Rebirth:เกิดใหม่ในวันสิ้นโลก (โชตะค่อน)

ตอนที่ 3 : แอร์และกระเป๋าเคลื่อนที่(แก้คำผิด)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,260
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,345 ครั้ง
    9 เม.ย. 64

error loaded

 

----------------------

ผ่านไปหนึ่งคืนนับจากเกิดเรื่อง ในตอนนี้นับว่าสถานการณ์ยังไม่น่าไว้ใจถึงที่สุด ยังคงมีเสียงครืดคราดในลำคอของพวกศพเดินได้ด้านนอกตัวบ้าน รวมไปถึงเสียงลากเท้าที่แสนแข็งทื่อของพวกมันคลอไปกับเสียงคนที่ยังคงรอดชีวิตและวิ่งอลหม่านไม่ขาดเพื่อหาทางรอดให้ตัวเองและพวกพ้อง

ตลอดคืนที่ผ่านมาชายสองคนก็ยังคงมีไข้ขึ้นสูงผลจากการกลายพันธ์จนลินดาและเล้งต้องสลับกันนำผ้าชุบน้ำมาเปลี่ยนบ่อยๆ โชคดีที่บ้านนี้มีเด็กเล็กอย่างเล้ง ผู้เป็นแม่ที่มีนิสัยคิดอะไรล่วงหน้ามักจะซื้อทุกสิ่งอย่างเก็บไว้เผื่อฉุกเฉินเสมอ หนึ่งในของเหล่านั้นคือแผ่นเจลลดไข้ ถึงจะเป็นแค่สำหรับเด็กแต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย หลังเที่ยงคืนหญิงสาวจึงเอาแผ่นเจลในซองที่มีอยู่สามแผ่นแบ่งมาแปะทั้งสามีและเด็กหนุ่มผู้อาศัยคนใหม่ ถึงเธอจะป้อนยาลดไข้ไปแต่เล้งรู้ดีว่ายาไม่ได้ช่วยอะไร กระนั้นเขาก็ไม่ต้องการตัดความหวังของแม่ไป

ทั้งคืนเล้งพูดแบบเด็กๆว่าห้ามให้แม่เปิดไฟ ไม่ใช่เพราะดึงดูดศพพวกนั้น แต่ตัดปัญหาหากมีใครเข้ามาขอความช่วยเหลือ ส่วนกลิ่นมนุษย์สี่คนในบ้านที่อาจเป็นปัญหาในการล่อผีดิบเข้ามา เด็กชายจัดการฉีดสเปรย์กันยุงกับน้ำยาล้างห้องน้ำที่เจอภายในบ้านให้กลิ่นคลุ้งเข้าไว้เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน ประสาทสัมผัสต่อกลิ่นสิ่งมีชีวิตของผีดิบไวมาก หากไม่มีอะไรมากลบป้องกันไว้ถ้าเจอพวกมันบุกเข้ามาสำหรับเด็กตัวเล็กกับผู้หญิง ย่อมไม่ปลอดภัย

เอาจริงๆเขาเพิ่งเคยเห็นสเปรย์กันยุงกับน้ำยาล้างจาน ไม่นึกว่ามันจะหอมและฉุนขนาดนี้ วิทยาการทุกอย่างของมนุษย์สิ้นสุดลงตรงนี้ ในอนาคตไม่มีแม้แต่โรงงานผลิตด้วยซ้ำ

รอจนเช้าเมื่อแสงอาทิตย์สอดส่องจากฟากฟ้า ไข้ของสองหนุ่มต่างไวก็ทุเลาลงและดีขึ้นตามลำดับ ทว่าดูเหมือนอาการของเอกจะดีขึ้นเป็นคนแรก ชายหนุ่มสะลืมสะลือลืมตาขึ้นมาด้วยความมึนงงก่อนจะร้องหาภรรยาเสียงแผ่ว

“เกิดอะไรขึ้น พี่จำอะไรไม่ได้เลย”

ร่างหนาค่อยๆลุกขึ้นตามการพยุงของภรรยาสาว ลินดายิ้มพร้อมถอนหายใจโล่งอกในขณะที่เล้งถูกผู้เป็นพ่ออุ้มมาไว้บนตักอย่างรวดเร็วเมื่อเขาเห็นลูกอยู่ใกล้ๆ

“มันเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ค่ะพี่ ด้านนอกมีแต่สัตว์ประหลาด ไล่กินคนเยอะแยะเต็มไปหมด ละแวกนี้ดาไม่ได้ยินเสียงเพื่อนบ้านคนไหนเลย คงจะหนีกันไปหมด ตอนนั้นจู่ๆพี่ก็ล้มลงไปแล้วเป็นไข้ฉับพลันจนหนูต้องคอยดูแล อ่อ ยังมีเด็กวัยรุ่นอีกคนอยู่ด้านนอก”

หญิงสาวเล่าทุกอย่างโดยที่ไม่ปิดบัง ก่อนที่เธอจะตาแดงเรื่อแล้วร้องไห้โฮโผเข้ากอดสามี ปลดปล่อยแรงกดดันที่แบกรับทั้งคืนออกมาจนหมด เล้งยกมือป้อมๆลูบหลังแม่ไว้แสดงอาการปลอบใจแบบเด็กๆ

“เอาน้ำให้พี่หน่อย พี่หิวน้ำมาก”

เอกยิ้มด้วยริมฝีปากซีดเซียวเนื่องจากเพิ่งฟื้นไข้ และเพราะร่างกายเสียน้ำระหว่างกลายพันธ์ค่อนข้างหนัก เขาจึงกระหายน้ำเป็นพิเศษ ภรรยาสาวรับคำแล้วผละออกไป เธอเดินเข้าครัวไปรินน้ำให้คนรัก ก่อนจะกลับเข้ามาในห้องแล้วยื่นแก้วน้ำสีขาวไปให้ พอชายหนุ่มจับแก้วปุ๊บ แก้วใบนั้นก็หายวับไปกับตาอย่างน่าตกใจ....

“ว้าย!!”

“เห้ย!”

สองสามีภรรยาอุทานเสียงดังอย่างตื่นตระหนก ในขณะที่เล้งดวงตาเป็นประกาย พ่อของเขาปลุกพลังจิตสายมิติขึ้นมาละ!!เด็กชายไม่รอช้า ริมลุกขึ้นดึงผ้าห่มของพ่อเข้ามา ใช้จังหวะที่บุพการีทั้งสองกำลังมึนงงและผวากับสิ่งที่อธิบายไม่ได้ฉวยแขนใหญ่อันเต็มไปด้วยมัดกล้ามของเอกไว้ ยื่นผ่าห่มแตะที่ปลายนิ้ว

แว่บ!

ผ้าห่มผืนนั้นก็หายไป เล้งปรบมือหัวเราะชอบใจใหญ่ ถ้าเป็นในอนาคตเขาคงทำเพียงแค่ยกยิ้มมุมปาก ทว่าด้วยตอนนี้อยู่ในร่างเด็ก อารมณ์ความรู้สึกที่แรงกล้ามากๆก็จะควบคุมไม่ได้ กลายเป็นอิโมชั่นแบบเด็กๆไปเลยจนบางทีเจ้าตัวก็ไม่ทันจะได้ตั้งตัว

“ปะป๋าเก็บของดั้ย!!”

สองผัวเมียยังคงไม่เข้าใจกับเรื่องนี้ เด็กชายคิดว่าหากให้เขาอธิบายคงป่วยการเพราะลิ้นสั้นๆของตัวเอง เล้งจึงทำการแสดงให้ดู ด้วยผู้มีพลังแรกๆจะควบคุมพลังไม่ได้ ดังนั้นการเอานิ้วพ่อจิ้มกับสิ่งของต่างๆที่เป็นเงื่อนไขของมิติเป็นการโชว์ให้เห็นได้ดีกว่าคำพูด เขายัดทุกอย่างเข้าไปในมิติของเอก ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งนาทีคนพ่อก็เวียนหัวจนต้องยกมือกุมขมับ

นี่ละ...ขีดจำกัดของพลังพ่อเขาในตอนนี้!!

“รู้สึก หนักหัวไปหมดเลย ของเต็มหัวไปหมด”

ด้วยสัญชาตญาณในที่สุดเอกก็รู้ว่าที่ของหายไปเป็นเพราะตัวเขา ในตอนนี้มโนภาพในหัวเอกคือมีสิ่งของที่ลูกชายยัดไว้ให้เต็มไปหมด คล้ายๆกล่องใบหนึ่งที่อัดแน่นไปด้วยสิ่งของมากมายจนแทบบี้กันเอง แต่กล่องใบนั้นดันอยู่ในหัวของเขา

“ปะป๋าเอาออก เอาออกเยย”

เสียงเชียร์ของลูกชายทำให้ชายหนุ่มได้สติ ความรู้สึกนำพาทำให้เขาสามารถเอาของออกจากมิติของตัวเองได้ตามสัญชาตญาณ แต่ด้วยยังไม่รู้จักพลังดีพอ เอกกลับพ่นของทั้งหมดออกมาในคราวเดียว หมอนมุ้งผ้าห่มที่นอนแก้วน้ำและอื่นๆทับถมพวกเขาสามคนพ่อแม่ลูกเสียจนกองพะเนิน

“ว้าย!! นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนีย! พี่ทำแบบนี้ได้ไง”

ลินดาเป็นอีกคนที่ยังตกใจและหวาดกลัวไม่หาย เล้งคิดว่าจะโทษใครได้ มนุษย์ยุคแรกแห่งวันสิ้นโลกใครบ้างไม่สติแตกเมื่อเจอกับอะไรเหนือสามัญสำนึกแบบนี้ เคยได้ยินเรื่องเล่าขำขันว่ามนุษย์ยุคแรกวันสิ้นโลกยังนึกว่าพลังพิเศษที่ได้มาเป็นอะไรที่เกี่ยวกับไสยศาสตร์ความเชื่อลี้ลับ กว่าจะตาสว่าง โดนอาการงมงายหลอกตัวเองมาหลายปี

“ปะป๋าไม่ฉะบัย แล้วดั้ยมา ดั้ยพะยังง(พลัง)”

เอกมองบุตรชายก่อนจะอุ้มร่างเล็กกลมมาไว้บนตักอีกครั้ง สายตาเต็มไปด้วยความสงสัยและสับสน แต่เมื่อเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ทุกอย่างจึงดูอ่อนโยนไปหมด

“ไหนบอกป๋ามาสิลูกรู้ได้ไงครับ หืม”

น้ำเสียงนุ่มทุ่มที่เต็มไปด้วยความรักของเอกทำให้เล้งตาพร่า ความโหยหาบางอย่างที่เขาฝันมาตลอดจุกตื้นในลำคอ และเพราะเป็นเด็กถึงไส้ในจะแก่แค่ไหนก็ควบคุมอารมณ์ทางสีหน้าไม่ได้ เด็กอ้วนเบะปากเตรียมร้องไห้อย่างไร้สาเหตุ คนพ่อจึงจับมากอดปลอบด้วยเสียงนุ่มนวลน่าฟัง

“โอ๋ๆ ไม่ร้องครับคนดี ปะป๋าไม่ได้ว่าอะไรเราสักหน่อย”

แรกๆตอนเอกไม่ได้สติเล้งแทนตัวปะป๋ากับแม่ว่าพ่อ เพราะเขาจำไม่ได้ว่าเรียกบิดาในอดีตยังไง เพิ่งมานึกได้ถึงคำพูดของคุณป้า ว่าตอนเด็กเขาเรียกปะป๋าว่าปะป๋า จึงพอตีเนียนเปลี่ยนสรรพนามได้ทันก่อนที่เอกจะสงสัยหรือเอะใจอะไรบางอย่าง

“ฮึกๆ เล้งไม่ลู้”

คำตอบง่ายๆที่ผู้ใหญ่ทุกคนไปต่อไม่ได้....

หลังจากนั้นลินดาที่ตั้งสติได้ก็เล่าว่ายังมีเด็กอีกคนที่มีอาการเดียวกับเอก ชายหนุ่มพยักหน้ารับ ก่อนจะรับอาหารมื้อเช้าที่ภรรยาทำไว้ให้จนอิ่มหนำพอมีแรงบ้าง และซดน้ำดื่มดับกระหายอย่างเมามันเพราะก่อนหน้านี้ไม่ทันดื่มก็เกิดเหตุการณ์ชวนระทึกขึ้นเสียก่อน หลังจากจัดการตัวเองจนมีเรี่ยวแรงพอเขาจึงลุกไปดูเด็กหนุ่มคนนั้นด้วยตนเอง

“เย็นๆ น้ำแก้ง!”

เด็กชายที่นั่งเฝ้าเมื่อครู่ชี้ไปยังเด็กหนุ่มซึ่งยังไม่ได้สติ ร่างกายของเขาไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร แต่ร่างกายคนอื่นต่างหากที่มีปฏิกิริยา เล้งไม่เคยเห็นพลังจิตในรูปแบบนี้มาก่อนตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่ เป็นไปได้ว่าเด็กคนนี้น่าจะตายตอนวันสิ้นโลกในช่วงแรกๆ

พลังจิตสายพิเศษที่สามารถแช่แข็งของเหลวนอกร่างกายได้ทุกชนิด ที่สามารถเดาได้เพราะในชีวิตก่อนมีพลังจิตใกล้เคียงพอเป็นบรรทัดฐานในการคาดเดาได้บ้าง เล้งวิ่งไปยังห้องครัว หยิบขวดน้ำดื่มมาในมือ ไม่ได้สนใจบิดาที่ยืนมองด้วยความสงสัย เด็กชายเปิดฝาขวดแล้วเทน้ำสะอาดลงบนพื้นใกล้ๆกับเด็กหนุ่มแปลกหน้า

ซู่~~~~~~

น้ำเจิงนองบนพื้นค่อยๆถูกแช่เย็นเป็นเกล็ดน้ำแข็งแผ่นบางทันที แถมเหงื่อที่ไหลตามร่างกายของเด็กชายและพ่อซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆกันก็กลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งเล็กๆเกาะตามตัวไปหมดอย่างรวดเร็วตามไปด้วย

นี่ไม่ต่างจากแอร์เคลื่อนที่! ส่วนพ่อของเขาก็กระเป๋าเคลื่อนที่!

“เขาก็มีพลังเหมือนพ่อเหรอ”

เอกคุกเข่าถามลูกชายเสียงนุ่ม ดูเหมือนชายหนุ่มจะสังเกตอะไรแปลกๆเกี่ยวกับบุตรชายได้บ้างหลังจากตื่นมา เล้งลูกชายของเขายังคงเหมือนเดิมทั้งนิสัยและบุคลิกโดยรวม แต่ที่ต่างออกไปคือดูเหมือนเขาจะรู้ทุกอย่างที่ตาเห็น ไม่แน่ว่าเล้งอาจจะมีพลังด้วยเหมือนกัน

“อื้อ แช่แก้งๆ เย็นๆ”

เจ้าตัวกลมพยายามที่จะอธิบายถึงคุณลักษณะของพลังนั้นๆ แต่ก็ต้องนึกคำให้สั้นที่สุด เพราะหากเล้งนึกคำยาวๆเพื่อพูด ลิ้นเขาคงจะไม่เอื้ออำนวยให้ความร่วมมือด้วย เด็กอะไรวะอายุตั้ง 5 ขวบพูดติดๆขัดๆอีก!!

“พ่อเข้าใจแล้วครับ เราออกห่างจากเขาก่อนเนอะ เดี๋ยวโดนแช่แข็งตายพอดี”

พื้นฐานประสบการณ์ของเอกคือเคยเป็นทั้งนักเลงในตอนวัยรุ่นและเป็นอดีตตำรวจตอนก่อนแต่งงาน แถมเป็นตำรวจปราบปรามพิเศษที่คลุกคลีกับวงการยาเสพติดที่เขาเคยหลงระเริงเมื่อตอนอายุน้อย ชายหนุ่มจึงมีสติ จิตใจนิ่งสงบเร็วมาก และช่างสังเกต

ถึงยังไม่เข้าใจว่าด้านนอกเกิดอะไรขึ้น แล้วทำไมมีอะไรแปลกๆอย่างพลังพิเศษเข้ามา เขาก็ไม่ได้ชะล่าใจให้ทุกอย่างเกินแก้ไขสำหรับตัวเองและครอบครัว

ปึงๆๆ!!

“มีใครอยู่ในนี้ไหม ชะ...ช่วยด้วย เปิดประตูให้เราหน่อย สัตว์ประหลาดจะมาแล้ว”

ปึงๆๆ

“แม่งไม่ทันแล้ว ไปที่อื่นเถอะ พวกมันตามมาเป็นขบวนเลย”

ทั้งหมดภายในบ้านสะดุ้งโหยงเมื่อเมื่อมีคนด้านนอกจากฝีเท้าประมาณสี่หรือห้าคนเข้ามาทุบประตูเพื่อขอความช่วยเหลือ ผู้ชายที่ยังมีสติคนเดียวในที่นี้ยกนิ้วชี้จุปากให้เงียบ เด็กชายเงียบกริบอย่างรู้ความ ในขณะที่ลินดาปิดปากดวงตาตระหนกตกใจ ตลอดชีวิตของเธอเรื่องน่ากลัวที่สุดเรื่องแรกคือการคลอดลูก หลังจากนั้นก็ราบรื่นมาตลอด ไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน เอกไม่เหมือนภรรยาของเขา ชายหนุ่มผ่านอะไรมาเยอะ ความเด็ดขาดและการตัดสินใจที่มั่นคงไม่เหมือนในตอนแรกก่อนจะปลุกพลังได้ เนื่องจากตอนนั้นชายหนุ่มยังไม่เข้าใจสถานการณ์มากนักจึงรวนไปบ้าง การกระทำนั้นทำให้เล้งประทับใจ ไม่แปลกในชีวิตก่อนพ่อของเขาถึงตัดสินใจล่อผีดิบพวกนั้นปล่อยให้แม่กับเขารอด

เพราะผู้ชายคนนี้เด็ดขาดอยู่บ้าง....

คนด้านนอกเมื่อไม่มีวี่แววของคนให้ความช่วยเหลือก็โหวกเหวกเพียงครู่ก่อนจะวิ่งไปทางอื่น ผีดิบวันแรกไม่น่ากลัวหรอก แค่วิ่งเร็วๆก็พ้นแล้ว แต่คนมัวแต่กลัวขาสั่นสติแตก จึงถึงมือมันได้โดยง่ายดายกลายเป็นอาหารของพวกมันอย่างน่าอนาถ

“เดี๋ยวพ่อจะย้ายพี่เขาไปนอนในห้องนะ ลูกเปิดทางให้พ่อหน่อย”

เมื่อพ้นเหตุการณ์ลุ้นระทึกนี้ชายหนุ่มจึงเข้าไปพยุงชายที่อายุน้อยกว่าเพื่อให้เขานอนดีๆ เหงื่อจากตัวเอกถูกพลังของคนไม่ได้สติแช่เย็นกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งเคลือบทั่วผิวหนังไปหมด ลมหายใจคนแบกปรากฏควันสีขาวอย่างกับอยู่ในประเทศที่มีอากาศหนาวติดลบ

เด็กอ้วนซึ่งมองพ่อประคองวัยรุ่นแปลกหน้ายกยิ้มออกมาเงียบๆ ในวันสิ้นโลก ฤดูร้อนจะร้อนกว่าประเทศไทยที่เป็นอยู่ ถ้าคนไม่ตายเพราะผีดิบ ก็อาจจะช็อคตายเพราะความร้อน มันร้อนเกือบ 70 องศาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เขาจำได้ว่าในตอนนั้นผู้ที่รอดชีวิตเกือบทุกคนคือมนุษย์ที่อยู่ใกล้กับคนมีพลังพิเศษแทบทั้งนั้น เพราะคลื่นพลังประหลาดๆของผู้มีพลังช่วยประคองร่างกายคนธรรมดาได้

แล้วยิ่งมีแอร์เดินได้ หน้าร้อนนี้น่าจะรอดแล้ว

แถมหมอนั่นยังไม่ตื่นอีก งั้นก็แสดงว่าเขาเป็นผู้แข็งแกร่งสินะ ยิ่งหลับด้วยพิษไข้นานเท่าไหร่ พลังเริ่มต้นก็จะแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น!

เล้งคิดในใจ แน่นอนคนที่หลับนานสุดไม่มีใครเกินสามวัน ใครที่ตื่นหลังจากสองวันก็เตรียมตัวเตรียมใจเป็นผู้แข็งแกร่งในวันสิ้นโลกได้เลย

เด็กหนุ่มวัยรุ่นปริศนาหลับหลังจากไข้ลดในคืนแรกล่วงเลยไปคืนที่สอง ในคืนที่สองนี้เอกเอาเขาไปขังในห้อง แล้วสามพ่อแม่ลูกก็ระเห็จกันมานอนหน้าทีวีแทน เด็กอ้วนแอบไปดูในห้องนอนที่คนๆนั้นหลับอยู่ ปรากฏว่าในนั้นกลายเป็นตู้เย็นแช่เนื้อไปแล้ว ทั่วทั้งห้องเต็มไปด้วยไอเย็นที่เกิดจากไอน้ำหรือความชื้นในตอนกลางคืนทำปฏิกิริยากับพลังซึ่งยังควบคุมไม่ได้ ดวงตาใสซื่อของเล้งหันไปมองพ่อตัวเองที่กำลังคุยกับแม่ด้วยใบหน้าเครียด

ผู้ชายคนนี้ตัดสินใจดีมาก แค่มองปราดเดียวก็รู้ว่าพลังนี้จะเป็นปัญหาในตอนนี้ จึงจับเจ้าเด็กนั้นยัดเข้าห้องเพื่อไม่ให้สร้างความลำบากให้กับพวกเขา แถมถ้าเอามืออังกำแพงห้องจากด้านนอก มือแทบชาแน่ะเพราะมันเย็นมากจริงๆ!


 

----------------------------------

มาแล้ว แก้คำผิด เพิ่มเนื้อหา+ปรับสำนวนเล็กๆน้อยๆ

เจอคำผิดเตือนไรท์ได้นะ

 

ฝากเพจของไรท์ด้วยนะ นักเขียนอินดี้

ฝากนิยายอีกเรื่องของไรท์ด้วยนะgarden master สวนดอกไม้ ณ ต่างโลก

และนิยายเรื่อง Flaming free อัคคีเริงระบำ ตอนนี้เข้าช่วง SS2 แล้วนะ!

หรือแฟนเพจไรท์ไม่ตอบก็ทักมาถามทางไอจีได้เลยจ้า>>> @azharzwooz

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.345K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,767 ความคิดเห็น

  1. #2732 上官婉儿 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 เมษายน 2564 / 11:19
    พระเอกของเราคือเอลซ่าในวันสิ้นโลกชั่ยมั้ย🤣🤣
    #2,732
    0
  2. #2644 lcandyl (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 08:50
    ชอบคุณพ่อแบบนี้แหละถึงจะอยู่รอดดด
    #2,644
    0
  3. #2624 raralaaa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2563 / 23:14
    เอ็นดูน้อนนน
    #2,624
    0
  4. #2405 Iamtaohuyi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 15:40
    fcคุณพ่อเลยข่าบบ
    #2,405
    0
  5. #2269 MinRay_N (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 02:22

    ชอบครับ
    #2,269
    0
  6. #2187 บาบาบิ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 17:07
    ถ้าเราอยู่ในเรื่องก็คือไม่ทันตายเพราะอากาศร้อนหรอก

    ตายตั้งแต่วันแรกไปแล้ว5555555
    #2,187
    0
  7. #1837 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 11:38
    ตื่นมาคือเทพแน่ๆ นอนนานด้วยอะ
    #1,837
    0
  8. #1800 Amarry (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 04:38
    คือดียยยย์ อ้วงรีบหายลิ้นไก่สั้นสักทีนะลูก จะได้ช่วยครอบครัวและพิชายให้เก็ท
    #1,800
    0
  9. #1768 Thatsawan To Love (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 18:28
    คุมพ่อฉลาดมากเลย คงเพราะมีประสบการณ์ในชีวิตเยอะสินะคะ

    ส่วนผู้มีพลังสายแช่แข็งคนนี้คือพระเอกของเราแน่นอนแล้วใช่มั้ยคะเนี้ย
    #1,768
    0
  10. #1629 Nu pe (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 08:54
    พ่อหล่อ แม่สวย ถึงลูกจะบอลลูนแต่ฉลาดนะจ๊ะ จุ๊ๆ อย่าได้ดูถูกครอบครัวนี้เชียว แต่เดี๋ยวนะ ถ้าจะร้อนขนาดนั้นไม่น่าจะไหวแล้วล่ะมั้ง ดีจริงที่มีตู้เดินได้เย็นอยู่
    #1,629
    0
  11. #1559 ข้าวตัน18 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 20:23
    แค่30กว่าองศาฉันก็จะขาดใจตายแล้ว ถ้า70องศาเรานี่แหละที่ตายคนแรก55555
    #1,559
    0
  12. #1439 knunkim (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 00:52

    ป๊าดดดด 70°..ตรูตายแค่40° ขณะนี้เราก็จะตายแล้ว555โชคดีที่มีแอร์กับกระเป๋าส่วนตัวนะ???

    #1,439
    0
  13. #1000 Fround (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 02:04
    โลกร้อนเกือบเจ็ดสิบองศา คนธรรมดาไม่ตายหมดหรอคะ น้ำอีก แห้งขอดแน่ๆ
    #1,000
    0
  14. #948 cactus090 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 12:01
    พ่ออออออออ
    #948
    0
  15. #903 GubGif1146 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 19:35
    ชอบอ่าาาาา
    #903
    0
  16. #825 gnat (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 16:20
    เราว่าจากน้ำยาล้างห้องน้ำเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นดีกว่าไหม เพราะอันตรายจริงๆเด้อ มันระคายเคืองต่อระบบทางเดินหายใจ ไม่ตายเพราะซอมบี้แต่ตายเพราะน้ำยาล้างห้องน้ำเนี่ยแหละ555 เอ็นดูเด็กอ้วงงง
    #825
    1
    • #825-1 knunkim(จากตอนที่ 3)
      19 พฤษภาคม 2563 / 00:53
      มันคงมีแค่สองอย่างนี้มั้งที่น้องพอคิดออกเลยใช้อันนี้ก่อน
      #825-1
  17. #716 natchapatsorn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 21:23
    เอลซ่า!!
    #716
    0
  18. #668 B-T3 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 21:25
    เอ็นดู-ต้าวเด้กอ้วนงงง
    #668
    0
  19. #591 KuppaKP (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 03:33
    น้องน่ารักที่สุดเลย
    #591
    0
  20. #525 Ai Dell (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 16:32
    พออ่านคำที่น้องพูดแล้วเรารู้สึกตัวเองลิ้นหายว่ะ5555 แบบ แช่แก้งๆ 555 โอ้ยย ขำ
    #525
    0
  21. #477 mamame1717 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 23:46
    มีคำผิดนะคะ *ต่างวัย*
    #477
    0
  22. #442 Xialyu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 12:49
    สู้กันต่อไปลูก
    #442
    0
  23. #367 PaJth (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 11:26
    น้องน่ารัก เอ็นดู
    #367
    0
  24. #298 Blueheart (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 13:13
    ขอบคุณค่ะ
    #298
    0
  25. #215 Bnbnbnbnbn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 07:23
    คุณพ่อปังหลายยยยอยู่ปกป้องคุณแม่กับน้องตลอดไปเลยนะคะ สงสารพี่น้องยกตำแหน่งแอร์เคลื่อนที่ไปแล้วโอ้ยยยย555555
    #215
    0