[BL:HARRY POTTER] Love Beyond Time

ตอนที่ 3 : [HARRY POTTER] Love Beyond Time [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,252
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 175 ครั้ง
    31 มี.ค. 61

T
B










นี่มัน... เกิดบ้าอะไรขึ้นกัน..?



 
 
"นายท่าน!!"
 
 

 
     โลกแห่งเวทย์มนต์ โลกที่เหล่ามักเกิ้ลบางคนคงอยากจะเข้าไปอยู่สักครั้ง เพราะมันเป็นโลกที่เหนือจินตนาการ และมีเรื่องน่าตื่นเต้นมากมายเป็นแน่ แต่โลกที่เหนือจินตนาการเหล่านั้นกำลังเกิดสงคามครั้งใหญ่ขึ้น เมื่อจอมมาร มีนามว่า ลอร์ด โวลเดอมอร์ กลับมา เพื่อกำจัดแสงสว่างอย่างเด็กชายผู้รอดชีวิต แฮร์รี่ พอตเตอร์  การต่อสู้กันโดยใช้เวทย์มนต์ เป็นไปอย่างดุเดือด 



แต่ทว่า....
 
 
 
"นายท่าน...นายท่าน!!" ชายหนุ่มใต้ชุดคลุมสีดำพร้อมหน้ากากที่สวมใส่บ่งบอกว่าเป็นผู้เสพความตายเอ่ยเรียกนายท่านของตนที่ตอนนี้เริ่มสลายไปต่อหน้าต่อตาตนอย่าช้าๆ พร้อมกับเด็กชายผู้รอดชีวิตที่สลายหายไปเช่นกัน
 
 
 
นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกัน!!?
 
 
 
"ไม่นะ! แฮร์รี่!!!!!" เหล่าเพื่อนพ้องของเด็กชายผู้รอดชีวิตเอ่ยเรียกแฮร์รี่ด้วยความตกใจเหมือนกับไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น



ทำไม ทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้!?


 
 
"พวกมันสมควรตายแล้ว"



ท่ามกลางความเงียบเนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นก็มีเสียงของชายคนนึงเอ่ยขึ้นมานั่นทำให้ทุกคนรีบหันไปมองเจ้าของเสียงทันและเมื่อเห็นดวงตาของทุกคนก็ต้องเบิกกว้างอย่างตกใจ รูปลักษณ์หน้าตาของเจ้าของเสียงนั่นผู้คนที่นี่คุ้นเคยกันดี ชายคนนั้นที่ซึ่งเคยเป็นความหวังของโลกเวทย์มนต์ชายที่เคยยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งที่สุดในโลกเวทย์คนที่ทำให้ดาร์กลอร์ดหวาดกลัวได้
 

 
...อัลบัส ดัมเบิลดอร์...


 
 
"อัลบัส...คุณน่าจะตายไปแล้ว?" มิเนอร์ว่า มักกอนนากัล เอ่ยถามด้วยสีหน้าที่ตกใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นคนที่น่าจะตายไปแล้ว กลับมายืนเสกคาถาพิฆาตใส่เด็กที่ตนนั้นรักเหมือนลูก ทำไมกัน?

 
 
"ฉันไม่ตายง่ายๆแบบนั้นหรอกมิเนอร์ว่า ฉันแข็งแกร่ง! ทุกสิ่งทุกอย่างมันต้องเป็นของฉัน... อำนาจ ชื่อเสียง คนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือฉัน!" ดัมเบิลดอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คนฟังนั้นหวาดกลัวพร้อมกับปล่อยไอเวทย์ที่น่ากลัวออกมา จนคนที่คิดจะโจมตีถึงกับเข่าทรุดอยู่ที่พื้น แม้แต่ผู้เสพความตายก็ยังไม่กล้าเช่นกัน
 
 
 
..น่ากลัว คนๆนี้อันตรายเกินไป..
 
 
 
"ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์...." ชายหนุ่มในชุดผ้าคลุมสีดำทั้งตัว แม้กระทั่งใบหน้ายังปกปิดไว้เอ่ยเรียกคนที่ตนคิดมาเสมอว่าเป็นคนดี มีเมตตา ไม่นึกเลยว่าจะชั่วช้าเลวทรามแบบนี้
 
 
 
..ใช่ ทุกคนที่นี่ ไม่เคยคิดเลย..
 
 
 
"ว่าไงหนุ่มน้อยของฉัน...." ดัมเบิลดอร์หยุดปล่อยไอเวทย์อันแสนน่ากลัว ก่อนจะหันไปยิ้มแย้มให้กับคนที่เอ่ยเรียกตน เสียงนั่นช่างไพเราะทุกครั้งที่ฟัง ถึงแม้จะมีผ้าที่คลุมทั้งกาย ก็ไม่อาจปกปิดแรงดึงดูดที่ตนคุ้นเคยนี้ได้



หนุ่มน้อยของฉัน..

 

 
"ผมไม่ใช่ของคุณศาสตราจารย์ ผมผิดหวังในตัวคุณจริงๆ"
 
 
"ผิดหวัง? ฉันทำอะไรให้เธอผิดหวังกันหนุ่มน้อย ฉันดูแลเธอ คอยเป็นห่วงเธอ ฉันสามารถให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอต้องการได้" พูดพร้อมเดินเข้าไปหาชายหนุ่มที่คลุมกายตนด้วยผ้าคุมสีดำตรงหน้า

 
 
"แต่เธอก็ทิ้งฉันไปหาเจ้าเด็กนั่น!!"




หลังจากจบคำพูดนั้นชายหนุ่มก็รู้สึกเหมือนโดนอะไรบางอย่างที่เหมือนจะเป็นฝีมือของดัมเบิลดอร์อย่างไม่ต้องสงสัยถึงจะไม่รู้ว่าโดนอะไรแต่มันทำให้หัวสมองชายหนุ่มเริ่มเบลอ พร้อมกับตาที่เริ่มพร่าจนมองอะไรไม่ชัด



..เรามันอ่อนแอเกินไป..



 

"อึก! ฮึก....." ทรุดลงกับพื้นพร้อมใช้มือกุมขมับพยายามที่จะตั้งสติ

 


"หนุ่มน้อย อย่าดื้อเลยน่า ยอมแพ้ซะเถอะ ฉันไม่อยากให้เธอบาดเจ็บหรอกนะ" ดัมเบิลดอร์

 


"บ้าที่สุ...ด..." สติก็เริ่มเลือนลาง จนในที่สุดก็สลบไป



 

'นายท่าน...'












 

หลายเดือนผ่านไป




 

     ผมถูกดัมเบิลดอร์ขังไว้ในที่ที่นึง ไม่ใช่ห้องขังอันมืดมิด เพราะมันยังสามารถมองเห็นโลกภายนอกได้อยู่ ยังมองเห็นท้องฟ้า หมู่เมฆ และผู้คนเดินไปมา เห็นทุกอย่าง ก็แค่โดนขังเท่านั้นมันน่าแปลกใจหรือจะไม่น่าแปลกใจดีที่ดัมเบิลดอร์ไม่ฆ่าผม แต่กลับเอามาขังไว้เท่านั้น มาคิดๆดูก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ เพราะที่ผ่านมาผมก็รู้ดีว่าดัมเบิลดอร์นั้นคิดกับผมเกินเลยคำว่าลูกศิษย์แน่นอน




แต่ผมนั้นกลับไม่คิดจะสนใจแม้แต่น้อย เพราะตัวผมถึงแม้จะคิดว่าดัมเบิลดอร์ใจดี อ่อนโยน มีเมตตา แต่ในใจลึกๆของผมเตือนผมตลอดเวลาว่าดัมเบิลดอร์ไม่ได้เป็นอย่างที่ผมหรือคนอื่นๆเห็น เพราะแบบนั้นผมจึงไม่คิดที่จะสนิทกับดัมเบิลดอร์ ถึงแม้อีกฝ่ายจะพยายามเข้ามาทำตัวสนิทกับผมก็ตาม


 

 

แค่คิดอะไรเกินเลยกับลูกศิษย์ก็ไม่น่าไว้ใจแล้วล่ะ =__=



 

"อาาา วันนี้อากาศดีมากเลยนะหนุ่มน้อย"


 


'นั่นไง นึกถึงมันมันก็มา ตายยากตายเย็นชะมัด'



 

"หิมะใกล้จะตกแล้วล่ะ มันขาวบริสุทธิ์เหมือนกับเธอเลยนะหนุ่มน้อย ช่างบริสุทธ์สวยงาม"




ดัมเบิลดอร์มองผมอย่างหลงไหล จนผมเริ่มอยากจะเอาของที่กินไปออกมาซะแล้วล่ะ ตาแก่นี่มันไม่เจียมสังขารตัวเองเลย แก่จนปูนนี้ ริอยากจะมากินเด็ก อย่าให้ผมเก่งกว่าคุณละกัน ผมฆ่าคุณแน่ไอแก่โรคจิต!!



 

"อย่าเงียบแบบนี้สิหนุ่มน้อย เปล่งเสียงอันไพเราะของเธอให้ฉันฟังหน่อยสิ"



 

ช่วยกรุณาเลิกพูดอะไรที่มันฟังแล้วแสลงหูสักทีได้ไหมครับ



 

"เฮ้อออออ ไม่เป็นไรๆ เธอได้อยู่กับฉันอีกนาน ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะหนุ่มน้อย" ว่าจบก็เดินไป


 

'ไปซะได้ก็ดีครับ น่ารำคาญ'  


 

 

     ผมนั่งเหม่อมองท้องฟ้า และหิมะที่กำลังโปรยปรายลงมา พร้อมกับนึกถึงเรื่องในอดีตที่ผมได้เคยรับใช้ใครคนนึง ผมยอมเป็นลูกน้องของคนๆนั้นด้วยความจงรักภักดี ถึงแม้จะอยู่ในกลุ่มพวกปลายแถวก็ตามเถอะ แต่ผมก็ดีใจที่ได้รับใช้คนๆนั้น นายท่าน...



 

'คิดถึงท่านเหลือเกิน นายท่าน'









 


"เอ่ออออ คุณคือคุณเดม่อนใช่ไหมคะ?"



 

".............." ผมหันไปตามเสียงเรียกแล้วก็มอง เด็กคนนี้รู้สึกว่าจะเป็นเพื่อนของเด็กชายผู้รอดชีวิตนี่?

 


"เอ่อ....ฉัน เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ ค่ะ" เด็กสาวพูดแล้วเดินมานั่งใกล้ๆกับกรงที่ขังผมไว้

 


"อืม..."

 


"คือ....." เด็กสาวทำสีหน้าคิดหนัก



 

"มีอะไรก็พูดมา แต่น่าแปลกใจนะที่เธอมาคนเดียวปกติฉันจะเห็นอีกคนตามเธอตลอดเลยไม่ใช่รึไงสาวน้อย ไอคนที่ผมทองๆแดงๆอะไรนั่นน่ะ" ผมพูดด้วยน้ำเสียงเฉื่อยชา



"ระ รอนค่ะ เค้าชื่อ รอน วีสลีย์" เฮอร์ไมโอนี่ตอบแบบตะกุกตะกัก คงเพราะบรรยากาศรอบตัวผมมันน่ากลัวไปหน่อย


 

"อ้อ ตระกูลวีสลีย์นั่นน่ะเหรอ?"

 


"ชะ ใช่ค่ะ"


 

"แล้วมีอะไรถึงได้เข้ามาคุยกับฉัน ถ้าดัมเบิลดอร์รู้เธอจะแย่เอานะ" ผมพูดไปตามความจริง เพราะดัมเบิลดอร์ไม่ต้องการให้ใครมาอยู่ใกล้ผม เคยมีคนคิดจะเข้ามาคุยกับผม หลังจากวันนั้นคนๆนั้นก็โดนดัมเบิลดอร์ฆ่าทิ้งไปทันทีแบบไม่มีลังเลสักนิด


 

"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเตรียมใจไว้แล้ว" เด็กสาวทำสีหน้ามุ่งมั่นและจริงจัง

 


"เตรียมใจ?"

 


"ค่ะ ฉันมีเรื่องที่อยากจะคุยกับคุณ เพราะคุณเป็นผู้เสพความตายเพียงคนเดียวที่ยังเหลือรอดค่ะ"


 

"เหลือรอดเพียงคนเดียว? หมายความว่าไงแล้วผู้เสพความตายคนอื่นๆล่ะ?" ผมถามด้วยความสงสัย ทำไมถึงบอกว่าผมเป็นผู้เสพความตายที่เหลือรอดเพียงคนเดียวกัน?


 

"หลังจบสงครามครั้งนั้น เหล่าผู้เสพความตายคนอื่นๆก็ถูกสังหารไปจนหมดค่ะ ไม่เหลือแม้กระทั่งตระกูลเลือดบริสุทธิ์อย่างพวกมัลฟอยก็โดนสังหารไปหมดแล้วค่ะ" เฮอร์ไมโอนี่พูดโดยมีสีหน้าที่หมองลงทันทีอย่างเห็นได้ชัด


 

"ว่าไงนะ.... พวกคุณมัลฟอยก็ด้วยงั้นเหรอ!?" ผมถามด้วยความรู้สึกที่ไม่อยากจะเชื่ออย่างที่สุด ไม่จริงน่า....


 

"ค่ะ ใครที่เป็นญาติกับผู้เสพความตายก็จะโดนสังหารเช่นเดียวกัน" เฮอร์ไมโอนี่กุมมือตัวเองแน่นราวกับให้กำลังใจตัวเอง

 

"ถอนรากถอนโคนเลยสินะ" ผมพึมพำแผ่วเบา เมื่อรู้ถึงสถานการณ์โลกภายนอกที่ตนพึ่งได้รับรู้ ซึ่งมันเลวร้ายมาก...

 

"ฉันรู้สึกว่ามีคนทรยศแฝงตัวอยู่น่ะค่ะ" เฮอร์ไมโอนี่พูดด้วยสีหน้าและน้ำเสียงที่จริงจัง แสดงว่าไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแน่นอน


 

"คนทรยศ?....อย่างนี้นี่เองเธอถึงได้ไม่พาใครมาด้วยสินะ"


 

"ตอนนี้ฉันไม่สามารถไว้ใจใครได้เลย" เธอพูดก่อนจะนึกถึงตอนที่เพื่อนๆแต่ละคนที่เป็นญาติของผู้เสพความตายโดนสังหารต่อหน้าต่อตา โดยที่เธอทำอะไรไม่ได้เลย


 

"แม่แต่เพื่อนสนิทของเธอ?"


 

"ใช่ค่ะ ฉันรู้สึกท้อแท้มาก..... ตั้งแต่ตอนที่แฮร์รี่จากไป ความเป็นเพื่อนของแต่ละคนก็เริ่มจางลง ไม่เหมือนเมื่อก่อน" พูดจบน้ำตาก็ไหลออกมาไม่หยุด


 

"คงคิดถึงล่ะสิ ฉันก็คิดถึงนายท่านเช่นกัน" ผมพูดพร้อมนึกถึงใบหน้าของนายท่านที่มองมาทางผมครู่นึงแล้วสลายไป ถึงแม้มันจะไม่ควรคิด แต่ผมก็รู้สึกดีที่ครั้งนึงนายท่านได้มองผม เพราะตลอดมาผมไม่เคยอยู่ในสายตาของท่านเลย


 

"เพราะฉะนั้นฉันจึงมาหาคุณเดม่อนค่ะ" เธอหันมามองผมด้วยแววตาที่จริงจัง

 


"แล้วทำไมถึงมาหาฉันล่ะ?"

 


"คุณคงเป็นคนเดียวที่ฉันไว้ใจได้" เฮอร์ไมโอนี่พูดจบก็หยิบบางอย่างขึ้นมา แล้วส่งมันให้ผม

 


"มันคือ?"

 


"นาฬิกาค่ะ"




 

 

 


 

"นาฬิกาแล้วเอามาให้ฉันทำไม?" ผมมองนาฬิกาในมือผมที่ดูยังไงก็ไม่เห็นเหมือนนาฬิกาเลยสักนิดเดียว

 

"เมื่อไม่กี่เดือนก่อนฉันได้นอนหลับไป แล้วฉันก็ฝันว่ามีคนยื่นนาฬิกานี่มาให้ บอกให้เอาไปให้คนที่ชื่อเดม่อนที่ถูกขังอยู่" เมื่อหญิงสาวตรงหน้าผมพูดจบเธอก็มองหน้าผมทันที โดยที่ตอนนี้ตัวผมกำลังทำสีหน้าไม่เชื่อออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน

 

"เหมือนนิทานเรื่องนึงเลยนะ เล่ามาซะเห็นภาพเลย" ผมพูดขึ้นแบบไม่ค่อยเชื่อสิ่งที่เฮอร์ไมโอนี่บอกมา มันเวอร์เกินไปอ่ะ เชื่อไม่ลง

 

"ตอนแรกฉันก็ไม่เชื่อค่ะ เพราะมันเป็นเพียงแค่ความฝัน แต่พอหลังจากตื่นขึ้นมาสักครู่ก็มีนาฬิกาเรือนนี้ที่เหมือนกับในฝันมันวางไว้อยู่ ตอนแรกตัวฉันตกใจมากเลยค่ะ"

 

"สรุปก็คือต้องเชื่อสินะครับ?" ผมพูดพร้อมถอนหายใจแบบปลงๆแล้วมองนาฬิกาที่ผมรับมา



 

'แล้วมันไว้ทำอะไรอ่ะ?'








 

 

หลายวันผ่านไปหลังจากได้นาฬิกานั่นมามา.. 



ก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่ามันไว้ใช้ทำอะไร..


 

"เฮ้อ... อย่าบอกนะเมื่อถึงเวลาน่ะ" ผมพูดกับตัวเองพร้อมมองนาฬิกาที่ตนถืออยู่ มันอาจจะเหมือนในนิทานก็ได้ เมื่อถึงเวลามันก็จะใช้ได้เอง อะไรประมาณนี้ใช่ปะ? (นิทานเรื่องไหนฟะ?)


 

 


    ณ ยามค่ำคืนอันเงียบสงัด ผมนั่งเหม่อมองดวงดาวที่ส่องสว่างลงมา แต่มันก็ไม่สว่างจนน่ากลัวเท่าพระจันทร์เต็มดวงในคืนนี้แน่นอน ใช่ คืนนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง มันก็ไม่น่าแปลกอะไรหรอกนะ ถ้าคืนนี้พระจันทร์มันไม่ดูแปลกตาไป แสงที่สว่างมากกว่าปกติ แต่ทว่าแสงนั้นมันเป็นสีเลือด ใช่ พระจันทร์แสงสีเลือด...


 

 

พระจันทร์เปล่งแสงสีเลือดเนี่ยนะ!?


 

 

"คงไม่ใช่ว่ามันเกี่ยวข้องกับแกหรอกนะเจ้านาฬิกา" ผมพึมพำพร้อมก้มลงมองนาฬิกาในมือผมอีกครั้ง ก่อนจะหลับตาลง เอาเถอะ อะไรจะเกิดขึ้นก็แล้วแต่ชะตากรรมฟ้าลิขิตของเราล่ะนะ แต่ตอนนี้ผมขอพักหน่อยละกัน










"ตื่นได้แล้วครับ จะนอนไปถึงไหน"


 

 

"อืม...ที่นี่?" ผมตื่นขึ้นมาเพราะเสียงบางอย่าง ผมมองไปรอบๆก็มีแต่หมอกปกคลุมไปหมด อะไรล่ะเนี่ย? อย่าบอกนะว่าฝัน? รึว่าจะมีคนเข้ามาแบบที่เด็กผู้หญิงคนนั้นบอก?


 

 

"ก็อย่างที่คิดนั่นล่ะครับ"


 

 

"เฮ้ย!"




'ใครฟะเนี่ย!? มาแบบนี้ตกใจหมด!'


 

 

"ผมขอโทษด้วยละกัน ถ้าผมทำให้คุณตกใจ"

 

 

"มะ ไม่เป็นไรครับ ละ แล้วคุณเป็นใคร?" ผมถามอีกฝ่ายแบบสุภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

 

"ผมน่ะเหรอ? นั่นสิผมเป็นใครกันนะ?"




'อ้าว ท่าน นี่ท่านกวนตีนกระผมอยู่ใช่ไหม?'

 

 

"..........." คิ้วกระตุก เท้าก็เริ่มกระตุก

 

 

"ใจเย็นๆ ผมจะไม่ขอทำอะไรให้มันเสียเวลาละกัน คนที่เอานาฬิกาไปฝากให้เด็กสาวคนนั้นคือผมเองไม่ใช่ใครที่ไหน"

 

 

"เอ๊ะ? แล้วทำไมต้องไปฝาก?"

 

 

"เพราะผมขี้เกีย...จ...เอ้ย! ผมไม่สามารถเข้าใกล้คุณได้ จึงต้องไปฝากให้กับใครสักคนที่ผมไว้ใจได้ นั่นคือเด็กสาวคนนั้นครับ" 

 


"..........." แดกจุด




เหมือนเมื่อกี้ท่านจะหลุดอะไรบ่างอย่างนะท่านนะ...

 


 

"เอาเถอะครับ แต่เมื่อนาฬิกาเรือนนี้อยู่กับคุณแล้ว ผมจึงสามารถทำอะไรได้สะดวกขึ้นล่ะนะ"

 

 

"แต่มันก็อยู่กับผมมาหลายวันแล้วนะครับ ทำไมถึง.... หรือว่าต้องเป็นคืนจันทร์เต็มดวงเท่านั้น?"

 

 

"ก็อย่างที่คุณคิด แต่ตอนนี้ไม่มีเวลามากเท่าไหร่นัก ผมจะถามคุณ...คุณอยากแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นหรือไม่?"

 

 

"แก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้น?" ผมทำหน้างงนิดๆ แม้จะเข้าใจ แต่ก็ไม่เข้าใจในเวลาเดียวกัน

 

 

"ถ้าให้พูดตรงๆ คุณอยากย้อนเวลาไปแก้ไขรึเปล่า?"

 

 

"ถ้าผมบอกว่าอยากล่ะ" ผมตอบด้วยสีหน้าจริงจัง

 

 

"นั่นแสดงว่าคำขอของคุณจะเป็นจริง"

 


 

ทันใดนั้นก็เกิดแสงหมุนวนรอบๆตัวผมไปมา


 

 

"อ้อ ผมลืมบอกไป พาเด็กสาวคนนั้นไปด้วยนะครับ"

 

 

"ห๊ะ?" ผมทำหน้างงๆ แต่ก็แสบตากับแสงรอบตัวจนภาพข้างหน้าเริ่มพร่าเรือน

 

 

"เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ พาเด็กคนนั้นไปด้วย"









   
 

เฮือกกกกกกกก!!

 

 

"อะ เอาจริงเหรอเนี่ย?" ผมถามกับตัวเองแบบอึ้งๆ มันเหมือนฝัน แต่ตัวผมรู้ดีว่ามันเกิดขึ้นจริงๆ


 

 

"เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ พาเด็กคนนั้นไปด้วย"


 

 

"แล้วจะพาไปยังไงล่ะ จะออกยังไงยังไม่รู้เลย" ผมมองรอบๆกรงขังที่มีไอเวทย์คลุมอยู่ในทุกๆวัน...




'เอ๊ะ? ไม่มีแล้ว!?'


 

 

แกร๊ก...

 

 

"ออกมาได้แล้ว อืมมม เด็กคนนั้น.. อยู่ที่นั่น เฮ้อออ ที่เด่นๆซะด้วย ตาแก่นั่นก็อยู่ จะบ้าตาย! ไปแบบเงียบๆไม่ได้สินะ" ผมพูดพร้อมกุมขมับตัวเอง จะไม่ไปรับก็ไม่ได้ เพราะรู้สึกว่าถ้าไม่ไปรับ เจ้านาฬิกานี่กับพรที่ขอไปจะไม่ทำงาน

 

 

"ยังไงก็คงต้องไปรับ..." พูดจบก็หายตัวไปยังที่เป้าหมายอยู่





 


 


 

อีกด้าน ทั้งๆที่มันก็มืดค่ำดึกแล้ว แต่ก็ยังมีคนบ่นปราศัยอยู่...


 

"เด็กๆทุกคนจงฟัง ฮอกวอตส์กำลังจะกลับมาเรียนได้อย่างเดิม จงยินดี และจงดีใจที่พวกสิ่งเลวร้ายได้ตายจากพวกเราไปแล้ว โลกเวทย์มนต์จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งมะ..." ขณะที่ตาแก่บ่นอะไรบางอย่างด้วยรอยยิ้มไม่สนใจคนฟังที่ทำหน้าอยากจะอ้วกบางคนอยากหนีไปให้พ้นๆจากที่นี่ แต่ก็ทำไม่ได้ พูดบ่นไป จนกระทั่ง... 




ตุบ!!



"ที่นี่สินะ?" ผมโผล่ออกมากลางงานแบบไม่สนใจอะไรเลย เพราะไม่คิดจะสนใจอยู่แล้ว และผมก็หันไปมองดัมเบิลดอร์ที่ทำสีหน้าตกใจแบบไม่ปิดบัง
 

 

"หนุ่มน้อย...เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!?" ถามด้วยวาจาที่สับสนปนโกรธเป็นอย่างมาก
 

 

"นั่นสิ ผมออกมาได้ยังไงกันนะ?"




ผมพูดจากวนประสาทดัมเบิลดอร์ที่เดินมาหาผมอย่างช้าๆ แต่สายตาบ่งบอกได้ว่าโกรธเป็นอย่างมาก มันจะโกรธทำไม ผมสิต้องโกรธเพราะถูกขัง!! แต่เรื่องนั้นช่างมันก่อน เด็กสาวคนนั้นอยู่ไหนกัน?  ผมมองไปรอบๆและในที่สุดผมก็เจอเป้าหมาย ผมทำท่าจะพุ่งตัวไปหาเด็กสาวคนนั้น แต่มันก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ดัมเบิลดอร์พุ่งมาหาผม ผมจึงต้องหลบแบบเฉียดๆ เด็กสาวตรงหน้าทำหน้าตกใจ ผมรีบพุ่งเข้าไปหาเด็กสาวก่อนจะตะโกนบอก...



"จับมือฉัน!"



"เอ๊ะ? อะ...อื้อ!" เฮอร์ไมโอนี่ที่ยังงงๆกับเรื่องทั้งหมด แถมจู่ๆชายหนุ่มก็บอกให้เธอจับมือ แต่พอเธอเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย เธอก็รีบยื่นมือไปจับมืออีกฝ่ายทันที สีหน้าอีกฝ่ายที่บ่งบอกว่าถ้าเธอไม่จับทุกๆอย่างอาจจะแย่ลงกว่าเดิม.




แว๊บบบบบบบบ!!




เมื่อผมกับเฮอร์ไมโอนี่จับมือกันรอบๆตัวผมและเฮอร์ไมโอนี่ก็เกิดแสงขึ้น จนมันสว่างทั่วทั้งห้องกว้างแห่งนี้ และผมกับเฮอร์ไมโอนี่ก็หายไปจากตรงนั้นเหมือนกับไม่เคยอยู่...



"หนุ่มน้อย!!" ดัมเบิลดอร์เรียกคนตรงหน้าด้วยความตกใจ และก็ไม่เห็นอะไรอีกแล้วเมื่อแสงสว่างนั้นจางหายไป




หายไปไหน!?




"เธอหนีฉันไปไหนไม่พ้นหรอกนะหนุ่มน้อย.." ดัมเบิลดอร์พูดก่อนจะกำหมัดแน่น ออร่า ไอเวทย์อันน่าสะพรึงกลัวก็แผ่กระจายออกมา



 

 



   
เสกคาถาพูดคุย  


เอาตอนที่แล้วกับตอนนี้มารวมกัน เพิ่มบทบรรยายอีกนิดหน่อย แหะๆๆ




ปล. แต่งไม่เก่งผิดพลาดตรงไหนบอกหรือแนะนำมาได้เลยนะคะ




ใครที่คิดว่าดัมเบิลดอร์ในเรื่องนี้เป็นตาแก่หน้าแก่ที่คิดจะกินเด็กล่ะก็

คิดผิดนะ......

 

 

นี่คือดัมเบิลดอร์จ้า 5555555+

 

 

(Cr.http://www.zerochan.net/1047502 )

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 175 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

109 ความคิดเห็น

  1. #108 Shoto_sobalover (@Shoto_sobalover) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2563 / 19:50

    "หน้าแก่"

    #108
    0
  2. #106 kam201713 (@kam201713) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กันยายน 2563 / 12:25
    ก็ว่าอยู่คือถ้าหน้าแก่แล้วจะมากินเด็กคือมันไม่เจียมตัวเลยเว้ย😂😂😂😂
    #106
    0
  3. #88 pam005 (@pam005) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 19:42
    เจอภาพดับเบิ้ลดอเข้าไปตรูนี่เบิกตากว้างอ้าปากค้างเลย
    #88
    0
  4. #84 MitsukiCarto (@MitsukiCarto) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 04:42
    อ..โอ้โหหห!! ตื่นเต็มตาเลยตู
    #84
    0
  5. #71 Ploy-yoau (@Ploy-yoau) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 19:47
    ส...สึบารุลูกมาที่นี่ได้ยังไง?!555555
    #71
    1
    • #71-1 Shoto_sobalover (@Shoto_sobalover) (จากตอนที่ 3)
      25 ตุลาคม 2563 / 22:42
      เห้ยยย555เจอคนด้อมเดียวกันนนน5555
      #71-1
  6. #62 SasiprapaSutaram (@SasiprapaSutaram) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 19:51
    อยากให้ดับเบิ้ลดอร์เข้าฮาเร็มด้วย
    #62
    0
  7. #55 KanoShuuya1012 (@KanoShuuya1012) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 23:35
    ก็.....ก็แก่และกินเด็กอยู่ดีอ่ะ555+
    #55
    0
  8. #47 norinamfon188 (@norinamfon188) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 19:15
    เป็นเราเรายอมค่ะ..ดับเบิ้ลหล่อโฮกกกก
    #47
    0
  9. #31 พระเนตรสีเทา (@lovely4898) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 15:38
    ตอนแรกๆก็จะอ้วกตามตอนนึกภาพ ซักพักไรท์เอารูปให้ดู ... เดม่อนนายยกให้ฉันได้นะ ฮ่าาาา

    เรื่องน่าเศร้า...ทำไมเดรโกต้องตายยยยไม่เอาอะๆๆๆๆๆไม่อยากให้เดรกตายม่ายยยยย ฮึก ฮืออออ
    #31
    0
  10. #27 Pazei derlau (@tammyoyo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 เมษายน 2560 / 23:35
    หะ!?!!! โอ้ววววว! น้องเดม่อนหนีสามีทำไมลูก!! กรี๊ดดดดด ตอนแรกเราก้จินตนาการสะผมหงอกพุงย้อยเลย 5555555
    #27
    0
  11. #19 บุค (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 14:06
    แต่งได้สนุกดีแต่ไม่คอยชอบตรง คุณ ชื่อคุณ ไรงี้อะก็เข้าใจนะว่าอยากให้สนุกไปกับเรื่อง แต่มันแปก็อะคืออ่านไปๆ ก็อื่นๆไปเจอ คุณ ชื่อคุณ มันขัดๆ อะ
    #19
    0
  12. #18 ไอติม'ม วนิลา (@medead) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 08:12
    โอเคค่ะ....เพิ่มอัลบัสเป็นผัวแค่ก!!
    #18
    0
  13. #17 Miko sakura (@bundita-12) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 22:37
    ทำไมเราคิดเหมือนกับความเห็นที่1ละ ^?^ 555+
    #17
    0
  14. #1 cake025 (@cake025) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 เมษายน 2560 / 10:15
    ณ ตอนนี้อยากจะจับตัวเอกถวายพาน - -
    #1
    0