Rebirth:เกิดใหม่ในวันสิ้นโลก (โชตะค่อน)

ตอนที่ 1 : อ้วงข้ามเวลา(แก้คำผิด)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,872
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,600 ครั้ง
    9 เม.ย. 64

 

---------------------------------------------

“เป็นไปได้จริงๆสินะ”

เด็กชายตัวน้อยยกมือเล็กป้อมขึ้นลูบหน้าตัวเองเบาๆ สายตามองเงาที่สะท้อนในกระจกบานเก่าๆขนาดตัวผู้ใหญ่โตเต็มวัยภายในบ้าน ท่ามกลางเสียงกรีดร้องขวัญผวาของผู้คนบนถนนหน้าบ้านที่ดังแว่วๆเข้ามาไม่ขาดสาย

“การจับเจ้านั่นส่งฉันมาที่นี่”

เล้งกล่าวกับตัวเองด้วยอาการเหม่อลอย วันสิ้นโลกได้มาถึงแบบไม่ทันตั้งตัวจากแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงชนิดที่ทำให้ทวีปต่างๆเกิดรอยแยกขึ้นมา ถึงแม้จะไม่มาก และไม่ถึงกับทำให้แผ่นทวีปแยกออกจากกันเหมือนยุคก่อนประวัติศาสตร์ แต่รอยแยกนั้นกลับเกิดขึ้นเกือบทั่วทุกพื้นที่บนโลก มันปล่อยรังสีอันตรายบางอย่างซึ่งมาจากแกนโลก เป็นรังสีความร้อนภายใต้เปลือกปฐพีหลายหมื่นเมตรปะทุขึ้นสู่อากาศ กลิ่นของมันเหมือนกัมมะถัน สิ่งมีชีวิตที่สัมผัสจะเกิดการกลายพันธ์ เริ่มแรกเป็นมนุษย์ที่ป่วย ผู้เคราะห์ร้ายกลุ่มแรกๆคือเด็กและผู้ใหญ่ที่ไร้ภูมิคุ้มกัน คนป่วยด้วยโรคร้ายและคนชราจะเสียชีวิตทันที เชื้อแบคทีเรียบางอย่างที่มนุษย์ไม่มีการศึกษาค้นคว้าและไม่รู้จักเพราะมันมากับรังสีใต้โลกเข้าควบคุมตามส่วนต่างๆของร่างกายที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ให้เกิดสภาวะสมองตาย ควบคุมกล้ามเนื้อ ควบคุมอวัยวะทุกอย่าง คนๆนั้นจะอยู่ในสภาพเหมือนกับผีดิบ ไร้สติ มีแต่สัญชาตญาณความดุร้ายและความกระหาย

ส่วนคนที่มีภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้นมาหน่อยก็จะกลายพันธุ์ให้มีพละกำลังที่แข็งแกร่งกว่าคนทั่วไป มีสมาธิหรือพลังจิตที่ตอบสนองต่ออะไรก็ตามที่เข้ากับร่างกายได้

พวกเขาหรือเธอจะมีพลังอย่างใดอย่างหนึ่ง พละกำลังแข็งแกร่งป่นเหล็กให้บี้แบน พลังจิตในการควบคุมสัตว์ หรืออีกหลายๆอย่าง แต่พลังที่ออกมาและที่เล้งเคยเห็นมีแค่พลังกายกับจิตเท่านั้น มีการทดลองและได้คำตอบว่ารังสีนี้จะไปกระตุ้นการทำงานของสมอง โดยปกติมนุษย์มีการใช้สมองในอัตราแค่ 10% จะถูกยกระดับอัพเกรดสมรรถนะให้ดีกว่าเก่าหลายร้อยเท่า

และกลุ่มสุดท้ายคือคนที่ไม่ได้โดนผลกระทบของรังสีเลย หรือก็คือคนที่มีภูมิคุ้มกันต้านทานรังสี ฟังเหมือนดี แต่ในวันสิ้นโลกที่ซอมบี้กากๆซึ่งเดินช้ากว่าเต่าไปไม่เท่าไหร่มีแรงนิ้วมากกว่าแขนข้างหนึ่งของคุณ ถึงมันจะวิ่งไล่ไม่ได้ แต่ถ้าสมมติว่าเราถึงมือมันเมื่อไหร่ หากไม่เป่าหัวให้ตายในตอนนั้น แม้แต่คนธรรมดาสามคนก็แกะมือมันจากเหยื่อไม่ออกแน่นอน

ลำดับต่อไปของการกลายพันธุ์คือสัตว์เลือดเย็น สัตว์เลือดอุ่น สัตว์ปีก สัตว์น้ำ แมลงและต้นไม้เป็นลำดับ สัตว์ต่างๆบนบกรวมทั้งแมลงจะแสดงผลหลังจากมนุษย์เผชิญวิกฤตประมาณ 3-5 วัน สัตว์มีทั้งวิวัฒนาการเป็นซากผีดิบ และรูปแบบสัตว์กลายพันธุ์

ต้นไม้เป็นเผ่าพันธุ์ที่มีปฏิกิริยาต่อรังสีช้าที่สุดและอันตรายที่สุด มันมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะโครงสร้างเหนือสามัญสำนึกไปมากที่เดียว อันตรายน้อยสุดคือหญ้าที่สามารถเจาะผิวหนังเหยื่อเพื่อดื่มเลือด ระดับกลางขึ้นไปหน่อยก็ต้นไม้ที่ดักจับเหยื่อ มีประสาทสัมผัสคลื่นจับการสั่นสะเทือนต่อเป้าหมาย อันตรายที่สุดคือพวกที่สามารถถอนตัวเองออกจากดินเพื่อเคลื่อนไหว และมีสติปัญญาในการคิดวิเคราะห์ มีระบบประสาท การได้ยิน การดมกลิ่น การมองเห็น มีระบบไหลเวียนเลือด และมีอารมณ์ความรู้สึก บางพันธ์เปลี่ยนแม้กระทั่งรูปลักษณ์ให้แตกต่างไปจากเดิม

แต่ไม่ใช่ต้นไม้ทุกต้นที่กลายเป็นแบบนั้น...

เล้งอยู่ในโลกของความโกลาหลมาร่วมเกือบ 40 ปีนับจากที่เขาตื่นในตอนนี้ ล้มลุกคลุกคลาน ดิ้นรนเอาชีวิตรอด ผ่านเหตุการณ์ต่างๆมากมายตั้งแต่อายุ 5 ขวบ จนถึง 40 ปี ในวันสุดท้ายของชีวิตเขาถูกพวกมีพลังลากไปเป็นเบ๊เก็บของ ล่าสัตว์กลายพันธุ์ระดับสูงตนหนึ่ง มีชื่อว่าผีเสื้อมายา ซึ่งเป็นแมลงผีเสื้อขนาดใหญ่ 3 เมตรกะโดยหยาบๆจากระยะสายตา พลังมายารบกวนประสาทชนิดร้ายแรง มีการเคลื่อนที่คล้ายกับการฉีกมิติไปโผล่อีกที่หนึ่งเป็นท่าไม้ตายก้นหีบไว้หนีเมื่อจวนตัว แต่ตอนนั้นที่ล่าเป็นราชินีของมัน หินวิวัฒน์ในร่างส่องแสงเปล่งประกาย เขามีหน้าที่เก็บของเหล่านั้น พอมือแตะไปที่หินสีสวย ทุกอย่างก็ระเบิดทำลายล้างไปรอบบริเวณ

และตื่นขึ้นมาในตอนนี้

ดูเหมือนเวลาแค่เกือบ 40 ปี สัตว์วิวัฒน์จะพัฒนาความสามารถตัวเองจนทำเรื่องเหนือสามัญสำนึกอย่างการข้ามกาลเวลามาได้แล้วในบางสายพันธุ์ที่มีพลังเกี่ยวกับมิติ

 

...วันแรกของเหตุการณ์ความวุ่นวาย

ตอนที่เขาอายุ 5 ขวบปี แน่นอนถ้าเป็นเมื่ออดีตเขาจำช่วงเวลาตอนตัวเองอายุ 5 ขวบไม่ได้ จำไม่ได้แม้กระทั่งอ้อมกอดอุ่นสุดท้ายของพ่อกับแม่

ป้าที่รับเลี้ยงเขาในค่ายผู้อพยพเล่าให้ฟังตอนที่เขาอายุ 15 ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตจากภาวะขาดสารอาหารว่าพ่อของเขาช่วยล่อซอมบี้ไปอีกทางเพื่อให้แม่กับเขาปลอดภัย หลังจากนั้นแม่เขาซึ่งหน้าตาสระสวยก็ถูกผู้มีอิทธิพลภายในค่ายจับไปข่มขืนและไม่ได้เจอกันอีก ป้าซึ่งหนีไปพร้อมๆกับครอบครัวของเขาในช่วงแรกนึกสงสารจึงรับไปดูแลต่อจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นพี่ ทำไมด้านนอกถึงวุ่นวายแบบนี้”

ลินดาแง้มผ้าม่านหน้าต่างภายในบ้านเช่าที่เธอกับครอบครัวอาศัยอยู่มองออกสู่ถนน ความวุ่นวายด้านนอกทำให้หญิงสาวขวัญผวา มีศพคนตายตัวม่วงช้ำเลือดช้ำหนองเดินโซเซไล่กัดคนไปทั่ว เสียงกรีดร้องแสดงถึงความหวาดกลัวและเจ็บปวด รถราชนกัน เสียงไซเรนของรถตำรวจและรถพยาบาลวุ่นวายเต็มท้องถนน

“ลิน ออกห่างจากหน้าต่าง พี่ก็ไม่รู้ ออกมาก่อนมันอันตราย!”

เอก สามีร่างสูงของลินดากล่าวเอ็ดพร้อมกับดึงภรรยาออกมาจากหน้าต่าง เล้งมองสองคนผัวเมียซึ่งเป็นบิดามารดาบังเกิดเกล้าของตัวเอง พร้อมกับซึมซับอ้อมกอดของแม่ที่เข้ามาปลอบโยนเขาเงียบๆ

ลินดาเป็นหญิงสาวผิวขาว หน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพราเหมือนองค์หญิงในหนังสือนิทานขาดๆเก่าๆที่ป้าเขาเก็บมาได้และเล่าให้ฟังก่อนนอน เธอทั้งบอบบาง นุ่มนิ่ม ตัวเล็ก ดูน่าถนุถนอมอ่อนโยนทุกองศาสายตาที่คนมอง ผิดกับพ่อของเขาอย่างเอก รายนั้นตัวโตล่ำสัน ผิวสีแทน หน้าตาคมดุ คิ้วพาดเฉียงเหมือนหงุดหงิดตลอดเวลา จมูกโด่งมีสันกรามชัดเจน นิยามตามความคิดทั่วไปก็หล่อเลว มีรอยสักที่แขนไล่จากไหล่ซ้ายจนถึงข้อมือ และที่ลำคอแกร่งใกล้ๆกับกกหูด้านขวา ติ่งหูข้างขวาเจาะหูประดับจิวสองเม็ด

นักเลงกับคุณหนูดีๆนี่เอง

“เราหนีออกจากที่นี่เถอะพี่ หนูกลัว”

หญิงสาวตัวสั่นงันงก ยิ่งฟังเสียงเนื้อฉีกขาดด้านนอกเหมือนสติของเธอจะเตลิดมากกว่าเดิม ชายหนุ่มเข้าไปปลอบโยนกอดกระชับทั้งเมียและลูกชายปากกำลังจะอ้าตอบตกลงไปแล้ว ถ้าไม่มีเสียงเล็กๆของเล้งเอ่ยขัดเสียก่อน

“ไม่ไป”

“อยู่ที่นี่มันอันตรายนะลูก”

ลินดาก้มลงตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ทว่าเด็กน้อยกลับสายหน้า

“ไม่ไปฮับ ในนี้ปอดภัยน้า”

ผีดิบวันแรกของเหตุการณ์โกลาหล ไม่น่ากลัวเมื่อเทียบกับอีกหนึ่งปีต่อมา แค่โดนช๊อตไฟฟ้าหรือโดนความเย็นก็น็อกไปแล้ว หรือถ้าให้ดีกว่านั้นก็กระสุนเจาะหัวแบบไม่ต้องซุ่ม เพราะอย่างไรมันก็เดินช้า เนื่องจากผีดิบคือศพคนตายแล้ว เมื่อมันเย็นตัวลงข้อต่อต่างๆก็ทื่อไปด้วย พวกมันจึงไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด  เล้งหันใบหน้าไปมองพ่อ

“พ่อไม่ไปนะฮับ แม่โหน่ย(เหนื่อย)”

ไอ้ลิ้นชิบหาย!

เอกลังเล เขาซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัวตัดสินใจไม่ถูกกับสถานการณ์นี้

“ข้างนอกอันตาลายน้า”

เสียงเล็กๆของบุตรชายเรียกสติ แต่ยังไม่ทันจะได้ตอบรับชายหนุ่มรู้สึกเสียดแทงจากด้านในอกก่อนจะล้มลงไปอย่างกะทันหันเรียกเสียงกรี้ดจากภรรยาดังลั่น

“แม่ชู่ว ชู่วน้า อย่าล้องนะ เด่วตัวน่ากัวด้านนอกเข้ามา”

เล้งมองพ่อที่ล้มลงไปตัวสั่นสะท้านพร้อมกับเหงื่อมากมายไหลชโลมกายอย่างฉับพลัน พร้อมกับทำท่าจุปากให้มารดาเงียบเสียง ซอมบี้พวกนั้นเดินช้า ทว่าไวต่อเสียง ถึงมันจะซึมกะทื่อไปบ้าง เล้งรับรองสำหรับคนที่ไม่เคยพบเห็นมันคงไม่มีกะจิตกะใจจะหันไปต่อกรด้วย บางทีอาจไม่หนีด้วยซ้ำเพราะความกลัว

การกลายพันธ์... ไม่แปลกใจว่าทำไมพ่อถึงไม่รอดเมื่ออดีต เพราะคนที่กลายพันธุ์ช่วงแรกไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เลย เผลอๆเขาอาจล่อซอมบี้ไปทางอื่นแล้วเกิดกลายพันธุ์ระหว่างทาง ล้มตรงนั้นแล้วถูกศพเดินได้พวกนั้นรุมกินโต๊ะเอา จบชีวิตแบบงงๆไป

“แม่ขอผ้าใหญ่ๆ”

“ฮึกๆ ลูกจะเอาไปทำอะไร แม่ขอดูพ่อก่อนนะ”

“จาเอามาลากพ่อ”

ในสถานการณ์นี้ลินดาไม่ได้เอะใจกับพฤติกรรมแปลกๆของลูกชาย เธอเอาผ้าขนหนูผืนใหญ่เท่าตัวสามีมายื่นให้เด็กน้อย เล้งนำผ้ามาปูไว้กับพื้น

“เอาพ่อวางตงนี้ เล็วๆแม่เล็วๆ”

ลินดาไม่มีทางเลือก เธอกลิ้งสามีร่างโตไว้บนผ้าที่ปูไว้ และโดนลูกชายสั่งให้จับปลายผ้านั้นลากเข้าไปในห้องนอน

พ่อเขาตัวโตอย่างกับหมี แรงเด็กกับผู้หญิงจะเคลื่อนย้ายได้ยังไงตามลำพัง แค่ช่วยแม่ดันผ้าห่มเล้งก็รู้สึกเหมือนกำลังกลิ้นก้อนหินยักษ์ที่ไม่มีวันขยับแล้ว....

ถึงจะลำบากไปบ้างแต่ในที่สุดก็ลากเข้ามาจนได้ลินดาหาผ้ามาเช็ดตัวสามีที่หมดสติด้วยมือที่สั่นไม่อาจควบคุม

ปังๆๆ

ใครอยู่ข้างในช่วยด้วย เปิดประตูที ประตูเปิดหน่อย อ้ากกๆๆ! ปล่อยกูไอ้สัส! อย่ากัด! อ้ากกก!!! กรี้ด!! ไม่นะ ม่ายย!!

หญิงสาวกำลังจะวิ่งไปเปิดประตูบ้านเพื่อช่วยคนเหล่านั้นแต่โดนลูกชายจับขืนชายกระโปรงเธอเสียแน่น

“เล้งลูกทำอะไรน่ะ ปล่อยแม่ก่อนแม่จะไปเปิดประตูช่วยเขา”

ใสซื่อเกินไปแล้วแม่!!

“ตัวปะหลาดอยู่นอก ไม่ไป แม่ไม่ไป”

เด็กชายกอดขาแม่แน่นสายหน้าหวือ เขาไม่รู้จะอธิบายยังไงให้เธอเข้าใจ ลิ้นก็แข็ง ตัวก็เล็ก แถมกลมเหมือนหมูอีก เขาตอนเด็กถูกเลี้ยงดีเกินไปแล้ว!

“เช็ดตัวพ่อนะ เล้งกัว แม่ไม่ไป”

ลินดาลังเล สุดท้ายสะดุ้งเพราะเสียงคำรามครืดคราดประหลาดในคอของศพเดินได้หน้าประตูบ้าน เธอจึงตัดสินใจกัดฟันเมินเสียงขอให้ช่วยเหล่านั้น ภายในใจมีอารมณ์มากมายตีรวนกันไปหมดจนรู้สึกเหมือนจะอาเจียนอยู่รอมร่อ ลินดาฮึบเอาไว้อย่างยากลำบากก่อนจะหันกายไปเช็ดตัวสามีซึ่งนอนหมดสติกะทันหัน เด็กชายก้าวออกจากห้องนอนไปเงียบๆเมื่อสามารถคุมมารดาได้แล้ว

อย่างน้อยก็ให้เธอดูแลพ่อไปก่อน....

“ลูกอย่าเดินออกไปนะ มันอันตราย”

“เล้งไปชี่(ฉี่)”

 

 

******************

ก่อนลงตอนใหม่ไรท์ขอแวะมาทบทวนก่อน แก้คำผิดให้แล้วนะ ปรับสำนวนเล็กน้อย เจอเตือนไรท์ได้จ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.6K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,767 ความคิดเห็น

  1. #2650 knunkim (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2564 / 22:05
    เป็นธรรมดาเนอะที่คนไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้จะกลัว รับมือไม่เป็น
    #2,650
    0
  2. #2628 Neen1053 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มกราคม 2564 / 23:17
    เย้ มาอ่านแล้ว~
    #2,628
    0
  3. #2406 bigbowka (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 16:12
    ชอบมาก อยากอ่านแนวซอมบี้ แบบนี้แหละ high fantasy เราชอบการที่ซอมบี้ก็มีพลังเจ๋งๆระดับแหวกมิติได้เพราะฉากสู้จะมันมาก ซอมบี้แนวเดินดินวิ่งไล่ อันนั้นไม่ค่อยเท่าไหร่ ต้องแบบนี้สิ
    #2,406
    0
  4. #2380 Ferrier (เฟริเรียร์) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 01:29
    นข.คนเดียวที่แต่งเรื่องเจ้าเคิร์กนี่ แอแงงงง คาดหวังได้แน่ๆผลงานนี้ เพราะผลงานนั้นหลงเจ้าเคิร์กไม่ไหว หลงหนักมากด้วย
    #2,380
    0
  5. #2374 LENG555* (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 23:52

    น่ารักจริงๆ

    #2,374
    0
  6. #2315 ทามามะ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 20:46
    5ขวบพูดชัดแล้วน้า นอกจากเด็กที่มีปัญหาการออกเสียงพูดเราสอนเด็กอยู่เรารู้อิิอิ
    #2,315
    0
  7. #2292 นัทจัง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 10:38

    น่าเอ็นดูน้องเล้ง ตัวอวบๆขาวๆตัวป้อมๆ อิอิ

    #2,292
    0
  8. #2268 MinRay_N (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 02:10

    ติดตามม
    #2,268
    0
  9. #2237 chayen1243 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 23:33
    โอ๊ยลูกใช้คำว่ารุมกินโต๊ะมันดูเรทRยังไงไม่รู้
    #2,237
    0
  10. #2203 PTpiyarat2005 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 23:21
    ㅇㅋตลกคำว่าสองผัวเมียอ่ะ ปรกติจะเจอแต่พวกสองสามีภรรยามากกว่าแต่ชอบอันนี้มากกว่าอ่ะสองผัวเมียตลกดี
    #2,203
    0
  11. #2184 บาบาบิ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 16:18
    น้องน่ารักกกกก
    #2,184
    0
  12. #2175 จิ้งจอกกอดลูกโลก (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 11:37
    ล่าลานุกลากๆติลามๆ//แล้วทำไมตูต้องพูดตามน้องเขาด้วยฟร่ะ55555
    #2,175
    0
  13. #1872 malwar (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 15:15
    สงสารคนเขียนเรื่อง เสียงน้องพูดมาก555คือถ้าเราคนอ่านยังเผลอออกเสียงตาม. คนเขียนก็น่าจะเขียนไปพูดไปอะ เหนื่อยแทน
    #1,872
    1
    • #1872-1 Farm mi Farm Farm(จากตอนที่ 1)
      29 พฤษภาคม 2563 / 10:40
      อ่านเม้นนี้แล้วนึกภาพคนเขียนตามเลยค่ะ เป็นเอ็นดู5555555
      #1872-1
  14. #1798 Amarry (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 04:00
    น้อนนนนนน อ่านแล้วเป็นเด็กตามเลย อ้วงเอ้ย
    #1,798
    0
  15. #1786 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 23:03
    น้องน่ารักกกกกก เก่งมากดดดดด
    #1,786
    0
  16. #1776 Kaning Guliko (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 21:13
    แง น้อนนนทำไมน่ารักอย่างนี้ลูกกกกก
    #1,776
    0
  17. #1766 Thatsawan To Love (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 18:16
    ไอต้าวน้อนนนนนน แงงงง น่ารักมาก เอ็นดูน้องงง
    #1,766
    0
  18. #1752 จืดจืด (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 15:48
    ความยังพูดไม่ชัดเป็นเอ็นดู
    #1,752
    0
  19. #1705 GOT-MarkBam (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 21:48
    พล็อตดีมากเลย น่าติดตามค่ะ
    #1,705
    0
  20. #1627 Nu pe (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 08:37
    เอ็นดูวววว ครอบครัวนี้น่ารักมาก อยากรู้ว่าพ่อไปล่อลวง--แค่กๆ หมายถึงจีบแม่มาให้แต่งงานด้วยได้ยังไง5555 เยี่ยมมากกกกก
    #1,627
    0
  21. #1436 knunkim (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 00:34

    บรรยายได้ลื่นไหล ไม่ขาดตอนคำผิดก็ไม่ค่อยเห็นค่ะ อธิบายแบบบุคคลที่หนึ่งได้ชัดเจนเข้าใจง่าย จำนวนความยาวก็กำลังพอดีด้วยค่ะ.. ปล.สัตว์กลายพันธุ์เราว่ายากแล้วนะ แล้วนี่ยังมีต้นไม้กลายพันธุ์อีก แมลงแฮ่งคัก(อิตัวหลังนี่แหละที่เราไม่ชอบสุดๆในนิยายซอมบี้ เพราะมันน่าจะน่ารำคาญแถมจัดการยุ่งยากพอควร555สมุตินะคะ ถ้ายุงกลายเป็นซอมบี้อย่างเนี้ย งานยาบเลยสิคะ)เนื้อเรื่องน่าสนใจค่ะ ทำเอาเราอยากกดติดตามเลย

    #1,436
    0
  22. #1053 Fround (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 14:47
    ใช้คำว่า แก่นโลกนะคะ และแก่นโลกลึกลงจากผิวดินอยู่ที่2,900 - ~6,300 km ถ้าหมื่นเมตรนะจะอยู่ที่ ~10 km ยังไม่พ้นเปลือกโลกเลยค่ะ
    #1,053
    0
  23. #957 ไออิกู (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 13:52
    โอ้ยยยย เอ็นดู55555
    #957
    0
  24. #884 peace_in_apple (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 13:02
    ขอบคุณนะคะ เราชอบแนวนี้มาก
    #884
    0
  25. #842 MORNINGGLORY08 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 23:43
    เล้งงงงงน่ารักจังลูกกก
    #842
    0