เสน่หาแวมไพร์ Vampire love story

ตอนที่ 8 : ทุกอณูของหัวใจคือความทรงจำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 690
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    5 ธ.ค. 61

 

ณ ราชอาณาจักรโอลิเวียร์ เมื่อราวสามร้อยปีก่อน ครั้งนั้นยังถูกปกครองโดยระบอบกษัตริย์ ในหน้าหนังสือเรียนประวัติศาสตร์ของโอลิเวียร์ กล่าวว่าเวลานั้นตรงกับยุคของกษัตริย์บาสเตียน และราชินีวิกตอเรีย 

เซอร์ซีน่อน จอร์จ แพททินสัน อัศวินแห่งโอลิเวียร์ คนที่เจ็ด เป็นตำแหน่งที่เจ้าตัวเพิ่งได้รับพระราชทานมาจากกษัตริย์แห่งโอลิเวียร์ ซึ่งในยุคของกษัตริย์บาสเตียนทรงแต่งตั้งอัศวินเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

ทว่า ซีน่อน กลับได้รับตำแหน่งนี้ในวัยเพียง 18 ปี ถือว่าเป็นอัศวินที่อายุน้อยที่สุดแห่งยุคทีเดียว แน่นอนว่าการที่ได้ตำแหน่งมานั้น ย่อมต้องมีผลงานปรากฏเป็นที่พึงพอพระทัย ถึงจะแต่งตั้งตั้งได้

ซีน่อน เป็นบุตรชายคนเล็กของตระกูลแพททินสัน บิดาของเขาเป็นขุนนางชั้นสูงคนหนึ่ง ครอบครัวของเขารับใช้ราชวงค์มาหลายต่อหลายรุ่น เรื่องความภักดีนั้นไม่เป็นรองใคร พอๆกับทรัพย์สมบัติที่มีมากมายจากการได้รับพระราชทานด้วยมีความดีความชอบจากรุ่นสู่รุ่น กล่าวได้ว่าร่ำรวยมากกว่าตระกูลขุนนางคนอื่นๆอยู่ไม่น้อย

ที่มาของตำแหน่งอัศวินแห่งโอลิเวียร์ เป็นเพราะเขาได้มีโอกาสใกล้ชิดกับเจ้าชายทาดิโอ้ เสมือนพระสหายและผู้ติดตามใกล้ชิด ด้วยความไว้เนื้อเชื่อใจและคบหากันมานานตั้งแต่วัยเด็ก อีกทั้งสายเลือดส่วนหนึ่งนับสืบขึ้นไปหลายรุ่น 

บรรพบุรษตระกูลแพททินสันเคยแต่งงานกับเจ้าหญิงพระองค์หนึ่งในราชวงค์โอลิเวียร์ แม้กาลเวลาจะผ่านมาเนิ่นนานแล้ว แต่สายเลือดที่ตกทอดมาย่อมไหลเวียนอยู่ในตัวเขา สายเลือดสีน้ำเงิน 

แม้อาจจะไม่ใช่สายเลือดบริสุทธิ์แล้ว ด้วยเพราะปะปนกับสายเลือดของสามัญชนธรรมดา แต่ก็ถือว่าสูงส่งไม่น้อย นั่นจึงทำให้เขามีอภิสิทธิ์มากกว่าลูกชายขุนนางอีกหลายคน ที่ได้เข้าใกล้เจ้าชายรัชทายาท ลำดับที่ 1 และได้รับไว้วางพระราชหฤทัยจากทั้งกษัตริย์บาสเตียน และเจ้าชายทาดิโอ้

ซีน่อนติดตามเจ้าชายทาดิโอ้ไปไหนมาไหนอยู่บ่อยครั้ง ล่าสุดเขาตามไปยังเขตชายแดนของโอลิเวียร์ กษัตริย์บาสเตียนทรงมีพระราชบัญชาให้เจ้าชายทาดิโอ้ไปเป็นทูตเพื่อเจรจากับชนเผ่าหนึ่ง ซึ่งเป็นชนเผ่าที่ค่อนข้างใหญ่อยู่พอสมควร ทว่าชอบสร้างปัญหาก่อกวนหลายอย่างให้ชาวเมืองโอลิเวียร์ที่อาศัยอยู่บริเวณชายแดนเดือดร้อน

หากแต่เมื่อไปถึงกลับรู้ตัวว่าตกอยู่ในอันตรายก็เมื่อสาย หัวหน้าชนเผ่านำกำลังคนลอบเข้าทำร้ายขบวนเสด็จของเจ้าชายทาดิโอ้ ทั้งที่ทรงเสด็จมาในฐานะราชทูต หากแต่เพราะความมีไหวพริบและชั้นเชิงการต่อสู้ ด้วยถูกฝึกมาพร้อมกับเจ้าชายทาดิโอ้ ครั้งนั้นซีน่อนได้ช่วยชีวิตเจ้าชายทาดิโอ้เอาไว้ และได้จับตัวหัวหน้าชนเผ่าเอาไว้ได้ก่อนที่จะเค้นความจริง 

จนได้รู้ว่าทั้งหมดนั้นหัวหน้าชนเผ่าได้ถูกกษัตริย์ของอีกเมืองซึ่งอยู่ติดกันเป่าหู เรื่องการล่าดินแดน กษัตริย์บาสเตียนต้องการที่จะยึดดินแดนของชนเผ่าแห่งนี้ เพื่อขยายดินแดนโอลิเวียร์ 

และการที่กษัตริย์บาสเตียนส่งเจ้าชายทาดิโอ้มาในครั้งนี้ก็เป็นการเสริมคำพูดของกษัตริย์ผู้นั้นให้น่าเชื่อถือยิ่งขึ้น จึงเข้าโจมตีขบวนของเจ้าชายทาดิโอ้ทันทีที่ล่วงเข้ามายังอาณาเขตของชนเผ่าตน 

ซีน่อนเข้าใจได้ในทันทีว่าสาเหตุที่กษัตริย์ผู้นั้นทำไปทั้งหมด เพื่อให้เกิดความวุ่นวาย ความขัดแย้งที่ชายแดน และอาจจะนำมาซึ่งความสูญเสียเจ้าชายรัชทายาทอันเกิดจากเหตุการณ์ในวันนี้ แท้จริงแล้วผู้ที่อยากจะครอบครองดินแดนชนเผ่านี้ และขยายมายังดินแดนของโอลิเวียร์ด้วย คือกษัตริย์แอนโทนีแห่งเมืองเอเดนผู้นั้นต่างหาก

" เจ้าช่างเป็นหัวหน้าชนเผ่าที่กล้าหาญ แข็งแกร่ง เรื่องนี้ข้ายอมรับในตัวเจ้า แต่เจ้าก็ช่างเป็นหัวหน้าชนเผ่าที่โง่เขลานัก ชักศึกเข้ามาทำลายชนเผ่าตัวเองแท้ๆ กษัตริย์บาสเตียนไม่เคยที่จะคิดยึดดินแดนของพวกเจ้าเลย ความจริงมีชนเผ่าของเจ้าตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างชายแดนโอลิเวียร์และชายแดนเมืองเอเดน กลับมีประโยชน์ต่อฝ่ายข้ามากกว่า เจ้าพลาดให้กษัตริย์แห่งเอเดนเป่าหูเสียแล้ว และข้าก็คงต้องนำตัวเจ้าไปรับการลงโทษจากกษัตริย์ของข้า ฐานที่เจ้าคิดลอบปลงพระชนม์เจ้าชายรัชทายาท "

ซีน่อนกล่าวกับหัวหน้าชนเผ่าที่นั่งคอตกอยู่ตรงหน้า และจากเหตุการณ์นี้ทำให้เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นอัศวินแห่งโอลิเวียร์นั่นเอง

นับจากนั้นเป็นต้นมาเมืองโอลิเวียร์และเมืองเอเดนก็เปิดฉากรบกันมาตลอดเวลา สงครามยืดเยื้อมาเป็นเวลาสามปีเต็ม โดยชนเผ่าดังกล่าวที่ตั้งอยู่ขั้นกลางดินแดนทั้งสองแต่เดิมนั้น บัดนี้ได้หลอมรวมผนึกเป็นดินแดนเดียวกันกับโอลิเวียร์เรียบร้อยแล้ว

และในที่สุดเมืองเอเดนก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกันกับชนเผ่านั้น ผู้แพ้ย่อมถูกยึดดินแดนและหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว และเมืองเอเดนก็กลายเป็นเมืองหนึ่งที่ตั้งอยู่ในตอนเหนือของประเทศโอลิเวียร์ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงยุคปัจจุบัน

เซอร์ซีน่อน จอร์จ แพททินสัน ในวัย 23 ปี เป็นอัศวินหนุ่มที่มีชื่อเสียงเลื่องลือ เพียบพร้อมทั้งความสามารถ ฐานะ และรูปงามหล่อเหลาเป็นที่ต้องตาต้องใจอิสตรีที่ได้พบเห็นอยู่ไม่น้อย 

ทว่าเจ้าตัวกลับหวงความโสดไม่ยอมแต่งงานตามที่บิดามารดานั้นปรารถนา จะให้เขาได้เกี่ยวดองกับสุภาพสตรีชั้นสูง บุตรสาวของขุนนางคนใดคนหนึ่ง เพื่อที่จะสามารถเชิดหน้าชูตาตระกูลและรักษาเกียรติของบุตรชายของตน

แท้จริงแล้ว เหตุผลที่ซีน่อนไม่ยอมไปดูตัวหญิงสาวที่บิดามารดานัดหมาย และไม่ยินยอมที่จะแต่งงานกับบุตรสาวของขุนนางสักคน ก็เพราะเขามีหญิงสาวที่เขารักอยู่แล้ว 

เมื่อครั้งที่ซีน่อนอายุได้ 12 ปี เขาได้พบกับเด็กสาวคนหนึ่งนั่งร้องไห้อยู่ที่ใต้ต้นแอปเปิ้ล เขาที่บังเอิญออกมาเดินเล่นอยู่แถวนั้นพอดี ด้วยความสงสัยจึงเข้าไปสอบถามเพราะเห็นว่าเธอคนนั้นนั่งร้องไห้อยู่แต่เพียงผู้เดียว

ก็ได้รู้ว่าเธอชื่อ นีน่า อายุ 10 ปี เป็นบุตรสาวเจ้าของร้านขายขนมปังในเมืองที่เขาอยู่นั่นเอง และที่ต้องหลบมานั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้ ก็เพราะถูกเพื่อนๆล้อเลียนและกลั่นแกล้ง เพราะความที่เธอเป็นลูกครึ่ง สายเลือดครึ่งหนึ่งนั้นไม่ใช่ชาวโอลิเวียร์ เธอเสียใจและไม่อยากให้ผู้เป็นบิดารับรู้และกังวลใจ จึงแอบมานั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้

เนลสัน บิดาของนีน่าเคยออกเรือไปค้าขายกับดินแดนไกลโพ้น เรือจอดเทียบท่าที่เมืองหนึ่งอันมีชื่อว่าอยุธยา และที่นั่นเนลสันได้ไปพบเจอกับสตรีนางหนึ่ง จากเหตุการณ์ที่ช่วยเหลือชีวิตนางในครั้งที่ตกน้ำ ทั้งคู่ต่างประทับใจซึ่งกันและกัน จนกระทั่งงอกเงยเป็นความรักในที่สุด 

หากแต่บ้านเมืองของนางแม้จะมีการค้าขายกับชาวต่างชาติอยู่บ้าง ทว่ากลับไม่ได้เปิดใจยอมรับชาวต่างชาติไปเสียหมด หากแต่เพราะความรักที่มีต่อเนลสัน ทำให้สตรีคนนั้นยอมที่จะเปลี่ยนศาสนา ยอมถูกคนที่นั่นดูหมิ่นดูแคลน ด้วยเพราะคนในเมืองนั้นเกือบทั้งหมดไม่ได้นับถือในพระเจ้าองค์เดียวกันกับเขา 

นางยึดมั่นและศรัทธาในความรักต่อเนลสัน ทั้งสองแต่งงานกัน แม้ว่าบิดามารดาของเจ้าสาวไม่ได้ยินดีด้วย และได้ตัดขาดจากบุตรสาวของตน เพราะเหตุผลทำให้ครอบครัวเสื่อมเสียเป็นที่ครหา ด้วยบิดาของนางนั้นเป็นขุนนางมียศศักดิ์ฐานะ เป็นที่นับหน้าถือตานั่นเอง จึงรับไม่ได้ที่บุตรสาวจะแต่งงานกับคนต่างชาติ และเข้ารีตเปลี่ยนศาสนาเป็นอื่น

เนลสันตัดสินใจพาภรรยากลับมาที่โอลิเวียร์บ้านเกิดของเขา และใช้เงินเก็บทั้งหมดเปิดร้านทำขนมปังขาย และยังมีขนมแปลกๆจากชาวอยุธยา ฝีมือของภรรยาที่ทำออกมาขายบ้างประปรายตามแต่วัตถุดิบที่มี 

ทั้งคู่อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข มีลูกสาวและลูกชายที่น่ารัก นีน่า และ นิโคลัส หรือ นิค เป็นแก้วตาดวงใจของผู้เป็นพ่อแม่ จะมีเพียงอย่างเดียวที่ทำให้เนลสันและภรรยาต้องเป็นทุกข์ ก็เพราะใช่ว่าจะมีแต่เพียงเมืองที่พวกเขาจากมา ที่มีปัญหาเรื่องเชื้อชาติและศาสนา 

ที่โอลิเวียร์คนส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยชอบคนเชื้อชาติอื่นสักเท่าไร เป็นเหตุให้ภรรยาของเนลสันไม่ค่อยที่จะออกจากบ้านไปที่ไหนมากนัก ด้วยไม่ค่อยชอบสายตาของคนทั่วไปที่มองนางเหมือนคนแปลกแยก ทั้งสีผม รูปร่าง หน้าตา และสีผิว ปัญหานี้ยังพ่วงมาถึงลูกๆของทั้งคู่ด้วย 

โดยเฉพาะนีน่าที่รูปร่างหน้าตาค่อนไปทางมารดาเป็นส่วนใหญ่หากแต่ก็ดูออกว่าเป็นลูกผสม ส่วนนิโคลัสนั้นอย่างกับถอดแบบมาจากผู้เป็นบิดา ทั้งสีผม หน้าตา และรูปร่างที่สูงใหญ่ จึงเข้ากับคนอื่นๆได้ดีกว่าผู้เป็นพี่สาว

แต่เพียงไม่กี่ปีต่อมาผู้เป็นภรรยาก็เสียชีวิตลงจากโรคที่เกี่ยวกับปอดและระบบหายใจ ทิ้งให้ลูกทั้งสองต้องเป็นกำพร้าตั้งแต่ยังเยาว์ หากแต่เนลสันก็ยังรักภรรยาและลูกๆมาก จึงไม่ได้แต่งงานใหม่กับใครที่ไหน แม้ว่าทางญาติๆจะแนะนำผู้หญิงอื่นมาให้เขารู้จักอยู่เรื่อยๆ 

เขามุ่งมั่นทำงานและเลี้ยงดูลูกๆเพียงลำพัง นั่นจึงทำให้นีน่าไม่อยากเอาปัญหาของตนเองไปทำให้ผู้เป็นบิดาต้องกังวลใจใดใด และแอบมาร้องไห้คนเดียวอยู่บ่อยครั้ง

ซีน่อนนึกสงสาร ตัวเขาเองก็ไม่ได้คิดเหยียดหรือมีปัญหาอะไร ตรงกันข้ามเขาว่าผิวพรรณของเด็กสาวตรงหน้ามันดูสวยงามมากทีเดียว ไม่ได้ขาวซีดหรืออมชมพูเหมือนคนที่นี่ แต่มันออกไปในทางนวลๆดูละมุนตาไปอีกแบบ รูปร่างบอบบางกว่าเด็กผู้หญิงในวัยเดียวกันเล็กน้อย ชวนให้น่าทะนุถนอมไม่น้อย ซีน่อนที่ได้ฟังเรื่องราวจากปากของนีน่า จึงเสนอตัวเองเป็นเพื่อนกับเด็กสาว

จากนั้นเป็นต้นมาทั้งสองคนก็เป็นเหมือนเพื่อนที่สามารถปรับทุกข์และแชร์เรื่องราวต่างๆให้กันและกันฟังมาตลอด 

สำหรับนีน่า ซีน่อนคือเพื่อนที่เด็กสาวสนิทด้วย เพื่อนที่ไม่ได้มองแต่เพียงรูปลักษณ์ที่ภายนอก แต่มองที่ความจริงใจและนิสัยข้างใน

สำหรับซีน่อน นีน่าอาจจะเป็นเพื่อนต่างเพศเพียงคนเดียวด้วยซ้ำที่เขาให้ความสนิทสนมและพูดคุยด้วยมากที่สุด เขาให้ความจริงใจต่อเด็กสาว 

และก็พบว่านีน่านั้นเป็นผู้ฟังที่ดี เป็นผู้พูดที่มีน้ำเสียงน่าฟัง มีวิธีพูดโน้มน้าวเขาให้ยอมรับฟังเธอในทุกเรื่อง ไม่ใช่เด็กสาวเรื่องมาก ขี้บ่น หรือจุกจิกในเรื่องเล็กๆน้อยๆ 

นานไปก็พบว่าเมื่อเขามีเรื่องทุกข์ใจ โกรธ โมโห ไม่พอใจอะไร เพียงได้พูดคุยได้ระบายให้นีน่าฟัง ก็ทำให้เขาใจเย็นลง และเธอก็มีวิธีทำให้เขาสบายใจได้ทุกครั้ง หรือแม้แต่เรื่องราวดีดีในชีวิตที่ได้พบเจอมา เขาก็อยากจะบอกอยากจะเล่าให้นีน่าได้ฟังเสมอ จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี และเป็นเวลาหลายปี ที่ทั้งคู่คบหากันมาและสนิทสนมกัน

ความสัมพันธ์อันดีระหว่างเพื่อน ก่อเกิดเป็นความรักฉันท์หนุ่มสาว เมื่อทั้งคู่เติบโตขึ้น ซีน่อนเป็นบุรุษรูปงามหล่อเหลาเป็นที่หมายปองของหญิงสาวทั่วไป นีน่าเองก็เติบโตเป็นสาวน้อยแสนน่ารัก ความงดงามดุจกุหลาบแรกแย้มเป็นที่เลื่องลือ เพราะยิ่งโตส่วนผสมจากสองเชื้อชาติกลับกลมกลึง กลายเป็นเครื่องหน้าที่ลงตัวงดงามและโดดเด่น

ทั้งสองคนรักกันมาก แต่ความรักครั้งนี้กลับไม่เป็นที่ยินดีของผู้เป็นบิดามารดาของซีน่อน ด้วยว่าอยากจะให้บุตรชายที่กำลังรุ่งโรจน์ในหน้าที่การงานมีภรรยาที่ทัดเทียมกัน 

โดยต่างก็พยายามเฟ้นหาหญิงสาวจากตระกูลผู้ดีต่างๆ รูปโฉมงดงามมาให้ แต่บุตรชายคนเล็กกลับเมินเสียอย่างนั้น สร้างความกลัดกลุ้มให้คนทั้งสองไม่น้อย

คืนวันคริสมาสต์ ปีที่ 23 ของซีน่อน เขาและนีน่าต่างนัดแนะกันไปเคาท์ดาวน์เพียงสองคน ใต้ต้นแอปเปิ้ล สถานที่ที่ทั้งคู่ใช้นัดพบกันอยู่บ่อยครั้ง

 ท่ามกลางทุ่งหญ้าด้านหน้า ทะเลดาวละลานตาบนท้องฟ้า และความสวยงามของพลุหลากสีสันที่ชาวเมืองจุดฉลองกระจายอยู่อย่างงดงาม จากบริเวณนี้สามารถเห็นทั้งหมดได้ชัดเจน บรรยากาศสวยงามเป็นใจ พร้อมกับความรักที่สุกงอม ทั้งคู่จึงดื่มด่ำความรักความเสน่หา และถ่ายทอดความรักให้แก่กันในคืนนั้นเอง

และหลังจากคืนนั้น ซีน่อนก็แสดงความรับผิดชอบด้วยการขอนีน่าแต่งงาน หญิงสาวตกลงในทันที แต่ทางครอบครัวของซีน่อนต่างคัดค้านด้วยฐานะไม่เสมอกัน 

ทั้งยังนำเรื่องความเป็นสายเลือดผสมของนีน่ามากล่าวอ้าง ว่าไม่ควรยกย่องในฐานะภรรยาเอกของอัศวินเช่นซีน่อน ไม่มีอะไรสามารถเชิดหน้าชูตาแก่ครอบครัวแพททินสันได้เลย

ทว่าซีน่อนก็ไม่สนใจ เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องพวกนั้นในหัวสมองเลยสักนิด เขามองแค่ว่านีน่าคือผู้หญิงที่เขารัก รักเพียงคนเดียวเท่านั้น

แม้ดึงดันจะแต่งงานให้ได้ แต่แน่นอนว่าครอบครัวชั้นสูงที่รักเกียรติและหยิ่งในศักดิ์ศรีก็ค้านจนถึงที่สุดเช่นกัน ถึงขนาดที่ว่ามารดาของซีน่อนเครียดจนล้มป่วยเลยทีเดียว 

นีน่าก็รับรู้ว่าทางครอบครัวของคนรัก ไม่มีใครยินดีรับตัวเธอเข้าเป็นสะใภ้เลยสักคน และแม้จะรักซีน่อนมากมายเพียงใด หากมันต้องแลกให้เขาร้าวฉานกับครอบครัวเพื่อเธอล่ะก็ นีน่าก็ไม่ปรารถนาเช่นนั้น

หญิงสาวจึงไม่คิดเร่งรัดอะไรซีน่อน อยากให้เขาค่อยๆพูดและทำความเข้าใจกับครอบครัว เกลี้ยกล่อมให้เห็นใจในความรักของคนทั้งสอง ทั้งตัวเธอก็พยายามทำตัวดีมาตลอด บ่อยครั้งที่ซีน่อนพาเธอเข้าไปพบกับคนในครอบครัว เพื่อพูดคุยและค่อยๆเรียนรู้ ค่อยๆเอาชนะใจบิดามารดาของเขา 

หากแต่ทุกครั้งนีน่ากลับสัมผัสได้เพียงอาการเฉยชา ปฏิบัติเหมือนเธอไม่มีตัวตนต่อหน้าพวกเขา ความน้อยเนื้อต่ำใจนั้นมีอยู่ หากแต่ก็กดมันเอาไว้ให้ลึกสุดหัวใจ ไม่แสดงออกมาให้คนรักได้เห็น 

" เจ้าไม่ละอายบ้างหรือนีน่า "

ท่านหญิงลอร่า มารดาของซีน่อนกล่าวขึ้นในวันหนึ่ง เพราะซีน่อนพานีน่ามาที่บ้านของเขา หากแต่เพราะม้าตัวโปรดของเขาเกิดป่วยขึ้นมากะทันหัน เขาจึงขอตัวไปดูม้าของเขาที่ครอกม้าครู่หนึ่ง โดยให้นีน่านั่งดื่มชายามบ่ายเป็นเพื่อนมารดาของเขาแทน

" ละอายหรือ? ท่านหญิงหมายความว่าอย่างไร "

หญิงสาวไม่รู้ว่าตนเองทำอะไรผิดนักหนาจนถึงขั้นน่าละอาย

" เรื่องของเจ้าอย่างไรล่ะ ข้าคิดว่าข้าพูดไปหลายครั้งแล้ว สถานะของเจ้ากับลูกชายข้ามันต่างกัน "

" แต่เราสองคนรักกัน "

" รักที่เห็นแก่ตัวของเจ้าเพียงคนเดียวน่ะสิ "

" ข้าหรือเห็นแก่ตัว "

" ใช่ เจ้าก็รู้ว่าสถานะของซีน่อนและครอบครัวของข้าเป็นเช่นไร เขยและสะใภ้แต่ละรุ่นที่แต่งเข้ามา ล้วนมาจากครอบครัวชั้นสูงที่สามารถส่งเสริมกันได้ แล้วเจ้าเล่ามีอะไรนอกจากความรักปากเปล่าของเจ้า คำพูดใครๆก็พูดได้ เมื่อซีน่อนแต่งเจ้าเข้าเป็นภรรยา แต่สังคมชั้นสูงของเขาไม่มีใครยอมรับเจ้าเข้ามาเป็นชนชั้นสูงด้วยหรอกนะ เขาจะถูกดูหมิ่นที่มีภรรยาเลือดผสมเช่นเจ้า ต่ำต้อย ไร้เกียรติ เป็นห่านแต่เผยอตัวขึ้นมาเทียมหงส์ เจ้าอาจไม่อาย แต่เจ้าไม่สงสารซีน่อนบ้างหรือ ทั้งชีวิตเขาต้องอยู่กับคำคน จริงอยู่แรกๆเขาอาจจะไม่สนใจคำพูดเหล่านั้น แต่น้ำหยดลงหินทุกวัน ย่อมกัดเซาะจนแตกร้าวได้ ถ้ารักเขาและเห็นแก่เขาจริงๆอย่างที่ปากเจ้าพูด เจ้าจะยอมให้คนที่รักต้องเผชิญกับสิ่งเหล่านั้นได้หรือ และสาเหตุทั้งหมดก็มาจากตัวเจ้าทั้งสิ้น ลองคิดดูให้ดี "

ท่านหญิงลอร่ากล่าวจบ ก็ยกถ้วยชาสีสวยขึ้นมาดื่มด้วยท่วงท่าสง่างามทุกกระเบียดนิ้ว สายตาจับจ้องไปที่สวนสวยและบรรยากาศรอบๆบ้านอย่างสบายใจ ที่ได้ขุดหลุมความคิดให้กับหญิงสาวตรงหน้าได้ ก้นหลุมนั้นได้บรรจงวางปลายมีดแหลมคมไว้มากมาย

 ลอร่านั้นดูออกว่านีน่าคงจะมีปมอ่อนไหวกับการเป็นสายเลือดผสม ซึ่งยังไม่เป็นที่ยอมรับในชนชั้นสูง หากกลั่นแกล้งให้นีน่าได้รับความเหนื่อยยาก เชื่อว่าหญิงสาวคงทนได้ แต่ถ้าเป็นเรื่องของซีน่อน ถ้ามีอะไรส่งผลกระทบกับคนรักอันเกิดมาจากตัวเอง สาวน้อยตรงหน้าคงทนไม่ได้แน่ สตรีสูงวัยกว่ายกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยอย่างพึงพอใจ

" เจ้าเป็นอะไรไป ตั้งแต่ออกมาจากที่บ้านข้า เจ้าก็เอาแต่เงียบไม่พูดไม่จา "

" ไม่ ข้าไม่ได้เป็นอะไร เพียงแต่ช่วงนี้ข้ารู้สึกเหนื่อยๆ น่ะ "

" เจ้าป่วยหรือ? "

ซีน่อนขยับเข้ามาใกล้คนรัก พลางใช้มืออังหน้าผากของนีน่าก็รู้สึกได้ว่าตัวร้อนเล็กน้อย หากแต่ตอนนี้หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมาสบสายตากับเขานิ่ง นัยน์ตาหยาดเยิ้มที่เขาหลงใหลมีน้ำเอ่อคลอที่ดวงตา แววตาของคนรักเหมือนมีบางอย่างอยู่ในใจหากแต่ไม่พูดออกมา 

เขานึกรู้ว่ามารดาคงจะต้องพูดอะไรบางอย่างกับคนรักแน่ๆ คาดคั้นถามนีน่าก็คงไม่ได้ความ นิสัยของคนรักเป็นคนที่ชอบปลอบโยนและทำให้คนอื่นมีความสุข แต่กลับไม่ค่อยชอบเอ่ยอะไรให้คนอื่นไม่สบายใจ และถ้าจะถามมารดาก็คงไม่พูดอะไรอยู่ดี

" สร้างบ้านของเรามั้ย บ้านที่เป็นของเราสองคน ไม่มีคนอื่น "

" บ้านของเรา? "

" ใช่ บ้านของเรา ของข้าและเจ้า ข้าได้รับที่ดินพระราชทานมาเยอะพอสมควร ทั้งทรัพย์สมบัติในส่วนของข้าเองก็มีมากมาย ไม่ค่อยได้ใช้เท่าไร แต่ข้าจะนำมันมาสร้างบ้านของเรา และจะไม่ให้ใครเข้ามาก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวของเราได้ "

" เจ้าพูดจริงๆหรือ "

" จริงสิ "

เขาพูดจบ นีน่าก็โผเข้ามากอดพร้อมทั้งน้ำตาที่รื้นด้วยความซึ้งใจ แม้ว่าลึกๆยังคงสะเทือนใจและเจ็บช้ำกับคำพูดของมารดาคนรักอยู่ไม่คลาย

ซีน่อนทำตามที่เขาพูด เขาจ้างคนเข้ามาก่อสร้างบ้านตามแบบที่เขาและนีน่าต้องการ ระยะเวลาเริ่มสร้างบ้านผ่านไปเพียงเดือนเดียว เขาก็ได้รับข่าวดีจากคนรักว่าตอนนี้กำลังมีซีน่อนน้อยอีกคนอยู่ในท้องของนีน่า คนรักของเขาตั้งครรภ์ได้ประมาณ 3 เดือนแล้ว 

เขาดีใจมาก เร่งคนงานให้รีบสร้างบ้านเร็วขึ้นอีก เขาอยากจะพาคนรักและลูกของเขาเข้าไปอยู่เป็นครอบครัว ท่ามกลางบ้านที่สร้างจากความรัก มันคงอบอุ่นและอบอวลไปด้วยความสุขแน่ๆ 

ซีน่อนเอาใจใส่ดูแลนีน่าอย่างดี และวางแผนจะเข้าพิธีแต่งงานกับคนรักในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า เขาอยากให้ลูกของเขาเกิดขึ้นอย่างถูกต้องตามธรรมเนียมและประเพณี และนีน่าจะเป็นภรรยาของเขาโดยสมบูรณ์ ทั้งพฤตินัยและเป็นที่รับรู้ของสังคม 

ระยะหลังเมื่อบิดามารดาของเขาทราบว่านีน่าตั้งครรภ์ก็ดูจะใจอ่อนลงไม่น้อย อาจเป็นเพราะพี่ชายของเขายังไม่มีหลานไว้สืบทอดวงศ์ตระกูลทั้งที่แต่งงานมาปีกว่าแล้ว พอนีน่าตั้งครรภ์บิดามารดาจึงมีท่าทีอ่อนลงไปมากทีเดียว

แต่ทว่าก่อนวันแต่งงานเพียงวันเดียว เรื่องเลวร้ายที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ในเช้าวันนั้นนีน่าเกิดปวดท้องอย่างหนัก ท่าทางเจ็บปวดเจียนขาดใจของนีน่าทำให้ซีน่อนตกใจเป็นอย่างมาก

 และเพียงไม่นานที่คนรักเอ่ยบอกอาการให้เขาฟัง ก็พลันปรากฏเลือดไหลออกมาตามหว่างขาของคนรักมากมายจนเขาตะลึงแทบจะทำอะไรไม่ถูก หากแต่ก็ได้สติถลาเข้าไปประคองนีน่า เมื่อเห็นว่าร่างบางกำลังจะล้มลงไปกองอยู่ที่พื้น

แรงบีบจากมือของคนรักทำให้เขารู้ว่าหญิงสาวคงจะเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสเพียงใด เขาให้คนไปตามหมอมาเพื่อรักษาภรรยาและลูกของเขา แต่มันก็ไม่ทันการเสียแล้ว นีน่าและลูกจากเขาไปอย่างไม่มีวันกลับ จากไปในอ้อมกอดของเขาเอง 

เหมือนดวงใจถูกบีบจนบิดเบี้ยว ถูกทุบจนแหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี ทุกสิ่งที่ร่วมกันวาดฝันไว้พังทลายลงมาจนหมดสิ้น  

หมดทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีเหลือ คนรัก ลูก ครอบครัวที่อบอุ่น ทั้งคู่จากเขาไปแล้ว มีเพียงเขาที่ต้องทุกข์ทรมานต่อการจากไป รอยยิ้มร่าเริง สายตาที่อบอุ่น น้ำเสียงหวานๆ ของนีน่ายังตราตรึงอยู่ในสมองและหัวใจของเขาไม่เสื่อมคลาย 

ซีน่อนตั้งตัวไม่ติด ทำไม เพราะอะไรถึงเป็นเช่นนี้ ทั้งที่ทุกอย่างกำลังจะไปด้วยดี แล้วมันเกิดอะไรขึ้น 

และเมื่อรู้จากหมอที่มาตรวจอาการของนีน่าว่าอาการเหมือนคนถูกวางยา ไม่ใช่เหตุการณ์แท้งหรือตกเลือดเอง นั่นยิ่งทำให้เขาคิดแค้นและโกรธเคืองเป็นที่สุด ไล่เรียงดูแล้วคนที่อยู่ในข่ายน่าสงสัยว่าจะเป็นผู้วางยาคนรักและลูกของเขา ก็คือบิดาและมารดาของเขาเอง ซึ่งใครๆที่รู้ข่าวของนีน่าก็คงคิดไม่ต่างกัน 

ทว่าซีน่อนรู้จักมารดาและบิดาเป็นอย่างดี ทั้งคู่ถ้าคิดจะทำอะไรขนาดนี้จริงๆ จะไม่ทิ้งร่องรอยหรือให้ตนเองตกเป็นเป้าอย่างโจ่งแจ้งแบบนี้แน่ แต่เขาก็ยังทำเป็นเฉยไว้ คนภายนอกคิดว่าเขาโกรธแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะว่ายังไงทั้งสองก็คือบิดามารดา

แต่ความจริงเขาให้คนตามสืบเรื่องราวทั้งหมดอย่างลับๆต่างหาก จนกระทั่งสืบสาวไปเรื่อยๆ กลับพบว่าผู้บงการเป็นคนในครอบครัวของเขาจริงๆ หากแต่ไม่ใช่บิดามารดาของเขาอย่างที่คนอื่นคิด กลับเป็นพี่สะใภ้ของเขาต่างหาก

ไซม่อน พี่ชายของเขาแต่งงานกับแอนเดรีย บุตรสาวของขุนนางคนหนึ่ง ราวปีกว่าๆ 

ก่อนหน้านั้น แอนเดรียถูกบิดามารดาหมายตาให้แต่งกับซีน่อน หากแต่เขากลับไม่ได้ให้ความสนใจแอนเดรียแต่อย่างใด ทั้งที่ก็มีรูปโฉมงดงามเป็นหนึ่งในหญิงสาวที่มีบุรุษหมายปองที่สุดคนหนึ่งในเมืองนี้ 

แอนเดรีย พึงใจและมีใจให้กับซีน่อนมาแต่แรก แต่ในเมื่อชายหนุ่มปฏิเสธจึงคิดแค้น เพราะรู้สึกเสียหน้าและเจ็บใจเป็นที่สุด จึงหันมายอมรับการขอแต่งงานจากไซม่อนพี่ชายของซีน่อนแทน 

ด้วยว่าชายหนุ่มหลงรักและหลงใหลหญิงสาวตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นทีเดียว แม้ว่าไซม่อนจะรูปงามไม่เท่าน้องชาย และความสามารถไม่โดดเด่นเท่าไร แต่ชาติกำเนิด ฐานะก็ไม่ได้ด้อย มีศักดิ์เป็นผู้สืบทอดตระกูลด้วยซ้ำไป เพราะความที่เกิดก่อนนั่นเอง

เมื่อแต่งเข้ามาอยู่ในตระกูลแพททินสันแล้ว แอนเดรียก็แอบเฝ้ามองความเป็นไปของน้องสามีอยู่ตลอดเวลา หากแต่ก็แสร้งทำตัวปกติ จนไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่าเธอยังมีใจปฏิพัทธิ์ต่อน้องสามีเสมอมา ทั้งรัก ทั้งแค้นระคนกัน 

กระทั่งเขาประกาศว่าจะแต่งงานกับสตรีต่ำต้อยอย่างนีน่า ก็ยิ่งทำให้เธอไม่พอใจและอิจฉาริษยานีน่าอยู่ในใจ เขาเลือกที่จะทิ้งสตรีเพียบพร้อมอย่างเธอ ไปคว้าผู้หญิงอย่างนั้นขึ้นมาอยู่ในชนชั้นสูง ทำไมจึงเห็นก้อนกรวดเป็นเพชรเช่นนี้

ต่อเมื่อนีน่าตั้งครรภ์ ในขณะที่แอนเดรียแต่งงานมาก่อนตั้งนานกลับไร้วี่แววว่าจะมีทายาทความอิจฉาที่สุมอยู่ในอกก็เริ่มปะทุออกมา บิดามารดาของสามีก็ดูท่าทางจะเห่อหลานทั้งที่ยังไม่ทันจะคลอด 

นั่นจึงทำให้แอนเดรียคิดกำจัดนีน่าและลูกไปให้พ้น ทั้งนี้ที่ทำไปก็เพราะความสะใจล้วนๆ เกลียดคนที่ทำให้เธอต้องรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า เหมือนทุกวันนี้ ถ้าเธอไม่มีความสุข ใครก็อย่ามีเลย 

ซีน่อนตามเรื่องนี้อยู่นานหลายเดือน จนมีหลักฐานแน่นหนา ทั้งเจ้าของยาพิษที่ทำให้นีน่าตกเลือด และคนสนิทที่เป็นคนไปหายาพิษมาให้แอนเดรีย 

แน่นอนว่าเธอแอบเอายาพิษนั่นไปใส่ในอาหารบำรุงครรภ์ที่มารดาของเขาให้คนนำไปให้นีน่าอยู่เรื่อยๆ และก็เป็นเพราะสาเหตุนี้มารดาของซีน่อนจึงถูกใครๆมองว่าเป็นผู้วางยาพิษลูกสะใภ้ตนเอง

เมื่อความจริงปรากฏ พี่ชายของเขาจึงขอหย่ากับแอนเดรียในทันที ด้วยรับไม่ได้กับความใจดำอำมหิตของเธอที่ต่างจากรูปลักษณ์อันงดงามเหลือเกิน และจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อซีน่อนแจ้งทางการมาจับตัวแอนเดรียไปรับโทษทัณฑ์ตามแต่ความผิดของเธอ 

ความจริงซีน่อนอยากบีบคอแอนเดรียให้ตายคามือ ใช้ดาบฟันร่างให้ละเอียดเป็นชิ้นๆ ให้เจ็บปวดและทรมานเหมือนอย่างที่นีน่าของเขาทรมานก่อนตายด้วยซ้ำ แต่เพราะบิดามารดาของแอนเดรียได้มาขอร้องไว้ ไม่น่าเชื่อว่าบิดามารดานั้นเป็นคนดีแต่ทำไมหนอจึงมีบุตรสาวชั่วช้าเช่นนี้ 


หลังจากนั้นซีน่อนก็อยู่เหมือนร่างที่มีลมหายใจแต่ไร้วิญญาณ เขาไม่เปิดใจรักใครอีกเลย รักมั่นและซื่อสัตย์ต่อคนรักเพียงคนเดียว ยามว่างเขาเอาแต่เมาเหล้ากินย้อมใจให้คลายความคิดถึง เขาฝังร่างนีน่าไว้ในบริเวณหนึ่งของบ้านที่เขาสร้าง บางทีเมาเหล้าฟุบหลับอยู่ข้างๆหลุมฝังศพของเธอ พูดคุยกับเธอตลอดเสมือนว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ 

หลายปีผ่านไป โอลิเวียร์มีการขยายดินแดนไปอีกหลายเมือง ซีน่อนทุ่มเทกับหน้าที่ของตนไม่บกพร่อง หากแต่ยามว่างงานอดิเรกของเขาก็คือเมาเหล้าเช่นเดิม ทว่าล่าสุดกลับเพลี่ยงพล้ำถูกศัตรูแทงอาการสาหัส และถูกนำกลับมารักษาตัวที่บ้าน 

บิดามารดาประกาศหาหมอฝีมือดีมารักษาอย่างเร่งด่วน ทว่าเขาก็รู้ตัวดีว่าอาการของเขามันเกินกว่าที่จะมีหมอคนใดมารักษา และในวาระสุดท้ายมาถึงบิดามารดาของเขาก็ยังไม่ละความพยายามที่จะหาหมอฝีมือดีมารักษาเขาอยู่ดี เขาค่อยหายใจแผ่วลงเรื่อยๆ ข้างๆหลุมศพของนีน่า ซึ่งก็ได้ขอร้องบิดามารดาเอาไว้เป็นครั้งสุดท้าย

และลมหายใจของการเป็นมนุษย์สำหรับซีน่อนค่อยๆหมดลง ไปพร้อมกับดวงตาที่ปิดสนิท 

ทว่าผ่านไปนานเท่าไรเจ้าตัวก็ไม่ทราบ เขารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้งในยามรัตติกาล ลมหายใจกลับมาอีก ทว่าครั้งนี้เขากลับสัมผัสการเต้นของหัวใจตนเองไม่ได้  ทั้งรับรู้ได้ถึงพื้นที่คับแคบ เมื่อลุกขึ้นจึงพบว่าตัวเองนอนอยู่ในโลงศพ 

เขางุนงงและสับสนไปหมด ดูเหมือนว่าบาดแผลตามเนื้อตัวเขาจะประสานและหายดีอย่างรวดเร็ว เป็นไปได้อย่างไรกัน เหลียวมองรอบกาย จึงพบบุรุษสองคนยืนอยู่ข้างกองดิน ซึ่งดูแล้วก็พอจะสันนิษฐานได้ว่าทั้งสองคนขุดโลงที่เขานอนอยู่เมื่อครู่ขึ้นมานั่นเอง

.......................................................

อ่านแล้วอย่าลืมคุยกับไรท์บ้างนะคะ 555












ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น

  1. #32 ชม' พู่ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 17:59
    ลงต่อไหมคะเรื่องนี้ อยากอ่านต่อจัง
    #32
    1
    • #32-1 เถียนเถียน / ลักษมณ์(จากตอนที่ 8)
      23 ตุลาคม 2561 / 18:11
      จะหาเวลาแต่งต่อค่ะ แต่ตอนนี้หลักๆจะปั่นเรื่องชายาอ๋องฯ ให้จบก่อน เพราะต้องส่ง สนพ. แต่ก็จะพยายามแต่งแวมไพร์ให้เรื่อยๆค่ะ อาจจะช้าหน่อย
      #32-1
  2. #30 Lisa BP (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 16:51

    ใบหน้าของเอ็ดเวิร์ด คัลเลน ลอยเข้ามาเลย เรื่องอดีตมันเศร้าจัง แต่ไม่เป็นไรเนอะ ได้เจอนีน่าแล้ว...555

    #30
    1
  3. #29 Lyn_Madam (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 15:21
    โถๆๆ พ่อพระเอกของเค้า เศร้าใจอะไรเบอร์นี้ มามะ มาซบอกเค้า (เอ็ดเวิร์ด คัลเลน)
    #29
    1
  4. #28 เรฟามีร์ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 07:24
    สงสารทั้งคู่เลยค่ะ ขอให้สมหวังไวๆนะ ซีน่อนแสดงตัวบ้างไม่งั้นนางในดวงใจจะรู้ได้ไงว่ามีคนหมายตัวและใจ.
    #28
    1
    • #28-1 เถียนเถียน / ลักษมณ์(จากตอนที่ 8)
      4 กันยายน 2561 / 14:44
      แรกๆเฮียคงตั้งตัวไม่ติด หลังๆจะเร่งให้เฮียทำคะแนนนะคะ
      #28-1
  5. #27 เรฟามีร์ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 16:40
    รอนะคะ สู้ๆไๆ.
    #27
    0