[BL:HARRY POTTER] Love Beyond Time

ตอนที่ 5 : [HARRY POTTER] Love Beyond Time [3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,204
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 164 ครั้ง
    1 เม.ย. 61

T
B



 
 





 


ฮอกวอตส์ ฮอกวอตส์ บ้างเป็นหูดบ้างตะกละน่าดู 
สอนเราบางสิ่งบ้างสิครู ไม่ว่าเราจะแก่หัวล้านเลี่ยน 
หรือเด็กเซียนซนซุกเข่าปะปุ หัวพวกเราก็ยังพร้อมประทุ 
พร้อมบรรจุพรรพวิทยา ทั้งนี้เพราะหัวเรามีแต่อากาศ 
กับขนปักษาชาติและซากแมลงวัน โปรดสอนเราบางสิ่งที่น่ารู้ 
และช่วยกู้สิ่งที่เราลืมหลง ครูทำดีที่สุดแล้วก็ปลง 
ที่เหลือคงเป็นหน้าที่เรานักเรียน สัญญาว่าเราจะตั้งตาเรียน 
จะพากเพียรจนสมองเปื่อยเน่าเอย..

 


 
 
ในที่สุดก็ถึงสถานที่ที่เรียกว่า ฮอกวอตส์
 
 
"ไปกันเถอะค่ะท่านพี่" พูดจบเฮิร์มก็ลากผมลงจากรถไฟทันที พร้อมๆกับอีกสองหนุ่มที่ลงตามมา


"เด็กๆทางนี้!" คนตัวใหญ่ที่รู้สึกว่าจะชื่อ แฮกริด เดินมาทางพวกเราที่เป็นเด็กปีหนึ่ง


"หวัดดีแฮกริด" แฮร์รี่ทักแฮกริด ซึ่งอีกฝ่ายก็ยิ้มตอบก่อนจะเดินนำเหล่านักเรียน

 
 
และแล้วก็ได้เวลาขึ้นเรือ ซึ่งผมก็นั่งกับพวกเฮิร์มแน่นอน ตอนนี้ผมใช้ผ้ามาคลุมหัวตัวเองอยู่ตอนลงมาจึงไม่มีใครสังเกตตัวผมเท่าไหร่ แฮร์รี่และรอนถามว่าทำแบบนี้ไปทำไม? ผมก็ตอบกลับไปแบบง่ายๆ และชี้มาที่ตัวเอง
 
 
 
"ก็ดูหน้าตาผมสิครับ"
 
 
 
ทั้งสองก็พยักหน้าเข้าใจโดยทันทีแบบไม่ถามอะไรอีก นั่งไปสักพักผมก็มองรอบๆ สักพักมองไปที่ผิวน้ำซึ่งสะท้อนแสงดวงดาวบนฟ้า ดูไปดูมาก็สวยงามใช้ได้ เมื่อมองไปข้างหน้าก็เห็นปราสาทที่สวยงามและดูน่ากลัวในเวลาเดียวกัน เมื่อผมลงมาก็เดินตามคนอื่นๆไปอย่างเงียบๆ จนพวกเฮิร์มไม่สังเกตเลยว่าผมหายไปเดินรั้งท้ายแล้ว 

 
 
ซึ่งผมก็ไม่ได้เอ่ยเรียกอะไร เพราะยังไงเดี๋ยวก็เจอกันอยู่ดี อยู่ตรงไหนก็เหมือนกันนั่นแหล่ะ 

 
 
เมื่อเดินขึ้นเดินบันไดมา ก็พบหญิงชราท่าทางเข้มงวดและสง่างามแต่ก็อ่อนโยน เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าพวกเด็กปีหนึ่งพร้อมเอ่ยขึ้นมาว่า...

 
 
"ขอต้อนรับสู่ ฮอกวอตส์ ในอีกไม่กี่อึดใจพวกเธอจะผ่านประตูนี้ไปพบเจอกับเพื่อนร่วมชั้น แต่ก่อนที่เธอจะนั่งประจำที่ เธอจะผ่านการคัดสรรเข้าบ้านก่อน ซึ่งมี กริฟฟินดอร์ ฮัฟเฟิลพัฟ เรเวนคลอ และสริธีริน ขณะอยู่ที่นี่บ้านเธอจะเปรียบเสมือนครอบครัวเธอ ชัยชนะจะทำแต้มให้บ้านเธอ ถ้าหากระเมิดกฏบ้านเธอจะต้องเสียแต้ม เมื่อถึงปลายเทอมบ้านที่ได้แต้มสูงสุดจะได้ถ้วยรางวัลบ้านดีเด่น"



และเมื่อหญิงชราพูดจบก็มีเด็กคนนึงร้องขึ้นมา

 
 
"เทรเวอร์!!" วิ่งเข้าไปอุ้มคางคกที่อยู่ข้างหน้าทันที แล้วเงยหน้ามองหญิงชราแบบกลัวๆ "ขะ ขอโทษครับ" รีบเดินกลับเข้าที่เดิม
 
 
"พิธีคัดสรรบ้านจะเริ่มในไม่ช้านี้" หญิงชราพูดจบก็เดินไป ปล่อยให้เด็กปีหนึ่งยืนรอสักครู่


"ที่เค้าลือกันบนรถไฟก็เรื่องจริงน่ะสิ แฮร์รี่ พอตเตอร์ มาเรียนที่ฮอกวอตส์"



เด็กหนุ่มปีหนึ่งคนนึงผมสีบลอนด์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่งเรียกให้สายตาแต่ละคนหันไปมอง เจ้าตัวแนะนำเพื่อนตัวเองที่ชื่อ แครบ อีกคนชื่อ กอยล์ และเดินไปหาแฮร์รี่พร้อมกับแนะนำตัวเอง 



"ส่วนฉัน มัลฟอย เดรโก มัลฟอย"


"อุ๊บ!...." รอนที่ฟังมัลฟอยแนะนำตัวจบก็หลุดขำออกมา จนทำให้มัลฟอยหันไปจ้องเขม็งและพูดขึ้นด้วยความโกรธ

 
 
"ชื่อฉันมันตลกรึไง ฉันไม่ต้องถามชื่อนาย ผมแดงสวมเสื้อคลุมที่ตกทอดกันมานามสกุล วีสลีย์ แน่" พูดจบรอนก็สีหน้าหมองคล้ำลงทันที ส่วนมัลฟอยก็หันไปพูดกับแฮร์รี่ต่อด้วยน้ำเสียงที่เย่อหยิ่งและถากถางกว่าเดิม

 
 
"แล้วนายจะรู้ว่าครอบครัวพ่อมดบางครอบครัวดีกว่าครอบครัวอื่นๆพอตเตอร์ ถ้านายไม่อยากผูกมิตรผิดประเภทล่ะก็ฉันอาจช่วยนายได้นะ"



มัลฟอยพูดจบก็ยื่นมือไปหาแฮร์รี่ ซึ่งแน่นอนเฮิร์มที่มองดูอยู่นานก็ไม่คิดอะไรมากมาย เพราะเธอรู้ว่าที่จริงมัลฟอยก็เป็นคนดี แค่หยิ่งและหลงตัวเองมากไปหน่อยแค่นั้นเอง แต่คำที่แฮร์รี่จะพูดตอบกลับไปมันอาจจะทำให้พวกเราไม่ลงรอยกันได้ซึ่งไม่ดีแน่ เมื่อเธอคิดแบบนั้นจึงเดินเข้าไปพูดแทรกทันทีก่อนที่แฮร์รี่จะพูด

 
 
"แฮร์รี่อยากเป็นเพื่อนกับมัลฟอยอยู่แล้วจริงไหม?" เฮิร์มพูดดักเล่นเอาแฮร์รี่ทำหน้างง รอนเช่นกัน


"งั้นรึพอตเตอร์" มัลฟอยยิ้มอย่างภูมิใจ เล่นเอาแฮร์รี่อยากเถียงแต่ก็โดนเฮิร์มจ้องเขม็งใส่


"แต่จะอยู่บ้านไหนมันขึ้นอยู่กับหมวกล่ะนะ" เฮิร์มพูดต่อแบบลอยๆ

 
 
"นั่นสินะ ช่างเถอะ ฉันก็ขออวยพรให้นายอยู่สริธีรินนะพอตเตอร์ ถึงแม้จะไม่ได้อยู่สิริธีรินก็ไม่เป็นไร เพราะนายอยากเป็นเพื่อนฉันนี่จริงไหม ฉันให้อภัย" มัลฟอยพูดแบบเย่อหยิ่งและทำหน้าภูมิใจพร้อมเดินเข้ากลุ่มไป เนื่องจากเห็นอาจารย์หญิงชราเดินกลับมาแล้ว

 
 
"เราพร้อมสำหรับพวกเธอแล้ว ตามฉันมา" หญิงชรากล่าวจบก็เดินนำนักเรียนไปทันที


"นี่เฮิร์มทำไมเธอถึงพูดแบบนั้นล่ะ?" แฮร์รี่รีบกระซิบถามเฮิร์มทันทีระหว่างเดิน


"นั่นสิฉันไม่เห็นอยากเป็นเพื่อนกับหมอนั่นเลย!" รอนพูดทำหน้ารับไม่ได้สุดๆ


"ฉันพูดไปแบบนั้นเพื่อช่วยพวกนายนะ" เฮิร์มกระซิบตอบด้วยสีหน้าจริงจังนิดๆ


"ช่วย?" ทั้งแฮร์รี่และรอนทำหน้างงพร้อมกัน

 
 
"ถ้านายตอบไปตามใจตัวเองตอนนั้นล่ะก็พวกนายได้ซวยแน่ พวกมัลฟอยน่ะอันตรายเป็นมิตรไว้จะดีที่สุด เข้าใจไหม!" จ้องทั้งสองเขม็ง
 
 
"คะ ครับ!" ทั้งสองขานรับพร้อมกันแบบกลัวๆ
 
 
"พวกเธอหยุดรอตรงนี้ก่อนนะ ก่อนที่เราจะเริ่มพิธีศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์อยากกล่าวอะไรสักสองสามคำ" หญิงชรากล่าวจบ เฮิร์มและผมที่อยู่หลังสุดก็แทบอยากจะหันไปจ้องเขม็งใส่ดัมเบิลดอร์อย่างเคียดแค้น แต่ก็ทำไม่ได้อีกฝ่ายอาจจะรู้ตัวซะก่อนจึงได้แต่อยู่นิ่งๆ
 
 
"มีกฏเกณฑ์สองสามอย่างก่อนเริ่มเทอมใหม่จะประกาศให้ทราบ พวกปีแรกโปรดจำว่าป่าต้องห้ามเป็นเขตหวงห้ามสำหรับนักเรียนทุกคน อีกอย่างภารโรงของเราคุณฟิลช์ฝากฉันให้เตือนพวกเธอด้วยว่าตามทางเดินของชั้นที่ 3 ตลอดด้านขวามืออยู่นอกขอบเขตของทุกคนที่ไม่ประสงค์ตายอย่างเจ็บปวดรวดร้าว ขอบใจ" พูดจบตาแก่ซึ่งหน้าตาในเรื่องนี้ไม่แก่ตามนั่งลงที่เดิมและยิ้มนิดๆ

 
 
'ชิ น่าหมั่นไส้!' ผมกับเฮิร์มคิดพร้อมกัน

 
 
"เมื่อฉันขานชื่อผู้ใดจงก้าวออกมา ฉันจะสวมหมวดคัดสรรไว้บนหัวเธอ และเธอจะถูกคัดให้เข้าอยู่ตามบ้าน" หญิงชรา(เอ่ยชื่อสักทีเหอะ)เอ่ยจบก็ขานชื่อแต่ละคนพร้อมมีเสียงเพลงตามมาด้วย
 
 
 
 
เธออาจไม่คิดว่าฉันสวย

ระวังด้วยอย่าตัดสินแต่ที่เห็น 

พนันกันตัวได้ถ้าจำเป็น

หาหมวกเด่นเช่นฉันเป็นไม่มี 

เธออยากใส่หมวกกลมก็ตามใจ

หรือหมวกใบสูงเพรียวไม่เกี่ยวนี่ 

เพราะฉันเป็นหมวกคัดสรรโรงเรียนนี้

และฉันดีเด่นกว่าหมวกทุกใบ 

อะไรเอ่ยซ่อนไว้ในหัวเธอ

ฉันอ่านเจอเห็นตลอดปลอดโปร่งใส

สวมฉันซิแล้วจะบอกได้ทันใจ

ว่าบ้านไหนเธอควรไปพำนักพิง 

เธออาจไปอยู่บ้านกริฟฟินดอร์

ซึ่งเป็นหอของผู้กล้าหัวใจสิงห์ 

ชอบท้าทายเป็นวีรบุรุษยิ่ง

นี่คือสิ่งสัญลักษณ์กริฟฟินดอร์ 

ฮัฟเฟิลพัฟอาจเป็นแห่งที่เธอไป

บ้านนี้ไว้คนทนไม่ย่อท้อ 

ยุติธรรมภักดีไม่รีรอ

ไม่สอพลอไม่เกี่ยงงานวานก็ทำ 

พวกฉลาดไปอยู่เรเวนคลอ

บ้านนี้ขอคนเก่งพูดขันขำ 

อีกเรียนรู้วิชาการเป็นประจำ

สิ่งสำคัญคือต้องมีความรู้ดี 

หรือเธออาจไปอยู่สลิธีริน

ซึ่งเป็นถิ่นพบมิตรแท้ชีวิตนี่ 

ฉลาดโกงใช้ทุกยุทธวิธี

ให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ใจต้องการ 

โอ้สวมฉันเร็วเข้าไม่ต้องกลัว

ไม่ต้องมัวทำประสาทใจอาจหาญ 

ปลอดภัยน่าอยู่ในมือที่ไม่พาล 

เขาเรียกขานฉันหมวกคิดพินิจใจ
 
 
 
 
อธิบาย เราเลือกนามสกุลให้นายเอกกับเฮอร์ไมโอนี่คือ 
ก๊อตดาร์ท (Goddard) แปลว่า แข็งแกร่งดุจเทพเจ้า
แต่ก็ยังลังเลกับ แอนเจลโล่ (Angelo) แปลว่า ผู้ส่งสารจากพระเจ้า
หรือจะเอา คิมเบอร์ (Kimber) แปลว่า ผู้มีอำนาจ


สรุปแล้วเราขอเลือก 
แอนเจลโล่ (Angelo) นะคะ >__<


 
 
และเมื่อมาถึงชื่อผม เดม่อน แอนเจลโล่ ผมก็เดินไปหาหมวกอย่างช้าๆโดยไม่สนสายตาของคนอื่นๆที่มองด้วยความสงสัยผสมไปกับความกลัวนิดๆ เพราะตอนนี้ผมก็คลุมหัวอยู่เช่นเดิมไม่คิดจะเอาลง แต่ละคนจึงไม่เห็นหน้าตาและสีหน้าของผม เมื่อผมนั่งลงหญิงชราก็นำหมวกสวมให้ผมทันที

 
 
"อาาาาา ครั้งที่สองงั้นรึเหมือนเด็กที่ชื่อเฮอร์ไมโอนี่เลย เคยอยู่สริธีรินสินะ แล้วคราวนี้อยากอยู่บ้านไหนล่ะ? หรืออยากอยู่บ้านเดิม เพราะยังไงฉันก็คิดว่าเธอเหมาะกับบ้านงูนะ" หมวกคัดสรรเอ่ยซึ่งแน่นอนมีแต่ผมที่ได้ยิน


"หึ ไม่ล่ะครับคราวนี้ผมขออยู่กริฟฟินดอร์ดีกว่าครับ" ผมตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่ก็ราบเรียบจนน่ากลัว อันที่จริงผมก็ไม่ได้อยากอยู่บ้านที่ตาแก่นั่นชอบหรอกนะ ทำไงได้ล่ะมันจำเป็นยังไงก็ต้องอยู่

 
"งั้นรึ ตามแต่ใจเจ้าต้องการ.....กริฟฟินดอร์!!" หมวกคัดสรรเอ่ยจบเด็กบ้านกริฟฟินดอร์เฮลั่นดีใจกันทันที ผมก็เดินไปนั่งข้างๆเฮิร์มที่ยิ้มมาด้วยความดีใจ

 
 
"ดีใจจังที่นายอยู่บ้านเดียวกัน!" แฮร์รี่พูดด้วยน้ำเสียงดีใจสุดๆ


"ใช่ๆ อันที่จริงฉันนึกว่านายจะได้สริธีรินนะ" รอนพูด


"อะไรทำให้คุณคิดแบบนั้นหรือครับรอน" ผมถามเสียงเรียบนิ่ง


"ก็ลักษณะนิสัยนายเหมือนพวกสริธีรินเลยอ่ะ แถม....." รอนยังพูดไม่จบเฮิร์มก็พูดดักอย่างรู้ทัน


"แถมหน้าตาพี่มันให้ความรู้สึกเหมือนงูใช่ไหมล่ะ?"


"ใช่" รอนพยักหน้า






พูดคุยไปสักพักก็ได้เวลาทานอาหารของน่ากินปรากฏบนโต๊ะเต็มไปหมดแทบจะเลือกไปถูกเลยว่าจะกินอะไรก่อนดี ในขณะที่บางคนยังเลือกไม่ถูกรอนก็เริ่มหยิบน่องไก่ขึ้นมากินซะจนจะหมดไปสองชิ้นแล้ว โดยมีแฮร์รี่มองอย่างทึ่งๆอามรมณ์คือเห็นรอกินแล้วอิ่มแทนส่วนเฮิร์มนั้นได้แต่ส่ายหัวอย่างปลงๆเพราะไม่ว่าจะตอนไหนเพื่อนเธอคนนี้เรื่องกินไม่แพ้ใครอย่างแน่นอน ผมก็ได้แต่มองก่อนจะตักซุบมากินอย่างช้าๆบ่งบอกมารยาทผู้ดี







และจู่ๆก็มีวิญญาณโผล่ทะลุโต๊ะอาหารขึ้นมา พอเห็นแบบนั้นผมก็จำที่เฮิร์มเล่าให้ฟังขึ้นมาได้ว่าระหว่างทานอาหารจะมีวิญญาณโผล่มาทักทายหนึ่งในนั้นคือ นิคหัวเกือบขาด เธอเล่าให้ฟังว่าเผลอไปถามอะไรไม่ควรจนอีกฝ่ายโชว์ว่าเกือบขาดยังไงตอนนั้นแทบกินอะไรไม่ลงเลยทีเดียว ครั้งนี้เฮิร์มเลยนั่งเงียบๆไม่ถามอะไร แต่ดูเหมือนโชคจะไม่เข้าข้างเธอสักเท่าไหร่เพราะครั้งเธอไม่ถาม แต่ดูเหมือนจะมีคนถามแทนเธอแล้ว



"เกือบขาดเหรอ ยังไง?"



เด็กชายถือน่องไก่ในปากก็เคี้ยวยังไม่เสร็จแต่ปากก็ยังถามออกไปเล่นเอาเฮิร์มจิกตามองอีกฝ่ายเขม็งเลย และแน่นอนโดนถามแบบนี้วิญญาณที่ถูกถามก็โชว์ให้ดูทันที ดีที่ผมรู้เลยไม่ได้มองก้มลงตักซุบกินอย่างเดียวโดยมีเฮิร์มที่ไม่มองเช่นกัน เด็กหนุ่มผมแดงซึ่งคือรอนที่เป็นคนเอ่ยถามและคนอื่นๆที่เห็นต่างกินอะไรไม่ลงไปตามๆกัน เฮิร์มขยับปากเบาๆผมที่มองอยู่พอจับใจความได้ว่า 'สมน้ำหน้า'







การเรียนปีแรกในฮอกวอตส์ได้เริ่มต้นขึ้นเพียงแต่ครั้งนี้เพราะมีผมอยู่ด้วยจึงสามารถลากตัวตื่นสายสองคนมาเรียนคาบแรกได้ทันเวลา เพราะตามที่เฮิร์มเล่าสองคนนี้แทบจะแย่ตั้งแต่วันแรกที่มาเรียนเลยทีเดียว โดยเฉพาะวิชาของศาสตราจารย์ที่ชื่อว่า เซเวอร์รัส สเนป ที่ตอนี้น่าจะเป็นสายส่งข่าวของนายทะ...โวลเดอมอร์ให้ดัมเบิลดอร์ เรียกได้ว่าในอดีตตอนที่ยังไม่มาเกิดใหม่สเนปเปรียบเสมือนคนสนิทของโวลเดอมอร์เลยก็ว่าได้ ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าสนิทรึเปล่าเพราะสุดท้ายคนๆนี้ก็โดนฆ่าด้วยฝีมือของนายท่าน...อ่าาา ให้ตายสิ ผมควรเลิกเรียกคนๆนั้นว่านายท่านได้แล้วนะ เฮ้ออออออ ตัดใจยากชะมัด!!
 








"ดวงตากระต่ายส่งเสียงดีดพิณ"
 
 
"นั่นเชมัสพยายามจะเปลี่ยนน้ำแก้วนั้นให้เป็นอะไร?" แฮร์รี่ที่นั่งมองเชมัสอยู่นานห็หันไปถามรอนด้วยความสงสัย
 
 
"เป็นเหล้ารัม อันที่จริงเมื่อวานนี้มันกลายเป็นน้ำชาไปทีนึงแล้...." รอนยังพูดไม่ทันจบก็เกิดเสียงระเบิดขึ้น

 
 
ตูมมมม!!
 

 
"ผมว่าเค้าคงต้องใช้เวลานะครับ" ผมพูดพร้อมปัดควันที่ลอยมาทางนี้ และมองเชมัสที่ตอนนี้หน้าดำไปแล้ว
 
 
"โอ้ว เมล์มา" รอนพูดพร้อมมีนกฮูกของแต่ละคนบินไปหาเจ้าของเพื่อส่งของให้ ซึ่งรอนก็ได้รับเช่นกัน
 
 
"ขอยื้มหน่อยได้ไหม?" แฮร์รี่เอ่ยถามพร้อมหยิบม้วนกระดาษหนังสือพิมพ์ที่รอนวางไว้ ซึ่งรอนพยักหน้าตอบว่าได้
 
 
"เฮ้ ดูเนวิลล์ได้ลูกแก้วเตือนความจำ"
 
 
"ฉันอ่านเรื่องนี้แล้ว เมื่อควันกลายเป็นสีแดงแปลว่าเราลืมอะไรบางอย่าง" เฮิร์มพูดตามที่เมื่อก่อนเธอเคยพูดไว้
 
 
"เอ่อ..มีปัญหาอยู่อย่างเดียวนะ" เนวิลล์เอ่ยขึ้นแบบเหงื่อตกก่อนจะมองลูกแก้วที่เปลี่ยนเป็นควันสีแดง
 
 
"คุณจำไม่ได้ว่าลืมอะไร ใช่ไหมครับ?" ผมเอ่ยขึ้นซึ่งเนวิลล์ตอบว่าใช่ คนเราก็แบบนี้แม้จะมีเครื่องเตือนว่าลืมอะไร แต่ถ้าตัวเราจำได้ไม่ได้ว่าตัวเองลืมอะไรมมันก็แทบจะไม่ช่วยอะไรเลย ช่วยแค่บอกว่าลืมอะไรสักอย่างแค่นั้น กลายเป็นว่าอาจจะทำให้ใครบางคนที่มีมันไว้เตือนนั้นกลายเป็นคนวิตกกังวลไปทั้งวันเลยว่าตัวเองลืมอะไร เอาเถอะมันก็แล้วแต่คนอีกนั่นล่ะ
 
 
"เฮ้รอน มีคนบุกเข้าไปในกริงกอตส์" แฮร์รี่สะกิดเรียกรอนพร้อมพูด เฮิร์มกับผมที่ได้ยินก็มองหน้ากันนิดๆและเงียบรอฟังที่แฮร์รี่อ่าน
 
 
"ฟังนะ เชื่อว่าจะเป็นฝีมือของพ่อมดดำหรือแม่มดไร้นาม กริงก็อตก็อบลินซึ่งรับทราบเรื่องการล่วงละเมิดยืนยันไม่มีอะไรหาย ตู้นิรภัยหมายเลข 713 แท้จริงไม่มีสิ่งใดในนั้นในวันเดียวกัน แปลกแฮะ...นั่นคือตู้ที่แฮกริดกับฉันเข้าไป" แฮร์รี่มองหน้ารอนแล้วหันมามองผมและเฮิร์มด้วยความสงสัยก่อนจะก้มไปอ่านอีกรอบ ซึ่งผมกับเฮิร์มที่รู้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นก็นั่งนิ่งๆเงียบๆไป

 
 
ปล่อยความสงสัยนั่นไว้ก่อนเพราะตอนนี้ได้เวลาที่เด็กปีหนึ่งจากบ้านกริฟฟินดอร์และสริธิรินมารวมกันที่กลางแจ้งพร้อมกับมาดามฮูช เอาจริงๆนะใครเป็นคนคิดตารางเรียนไหงบ้านที่เป็นอริกันถึงได้มาเรียนด้วยกันบ่อยเหลือเกิน


 
"สวัสดีนักเรียน"


"สวัสดีครับ/ค่ะ มาดามฮูช"


 
"ขอต้อนรับสู่การฝึกบิน มัวคอยอะไรกันอยู่ทุกคนก้าวเข้ามาอยู่ด้านซ้ายของไม้กวาดเร็วๆเข้า! เดี๋ยวนี้! ยื่นมือขวาออกมาเหนือไม้กวาดแล้วพูดลอย!" 



มาดามฮูชพูดจบ เด็กๆก็เริ่มพูดคำว่าลอยไปมา ซึ่งแน่นอนว่าแฮร์รี่ลอยตั้งแต่คำแรกแล้ว ส่วนเฮอร์ไมโอนี่นั้นก็กำลังสงสัยอยู่ว่าไม้กวาดมันไม่ชอบเธอหรือยังไงขนาดมาเกิดใหม่มันยังไม่ลอยให้แบบนี้ ส่วนของท่านพี่นั้นไม้กวาดมันลอยให้ตั้งแต่คำแรกเหมือนแฮร์รี่เลย เฮิร์มเสียจุย ทำไมคุณไม้กวาดถึงทำกับเฮิร์มได้ ฮือออออออ

 
 
เมื่อทุกคนจับไม้กวาดได้แล้วก็ตามที่เฮิร์มเล่าให้ฟังว่าจะมีเรื่องกันในวิชานี้ และในตอนนี้เดรโกกับแฮร์รี่ก็ขึ้นขี่ไม้กวาดแย่งลูกแก้วกันแล้ว แต่คราวนี้แค่แกล้งกันเฉยๆไม่ได้ทะเลาะอะไรกันซึ่งเดรโกรก็คืนให้หลังจากที่ศาสตราจารย์มักกอนนากัล(ในที่สุดชื่ออาจารย์ก็ออกมา//โดนตบ)ประกาศว่าแฮร์รี่ได้เป็นซีกเกอร์ และดูเหมือนนายน้อยมัลฟอยแห่งสริธิรินแม้จะมีอิจฉาอยู่บ้างแต่รู้สึกจะภูมิใจมากกว่าที่เพื่อนตัวเองได้เป็นซีกเกอร์ตั้งแต่ปีหนึ่ง
 
 

แฮร์รี่จากที่ดีใจก็เริ่มกังวลเพราะสองแฝดวีสลีย์ที่พูดเรื่องน่ากลัว เฮิร์มจึงพาแฮร์รี่ไปดูป้ายรายชื่อที่มีชื่อของพ่อแฮร์รี่อยู่ด้วย หลังจากนั้นเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่รู้ตัวอีกทีพวกผมก็....



หลงเข้าไปในเขตต้องห้ามแล้วเจอกับหมา 3 หัวซะแล้ว...

 
 
"ผมว่าเราควรออกไปจากที่นี่นะครับ" ผมพูดขึ้นเมื่อหันไปเห็นตัวอะไรสักอย่างนอนอยู่ตรงหน้า
 
 
"เห็นด้วยค่ะท่านพี่" เฮิร์มตอบ ถึงเธอจะเตรียมใจที่จะเจอแล้วก็เถอะ แต่ยังไงก็ไม่ชินสักทีหมา 3 หัวเนี่ย!
 
 
"อ๊ากกกกกกกกกกกกก!!" แฮร์รี่กับรอนร้องทันทีเมื่อเห็นหมา 3 หัว 



พวกผมจึงรีบวิ่งออกจากห้องนั้นแล้วรีบกลับหอนอนทันที







 
 
"พวกเค้าทำอย่างนี้ได้ไง เอาไอนั่นมาขังไว้ในโรงเรียนแบบนี้!?" รอนพูด
 
 
"นายไม่เคยใช้ตาเลยใช่ไหม ไม่เห็นหรือว่ามันยืนอยู่บนอะไร" เฮิร์มเริ่มเอ่ยตามที่ตนเคยพูดในอดีตอีกครั้ง
 
 
"ฉันไม่ได้มองเท้ามันนะ ฉันมัวแต่ตะลึงงันอยู่กับหัวของของมัน หรือเธออาจไม่ทันสังเกต มันมี 3 หัว!" รอนเอ่ยอีกครั้งด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่ยังหวาดกลัว
 
 
"มันยืนอยู่บนประตูกลซึ่งแปลได้ว่าไม่ได้มาโดยบังเอิญ มันเฝ้าอะไรอยู่!" เฮิร์มไม่สนใจรอนและพูดต่อ
 
 
"มันเฝ้าอะไรอยู่?" แฮร์รี่เอ่ยทวนคำพูดเฮิร์ม
 
 
"ใช่สิ เอ้า ถ้าเธอไม่ถือสานะ ฉันจะไปนอนหลับ ก่อนที่เธอคนใดคนนึงจะเกิดความคิดอันชาญฉลาดทำให้เรา ถูกฆ่า หรือว่า ถูกไล่ออก" พูดจบเฮิร์มก็เข้าห้องไป
 
 
"เค้าน่าจะรู้ว่าอะไรมาก่อนมาหลัง" รอนเอ่ยกระซิบกับแฮร์รี่
 
 
"แต่ผมว่าเฮิร์มพูดถูกนะครับ" ผมพูดจบก็เดินไป ปล่อยให้อีกสองคนที่ทำสีหน้างุนงง และก็ได้แต่เดินตามเข้าห้องไปแบบงงๆ


 
 





เวลาผ่านไปกับการเรียนและเหตุการณ์ประหลาดๆที่เกิดขึ้นรอบตัวแฮร์รี่จนตอนนี้ก็ได้เวลามาถึงการแข่งขันควิดดิชระหว่างกริฟฟินดอร์และสริธิริน ซึ่งการแข่งขันก็เริ่มแข่งมาได้สักพักจนตอนนี้เริ่มมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับแฮร์รี่แล้วนั่นคือไม้กวาดของเจ้าตัวกำลังพยศเหมือนโดนสาปอยู่ เฮิร์มที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับแฮร์รี่นั้นตัวเธอก็รีบวิ่งไปยังจุดที่อาจารย์แต่ละคนนั่งโดยไม่มีใครเห็น หลังจากนั้นก็เสกคาถาให้เกิดไฟใต้เท้าศาสตราจารย์ควีเรลล์ทันที


 
 
"ทำไมศาสตราจารย์ควีเรลล์ต้องทำแบบนั้นล่ะ ฉันว่าพวกเธอคิดมากมากกว่านะ" แฮกริดที่ฟังพวกเฮิร์มเล่าก็พูดขึ้นทันทีแบบไม่เชื่อ
 
 
"แต่หนูกับพี่เห็นจริงๆนะคะ"
 
 
"นั่นสิ ผมก็เห็นนะ" รอนเสริมขึ้น ถึงจะไม่แน่ใจว่าตัวเองเห็นจริงรึเปล่าก็เถอะ แต่ก็เห็นนั่นแหล่ะ (ยังไงกันแน่?)
 
 
"ไม่จริงหรอกน่า ว่าแต่พูดถึงพี่ของเธอทำไมถึงคลุมหัวไว้ตลอดล่ะนั่น" แฮกริดถามด้วยความสงสัย
 
 
"ไม่มีอะไรหรอกแฮกริดเดม่อนแค่ไม่ค่อยถูกกับแดดน่ะ" แฮร์รี่โกหกแบบซื่อๆ
 
 
"งั้นเหรอ อืมๆ" แฮกริดก็เชื่อ อืม ดีๆ
 
 
"แฮกริดอย่าเปลี่ยนเรื่องสิคะ" เฮิร์มเซ้าซี้ต่อเพื่อต้องการให้แฮกริดหลุดคำพูดบางอย่าง ซึ่งก็ได้ผล
 

"อย่าถามเยอะน่าเฮอร์ไมโอนี่มันเป็นเรื่องระหว่างศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์และนิโคลัส เฟลมเมล" แฮกริดพูดจบก็ตกใจที่ตัวเองเผลอหลุดปาก จากนั้นก็รีบเดินออกไปทันทีพร้อมบ่นพึมพำกับตัวเองไปด้วยเรื่องที่ตัวเองเผลอหลุดปากออกไป



คนอย่าง รูเบอัส แฮกริด นั้นเป็นพวกปิดความลับไม่เก่ง
 
 

"นิโคลัส เฟลมเมลคือใคร?" แฮร์รี่ถามออกมาแบบงงๆ


"ผมว่า ผมรู้จักนะครับ" ผมเอ่ยขึ้น
 

 
โดยหลังจากที่ผมบอกว่ารู้จักนั้นก็โดนสองหน่อเซ้าซี้ถามอย่างอยากรู้อยากเห็นผมก็เล่นตัวนิดๆก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องเกี่ยวกับนิโคลัส เฟลมเมล และไม่ลืมบอกว่าไปเจอข้อมูลในหนังสือเพราะจะได้ไม่ผิดสังเกต แถไปก่อนเมอร์ลินสอนไว้ (ไม่เคยสอนเฟ้ย!:เมอร์ลิน)


 
 





"ตื่นได้แล้วครับแฮร์รี่" ผมปลุกแฮร์รี่ที่นอนทำหน้าเคลิ้มรู้ได้เลยในทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังหลับฝันดีอยู่ เมื่อเห็นว่าแฮร์รี่ไม่ตื่นผมจึงลองเขย่าแรงๆอีกรอบ ก็ไม่ตื่น หลับลึกจริงๆ
 
 
"อืมมมม...."
 
 
"แฮร์รี่ครับตื่นเถอะครับ" ผมลองเขย่าอีกรอบ เรียกดังกว่าเดิมอีกฝ่ายก็ไม่ตื่น อะไรจะหลับลึกขนาดนี้ ทำไงดีล่ะ?


 
ผมนั่งลงบนเตียงแฮร์รี่แล้วทำหน้าครุ่นคิด แต่เมื่อคิดอะไรไปสักพักผมก็รู้สึกถึงอะไรบางอย่างมารวบเอวผมไว้ ซึ่งผมลองก้มดูก็พบแฮร์รี่กำลังกอดเอวผมอยู่ เมื่อหันไปดูเจ้าของแขนก็ยังหลับสบายอยู่เลย นี่เห็นผมเป็นหมอนข้างรึไง?

 
 
"แฮร์รี่ครับ ตื่นได้แล้วครับ" ผมเขย่าแฮร์รี่อีกครั้ง แต่ก็ไม่ตื่น เฮ้อออออ เฮ้ย!
 


ผมที่กำลังจะปลงแล้วกำลังจะลุกขึ้นก็โดนคนที่หลับสบายคว้าตัวไปกอดซะงั้น เฮ้ๆ นี่เห็นผมเป็นหมอนข้างจริงๆใช่ไหมครับ!? ผมพยายามดิ้นแต่ก็ไม่หลุด รู้ได้เลยว่าหลุดยาก ได้แต่ปลงแล้วปล่อยให้อีกฝ่ายกอดไป อันที่จริงมีอีกหลายวิธีที่จะหลุดออกไปนะ แต่ผมขี้เกียจใช้เลยปล่อยเลยตามเลย (งั้นกดเลย//หลบTeen)









"อืมมมมม" หนุ่มแว่นนามว่าแฮร์รี่กระพริบตาปริบๆเพื่อปรับแสงแล้วมองรอบๆด้วยสีหน้าสดชื่น ฮ้าาา หลับสบายจัง ระหว่างที่กำลังคิดเพลินๆก็ได้ยินเสียงบางอย่างเล่นเอาความคิดหยุดชะงัก

 
"ตื่นแล้วหรือครับ?"


"เอ๊ะ? เฮ้ย!"


"ตื่นแล้วก็ช่วยปล่อยผมด้วยครับ" ผมพูดเสียงราบเรียบ หลังจากที่นอนนิ่งๆจนปวดเมื่อยนิดๆ


"อะ อะ..." แฮร์รี่รีบปล่อยตัวผมทันทีแต่ก็ยังตกใจอยู่ สีหน้าแสดงออกเลยว่ามีคำถามมากมาย

 
"ผมมาปลุกคุณ แต่คุณไม่ตื่น คิดว่าค่อยมาปลุกใหม่ แต่คุณก็เอาตัวผมไปกอดเป็นหมอนข้าง" ผมพูดจบก็เดินออกไปปล่อยอีกคนที่นั่งอ้าปากค้างอยู่
 

 

"นายตื่นสายนะแฮร์รี่" รอนทักทั้งๆที่กินอยู่


"ทะ โทษทีนะรอน แหะๆ"


"มีของขวัญนายด้วยนะแฮร์รี่" เฮิร์มพูดพร้อมชี้ไปที่กล่องของขวัญ


"จริงเหรอ!?" แฮร์รี่รีบวิ่งไปเปิดดูทันที


"มันคืออะไรเหรอแฮร์รี่?" รอนที่รอเพื่อนตัวเองมาเปิดของขวัญก็รีบวิ่งมาดูด้วยความตื่นเต้นเช่นกัน

 
"พ่อของเธอทิ้งของนี้ไว้กับฉันก่อนเค้าจะตาย ถึงเวลาส่งคืนให้กับเธอแล้ว ใช้ให้ดี" แฮร์รี่อ่านข้อความที่ส่งมาพร้อมของขวัญแบบงงๆ
 
 
"ผ้าอะไรน่ะ?" รอนถามแบบงงๆ


"แฮร์รี่ลองคลุมตัวเองดูสิ" เฮิร์มเอ่ยขึ้น


"อื้ม ว้าว! ตัวฉันหายไปแล้ว!" แฮร์รี่ที่ลองคลุมมองดูตัวเองที่หายไปในผ้าคลุม


"โอ้โหหหหห ฉันรู้แล้วว่ามันคืออะไร มันคือผ้าคลุมล่องหน!" รอนตื่นเต้นมากที่เห็นของหายาก


"สงสัยจังว่าใครเป็นคนให้คุณ" ผมเอ่ยออกมาเสียงเรียบ


"ไม่รู้สิ แค่บอกว่าใช้ให้ดี" แฮร์รี่เอ่ย ผมกับเฮิร์มจึงมองหน้ากันนิดๆพร้อมยิ้ม ฝีมือไอแก่นั่นแน่ๆ

 
"จริงสิ ท่านพี่เราจะทำยังไงกับศิลาอาถรรพ์คะ?" เฮิร์มเอ่ยถามผมหลังจากที่นั่งดูสองหนุ่มที่ดูจะตื่นเต้นกับผ้าคลุมล่องหนมาก

 
"ทำตามอย่างที่เฮิร์มเคยทำไปก่อนเถอะครับ แค่อย่าให้แฮร์รี่เป็นอันตรายก็พอ" ผมตอบเฮิร์มพร้อมเหลือบมองแฮร์รี่นิดๆ
 
 
"นั่นสินะ ตอนนี้เป็นเวลาพักผ่อนนี่นา" เฮิร์มพูดพร้อมหยิบหนังสือเล่มใหม่มาอ่านด้วยความสุข


"หึ" ผมเดินไปนั่งอ่านหนังสืออีกมุมเช่นกัน





 



ณ ค่ำคืนวันหนึ่ง
 
 
ก๊อก..ก๊อกๆๆๆๆๆๆ
 
 
"แฮกริด!"


"ใคร....โอ้ว สวัสดีขอโทษทีไม่อยากเสียมารยาทแต่วันนี้ฉันไม่ต้อนรับใคร" พูดจบก็ทำท่าจะปิดประตูใส่


"เรารู้เรื่องศิลาอาถรรพ์แล้ว!"


"โอ้ว..." ชะงักค้าง


"เราคิดว่าศาสตราจารย์ควีเรลล์ต้องการขโมยมัน" เฮิร์มพูด
 
 
"เหลวไหลน่า ศาสตราจารย์ควีเรลล์เป็นอาจารย์ของที่นี่เค้าไม่ทำหรอกน่า" แฮกริดพูด สักพักก็เกิดเสียงอะไรบางอย่างภายในบ้าน แฮกริดรีบวิ่งเข้าไปดูแล้วเอามันขึ้นมาจากหม้อทันที

 
 
กึกๆ กึกๆ

 
 
"แฮกริดไอนี่มันคืออะไร?" แฮร์รี่ถาม พร้อมมองก้อนกลมๆ แต่ก็ไม่กลม?


"เอ่อ มันคือ..."


"ฉันรู้ว่านี่คืออะไร! แต่แฮกริดคุณได้มายังไง?" รอนถาม


"ฉันเล่นได้ จากคนแปลกหน้าที่พบในผับ" แฮกริดตอบพร้อมมองสิ่งที่ตนเอาออกมามันกำลังจะแตก

 
 
เพล้ง!


 
"นี่มัน...มังกร" เฮิร์มเอ่ยออกมาแบบอึ้งนิดๆถึงแม้เธอจะรู้แล้วก็เถอะ
 
 
"ไม่ใช่มังกรธรรมดา มันคือพันธุ์นอร์เวย์หลังเป็นสัน ชาร์ลีพี่ชายฉันทำงานนี้ที่โรมาเนีย" รอนพูดแบบตื่นเต้น
 
 
"มันสวยจังเลยนะเนี่ย โอ้ น่ารัก ฮัลโหล นอร์เบิร์ต" แฮกริดเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่ดีใจสุดๆ


"นอร์เบิร์ตเหรอ?"
 
 
"ใช่ มันต้องมีชื่อนี่ถูกไหม ไงนอร์เบิร์ต" แฮกริดลูบคางมันจนมันไอพ่นไฟใส่หนวดแฮกริด เล่นเอาแฮกริดดับไฟที่หนวดเคราตัวเองแทบไม่ทันแล้วสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่หน้าต่าง
 
 
"ใครน่ะ?" แฮกริดเอ่ย เล่นเอาทั้งสามหันไปมองตามแล้วต้องตกใจ มัลฟอย!? แต่สักพักหมอนั่นก็ล้มลงไป ทั้งสามพร้อมแฮกริดรีบวิ่งออกไปดูทันที ก็พบกับ...

 
 
"คิดถูกจริงๆ ที่ผมตามพวกเธอมา" ผมเอ่ยด้วยเสียงเรียบๆแต่ทำเอาคนฟังหลังเย็นวาบๆเลยล่ะ


"อะ เอ่อ แหะๆ" เล่นเอาสองหนุ่มทำไรไม่ถูกยกเว้นเฮิร์มที่รู้อยู่ก็ยังแอบกลัวนิดๆไม่ได้


"แล้วจะทำยังไงกับมัลฟอยล่ะ" แฮกริดถาม

 
"เดี๋ยวผมจัดการเองครับไม่ต้องห่วง พวกคุณทั้งสามรีบใช้ผ้าคลุมล่องหนกลับไปที่ห้องซะ ก่อนที่จะถูกอาจารย์คนไหนสักคนหักคะแนนบ้าน" ผมเอ่ยด้วยคำพูดที่ยาวที่สุดเลยของวันก็ว่าได้(มั้ง)
 
 
"อื้ม"

 
 
หลังจากนั้นผมจึงพามัลฟอยกลับไปนอนที่ห้องเจ้าตัว ถามว่ามาได้ไง ก็ต้องบอกอีกแหล่ะว่าความสามารถของผมล้วนๆ แม้แต่ตาแก่ดัมเบิลดอร์ก็จับไม่ได้แน่นอน ผมวางมัลฟอยลงบนเตียงจัดการอะไรให้เสร็จก็กลับไปที่ห้องทันที อย่าคิดว่าการมาเกิดใหม่ที่นี่ผมจะไม่ฝึกอะไรเลย ผมไม่อยากประมาทแน่นอนว่าผมฝึกตลอดตั้งแต่มาเกิดใหม่ที่นี่ โดยรวมกับพลังเวทย์ที่มหาศาลเหมือนได้รับพรแล้ว ทำให้การใช้คาถาอะไรสักอย่างหรือเวทย์อะไรก็แล้วแต่ง่ายขึ้นมาก

 
 
"ทำยังไงต่อคะท่านพี่ หรือจะเริ่มคืนนี้เลย?" เฮิร์มเอ่ยถามหลังจากที่เมื่อคืนเกือบจะโดนหักตะแนนบ้าน แต่ยังดีที่ท่านพี่มาช่วยไว้พอดี
 
 
"ฉันว่าคืนนี้เลยก็ดีเหมือนกันนะ" แฮร์รี่เอ่ยขึ้น ส่วนรอนพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
 
 
"คืนนี้ก็ดีครับ เพราะผมว่าคืนนี้คนๆนั้นคงไปที่นั่นถ้าผมเดาไม่ผิด" ผมเอ่ยขึ้น แต่ไม่ใช่การเดาหรอกรู้มาจากเฮิร์มต่างหากว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
 
 
"ตามนั้น!" ทั้งสามตอบพร้อมกัน



หลังจากนั้นผมและทั้งสามรอให้ถึงกลางดึกและเดินตามแผนที่วางไว้ พวกผมผ่านด่านแต่ละด่านจนถึงด่านหมากรุกซึ่งแน่นอนต้องให้รอนเล่น ที่จริงให้ผมเล่นก็ได้แต่ผมไม่เล่นยืนเงียบๆไม่โชว์เทพจะดีกว่า (ค่าาาา)
 
 
 
หลังจากนั้นก็มาถึงจุดหมายสุดท้ายซึ่งผมตามแฮร์รี่มาด้วยเพราะเฮิร์มเล่าให้ฟังว่าแฮร์รี่จะสลบไปเมื่อจบเรื่องและในที่สุดก็มาถึงที่สุดท้ายที่ที่ศาสตราจารย์ควีเรลล์อยู่

 
 
"เป็นคุณจริงๆด้วย ศาสตราจารย์ควีเรลล์" แฮร์รี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแม้จะกลัวอยู่นิดๆก็ตาม


"นึกไม่ถึงว่าพวกเธอจะรู้ด้วยว่าเป็นฉัน น่าชื่นชม" ควีเรลล์เอ่ยอย่างชื่นชมและตบมือแสยะยิ้มไปด้วย
 
 
"คุณต้องการอะไรหรือครับศาสตราจารย์ควีเรลล์" ผมเอ่ยถามด้วยเสียงราบเรียบและเย็นชาจนน่ากลัว แถมผมยังรู้สึกได้คนๆนั้นอยู่ที่นี่ตามที่เฮิร์มบอกจริงๆด้วย นายท่าน...อ่าาาา ไม่สิ ตอนนี้คงเรียกนายท่านไม่ได้แล้วต้องเรียก โวลเดอมอร์ สินะ
 
 
"นั่นสิ... ฉันต้องการมัน ฉันเห็นมันในกระจกนี่ แต่ทำยังไงฉันถึงจะเอามันมาได้!!"
 
 
"ใช้เด็กสิ"
 
 
"สะ เสียงใครน่ะ?" แฮร์รี่เอ่ยเสียงเบา แต่ผมก็ได้ยิน


"โวลเดอมอร์..." ผมเอ่ยขึ้นมาเบาๆ แต่ก็ดังให้คนที่อยู่ตรงนั้นได้ยิน


"วะ โวลเดอมอร์!?" แฮร์รี่อุทานเบาๆ


"พอตเตอร์! มานี่!" ควีเรลล์เอ่ย แฮร์รี่ลังเลนิดๆแต่ก็ยอมเดินไปหน้ากระจก


"บอกมาเธอเห็นอะไร!?" ควีเรลล์เอ่ยอีกครั้ง
 
 
"ผะ ผมเห็นตัวผมจับมือกับดัมเบิลดอร์ผมรับถ้วยบ้านดีเด่น" แฮร์รี่เอ่ยออกมา ผมรู้ว่าแฮร์รี่โกหก ผมยืนมองสถานการณ์ตรงหน้าเงียบๆ และก็มีเสียงนึงดังขึ้นมาอีกครั้ง
 
 
"โกหก" 
 
 
"เธอบอกความจริงมา! เธอเห็นอะไร!?" ควีเรลล์เวล์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด เล่นเอาแฮร์รี่หน้าซีดทันที
 
 
"ให้ฉันพูดกับมันเอง" 
 
 
"แต่นายท่านยังไม่แข็งแรงพอ" ควีเรลล์เอ่ยด้วยสีหน้ากังวล ผมมองควีเรลล์ด้วยสายตานิ่งๆ
 
 
"ฉันแข็งแรงพอสำหรับงานนี้" 
 

 
หลังจากนั้นควีเรลล์จึงถอดผ้าที่คลุมหัวตัวเองออกมา ผมทำสีหน้าตะลึงนิดๆ ถึงแม้จะเคยฟังที่เฮิร์มเล่ามาแล้วแต่ก็ยังอดตกใจไม่ได้ ไม่นึกว่าตอนที่ท่านหายไปจะมีสภาพเหมือนกาฝากแบบนี้ ใบหน้าของโวเดอมอร์ที่อยู่หลังหัวควีเรลล์ดูแล้วมันช่างน่ากลัวเหลือเกิน
 
 
 
"แฮร์รี่ พอตเตอร์ เราพบกันอีก" โวลเดอมอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้งน่ากลัว


"วะ โวลเดอมอร์?" แฮร์รี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นๆ
 
 
"ใช่ ดูสิฉันกลายเป็นอะไร ฉันต้องทำอะไรเพื่ออยู่รอด อาศัยคนอื่นอยู่เหมือนกาฝากตัวนึง เลือดยูนิคอร์นช่วยชูแรงให้ แต่ไม่สามารถช่วยให้ฉันมีร่างของตัวเอง แต่มีอะไรบางอย่างที่ทำได้ อะไรที่สะดวกสบายเพียงพออยู่ในกระเป๋าเธอ"

 
 
เมื่อโวลเดอมอร์พูดจบแฮร์รี่รีบวิ่งทันที แต่ก็ถูกขวางด้วยไฟ โวลเดอมอร์พยายามหลอกล่อให้แฮร์รี่ไปเป็นพวก ผมที่ยืนดูหันไปมองแฮร์รี่ จากที่เฮิร์มเล่ามาแฮร์รี่จะปฏิเสธโวลเดอมอร์ ซึ่งมันก็เป็นตามที่คิด แฮร์รี่ปฏิเสธจึงทำให้โวลเดอมอร์โกรธและสั่งให้ควีเรลล์ฆ่าแฮร์รี่ ควีเรลล์รับคำสั่งพุ่งตัวเข้าไปบีบคอแฮร์รี่ 
 
 
 
ผมทำท่าจะเข้าไปช่วยแต่พอเมื่อเห็นแฮร์รี่ใช้มือจับมือที่ควีเรลล์กำลังบีบคอตนอยู่ทันใดนั้นมือของควีเรลล์ก็เหมือนโดนเผาแตกสลายไปบางส่วนที่ถูกแฮร์รี่จับ ผมจึงคิดว่าควรยืนมองอีกสักพัก 
 
 
 
ความรุนแรงของเวทย์มนต์หรือเปลวไปก็ไม่อาจทราบได้จึงมีลมพัดมาทางผมอย่างรุนแรงจนผ้าที่คลุมหัวปิดบังใบหน้าผมปลิวหลุดไป แต่ถามว่าตอนนี้ผมจะสนไหม? เวลานี้ใครจะสนหน้าตาล่ะ ห่วงชีวิตอีกคนที่ตอนนี้กำลังต่อกรกับโวลเดอมอร์ก่อนเถอะ
 
 
 
"เวทย์มนต์อะไรกันช่างรุนแรงเหลือเกิน!" ควีเรลล์เอ่ยด้วยสีหน้าหวาดกลัวอย่างมากหลังจากที่มือตนเองสลายเป็นผุยผงไป
 
 
"เจ้าโง่! เอาศิลามา!" โวลเดอมอร์สั่งอีกครั้งควีเรลล์จึงรีบพุ่งตัวไปทางแฮร์รี่หมายจะจัดการ
 
 
"แฮร์รี่ใช้มือคุณจับหน้าอีกฝ่ายเลยครับ!" ผมตะโกนบอก ถึงแม้จะเสียใจนิดๆที่ตนจะต้องทำร้ายอดีตนายท่านของตัวเองก็ตามที ขอโทษนะครับนายท่าน แต่ผมให้คุณฆ่าเพื่อนใหม่ของผมไม่ได้



เหมือนที่ท่านเคยทำเมื่อครั้งก่อน...




 

 
และเมื่อแฮร์รี่ได้ยินสิ่งที่ผมเอ่ยก็รีบใช้มือทั้งสองข้างจับหน้าควีเรลล์ทันที มันทำให้หน้าของควีเรลล์เริ่มเหมือนถูกเผาอีกครั้งและแตกละเอียดเหมือนฝุ่นผงซึ่งแน่นอนหน้าอีกด้านก็ด้วยที่เริ่มแตกสลายเป็นผงไปหมด แฮร์รี่หันกลับมามองผมด้วยสีหน้าดีใจ แล้วกำลังจะก้มเก็บศิลาที่ตกไปตอนปะทะกันเมื่อกี้ แต่ทว่าผมสังเกตเห็นกลุ่มควันที่ลอยตัวขึ้นมาเหมือนร่างของคน ผมกำลังจะบอกแฮร์รี่ให้ระวังแต่ก็ไม่ทันกลุ่มควันนั่นพุ่งตัวไปที่ร่างแฮร์รี่อย่างรุนแรง
 
 
 
"แฮร์รี่!" ผมเอ่ยเรียกแฮร์รี่ที่ล้มลงไป และเหลือบไปมองกลุ่มควันนั่นที่ชะงักและหันมามองผมแค่แว๊บเดียวก็หายออกไปจากตรงนั้นทันที มองผมงั้นเหรอ? หรือว่าผมคิดไปเอง? ช่างเถอะ..

 
 
หลังจากนั้นผมรีบพาแฮร์รี่ออกจากที่นั่นทันทีโดยไม่ลืมศิลาผมหยิบมันไปด้วย ผมที่ออกมาเห็นว่าภายนอกมันเช้าแล้วนั่นเอง เมื่อมองไปที่แฮร์รี่ผมก็คิดนะว่าจะร่ายเวทย์รักษาแฮร์รี่ซะตรงนี้เลย แต่คิดอีกทีไม่ดีกว่า เปลืองพลังงาน(ได้ข่าวว่ามีพลังเวทย์ไม่จำกัด) ผมจึงเดินไปทางห้องพยาบาล 
 
 
 
และแน่นอนเมื่อมันเช้าแล้วก็ต้องมีเหล่าผู้คนที่ตื่นนอนแล้วออกมาเดินบ้าง แต่ละคนที่เห็นผมหันมามองผมแบบสงสัย บ้างก็กลัว บ้างก็หลงไหล ซึ่งก็ไม่รู้ความรู้สึกที่มองมาอันไหนจะมากกว่ากัน ถามว่าผมสนไหม? จะตอบว่าไม่สนก็ไม่น่าใช่ แค่รำคาญมากกว่าเพราะแบบนี้ไงผมจึงไม่คิดจะเผยหน้าตา ให้ตายเถอะ
 
 
 
"พี่คะ!"

 
 
"เฮิร์ม" ผมหันไปมองต้นเสียงก็พบน้องสาวที่ตอนนี้กำลังวิ่งมาพร้อมรอน ด้านหลังก็มีเหล่าศาสตราจารย์รวมไปถึงตาแก่นั่นด้วย และเมื่อเหล่าอาจารย์มาถึงก็ดูจะทำสีหน้าตกใจอย่างมากเมื่อเห็นใบหน้าผม

 
 
"ช่วยดูแฮร์รี่ให้ทีสิครับ"ผมเอ่ยเสียงเรียบโดยไม่สนสายตาที่มองมา
 
 
"อะ เอ่อ เดี๋ยวฉันจะดูแลคุณพอตเตอร์ให้ไม่ต้องห่วง" มาดามพอมฟรีย์เอ่ยและรับร่างแฮร์รี่ไว้ทันที พร้อมเดินไปที่ห้องพยาบาล ผมจึงหันไปมองน้องสาว
 
 
"โอเคใช่ไหม ไม่บาดเจ็บตรงไหนแล้วใช่ไหมครับ?" ผมเอ่ยถามทั้งสองคน


"อื้ม ไม่เป็นไร โอเคแล้วล่ะ" รอนตอบ


"หนูก็ไม่เป็นไร ท่านพี่ล่ะเป็นอะไรรึเปล่า บาดเจ็บตรงไหนไหมคะ?" เฮิร์มถามด้วยสีหน้ากังวล


"ไม่ครับ คนที่น่าห่วงคือแฮร์รี่มากกว่า" ผมเอ่ยขึ้นและมองไปทางห้องพยาบาล


"สองคนนี้เล่าให้ฉันฟังแล้วล่ะหนุ่มน้อย พวกเธอปลอดภัยแล้วล่ะนะ" ดัมเบิลดอร์เอ่ยขึ้น


"แต่เด็กพวกนี้ทำผิดกฎที่ออกมาเดินตอนกลางคืนนะครับ" สเนปเอ่ยขึ้น
 

                   

"เอาเถอะ ความปลอดภัยของนักเรียนต้องมาก่อน เรื่องอื่นๆมันผ่านไปแล้วให้มันผ่านไปเถอะเซเวอร์รัส" ดัมเบิลดอร์เอ่ยและยิ้มอย่างอ่อนโยนมาให้พวกผมซึ่งคงมีรอนคนเดียวที่มีรอยยิ้มปลื้ม แต่ผมกับเฮิร์มยิ้มด้วยความรับไม่ได้แต่ก็ได้ทำแค่ภายในใจเท่านั้นภายนอก็ยังยิ้มเหมือนเด็กธรรมดาคนนึง
 

 

"พวกเธอไปพักผ่อนเถอะ เธอก็ด้วยนะคงจะเจอมาหนักล่ะสิ" ดัมเบิลดอร์พูดก่อนจะเอื้อมมือมาลูบหัวผมแผ่วเบาและยิ้มพร้อมมองผมด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก รึเปล่า?

 

 

 

ไม่สิ โครตโจ่งแจ่งเลยต่างหาก! นี่อุตส่าห์คิดไว้ว่ากลับมาคราวนี้ไอแก่นี่คงไม่มีทางมองเราด้วยสายตาแบบนี้อีกแน่นอน แต่นี่มันกลับเหมือนเดิม! โว้ยยยย เดี๋ยวพ่อฆ่าทิ้งซะเลย!(ใจเย็นๆ)

 

 

 

แต่อยากจะบอกไว้เลยว่าดัมเบิลดอร์หรือแม้แต่คนอื่นๆที่เคยเจอผมในอดีตนั้นในตอนนี้จำผมไม่ได้แน่นอน เพราะตัวตนของผมถูกรีเซ็ตใหม่ทั้งหมด จากที่ผมเคยเรียนที่ฮอกวอตส์แล้วครั้งนึงก็ถูกรีเซ็ตว่านี่เป็นครั้งแรก เรื่องราวของผมก่อนหน้านี้ก็ถูกลบออกไปจนไม่เหลือ แต่มันก็มีข้อยกเว้นอยู่อย่างเช่นหมวกคัดสรรบ้านนั่นเอง

 

 

 

เรื่องราวของเฮอร์ไมโอนี่ก็เช่นกันที่จริงเธอต้องเป็นลูกของมักเกิ้ลแต่เมื่อมาเกิดใหม่เรื่องราวของเธอก็ถูกรีเซ็ตเช่นเดียวกันกับผม ที่ผมรู้ได้เพราะหลังจากเกิดใหม่ได้ไม่กี่วันผู้ชายคนที่ส่งผมมานั้นก็อธิบายเรื่องนี้ให้เข้าใจบอกว่าไม่ต้องกังวลว่าใครจะจำพวกผมได้เพราะถูกลบออกไปหมดแล้ว ให้เริ่มชีวิตใหม่ได้เลย

 

 

 

แต่ถึงแม้จะลบออกหมดยังไง...ก็คงลบความรู้สึกของไอแก่โรคจิตที่มีต่อผมไม่ได้สินะ?

 

 

 

สาปแม่งเลยดีไหม? (ใจเย็นโว้ย!)

 

 
"ไปพักผ่อนตามที่อาจารย์บอกเถอะค่ะพี่" เฮิร์มพูดพร้อมจับมือผมลากออกมาจากตรงนั้น ตาแก่นั่นมันมองพี่ฉันอย่างกับจะกลืนกิน ไอตาแก่กินเด็ก!!



 
 




"ผมว่าผมจะไปเฝ้าแฮร์รี่สักหน่อยพวกเธอพักต่อเถอะ" 



ผมที่พักผ่อนมาทั้งวันหลังจากเหตุการณ์นั้นก็คิดว่าควรจะไปเฝ้าแฮร์รี่ก่อนที่จะมีใครบางคนไปพูดอะไรให้แฮร์รี่หลงกลเชื่อใจ ตอนที่พักผ่อนอยู่นี่ผมได้ร่ายเวทย์คลุ้มคลองให้แฮร์รี่แล้วถ้ามันเกิดอะไรกับแฮร์รี่ผมจะรู้ทันที แต่ก็ยังไว้ใจไม่ได้ ต้องไปเฝ้าเองจะดีที่สุด
 
 
 
"จะดีเหรอคะท่านพี่ พี่ควรจะพักอีกสักหน่อย" เฮิร์มพูดด้วยเสียงกังวล

 
"ไม่ต้องห่วงครับ แล้วเจอกันพรุ่งนี้" ผมเอ่ยจบก็เดินจากไป

 
 
ระหว่างทางก็เจอสายตาที่มองมาเต็มที่ไม่แอบเลยทีเดียว ผมก็ไม่สนอีกเช่นเคย ตอนนี้ผมคิดว่าไม่ต้องปิดบังแล้วล่ะ ปล่อยๆไปเหอะ จะมองก็มอง ดวงตาสีแดงดั่งเลือดของผมเหลือบมองกลุ่มสริธีรินที่เดินมาก็เกิดอาการคิ้วกระตุกหนังตาขวากระตุกนี่มันคืออะไร และอยู่ๆกลุ่มนั่นก็เดินเข้ามาขวางผม
 
 
 
"เฮ้ย นายเป็นใครน่ะ?" น้ำเสียงเย่อหยิ่งเอ่ยถาม


"ผม?" ผมชี้ตัวเอง แต่สีหน้าก็เรียบนิ่งเช่นเคย


"ใช่ นายนั่นแหล่ะย่ะ!" เสียงปรี๊ดแหลมพูดขึ้น
 
 
"...ทำไมผมต้องตอบ?" ผมถามเสียงเรียบเย็น และเริ่มปล่อยไอเย็นน่ากลัวออกมา เพราะผมรำคาญเสียงแหลมๆนั่น
 
 
"หาา นี่แกกล้าย้อนเหรอฟะ เจ้าพวกกริฟฟินดอร์!" เด็กปีหนึ่งในสริธีรินพูดพร้อมทำท่าจะหาเรื่องเต็มที่ถึงแม้จะกลัวๆกับไอเย็นที่ผมปล่อยออกมาก็เถอะ
 
 
"การหาเรื่องคนอื่นแบบชั้นต่ำนั้นผมไม่ทำหรอกครับ"



ดวงตาสีแดงดั่งเลือดของผมเริ่มน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆแม้มันจะสวยน่าหลงไหล แต่ก็น่ากลัวในเวลาเดียวกันเล่นเอาคนที่จะหาเรื่องตัวสั่นทันที
 

 
"หึ เอาเถอะ นายน้อยตระกูลมัลฟอยอุตส่าห์มาถาม ผมก็จะตอบให้ ผมชื่อ เดม่อน แอนเจลโล่ ขอตัว" ผมพูดก่อนจะยิ้มนิดๆหลังจากนั้นก็เดินไปต่อ ปล่อยให้พวกที่ได้ยินประมวลผลคำพูดของผมและรอยยิ้มนั้นต่อไป

 
 
ผมเดินมาถึงห้องพยายาบาลและเดินไปที่เตียงแฮร์รี่พร้อมนั่งลงข้างๆเตียงคนป่วย รู้งี้น่าจะรักษาเลยจะดีกว่า จะได้ไม่ต้องเฝ้า เฮ้อออออ



"รีบๆตื่นเถอะครับแฮร์รี่" พูดพร้อมกุมมือแฮร์รี่ไว้


 
'ผมง่วง....' (เกือบดีละ)


 
 
     

   เสกคาถาพูดคุย  



นำอีกตอนกับอีกตอนมารวมกันนนนน เพิ่มบทบรรยายอีกนิดดดด อิอิ

ใกล้จะจบภาคเรียนแรกแล้ว เร็วไปไหมนะ? 55555+


ปล. แต่งไม่เก่งผิดพลาดตรงไหนบอกหรือแนะนำมาได้เลยนะคะ
 

เฮิร์ม: ไรท์ทำไมไม่เรียกชื่อของศาสตราจารย์มักกอนนากัลล่ะคะ
 
รอน: นั่นสิ ทำไมเรียกว่าหญิงชราล่ะ?
 
ผู้แต่ง: (หันไปมองทั้งสองแล้วหันไปมองจอคอมต่อ)
 
แฮร์รี่: ทำไมล่ะครับไรท์?
 
ผู้แต่ง: จำไม่ได้ว่ามันเขียนยังไง (สั้นๆง่ายๆได้ใจความ)



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 164 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

109 ความคิดเห็น

  1. #86 MitsukiCarto (@MitsukiCarto) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 05:44
    แหมๆ~ พ่อคนเสน่ห์แรงงง~
    #86
    1
  2. #48 norinamfon188 (@norinamfon188) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 19:30
    โอ้วววว นี่ขนาดยิ้มนิดเดียวยังดรอปได้ตั้งสองคน นี่ถ้ายิ้มบานทั้งวันคงได้ฮาเร็มซักครึ่งเมืองอ่ะค่ะ555555555
    #48
    0
  3. #42 Sei-chan (@sofeeyanee) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 09:42
    กลับมาอ่านอีกรอบนี้ก็ยังสงสัยว่างูมันเพศอะไร อาจจะเพศผู้ก็เป็นได้
    #42
    0
  4. #36 w'wi (@winunda878) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 14:21
    ใช่ซัลลาซาร์ตัวจริงรึป่าวนั้น เห็นคลอเคลียขนาดนั้น ไม่น่าจะใช่งูธรรมดานะ(มันก็ไม่ธรรมดาตั้งแต่ฟังภาษาคนรู้เรื่องล่ะ)
    #36
    0
  5. #34 Sei-chan (@sofeeyanee) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 09:57
    ว่าแต่งูมันเพศอะไร?
    #34
    0
  6. #32 •×•kay•×• (@Kay-sari) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 03:16
    เดียวๆๆงูลวนลาม!??
    #32
    0
  7. #29 Kay-sari (@Kay-sari) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 เมษายน 2560 / 21:29
    .....นายแหมๆๆๆตัวผู้ทังหลายคิดจะจีบเดม่อนระวังนายท่านโกรธนะแจะ
    #29
    0
  8. #25 zero.1 (@saraphan0) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 20:34
    เขินแล้วๆ
    ????????
    #25
    0
  9. #20 Mayfin_fy (@Mayfin_fy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 10:35
    สนุกค่ะ
    #20
    0
  10. วันที่ 4 เมษายน 2560 / 17:22
    หนุกมากๆๆๆๆ
    #8
    0