มีมือมากระตุกแขนเสื้อเรียกให้ต้องหันกลับมามอง และเบิกตาขึ้น ..

“อ้าปากเร็วเข้า”

แบคฮยอนยื่นไม้ปลาหมึกย่างมาจ่อเอาไว้ที่ปากของชานยอล

ณ ตอนนี้ ชานยอลรับรู้ว่าแบคฮยอนกำลังทำอะไร และต้องการให้เขาตอบสนองยังไง เขารู้ทุกอย่าง ทั้งการเคลื่อนไหวของมือเรียวที่ยกขึ้นมารองน้ำจิ้มเอาไว้ไม่ให้หยด หรือการขยับตัวเข้ามาใกล้กันอีกนิด ไหนจะสายตารอคอยแบบนั้น

แต่ยากเหลือเกินที่ร่างกายจะตอบโต้กลับ

นานจนกระทั่งผิดสังเกต และหัวคิ้วบอสใหญ่ที่เริ่มกดลงแสดงความไม่พอใจ คนหลอกตัวเองถึงเริ่มตั้งสติได้ ก่อนจะทำเป็นหลับตากัดปลาหมึกเข้าปากอย่างจำยอม

“ชานยอล”

“...?”

“ฉันปกติที่สุดในกลุ่ม อย่าลืมสิ”

ไม่ทันจะได้กลืนลงคอ ชานยอลก็ต้องสำลักปางตายเพราะคำพูดทิ้งท้ายจากแบคฮยอน ถ้าไม่ติดว่าไออยู่นะ จะตามไปตะโกนใส่หน้าเลยว่า

นายน่ะแปลกที่สุดแล้ว!’

แปลกที่ทำให้เขาไม่เป็นตัวของตัวเองอยู่แบบนี้ไง!





 

 

 

 

“ฮานิบิมัตสึริจัดขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้าแห่งน้ำครับ แต่คนส่วนใหญ่จะออกมาเฉลิมฉลองในฤดูร้อนซะมากกว่า”

จาง อี้ชิง ผู้สนใจวัฒนธรรมญี่ปุ่น เริ่มเล่าในสิ่งที่ตัวเองพอจะรู้

พวกเขาทั้งห้าในชุดยูกาตะใหม่เอี่ยม เดินเลี่ยงผู้คนนับแสนออกมาอีกฟากซึ่งค่อนข้างไกลจากริมแม่น้ำสุมิดะและโตเกียวสกายทรี แต่ว่ากันว่า สามารถมองเห็นดอกไม้ไฟได้ชัดเจนไม่แพ้กัน

“ปีนี้สุมิดะจุดอยู่ที่ประมาณ ..” อี้ชิงก้มอ่านแผ่นพับในมือ “20,000 ลูกครับ”

“เยอะกว่าทุกปีเลยสิ” จงอินพูดงึมงำและทำหน้าแปลกใจ

“ครับ แบ่งจุดเหมือนเดิม คือแถววัดเซนโซจิ 9,350 ลูก และที่นี่ 10,650 ลูก”

ชานยอลพยักหน้ารับเล็กน้อยกับข้อมูลใหม่

ปีที่แล้ว ชานยอลกับคุณนายปาร์คดั้นด้นไปถึงฮิโรชิม่าเพื่อชมการแสดงดอกไม้ไฟใต้น้ำที่เกาะมิยาจิม่า ซึ่งปีนี้เขาปฏิเสธเสียงแข็ง เพราะนอกจากจะไม่ได้ดูสิ่งที่ตั้งใจเอาไว้เนื่องด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวมหาศาลแล้ว ชานยอลเขายังต้องแบกคุณนายปาร์คกลับที่พักเพราะเธอเจ็บเท้าอีก

เอาไว้เดือนหน้าค่อยพาเธอไปสนามม้าแถวบ้านก็ไม่เสียหาย

ทั้งห้าคนนั่งเหยียดขาไปกับพื้นหญ้าสีเขียวสดเพื่อรอคอยการแสดงดอกไม้ไฟที่กำลังจะเริ่ม สามสหายนั่งเยื้องไปด้านหน้าเล็กน้อย นำโดยอี้ชิงที่เอาแต่จัดมุมถ่ายรูปฟิกเกอร์อวดคนในโซเชี่ยล จงอินที่ซดบะหมี่เย็นและน้ำแข็งใสไม่หยุด และเซฮุนที่สวมหน้ากากละครโนะ- นั่งกอดอกแข็งทื่ออยู่ตรงกลางกับเจ้าโอดะ

ส่วนชานยอลที่จับพลัดจับผลูมาอยู่ด้านหลัง ก็ถือโอกาสเอนตัวลงนอนแล้วเอาแขนรองแทนหมอนคลายความเมื่อยล้า

เสียงกลองตีเป็นจังหวะดังแว่วสร้างบรรยากาศได้ดี จนอดที่จะรู้สึกตื่นเต้นตามไม่ได้ สายตาคมทอดมองก้อนเมฆซึ่งลอยกระทบแสงจากพระจันทร์ในคืนเดือนหงาย และคาดหวังว่าอีกไม่กี่อึดใจจะได้พบกับสิ่งสวยงามที่กำลังจะเริ่มในไม่ช้า

สลับกับจ้องเสี้ยวใบหน้าขาวของคนข้างกาย

แบคฮยอนผู้ซึ่งนั่งเหยียดขา พร้อมทั้งค้ำมือไปด้านหลัง

บอสทาคาชิไม่มีนมกล้วยในมือ และไม่มีหนังสือห่อปกหนีบอยู่ที่แขนอย่างเช่นทุกวัน เวลานี้มีเพียงผู้ชายตัวเล็กกว่าเขาคืบเศษ อยู่ในท่าทางสบายกับใบหน้าเรียวใสที่ถูกโอบล้อมด้วยเส้นผมสีบลอนด์สว่างปลิวไสวไปกับสายลมยามพลบค่ำ

ผู้ชายที่ถูกประกอบขึ้นเป็น บยอน แบคฮยอน น่ามองไม่เปลี่ยน

ชานยอลยอมรับกับตัวเองว่าไม่สามารถละตาไปไหนได้ แม้กระทั่งยามเมื่อแบคฮยอนนอนลงข้างกัน เขาก็ยังไม่หยุดที่จะจับจ้องอีกคนอย่างเผลอไผล

“นี่ แบคฮยอน” ริมฝีปากอิ่มเอ่ยเรียก ชานยอลรู้สึกดีจนคิดว่าตัวเองใกล้จะเป็นบ้า เมื่อถูกมองกลับมาด้วยดวงตามีเสน่ห์คู่นั้น

ใบหน้าพวกเขาห่างกันไม่กี่คืบ

และมันยิ่งใกล้ เมื่อแบคฮยอนเปลี่ยนท่าทาง โดยการตะแคงข้างมาสบตากับเขาอย่างจงใจ

“นายชอบดอกไม้ไฟเหรอ?” ชานยอลถาม ขณะที่สามสหายได้ทำการแบ่งไฟเย็นให้กันและกันเพื่อย้อนช่วงเวลากลับไปวัยเด็ก ประจวบเหมาะกับการที่ดอกไม้ไฟลูกแรกถูกจุดขึ้นกระจายอยู่บนฟากฟ้า

“เปล่าหรอก”

แสงสีแดงประกายส้มสาดกระทบลงยังใบหน้าขาว ให้เห็นถึงรายละเอียดของริมฝีปากบาง แก้มเนียนใส จมูกโด่งรั้น และดวงตาเรียวเล็ก เด่นชัดมากขึ้นกว่าเดิม

“เพราะสามคนนั้นชอบ แล้วฉันก็พอใจที่พวกเขาชอบ”

แบคฮยอนยกยิ้ม เป็นยิ้มที่ไม่กว้างมากนัก แต่ชานยอลก็รับรู้ได้ว่าคนพูดมีความสุขกับการให้ในครั้งนี้มากแค่ไหน

“แต่ฉันไม่ชอบ” ชานยอลคิดว่าถึงเวลาแล้วจึงพูดขัด ใบหน้าหล่อเหลาจริงจังมากขึ้นจนแบคฮยอนนึกสงสัย แต่ก็ยังนิ่งเงียบให้อีกคนพูดจนจบประโยค “ฉันไม่ชอบให้นายเห็นสิ่งที่ฉันทำเป็นเรื่องขาดสติ”

“...”

“เพราะฉันรู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไปบ้าง และมันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับฉัน” ชานยอลเปลี่ยนบทสนทนาให้ย้อนกลับคืนไปในวันนั้น วันที่เขาเกือบล่วงเกินอีกฝ่ายอย่างไม่อาจจะให้อภัยได้      

ซึ่งคนฟังก็เผลอสบเข้ากับในนัยน์ตาคมที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ในนั้นไม่มีแววล้อเล่นแฝงอยู่เลยแม้แต่น้อย

คนผิดถอนหายใจออกมาเพื่อลบความประหม่า ก่อนจะเริ่มพูดต่อ

“ฉันยอมรับผิด”

เป็นอีกครั้งที่แบคฮยอนรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างในตัวชานยอล น้ำหนักที่เน้นย้ำในแต่ละคำแสดงให้เห็นถึงความจริงใจอย่างไม่เสแสร้ง ทว่ารอยยิ้มอบอุ่นที่ผุดขึ้นช่างขัดกับคำสารภาพผิดมากนัก

แต่ดันทำให้คนมองรู้สึกร้อนไปทั้งหน้าอย่างควบคุมไม่ได้

“ขอโทษ ที่ฉันเผลอทำตามใจตัวเอง”

เสียงดอกไม้ไฟปะทุดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ดอกแล้วดอกเล่า

แต่คงไม่เท่ากับใจของแบคฮยอน ..

ที่กำลังเต้นโครมครามจนรู้สึกสั่นไปทั้งร่างในตอนนี้

 


**อ้างอิงจำนวนการแสดงดอกไม้ไฟปี 2019 จาก : https://matcha-jp.com/th/375

 



ขอขอบคุณแบคซังในชุดยูกาตะจากคุณ @nfonn_


และฉากในห้องอาบน้ำจากน้องคราม @NP_KRAM


©
t
b
u
t
t
e
r
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 180 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,344 ความคิดเห็น

  1. #2321 Blu_parkchan1 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2563 / 00:03
    ยอลจังต้องสู้!
    #2,321
    0
  2. #2294 PRAE.VV (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 13:54
    ไม่รู้จะจับจุดไหน ตอนนี้มีหลากหลายอารมณ์มากๆ แต่หวังว่าทั้งคู่จะคุยกันจนรู้เรื่องก็พอ
    #2,294
    0
  3. #2237 RaineyRainn (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 18:25
    ตลกคริสอ่ะ อารมณ์แบบช่วยสนใจตูหน่อยยย555
    #2,237
    0
  4. #2236 RaineyRainn (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 18:24
    กรี๊ดด แบคฮยอนมีเขินก็คราวนี้><
    #2,236
    0
  5. #2214 ChungWila (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 21:45
    ทำไมบรรยายบรรยากาศได้เห็นภาพชัดขนาดนี้อ่ะ ดีมากๆเลย
    #2,214
    0
  6. #2105 midora (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / 15:07
    ตอนเดียวแต่คสามรุ้สึกหลากหลายมาก เดี๋ยวยิ้ม ซึ้ง หัวเราะ เขิน ชอบมากๆ
    #2,105
    0
  7. #2071 Zinzuko Nanthi (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 10:24
    ชอบสไตล์ฟิคแบบนี้จัง
    #2,071
    0
  8. #2035 kmxiioxe_ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 01:56
    ณจุดจุดนี้แอบขำคริสเล็กน้อยที่อยู่ท่ามกลางสงครามเย็น 5555555 ชานยอลก็เริ่มรุกหนักขึ้นเรื่อยๆแล้วนะคะ แบคซังก็แสดงความรู้มากขึ้น ~
    #2,035
    0
  9. #2018 D-T-M-456 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:39
    ชอบอิมเมจเซฮุน คือมีความมังงะมาก นึกภาพตามละขำดี555
    #2,018
    0
  10. #2017 D-T-M-456 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:37
    พิปาร์คมั่ยดั้ยมาเล่นๆ พิปาร์คมาเพื่อชน๊ะ!!!!
    #2,017
    0
  11. #2011 rainbow....* (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 14:35
    พี่ปาร์คไม่ได้มาเล่นๆนะครับ
    #2,011
    0
  12. #1977 p H x 0 q (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 05:16
    นี่ชอบการเก็บรายละเอียดในการเที่ยวแต่ละที่ ชอบมังงะ ชอบภาษา โอ้ยชอบบบบบบ
    #1,977
    0
  13. #1961 AnymousEiei (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 23:48
    อะไรคือการที่มาเพื่อเอาชนะทีมลูกเกตปะเนี่ย 55555
    #1,961
    0
  14. #1943 Tongdchr (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 07:59
    พี่ชานรุกแล้วค่ะ กี้สสสสสส อย่าพึ่งนั่งนะคะพี่ รุกต่อปัยยยยยยย
    #1,943
    0
  15. #1925 PINKLAND (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:26
    โง้ยยยยยยยยย ดีต่อใจ
    #1,925
    0
  16. #1903 Kyss (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:05
    งื้อออ ดีจัง รุ้สึกดีแทนแบคซังเลย เขินง่าาา
    #1,903
    0
  17. #1849 pcy921 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2559 / 16:43
    บอสนี่เอาใจใส่สมาชิกมากๆเลยเหมือนที่สมาชิกรักบอสมากๆเหมือนนั่นแหละเนอะ ดีกับใจมาก
    #1,849
    0
  18. #1781 P.kiml (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 22:03
    นึกว่าจะไม่มีอารมณ์แบบอื่นแล้วอ่ะ 5555555
    คือนิ่งมาก เฉยมากกลัวยอลเดาใจไม่ถูก
    โอยยยยยยยย เขินเหมือนกัน
    มีความรู้สึกเหมือนสองคนนี้เคยเจอกันมาก่อนเลยนะคะ
    แต่ก็นะความมโนของคนอ่าน ปล่อยผ่านๆเราไปบ้างนะ 55
    #1,781
    0
  19. #1764 snowtears (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กันยายน 2559 / 13:16
    พี่แบคเขินแล้ว บิงโกกกกกกกกกก ฮือออออออ ชานยอลรุกหนักๆเลยนะ เอาให้แบคฮยอนเขินเยอะๆเลยเราชอบ ฮืออออออออ
    #1,764
    0
  20. #1740 pim pimmi (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 17:42
    งื้อออออออ ><
    #1,740
    0
  21. #1694 joylnr (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 23:31
    โอยยยยยยย ดีงามมมมมม เขินง่าาาาาา แบคก็น่ารักกกกก
    #1,694
    0
  22. #1667 『 BLACK PEARL』 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 01:49
    ไปคบกันเลยยยย มีความอบอุ่นค่ะ?? อย่าว่าแต่แบคฮยอนใจเต้น นี่ก็เต้นฮือออ
    #1,667
    0
  23. #1646 ิbibam (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2559 / 15:42
    พี่ยอมใจเค้าจริงๆค่ะ ยอลจังเค้าไม่ได้มาเล่นๆ พี่เขินนนนนนนนน แบคฮยอนใจเต้นทำไม แบคฮยอนใจเต้นงี้คิดอะไรใช่มั้ย รู้เด้ เราก็คิด อยากได้พี่เค้า แต่คงต้องยกให้แบคซัง TT
    #1,646
    0
  24. #1514 Pinkuplatong (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 / 14:03
    ตายๆๆๆพิชานรุกหนักอึกแล้ว เขิน อะไรเนี่ย อยุๆมาสารภาพอะไรคะ
    #1,514
    0
  25. #1468 ` PuGun. (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 / 22:34
    คำพูดว่าใจสั่นแล้ว เห็นรูปใจสั่นนนหนักกว่าเดิมอีกก555555555
    #1,468
    0