เสน่หาแวมไพร์ Vampire love story

ตอนที่ 6 : MR.PATTINSON

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 766
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    21 ก.ค. 61


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ภาพฝนตกเคลื่อนไหว


นาลันตื่นขึ้นมาในตอนสาย เหลือบมองนาฬิกาที่ฝาผนังห้องก็พบว่าเป็นเวลาเก้าโมงครึ่งแล้ว  เมื่อคืนเธอกลับมาถึงตอนประมาณตีหนึ่งกว่าๆ ในร่างกายมีแอลกอฮอล์อยู่ในตัวพอสมควร  ไม่ถึงกับเมาแต่ก็มึนอยู่บ้างเล็กน้อย กรึ่มๆทำให้หลับสบาย และมันก็สบายจนทำให้ตื่นสายในวันนี้


เธอลุกขึ้นจากที่นอนพลางบิดตัวยืดเส้นสายเล็กน้อย หากแต่ปากกลับหาวหวอด  จากนั้นจึงเอื้อมมือไปแหวกผ้าม่านทึบที่ปิดหน้าต่างออก  เพื่อมองบรรยากาศภายนอก  ซึ่งก็ออกจะผิดหวังอยู่บ้าง  ด้วยอากาศภายนอกนั้นค่อนข้างอึมครึมเพราะเมฆฝนที่กระหน่ำตกลงมาตั้งแต่เมื่อคืน  


จนกระทั่งตอนนี้แม้จะหยุดตกไปแล้ว  แต่เมื่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้ากลับมีก้อนเมฆมืดครึ้มมาบดบังดวงอาทิตย์เสียได้  ถึงบรรยากาศจะไม่ค่อยเอื้ออำนวยให้เธอออกไปสำรวจเส้นทางภายนอกอย่างที่ตั้งใจแต่แรก  


ทว่าเมื่อเห็นความชุ่มฉ่ำของต้นไม้ใบหญ้าและดอกไม้สวยๆ ที่ได้รับน้ำฝน ก็พอจะคลายความหงุดหงิดลงได้มาก 


" เอาไว้บ่ายๆ ให้บรรยากาศดีขึ้นกว่านี้ค่อยไปก็ได้มั้ง  "


หญิงสาวพึมพำพลางถอนหายใจ และเมื่อคิดได้อย่างนั้นจึงผละออกจากหน้าต่างหันไปคว้าผ้าขนหนูเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างเซ็งๆ


หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย นาลันจึงออกมาจากห้อง ทั้งเตรียมลงมายังด้านล่างด้วยรู้สึกถึงความปั่นป่วนในกระเพาะอันเกิดจากความหิวนั่นเอง  ที่จริงแล้วเธอก็รู้สึกผิดอยู่เหมือนกันเดินทางมาอยู่ที่นี่วันแรกก็ตื่นสายเสียแล้ว  ไม่ทันได้ทานมื้อเช้าพร้อมกับทุกคน แต่ว่าเธอก็แน่ใจเช่นกันว่าคงไม่ใช่เธอเพียงคนเดียวแน่นอนที่ตื่นสาย  นาธานเองก็คงไม่ตางกัน  


ดังนั้นก่อนที่จะเดินลงบันไดมายังชั้นล่าง จึงแวะไปเคาะห้องเขาดูเสียหน่อย  ซึ่งก็พบว่าประตูไม่ได้ล็อกเอาไว้ จึงถือวิสาสะเปิดเข้าไปดู


หืม...คนหล่อ นี่ต่อให้หลับอยู่มันก็ยังดูดีได้ตลอดเวลาเสมอเลยนะเนี่ย นาลันคิดชื่นชมปนอิจฉาเครื่องหน้าของญาติหนุ่มอยู่ภายในใจ ทว่าอยู่ๆสมองกลับคิดไปถึงบุคคลหนึ่งที่เธอเพิ่งจะได้พบในคืนที่ผ่านมา


นาธานที่จัดว่าหล่อแล้ว เมื่อเทียบกับผู้ชายคนนั้น เธอว่าก็ยังห่างกันอยู่พอสมควร เขาคนนั้นเครื่องหน้าราวกับถูกปั้นโดยจิตรกรฝีมือดี ทุกอย่างพอเหมาะรับกับรูปหน้าอย่างที่สุด บุคลิกแม้ว่านาลันจะแอบค่อนขอดอยู่ภายในใจว่าดูหยิ่งยโส แต่ว่าก็ต้องยอมรับโดยดีว่าเขาหล่อเหลาและมีเสน่ห์ดึงดูดผู้คนอย่างร้ายกาจ ขนาดว่าแสงสว่างในผับเมื่อคืนนั้นทำให้การมองเห็นลดลงไม่น้อยเลย  


นาลันสะบัดศีรษะไล่ความคิดถึงผู้ชายหน้าหยิ่งคนนั้น ที่อยู่ๆก็แวบเข้ามาในความนึกคิดของตนเอง ก่อนเหลือบมองนาธานที่นอนพลิกไปมาอยู่บนเตียงนอน โดยที่ใส่เพียงกางเกงบ๊อกเซอร์ตัวเดียวมีผ้าห่มผืนหนาคลุมทับไว้อย่างหมิ่นเหม่ แผ่นอกเปลือย และกล้ามแขนพอประมาณนั้นคงดูเซ็กส์ซี่ไม่น้อยสำหรับสาวๆคนอื่นที่ได้เห็น แต่ไม่ใช่กับนาลันที่เป็นญาติ ซึ่งรู้สึกเฉยๆกับภาพตรงหน้า ด้วยว่านาธานนั้นไปเที่ยวที่เมืองไทยและพักอยู่ที่บ้านของเธอตลอด ภาพที่เห็นนี้เธอเห็นอยู่บ่อยครั้งจนชินเสียแล้ว


" ช่างเป็นคนเปิดเผยจริงจริ้ง ประตูนี่ไม่เคยจะล๊อคหรอก เชอะ "


หญิงสาวบ่นงึมงำๆ พลางเดินไปที่เตียง พลางใช้มือแตะที่ไหล่ของนาธานก่อนเอ่ยเสียงปลุกคนตรงหน้าที่กำลังหลับสบาย


" เนท ตื่นได้แล้ว เนท เนท "


" งืมม คริสซี่จ๋า เธอเซ็กส์ซี่เป็นบ้าเลย "


นาธานยังคงหลับตา ส่งเสียงพึมพำถึงชื่อผู้หญิงคนหนึ่ง มือนั้นก็ป่ายเปะปะไปคว้าโดนแขนของนาลันเข้า จากนั้นออกแรงดึงเล็กน้อย แต่นาลันที่กำลังชะโงกหน้าเข้าไปใกล้นาธานจึงเสียหลักล้มลงไปอยู่ข้างๆอีกฝ่ายทันที ในขณะที่นาธานดูเหมือนจะยังไม่รู้สึกตัว ท่าทางเหมือนคนละเมอหรือกำลังฝันหวานถึงสาวอยู่อย่างแน่นอน


" คริสซี่บ้านแกสิเนท ลืมตาขึ้นมาดูสิเว้ย "


นาลันใช้มือยันใบหน้าของนาธานเอาไว้ เพราะอีกฝ่ายมีทีท่าว่าจะเอามันเข้ามาคลอเคลียอยู่บริเวณไหล่ของเธอ ไอ้นี่มันหื่นได้แม้กระทั่งตอนหลับเลยนะเนี่ย..


ราวห้านาทีต่อมา...นาธานนั่งหน้ามุ่ยอยู่ที่โซฟาพลางใช้มือนวดหลังตัวเองไปมา คิ้วหนาได้รูปขมวดมุ่นเป็นปมอย่างขัดเคืองบางอย่างต่อคนตรงหน้า ขณะที่อีกฝ่ายนั่งไขว่ห้างอยู่ที่ปลายเตียงเขา ทั้งยังมองเขาพลางส่งยิ้มกึ่งขำมาตลอดเวลา


" ปลุกดีดีอย่างคนอื่นไม่ได้รึไง ถีบมาได้ "


นาธานเอ่ยขึ้นอย่างเคืองๆ


" อย่ามาทำพูดดี ฉันปลุกนายหลายรอบแล้ว นายยอมตื่นที่ไหนล่ะ ซ้ำยังดึงฉันไปกอดอีก ไม่พอยังจะมาคลอเคลียอีกแน่ะ อะไรนะ คริสซี่จ๊ะ คริสซี่จ๋า เซ็กส์ซี่เหลือเกิน โว้วว..นี่ไม่ต้องมีพลังวิเศษอะไร ฉันก็รู้ความคิดนายหมดล่ะ หื่นได้กระทั่งในฝัน ฉันน่ะเรียกนายไม่ยอมตื่นสักที มันก็ต้องใช้วิธีนี้ล่ะ "


หญิงสาวคิดถึงเหตุการณ์เมื่อห้านาทีก่อน หลังจากที่ถูกดึงลงไปเอกเขนกบนเตียงอยู่ข้างๆนาธานแล้ว พอได้ยินเสียงละเมอของญาติหนุ่มแล้ว ก็นึกหมั่นไส้ปนรำคาญ ปลุกยากเย็นนักจึงใช้เท้ายันคนข้างๆจนกลิ้งตกเตียงเสียงดังตุ๊บ!


และนั่นจึงทำให้คนตื่นยากอย่างนาธานได้สติขึ้นมาอย่างฉับพลัน ทั้งมิวายโวยวายใส่นาลันอยู่ในตอนนี้


" หื่นอะไร กำลังฝันดีอยู่ต่างหาก เธอนี่มันชอบขัดจังหวะความสุขฉันทุกทีเลย ครั้งก่อนก็ทีหนึ่งแล้ว มาครั้งนี้ยังตามขวางฉันกระทั่งในฝัน ปวดหลังชะมัด หลังหักบ้างรึป่าวก็ไม่รู้เนี่ย "


นาธานเอ่ยปากโวยวาย พลางบ่นถึงอาการปวดหลัง ก็แม่คุณช่างถีบมาได้แล้วดูสีหน้าสิจะสำนึกผิดก็ไม่มี


" เว่อร์ล่ะ ตกเตียงแค่นี้อย่ามาทำสำออยหน่อยเลย "


" เออน่ะ ว่าแต่มาปลุกแต่เช้าเนี่ย มีไร "


" นี่มันสายแล้วนะสิบโมงแล้วเนี่ย ว่าจะชวนไปข้างนอก ปั่นจักรยานไปสำรวจเส้นทางแถวนี้สักหน่อย  "


" ไม่อ่ะ บรรยากาศแบบนี้มันสมควรจะนอนมากกว่า อยากจะไปก็ชวนไอ้รอนสิ อีกอย่างสิบโมงของเธอสาย แต่สำหรับฉันมันยังเช้าอยู่ โอเครนะ เข้าใจใช่มั้ย งั้นขอตัวนะ ง่วงมาก ฮ้าววว "


นาธานเอ่ยปฏิเสธแบบไม่ต้องคิด พลางลุกขึ้นเดินไปทิ้งตัวลงบนเตียงด้วยสภาพที่บอกชัดเจนว่าพร้อมนอนต่อ


" เอ้า นี่ยังจะนอนต่อเหรอเนี่ย ฉันล่ะเชื่อนายเลยเนท "


นาลันบ่นพลางมีสีหน้าละเหี่ยใจ ก่อนค่อยลุกขึ้นยืน เมื่อเห็นท่าทีของนาธานที่นอนหลับต่อได้อย่างเหลือเชื่อ ไม่สนใจคำชวนของเธอเลยสักนิดเดียว


หญิงสาวเดินลงมายังชั้นล่าง จึงพบกับน้าสาวที่นั่งอยู่ตรงบริเวณห้องนั่งเล่นกำลังดูรายการโทรทัศน์รายการหนึ่ง ขณะที่มือนั้นก็ถักผ้าพันคอไหมพรมสีน้ำเงินเข้มไปด้วย นาลันมองผู้เป็นน้าอย่างชื่นชมก่อนสาวเท้าเดินเข้าไปหา


" อรุณสวัสดิ์ค่ะน้ายา "


" อรุณสวัสดิ์จ้ะ "


นาตยาเบนหน้าหันไปยังต้นเสียงที่ได้ยิน จึงพบกับเจ้าของน้ำเสียงสดใสนั้น นาลันพาร่างเพรียวระหงของตนเองมานั่งลงใกล้ๆกับผู้เป็นน้าสาว ใบหน้าเปื้อนยิ้มถูกส่งไปให้อย่างเขินนิดๆ ด้วยรู้ตัวเองดีว่าตื่นสายกว่าผู้เป็นเจ้าของบ้านตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาอาศัย แต่จะโทษเธอคนเดียวก็ไม่ถูก ต้องไปโทษคนที่ชวนโน่น (ซึ่งก็ยังคงนอนหลับอุตุอย่างสบายอุราบนเตียงข้างบน)


" ว่ายังไงล่ะเรา เมื่อคืนเจ้าเนทพาไปตะลอนถึงไหนล่ะ ได้ยินรอยส์ว่ากลับมาดึกเลยสิ "


ผู้เป็นน้าสาวเอ่ยถามหลานสาว นัยน์ตามีแววดุเล็กน้อย แต่ทว่าไม่จริงจังนัก เพราะอย่างไรเสียทั้งลูกชายและหลานสาวก็โตๆกันแล้ว รู้ดีว่าจะให้ห้ามปรามเหมือนเด็กๆคงไม่ได้ นาธานนั้นไม่เท่าไรเพราะรายนั้นขาเที่ยวกลางคืนอยู่แล้ว และเป็นผู้ชายจึงไม่น่าห่วงมากนัก


 แต่กับนาลันหลานสาวของเธอนั้นเป็นผู้หญิง ซ้ำยังเพิ่งมาอยู่ที่นี่ เธอจึงค่อนข้างเป็นห่วงอยู่เหมือนกัน แม้ว่าจะไปกับลูกชายของเธอก็เถอะ หากเกิดอะไรขึ้นกับนาลัน พี่สาวและพี่เขยคงได้โกรธเธอแน่นอน


" ก็..ดึก พอสมควรค่ะ "


นาลันเอ่ยอย่างตีขลุม ไม่ได้ระบุเวลาที่แน่ชัด เพราะถ้าหากจะกล่าวตามจริงคงเรียกว่าดึกไม่ได้ ต้องเรียกว่าข้ามมาอีกวันแล้วจึงจะถูกกว่า


" เจ้าเนทนี่แย่จริง หนูเพิ่งเดินทางมาถึงเหนื่อยๆก็ชวนเที่ยวเสียแล้ว เมื่อตอนมาขอก็แค่บอกว่าจะพาไปดื่มเลี้ยงต้อนรับและแนะนำกับกลุ่มเพื่อน สัญญิงสัญญาร้อยแปดว่าจะพากลับก่อนเที่ยงคืน "


นาตยาอดที่จะบ่นไปถึงลูกชายไม่ได้


" อย่าไปว่าเนทเลยค่ะ ความจริงต้องขอบคุณเขาด้วยซ้ำที่พาลันไปรู้จักกับกลุ่มเพื่อนใหม่ๆ มันเป็นเรื่องที่ดีกับลันมากนะคะ อย่างน้อยลันก็มีเพื่อนเป็นคนที่นี่ตั้งแต่วันแรกเลย คงปรับตัวให้เข้ากับคนที่นี่ได้ไม่ยาก ว่าแต่นี่น้ายาถักผ้าพันคอให้คุณอาอยู่เหรอคะ สวยจังเลย "


นาลันแก้ต่างให้ญาติหนุ่ม พลางชวนเปลี่ยนเรื่อง ซึ่งก็ได้ผลเพราะนาตยาคลี่ยิ้มออกมาอย่างปลื้มใจที่มีคนชมงานฝีมือของตนเอง


" ใช่จ้ะ..ลายนี้น้าเพิ่งหัดทำครั้งแรก พอดีว่าช่วงนี้อยู่ว่างๆ และเห็นว่าอีกไม่กี่เดือนก็จะเข้าช่วงวินเทอร์แล้ว เลยอยากจะทำให้ไมค์เขาเสียหน่อย "


เมื่อเอ่ยถึงสามีของนาตยา เจ้าตัวก็พลันแย้มยิ้มออกมาอย่างมีความสุข


" หืม..เพราะน้ายาของลันน่ารักแบบนี้อย่างไรล่ะคะ อาไมค์ถึงได้รักได้หลงน้ายามากๆ ผ่านมายี่สิบกว่าปีก็ยังหวานชื่นกันอยู่เสมอ ลันอิจฉาน้ายาจัง ที่ได้พบเจอกับผู้ชายดีดีอย่างอาไมค์ "


หญิงสาวพูดออกมาจากใจจริง มองดูคู่ของน้าสาวกับอาเขยก็ให้รู้สึกว่าชีวิตนี้เธอจะมีโอกาสได้เจอผู้ชายดีดีสักคน ที่มีความรักมั่นคง ซื่อสัตย์ต่อคนรัก และเอาใจใส่เสมอต้นเสมอปลายอย่างไมเคิลบ้างไหมหนอ 


ครั้งหนึ่งเคยคิดว่าเธอพบแล้วกับคนที่รักเธอมากและให้เกียรติเธอเสมอมา แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับโรม รวมไปถึงต้นเหตุอย่างแพรชมพูก็ทำให้นาลันรับไม่ได้จริงๆ 


ถ้าหากว่าโรมจะนอกกายเธอบ้างประปราย เธอก็พอจะยอมรับได้บ้าง ด้วยนิสัยผู้ชายที่เพียบพร้อมไปด้วยฐานะ การศึกษา และเครื่องหน้าคมคาย ย่อมมีสาวๆเดินเข้ามาหาเขาอยู่เสมอ นาลันคิดว่าถ้าเขาแอบไปมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับผู้หญิงที่เข้ามาทอดสะพานบ้าง ก็คงไม่แปลกอะไร


เพราะเขาก็เป็นผู้ชายที่มีเลือดเนื้อและความต้องการ ตราบใดที่เธอไม่รู้และไม่เห็นกับตา ทั้งไม่ยกใครขึ้นมาเทียบเคียงและให้ความสำคัญ ไม่สานสัมพันธ์กับใครต่อ ในฐานะแฟนนาลันก็พอจะผ่อนปรนในสิ่งที่เธอยังให้โรมไม่ได้ ต่อเมื่อแต่งงานกันแล้ว จึงคิดว่าควรจะหยุดทุกอย่าง และซื่อสัตย์ต่อกันในฐานะสามีภรรยา


ถ้าหากว่าผู้หญิงคนนั้นจะไม่ใช่แพรชมพู เพื่อนในกลุ่มที่เธอสนิทด้วย เรียนด้วยกันมาตั้งแต่มัธยม เธอคงจะไม่เจ็บมากขนาดนี้กับคำว่าทรยศ หักหลังได้อย่างไร้ยางอายที่สุด สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เธอตาสว่าง และเห็นแพรชมพูในอีกมุมหนึ่งที่เธอยังไม่เคยเห็น พูดตามตรงเธอรู้สึกรังเกียจผู้หญิงอย่างแพรชมพูได้อย่างไม่น่าเชื่อ 


และถ้าหากว่าเธอไม่เห็นภาพบาดตานั้นด้วยสายตาตัวเอง จนทำให้ไม่สามารถสานต่อความสัมพันธ์กับโรมและให้อภัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ เพราะเธอก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกัน ไม่ว่าโรมจะแก้ต่างให้กับตัวเอง เอาเหตุผลอะไรมากล่าวอ้าง ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจมีความสัมพันธ์กับเพื่อนของแฟนอย่างไร ก็ไม่อาจลบเลือนสิ่งที่เกิดขึ้นได้ว่าโรมและแพรชมพูนั้นมีอะไรกันแล้ว 


" สักวันจ้ะ น้าเชื่อว่าสักวันหนูจะพบกับใครคนนั้น คนที่รักหนู ซื่อสัตย์กับหนู แต่น้าขอเตือนอะไรให้อย่างหนึ่งนะ ความรักน่ะมันไม่ได้มีแต่ความสุขหรอก กว่าน้ากับไมค์จะผ่านอะไรมาจนถึงทุกวันนี้ ก็ผ่านอะไรมามากมายเหมือนกัน ทั้งไม่เข้าใจกัน เรื่องระยะทาง วัฒนธรรม และอะไรอีกหลายอย่าง เคยท้อ และทะเลาะจนเกือบเลิกกันก็มี แต่สุดท้ายเราก็ปรับความเข้าใจ ปรับตัวเข้าหากันจนได้แต่งงานกันอย่างทุกวันนี้ ทุกสิ่งต้องอาศัยความมั่นคง เชื่อใจ หนักแน่นในความรักให้มาก แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น "


นาตยากล่าวสอนหลานสาว นาลันอายุยังน้อยต้องพบเจอกับผู้คนอีกมากมายในโลกกว้างใบนี้ เธออยากให้หลานสาวนั้นมีภูมิคุ้มกันทางด้านความรู้สึกที่แข็งแรง


" ลันเข้าใจและขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีดีของน้ายานะคะ แต่พูดตามตรงเลยว่าตอนนี้ลันยังขยาดกับความรักไปอีกพักใหญ่เลยล่ะค่ะ "


นาลันกล่าวยิ้มๆ พูดไปก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำความรู้สึก แต่ว่าก็แปลกเมื่อเธอชินและกล่าวถึงสิ่งนี้บ่อยๆ มันกลับไม่ได้ทำให้เธอเศร้าหนักเหมือนแต่ก่อน ความเกลียดที่ถูกทรยศหักหลังยังคงอยู่ แต่ความทุกข์ใจและเจ็บปวดดูจะเบาบางลงไปมาก สักวันเวลาคงจะช่วยเยียวยาเธอจนหายดี หญิงสาวคิดอย่างนั้น


" สวยและน่ารักอย่างลัน เชื่อเถอะว่าหนุ่มๆคงไม่ปล่อยให้โสดนานหรอก หลานน้าเป็นคนมีเสน่ห์นะ โดยเฉพาะเวลาหนูยิ้ม จากที่สวยอยู่แล้วก็ยิ่งทำให้มีเสน่ห์มากขึ้น น้าเป็นผู้หญิงด้วยกันยังชอบมองรอยยิ้มของหนูเลย ขอเตือนว่าไม่ควรปิดหัวใจกั้นความรู้สึก ควรให้โอกาสคนที่จะเข้ามา เพราะนั่นอาจจะเป็นคนที่ทำให้หนูพบกับสิ่งที่หนูต้องการก็ได้ หนูไม่ควรเอาโอกาสที่จะได้พบคนดีดีไปจมปลักอยู่กับสิ่งแย่ๆที่หนูเจอมา เพราะโอกาสมันอาจจะหลุดลอยไปมื่อไหร่ก็ได้ "


" รับทราบค่ะ "


นาลันยิ้มให้กับนาตยา ทั้งขยับเข้าไปกอดและหอมแก้มเป็นการขอบคุณสำหรับความรักและหวังดีของน้าสาว คิดไม่ผิดจริงๆที่หอบหัวใจช้ำๆมารักษาแผลใจที่นี่


บรรยากาศในช่วงกลางวันนั้นเริ่มดีขึ้นจากช่วงเช้าอย่างเห็นได้ชัด แสงแดดเริ่มสาดส่องมาบ้างให้ความรู้สึกสดใสมากขึ้นกว่าเดิม สุดท้ายคนที่มาปั่นจักรยานเป็นเพื่อนเธอในตอนนี้ก็คือรอนนั่นเอง


" ผมไม่เข้าใจ ถ้าคุณอยากสำรวจเส้นทางและบรรยากาศโดยรอบ ผมยินดีเป็นสารถีพาคุณขับรถชมเมืองแห่งนี้ได้ด้วยความเต็มใจ แต่ทำไมคุณถึงเลือกปั่นจักรยานล่ะ "


รอนเอ่ยถามอย่างแปลกใจ เพราะลุคคุณหนูไฮโซของนาลันน่าจะชอบความสะดวกสบายหรูหราเกินกว่าจะมาปั่นจักรยานตะลอนชมเมืองไปเรื่อยแบบนี้


ถึงแม้ว่าการปั่นจักรยานนั้นพบเห็นได้ทั่วไปสำหรับผู้คนที่นี่ เพราะถือว่าเป็นการประหยัดน้ำมัน ค่าใช้จ่ายในการเดินทางเล็กๆน้อย อีกยังเป็นการช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มลภาวะทางอากาศ ทั้งเป็นการออกกำลังกายไปด้วยในตัว กระนั้นเขาก็ไม่คิดว่าสตรีตรงหน้าจะเลือกมาปั่นจักรยานแทนการนั่งรถยนต์คันหรูราคาหลายล้าน ในขณะที่หลายคนนั้นต้องการที่จะได้ลองนั่งรถยนต์สักคันที่มีอยู่ในคฤหาสน์ตระกูลลุนเบิร์ก


" เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง อากาศดีดีแบบนี้อุดอู้อยู่ในรถยนต์ไม่เห็นจะดีเลย ปั่นจักรยานแบบนี้ได้สายลมเย็นๆ วิวก็สวยดีกว่ากันเยอะ ที่กรุงเทพฯแดดร้อนจะตาย ปั่นจักรยานชมเมืองแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ รถเยอะสุดๆ แต่ว่าที่ถามเนี่ย..กลัวฉันจะไม่มีแรงปั่นใช่มั้ย "


หญิงสาวชวนคุย พลางปั่นจักรยานไปเรื่อยๆไม่รีบร้อน 


" ก็ไม่ได้คิดขนาดนั้น เพียงแต่นึกว่าคุณน่าจะชอบนั่งรถสบายๆมากกว่าเท่านั้นเอง "


" ฉันน่ะ ปั่นจักรยานออกบ่อย เคยลงแข่งปั่นจักรยานกับกลุ่มเพื่อนด้วยนะ ไม่อยากจะโม้หรอกว่า 30-40 กิโลก็เคยมาแล้ว ปั่นชมเมืองแค่นี้ถือว่าเบาๆ "


นาลันคุยไปติดจะโม้ไป บรรยากาศดีดี ทิวทัศน์สวยๆก็ทำให้เธออารมณ์ดีไม่น้อย


" ครับ ว่าแต่คุณนาลันอยากจะไปชมที่ไหนบ้างครับ ผมจะได้นำทางไป "


รอนเอ่ยถามยิ้มๆ เผลอมองใบหน้าสวยเปื้อนยิ้มของหลานสาวเจ้านายเสียเพลิน 


" ฉันอยากไปดูคฤหาสน์หลังเมื่อคืนได้มั้ย อยากจะรู้ว่าในตอนกลางวันจะสวยงามได้มากขนาดไหน "


หญิงสาวกล่าวถึงความตั้งใจ เธอชื่นชอบคฤหาสน์หลังเมื่อคืนมากจริงๆ มันดูมีมนต์ขลัง ใหญ่โต หรูหรา ทั้งดูวินเทจสไตล์ ทำให้นึกถึงปราสาทในเทพนิยายเพ้อฝันมากมาย


" อ้อ คฤหาสน์ของตระกูลแพททินสันน่ะเหรอครับ "


" อืม หลังนั้นล่ะ "


" ได้สิครับ เลี้ยวซ้ายด้านหน้า ปั่นไปอีกประมาณครึ่งกิโลก็ถึงแล้ว ว่าแต่คุณปั่นไหวแน่นะครับ "


" สบายมาก นำไปสิ "


นาลันยักไหล่เล็กน้อยประกอบคำพูด เพื่อยืนยันว่าเพียงแค่นี้ไม่ใช่ปัญหาอะไรสำหรับเธอเลย รอนยิ้มให้กับนาลันก่อนปั่นจักรยานล้ำหน้าหญิงสาวเล็กน้อย เพื่อเป็นการนำทาง


เพียงไม่นานทั้งสองก็ปั่นจักรยานมาจนถึงคฤหาสน์ของตระกูลแะททินสัน สมความตั้งใจของนาลัน หญิงสาวยืนมองสิ่งปลูกสร้างสุดอลังการอยู่บริเวณรั้วด้านนอก ไม่สามารถเข้าไปดูด้านในได้ทั้งที่ใจนั้นโบยบินอยากจะเข้าไปสำรวจด้านในเสียแล้ว ยิ่งมองก็ยิ่งชอบและหลงใหลมันไม่น้อย 


" ดูท่าทางคุณลันจะชอบมันมากเลยนะครับ "


รอนมองประกายตาวิบวับด้วยความถูกใจของหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ


" อืม ฉันชอบอะไรแบบนี้ ดูวินเทจ แต่คงความสวยงามอลังการได้อยู่ถึงทุกวันนี้ คิดดูสิถ้าย้อนเวลากลับไปตอนที่คฤหาสน์หลังนี้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ๆ มันคงจะสวยงามและหรูหราที่สุด หรือนายว่าไม่จริง "


" ก็จริงครับที่ว่ามันสวยงามและอลังการมาก แต่สำหรับผมรู้สึกว่าคฤหาสน์หลังนี้มันแฝงความรู้สึกแปลกๆอย่างไรชอบกล ทะมึนทึง โดดเดี่ยว ขาดชีวิตชีวา แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเหมือนถูกจับตามองจากอะไรบางอย่างตลอดเวลาที่ผ่านคฤหาสน์หลังนี้ ไม่รู้สิผมอธิบายไม่ค่อยถูก แค่รู้สึกว่าไม่อยากเข้าไปด้านในเลยก็เท่านั้น "


รอนเอ่ยออกไปอย่างที่ใจคิด  หญิงสาวข้างๆคงไม่รู้ว่าหลายคนต่างแอบให้ฉายาสถานที่ตรงหน้าว่าอย่างไรบ้าง..คฤหาสน์ผีสิง ใช่แล้วฉายานี้ได้มาทั้งๆที่สิ่งปลูกสร้างหลังนี้มีผู้อยู่อาศัยแท้ๆ ทว่าก็อาจจะเป็นเพราะความประหลาดของคนตระกูลแพททินสันด้วย จึงทำให้ทุกคนแอบตั้งฉายาแบบนี้ให้


ทุกคนของตระกูลแพททินสันนั้นมีนิสัยไม่ค่อยสุงสิงกับใคร โดยเฉพาะกับคฤหาสน์แห่งนี้ไม่เคยเปิดให้บุคคลภายนอกได้เข้าไป ในที่นี้หมายถึงนักข่าวที่ขอสัมภาษณ์ตระกูลเก่าแก่ตระกูลหนึ่งในประเทศโอลิเวียร์ ทั้งเป็นเจ้าของคฤหาสน์เก่าแก่ที่มีอายุมายาวนานและมีมูลค่ามากมายนักหากคิดเป็นตัวเงิน หรือแม้แต่จะขอถ่ายรูปด้านในลงนิตยสารก็ยังไม่ได้ อนุญาตเพียงถ่ายจากด้านนอกเท่านั้น (ด้านนอกที่ว่านี่คือด้านนอกจริงๆ 'นอกรั้ว')


บุคลิกที่ดูหยิ่งและถือตัว ค่อนข้างเข้าถึงยากเป็นคุณสมบัติเด่นของคนตระกูลนี้


" ฉันก็เข้าใจนะ ความชอบ ความสนใจ รสนิยมของคนเราไม่เหมือนกัน ฉันชอบเพราะนอกจากจะสวยแล้ว ที่นี่ดูสงบจริงๆ เวลาเครียดได้อยู่ในที่สวยๆ เงียบๆ อากาศดีแบบนี้ สมองคงปลอดโปร่งน่าดู "


นาลันหันไปเอ่ยอย่างเข้าใจดี ความชอบของคนเรานั้นต่างกัน แต่สำหรับเธอนั้นชอบที่นี่มากมายทีเดียว


ตุ๊บ!


ระหว่างที่นาลันกำลังยังยืนชื่นชมความสวยงามของคฤหาสน์ตรงหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปยังด้านในได้ และสวนสวยที่จัดเรียงต้นไม้พันธ์ไม้ รวมถึงรูปปั้นต่างๆเอาไว้อย่างงดงาม ฉับพลันก็ได้ยินเสียงบางอย่างคล้ายบางสิ่งตกจากที่สูง 


จึงทำให้ทั้งสองคนพากันสอดส่องสายตาดูรอบๆบริเวณนั้นอย่างสงสัย ในที่สุดจึงพบว่าเสียงนั้นเป็นเสียงจากการที่เจ้าแมวสีขาวตัวหนึ่ง ซึ่งตกลงมาจากต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลเท่าไรนักจากจุดที่ทั้งสองคนยืนอยู่


เมี๊ยวววว....เจ้าแมวเหมียวขนฟูสีขาวนั่นร้องครางมาให้นาลันและรอนได้ยิน


" นั่น ดูท่าทางมันจะบาดเจ็บด้วย ไม่รู้ขาหักหรือเปล่า ต้นไม้นั่นสูงเอาเรื่องอยู่นะ "


หญิงสาวกล่าวพลางมองอย่างเป็นห่วง ทว่าไม่อาจเข้าไปดูอาการได้ เป็นเพราะเจ้าแมวนั่นอยู่อีกฝั่งของรั้วที่เธอยืนอยู่ต่างหาก วิธีเดียวที่จะสามารถเข้าไปดูอาการเจ้าแมวนั่นในตอนนี้ได้ ก็คือปีนรั้วตรงหน้าเข้าไปด้านในเท่านั้น


" ก็คงจะเป็นอย่างนั้นครับ เจ้าแมวนี่ก็คงจะซุกซนจนได้เรื่อง กิ่งก้านสาขาของต้นไม้ใหญ่นี่เกยพาดอยู่ที่กำแพงด้านข้าง เจ้าเหมียวก็คงเดินไต่กำแพงจนไต่ข้ามไปยังต้นไม้ และพลาดตกลงมาแน่ๆ "


ชายหนุ่มวิเคราะห์เหตุการณ์ พลางกล่าวให้เหตุผล


" คุณลัน คุณจะทำอะไรน่ะครับ "


รอนเอ่ยถามอย่างงุนงง เมื่อเห็นว่าหญิงสาวข้างกายเดินสำรวจบริเวณด้านหน้า


" ฉันก็กำลังดูอยู่ว่ามีทางไหนที่จะเข้าไปช่วยเจ้าแมวเหมียวตัวนั้นได้ โดยไม่ต้องปีนรั้วเข้าไปน่ะสิ " 


" เอ่อ ผมว่าเราไปกดกริ่งให้เจ้าของบ้านเขาออกมาดูเจ้าแมวนั่นดีกว่ามั๊ยครับ "


ชายหนุ่มเสนอความคิด เพราะเกรงว่าถ้าหญิงสาวตรงหน้าเกิดบ้าปีนรั้วเข้าไปดูเจ้าแมวตัวนั้นขึ้นมาจริงๆ จะเกิดเรื่องได้ อย่างน้อยก็ข้อหาบุกรุกแล้วหนึ่งคดีล่ะ ถ้าเป็นเจ้าของบ้านคนอื่นคงจะสามารถพูดคุยกันได้ว่าเพราะทำไปด้วยความหวังดี แต่กับคนบ้านนี้เขาไม่แน่ใจเลย


" อ้อ งั้นก็ทำสิ ฉันก็ลืมคิดไปเลย มัวแต่ห่วงเจ้าแมวนั่น "


นาลันหันไปเอ่ยกับรอน เรื่องง่ายๆแค่นี้เธอลืมไปได้อย่างไรนะ


" ถ้าอย่างนั้นคุณรออยู่ตรงนี้นะครับ ผมจะไปกดกริ่งที่ประตูรั้ว เงียบเชียบขนาดนี้จะมีใครอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้ "


หญิงสาวพยักหน้าอย่างเข้าไป รอนปั่นจักรยานมุ่งตรงไปที่ประตูรั้วทางเข้าคฤหาสน์แห่งนี้ ซึ่งอยู่อีกฝั่งจากบริเวณที่นาลันจอดจักรยานอยู่ คะเนจากสายตาก็ไกลอยู่พอสมควร


ทว่าเมื่อหันสายตากลับไปมองยังเจ้าแมวขนฟูนั่นอีกครั้ง ก็ให้สะดุ้งไปไม่น้อยเพราะบัดนี้เจ้าแมวสีขาวขนฟูตัวนั้นกำลังอยู่ในอ้อมแขนของผู้ชายคนหนึ่ง ทั้งยังยืนอยู่ตรงหน้าของหญิงสาวในตอนนี้เพียงแต่มีรั้วขวางกั้นเอาไว้เท่านั้น


น่าแปลกใจว่าเขามาตั้งแต่เมื่อไร เพียงการหันหน้าไปมองรอนที่ปั่นจักรยานออกไปไม่ถึงนาที เขาทำได้อย่างไรกัน เคลื่อนไหวรวดเร็วโดยที่เธอไม่รู้สึกถึงการมาของเขาเลยแม้สักนิด นาลันค่อนข้างงุนงง..


หากแต่เมื่อได้มองคนตรงหน้าอย่างเต็มสายตา หญิงสาวถึงกับชะงักไปเพราะไม่คิดว่าจะได้เจอผู้ชายคนนี้อีกครั้งในตอนนี้


" คุณ!! "


" ไม่คิดว่าเธอจะเป็นพวกถ้ำมองกับเขาด้วย "


เสียงทุ้มเอ่ยด้วยสีหน้าราบเรียบ ทว่าเขาปรายสายตามองเธอเพียงนิด จึงก้มลงไปมองเจ้าแมวเหมียวในอ้อมแขนพลางลูบศีรษะมันเบาๆ


นาลันเห็นท่าทางไม่ยินดียินร้ายของเขาที่มีต่อเธอ มีเพียงคำพูดเท่านั้นที่บ่งบอกว่ารับรู้ถึงการมีตัวตนของเธอก็ให้นึกหมั่นใส้คนตรงหน้าอยู่ครามครัน


" ถ้ำมอง เหอะ ฉันก็แค่เห็นว่าบ้านหลังนี้มันสวยและคลาสสิกดีก็เท่านั้น ถ้าการที่หยุดเพื่อชื่นชมมัน แล้วจะถูกเจ้าของบ้านกล่าวหาว่าเป็นพวกถ้ำมอง ฉันก็จนใจที่จะพูด "


" ฉันก็ยังไม่ได้ว่าอะไรเลย แต่ก็นะฉันชินแล้ว ไม่ใช่เธอคนแรกหรอกที่ชอบมันน่ะ "


" ว่าแต่นั่นแมวของคุณใช่มั๊ย ฉันคิดว่ามันตกจากต้นไม้นั่น และก็คงจะได้รับบาดเจ็บแน่ๆ คุณน่าจะพามันไปให้สัตวแพทย์ดูอาการหน่อยนะ "


หญิงสาวเลิกสนใจผู้ชายตรงหน้าชั่วคราว แม้ว่าความหล่อของเขาจะทำให้ใจเธอสั่นอยู่ไม่น้อย แต่ความหยิ่งของเขาก็ทำให้เธอนึกหมั่นใส้และหงุดหงิดอยู่เหมือนกัน จึงเลี่ยงไปให้ความสำคัญกับเจ้าแมวสีขาวตรงหน้าอีกครั้ง


" บลู ไม่เป็นไร มันแข็งแรงกว่าที่เธอคิดเยอะ "


" ไม่เป็นไร? ตกจากที่สูงขนาดนั้นเนี่ยนะบอกไม่เป็นไร อย่างน้อยพามันไปให้หมอดูอาการสักหน่อยไม่ดีหรือ เผื่อมีกระดูกหักหรือเคลื่อนที่จะได้รักษาแต่เนิ่นๆ "


นาลันเอ่ยถึงบลู เจ้าแมวสีขาวขนฟูที่เจ้าของมันเพิ่งเอ่ยเรียกชื่อให้เธอได้รู้เมื่อครู่ ซึ่งเธอก็เพิ่งสังเกตชัดๆว่ามันเป็นแมวพันธ์เปอร์เซีย มีดวงตาสีฟ้ากระจ่างใสสวยมาก ผนวกกับขนสีขาวนั่นทำให้ดวงตาของมันยิ่งโดดเด่นขึ้นอีก ซึ่งก็คงเป็นที่มาของชื่อมันอย่างแน่นอน


" เธอรู้ดีกว่าเจ้าของ? "


หญิงสาวหน้าชาไปกับประโยคเมื่อครู่ของชายตรงหน้า พูดอย่างนี้ไม่ด่าว่าเธอ ส ใส่เกือกเลยล่ะ ความจริงเธอแค่มีความสงสารต่อสัตว์ร่วมโลกเท่านั้นหรอก


" เปล่าหรอก ฉันแค่ห่วงความปลอดภัยของมันก็เท่านั้น แต่ก็นั่นล่ะ ขนาดคุณเป็นเจ้าของดูท่าคุณยังไม่ค่อยห่วงมันเท่าไรเลย ฉันก็ไม่น่าจะเข้าไปยุ่งเลยจริงๆ "


" หึ "


มีเพียงเสียงที่เปล่งออกมาจากลำคอของคนตรงหน้านี้เท่านั้นที่นาลันได้ยิน เขาไม่เอ่ยตอบโต้อะไร แต่เธอเกลียดสายตานิ่งๆที่มองมานี้ชะมัด มันดูเหมือนว่าเขามองคนที่ด้อยกว่าเขา หรือดูแคลนว่าเหนือกว่า ทำให้นาลันรู้สึกได้จากสายตาของเขา ประมาณว่าเธอนี่มันไม่รู้อะไรเลยจริงๆ


" คุณลันครับ "


รอนที่ปั่นจักรยานกลับมาหานาลัน ตรงเข้ามาหาพร้อมเหลือบสายตาไปยังชายหนุ่มอีกคนที่ยืนอุ้มเจ้าแมวขนฟูนั่นเอาไว้ในอ้อมแขน เมื่อครู่เขาลองไปกดกริ่งที่ประตูด้านหน้ามาแล้ว แต่ดูเหมือนไม่มีใครอยู่เลย จึงรีบกลับมาหาหญิงสาว ไม่คิดว่าผู้เป็นเจ้าของแมวตัวนั้นจะมาอยู่ตรงนี้เสียก่อน


" ดูท่าทาง ถ้าไม่เห็นว่ามันไม่เป็นอะไรจริงๆ เธอคงไม่หยุดรบกวนฉันใช่มั๊ย "


ผู้เป็นเจ้าของสถานที่เอ่ยขึ้นอย่างเนือยๆ สายตาคู่คมปรายสายตามองรอนเพียงนิดก่อนหันมามองนาลัน


รบกวน? เธอไปรบกวนอะไรเขาตั้งแต่เมื่อไรกัน แค่มาขอชมบ้านของเขาจากด้านนอก ย้ำว่าด้านนอก หรือแม้แต่การที่คิดจะเข้าไปช่วยเหลือแมวของเขา เธอก็ยังไม่ทันจะได้เหยียบย่างเข้าไปยังด้านในเลยสักก้าว ไม่ได้บุกรุกแต่ประการใด จะถือว่าเธอไปรบกวนอะไรเขาหนักหนากัน


" งั้นดูซะ "


ชายตรงหน้ากำลังวางบลูลงที่พื้น ซึ่งเจ้าแมวนั้นก็ไม่รอช้ากระโดดผลุงลงทันที ท่าทางของมันไม่เหมือนกับที่เธอเห็นเมื่อครู่ ทั้งเสียงที่ได้ยินนั้นต้องตกลงกระแทกพื้นอย่างแรงแน่นอน อาการนอนร้องครวญครางเมื่อสักครู่ จะอย่างไรเธอว่ามันต้องมีชิ้นส่วนในร่างกายหักบ้างล่ะ 


แต่เท่าที่เห็นมันไม่มีอาการอะไรที่บ่งบอกว่าบาดเจ็บเลยสักนิดในตอนนี้ เป็นไปได้อย่างไร หญิงสาวมองเจ้าแมวนั่นเขม็ง อย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง รอนก็มีทีท่าไม่ต่างไปจากเธอเท่าไรนัก


" เป็นไง เชื่อรึยัง "


" แต่เมื่อกี้ ฉันเห็นว่ามันเจ็บจริงๆนะ "


" แต่เท่าที่ฉันเห็นตอนนี้ มันไม่ได้มีอาการอย่างที่เธอพูดเลยสักนิด "


นาลันเถียงไม่ออก ได้แต่มองคนตรงหน้าสลับกับเจ้าแมวนั่นตาปริบๆ


" พวกเราขอโทษด้วยครับ คุณแพททินสัน ถ้าการมาของเราสองคนเป็นการรบกวนการพักผ่อนของคุณ พอดีสุภาพสตรีท่านนี้เธอชื่นชอบคฤหาสน์ของคุณมาก เราเพียงมองจากตรงนี้เท่านั้น ไม่ได้คิดที่จะบุกรุกหรือทำให้เป็นการรบกวนคุณแต่อย่างใด "


รอนเอ่ยอย่างสุภาพ มีบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกเกร็งๆ ในยามที่ได้สบสายตาเยียบเย็นของอีกฝ่ายที่ส่งมา นึกอยากรู้ว่าสตรีข้างๆไม่รู้สึกอะไรอย่างที่เขารู้สึกบ้างเลยหรือ 


" เมื่อคืนควงอีกคน มาวันนี้ก็ควงอีกคน "


ผู้เป็นเจ้าของคฤหาสน์เอ่ยขึ้นอย่างลอยๆ เขายังคงทอดสายตามองไปที่บลูซึ่งกำลังเข้ามาคลอเคลียเขาอยู่ โดยไม่ได้สนใจประโยคที่รอนพูดเลยสักนิด ความจริงปฏิกิริยาของเขามันแสดงให้รู้ว่าไม่ใส่ใจกับการมีตัวตนอยู่ของรอนด้วยซ้ำไป ทำเอาอีกหนึ่งหนุ่มที่ส่งรอยยิ้มให้อย่างเป็นมิตรเมื่อครู่หุบยิ้มลงฉับทันที สายตามีแววขุ่นเคืองไม่น้อย หากแต่ยังคงรักษาท่าทางสุภาพเอาไว้ได้


แต่คนที่กำลังเดือดปุดคงหนีไม่พ้นนาลัน เขาพูดแบบนี้หมายความว่าไง ที่แน่ๆเขาพูดกับเธอและหมายถึงเธอแน่นอน


" ฉันจะควงใครไปไหนมาไหนมันก็เรื่องของฉัน พูดแบบนี้คุณไม่คิดว่ามันเป็นการเสียมารยาทหรอกเหรอ "


เธอแค่นเสียงถามออกไป เชิดหน้าประสานสายตากับเขาอย่างไม่ยอมลดราวาศอก แม้ว่าคนตรงหน้าจะดูมีอายุมากกว่าเธอก็เถอะ คาดคะเนก็น่าจะอยู่ที่ราวๆ 30 ต้นๆ


" ก็แค่แปลกใจเลยถาม คงต้องบอกว่าขอโทษที่เห็นการเปลี่ยนคนควงเป็นว่าเล่นของเธอ จริงมั๊ย "


เขาพูดพลางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย


" ไม่รู้สิ ก็ไม่ยักก่ะรู้ว่าคุณจะให้ความสนใจกับผู้หญิงแปลกหน้าที่บังเอิญเดินชนคุณด้วย ถึงขนาดแอบมองความเป็นไปของฉันขนาดนั้น จริงมั๊ย "


หญิงสาวโต้กลับ พลางเลียนแบบกิริยาของเขา ได้ผลว่าแววตาของเขาดูมีประกายตาแปลกๆยามมองเธอวูบหนึ่งให้จับสังเกตได้ แล้วทำไมเธอต้องใจสั่นให้กับผู้ชายแปลกหน้าคนนี้ด้วยก็ไม่รู้ 


เออ..รู้แล้วว่าหล่อชนิดวัวตายควายล้ม หล่อเรี่ยราด หล่อร้ายกาจ โคตรมีเสน่ห์ โคตรเซ็กส์ซี่ แต่แบบปากหมาหน้าหยิ่งแบบนี้ เธอก็ไม่ควรหวั่นไหวไม่ใช่หรือ เอ๊ะ หรือไม่ใช่?


รอนมองการโต้ตอบประโยคสนทนาของทั้งคู่ มันดูไม่เหมือนคนที่เพิ่งรู้จักกันครั้งแรกเลย แต่จะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อหญิงสาวข้างกายเขาเพิ่งจะเดินทางมาถึงที่นี่เมื่อวานนี้เอง หรือว่าจะเป็นเมื่อคืนนี้?..


" ผมว่าถ้าเป็นเมื่อคืน คนที่คุณนาลันควงไปที่ผับนั้น ถ้าหากว่าคุณเห็นอ่ะนะ ผมคิดว่าคนๆนั้นคงจะเป็นคุณนาธาน ลุนเบิร์ก ญาติของคุณนาลันครับ ไม่ใช่คู่ควง และผมก็เป็นเพียงผู้ติดตามหรือพูดง่ายๆก็คือลูกน้องของคุณนาธานและสตรีท่านนี้เท่านั้น "


ชายหนุ่มกล่าวอย่างต้องการปกป้องสตรีข้างกาย ไม่ต้องการให้ได้รับการดูหมิ่นหรือเข้าใจอะไรผิดๆจากชายตรงหน้า


" คิดว่ายังไม่ได้ถามอะไร "


ชายหนุ่มอีกคนปรายตามามองรอน พร้อมกับประโยคสั้นๆแต่ทำเอาคนที่ฟังสะอึกไปเลยทีเดียว


" เอาเป็นว่าฉันเข้าใจเธอผิด นีน่า "


เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาราวรูปสลักหันมากล่าวกับนาลัน ก่อนจะก้มลงไปอุ้มแมวของเขาขึ้นมา และหันหลังกลับไปด้านในเสียเฉยๆ ทิ้งให้อีกสองคนยืนอึ้งไป นึกจะมาก็มา นึกจะไปก็ไป


ไม่มีแม้คำกล่าวขอโทษ มีเพียงประโยคคำพูดว่าเข้าใจผิดเท่านั้น กับแววตาและรอยยิ้มเพียงนิด นิดเดียวจริงๆจนแทบจับสังเกตไม่ได้ แต่นาลันนั้นสายตาดีเกินไปกระมัง จึงทันได้เห็นรอยยิ้มคล้ายพึงใจอะไรสักอย่างนั้น 


ว่าแต่รอนเพิ่งบอกเขาไปไม่ใช่หรือว่าเธอชื่อนาลัน แต่ทำไมเขาถึงเรียกเธอว่า 'นีน่า' กันล่ะ..





...................................................................................


  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น

  1. #22 เรฟามีร์ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 19:40
    นีน่า ฮืมอะไรยังไง?.
    #22
    0
  2. #21 Lyn_Madam (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 05:31
    รอตอนต่อไปค่ะ
    #21
    0