พลั้งใจให้รักร้าย (รีอัป)

ตอนที่ 66 : ตอนที่ 5 พี่ไวน์หึงหรอคะ? 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 754
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    9 ต.ค. 62

ตอนที่ 5 พี่ไวน์หึงหรอคะ?


   หลังจากวันหยุดปีใหม่ผ่านพ้นไปบรรยากาศในที่ทำงานก็เป็นไปอย่างเรียบง่ายหัวข้อสนทนาของเพื่อนร่วมงานที่เพิ่งเจอหน้ากันก็คงหนีไม่พ้น


ปีใหม่ไปเที่ยวไหนมาเธอเองก็ถูกถามด้วยคำถามนี้เหมือนกัน ดีที่ได้ไปส่งปานวาดที่บ้านเธอเลยพอมีเรื่องจะคุยกับใครเขาบ้าง


“แปลกจัง ทำไมน้องวิวกับคุณไวน์ไม่กลับบ้านที่ภูเก็ต” พอเธอบอกไปว่าไปเที่ยวบ้านของเพื่อนรักมามันก็เหมือนจะดีแต่ใครจะรู้ว่ามันกลับกลายเป็นช่องโหว่ให้คนอื่นอยากรู้เรื่องส่วนตัวของเธอได้


“ไม่ได้กลับค่ะ แม่กับลุงไม่อยู่ปีนี้เลยไม่กลับ” เธอตอบกลับเพื่อรักษามารยาททั้งที่ความจริงแล้วเธอถือว่าสิ่งที่รุ่นพี่ถามคือเรื่องส่วนตัว


“ลุง? ทำไมน้องวิวเรียกสามีของแม่ว่าลุงล่ะคะ” คำถามแรกที่ถือว่าไม่มีมารยาทแล้วคำถามที่สองยังแรงยิ่งกว่าคำถามแรกอีกทำเอาเธอลำบากใจในการตอบคำถาม ราณีคือสาววัยใกล้สี่สิบที่ชอบนินทาเรื่องทุกคนอันนี้เธอก็พอจะรู้ดีเพราะพิมพ์แขก็เคยเล่าให้เธอฟัง


“จะเรียกยังไงมันก็ไม่ใช่เรื่องของคุณนะผมว่า” น้ำเสียงอันเต็มไปด้วยมนต์ขลังดังมาก่อนที่เจ้าตัวจะปรากฏกาย ประตูห้องที่ปิดไม่สนิททำให้เขาได้ยินตั้งแต่คำถามแรกแล้ว


“พี่ไวน์...” เธอไม่ตกใจหรอกที่เห็นเขามายืนอยู่ในห้องชงกาแฟแบบนี้แต่เธอแปลกใจมากกว่าเพราะปกติแล้วพิมพ์แขจะมาชงให้เจ้านายเองกับมือ


“คุณไวน์คะ...เอ่อ...” คงไม่ต้องบอกก็รู้ว่าตอนนี้ราณีที่อยากรู้เรื่องคนอื่นไปทั่วไม่เว้นแม้แต่เจ้านายกำลังหน้าซีดเป็นไก่ต้ม นี่ก็คงเป็นบทลงโทษของคนที่อยากรู้เรื่องคนอื่นต่อให้ไม่ได้ทำอะไรผิดก็จะรู้สึกผิดอยู่เสมอ แต่ก็ขึ้นอยู่ที่ว่าเจตนาคืออะไร รู้ไปแล้วจะพูดอย่างไรต่อ


“ไปรับพ่อกับน้าวรรณที่สนามบิน” เขาบอกเธอด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่ได้สนใจลูกน้องอีกคนที่เขาเพิ่งทำให้ตกใจเลย


“ห๊ะ! ก็ไหนแม่บอกว่ายังไม่กลับไงคะ?” ทั้งดีใจทั้งสงสัย ก็เธอเพิ่งคุยกับแม่ไปเมื่อคืนนี้แม่บอกเธอว่ายังไม่กลับนี่นา


“เขาคงอยากเซอร์ไพรส์เรามั้ง” แต่ใครจะรู้ว่าคนที่เซ็งที่สุดตอนนี้เห็นจะเขาเองที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ พอลงเครื่องปุ๊บพ่อที่ไม่ค่อยจะโทรหาลูกชายเลยก็โทรเข้ามาบอกให้ไปรับที่สนามบิน


“ไปเลยค่ะ รีบไปเดี๋ยวแม่กับลุงรอ” คนดีใจรีบจูงแขนพี่ชายนอกไส้ออกมาจากห้องชงกาแฟ ราณีมองตามเด็กฝึกงานด้วยสายตาที่มีแววอิจฉา ต่อให้เธอไม่ใช่ลูกแท้ๆของเศรษฐีเมืองใต้แต่เธอก็มีสิทธิ์ไม่ต่างจากลูกแท้ๆเลย


 

“แม่คะ ทางนี้!” ร่างบางกระโดดโบกมือให้ผู้เป็นแม่เห็น ตามประสาเด็กที่กำลังดีใจท่าทางของเธอเรียกรอยยิ้มจากคนข้างกายได้เป็นอย่างดี


“วิว...กระโดดทำไม?”


“ก็กลัวแม่ไม่เห็นนี่คะ”


“เห็นแล้ว เดี๋ยวพวกเขาก็เดินมาหาเรา” คนทำหน้าที่เป็นพี่ชายวันนี้อดปรามน้องสาวไม่ได้ เพราะโดนขัดเธอจึงหันมามองเขาด้วยสายตาเคืองๆก่อนจะหันไปยิ้มแป้นรับมารดาที่กำลังเดินเข้ามาหาเธอกับพี่ชาย


“คิดถึงแม่จังเลย” คนคิดถึงแม่กระโดดกอดอย่างเต็มรัก กิริยาเป็นเด็กๆของเธอเรียกรอยยิ้มจากชนาพัทธ์และชาลีได้เป็นอย่างมาก คนเป็นพ่อเห็นแบบนั้นแล้วก็อดล้อลูกชายบ้างไม่ได้


“มาพ่อกอดหน่อย”


“ไม่เอาพ่อ ผมโตแล้ว” ยังไม่ทันได้ทักทายกันเลยแต่สองพ่อลูกผู้เป็นไม้เบื่อไม้เมากันก็กัดกันเสียแล้ว


“สวัสดีค่ะคุณลุง สวัสดีค่ะคุณแม่” ร่างเล็กยอมออกจากอ้อมกอดของมารดามาไหว้สวัสดีก่อนเพราะเธอดีใจจนลืมสวัสดีผู้ใหญ่ทั้งสองคน เมื่อคนเป็นน้องทำเป็นตัวอย่างชนาพัทธ์ก็ทำตาม เขาไม่กล้าสู้หน้าท่านทั้งสองเลยก็ว่าได้


“สวัสดีจ๊ะ เป็นยังไงบ้างวิว ฝึกงานเป็นยังไง” วรรณถามลูกสาวอย่างยิ้มแย้ม เธอเองก็ไม่กล้าถามไปถึงลูกชายของสามีเพราะไม่ค่อยสนิทกันเสียเท่าไหร่


“สบายมากค่ะแม่ อีกไม่กี่เดือนก็ก็ฝึกจบแล้ว”


“ดีเลย เรียนจบแล้วจะได้ไปช่วยงานที่บ้าน ลุงไม่มีใครช่วยแล้วนะพี่ชายเราก็ไม่สนใจ” ท้ายประโยคชาลีก็ตั้งใจพูดให้ลูกชายได้รู้สึก


“ผมก็มีบริษัทของผมที่ผมต้องดูแลครับ” คนถูกว่าตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบคล้ายไม่พอใจ


“แล้วสิ่งที่พ่อสร้างไว้ล่ะ” สองพ่อลูกตั้งท่าจะงัดข้อกันจนวรรณต้องห้ามศึก ชนาพัทธ์กับชาลีเป็นไม้เบื่อไม้เมากันอยู่แล้ว


“ไม่เอาน่าคุณเพิ่งมาถึงเหนื่อยๆไปหาอะไรอร่อยๆกินกันดีกว่า”


“ดีค่ะคุณแม่” เมื่อเห็นท่าไม่ดีวรณิกาก็รีบเสริม


“คุณอยากทานอะไรเป็นพิเศษมั๊ยคะ?” วรรณหันไปถามความเห็นจากสามี


“แล้วแต่คุณเลย”


“วิวมีร้านไหนอร่อยๆพาแม่กับลุงไปกินมั๊ยเอ่ย?” คนเป็นแม่หันไปถามลูกสาวพร้อมรอยยิ้ม


“มีค่ะๆ”


“ถ้าอย่างนั้นเราไปทานข้าวกันก่อนแล้วผมจะเข้าไปส่งที่บ้านนะครับ ช่วงบ่ายผมมีประชุมต่อถ้าวิวอยากอยู่กับแม่เดี๋ยวพี่บอกคุณพิมพ์แขให้” ท้ายประโยคเขาหันไปบอกวรณิกาด้วยเสียงที่อ่อนลงกว่าคราวแรก


“ขอบคุณค่ะพี่ไวน์” ไม่ต้องบอกเขาก็รู้ว่าเธอดีใจมากแค่ไหน เพราะแววตาของเธอที่ฉายออกมาอย่างตื้นตันใจตอนที่เจอแม่ เขาเลยอยากให้เธอได้อยู่กับแม่อย่างสมใจดีกว่าเธองอแงขอกลับภูเก็บพร้อมพ่อของเขากับแม่เลี้ยง


   เพราะเวลาที่กระชั้นชิดชนาพัทธ์เลยต้องพาทุกคนแวะทานมื้อเที่ยงที่ห้างสรรพสินค้าใกล้บ้านก่อนที่จะแวะไปส่งทุกคนที่บ้านของเขา วรณิกาพูดจายิ้มแย้มอย่างมีความสุขอาจเป็นเพราะได้เจอแม่ที่ไม่ได้เจอกันนาน ต่างจากเขาที่ดูเหมือนจะอึดอัดเพราะไม่คุ้นเคยกับครอบครัว มีคุยกับผู้เป็นพ่อเรื่องงานบ้างนิดหน่อยก่อนจะปลีกตัวออกมาแต่ก่อนจะออกมาจากบ้านพ่อก็บอกให้ไปทานมื้อเย็นด้วยกัน


“พอดีตอนเย็นพ่อนัดเพื่อนเอาไว้ ไวน์ไปด้วยกันนะ” ชนาพัทธ์ชะงักกับคำชวนเพราะเขาเองก็ลำบากใจที่จะไปด้วย แต่จะปฏิเสธออกไปเลยมันก็ดูไม่ควร


“เพื่อนพ่อ? ใครหรือครับ”


“ลุงเปรมไง ไวน์จำได้หรือเปล่า? ตอนเย็นไปด้วยกันสิน้องกับน้าวรรณก็ไป” พอได้ยินแบบนั้นเขาก็อยากจะปฏิเสธออกไปเลยทันที พ่อของเขาต้องการให้ไปเป็นครอบครัวแต่เขาไม่เคยเต็มใจที่จะเป็นครอบครัวเดียวกันกับภรรยาใหม่ของพ่อเลย


“ผมไม่แน่ใจครับพ่อ กลัวประชุมลากไปถึงเย็นคงจะติดเลี้ยงขอบคุณลูกค้าอีก”


“ไม่เป็นไรถ้าว่างก็ตามไปแล้วกัน” เพราะรู้อยู่แล้วว่าต้องได้คำตอบแบบนี้ชาลีจึงไม่คาดหวังกับลูกชาย ได้แค่นี้ก็ดีเท่าไหร่แล้วเมื่อก่อนชนาพัทธ์แข็งใส่แม่เลี้ยงจนคนเป็นพ่อหนักใจพอโตขึ้นมาก็เริ่มอ่อนลง คงเป็นเพราะตอนที่แต่งงานกับวรรณนั้นชนาพัทธ์กำลังเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ตอนนั้นชนาพัทธ์ก็ไม่เข้าใจเหตุผลของพ่อจนทะเลาะกันบ้านเกือบแตกพอเขาแต่งงานใหม่ความสัมพันธ์ของพ่อลูกก็ลดลงตามจนกลายเป็นว่าพ่อลูกไม่สามารถปรึกษากันได้ทุกเรื่องเหมือนคู่อื่น


“ครับ...”


“เอ่อ...แล้วไวน์กับหนูนิลเป็นไงบ้าง?” แต่ก่อนที่เขาจะเดินออกจากบ้านไปคำถามของผู้เป็นพ่อก็ทำเอาชะงักไป แล้วที่โชคร้ายไปว่านั้นคือวรณิกาเดินเข้ามาได้ยินคำถามนั้นพอดี เขามองเธอก่อนจะตอบชาลีไปอย่างไม่รู้สึกรู้สา


“เลิกกันแล้วครับพ่อ”


“เลิก! อะไรกัน คบกันมาจนจะแต่งงานอยู่แล้วนี่ทำไมเราไม่ปรึกษาพ่อเลย” เรื่องนี้ดูเหมือนคนเป็นพ่อจะไม่พอใจแต่ชนาพัทธ์หาสนใจไม่เดินออกมาโดยไม่ตอบคำถามแต่หางตาเหลือบมองวรณิกาอยู่บ้างเพราะกลัวเธอจะคิดมาก แต่เขาก็แสดงออกไปให้เธอเห็นแล้วว่าเขาเลิกแล้วต่อกันกับนาริสาแล้ว


“คุณลุงคะ คุณแม่ให้มาตามค่ะ” เธอถามอย่างเก้ๆกังๆเพราะอารมณ์ของพ่อเลี้ยงตอนนี้ดูท่าจะไม่ดีเท่าไหร่


“เดี๋ยวลุงตามไป เอ่อ...คุณแม่บอกหรือยังว่าเย็นนี้ลุงจะพาไปทานข้าวกับเพื่อนๆของลุง”


“บอกแล้วค่ะ คุณลุงตามเข้าไปนะคะคุณแม่จะให้คุณลุงตัดสินใจเลือกของฝากให้วิว” น้ำเสียงแสดงถึงความดีใจจนปิดไม่มิด มิน่าล่ะสาวน้อยถึงวิ่งมาเรียกเขาถึงหน้าบ้าน


“หนูวิว...” วรณิกากำลังจะหันหลังให้แต่เขาก็เรียกลูกเลี้ยงไว้ก่อนเพราะตอนนี้มีเรื่องอื่นที่รบกวนจิตใจของเขา


“คะ...คุณลุง”


“พี่ชายเราเขาพาแฟนเข้ามาบ้านบ้างมั๊ย?” คำถามของชาลีทำให้เธอลำบากใจที่จะตอบพอสมควร เธอเคยเจอแฟน(เก่า)ของเขามาที่บ้านครั้งล่าสุดก็ก่อนที่เธอจะเข้าฝึกงานนั่นก็คือหลายเดือนแล้ว จะให้เธอตอบตามตรงก็กระไรๆอยู่


“มาค่ะ”


“ไหนไวน์บอกว่าเลิกกันแล้ว” คราวนี้ชาลีไม่ได้คุยกับเธอเหมือนบ่นด้วยความสงสัยอยู่คนเดียวมากกว่าแต่เธอก็ตอบออกไปเพราะความปากไว


“เอ่อ...หนูไม่ทราบค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ” ถ้ายังไม่ปลีกตัวออกไปเธอคงถูกพ่อเลี้ยงซักถึงเรื่องชนาพัทธ์กับแฟนแน่ๆ และเธอก็ไม่แน่ใจว่าจะตอบมันออกมาได้ดีหรือเปล่า เรื่องของชนาพัทธ์กับแฟนเก่ามันกวนใจเธอเหลือเกินมันสามารถทำให้เธอเป็นทุกข์ใจได้ทั้งๆที่คิดเอาไว้แล้วว่าไม่ว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไรเธอจะยอมรับมันไว้โดยไม่เสียใจ


 

พลั้งใจให้รักร้าย
tanlava
www.mebmarket.com
“เมื่อคืน...เกิดอะไรขึ้น?” ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจแต่คนที่เพิ่งตื่นกลับเลือกที่จะถามเธอออกมาแบบนั้นเพื่อย้ำเตือนตัวเองว่าเขาได้ทำลายความไว้ใจจากหลายๆคนลงไปอย่างไม่น่าไว้ใจ“วิว...” เธอพยายามที่จะพูดอะไรสักอย่างที่ให้เขารู้สึกดี แต่น้ำตาเจ้ากรรมมันกลับไหลออกมาก่อน“เมื่อคืนนี้พี่เมามาก”“ค่ะ...พี่ไวน์เมา” ไม่ใช่เพราะความเมาของเขานั่นหรือไงที่ทำให้เธอต้องมานั่งเสียใจอยู่อย่างนี้ ไม่เสียใจที่ตกเป็นของเขาแต่เสียใจที่ทำลายความไว้ใจของแม่และพ่อเลี้ยงลงไปอย่างไม่มีชิ้นดี“วิว...สติดีกว่า ทำไมไม่ห้ามพี่” ประโยคนั้นทำเอาคนฟังหัวใจร่วงหล่นลงไปอยู่ที่ปลายเท้า เขาพูดออกมาอย่างนั้นมันก็ไม่ต่างจากกล่าวหาว่าเธอใจง่ายเอง!“ค่ะ วิวผิดเองที่ไม่ห้ามพี่ไวน์ เอาเป็นว่าวิวจะลืมๆมันไปแล้วกันนะคะ พี่ไวน์ก็ลืมมันไปเถอะค่ะ คิดเสียว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น”  เขาจะรู้หรือเปล่าว่าคำว่าลืมที่เธอบอกเขามันเฉือนหัวใจของเธอเจ็บมากแค่ไหน แต่การที่จะมานั่งร้องไห้ฟูมฟายให้เขารับผิดชอบนั้นเธอก็มองว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรอยู่ดีถ้าเขาไม่เต็มใจ“พูดง่ายจังเลยนะ!” ปล// เพิ่มตอนพิเศษเเล้วนะคะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

108 ความคิดเห็น