ชายาอ๋องกระดูกเหล็ก (สนพ.สถาพรบุ๊คส์)

ตอนที่ 8 : หนี้บุญคุณ มิสู้ดูแลเปิ่นหวางย่อมดีกว่า (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 109,928
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,616 ครั้ง
    10 ก.พ. 61



จางซูหนี่ว์เผลอเหลือบสายตาไปทางบุรุษสูงศักดิ์ที่อยู่ตรงหน้า  ก็บังเอิญได้สบสายตากับจวิ้นอ๋องที่มองนางอยู่ก่อนแล้ว 


              อย่างไรกันล่ะ...เหตุใดนางจึงรู้สึกว่าเจ้าของนัยน์ตาคมกริบคู่นั้น  ดูไม่น่าไว้ใจขึ้นมาเสียดื้อๆ หากตานางไม่ได้ฝาดเหมือนจะเห็นคนตรงหน้านั้นแอบยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยที่มุมปากด้วย ก่อนที่จะมลายหายไป

 


              ทว่าผู้อื่นจะสังเกตุเห็นหรือไม่นั้นนางก็มิอาจรู้ได้  เพราะหนวดเครานั้นก็บดบังอยู่ไม่น้อย  แต่คนที่กำลังปะทะสายตากันอยู่อย่างเงียบๆ อย่างนางนั้นทันได้เห็นแน่นอน

 


              " เสนาบดีจาง  จางฮูหยิน  เปิ่นหวางมาใคร่ครวญอีกที  คำนึงถึงเหตุและผลแล้วนั้น  แม้จะมิอยากเอาความใด  หากแต่บาดแผลนั้นก็ได้ปรากฏอยู่ที่หน้าผากของเปิ่นหวางเด่นชัด  อีกทั้งวันพรุ่งเปิ่นหวางต้องเข้าเฝ้าฝ่าบาทเสียด้วย  บาดแผลนี้ย่อมเป็นที่สังเกตุเห็นได้ง่ายนัก  ไม่แน่ว่าอาจจะทรงตรัสถามเปิ่นหวางถึงที่มาของบาดแผลก็เป็นได้  ซึ่งก็คงต้องทูลตอบฝ่าบาทไปตามตรงมิอาจปิดบังเบื้องสูงได้ แล้วท่านทราบใช่หรือไม่ว่าโทษทำร้ายเชื้อพระวงศ์นั้นมีโทษสถานใด "

 


              มู่หรงหย่งหมิง เริ่มเปิดประเด็นขึ้นมาอีกครั้งตามแผนการในใจที่เพิ่งคิดขึ้นมาได้เมื่อครู่นี้เอง  พลางวางสีหน้าลำบากใจอยู่ไม่น้อย  ซึ่งก็ได้ผลเมื่อนำพระบิดาของเขาเข้ามามีเอี่ยวในเรื่องนี้ด้วย  เสนาบดีจางและฮูหยิน รวมถึงสตรีนางนั้นที่แอบปะทะสายตากับเขาอยู่ในที  บัดนี้หน้าเสียไปกว่าเมื่อครู่อยู่มาก

 


              จางฮุ่ยหรานหันไปมองผู้เป็นนายอย่างนึกฉงนใจอยู่ไม่น้อย  อย่างจวิ้นอ๋องน่ะหรือไม่กล้าปิดบังฝ่าบาท  เท่าที่รู้จักกันมาผู้เป็นนายของเขาไม่ใช่คนที่เคร่งครัดอะไรเพียงนั้น  เรื่องนี้จะบอกปัดไปว่าบาดแผลนั้นเกิดจากการต่อสู้กับกบฏก็ย่อมได้ผู้ใดจะไปรู้  ซึ่งคราแรกเขาก็เดาไว้ว่าอย่างนั้น  

 


              หากแต่จวิ้นอ๋องกล่าวมาเช่นนี้  คงมีแผนการบางอย่างเป็นแน่  แต่มันคืออะไรล่ะ!!  เหลือบไปมองน้องสาวที่ไม่ได้เจอกันอยู่นานหลายเดือน  นับจากวันที่เขาช่วยนางจากการพยายามฆ่าตัวตายในวันนั้น  ก็เพิ่งจะได้กลับมาพบกันอีกครั้งในวันนี้ 

 


              เพราะหลังจากวันนั้นไม่กี่วัน เขาก็ต้องติดตามจวิ้นอ๋องไปปราบกบฏที่ชายแดนอยู่นาน  กลับมาครั้งนี้เห็นนางเปลี่ยนแปลงไปมากมาย  ก็ให้ประหลาดใจนักราวกับมิใช่จางซูหนี่ว์ผู้อ่อนแอและขี้อายคนเดิม  

 


             ดูอย่างตอนนี้เถิด...เห็นนางคิ้วขมวดสายตาเขม็งมองจวิ้นอ๋องอย่างข้องใจ แม้จะยังสำรวมกิริยาอาการ  หากแต่ก็เปลี่ยนไปจากน้องสาวคนเดิมอยู่มาก 

 


              เพราะหากเป็นเมื่อก่อนป่านนี้คงน้ำตาปริ่ม ตกใจจนอาจเป็นลมไปแล้วก็ได้  แต่ขณะนี้นางเป็นเช่นนี้ก็ดีเข้มแข็งขึ้นมาก  ซึ่งคิดถึงตอนนี้ก็ไม่อาจล่วงรู้ความในใจของจวิ้นอ๋องว่ามีแผนใด  จึงกล่าวกับบิดามารดาเขาเช่นนั้น  หากแต่ผู้รับผลคงไม่แคล้วน้องสาวของเขาเป็นแน่....

 


              "  ขอจวิ้นอ๋องทรงเมตตาช่วยเหลือสกุลจางสักครั้งเถิดพ่ะย่ะค่ะ "

 


              เสนาบดีจางรีบทูลขอร้องจวิ้นอ๋องทันที 

 


              " มิต้องกังวลไป เปิ่นหวางจะทูลฝ่าบาทตามความเป็นจริง และทูลด้วยว่ามันเป็นอุบัติเหตุ  ส่วนเรื่องทำร้ายร่างกายเปิ่นหวางนั้น....อืมมม "

 


              มู่หรงหย่งหมิงทำท่าคิดอยู่ชั่วครู่  เมื่อเห็นทุกคนรอฟังเขาอยู่จึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการอยู่พอสมควร

 


               " เพื่อไม่ให้ผู้อื่นต่อว่าสกุลจางเอาได้  เอาเป็นว่าที่ท่านเสนาบดีกล่าวว่าติดหนี้บุญคุณเปิ่นหวางนั้น  มิสู้ให้คุณหนูจางมาคอยดูแลเปิ่นหวางจนกว่าจะหายดี ย่อมดีกว่าหรือไม่ "

 


              " หาาา  เอ่อ...จวิ้นอ๋องรับสั่งว่าอย่างไรนะเพคะ "

 


              จางซูหนี่ว์เผลออุทาน หากแต่เมื่อนึกขึ้นได้ก็รีบสำรวมกิริยาอาการ  และเอ่ยถามบุรุษสูงศักดิ์ตรงหน้านั้นอีกครั้ง  ลางทีนางอาจจะหูเฝื่อนไปเองก็ได้  เนื่องจากได้ยินว่าให้นางไปคอยดูแลบุรุษตรงหน้า  ก็ไหนบอกว่าจะไม่เอาเรื่อง แล้วจะต้องคอยดูแลทำไมกัน แผลก็ใช่ว่าจะหนักหนาประมาณว่าต้องนอนติดเตียงหยอดน้ำข้าวต้มเสียเมื่อไร

 

 

              " เปิ่นหวางกล่าวว่า ติดหนี้บุญคุณ  มิสู้คุณหนูจางมาคอยดูแลเปิ่นหวางจนกว่าจะหายดี ย่อมดีกว่าหรือไม่  สกุลจางก็จะได้ไม่ติดหนี้บุญคุณเปิ่นหวาง และก็จะได้หลบเลี่ยงโทษจากการทำร้ายเชื้อพระวงศ์ด้วย ถึงมันจะเป็นอุบัติเหตุก็เถิด  หากเปิ่นหวางทูลฝ่าบาทว่ามีคุณหนูจางมาคอยดูแลเปิ่นหวาง   ก็เท่ากับเป็นการแสดงเจตนาอันบริสุทธิ์ว่าสกุลจางไม่ได้คิดร้ายอะไรกับเชื้อพระวงศ์  ฝ่าบาทคงเข้าใจและไม่ทรงกริ้วอันใด  เอ...หรือว่าคุณหนูจางมีปัญหาอันใดหรือ  "

 


              มู่หรงหย่งหมิงเอ่ยทวนประโยค และเพิ่มเหตุผลไปดักทางออกของอีกฝ่ายทันที  ดูนางแล้วไม่ใช่คนยอมคนสักเท่าใดแต่ก็ยังรักษามารยาท  เมื่ออยู่ต่อหน้าเชื้อพระวงศ์  แบบนี้สิดี...

 


จากนั้นจึงเลิกคิ้วถามนางไปในประโยคสุดท้าย ดูสิว่าเอาฝ่าบาทมาอ้างแล้วนางจะตอบว่าอย่างไร

 


              จางซูหนี่ว์มองภาพบุรุษหน้าโหดผู้นี้เลิกคิ้วถาม  แล้วให้รู้สึกหมั่นไส้อย่างไรบอกไปถูก  ดูเถิดสายตากดดันนางเพียงนั้น เอาฮ่องเต้มาอ้างเพียงนี้  แล้วจะให้นางตอบว่าอย่างไรได้...

 


              "  ไม่มีปัญหาใดเพคะ  หม่อมฉันผิดที่พลั้งมือทำร้ายจวิ้นอ๋อง  เพียงไม่ถือสาหาความใดกับหม่อมฉัน ก็นับเป็นว่าพระกรุณายิ่งแล้ว  หากแต่หม่อมฉันขอทูลก่อนว่า..ซูหนี่ว์ผู้นี้ร่างกายไม่ได้แข็งแรงเช่นผู้อื่น  เกรงว่าจะเป็นภาระให้  มากกว่าจะเป็นผู้ดูแลจวิ้นอ๋องเพคะ "

 


              นางก็ต้องตอบเช่นนี้อยู่แล้ว  คงมิอาจเป็นคำตอบอื่นได้  แต่ไม่ว่าอย่างไรนางก็ยังรู้สึกแปลกๆ กับรอยยิ้มเมื่อสักครู่ของจวิ้นอ๋องผู้นี้อยู่ดี  ความรู้สึกของนางมันบอกนางอย่างนั้น

 


              "  โปรดวางใจเถิด  เปิ่นหวางมิได้ใจร้ายให้คุณหนูจางไปแบกหามเสียเมื่อไร  เพียงให้ช่วยงานในตำหนักเล็กๆน้อยๆพอเป็นพิธีเท่านั้น สักเจ็ดวันก็คงเพียงพอแล้วกระมัง "

 


              มู่หรงหย่งหมิง  เอ่ยพลางส่งยิ้มปลอบใจไปให้นาง ดั่งว่าไม่รู้ความนัยว่านางนั้นกำลังหาทางบ่ายเบี่ยงเขาอยู่

 


หลังจากที่จวิ้นอ๋องนั้นเสด็จกลับไปแล้ว  จางซูหนี่ว์จึงมีโอกาสเลียบเคียงถามเรื่องบุรุษผู้หน้าโหดผู้นั้นจากมารดาของนางอย่างคร่าวๆ  ต้องไปอยู่กับเขาตั้งเจ็ดวันเชียวนะ  ไม่รู้ว่าคนผู้นั้นคิดสิ่งใดอยู่ในใจบ้าง ด้วยนางเกิดความรู้สึกสังหรณ์ใจกับสีหน้าและรอยยิ้มแปลกๆนั่นไม่น้อย

 


              " ท่านแม่เจ้าคะ  ท่านแม่ช่วยเล่าเรื่องของจวิ้นอ๋องให้ลูกฟังบ้างได้หรือไม่เจ้าคะ "



              หญิงสาวเอ่ยอย่างออดอ้อน สวมบทบาทบุตรสาวผู้น่ารัก ขี้อ้อน ใส่ผู้เป็นมารดาทันที เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง  ที่ถามเพราะในจวนนี้คงไม่มีใครรู้เรื่องของท่านอ๋องผู้นี้ดีไปกว่ามารดาของนางแล้ว  เรียกได้ว่าขลุกวงในก็คงได้กระมัง 

 


              ยกเว้นพี่ใหญ่เอาไว้หนึ่งคนก็แล้วกัน  นั่นเขาเป็นสหายสนิทและเป็นเจ้านายลูกน้องกันโดยตรง  ให้นางถามไปก็คงไม่ได้ความเท่าใด  เพราะพี่ใหญ่ของนางนั้นต่างจากพี่รองก็ตรงไม่ค่อยพูดนี่ล่ะ  ยิ่งเป็นเรื่องของผู้เป็นนายก็คงไม่อยากเล่ากึ่งนินทาให้นางฟังเท่าไรนักหรอก  

 


              ส่วนพี่รองนั้นดูแลกิจการการค้า  เรื่องการเจรจาต่างๆนั้นคล่องกว่าพี่ใหญ่อยู่มาก  ซึ่งความเป็นจริงนางก็สนิทสนมกับพี่รองมากกว่าพี่ใหญ่อีกด้วย

 


              " เรื่องของจวิ้นอ๋องเหตุใดจึงอยากรู้ขึ้นมาล่ะ "

               


              จางฮูหยิน เอ่ยถามบุตรสาวยิ้มๆ ความจริงแล้วนางออกจะยินดีอยู่ไม่น้อย  ที่จางซูหนี่ว์มีโอกาสได้ทดแทนคุณผู้มีพระคุณที่ได้ช่วยชีวิตนั้นนับว่าประเสริฐนัก 

 


              " ท่านแม่..หนี่ว์เอ๋อร์ต้องไปดูแลจวิ้นอ๋องตั้งเจ็ดวันเชียวนะเจ้าคะ  ก็เลยอยากจะรู้ว่านิสัยใจคอจวิ้นอ๋องเป็นอย่างไร  จะได้ทำตัวถูก  ไม่ไปทำอะไรให้จวิ้นอ๋องไม่พอใจอย่างไรเล่าเจ้าคะ ท่านแม่ดูเอาเถิด...หนวดเคราเขียวครึ้ม ดุหรือไม่ก็ไม่รู้ "

 


              หญิงสาวค่อยๆตะล่อมๆถามมารดา  อย่างน้อยนางต้องไปรับใช้อ๋องหน้าหนวดนั่น  นางก็ต้องรู้ข้อมูลเสียบ้าง  หากไปทำอะไรไม่พอใจขึ้นมาไม่ฆ่านางหมกตำหนักหรอกหรือ  

 


              ก็คิดไปเรื่อยเปื่อยความจริงแล้วเรียกว่านางอยากรู้อยากเห็นเสียมากกว่า  พูดให้ดีก็คือหาความรู้ประดับสมองนั่นแล....

 


              " อืมมม  หากตอนนี้ไปถามผู้อื่นเรื่องของจวิ้นอ๋อง  หลายคนก็คงบอกว่าทรงดุและเด็ดขาด ใครทำอะไรขัดพระทัยเป็นได้เจอดี  พวกขุนนางหลายคนไม่ค่อยชอบจวิ้นอ๋องเท่าไรนักหรอก  เพราะเป็นคนตรงไม่ชอบคนสอพลอ เพราะทรงไปขัดผลประโยชน์อะไรหลายๆอย่าง แต่เพราะเป็นพระราชโอรสที่ฝ่าบาททรงโปรดมาก  ทั้งจวิ้นอ๋องยังสร้างผลงานเอาไว้เยอะอยู่พอสมควร  โดยเฉพาะปราบขุนนางกังฉิน และปราบพวกกบฏที่มีอยู่เป็นระยะๆในแถบชายแดน จึงทำอะไรจวิ้นอ๋องไม่ได้ "

 


              จางฮูหยินเริ่มเล่าเรื่องของบุรุษสูงศักดิ์ผู้นั้นให้ฟังตามที่บุตรสาวต้องการ

 


              " ท่านแม่บอกว่าหากไปถามผู้อื่น...แสดงว่าท่านแม่ไม่ได้คิดเช่นที่ผู้อื่นคิดหรอกหรือเจ้าคะ "

 


              " ไม่หรอก...แม่เห็นจวิ้นอ๋องตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์บ่อย  เมื่อเข้าเฝ้าเฟิ่งหวงกุ้ยเฟย ทรงร่าเริงและมีน้ำพระทัยดีกับคนรอบข้างเสมอ เมื่อครั้งเจริญพระชนม์ก็ยังได้พบพระพักตร์อยู่บ้าง แต่ก็นานๆครั้ง ซึ่งแม่ก็ว่าจวิ้นอ๋องไม่ได้ทรงดุอะไรเลย  หากแต่เมื่อเกิดเรื่องคราวนั้นก็ทรงเงียบขรึมไปมาก "

 


              จางฮูหยินเสียงแผ่วลงในประโยคสุดท้าย  เมื่อนึกถึงเรื่องที่ไม่ควรพูดออกมา  ด้วยว่าเป็นเรื่องที่ก็มีคนรู้อยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้น....

 


              " เรื่องที่เกิดขึ้น เรื่องอะไรหรือเจ้าคะ "

 


              จะบอกว่านางหูดีไปสักหน่อยก็คงใช่ เพราะประโยคสุดท้าย  แม้มารดาของนางจะพูดเสียงแผ่วเบาลงไป  หากแต่นางก็ได้ยินอยู่ดี

 


              จางฮูหยินเหล่มองบุตรสาวที่บัดนี้ขยับเข้ามาเคลียคลอไม่ห่าง  อ้อนเช่นนี้ทุกที  ระยะหลังนางว่าบุตรสาวของนางนั้นดูน่ารักมากขึ้น  รู้จักประจบประแจง ช่างพูด ซึ่งนางก็ใจอ่อนให้เสียทุกครั้งไป

 


              " เจ้าสัญญากับแม่ได้หรือไม่ ว่าจะไม่เผลอไปพูดเรื่องนี้ให้ใครฟัง "

 


              " หนี่ว์เอ๋อร์ สัญญาเจ้าค่ะ "

 


             นางรีบรับคำทันที...

 


             " เจ้าจำที่จวิ้นอ๋องกล่าวกับแม่เมื่อตอนกลางวันได้หรือไม่ ว่าระยะหลังจวิ้นอ๋องไม่ค่อยได้ประทับอยู่ในวังหลวงสักเท่าใด "

 


              " จำได้เจ้าค่ะ...ด้วยว่าต้องออกไปปราบกบฏอยู่เรื่อยๆใช่หรือไม่ "

 

 

               " แม่ทัพนายกองมีออกเยอะแยะ ไม่จำเป็นต้องเป็นจวิ้นอ๋องที่ต้องเป็นแม่ทัพออกไปปราบกบฏหรอกนะ ถ้าไม่ใช่ศึกใหญ่ๆน่ะ "

 


             " อ้าว...แล้วเพราะเหตุใดล่ะเจ้าคะ "

 


             " เพราะสี่ปีก่อนนั้นมีเรื่องระหว่างองค์ไท่จื่อ กับ จวิ้นอ๋อง นั้นหมางใจกันน่ะสิ "

 


              " หืมมม...หมางใจกันเลยหรือเจ้าคะ "

 


นางมีสีหน้าแปลกใจอยู่ไม่น้อย เรื่องใดกันนะที่ทำให้จวิ้นอ๋องหน้าหนวดกับองค์ไท่จื่อหมางใจกัน

 


               " จะว่าไปแล้วมันก็ไม่ถึงเพียงนั้นหรอก  แต่ก็ทำให้ทั้งสองนั้นไม่สนิทสนมกันเหมือนดังแต่ก่อนก็เท่านั้น "

 


              " เรื่องอะไรหรือเจ้าคะท่านแม่ "

 


               " เรื่องของไท่จื่อเฟย "

 


     จางฮูหยินเอ่ยให้บุตรสาวรับรู้

 


               " ไท่จื่อเฟย ทำไมหรือเจ้าคะ "

 


              " ก็ก่อนที่จะมาเป็นพระชายาเอกขององค์ไท่จื่อ  ไท่จื่อเฟยเคยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับจวิ้นอ๋องมาก่อนน่ะสิ  แต่คนวงในนั้นบอกแม่ว่าเพราะสกุลเจิ้งมีอำนาจอยู่ไม่น้อย ฮองเฮาจึงได้หมายตาพระนางให้มาเป็นพระชายาเอกขององค์ไท่จื่อ "

 


              " อ้าวว...แล้วพระนางก็เลือกแต่งกับองค์ไท่จื่อหรือเจ้าคะ  ไหนว่ารักอยู่กับจวิ้นอ๋อง "

 


             " รักหยั่งลึกเพียงใดนั้น แม่ก็ไม่รู้หรอก รู้เพียงแต่ว่าพระนางเลือกตำแหน่งไท่จื่อเฟย  และละทิ้งตำแหน่งจวิ้นหวางเฟย "

 

 

              " อ้อ...ก็คงมองการณ์ไกล หากเมื่อใดที่องค์ไท่จื่อขึ้นครองราชย์แล้วไซร้  ตำแหน่งฮองเฮาก็คงไม่หลุดมือไปไหนเสีย "

 


จางซูหนี่ว์วิเคราะห์ออกมา เรื่องนี้คิดไม่ยากเลย ตำแหน่งนั้นก็ต่างกันอย่างเห็นชัด ทั้งอนาคตหากเป็นไท่จื่อเฟย ลำดับต่อไปก็ต้องขึ้นเป็นฮองเฮาของแคว้นอย่างแน่นอน  แต่กระนั้นคนเราถ้ามีความรักลึกซึ้งต่อกันแต่แรกแล้ว  เรื่องตำแหน่งใดๆก็คงมิอาจสั่นคลอนความรู้สึกได้

 


 เว้นเสียแต่ว่าความรักที่ไท่จื่อเฟยมีให้จวิ้นอ๋องในตอนนั้น มันจะมีไม่มากพอ  ความเห็นแก่ตัวและหลงไปกับอำนาจที่มาเยือนตรงหน้า จึงมีมากกว่า  หากเป็นเช่นนั้นถ้าไท่จื่อเฟยจะเลือกแต่งกับองค์ไท่จื่อก็คงไม่แปลก

 


              " แม่ก็ว่าอย่างนั้น...แต่เหตุการณ์นั้นก็ทำให้จวิ้นอ๋องเงียบขรึมลงไปมากทีเดียว  นับแต่นั้นก็ไม่ค่อยประทับอยู่ในวังหลวงเท่าไร  มีเหตุกบฏหรือเรื่องอะไรนอกเมืองหลวงทรงรับอาสาเป็นผู้นำตลอด  บางครั้งไม่เข้าวังหลวงเกือบครึ่งปีเชียวนะ "

 


             จางฮูหยินเอ่ยเล่าให้ผู้เป็นบุตรสาวได้ฟัง ซึ่งคนวงในนั้นก็เล่าให้นางฟังมาอีกทีหนึ่งเช่นกัน

 


             โถ...จวิ้นอ๋องหน้าหนวดช่างอาภัพรักยิ่งนัก  ที่ปล่อยเนื้อปล่อยตัวหนวดเคราไม่โกนประหนึ่งโจรป่าจนแยกไม่ออก  ก็เพราะประชดรักนี่เองสินะ  ออกจากวังหลวงไปอยู่เสียไกลก็เพราะช้ำรัก  ทำใจไม่ได้ล่ะสิ ที่คนรักเลือกแต่งกับพี่ชายตัวเอง เศร้าจริง....

 


             จางซูหนี่ว์ถอนหายใจออกมาเพียงเล็กน้อยเมื่อรับฟังเรื่องของจวิ้นอ๋อง  นี่ล่ะนะทำให้เธอไม่อยากที่จะมีความรัก ที่ใดมีรัก..ที่นั่นมีทุกข์

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.616K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,484 ความคิดเห็น

  1. #6443 1988yongsi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 21:21
    โถวววพี่หนวดผู้อาภัพรัก
    #6,443
    0
  2. #5956 pemipond (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 13:30

    ทำไมต้องว่าพระเอกชั้นหน้าหนวด หล่อน

    #5,956
    0
  3. #5932 numayza555 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 08:45
    ชะตาคล้ายๆกัน เลยผูกใยรักด้วยกัน
    #5,932
    0
  4. #5896 MHEEPQ12 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 16:56
    จิ้นหน้าพระเอกไม่ออกจีจี555
    #5,896
    0
  5. #5849 Sistel2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 01:47

    ปาลินก็ไปปลอบใจจวิ้นอ๋องหน่อยสิ

    #5,849
    1
    • #5849-1 0899888959(จากตอนที่ 8)
      3 พฤษภาคม 2561 / 00:51
      ก่อนจะปลอบใจ ให้ลินช่วยโกนหนวดก๊อนนนน รับไม่ได้≧∇≦
      #5849-1
  6. #5502 poolza1995 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 12:23
    สนุกมากค่ะ
    #5,502
    0
  7. #5402 hellominky9549 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 10:46
    ให้น้องไปปลอบใจ อิอิ
    #5,402
    0
  8. #5350 มูมู (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 23:40
    พี่หนวดเรา จะให้น้องไปทำอะไร
    #5,350
    0
  9. #5099 KrisWu เฮียอู๋สุดหล่อ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 00:04
    อยากเห็นหน้าพระเอกกก จิ้นไม่ออก ขอร฿ปประกอบด่วน
    #5,099
    0
  10. #5087 4447 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 20:43
    ตลกกก เติมคำว่าหน้าหนวดต่อท้ายด้วย55
    #5,087
    1
    • #5087-1 เถียนเถียน / A.C.E(จากตอนที่ 8)
      5 มกราคม 2561 / 20:54
      หนวดครึ้มขนาดนั้นอ่ะเนอะ 555
      #5087-1
  11. #4770 Mikwaemz (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 14:20
    หนวดยาวเขียวครึ้ม อืม ไมนึกถึงดัมเบิ้ลดอในแฮรรี่พอตเตอร์
    #4,770
    1
  12. #4655 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 16:06
    เอาน้องไปดูแลกรืออะไรนะท่านอ๋อง
    #4,655
    0
  13. #4228 saro116 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 21:27
    อิพ่อแกต้องการอะไร
    #4,228
    0
  14. #3875 150221 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 21:59
    มาแผนสูง ขำท่านอ๋องหนักมากคะไรท์
    #3,875
    0
  15. #3811 รินหัวใจใส่ลาเต้ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 13:42
    อ้าวท่านเคราดก ท่านโดนผู้หญิงทิ้งไปหาตำแหน่งที่สูงกว่าหรอ แค่นี้เองต้องปล่อยตัวด้วย
    #3,811
    0
  16. #3785 goldpaddy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 02:11
    วงวารท่านหนวด
    #3,785
    0
  17. #3502 ๏เต้าหู้ขาว๏ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 17:27
    อ่อ...อาภัพเหมือนกันเลยจับคู่กัน
    #3,502
    0
  18. #3491 วายุจัง (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 13:04
    จะใช่หรอ
    #3,491
    0
  19. #3218 iooc1135/vp2008/lan996 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 07:21
    นางเอกถ้าท่าจะได้คู่
    #3,218
    0
  20. #3137 K-NaThan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 23:52
    แต่น่าสงสารกว่าคือคนที่ไม่เคยมีรักค่ะ5555 ไม่รู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดและไม่รู้สึกอะไรกับใครเลยเช่นกัน...แต่แบบนี้ก็ดีนะ เราชอบสงบๆเรียบๆแบบนี้อะ555 ถ้ามีแฟนคงต้องเอาอกเอาใจแฟนนับวันครบรอบ...ดูยุ่งยากจิมๆ
    #3,137
    0
  21. #2935 veraya2099 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 10:02
    ชะตาเดียวกันกับนางเอก โดนหักหลังจากคนรัก สองคนนี้ต้องคู่กันชัวร์
    #2,935
    1
  22. #2410 อาวุธไร้ตา (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 22:29
    สองคนนี้ควรจูงมือกันไประบายกับพี่อ้อยพี่ฉอด...
    #2,410
    1
  23. #2328 ยัยปีโป้ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 04:11
    โถ่เอ๋ย หนังชีวิตดูคล้ายๆกันเนาะ ว่างๆชวนท่านอ๋องไปดื่มหน่อยเป็นไง 555
    #2,328
    0
  24. #2315 ผู้มีปีก (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 22:14
    บางประโยคผมว่าไม่ควรใช้ซำๆ อย่างคำว่าโทษทำร้ายเชื้อพระวงศ์ เปลี่ยนเป็น แสดงเจตนาบริสุทธิ์ของตระกูลจาง ไม่ได้คิดร้ายกับเปิ่นหวาง จะเข้ากว่าแนะนำคราบ
    #2,315
    1
    • #2315-1 เถียนเถียน / ลักษมณ์(จากตอนที่ 8)
      17 พฤศจิกายน 2560 / 10:38
      ไรต์จะรวบรวมข้อคิดเห็นและทำการรีไรท์ในภายหลังนะคะ ขอบคุณค่ะ ^^
      #2315-1
  25. #2185 oum101 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 17:27
    เกลียด.... อกหักก็อกหักสิใครสน สู้ๆค่ะไรต์ ชอบนางเอกมาก
    #2,185
    0