ชายาอ๋องกระดูกเหล็ก (สนพ.สถาพรบุ๊คส์)

ตอนที่ 5 : น้ำบ่อไม่ยุ่งกับน้ำคลอง (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 117,783
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,860 ครั้ง
    10 ม.ค. 62


 

 " หนี่ว์เอ๋อร์ไหว้พระเสร็จแล้ว เดี๋ยวเจ้าตามแม่มาทางนี้นะ "

 


หญิงสาวมองตามร่างของมารดาที่เดินนำนางไปยังทิศทางหนึ่ง  เมื่อเดินตามไปแล้วจึงได้รู้ว่ามารดานั้นรออยู่ภายในวิหารเล็กๆหลังหนึ่ง  ภายในนั้นมีรูปปั้นเทพเจ้าองค์หนึ่งลักษณะเป็นชายชราถือถุงย่าม  ซึ่งนางคุ้นตาเป็นอย่างมากดั่งว่าเคยเห็นผ่านตามาบ้าง  เมื่อไล่เรียงความทรงจำแล้วจึงนึกขึ้นได้ว่าที่เห็นตรงหน้านั้นคือ  รูปปั้นของผู้เฒ่าจันทรา....

 


ย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่นางยังอยู่ในโลกที่จากมา  หลังจากที่ได้รับเลือกให้เล่นภาพยนต์เรื่องล่าสุดในการถ่ายทำนั้นห้าสิบเปอร์เซ็นถ่ายทำที่เมืองจีน  ก่อนการเปิดกล้องนั้น  นางได้มีโอกาสเรียนการร่ายรำในแบบฉบับของเมืองจีน  เพราะต้องใช้ประกอบการแสดงเนื่องจากว่าบทบาทของนางนั้นเป็นสายลับหญิงชาวไทย  ที่แฝงตัวเข้าไปอยู่ในคณะนางโชว์ที่มีชื่อเสียงของเมืองจีน  

 


จำเป็นที่จะต้องมีทักษะในการขับร้อง เล่นดนตรี และร่ายรำในแบบของจีนติดตัวอยู่บ้าง  เพื่อง่ายต่อการแสดง รวมทั้งเข้าถึงบทบาทที่ได้รับ  นางจึงทุ่มสุดตัวมาซุ่มเรียนการร่ายรำถึงที่เมืองจีนอยู่เป็นเวลาแรมเดือนทีเดียว  โชคดีที่เธอมีพื้นฐานการเต้นบัลเลต์มาตั้งแต่เด็กๆ กล้ามเนื้อในส่วนต่างๆจึงยืดหยุ่นและง่ายแก่การฝึกสอนคนที่ไม่มีพื้นฐานใดใดอยู่มากนัก

 


ระหว่างนั้นได้มีโอกาสเข้าไปไหว้พระภายในวัดอันมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของจีน  ทั้งผู้จัดการส่วนตัวยังชักชวนให้นางเข้าไปไหว้เทพเจ้าหยุคโหลว  หรือ ผู้เฒ่าจันทรา  ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเทพเจ้าแห่งความรัก  เป็นผู้ผูกด้ายแดงให้กับคู่รักทั้งหลาย  ด้วยเพราะหวังดีกับเธอหรืออย่างไรก็ไม่ทราบได้  อยากให้นางมีคนรักอย่างใครอื่นเขาบ้าง...

 


ซึ่งปาลินนั้นเพียบพร้อมทั้งฐานะ  การศึกษา  ชาติตระกูล  รูปโฉมงดงาม  ชื่อเสียงนั้นก็มีไม่น้อย  แต่กลับไม่เคยคบใครในฐานะคนรักเลยแม้สักคนเดียว  ใช่ว่าไม่มีผู้ชายเข้ามาข้องแวะ  เพราะด้วยรูปโฉมนั้นเป็นที่สะดุดตาต้องใจผู้ที่ได้พบเห็นอยู่แล้ว  แต่ติดอยู่ที่ตัวนางเองนั้นไม่เคยเปิดใจให้ใครเข้ามาเลยต่างหาก  

 


อาจเป็นเพราะบิดามารดานั้นแยกทางกันตั้งแต่นางยังเด็ก  แม้จะยังเอาใจใส่นางผู้เป็นลูกแต่ลึกๆ นางก็อยากมีครอบครัวที่อบอุ่นอยู่ดี  ไม่ใช่ว่าพ่อแม่หย่าร้างกันแล้วต่างคนต่างแต่งงานใหม่เช่นนี้  นางกลัวการมีชีวิตคู่และเชื่อว่ารักแท้นั้นไม่มีอยู่จริง  จึงไม่ได้ใส่ใจในเรื่องการมีคนรักเท่าใดนัก....

 


หากแต่ครั้งนั้นก็ขัดพี่นุ่มนิ่มผู้จัดการส่วนตัวของนางไม่ได้  ที่คอยคะยั้นคะยอให้ไหว้ขอพรเรื่องความรักอยู่นั่น  หากแต่นางก็ไหว้ไปอย่างนั้น เทพเจ้ามีจริงหรือเปล่าก็ไม่อาจรู้ได้

 


ทั้งเรื่องความรักนั้นหากหวังพึ่งเพียงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้คอยช่วยเหลือ  โดยไม่มีการปรับตัวเข้าหากัน  ศึกษานิสัยใจคอกันแล้วมันจะอยู่กันยืดได้อย่างไร  ไหว้เทพเจ้าขอให้ช่วยเหลือและมีชีวิตรักที่ยืนยาวกระนั้นหรือ  นางไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง....

 


            จากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ลืมเลือนเหตุการณ์นั้นไป  ไม่คิดว่าจะได้กลับมายืนต่อหน้ารูปปั้นเทพเจ้าองค์นี้อีกครั้ง  และดูเหมือนว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันไม่ผิดเพี้ยน....

 


 " แม่อยากให้เจ้าไหว้ขอพรท่านเสียหน่อย  ท่านจะได้เมตตาเจ้าและผูกด้ายแดงให้เจ้ากับเนื้อคู่ของเจ้า  ให้ได้มาพบกันโดยเร็วอย่างไรเล่าหนี่ว์เอ๋อร์ "

 


จางฮูหยินเอ่ยบอกบุตรสาว  ด้วยนางเห็นว่าอายุของจางซูหนี่ว์นั้นถึงวัยที่จะออกเรือนได้แล้ว  หากไม่เกิดเรื่องขึ้น ป่านนี้นางอาจแต่งเข้าไปเป็นคนของสกุลเค่อแล้วก็ได้  หากแต่เกิดเรื่องเช่นนั้นแล้วนางเองก็อยากจะให้บุตรสาวพบคนที่ดีกว่า คนที่รักบุตรสาวของนางด้วยใจจริง  หากบุตรสาวได้ออกเรือนไปกับคนคนๆนั้น  ผู้เป็นมารดาเช่นนางก็คงนอนตายตาหลับเสียที

 


" ท่านแม่เจ้าคะ  ลูกว่าคงไม่ต้องขอพรท่านตอนนี้ก็ได้กระมังเจ้าคะ  ลูกยังไม่พร้อมจะมีใคร  ยังอยากอยู่กับท่านพ่อท่านแม่  และพี่ใหญ่กับพี่รองเช่นนี้ไปเรื่อยๆ "

 


หญิงสาวส่งสายตาอ้อนวอนพลางยิ้มประจบผู้เป็นมารดา  ไม่เข้าใจทำไมคนยุคนี้ถึงกลัวลูกสาวจะขึ้นคานกันเสียจริง  นางสวย นางรวย นางเลือกได้ขนาดนี้ ยังกลัวว่าจะไม่มีผู้ใดมาสู่ขออีกหรือ....  

 


หากแต่ก็เท่านั้น...นางวางแผนเอาไว้แล้วว่าจะไม่แต่งเข้าตระกูลใดทั้งนั้น  ปัญญามีอยู่กับตัวอนาคตคงไม่ถึงกับอดตายกระมัง  ถ้าไม่มีสามีคอยหาเลี้ยง...

 

 

ทว่าพอเห็นสายตาของจางฮูหยินที่ใบหน้าขรึมลงทันที  เมื่อฟังนางกล่าวจบประโยค  ก็ได้แต่ยิ้มแหยส่งไปให้ไหนๆก็ไม่เชื่อเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว  เอ่ยขอพรจากพ่อเฒ่าจันทราเสียหน่อยก็ไม่เห็นเป็นไร  เพื่อความสบายใจของผู้เป็นมารดา  ดีกว่าที่นางต้องมารับกรรมฟังมารดาบ่นทั้งวันน่าจะดี...

 


 " ข้าน้อยจางซูหนี่ว์  นั้นอาภัพต้องทนทุกข์กับรักที่ไม่สมหวังมานาน  จึงขอวิงวอนท่านพ่อเฒ่านั้นเมตตาช่วยดลบันดาลให้ข้าได้พบผู้ที่เป็นเนื้อคู่  ผู้ที่สร้างบุญและบุพเพสันนิวาสแก่กันโดยเร็วด้วยเถิด "

 


หญิงสาวเอ่ยขอพรออกไป  หลังจากที่ได้รับแรงกดดันทางสายตาจากผู้เป็นมารดา  ประโยคที่กล่าวนั้นก็ไม่มีอะไรมาก  ก็เป็นประโยคเดียวกับที่นางเคยกล่าวเอาไว้ในตอนที่ถูกผู้จัดการส่วนตัวคะยั้นคะยอให้ขอพรท่านพ่อเฒ่านั่นเอง... 

 


' หากท่านมีจริง...ก็ขอให้ปาลินคนนี้ได้พบเนื้อคู่เร็วๆเสียทีนะคะ '  

 


ทว่าในตอนนั้นนางเอ่ยออกไปทีเล่นทีจริง  ออกจะไปในทางขำขันด้วยซ้ำ  เอ่ยเอาใจพี่นุ่มนิ่มก็เท่านั้นเอง.....

 


หลังจากที่ทำการไหว้พระขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์เรียบร้อย  ซึ่งนางก็ไม่แน่ใจว่าจุดประสงค์ของมารดานั้น  ต้องการให้นางมาไหว้พระ หรือ ไหว้พ่อเฒ่าจันทรากันแน่  คะยั้นคะยอนางเสียหรือเกิน  ตั้งท่าจะปฏิเสธหน่อยก็เล่นกดดันกันทางสายตาเสียอย่างนั้น  ดุกว่าท่านพ่อก็ท่านแม่นี่ล่ะ...

 


ภายในจวนนั้นเป็นที่รู้กัน  ไม่ว่าท่านเสนาบดีจางจะมากด้วยยศศักดิ์เพียงใด  หากแต่ในจวนสกุลจางนั้น  ผู้ที่กุมอำนาจสิทธิ์ขาดที่แท้จริงนั้น คือ จางฮูหยินต่างหากเล่า  พูดง่ายๆคือท่านพ่อนั้นรักท่านแม่มากนั่นเอง....

 


          " เดี๋ยวเราแวะไปหาพี่รองของเจ้า  ที่หอการค้าเสียหน่อยนะหนี่ว์เอ๋อร์  แม่ไม่ได้เข้าไปดูกิจการของตระกูลเรานานแล้ว "

 


          จางฮูหยินเอ่ยขึ้นกับบุตรสาวขณะอยู่บนรถม้า  ระหว่างเดินทางเข้าไปในเมือง ซึ่งตระกูลจางนั้นมีหอการค้าสกุลจางอยู่ภายในตลาด  เรียกได้ว่าเป็นแหล่งรวมสินค้าคุณภาพดีและหายากหลากหลายอย่างเลยทีเดียว

 


          " เจ้าค่ะท่านแม่  ลูกก็อยากเดินเล่นภายในตลาดเช่นกัน "



หญิงสาวรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย  จะได้เดินซื้อของแก้เบื่อเสียให้หายอยากเลยทีเดียว  ทั้งจะได้รู้ความเป็นอยู่ของคนในยุคนี้มากยิ่งขึ้นด้วย  แต่ใครจะไปคิดว่าจะได้เจอกับคนที่ เอิ่ม.....

 


 " ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอเจ้าที่นี่ เจ้าเอ่อ...เปลี่ยนไปมากจริงๆนะซูหนี่ว์ "

 


 สตรีผู้มีหน้าอกหน้าใจใหญ่เกินตัว  เอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน พลางฉีกยิ้มส่งมาให้อย่างรักษาภาพพจน์  ด้วยคิดว่าตนนั้นเป็นต่อสตรีตรงหน้าอยู่มากโข เพราะคนที่สามีเลือกก็คือนาง

 


แม้จะประหลาดใจอยู่มากที่เห็นการเปลี่ยนแปลงของสหาย  ที่ครั้งหนึ่งนางเคยสนิทสนมด้วย  จางซูหนี่ว์เปลี่ยนไปมากจริงๆ เปลี่ยนจนนางไม่พอใจ....

 


               ระหว่างที่นางขอตัวจากท่านแม่เพื่อออกมาเดินเล่นภายในตลาดกับสาวใช้คนสนิท  ขณะที่กำลังเพลิดเพลินในการเลือกซื้อของอยู่นั้น  อารมณ์ที่เคยรื่นรมย์ก็พลันหยุดชะงัก  ต้นเหตุก็เพราะชายหญิงคู่หนึ่งที่ยืนตรงหน้านาง...

 


ความทรงจำอันเลือนรางของจางซูหนี่ว์คนก่อน  ย้อนกลับเข้ามาให้นางจดจำได้ว่า นี่คงจะเป็นบุรุษจิตใจโลเล เค่อเหยียนเหว่ย และเพื่อนรักขี้อิจฉาผู้นั้น ม่านฉิงเซียง แน่แล้ว...

 


 " ข้าก็ไม่คิดเช่นกัน ว่าจะได้เจอเจ้า  หากรู้ก่อนหน้านั้นข้าคงไม่เดินมาทางนี้เป็นแน่ "

 


จางซูหนี่ว์เหลือบมองทั้งสองเพียงนิด  เค่อเหยียนเหว่ยนั้นรูปงามแต่ติดจะสำอางไปสักนิด  มองแล้วเหมือนคุณชายเจ้าสำราญไปสักหน่อย  แต่ในสายตาของนางนั้นก็แค่หล่อและดูดีเพียงเท่านั้น  ไม่เห็นจะมีสิ่งใดดึงดูดใจให้สตรีสองนางต้องมาแย่งชิงกันเลยจริงๆ  

 


จิตใจก็โลเลเพียงนั้น  ดูจากสายตาที่บุรุษผู้นี้ยืนอึ้งและมองนางนิ่งแทบไม่กระพริบแล้ว  ให้คาดเดาได้ว่าคงกำลังตะลึงในความเปลี่ยนแปลงของจางซูหนี่ว์  อดีตคู่หมั้นสาวแสนจืดชืดและซีดเซียวอยู่กระมัง 

 


 เหตุใดนางจึงรู้น่ะหรือ  ก็สายตาเหล่านี้ปาลินนั้นเจอมาบ่อยครั้งจนชินชาเสียแล้วอย่างไรล่ะ

 


 " หนี่ว์เอ๋อร์ของข้าจริงๆหรือนี่ "

 

 

 แว่วเสียงบุรุษเพียงหนึ่ง เอ่ยพึมพำออกมาดั่งคนละเมอ  สายตามองสตรีตรงหน้าไม่วางตา  มันคงจะดีหากสตรีที่ถูกมองนั้น คือ ฮูหยินที่ยืนอยู่เคียงข้างแต่ทว่าความจริงกลับไม่ใช่  จึงเป็นเหตุให้ม่านฉิงเซียงมองค้อนผู้เป็นสามีอย่างไม่ใคร่จะพอใจนัก

 


" ท่านกล่าวผิดแล้วคุณชายเค่อ  ที่ถูกท่านควรบอกว่า ฉิงเซียงของท่านมากกว่า ไม่ใช่ข้า "

 


จางซูหนี่ว์เอ่ยออกไปด้วยท่าทางนิ่งสงบ  พลางเชิดหน้าสู้สายตาของใครหลายๆคนที่กำลังเมียงมองมาทางคนทั้งสาม  ด้วยชาวเมืองหลายคนนั้นจดจำเค่อเหยียนเหว่ยและม่านฉิงเซียงได้  แต่คงมีน้อยคนที่จะเคยพบจางซูหนี่ว์ตัวจริง  ที่มิใช่จากคำเล่าลือและคำนินทาว่าหม้ายงานแต่ง

 


 และจากการหยุดสนทนากันของคู่กรณีทั้งสองในครานี้  ก็ทำให้หลายคนที่คอยเหลือบมองมาเป็นระยะๆนั้น  อาจจะอยากรับรู้ความเป็นไปอย่างยิ่ง  ด้วยเรื่องของสองตระกูลนั้นก็เป็นที่โจษจันอยู่ไม่น้อยเลยในหมู่คนที่ชอบยุ่งเรื่องของผู้อื่น  หากทว่าในความคิดของใครหลายๆคนขณะนี้นั้น  เกิดคำถามอยู่ภายในใจเช่นกันว่า....

 


ที่คุณชายตระกูลเค่อถอนหมั้นคุณหนูตระกูลจาง ด้วยเหตุผลที่ว่านางอ่อนแอขี้โรค แลงดงามมิสู้คุณหนูตระกูลม่านนั้นจริงหรือ  หากเป็นเช่นนั้น...ก็นับว่าคุณชายตระกูลเค่อผู้นี้ ได้พลาดพลั้งทิ้งสตรีผู้มีรูปโฉมงดงามราวนางเซียนจำแลง  มาเพื่อเลือกอีกสตรีที่งดงามดั่งบุปผา  ซึ่งใต้หล้านี้ก็มีบุปผางามเช่นนางอยู่ไม่น้อย  ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก..

 


                " เจ้ายังโกรธเคืองข้าอยู่หรือหนี่ว์เอ๋อร์  ข้าขอโทษ...ยกโทษให้ข้าได้หรือไม่ "

 


เค่อเหยียนเหว่ย เอ่ยเสียงแผ่ว เขารู้สึกว่าจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวทีเดียว  เมื่อได้พบกับอดีตคู่หมั้นสาวอีกครั้ง  นางเปลี่ยนแปลงไปได้มากมายถึงเพียงนี้เชียวหรือ  ใบหน้าที่ว่างดงามอ่อนหวานแต่ซีดเซียว  บัดนี้สดใสเปล่งปลั่งไปทั้งเนื้อทั้งตัว  รูปร่างที่เคยผ่ายผอมบอบบางน่ากลัวว่าจะปลิวไปตามแรงลม  ตอนนี้ช่างมีน้ำมีนวลอรชรจนไม่อยากละสายตาทีเดียว  ท่วงท่าอิริยาบถต่างๆที่แสดงออกมานั้นสง่างามทว่าดูเป็นธรรมชาติยิ่งนัก

 


หากว่าเทพเซียนมีมนต์สะกดให้มนุษย์หลงใหล  สตรีตรงหน้าคงทำได้ง่ายเพียงแค่สบสายตาผู้อื่นเท่านั้น  เชื่อได้ว่าคงพากันตะลึงงันจนยอมมอบหัวใจเอาไว้แทบเท้านางเลยทีเดียว 

 

 

                อะไรทำให้นางเปลี่ยนแปลงไปได้ถึงเพียงนี้...จากที่ไม่ได้เจอกันเลยตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา  ตั้งแต่เขาไปที่จวนสกุลจาง  เพื่อเอ่ยถอนหมั้นนางในวันนั้น  ก็ยอมรับว่าก็เสียใจอยู่ไม่น้อยที่ต้องทำลายความรู้สึกของสตรีที่แสนดีอย่างคู่หมั้นสาว  เขาเองก็รู้สึกดีกับนางอยู่มากด้วยนางอ่อนโยน  และเพียบพร้อมทั้งฐานะ ชาติตระกูล อีกบิดาของนางก็ถืออำนาจอยู่ไม่น้อยผู้คนนับหน้าถือตา  กล่าวว่าสตรีอย่างจางซูหนี่ว์นั้นหาไม่ง่ายเลย

 


แต่เมื่อเขาได้พานพบกับม่านฉิงเซียงอยู่บ่อยครั้ง  ความช่างพูด  ช่างเอาอกเอาใจของนางก็ทำให้เขาลุ่มหลงนางอย่างมาก  จนอดเปรียบเทียบกับคู่หมั้นของตนไม่ได้  จางซูหนี่ว์นั้นอ่อนโยนเพียบพร้อมแต่ช่างขี้อายและไม่ค่อยพูด อยู่ใกล้แล้วช่างขาดสีสันในชีวิตอย่างบอกไม่ถูก  ต่างจากม่านฉิงเซียงที่แม้งดงามไม่เท่าแต่เสน่ห์ของนางก็ยั่วยวนใจเขาให้ใฝ่หา มากกว่าจางซูหนี่ว์ผู้เป็นคู่หมั้นนัก  

 


จนกระทั่งเขาตัดสินใจได้ว่าอยากจะใช้ชีวิตคู่กับนางมากกว่าจางซูหนี่ว์  หากแต่คู่หมั้นของตนก็ไม่ได้ผิดอะไร  จึงต้องนำเหตุผลอาการป่วยของนางมาเป็นข้ออ้าง  เพื่อยกเลิกการหมั้นหมายในครั้งนั้น  แม้บิดามารดาของเขาจะไม่เห็นด้วย  แต่เขาก็ยืนยันหนักแน่นจนท่านทั้งสองต้องยอมตามใจ 

 


แต่กระนั้นแต่งม่านฉิงเซียงเข้าตระกูลแล้ว  ท่านทั้งสองก็ใช่ว่าจะยอมรับนางด้วยความเต็มใจ  ทุกวันนี้หากไม่อยู่ต่อหน้าคนภายนอก  บิดามารดาของเขาก็แทบจะไม่พูดกับม่านฉิงเซียงเลยด้วยซ้ำ  จนนางเองนั้นมาปรับทุกข์กับเขาอยู่เสมอ  ซึ่งเค่อเหยียนเหว่ยเองก็หนักใจอยู่ไม่น้อย...

 


         " หามิได้...ตอนนี้ข้าไม่ได้คิดโกรธแค้นใดใดกับท่านเลย  รวมทั้งฉิงเซียงด้วย "

 


" เช่นนั้นก็แสดงว่าเจ้าเข้าใจได้แล้วน่ะสิ  ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น เพราะข้ากับท่านพี่รักกันจริงๆ "

 


ม่านฉิงเซียง ถลาเข้ามาจับมือจางซูหนี่ว์อย่างสนิทสนม  นางจงใจเอ่ยเสียงดังและทำให้คนที่เมียงมองดูเหตุการณ์นั้นได้เห็น  จางซูหนี่ว์งดงามขึ้นแล้วอย่างไร  แต่ผู้ที่ได้บุรุษผู้นี้ไป คือนางต่างหาก...

 


เค่อเหยียนเหว่ยนั้นยกย่องนางออกหน้าออกตา  หลายคนที่นินทานางอยู่จะได้เลิกกล่าวเสียทีว่า นางยื้อแย่งคู่หมั้นผู้อื่นมา ต่างพากันไปสงสารจางซูหนี่ว์เสียหมด  ทั้งจะได้เห็นว่าจางซูหนี่ว์เองตอนนี้ก็ไม่ได้อ่อนแอร่ำไห้อย่างน่าสงสารอย่างที่ใครหลายคนคิด

 

 

          จางซูหนี่ว์ปลายตามองที่มือของตัวเองนิ่ง  และเหลือบไปสบสายตากับม่านฉิงเซียง  แม้นางไม่เอ่ยด้วยคำพูด  แต่นางใช้สายตาแสดงให้คนตรงหน้ารู้ได้ทันทีว่า ปล่อย...

 


ม่านฉิงเซียงหน้าเสียไปเล็กน้อย ด้วยคบกันมาเนิ่นนาน ไม่เคยเห็นจางซูหนี่ว์เคยมองผู้ใดด้วยสายตาเช่นนี้มาก่อน  ใบหน้างามนั้นเรียบเฉยไม่บึ้งตึง  แต่ก็ไม่ยิ้มออกจะดูเชิดอยู่ในที

 


ทว่าสายตาที่เหลือบมองที่มือของตนเอง  ซึ่งนางจับมากอบกุมอยู่ในขณะนี้  แล้วเลื่อนสายตามามองนางนิ่ง  สายตาที่ใช้มองนางนั้นดูมีความรู้สึกหลากหลายปะปนอยู่  ทั้งดูแคลน  ขยะแขยง  ดั่งว่านางนั้นต่ำต้อยจนไม่สมควรไปจับต้องกายของจางซูหนี่ว์อย่างไรอย่างนั้น  ม่านฉิงเซียงรู้สึกแบบนั้นจริงๆ  จนตัวเองต้องค่อยๆปล่อยมือที่กุมมือจางซูหนี่ว์ออกมาในที่สุด...

 


 " ไม่ต้องห่วงหรอก  ข้าเข้าใจดี...แต่เรื่องที่ถามว่าข้ายกโทษให้หรือไม่นั้น  ข้าขอถามกลับหน่อยเถิดว่า  ผู้ที่ถูกคู่หมั้นยกเลิกการหมั้นหมาย  แล้วหันไปคว้าสหายของอดีตคู่หมั้นตนเองแต่งเข้าสกุลแทน  ทั้งรู้ทีหลังว่าทั้งสองคนนั้นแอบคบหากันลับหลัง  หนึ่งคือคู่หมั้น  อีกหนึ่งคือสหายที่คบกันมาแต่วัยเยาว์  ร่วมมือกันทรยศความไว้เนื้อเชื่อใจ  แม้จะอ้างว่ารักกันด้วยใจบริสุทธิ์เพียงใด  หากแต่การทำสิ่งใดลับหลังข้า ก็ผิดมโนธรรมอยู่ดี...ช่วยให้คำตอบแก่ข้าหน่อยเถิด ว่าข้าสมควรยกโทษให้ชายหญิงคู่นั้นหรือไม่ "

 


จางซูหนี่ว์ถามทั้งคู่ออกไปด้วยเสียงที่ดังขึ้นกว่าเดิม  ม่านฉิงเซียงตีหน้าซื่อต้องการแสดงความสนิทสนมกับนาง  เพื่อประโยชน์อะไร  เหตุใดนางจะดูไม่ออก...

 


คราแรกก็ว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับชายหญิงคู่นี้แล้ว  หากแต่ทั้งคู่กลับเดินเข้ามาหานางเอง  เห็นแบบนี้แล้วก็นึกเคืองแทนจางซูหนี่ว์  ที่ด่วนตัดสินใจจากไปก่อนวัยอันควรขึ้นมาไม่น้อย 

 


หึ อยู่ดีไม่ว่าดีเดินเข้ามาให้นางกล่าวประจานการกระทำตนเองเสียอย่างนั้น  ซึ่งแน่ใจว่าประโยคเมื่อสักครู่พวกที่คอยเงี่ยหูฟังเรื่องราวของผู้อื่น  คงได้นำกลับไปเป็นหัวข้อสนทนากันในวงกว้างอยู่หลายวันเป็นแน่....

 


 " ข้าขอโทษเจ้าจริงๆ จะให้ข้าทำสิ่งใดเพื่อชดเชยแก่เจ้าได้บ้าง ข้ายินดีทำ "

 


เค่อเหยียนเหว่ยได้แต่เอ่ยคำนี้ออกมาเท่านั้น  ด้วยไม่รู้จะกล่าวสิ่งใดได้ดีกว่าคำนี้จริงๆ  ทั้งเริ่มรับรู้ถึงสายตาคนรอบข้างที่มองเขากับม่านฉิงเซียงด้วยสายตาตำหนิอยู่กลายๆ  บางคนก็ส่ายหน้า  ทั้งเสียงซุบซิบนั้นก็เริ่มมีขึ้นไม่น้อย  ไม่นึกเลยว่าสตรีขี้อาย พูดน้อยแต่เดิมหายไปอยู่ที่ใดแล้ว  เหลือไว้เพียงสตรีที่วาจาคมคาย กล่าวมาแต่ละประโยคเชือดคนได้แบบนิ่มๆ แต่เจ็บปวดไม่น้อยเลยทีเดียว

 


 " ท่านไม่ต้องชดเชยสิ่งใดให้แก่ข้าหรอก  ข้าไม่ต้องการ...ทว่าน้ำบ่อไม่ยุ่งกับน้ำคลอง ฉันใดก็ฉันนั้น  ความสัมพันธ์ของเราทั้งสามก็ขอให้เป็นเช่นนั้นเถิด  ไม่จำเป็นก็อย่าได้ข้องเกี่ยวกันอีกเลย "

 


หญิงสาวเอ่ยความต้องการของตัวเองออกไป  อยู่กับคนพวกนี้บ่อยๆนางคงเสียสุขภาพจิตเป็นแน่  จะให้กล่าวว่าคนอะไรหน้าด้านไร้ยางอายมาขอให้คนเขายกโทษให้  ทั้งที่ทำกับเขาเอาไว้เจ็บปวดเหลือคณา  มันก็จะตรงเกินไป...

 


อย่างน้อยตอนนี้นางก็สวมบทนางเอกในสายตาของคนรอบข้างอยู่  และคงไม่ต้องบอกว่าหากนางเป็นนางเอกแล้วใครกันจะเป็นนางร้าย

 


คนที่อาจจะเริ่มรู้ตัวแล้วว่าถูกมองว่าเป็นนางร้าย  ได้แต่ส่งสายตาแค้นเคืองมาให้นางเป็นระยะ  ไม่กล้าเอ่ยวาจาใดมากนัก  ด้วยอับอายสายตาชาวบ้านที่มองมาอยู่มาก  และอาจจะเริ่มมากขึ้นพอๆกับเสียงซุบซิบนินทาที่เริ่มดังแว่วเข้ามาให้ได้ยินนั่นแหละ

 


 " เจ้าเปลี่ยนไปมากนะซูหนี่ว์  กล้าพูดมากขึ้น  เมื่อก่อนเห็นเรียบร้อยประหยัดถ้อยประหยัดคำ  หรือนั่นไม่ใช่ตัวตนของเจ้ากัน "

 


ม่านฉิงเซียงอดไม่ได้ที่จะเหน็บแนมคนตรงหน้า

 


 "  มีใครบางคนสอนให้ข้าต้องลุกขึ้นมาปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง...แต่ก็นะ  อะไรที่คิดว่าดี ความจริงแล้วอาจจะไม่ได้ดีอย่างที่เห็นก็ได้  ขนาดคนที่คิดว่าเป็นมิตรแท้ ยังหันคมมีดมาแทงข้างหลังกันได้อย่างแสบทรวงเลย  คงเปรียบกับน้ำทะเลที่ไม่อาจตวงวัดได้นั่นล่ะ...รู้หน้าไม่รู้ใจ "

 


ยังไม่จบใช่ไหม  แม่นางบ่ะล่ะฮึ่ม...เหมือนจะฉลาดแต่ก็โง่ให้นางด่าได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่นั่น  นี่นางก็เริ่มจะอายแทนจริงๆล่ะนะ

 

 

ม่านฉิงเซียงได้แต่กำมือแน่นจิกเล็บลงไปบนเนื้อนวลจนรู้สึกเจ็บแสบอยู่ไม่น้อย  แต่ก็สกัดกั้นความโกรธเอาไว้ได้ไม่น้อย  หน้าของนางตอนนี้นั้นชาไปหมดด้วยความอับอายจากคำด่าของจางซูหนี่ว์  จนนางอยากกรีดร้อง และเข้าไปตบตีคนตรงหน้าให้สาแก่ใจนางนัก

 


" ข้าเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีธุระอื่น  อย่างไรแล้วคงต้องขอตัวเสียที "

 


หญิงสาวเอ่ยขึ้นมาหลังจากรู้สึกว่าได้เอาคืนให้สาวน้อยที่โชคร้ายคนนั้นพอสมควรแล้ว  ความจริงนางก็ไม่อยากจะสร้างศัตรูหรอกนะ อยากอยู่ที่นี่อย่างสงบสุขมากกว่า  แต่ก็ไม่วายได้ปะทะคารมกันอยู่ดี 

 


ซึ่งหากคิดอีกมุมก็ถือว่าได้ทำเพื่อจางซูหนี่ว์อยู่เหมือนกัน  คำด่าของนางหากตั้งใจฟังให้ดีนั้น  เพียงต้องการกล่าวให้คนทั้งคู่ได้สำนึกว่าทำอะไรกับใครเอาไว้บ้างก็เท่านั้น  

 


แต่ว่า..เค่อเหยียนเหว่ย และม่านฉิงเซียง จะสำนึกรู้ได้หรือไม่นั้น  นางก็ไม่แน่ใจเช่นกัน

 


 " ไปเถอะเพ่ยเพ่ย " 

 


จางซูหนี่ว์เดินออกมาพร้อมสาวใช้คนสนิท  ไม่หันกลับไปมองคู่สามีภรรยาคู่นั้นอีกเลย...

 


ด่าคนจบแล้วก็เดินเชิดหน้าออกมาสวยๆ แบบนี้  มีใครทำได้อย่างนางบ้างเล่า  คงมีน้อยคนอยู่ล่ะ  เพราะดูจากสายตาเห็นอกเห็นใจและชื่นชมนางจากกลุ่มคนที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่นั้น  เกือบทั้งหมดคงเห็นนางเป็นสาวน้อยที่น่าสงสารผู้ถูกคู่หมั้นและเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดอยู่เป็นแน่  



................................................................................................

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.86K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,484 ความคิดเห็น

  1. #6483 JidaparSarunwong (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 / 20:22
    นึกเยอะไปเบื่อมากจะเทแล้ว
    #6,483
    0
  2. #6473 สายชล อินทร์ไชย (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 21:08
    สนุกค่ะ แต่คำบรรยายเยอะเกินไปหน่อย
    #6,473
    0
  3. #6441 1988yongsi (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 20:38
    เริ่ดดดดดดด!!! มากจร้าาาา
    #6,441
    0
  4. #6387 565118 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 01:41
    เริ่ดที่สุดดดดดดแม้จะปิดไปหลายตอนแต่ก็ยังอยากอ่าน ความสุขของคนอ่านที่ขาดๆหายๆแง้ๆๆๆ
    #6,387
    0
  5. #6345 Nattiya Bursnachaitavee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 10:37
    ขอบคุณมากกคร้าไรท์.
    #6,345
    0
  6. #6236 TigKie_18 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 22:55
    ด่าแบบผู้ดีอ่ะ​
    #6,236
    0
  7. #6206 ดิสตี้โนวา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 04:15
    ฮี่ ฮี่ สวยเริ่ดเชิดหยิ่ง
    #6,206
    0
  8. #5953 pemipond (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 12:55

    เอาที่สบายใจ บุรุษหน้าหนา กับสตรีไร้ยางอาย 55555555555555

    #5,953
    0
  9. #5891 nuhma (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 01:07
    55555555555 โอ้ยสะใจโครตตตตตตต
    #5,891
    0
  10. #5886 Nanthara (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 21:02
    โอ๊ยสะใจเอาใจเราไปเลย สมน้ำหน้า555555555555
    #5,886
    0
  11. #5846 Sistel2 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 01:16

    ชอบบบ ปาลินสู้ ๆ

    #5,846
    0
  12. #5401 hellominky9549 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 10:16
    ปรายตามอง แล้วสะบัดบ๊อบจากมาแบบสวยๆ ค่ะ
    #5,401
    0
  13. #5347 มูมู (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 23:13
    อย่างสวยย สะใจจริงๆ
    #5,347
    0
  14. #5342 Maioctober (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 18:56
    เดินออกมาอย่างสวย
    #5,342
    0
  15. #5096 KrisWu เฮียอู๋สุดหล่อ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 23:38
    สะใจสุดๆ ชอบมาก สโลแกน นางสวย นางรวย นางเลือกได้
    #5,096
    0
  16. #5085 4447 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 20:11
    สะใจสุดๆ
    #5,085
    0
  17. #4920 minixiuminseok (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 02:00
    สะใจต้องอย่างนี้สิ 😏
    #4,920
    0
  18. #4792 FaH SaI (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 21:50
    โดนขนาดนี้ ถ้ายังมาหาเรื่องอีก หน้าคงฉาบคอนกรีตหนามาก
    #4,792
    0
  19. #4652 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 15:36
    ตบมือออออ เก่งมากจ้า
    #4,652
    0
  20. #4484 ang_9potion (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 23:20
    สวยๆเริ่ดๆอย่างนี้ต้องหาใหม่ได้ดีกว่าเดิมอยู่แล้ว ส่วนหญิงร้ายชายเลวคู่นี้ก็ปล่อยเขาไปตามประสาตัวประกอบใช้แล้วทิ้ง
    #4,484
    0
  21. #4210 saro116 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 15:35
    จิกกัดเล็กน้อย มันจะคันยิบๆ5555
    #4,210
    0
  22. #4138 เมมฟิส (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 22:52
    สะใจเล็กๆ
    #4,138
    0
  23. #4133 sadaomi (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 20:07
    สะใจเจ้าค่ะ!!
    #4,133
    0
  24. #3981 BEIBEI (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 23:03
    ขำความจะแซะซูหนี่ว์แต่โดนตอกหน้ากลับ เฮ้ออ ไม่น่าโง่ให้เขาด่าเนอะ
    #3,981
    1
  25. #3870 150221 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 21:38
    แค่นี้ก็เจ็บจนจุกแล้ว สามีนางขอระดับแม่ทัพหรือฮ่องเต้นะไรท์สะใจดี
    #3,870
    1
    • #3870-1 เถียนเถียน / Miss Smiles(จากตอนที่ 5)
      5 ธันวาคม 2560 / 21:42
      ระดับจวิ้นอ๋อง ลูกชายคนโปรดของฮ่องเต้ รั้งตำแหน่งแม่ทัพด้วย ใหญ่พอมั้ยเอ่ย ^^
      #3870-1