Rebirth:เกิดใหม่ในวันสิ้นโลก (โชตะค่อน)

ตอนที่ 13 : กองกำลัง(แก้คำผิด)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,561
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,281 ครั้ง
    11 เม.ย. 64

 

error loaded


 



 

หลังจากที่กาแฟเผยอิทธิฤทธิ์กำจัดผีดิบระดับ 2 ได้อย่างสบายท่ามกลางสายตาของทุกคนแล้ว สมาชิกในห้องก็มองมันด้วยอารมณ์ที่เปลี่ยนไป ภาพเจ้าหมายักษ์กล้ามหนาหน้าตาดุร้ายที่กระชากหัวผีดิบออกมาพร้อมกระดูกสันหลังยังติดตาไม่หาย

เอกพยุงภูมิที่อ่อนปวกเปียกเข้าห้องนอนของเจ้าตัวโดยมีลินดาตามไปปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ ส่วนจันทร์เจ้านั้นหลังจากดึงสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมาแล้วเธอก็รวบรวมกำลังใจทั้งหมดออกไปเพื่อดูสมาชิกใหม่ซึ่งเจ้าของห้องสุดท้ายทุกคนตายกลายเป็นศพเกลื่อนโดยมีแอ่งเลือดล้อมรอบจากฝีมือผีดิบที่วิวัฒนาการกระทันหันอย่างไม่ทันตั้งตัว

เธอเข้าไปเล่าทุกอย่างให้เอกฟังอย่างละเอียดหลังจากนั้นไม่นาน ชายหนุ่มที่จิตแข็งที่สุดในขณะนี้จึงเป็นคนกำจัดศพด้วยตัวเองอย่างไม่สะทกสะท้าน

“ปะป๋า”

เล้งเดินเข้ามาโดยมีสายจุงของกาแฟในมือ เจ้าหมาน้อยกระดิกหางทักทายชายหนุ่มอย่างอารมณ์ดี เอกเผลอก้าวถอยหลังไปชั่วครู่ด้วยความหวาดหวั่นเล็กๆ ปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่าตนเป็นคนพาเจ้าหมาที่ดูธรรมดานี้เข้ามาในบ้าน นึกถึงวันที่อุ้มมันขึ้นมาก็อดเสียวสันหลังวาบไม่ได้ หากตอนนี้เจ้ากาแฟขยายร่างใหญ่เขาคงไม่ได้กลับมาถึงบ้านแน่ๆ

“เอาเป็นของเลาไหมฮับ มะมีไคอยู่”

เด็กอ้วนชี้ชวนไปยังห้องว่างที่เหลือของชั้น 24 อีกสองห้องที่ดูเหมือนมันจะไร้คนจับจองโดยสิ้นเชิง ร่างสูงจึงเอาความคิดนี้ไปปรึกษาทุกคน เห็นพ้องต้องกันว่าควรยึดชั้นนี้ทั้งหมดเป็นของตัวเองเสียเพื่อกันเหตุสุดวิสัยในอนาคตเหมือนอย่างวันนี้

หลังจากนั้นทุกคนก็ใช้ชีวิตกันอย่างระมัดระวังขึ้น จันทร์เจ้าขออาสาออกไปสำรวจกับหนุ่มๆด้วยเพื่อให้ชายหนุ่มคุ้มกันเธอไปยังร้านทำกุญแจ หญิงสาวกำลังคิดว่าตนควรมีประโยชน์กับกลุ่มได้แล้วหลังจากจมอยู่กับอดีตของตัวเองมาหลายวัน

“ผมไปด้วยดีกว่า ไปกันหลายคนจะได้ปลอดภัยขึ้น”

ภูมิลุกขึ้นแต่งตัวอย่างคล่องแคล่ว ผ่านไปสองสามวันร่างกายของผู้มีพลังก็ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วมาก อาการบอบช้ำจากแรงกระแทกหายไปเกือบหมด เหลือแค่รอยช้ำม่วงนิดหน่อยกับอาการหน่วงๆพอให้เจ็บๆคันๆ

“ไม่เป็นไรแน่นะ กูเคยออกไปสำรวจครั้งหนึ่งแล้ว แม้แต่แมวจรยังแข็งแรงมากกว่าปกติเลย”

เอกถามย้ำให้แน่ใจ นึกถึงแมวดำตัวเพรียวที่ข่วนเหล็กจนบุบ ความดุร้ายเพิ่มขึ้นเมื่อวันก่อนตอนที่เขาออกไปล่าเนื้อสัตว์วิวัฒตามที่บุตรชายบอก

การจะพัฒนาพลังวิเศษที่ดีที่สุดคือ การหมั่นฝึกฝนการใช้พลังควบคู่ไปกับการกินเนื้อสัตว์ที่วิวัฒนาการแล้ว พลังงานในเนื้อสัตว์พวกนี้เพียงพอต่อการดูดซับของร่างกายผู้มีพลังเป็นอย่างมาก ในอนาคตข้างหน้ากว่าคนจะรู้เรื่องนี้ผ่านไปเกือบๆ 2 ปี ตอนนั้นความแข็งแกร่งของสัตว์เป็นต่อมนุษย์จนการล่าเป็นไปด้วยความยากลำบากเข้าไปแล้ว

“แน่ใจพี่ ผมแข็งแรงดี ไปหลายๆคนจะได้ช่วยคุ้มกัน แถมร้านพี่จันทร์ไกลกว่าจุดที่เราสองคนสำรวจล่าสุดเสียอีก อาจจะเจออะไรดีๆก็ได้”

เด็กหนุ่มเจ้าของห้องแสดงความเห็นอย่างแน่วแน่มีหลักการ ศูนย์การค้าที่ตั้งร้านทำกุญแจหากเดินเท้าแบบไม่หยุดพักใช้เวลา 3 ชั่วโมงกว่าๆ ถือว่าไกลจากที่นี่ไปมาก และเป็นหนทางที่ไกลที่สุดสำหรับพวกเขาในตอนนี้

“แล้วคุณจันทร์เจ้าล่ะ ไหวแน่นะเพราะเราขึ้นรถไม่ได้”

เอกหันไปถามหญิงสาวเพื่อให้แน่ใจ หากเธอกลายเป็นภาระถ่วงแข้งขาระหว่างทางคงลำบากแน่ๆ ถนนก็มีอะไรต่อมิอะไรขวางกั้นตลอดเส้นทาง การขี่ยานพาหนะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ และเสียงของรถยนต์ก็ดึงดูดปัญหามาไม่ขาดแน่ๆ

“เห็นแบบนี้ฉันเป็นนักกรีฑาสมัครเล่นเลยนะคะ เรื่องวิ่งเรื่องใช้กำลังขาสบายมาก”

เล้งพยักหน้าในใจ ตอนผีดิบระดับสองอาละวาด เห็นได้ชัดว่าจันทร์เจ้ามีความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวขยับร่างกายได้ดีมาก ขาของเธอแข็งแรงและทรงตัวโดยไม่สูญเปล่า ถึงสุดท้ายจะหนีผีดิบไม่พ้นจนต้องให้กาแฟจัดการก็ตาม

“โอเค งั้นเตรียมตัวกันเถอะ เราจะออกเดินทางกันเช้ามืดพรุ่งนี้”

ชายหนุ่มที่ถูกตั้งเป็นหัวหน้ากลุ่มเงียบๆกำชับสมาชิกก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายพักผ่อน ทุกคนจึงตอบรับอย่างเห็นด้วยและแยกย้ายกันไปตามพื้นที่ของตัวเอง

"เรื่องสัมภาระไม่ต้องห่วงค่ะ เดี๋ยวลินจัดการให้"

อย่างน้อยลินดาก็ยังคงเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการสนับสนุนทุกคน สิ่งที่จำเป็นและไม่จำเป็นในกระเป๋าสัมภาระใบนั้นไว้ใจเธอได้แน่นอน!

ช่วงตี 4 ของวันใหม่ เอก ภูมิและจันทร์เจ้าก็มุ่งหน้าออกจากคอนโดไปยังเป้าหมายต่อไป ก่อนไปผู้เป็นพ่อยังเข้าไปฝากฝังลูกเมียกับหมาคอร์กี้ที่นอนหงายท้องพุงป่องอย่างจริงจังอีกด้วย กาแฟกระดิกหูเป็นการบอกว่ารับทราบแล้วแน่นิ่งไปเหมือนเดิม

วันนี้วันที่ 9 นี่นา!!

เด็กอ้วนที่กำลังละเลียดชิมพุดดิ้งรสส้มจากถ้วยถือช้อนค้างแล้วพึมพำเสียงเบา สีหน้าดูทั้งกังวลและโล่งใจในเวลาเดียวกัน วันที่ 9 ของวันสิ้นโลกคือวันที่ทหารเริ่มออกปฏิบัติการกวาดล้างผีดิบ หาทางรับมือสัตว์วิวัฒและลงมือเคลียร์สิ่งกีดขวางบนถนน พร้อมเดินหน้าช่วยประชาชนตามคำสั่งจากเบื้องสูงเพื่อรวบรวมผู้รอดชีวิตอยู่ในที่เดียวกันให้ได้มากที่สุด

จำได้ว่าคุณป้าเคยบอก ทหารจะมาตอนเย็น

เล้งคิดทบทวนเรื่องเล่าของคุณป้าที่เลี้ยงดูเขามาก่อนเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาแขวนผนัง

15.22 น.

“อีกมะนาน”

ร่างกลมกล่าวเบาๆ หวังว่าพ่อของเขาจะกลับมาทันก่อนที่ทหารมานะ ไม่อย่างนั้นคงวุ่นวายน่าดู เพื่อขจัดความกังวลให้หายไปเด็กชายจึงอุ้มกาแฟไปดูหนังที่โหลดเก็บไว้เป็นกระตักจากมือถือที่แบตเตอร์รี่เต็ม100 เพราะแบตสำรองชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์ที่พ่อของเขาออกไปค้นในร้านมือถือเมื่อวันก่อนเพื่อลูกชายสุดที่รักโดยเฉพาะ

 

16.42 น.

เสียงกระสุนจากที่ไกลๆเริ่มดังใกล้ขึ้นเรื่อยๆจนเด็กชายต้องผละจากภาพยนต์สยองขวัญที่ดูกับกาแฟ เสียงล้อเหล็กของรถถังบดกับถนน ชนสิ่งกีดขวางกลางถนนเททุกอย่างไปอยู่ด้านข้างเพื่อสะดวกต่อการเคลื่อนพล

“ประกาศๆ ใครที่ยังรอดชีวิตโปรดอยู่ในความสงบ ทหารกำลังทำการกวาดล้างภัยอันตรายอย่าตื่นตระหนกและอย่าออกจากอาคารตอนนี้เป็นอันขาด! ย้ำ! ห้ามออกจากอาคารที่พักในตอนนี้เป็นอันขาด!”

น้ำเสียงทุ้มแสนเข้มงวดดังผ่านโทรโขงอย่างองอาจ เสียงดังกล่าวเป็นตัวกระตุ้นผีดิบและสัตว์วิวัฒได้อย่างดี เล้งลากเก้าอี้รองขาก่อนปีนขึ้นไปตรงตำแหน่งหน้าต่าง แอบคลี่ผ้าม่านสีทืบมองลงไปด้านล่าง โดยที่มีเจ้ากาแฟกระโดดดึ๋งๆต้องการดูด้วยอีกตัว

ด้านล่างทำเด็กชายขนลุกเบาๆ คลื่นมวลผีดิบซอมบี้มืดฟ้ามัวดินคล้ายงานชุมนุมกรูกันออกมาจากทุกซอกทุกมุมเพื่อเป้าหมายเดียวคือแหล่งกำเนิดเสียงเมื่อครู่ สารพัดสารเพสัตว์จรจัดต่างๆที่กลายพันธ์ ส่วนมากจะเป็นแมวกับหมาและฝูงนกบนฟ้า ผีดิบคืออาหารพลังงานสูงอันโอชะสำหรับสัตว์วิวัฒปกติที่ยังไม่ได้พัฒนาสูงมาก เมื่อมีแหล่งอาหาร นักล่าก็จะมารวมตัว

“วุ่งวัยฉุดๆ(วุ่นวายสุดๆ)”

โชคดีอยู่อย่างคือในขบวนทหารนั้นมีผู้ใช้พลังพิเศษหลายคน แต่ละคนมีพลังจิตที่เหมือนและแตกต่างกันคละไปในขบวน ดูเหมือนตลอดสัปดาห์ของทหารจะมีคนวิจัยเรื่องพลังจิตนี้คร่าวๆมาแล้วเพื่อใช้งาน แสงสีหลากหลายจากพลังพิเศษสาดวูบวาบตระการตา

ผีดิบมักถูกยิงด้วยกระสุนไม่ก็ถูกยิงด้วยปืนที่ดัดแปลงจากถังดับเพลิงซึ่งมีสารทำความเย็นที่สามารถหยุดการเคลื่อนไหวของศพได้

สัตว์วิวัฒจะโดนเป็นปืนไฟพลังงานเชื้อเพลิงที่พ่นออกไปอย่างรุนแรง

“เล้งลูกทำอะไรน่ะ! ออกห่างจากตรงนั้นเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

ลินดาวิ่งออกมาจากครัวยกลูกชายลงจากเก้าอี้ด้วยน้ำเสียงดุ มองขบวนมหากาพย์ทหารและผีดิบนอกหน้าต่างห้องที่แง้มผ้าม่านอย่างกังวล

“แบบนี้พี่เอกกับทุกคนเข้ามาไม่ได้แน่ๆ”

ทางเข้าคอนโดแออัดไปด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็น...

ตลอดเวลาที่มีเสียงรบรากันของทหารกับเหล่าตัวประหลาดต่างๆกินเวลาหลายชั่วโมงจนมืดค่ำ ลินดาทำได้เพียงเดินกระวนกระวายอยู่อยู่ในห้องโดยมีกาแฟกระดิกหางวิ่งตามเธออย่างอารมณ์ดีไปตลอดเวลาอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ส่วนเล้งนั่งนอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนพรมนุ่มใกล้ๆกัน ในมือมีขนมปังใส่สังขยะที่กินไปแล้วเป็นชิ้นที่สาม

“ใครที่ยังฟังเราอยู่โปรดอย่าออกมาด้านนอก พรุ่งนี้เช้าทหารจะมาหาอีกครั้ง ย้ำ....”

ผ่านไปนานมากในความรู้สึกของลินดา โทรโขงน้ำเสียงเดิมกับตอนเย็นก็ประกาศอีกครั้งด้วยน้ำเสียงหอบเล็กน้อย เสียงปืนเบาบางลง เสียงอึกทึกครึกโครมชวนระทึกหายไปเกือบหมด

วิวด้านล่างผ่านม่านหน้าต่างกลับมามืดมิดในเวลาไม่นานเพราะไฟฟ้าถูกตัดไปนานแล้ว บนชั้นสูงของห้อง ทิวทัศน์ในตอนนี้ไม่ต่างจากมหาสมุทรความมืดที่น่าหวาดกลัวเลยสักนิด

“มาจ้ะ เราต้องเข้านอนแล้วครับ”

หญิงสาวเมื่อรู้ว่ารอสามีและเพื่อนๆต่อไปคงไม่มีอะไรดีขึ้น จึงตัดสินใจจับเจ้าเด็กอ้วนที่กำลังอมอมยิ้มรสโคล่าแก้มป่องบนพรมลุกขึ้น ปอกเปลือกเจ้าอ้วนจอมตะกละจนเปลือยเปล่า แล้วพากันเข้าไปเช็ดตัวแปรงฟันก่อนนอน โดยมีกาแฟเจ้าเก่าเจ้าเดิมวิ่งตามไปป่วนด้วยเป็นคู่หูดูโอ้

รุ่งเช้าลินดานอนไม่หลับตื่นตั้งแต่เช้ามืดเพื่อทำกับข้าวหวังรอต้อนรับทุกคน เธอออกจากห้องก่อนจะชะงักแล้ววิ่งเข้าไปกอดเอกด้วยความเป็นห่วง

“หนูตกใจหมดนึกว่าพี่จะเป็นอะไรซะแล้ว!”

ชายหนุ่มยิ้มดันภรรยาออกจากอ้อมกอดเพราะตอนนี้ตัวเขาค่อนข้างมีกลิ่นจากเหงื่อและฝุ่นผงเต็มตัวไปหมด

“พอดีมีเหตุการณ์สุดวิสัยนิดหน่อยน่ะ เลยกลับช้า”

“ใช่ค่ะ แถมตอนขากลับเจอฝูงซอมบี้กับหมาประหลาดเต็มไปหมด เลยต้องหลบภัยก่อน ถึงได้รู้ว่าทหารออกมาคุมพื้นที่แล้ว”

จันทร์เจ้าที่สภาพโทรมหมดความสวยกล่าวด้วยใบหน้าเหน็ดเหนื่อย ในมือเธอมีแก้วน้ำเย็นจากพลังของภูมิดื่มดับกระหาย

“แล้วน้องภูมิละคะพี่เอก”

ลินดาสอดส่องหาสมาชิกอีกคนด้วยความสงสัย

“รายนั้นเข้าไปหลับในห้องแล้วล่ะ เขาใช้พลังหนักกว่าคนอื่นเลย”

ชายหนุ่มอธิบายเสียงเบาก่อนขอแยกตัวตัวเพื่อทำความสะอาดร่างกาย จันทร์เจ้าจึงขอตัวกลับบ้าง บนหลังเธอมีกระเป๋าเป้ใส่อุปกรณ์ใบใหญ่แบกอยู่

พอถึงตอนเช้าประมาณหกโมงขบวนทหารก็กลับมาอีกครั้ง พวกทหารตั้งโต๊ะกันบนถนนหน้าคอนโดที่ครอบครัวเล้งอาศัยอยู่ก่อนประกาศในโทรโขงอีกระลอกว่าใครในละแวกนี้ยังรอดชีวิตอยู่กรุณาออกมาจดบันทึกและรับอาหารไปด้วย

ประชาชนที่สิ้นหวังในตอนแรกค่อยๆโผล่หัวออกมาทีละคนสองคน บางคนผอมกะหร่องเนื่องจากไม่ได้ทานอาหารหลายวัน

“พวกเราจะลงไปไหมพี่”

ภูมิถามคนแก่กว่าเสียงเบา มองผ่านหน้าต่างเห็นสิงข์ค่อยๆต้อนสมาชิกคอนโดที่ตนตั้งต้นเป็นหัวหน้าด้วยใบหน้าเหยียดหยาม

“รอก่อน เราไม่ได้ลำบากเหมือนพวกเขา ไปทีหลังก็ยังไม่สาย”

ชายหนุ่มตอบออกไปอย่างไม่หยี่ระก่อนผละตัวออกจากหน้าต่างอย่างไม่ใส่ใจนัก ในเมื่อพวกเขาไม่ได้ขาดอะไร ก็ไม่ควรไปเบียดเบียนผู้คนให้ลำบากเพิ่มถือเป็นเรื่องดี


 

*************************************

11/4/2564 แก้คำผิด ปรับสำนวนเล็กๆน้อยๆให้แล้วนะ
 

ฝากเพจของไรท์ด้วยนะ นักเขียนอินดี้

ฝากนิยายอีกเรื่องของไรท์ด้วยนะgarden master สวนดอกไม้ ณ ต่างโลก

และนิยายเรื่อง Flaming free อัคคีเริงระบำ ตอนนี้เข้าช่วง SS2 แล้วนะ!

หรือแฟนเพจไรท์ไม่ตอบก็ทักมาถามทางไอจีได้เลยจ้า>>> @azharzwooz

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.281K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,767 ความคิดเห็น

  1. #2278 MinRay_N (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 03:09
    น่าเอ็นดูไปหมด
    #2,278
    0
  2. #2204 บาบาบิ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 23:57
    มีแต่คำว่าอ้วงงงงงงงง
    #2,204
    0
  3. #1809 Amarry (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 08:28
    ทั้งคนทั้งมะหมา มันน้อนนนนทั้งคู่ สุขสบายเหมือนวันปกติเลย
    #1,809
    0
  4. #1780 Thatsawan To Love (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 21:36
    คอกี้กระโดด แงงงง น้อนมากกกกก
    #1,780
    0
  5. #1449 knunkim (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 02:01

    ไรท์คะ... เราอยากทราบอายุของเอกกับลินดาค่ะ เห็นภูมิเรียกพี่แสดงว่าทั้งสองคนอายุไม่เยอะเท่าไหร่ใช่ไกมคะ

    #1,449
    0
  6. #761 samby (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 14:42

    รรักอ้วงงงงง

    #761
    0
  7. #601 KuppaKP (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 04:21
    ชอบเรื่องนี้มากเลย เป็นแนวซอมบี้ที่ต่างจากเรื่องอื่นที่เคยอ่านมา
    #601
    0
  8. #457 Xialyu (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 14:58
    ตาลุงกินอย่างเดียวจริงๆ555
    #457
    0
  9. #309 Blueheart (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 14:10
    สนุกค่าาาา
    #309
    0
  10. #225 Bnbnbnbnbn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 08:38
    ทำไมได้กลิ่นความวุ่นวาย สู้ๆนะน้องหนูต้องเหนื่อยอีกเยอะ
    #225
    0
  11. #105 masok (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 22:11
    สนุกค่ะ รอๆๆๆ
    #105
    0
  12. #104 ทีมน้อง (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 16:03

    น้องอย่าพึ่งโตเร็วหนาไปเลื่อยๆคลายข้อสงสัยต่อไป

    #104
    0
  13. #102 KingStar001 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 15:15
    สนุกมากกก รออ่านนะ
    #102
    0
  14. #101 09fg (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 14:53
    น้องต้องโตเร็วๆนะ
    #101
    0
  15. #100 oKisSaTen123 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 13:15

    ขอบคุณค่ะ สนุกมากกกก ขออีกตอน
    #100
    0
  16. #99 Khaao_37004_ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 11:32

    ขอบคุณนะคะ สู้ๆค่ะ✌️✌️
    #99
    0
  17. #98 Brother of Thong (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 10:22
    ผมว่าไอที่ไม่ออกไปเนี่ยมันจะนำพาความซวยมาให้แน่ ๆ
    #98
    0
  18. #97 Mookkylunla (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 10:00

    อ้วงน่าร๊ากกกกกก

    #97
    0
  19. #96 yukai (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 09:56

    ขอบคุณ
    #96
    0
  20. #95 Yeenni (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 09:08
    กำบังสนุกมากเลย สู้ๆนะคะ
    #95
    0
  21. #94 Puhonya (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 09:05
    อ้วนเอ๊ย นอนกิน กลิ้งกิน ไม่อ้วนเลย
    #94
    0