พลั้งใจให้รักร้าย (รีอัป)

ตอนที่ 68 : ตอนที่ 6 น้องมีแฟนแล้วครับพ่อ 40%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,056
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    12 ต.ค. 62

ตอนที่ 6 น้องมีแฟนแล้วครับพ่อ

“นี่ชอบมันใช่มั๊ยห๊ะ!

ทันทีที่มาถึงบ้านระเบิดอารมณ์ก็ลงเธออย่างจัง เขาจัดการลากเธอออกมาจากร้านพอมาถึงรถก็โทรไปบอกชาลีว่าเขามารับเธอกลับก่อนแล้ว ส่วนเหตุผลของเขาก็ทำให้ชาลีเชื่ออย่างง่ายดาย

“พี่ไวน์เข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว” ชนาพัทธ์ตอนนี้ท่าทางพร้อมจะประทะตลอดเวลา ดีที่ตอนนี้ในบ้านไม่มีใครอยู่นอกจากเขาและเธอสองคน อาจจะเพราะแบบนี้ก็ได้ที่เขารีบพาเธอกลับมาก่อนเพื่อที่จะเคลียร์กันก่อนที่ชาลีและวรรณจะกลับมา

“พี่เห็นนะว่ามันกำลังจะจับมือวิว ก่อนที่พี่จะไปถึงสานความสัมพันธ์กันไปถึงไหนแล้วล่ะ” คนขี้โมโหอดประชดประชันไม่ได้ด้วยความที่ชอบประชดประชันของเขาก็ทำเอาเธอเอือมอยู่บ้าง

“ก็...” เธอเองก็ตอบคำถามนี้ไม่ได้เพราะตอนนั้นปรเมศตั้งท่าจะจับมือเธอเดินอย่างเดียว

 “บอกพี่มา!” ชนาพัทธ์ถามอย่างโมโห ทันทีที่กลับถึงบ้านเขาก็ลากเธอเข้ามาในห้องนอนของเขาเพื่อมาเคลียร์กันให้รู้เรื่อง

“ยังไม่ได้คุยกันถึงสามประโยคเลยค่ะ” เธอบอกเขาเสียงอ่อนมันพาให้เขาอารมณ์อ่อนลงได้บ้าง

“อ่อ...นี่ถ้าพี่ไม่ไปขัดจังหวะก่อนจะได้แลกเบอร์กันใช่ไหม?”

“แลกเบอร์อะไรกัน ทำไมพี่ไวน์ชอบคิดเอง” คราวนี้เธอมองหน้าเขาอย่างไม่พอใจ นี่เขาตัดสินเธอเร็วเกินไป

“พี่ไม่ได้คิดเองแต่พี่เห็น!

“พี่ไวน์...” เธอเรียกเขาด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน

“ถ้าเราขึ้นชื่อว่าคนคบกัน เราก็ควรจะไว้ใจกันนะคะ”

“พี่ไว้ใจวิว แต่พี่ไม่ไว้ใจคนอื่น” คนขี้หึงตอบกลับมาทันควัน พร้อมกับอาการงอนๆเดินมาทิ้งตัวนอนลงบนเตียงนอนกว้างๆของเขา

“แต่ใจวิวไม่เคยมีคนอื่นเลยนะคะ” น้ำเสียงของเธอไม่มีแววล้อเล่นเลยสักนิด พอเธอจริงจังขึ้นมาคนอยากเถียงก็เถียงต่อไปไม่ได้ ได้แต่นอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียง วรนิกาเห็นแบบนั้นจึงเดินไปที่เตียง อยู่กับเขามาเธอก็พอจะรู้แล้วว่าเขากำลังงอนรอเธอไปง้อ

“มันไม่มีอะไรหรอกค่ะ วิวเพิ่งเคยเจอเขาก็วันนี้เองและเพิ่งจะได้คุยกันไม่กี่ประโยคเสียด้วยซ้ำ” น้ำเสียงหวานฟังดูออดอ้อนของเธอทำให้เขาใจดีขึ้นมาบ้าง ยอมพลิกตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ

“พี่ไม่ชอบแบบนี้เลย” เขาย้ำเป็นรอบที่หนึ่งร้อยพร้อมกับดึงมือบางไปแนบกับแก้มของเขา

“แต่วิวห้ามใครไม่ได้นี่คะ”

“พ่อนี่ก็นะ อย่าคิดว่าพี่ไม่รู้ว่ากำลังจับคู่ให้วิวกับไอ้บ้านั่น!” นึกถึงหน้าคู่กรณีแล้วยิ่งทำให้โมโห

“เขาชื่อคุณปรเมศค่ะ”

“ห้ามจำชื่อมัน!” ยิ่งเธอพูดถึงเท่าไหร่มันยิ่งทำให้เขาอารมณ์ขึ้น อยากจะเล่าเรื่องที่เขาได้ยินมาจากห้องน้ำชายให้เธอฟังแต่ก็กลัวเธอไม่เชื่อ เมื่อก่อนยอมรับอย่างลูกผู้ชายเลยว่าเขาไม่ใช่คนขี้หึง แต่กับเธอคนนี้เขา คนที่ได้มาครอบครองด้วยความไม่ได้ตั้งใจมันทำให้เขารู้สึกหวงอย่างบอกไม่ถูก

“โธ่....พี่ไวน์”

“นี่อาลัยอาวรณ์มันนักหรือไง มานี่เลย” คนขี้หึงยังคงตีมึนต่อดึงร่างบางให้ลงล้มลงไปนอนเกยอกเขาพร้อมกับสายตาที่บอกให้เธอรู้ว่าเขาต้องการอะไร

“พี่ไวน์...ไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวแม่กับลุงก็กลับมาแล้ว” เธอเตือนสติเขาว่าตอนนี้ไม่ได้อยู่บ้านกันสองคน

“แล้วนี่พ่อกับน้าวรรณจะกลับวันไหน?”

“ยังไม่รู้เลยค่ะ”

“นี่ถ้าอยู่นานกว่านี้มีหวังว่าพี่ได้เป็นบ้าแน่ๆ” ชนาพัทธ์พูดอย่างเด็กเอาแต่ใจ

“ดีค่ะ วิวอยากเห็นพี่ไวน์เป็นบ้า”

“ก็ลองดูสิ พี่ไม่ทนหรอกนะและก็ไม่สนด้วย ถ้าอยู่นานกว่านี้พี่ไม่รับประกันว่าจะเก็บเรื่องของเราให้เป็นความลับไว้ได้นานแค่ไหน” น้ำเสียงของเขาฟังดูจริงจังมากขึ้น  มันเหมือนว่าเขากำลังขู่เธอ แต่แววตาของเขาที่ส่งผ่านเข้ามาในตาเธอนั่นบอกว่ามันไม่ใช่

“พี่ไวน์...เรื่องของเราอย่างเพิ่ง...”

“สักวันพ่อกับน้าวรรณก็ต้องรู้ถ้าพี่อยากให้รู้” เขาพูดอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่า

“ถ้าวันใดที่วิวดื้อกับพี่ พี่จะไม่รับประกันความลับของเรา” วรณิกาถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นรอยยิ้มร้ายๆของเขา เธอรู้ว่าเขาทำอย่างที่บอกไว้แน่ๆหากว่าเธอทำให้เขาไม่พอใจ หรือดื้อกับเขาอย่างที่เขาบอก

“ไม่ต้องมาขู่วิวหรอกค่ะ” เธอบอกเขาด้วยน้ำเสียงงอนๆพร้อมกับขืนตัวจะลุกขึ้นหนีเขาไป แต่คนใต้ร่างของเธอที่เธอนอนเกยอกเขาอยู่นั้นไวกว่า เขาจัดการพลิกร่างบางให้เป็นฝ่ายลงไปนอนใต้ร่างเขาอย่างง่ายดาย

“พี่ไวน์!

“พี่ไม่ได้ขู่ และคืนนี้วิวต้องนอนที่ห้องนี้”

“ไม่ได้ค่ะ!” เขาออกคำสั่งแต่เธอกลับขัดคำสั่งเขาอย่างหน้าตาเฉย

“โธ่...วิว แล้วคืนนี้พี่จะนอนหลับไหมล่ะ” เมื่อรู้ว่าข่มขู่ไม่สำเร็จเขาจึงเปลี่ยนมาออดอ้อนเธอเอาไว้

“เมื่อก่อนไม่มีวิวยังอยู่ได้เลย”

“ก็นั่นมันเมื่อก่อนไม่ใช่ตอนนี้”

“ไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวแม่กับลุงก็กลับแล้ว วันนี้แม่จะนอนกับวิว”

“อ้าว! แล้วพ่อล่ะ”

“ก็นอนห้องนอนแขกสิคะ หรือพี่ไวน์จะไปนอนเป็นเพื่อนลุงชาลี”

“ไม่เอาหรอก” เขาตอบเธอกลับทันควัน สีหน้าท่าทางของเขาไม่มีแววดีใจเลยที่พ่อมาเยี่ยม ยิ่งคนที่เขานอนกอดทุกคืนต้องไปนอนที่อื่นมันยิ่งทำให้เขาอยากจะลงแดงตายเป็นสิบๆรอบ

“พี่ไวน์....วิวยังไม่พร้อมให้พวกท่านรู้ตอนนี้ วิวยังเรียนไม่จบ แต่ถ้าวิวเรียนจบแล้ววิวจะไม่กลัวเลย” เธอยินดีที่จะให้ชนาพัทธ์บอกกับทุกคนเรื่องความสัมพันธ์กับเธอที่มันเกินเลยคำว่าพี่น้องในตอนที่เธอเรียนจบแล้วไม่ใช่ตอนนี้

“ฝึกงานเสร็จวิวก็ก็ต้องกลับไปเรียนอีก”

“นาน!

“ไม่นานหรอกค่ะ แค่ห้าเดือนกว่าๆเอง”

“วิว...” ชนาพัทธ์เปลี่ยนโหมดมาเรียกเธอด้วยน้ำเสียงออดอ้อนอย่างง่ายดาย

“คะ...”

“ถ้าวิวเรียนจบแล้ว วิวจะกลับไปอยู่ภูเก็ตเหรอ” เขาลองถามเธอดูแต่ก็ไม่ได้คาดหวังคำตอบอะไรกับเธอ ในทางกลับกันนั้นเหมือนจะเป็นเธอมากกว่าที่คาดหวังให้เขาห้ามเธอเมื่อเธอจะไป

“เอ่อ...ยังไม่รู้เลยค่ะ”

“เริ่มคิดๆไว้หรือยังว่าจะไปทางไหนดี” เขาเรียบๆเคียงๆถามเธอถึงเรื่องที่จะไปต่อหลังจากที่เธอเรียนจบ

“ยังไม่รู้เลยค่ะ” เธอเลี่ยงที่จะตอบเขาเพราะเธอเองก็คิดไม่ตกเรื่องนี้เหมือนกัน เธออยากกลับไปช่วยงานแม่ที่ภูเก็ตแต่ดูเหมือนเขาจะไม่คิดเหมือนเธอ เขาคงอยู่ที่นี่....

“คิดเอาไว้ได้แล้วจะเรียนจบแล้วนี่ แต่พี่ว่าวิวไปช่วยงานพ่อที่ภูเก็ตก็ดี” เขาบอกเธอดีๆแต่ทำไมเธอถึงรู้สึกไม่ดีกับประโยคนี้ของเขา มันทำให้เธอรู้สึกหวิวๆในใจ ในความตั้งใจของเธอนั้นอยากอยู่กับเขาแต่เขากลับไม่ได้รู้สึกเลยว่าอยากอยู่กับเธอ ถ้าเธอลงไปอยู่ใต้จริงๆเขาจะคิดถึงเธอบ้างหรือเปล่านะ

“ค่ะ...” วรณิการับคำเขาสั้นๆโดยไม่ยอมสบตาของเขาเลย ยิ่งถ้าเขาพูดเรื่องให้เธอไปอยู่ใต้เท่าไหร่มันยิ่งบาดหัวใจของเธอมากเท่านั้น สิ่งที่เธออยากรู้มันก็ออกมาจากปากเขาแล้วเมื่อก่อนคิดว่าจะลองๆถามเขาดูว่าหลังจากที่เรียนจบเขาอยากให้เธออยู่กรุงเทพด้วยหรือเปล่า แต่ตอนนี้เธอคงไม่ต้องถามคำถามนั้นแล้วล่ะเพราะเขาได้บอกเธอออกมาหมดแล้ว

“แต่ตอนนี้เราเรียนไม่ทันจบก็อยู่ที่กรุงเทพกันไปก่อน” ชนาพัทธ์บอกคนใต้ร่างด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ต่างจากคนที่เขากำลังจัดการชีวิตให้ตอนนี้ วรณิกาเอาแต่หลบตาเขาเพราะตอนนี้ในหัวกับลังสับสนกับสิ่งที่เขาบอก

“วิว...หลบทำไม” และคำพูดของเขามันก็ยังส่งผลไปถึงอารมณ์ของเธอในตอนนี้ ชนาพัทธ์พยายามก่อกวนให้เธอคล้อยตามไปกับอารมณ์ของเขา แต่เธอกลับไม่โอนอ่อนไปกับเขาปฏิกิริยาขัดใจเขาทำให้คนที่อารมณ์เตลิดไปไกลอารมณ์เสีย

“อย่านะคะ วันนี้แม่กับลุงอยู่ที่บ้าน” เธอพยายามหาเหตุผลที่ไม่ให้เขาได้ร่วมรักกับเธอ

“แต่ตอนนี้ไม่อยู่!” คนอารมณ์เตลิดเริ่มอารมณ์เสีย แต่ก่อนเธอไม่เคยจะขัดใจเขาแบบนี้เลย

“เดี๋ยวท่านก็กลับมาค่ะ” เธอพยายามหาเหตุผลพร้อมกับผลักอกเขาให้ออกห่างจากเธอ แต่แรงที่มีก็ไม่สามารถสู้แรงของเขาได้ ยิ่งเธอแสดงว่าต่อต้านเขาเท่าไหร่มันยิ่งทำให้เขาไม่พอใจมากเท่านั้น โชคดีที่เธอได้ยินเสียงรถของแม่และพ่อเลี้ยงดังเข้ามาในบ้าน

“ถอยไปเถอะค่ะ แม่กลับมาแล้ว”

“เป็นอะไร...วิวกำลังไม่พอใจพี่”

“ไม่ใช่นะคะ”

“พี่ไม่เชื่อ” เขาบอกเธอพร้อมกับขยับตัวออกจากเธอ พอไม่มีร่างของเขากดเธอเอาไว้ก็รีบลุกขึ้นนั่งทันทีแต่เธอก็ไม่ได้รีบออกจากห้องเพราะตอนนี้เธอรู้ดีว่าเขากำลังน้อยใจ

“พี่ไวน์...วันนี้เราแยกห้องกันนอนก่อนนะคะ พี่ก็รู้ว่าวันนี้แม่กับลุงอยู่ด้วย”

“พี่รู้....”

“เดี๋ยวพอแม่กับลุงชาลีกลับเราก็นอนด้วยกันเหมือนเดิม” คราวนี้เขาถึงมีรอยยิ้มให้เธอได้

“วิวมีเวลาอยู่กับพี่ไวน์มากมาย แต่กับแม่วิวไม่ค่อยได้เจอ วันนี้วิวขอล่ะนะคะ” เธออ้อนวอนขอเขาอย่างกับเด็กๆ ชนาพัทธ์ที่กำลังอารมณ์กรุ่นๆอยู่กลับมีรอยยิ้มให้เธอ

“ก็ได้ แต่ต้องมีรางวัลให้พี่นะ” คนขอรางวัลยิ้มด้วยสีหน้ากรุ้มกริ่ม

“รางวัลอะไรคะ?”

“เอาไว้ถึงตอนนั้นแล้วค่อยบอก” ว่าจบเขาก็รั้งใบหน้าเอเข้ามาจูบหนักๆเข้าที่ริมฝีปากเธอหนึ่งทีก่อนจะปล่อยให้เธอออกไปจากห้องได้

“พี่คงนอนไม่หลับแน่” น้ำเสียงออดอ้อนของเขายังคงอ่อยให้เธอสงสาร แต่เจ้าตัวก็ไม่หันมาสนใจเขารีบลงจากเตียงเพื่อออกจากห้องของเขาไป แต่ก่อนจะออกไปเธอหยิบเอาโน๊ตบุ๊คของเขาออกไปด้วย

 


พลั้งใจให้รักร้าย
tanlava
www.mebmarket.com
“เมื่อคืน...เกิดอะไรขึ้น?” ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจแต่คนที่เพิ่งตื่นกลับเลือกที่จะถามเธอออกมาแบบนั้นเพื่อย้ำเตือนตัวเองว่าเขาได้ทำลายความไว้ใจจากหลายๆคนลงไปอย่างไม่น่าไว้ใจ“วิว...” เธอพยายามที่จะพูดอะไรสักอย่างที่ให้เขารู้สึกดี แต่น้ำตาเจ้ากรรมมันกลับไหลออกมาก่อน“เมื่อคืนนี้พี่เมามาก”“ค่ะ...พี่ไวน์เมา” ไม่ใช่เพราะความเมาของเขานั่นหรือไงที่ทำให้เธอต้องมานั่งเสียใจอยู่อย่างนี้ ไม่เสียใจที่ตกเป็นของเขาแต่เสียใจที่ทำลายความไว้ใจของแม่และพ่อเลี้ยงลงไปอย่างไม่มีชิ้นดี“วิว...สติดีกว่า ทำไมไม่ห้ามพี่” ประโยคนั้นทำเอาคนฟังหัวใจร่วงหล่นลงไปอยู่ที่ปลายเท้า เขาพูดออกมาอย่างนั้นมันก็ไม่ต่างจากกล่าวหาว่าเธอใจง่ายเอง!“ค่ะ วิวผิดเองที่ไม่ห้ามพี่ไวน์ เอาเป็นว่าวิวจะลืมๆมันไปแล้วกันนะคะ พี่ไวน์ก็ลืมมันไปเถอะค่ะ คิดเสียว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น”  เขาจะรู้หรือเปล่าว่าคำว่าลืมที่เธอบอกเขามันเฉือนหัวใจของเธอเจ็บมากแค่ไหน แต่การที่จะมานั่งร้องไห้ฟูมฟายให้เขารับผิดชอบนั้นเธอก็มองว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรอยู่ดีถ้าเขาไม่เต็มใจ“พูดง่ายจังเลยนะ!” ปล// เพิ่มตอนพิเศษเเล้วนะคะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

108 ความคิดเห็น