เสน่หาแวมไพร์ Vampire love story

ตอนที่ 3 : ตระกูลลุนเบิร์ก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,069
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    29 ส.ค. 61


      บริเวณจุดรอรับผู้โดยสาร  ณ  สนามบินประเทศโอลิเวียร์

 


          " เป็นยังไงบ้างจ๊ะ  เหนื่อยมั้ย "


          น้ำเสียงนุ่มนวลจากหญิงสาวชาวเอเชียวัยกลางคนเอ่ยถาม  นาลันที่สวมกอดนาตยาอยู่ ผละออกมาจากอ้อมแขนน้าสาวเล็กน้อย เพื่อส่งยิ้มพลางส่ายหน้าแทนคำตอบ


         " ไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไหร่ค่ะ  นั่งๆนอนๆอยู่บนเครื่องบิน ออกจะเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวมากกว่า "


             " งั้น น้าว่าเรารีบกลับบ้านกันดีกว่า ลันจะได้พักผ่อนด้วย  คุณอาไมเคิลของเราน่ะ ก็อยากจะมารับด้วยเหมือนกัน  แต่ติดที่ว่ามีประชุมสำคัญเลยมาไม่ได้  นี่ก็ดีใจมากนะ ที่รู้ว่าลันจะมาต่อปริญญาโทที่นี่น่ะ "


" ให้คุณอาทำงานน่ะดีแล้วค่ะ ลันเกรงใจ ไม่อยากให้การมาที่นี่ของลัน ทำให้คุณอาต้องเสียงาน อีกอย่างก็ต้องเจอกันที่บ้านอยู่แล้ว จริงมั้ยคะ "


" จ้ะ...เอ่อ ลันจ๊ะ หนูจำรอยส์ได้ใช่มั้ยจ๊ะ "


นาตยาถามหลานสาว ด้วยว่าเธอนั้นไม่ได้มารับนาลันเพียงคนเดียว ไมเคิลให้มือขวาคนสนิทของเขามากับเธอด้วย  ซึ่งรอยส์นั้นมักเป็นผู้ติดตามเธอและไมเคิลอยู่เสมอ  เพราะการเป็นนักธุรกิจที่มีทรัพย์สินอันดับต้นๆของประเทศ บางครั้งก็จำเป็นต้องมีคนคุ้มกัน  


นอกจาก 'รอยส์' แล้วยังมี 'เดวิด' ที่เปรียบกับมือซ้ายของไมเคิลด้วยอีกคน


" จำได้สิคะ...สวัสดีค่ะ ลุงรอยส์ "


นาลันหันไปทักทายชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ทางเบื้องหลังของน้าสาว  เธอเรียกเขาว่าลุงเนื่องจากคาดคะเนดูจากสายตาแล้ว น่าจะมีอายุมากกว่าบิดามารดาของเธออยู่ราวสี่ถึงห้าปี  และเคยติดตามน้าสาวของเธอและคุณอาไมเคิลไปเมืองไทยอยู่หลายครั้ง


" สวัสดีครับ คุณหนู "


รอยส์กล่าวทักทายสาวน้อยตรงหน้าเช่นกัน  เขาเคยเห็นเธอครั้งแรกเมื่อสิบกว่าปีก่อน  เด็กสาวตัวน้อยผมยาวถักเปียสองข้าง  ผิวขาวอมชมพู  แก้มป่องๆ สวมชุดเจ้าหญิงสีฟ้าอ่อนฟูฟ่องในงานวันเกิดของตัวเอง   


เจ้านายของเขานั้นออกจะเอ็นดูคุณนาลันอยู่มากทีเดียว  อาจจะเพราะว่าคุณผู้ชายและคุณผู้หญิงนั้นมีแต่ลูกชายถึงสองคน คือ คุณนาธาน และคุณแม็กนัส เมื่อมีคุณนาลันเป็นหลานสาวจึงอดเอ็นดูและหลงไปกับความน่ารักขี้อ้อนของเด็กสาวไม่ได้


" ลุงรอยส์ สบายดีนะคะ ไม่ได้เจอกันเสียนานเลย อืม...สองปีได้แล้วมั้งคะ เพราะจำได้ว่าครั้งก่อน ที่คุณอาไมเคิลพาน้ายากลับไปเยี่ยมคุณพ่อกับคุณแม่ที่เมืองไทย  เป็นคุณลุงเดวิดที่ตามคุณอากับน้ายามา "


" ผมสบายดีครับ  ดีใจที่ได้พบคุณหนูเช่นกัน  และยินดีต้อนรับสู่โอลิเวียร์นะครับคุณหนู "


ทั้งสามคนต่างทักทายกันพอประมาณ  จากนั้นรอยส์จึงเรียกลูกน้องอีกสองคนที่มาด้วยยกกระเป๋าของนาลันไปไว้ที่รถ  ก่อนที่จะพากันออกจากบริเวณนั้นไป  หากแต่เมื่อนาลันเห็นรถลีมูซีนคันหรูที่น้าสาวนั่งมารับเธอแล้ว  ก็อดจะหันกลับไปสบตากับน้าสาวไม่ได้  เห็นอีกฝ่ายยิ้มให้อย่างปลงๆ ก็นึกรู้ทันที 


เฮ้อ...คุณอาของเธอนี่ก็เว่อร์อีกแล้ว


" เอ่อ..คุณผู้ชายบอกว่าคุณหนูเดินทางมาเหนื่อยๆ เอารถคันเล็กมารับเกรงว่าคุณหนูอาจจะอึดอัด นั่งไม่สบายตัวน่ะครับ "


เป็นรอยส์ที่เอ่ยขึ้น เขาอ่านสายตาของของนาลันออก แต่ก็นั่นล่ะ..เขาชินกับนิสัยทุ่มไม่อั้นสำหรับคนที่รักและห่วงใยของคุณผู้ชาย  นี่ถ้าคุณผู้หญิงเอ่ยปากออกมาเพียงคำเดียวว่าวันนี้เบื่อนั่งรถแล้วล่ะก็  คุณผู้ชายก็คงจะให้นำเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวมารับคุณหนูเป็นแน่


" ความจริงลันยังไงก็ได้ค่ะ  แต่ก็ขอบคุณนะคะ "


นาลันส่งยิ้มให้รอยส์ ก่อนจะก้าวขึ้นรถยนต์ตามนาตยาไป เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย  รถลีมูซีนสีดำคันหรูจึงค่อยเคลื่อนออกจากสนามบิน มุ่งหน้าสู่คฤหาสน์ลุนเบิร์ก


หญิงสาวมองผ่านกระจกออกไปยังทิวทัศน์ด้านนอก  ตอนนี้รถยนต์แล่นออกมานอกเมือง  ต้นไม้สูงใหญ่เรียงรายอยู่ริมทางอย่างเป็นระเบียบ  บ้านเรือนแต่ละหลังนั้นปลูกกระจัดกระจายกินเนื้อที่อยู่พอสมควร  ถนนหนทางรถราไม่ได้แออัดเหมือนอย่างกรุงเทพฯ  ที่ติดไฟแดงทีหนึ่งโดยเฉพาะเส้นทางหลักๆในช่วงเช้าแห่งการเดินทางไปทำงาน  ก็สามารถกินข้าวแต่งหน้าแต่งตัวบนรถได้เลยทีเดียว และอย่าได้เกิดปวดท้องถ่ายหนักเบาระหว่างรถติดเลยเชียว บรรลัยเกิด!!


ผ่านไปราวสามสิบนาทีตั้งแต่ออกจากสนามบิน  บัดนี้รถยนต์ที่เธอนั่งก็ได้เคลื่อนผ่านประตูรั้วเข้าสู่อาณาเขตของตระกูลลุนเบิร์ก  และมาจอดเทียบอยู่ที่บันไดด้านหน้าของคฤหาสน์


" เชิญครับ "


ชายหนุ่มหน้าตาดีสวมสูทสีดำคนหนึ่ง ที่ยืนรออยู่ด้านหน้ารีบเข้ามาเปิดประตูรถให้ในทันทีที่รถยนต์จอดสนิท  นาลันที่ลงมาก่อนจึงเอ่ยขอบคุณเขากลับไปเป็นภาษาอังกฤษ และยิ้มให้อย่างเป็นมิตร  


เธอเคยมาที่นี่แต่ก็นานมาแล้ว  นอกจากคนสนิททั้งสองคนของคุณอาไมเคิล  ก็มี 'ป้าเอ็มม่า' แม่ครัวของที่นี่ที่นาลันพอจะจำได้ลางๆ  นอกนั้นก็ลืมเลือนไปจนหมดแล้ว  กับผู้ชายตรงหน้านี้ใบหน้าคุ้นๆหากแต่ก็จำไม่ได้ว่าเคยเห็นมาก่อนหรือไม่


" ขอบใจจ้ะ รอน "


เสียงของนาตยาเอ่ยขอบคุณผู้ชายคนเดียวกันกับที่เปิดประตูให้เธอ อ๋อ..ชื่อรอนสินะ 


" ลันจ๊ะ นี่รอนเป็นหลานชายของรอยส์จ้ะ "


นาตยาเอ่ยแนะนำทั้งสองให้รู้จักกัน


" ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ "


ก็ว่าอยู่ว่าหน้าคุ้นๆ ที่แท้ก็เป็นญาติกับลุงรอยส์นั่นเอง


" เช่นกันครับ " 


รอนยิ้มตอบกลับคนตรงหน้า  ที่เขาทราบมาว่าเป็นหลานสาวของคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายเองก็ให้ความเอ็นดูไม่น้อย


" แล้วนี่เจ้านายของเธอ เขายังไม่ตื่นหรือยังไง "


นาตยาเอ่ยถามรอน  ในขณะที่กำลังเดินเข้าไปยังด้านใน  ซึ่งเจ้านายที่ว่านั้นก็คือ นาธาน ลูกชายของนาตยานั่นเอง  


รอนเป็นคนที่ไมเคิลสั่งให้คอยติดตามและคอยคุ้มกันให้กับนาธาน  ถึงเวลานี้ก็เป็นคนสนิทของลูกชายเธอไปโดยปริยาย


" เอ่อ...ยังครับ "


" เฮ้อ..เจ้าลูกชายคนนี้  เมื่อวานยังบอกว่าจะไปรับยายลันด้วยกันที่สนามบินอยู่เลย แต่พอถึงเวลากลับเบี้ยว นอนไม่ยอมตื่นเสียอย่างนั้น  แสดงว่าเมื่อคืนนี้ดึกล่ะสิ "


คนเป็นแม่อดที่จะบ่นลูกชายคนโตออกมาไม่ได้


" ก็เกือบเช้าล่ะครับ "


" นั่นไงล่ะ ว่าแล้ว "


นาตยาส่ายหน้าอย่างปลงๆ กับความเจ้าสำราญของนาธาน  หนุ่มนักสังคม เจ้าพ่อปาร์ตี้ ไม่เคยอยู่ติดบ้านได้เกินสองวัน 


" ได้ยินอะไรแว่วๆ ว่ากำลังพูดถึงผมอยู่ ใช่มั้ยฮะมัม "


เสียงดังขึ้นมาจากด้านบน นาลันจึงเงยหน้าขึ้นไปมองก็พบเจ้าของเสียงกำลังเดินลงบันไดตรงมาทางเธอและน้าสาว


" ว่าไงยะ พ่อตัวดี เบี้ยวมัมอีกตามเคย "


นาตยาหันไปเอ่ยกับนาธานที่ตรงเข้ามากอดเธออย่างประจบ


" โธ่ มัม..ผมตั้งนาฬิกาปลุกแล้ว แต่สงสัยนาฬิกามันจะเสียหรือไม่ก็คงถ่านหมดน่ะแหล่ะ มันเลยไม่ปลุก โทษนาฬิกาโน่น "


นาธานยิ้มตอบมารดา พลางโบ้ยความผิดไปไกลๆตัว


" ไฮ คนสวย "


นาธานหันมาทักทายเธอตามประสา  จะว่าไปนาลันก็ค่อนข้างสนิทสนมกับนาธานและแม็กนัสลูกชายทั้งสองคนของน้าสาวอยู่มาก  โดยเฉพาะนาธานที่อายุนั้นเท่ากันกับเธอ  และเราทั้งสองก็ติดต่อกันอยู่เสมอ


" ไฮ คนหล่อ  แต่มือถือก็ตั้งนาฬิกาปลุกได้นะ เผื่อนายยังไม่รู้ "


เธอตอบกลับ พลางแกล้งชี้โพรงให้น้าสาวไปอย่างขำๆ ซึ่งก็ได้ผลนาธานหันมาถลึงตาและจิ๊ปากใส่เธอทันที หากแต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไร


" นั่นสิ "


นาตยาเอ่ยอย่างเข้าข้างหลานสาว  คนอย่างนาธานต่อให้ตั้งนาฬิกาปลุกสักสิบเครื่องวางตรงหน้า  หรือใช้โทรศัพท์มือถือตั้งปลุก  หรือกระทั่งให้คนขึ้นไปตาม  หากพอใจจะนอนต่อเสียอย่างนั่นก็ไม่เป็นปัญหา


" แหม มาถึงเธอก็วางบอมบ์ให้ฉันเลยนะ "


" เปล่านะ "


นาลันตอบกลับไปอย่างไม่รู้ไม่ชี้  หากแต่แอบยักคิ้วให้นาธานหนึ่งที


" เอาล่ะ ลันมาเหนื่อยๆ เดี๋ยวน้าพาขึ้นไปดูห้องที่ชั้นบนดีกว่า  ส่วนเนทเราก็ขนกระเป๋าของยายลันขึ้นมาที่ห้องด้วย  ทั้งหมดนั่นล่ะ และห้ามใครช่วยนะ "


'เนท' คือชื่อที่คนในครอบครัวและคนสนิทมักจะเรียกนาธานอยู่เสมอ 


" อ้าว  ทำไมอย่างงั้นล่ะมัม  คนออกเยอะแยะไม่ให้ช่วยยกขึ้นไปล่ะ "


นาธานมีสีหน้าเหวอ


" มัมจะใช้เรานั่นล่ะ หรือมีปัญหาอะไร  อย่าลืมนะตัวเองมีความผิดที่เบี้ยวมัม "


นาตยาเอ่ยกับลูกชายอย่างออกคำสั่ง


" ก็ได้ครับๆ ยอมแล้ว ขนให้ก็ได้ "


คนเป็นลูกตัดบทด้วยไม่อยากต่อความยาวกับมารดา  เดี๋ยวระเบิดลูกที่สองตามมา กลัวว่าจะโดนบ่นแบบมาราธอนจนหูชาเป็นแน่


นาลันยิ้มขำ พลางยักไหล่ให้นาธานที่มองมาอย่างเย้ยๆเล็กน้อย  จากนั้นจึงเดินตามน้าสาวไป  หากแต่หูยังแว่วได้ยินนาธานบ่นตามหลังมาให้ได้ยิน


'ขนอะไรมานักหนาวะเนี่ย ใบเบ้อเร้อหนักก็หนัก'


บ่นแต่มือก็หิ้วกระเป๋าพะรุงพะรังตามทั้งสองคนขึ้นไปด้านบนอยู่ดี


เวลาเย็นที่ทุกคนได้อยู่พร้อมหน้ากันบนโต๊ะอาหาร  ซึ่งคุณอาไมเคิลกลับมาจากที่ทำงานแล้ว  และแม็กนัสเองก็กลับมาจากโรงเรียนเช่นกัน


" ถานเยอะๆนะหนูลัน  ไม่ด๋ายเจอกันตั้งหลายเดื๋อน ดูสีผอมไปตั้งเยอะ "


ภาษาไทยสำเนียงแปร่งๆ เพี้ยนๆบ้างเล็กน้อย ทว่าสามารถฟังได้ไม่ยากเย็นอะไรถูกเอ่ยออกมาโดยคุณอาไมเคิลของเธอนั่นเอง 


" แด๊ดฮะ  ทาน ไม่ใช่ ถาน, ไม่ได้ ไม่ใช่ ไม่ด๋าย, เดือน ไม่ใช่ เดื๋อน, ดูสิ ไม่ใช่ ดูสี "


แม็กนัสที่เป็นคนแก้คำผิดให้กับพ่ออยู่เป็นประจำ ที่เอ่ยภาษาไทยแบบผิดๆเพี้ยนๆ ด้วยว่านอกจากแม่แล้ว เขาก็เป็นคนเดียวที่ใช้ภาษาไทยได้อยู่ในเกณฑ์ที่ดีที่สุด  


หากเทียบกับพ่อและพี่ชายของเขา ที่ฟังภาษาไทยรู้เรื่องแม้จะไม่แตกฉานเท่าไรก็ตาม ทว่าสำเนียงการพูดนั้นยังต้องฝึกฝนและพัฒนาอีกเยอะทีเดียว


" ไม่เป็นไรหรอกแม็กซ์  พี่ฟังออก   อีกอย่างนอกจากพูดกับน้ายา  คุณอาก็แทบจะไม่ได้ใช้ภาษาไทยเลย พูดได้ขนาดนี้ก็เก่งมากๆแล้ว "


เธอเอ่ยยิ้มๆ


" นั่นสิ พูดบ่อยๆเดี๋ยวก็ดีขึ้นกว่านี้แน่นอน "


นาตยาสนับสนุนคำพูดของนาลัน  พลางหันไปยิ้มอย่างให้กำลังใจสามี


" อ้อ ลืมบอกหนูลัน  เรื่องมาหาวิดทายาลั๋ย(มหาวิทยาลัย) อาจัดการให๋แล้ว  ก็รีบไป๋รายงานตัวด๋ายเลยนะ  แต่ด๋ายยินว่าจะเปิดเรียนเดื๋อนหน้า "


กว่าจะพูดจบประโยคก็เล่นเอาคนพูดและคนลุ้นรอฟังเหนื่อยไปตามๆกัน


" เอ่อ..ขอบคุณค่ะ "


นาลันที่เริ่มจะอึนกับสำเนียงเพี้ยนๆของไมเคิล ก็ได้แต่ส่งยิ้มไปให้และซาบซึ้งกับน้ำใจของคุณอาที่ดีกับเธอมากๆ  เป็นธุระทำเรื่องต่างๆให้เธอเกือบทุกเรื่อง ทุกอย่างจึงได้คืบหน้าเร็วขนาดนี้


" แต่ผมว่าประโยคยาวๆนี่ขอไม่ให้ผ่านนะฮะแด๊ด  พูดอังกฤษเถอะ  เอาไว้ประโยคสั้นๆง่ายๆ ค่อยพูดภาษาไทยก็ได้  ไม่อย่างงั้นคนฟังอย่างพวกผมจะแย่เอา  ลำพังตัวเองก็ภาษาไทยอยู่ในขั้นห่วยอยู่แล้ว "


นาธานเอ่ยขึ้นบ้าง ทว่าไม่ได้ใช้ภาษาไทยอย่างคนเป็นพ่อ อันที่จริงคือฟังรู้เรื่อง แต่จะให้พูดนี่คือยากกว่ามาก  สระ วรรณยุกต์ การผันเสียงก็ยาก หากแต่ว่าก็ฟังเพลินดีไม่น้อย


" เอาอย่างนั้นก็ได้ "


ไมเคิลเอ่ยกลับเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษาสากล


" ว่าแต่อาดีใจนะ ที่หนูลันจะมาเรียนต่อที่นี่ ตอนแรกได้ยินว่าจะไปต่อที่ฝรั่งเศสกับแฟน ไม่ใช่เหรอ "


" ไมค์คะ "


นาตยาสะกิดสามีเป็นสัญญาณบอกว่าอย่าเพิ่งถามเรื่องนี้กับนาลัน  แต่ก็ไม่ได้นึกโกรธสามีที่เอ่ยถามเรื่องนี้กับหลานสาว  ด้วยเพราะทุกคนนั้นยังไม่รู้เรื่องที่ทำให้นาลันนั้นเลือกมาพักผ่อนหัวใจที่นี่  เว้นเธอที่พี่สาวโทรมาเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง และนาธานเองก็พอจะรู้มาบ้าง ด้วยติดต่อกับนาลันอยู่บ่อยๆ


ไมเคิลชะงักไปเล็กน้อย ด้วยไม่รู้ว่าตัวเองพูดอะไรผิดไป  ทว่าเมื่อมองภรรยาและหันไปมองหลานสาวที่ใบหน้าคลี่ยิ้มอย่างจืดเจื่อนอยู่นั้น ก็พอจะเข้าใจอะไรได้ลางๆ แสดงว่าต้องมีเรื่องกับแฟนมาแน่ๆ และก็คงจะต้องเป็นเรื่องใหญ่มากไม่น้อยเลย


" ลันรู้สึกเพลียๆ ถ้าอย่างนั้น ลันขอขึ้นไปพักก่อนนะคะ "


นาลันเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าทุกคนนั้นทานอาหารกันอิ่มแล้ว  และเมื่อเห็นว่าไม่ได้มีใครว่าอะไร เธอจึงลุกขึ้นเดินไปยังห้องของเธอทันที  


เธอไม่ได้โกรธอะไรเลย แต่พอมีคนพูดถึงเรื่องของโรมกับแพรชมพูขึ้นมา  ใจของเธอมันก็อดเศร้าหมองและเจ็บปวดขึ้นมาไม่ได้  อุตส่าห์เลี่ยงไม่เอ่ยถึง  ด้วยคิดว่าเวลาเยียวยาทุกสิ่ง สถานที่สงบและสวยงามจะช่วยได้  ทว่าเธอคงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่  กว่าที่หัวใจของเธอจะกลับมาเข้มแข็งได้ดั่งเดิม



คุยกับผู้แต่ง...

ชอบไม่ชอบ ยังไงก็คอมเม้นท์บอกหน่อยน๊าา ถือเป็นกำลังใจให้คนเขียน



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น

  1. #23 cherann (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 17:17

    ชอบมากค่ะ
    #23
    1
  2. #10 WilandaKaewlom (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:50
    รอต่อนะคะ
    #10
    0
  3. #9 DarkKillerMiharu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 04:54
    น่าติดตามดีค่า รออ่านต่อ
    #9
    0