ฎีการักจากพระชายาบ้านนอก

ตอนที่ 47 : 47. อ้อ! ชื่อหม่าชิงอี๋หรอกหรือ? ว่าแต่เจ้าเป็นใครกัน?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,080
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 457 ครั้ง
    8 พ.ย. 62

"จื่อหาน..รีบมาดูน้องสาวของพวกเราเร็วเข้า!" เพียงมาถึงลานรถม้าได้ไม่ทันไร..หลิวฉานเหยาก็ส่งเสียงลั่นขึ้นก่อนแล้ว แต่แน่นอนว่า..เป้าหมายที่แท้จริงของนางหาใช่องค์ไท่จื่อผู้เป็นพระสวามีไม่ หากแต่เป็นเจ้าสหายทึ่มหน้าดุนั่นต่างหาก!
และแล้ว..สิ่งที่นางเคยเอ่ยไว้ก่อนหน้าก็ได้พิสูจน์ชัดแล้วในตอนนี้..เมื่อเห็นสายตาตื่นตะลึงที่ 'เจ้าทึ่ม' บางคนมองมายัง 'คนงาม' ที่อยู่ข้างกายตน...
นั่น..คือเย่หลิงจริงๆน่ะหรือ...?
จ้าวฝูหมิงรู้ดีว่าพระชายาเอกของตนนั้นงดงามนัก แม้ว่าตั้งแต่แรกเขาจะมิใคร่ใส่ใจสิ่งใดมากไปกว่าการตั้งแง่รังเกียจในชาติกำเนิดและที่มาของนาง... และหวางเย่หลิงเองก็มิได้พยายามปรุงแต่งตัวเองดุจดังที่หม่าชิงอี๋มักกระทำเสมอ แต่เขาก็รู้ดีว่าพระชายาจากบ้านนอกผู้นี้มีรูปโฉมที่ใครได้เห็นก็ยากจะละสายตาไปได้ หากมิเคยคาดคิดมาก่อนเลยว่านาง..จะงามพิลาสได้ถึงเพียงนี้...
เส้นผมดำขลับที่เคยแผ่สยายระไปกับแผ่นอกของเขาเมื่อวันวานนั้น..ในยามนี้ถูกเกล้าขึ้นสูงและประดับด้วยปิ่นมุกร้อยหยกมรกตสีเข้มจางไขว้กระหวัดกันไปมาอย่างงดงาม ชุดกระโปรงยาวที่สวมอยู่เล่นสีเหลืองอ่อนแลเข้มสลับเรียงกันเป็นชั้นๆ..ตัวเสื้อทั้งคอและแขนทำจากผ้าไหมมุกสีเหลืองอ่อนปักลายหงส์คู่ด้วยเส้นไหมสีเหลืองเข้มสลับทองอย่างประณีตและดูอ่อนหวานเป็นพิเศษ ที่เอวยังคาดด้วยผ้าไหมสีเงินเป็นมันวาวแถบใหญ่ซึ่งช่วยเน้นเอวกิ่วคอดให้แลดูเล็กบางชวนสัมผัสยิ่งขึ้น แต่ที่งามไปกว่านั้น..ก็คือใบหน้าของนางในยามนี้..
ใบหน้าเล็กที่นวลเนียนปราศจากเครื่องประทินผิวใดๆอยู่เป็นนิจนั้น..บัดนี้กลับระเรื่อด้วยสีชาดอ่อนๆที่แตะแต้มแต่พองาม... ขณะที่ริมฝีปากอิ่มสวยถูกวาดด้วยสีชมพูบางๆ..ไม่แลดูจัดจ้านจนเกินควร..และก็มิได้ซีดเซียวเสียจนน่าเบื่อ... หากยิ่งพิศมองก็ยิ่งอยากแตะต้องสัมผัส..ยิ่งดึงดูดใจให้ใคร่รู้นักว่าหากได้ใกล้ชิดแล้ว..จะเนียนนุ่มและหวานซึ้งปานใด... ยังมีดวงตาหงส์ที่เปล่งประกายงดงามเฉิดฉันราวกับดาราคู่นั้นอีก...
"จื่อหาน..น้องสาวของเราเป็นอย่างไรบ้าง?" เห็นสายตา 'เจ้าทึ่ม' มองมาราวจะกลืนกินคนงามข้างกายตนเช่นนี้ก็นับว่าบรรลุเป้าหมายในขั้นแรกแล้ว หลิวฉานเหยาที่จู่ๆก็รู้สึกหมั่นไส้สหายวัยเยาว์ของตนขึ้นมากะทันหันพลันรีบถามแทรกขณะก้าวเข้ามาบดบังสายตาของสหายผู้นั้นพลางจูงมือเล็กของน้องสาวคนงามเดินไปข้างกายของสวามีตนในทันที
"เย่หลิง..เจ้าสวมชุดนี้แล้วงามยิ่งจริงๆ" จ้าวจื่อหานเอ่ยชมอย่างจริงใจพลางลอบส่งสายตากับผู้เป็นชายาของตนอย่างรู้กัน ก็พวกเขาเห็นนี่นะว่ามีคนปากแข็งบางคนชะงักงันไปในทันทีที่เห็นชายาเอกของตัวเอง
"ก็แน่ล่ะสิ! ชุดนี้น่ะระดมช่างตัดเย็บมาแทบจะทั้งเมืองหลวงอยู่แล้วเชียวกว่าจะสำเร็จลงได้ ไหนจะผ้าไหมเนื้อทองที่เป็นของกำนัลจากแคว้นเว่ยใต้นั่นอีก...ถ้าไม่งามล่ะก็คนสั่งเตรียมคงได้กระอักเลือดเป็นแน่! จริงหรือไม่ฝูหมิง!?" หลิวฉานเหยาเอ่ยถามอย่างนึกสนุก ก็อยากจัดเตรียมชุดให้ชายาของตนเสียดิบดีแต่ไม่กล้ายอมรับเองทำไมเล่า..เจ้าทึ่มเอ๊ย!
"พูดมาก! ไม่รู้หรือว่านี่มันยามอะไร! รีบไปกันได้แล้ว!" จ้าวฝูหมิงที่ถูกแทรกกลางแถมด้วยคำถามเสียดสีประชดประชันอย่างน่าโมโหหันมาเอ่ยกับสหายเก่าด้วยเสียงห้วนขณะปรายตากลับไปทางพระชายาเอกของตนราวกับเสียมิได้ แต่ที่จริงแล้วเขากำลังรู้สึกโกรธกับคำว่า 'เย่หลิง' ที่เสด็จพี่ตรัสออกมาเมื่อครู่นั่นต่างหาก! เฮอะ! เอ่ยวาจาสนิทสนมกันเสียเหลือเกินนะ! แถมเมื่อกี้เสด็จพี่จื่อหานก็ยังจ้องมองนางแล้วยิ้มกว้างไปเสียขนาดนั้น! คิดว่าเขาไม่เห็นหรืออย่างไร!?"
"อืม..เราคงต้องรีบไปกันเสียทีจริงๆนั่นล่ะ เหยาเอ๋อร์..เจ้าก็ปล่อยมือเย่หลิงได้แล้วล่ะนะ" องค์รัชทายาทจ้าวจื่อหานที่ยังมิทรงรู้พระองค์ใดๆตรัสขึ้นด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ หลิวฉานเหยาจึงได้หันมาค้อนควักใส่พระสวามีของตนครั้งหนึ่งก่อนจะจูงมือหวาง เย่หลิงไปตรงหน้าจ้าวฝูหมิงแล้วจับมือเล็กนั้นยัดใส่ลงไปในมือใหญ่ของสหายหน้าตาบึ้งตึงอย่างรวดเร็ว
"เอ้า! ชายาของเจ้า..เจ้าก็ดูแลต่อเองแล้วกัน! แล้วนี่..ใครกันอีกล่ะ?" หลิวฉานเหยาเลิกคิ้วขึ้นสูงขณะแสร้งมองสตรีในชุดสีแดงเพลิงที่กำลังยืนหน้าเผือดสีอยู่ข้างจ้าวฝูหมิงด้วยสายตาสงสัย เห็นอยู่หรอกนะว่าท่าทางตะลึงงันของฝูหมิงยามเห็นเย่หลิงทำให้สตรีแซ่หม่าผู้นี้อึ้งไปเพียงใด... ถึงนางจะงดงามไม่น้อยและก็ดูน่าสงสารอยู่บ้าง..แต่ใครใช้ให้สตรีผู้นี้ใจดำถึงกับลอบวางยาเย่หลิงกันล่ะ!
"ไท่..ไท่จื่อเฟย... หม่อมฉันหม่าชิงอี๋เพคะ..." เสียงแหบสั่นอย่างผิดปกติดังขึ้นขณะผู้เอ่ยคำยอบกายลงคำนับสตรีตรงหน้าตนด้วยท่าทางนุ่มนวล แต่ทว่า...
"อ้อ! ชื่อหม่าชิงอี๋หรอกหรือ? ว่าแต่เจ้าเป็นใครกัน? ทำไมถึงมายืนอยู่ตรงนี้ด้วยเล่า?"
"เพ..เพคะ?" หม่าชิงอี๋ที่คราวนี้กลายเป็นคนพูดจาตะกุกตะกักไปเสียแล้วกลับหน้าเซียวลงอีกเมื่อได้ยินวาจานั้น "หม่อมฉัน..หม่อมฉันเป็นพระชายารองของท่านอ๋องเพคะ..."
"อ้อ!" หลิวฉานเหยาส่งเสียงรับคำดุจเดิมอีกครา "อนุของฝูหมิงนี่เองหรอกหรือ? เจ้าคงจะตามไปร่วมงานที่วังหลวงด้วยสินะ งั้นก็รีบไปขึ้นรถม้าเถอะ..คงจะเป็นคันหลังนั่นกระมัง"
"พะ..เพคะ?" หม่าชิงอี๋หน้าเผือดสีลงอีกคราเมื่อได้ยินคำเรียกขานตนรวมถึงถ้อยคำที่ตามมานั้นก่อนจะหันไปทางท่านอ๋องบางพระองค์ราวจะขอความช่วยเหลือ "ท่านอ๋อง..."
"ฝูหมิง..ยังไม่รีบพาเย่หลิงขึ้นรถม้าอีกเล่า! เดี๋ยวก็ยิ่งสายไปอีกหรอก" หลิวฉานเหยาเอ่ยแทรก "จิ้งหยี่! รีบประคองอนุหม่าขึ้นรถไปเสียสิ!"
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 457 ครั้ง

318 ความคิดเห็น

  1. #96 aomsinsenior (@aomsinsenior) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 14:05

    เนี่ยยยยย
    #96
    1
    • #96-1 763tommy (@763tommy) (จากตอนที่ 47)
      15 พฤศจิกายน 2562 / 14:53
      ขอบคุณค่ะ นานๆจะมีชม ปกติเม้นต์ลบตลอด555
      #96-1
  2. #95 mano26282331 (@mano26282331) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 13:27
    จากชายารองเลื่อนขั้นเป็นอนุเสียแล้ว.

    555
    #95
    1
    • #95-1 763tommy (@763tommy) (จากตอนที่ 47)
      15 พฤศจิกายน 2562 / 14:54
      ขอบคุณที่แวะมาอ่านน้า
      #95-1