ชายาอ๋องกระดูกเหล็ก (สนพ.สถาพรบุ๊คส์)

ตอนที่ 49 : ความผิด ที่เข้าใจผิด (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 57,931
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 805 ครั้ง
    20 เม.ย. 61


       

 " หนี่ว์เอ๋อร์ "

 

 

        มู่หรงหย่งหมิงรีบก้าวไปหาผู้เป็นชายา  เมื่อแลเห็นอาการแปลกๆของนาง  ทั้งถ้อยคำที่เรียกหาเขานั้นสั่นเครือ คล้ายคนที่กำลังตกใจหรือขวัญเสียกับอะไรบางอย่าง

 

 

        " เลือดเต็มไปหมดเลย "

 

 

        นางมองสิ่งที่ติดอยู่บนฟูกนอนสีเปลือกไข่ในตะกร้านั่น  มันถูกชโลมด้วยเลือดสีแดงฉาน  พลันอดใจหายวูบขึ้นมาไม่ได้  พลันนึกขึ้นได้ถึงการหายไปของเจ้ากระต่ายน้อย  ไม่อยากคิดในทางร้าย ทว่าภาพตรงหน้าก็ชี้ชัดให้ความกลัวในใจของนางตอนนี้เด่นชัดขึ้นอย่างมิอาจเลี่ยง

 

 

          " ใครอยู่ด้านนอกบ้าง "

 

 

          สัญชาตญาณบางอย่างทำให้เขาคว้าข้อมือของคนรักรั้งนางมาอยู่ข้างกายในทันที  พลางเรียกทหารที่อยู่ด้านนอกให้เข้ามาภายในห้องเสียงดังลั่น  ทั้งกวาดสายตาไปรอบๆห้องอย่างมองหาสิ่งผิดปกติ  หากแต่ก็ไม่มีสิ่งใดผิดแผกไปจากเดิม 

 

 

ยกเว้นกองเลือดบนฟูกนั่น และการหายไปของเจ้ากระต่ายตัวน้อย  

 

 

          ซึ่งไม่อยากจะคิดเลยว่าในตอนนี้จะมีสภาพเป็นเช่นไรบ้าง  หากแต่เมื่อมองรอยเลือดแล้ว ถ้าเป็นของซือซือจริงก็คงต้องทำใจว่าคงไม่รอดเป็นแน่  มืออีกข้างที่ว่างเปล่าถูกเขากำแน่นอย่างต้องการข่มแรงโทสะ  

 

 

          " เกิดสิ่งใดขึ้นหรือพ่ะย่ะค่ะ "

 

 

          นายทหารคนเดิมกับที่จางซูหนี่ว์วานให้ไปนำชาและขนมมาให้ ทั้งยังช่วยนางถือไปที่ตำหนักทรงอักษรเมื่อครู่  รีบเดินเข้ามารายงานตัวทันทีที่ได้ยินเสียงของผู้เป็นนายทรงเรียกหา พร้อมกับนายทหารที่อยู่เวรยามอีกคน

 

 

          " เจ้าเห็นใครเข้ามาภายในห้องนี้หรือไม่ "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงค่อนข้างดุดันตามแรงอารมณ์ในตอนนี้

 

 

          " ไม่มีผู้ใดเข้ามาภายในนี้เลยพ่ะย่ะค่ะ "

 

 

          " ถ้าไม่มีใครเข้ามาแล้วเจ้ากระต่ายของพระชายาจะหายไปได้อย่างไร  ทั้งรอยเลือดพวกนี้อีกล่ะ "

 

 

          น้ำเสียงนั้นเข้มขึ้นกว่าเดิม  ด้วยพยายามข่มความโกรธภายในจิตใจอย่างยิ่งยวด  นอกจากห่วงเจ้าซือซือแล้ว ก็ยังห่วงความรู้สึกของจางซูหนี่ว์อีกด้วย  นางเลี้ยงมันมาและนางก็รักของนางมาก  อีกทั้งที่นี่คือตำหนักของเขา วังของเขา  ผู้ใดที่มันกล้าทำเช่นนี้ก็เท่ากับว่าต้องการจะลองดี และถือว่าจงใจหยามเกียรติของเขาเช่นกัน

 

 

          " เป็นความผิดของกระหม่อมที่บกพร่องต่อหน้าที่  กระหม่อมยินดีรับโทษพ่ะย่ะค่ะ  แต่กระนั้นกระหม่อมก็ไม่เห็นผู้ใดเข้ามาภายในห้องนี้จริงๆ "

 

 

          นายทหารทั้งสองคนรีบคุกเข่าลงเบื้องหน้าผู้เป็นนาย  พวกเขายินดีรับผิดชอบต่อความผิดทั้งมวลอันเกิดจากการบกพร่องต่อหน้าที่ของตน  

 

 

      " หึ พวกเจ้ายืนเฝ้ายามอยู่ด้านหน้าตำหนัก เกิดเรื่องขึ้นภายในแต่กลับบอกว่าไม่รู้ไม่เห็น  ถ้าหากว่าเมื่อครู่พระชายาอยู่ภายในนี้ และถูกลอบทำร้ายหรือถูกลักพาตัวไป  พวกเจ้าก็คงจะยังไม่รู้ไม่เห็นสิ่งใดสินะ หากนางเป็นอะไรไป โทษประหารพวกเจ้าก็มิอาจทดแทนได้ "

 

 

      น้ำเสียงเข้มนั้นเอ่ยดังขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบจะกลายเป็นตวาด  มู่หรงหย่งหมิงนั้นรู้สึกโกรธขึ้นเป็นทวี  เมื่อทหารตรงหน้ากล่าวแต่เพียงว่าไม่รู้ไม่เห็น 

 

 

       " พระทัยเย็นก่อนเถิดเพคะ "

 

 

        กลายเป็นจางซูหนี่ว์ที่คลายจากความตกใจแล้ว เป็นผู้เอ่ยกับจวิ้นอ๋อง ดูท่าทางทหารทั้งสองคนคงไม่รู้ไม่เห็นจริงๆ

 

 

       แม้ว่านางจะยังคงเป็นห่วงเจ้ากระต่ายน้อยอยู่มากก็ตาม ทว่าเมื่อมองดูสีหน้าของนายทหารตรงหน้าที่ซีดลงทุกที ตรงข้ามกับคนข้างกายนางที่น้ำเสียงเข้มขึ้นทุกขณะ  ก็อดที่จะเข้าไปช่วยพูดไม่ได้  ไม่เช่นนั้นแล้วทั้งคู่อาจจะต้องกระเด็นเข้าไปนอนในคุก หรือไม่ก็ไปประจำการอยู่แถบชายแดนก็เป็นได้

 

 

        มู่หรงหย่งหมิงหันกลับไปมองร่างบางข้างกายแวบหนึ่ง  สายตากร้าวของคนที่กำลังเดือดดาลอยู่นั้น  ก็พลันอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด 

 

 

        " พวกเจ้าจงไปนำคนออกค้นหาคนร้ายให้ทั่ว  ตรวจตราทุกซอกทุกมุมในวังแห่งนี้ให้ละเอียด ไป... "

 

 

        เขาผ่อนลมหายใจออกมาเล็กน้อย  ก่อนหันกลับไปเอ่ยสั่งนายทหารทั้งสองในเวลาต่อมา

 

 

        " พ่ะย่ะค่ะ "

 

 

       เมื่อทหารทั้งสองนายออกไปแล้ว  เขาจึงรั้งร่างสตรีที่ยืนนิ่งอยู่ข้างกาย เข้ามากอดเพื่อต้องการปลอบขวัญนางอย่างนึกสงสาร  ด้วยเห็นใบหน้านางนั้นหมองเศร้า

 

 

       " อย่างไรก็ต้องหาคนที่ทำมารับโทษให้ได้  พี่สัญญา "

 

 

       " แปลกนัก  คนที่ทำต้องการสิ่งใดกัน  ลอบเข้ามายังตำหนักในเช่นนี้  เพื่อทำร้ายกระต่ายเพียงเท่านั้นหรือ  ทั้งยังเล็ดลอดสายตาของทหารยามเข้าไปได้อีก รู้เส้นทางและความเคลื่อนไหวดีเพียงนี้ น่ากลัวว่าจะเป็นคนในนะเพคะ "

 

 

        นางเอ่ยขึ้นมาอย่างนึกสงสัยระคนแปลกใจ  พลางนึกถึงใครคนหนึ่งขึ้นมาได้  หากแต่ยังไม่อยากกล่าวหาทั้งที่ยังไม่มีหลักฐานใด  และสมมติว่าคนผู้นั้นจะกระทำจริงๆ แน่นอนว่าเรื่องนี้ย่อมต้องมีผู้บงการเป็นแน่ ถึงตรงนี้ก็คงเดาต่อไม่ยากเลยว่าคือผู้ใด

 

 

         ถ้าใช่อย่างที่นางคิดก็ถือว่าเด็กสาวผู้นั้นใจคอโหดร้ายอยู่มากทีเดียว  ที่ผ่านมานางแสร้งหลับตาข้าง ลืมตาข้าง ไม่ใส่ใจกับอาการปั้นปึ่งกระฟัดกระเฟียดนั่น  แต่ครั้งนี้นางถือว่าเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจมาก ไม่ชอบนางแต่ไปลงกับซือซือที่ไม่รู้อะไรด้วย  ทั้งยังเป็นเพียงสัตว์เลี้ยงเท่านั้น  ช่างก่อบาปสร้างกรรมเหลือเกิน

 

 

        มู่หรงหย่งหมิงนั้นนิ่งไป มิได้กล่าวสิ่งใดออกมา มีเพียงสายตาของเขาเท่านั้นที่บ่งบอกว่ากำลังครุ่นคิดบางสิ่งบางอย่างอยู่

 

 

          ผ่านไปราวสองเค่อเห็นจะได้ หนึ่งในทหารยามสองคนนั้น จึงเข้ามารายงานความคืบหน้าให้นางและจวิ้นอ๋องได้ทราบ  ด้วยสีหน้ามิสู้ดีเท่าใดนัก

 

 

         " ทูลเชิญจวิ้นอ๋องและพระชายา เสด็จไปยังด้านหน้าตำหนักก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ " 

 

 

          ทหารนายนั้นอึกอักเล็กน้อย  แต่จะให้นำบางสิ่งที่จะให้ทั้งสองพระองค์ทอดพระเนตรเข้ามาภายในตำหนักก็เกรงว่าจะคงไม่เหมาะสมนัก

 

 

          เมื่อทั้งคู่เดินมาถึงยังหน้าพระตำหนัก  จึงเห็นว่าเหล่าข้ารับใช้นั้นมุงดูบางสิ่งบางอย่างอยู่  ก่อนที่จะพากันถอยออกมา  ให้ผู้เป็นนายทั้งสองพระองค์ได้ทอดพระเนตรเห็นร่างสัตว์เลี้ยงตัวเล็ก ที่บัดนี้ได้สิ้นไปเสียแล้ว  

 

 

          " ฮึก ซือซือ "

 

 

          กระต่ายน้อยสีขาวขนปุยที่นางนั้นเลี้ยงดูมานานหลายเดือน  บัดนี้ตัวน้อยๆขนขาวๆของมันถูกชโลมไปด้วยเลือดสีแดงฉานทั่วทั้งตัว  บริเวณสีข้างยังมีมีดเล่มเล็กปักอยู่ด้วย  หญิงสาวได้เห็นดังนั้นก็น้ำตาร่วงเผาะอย่างสงสารและเวทนาจับใจ  ช่างใจร้ายใจดำเสียจริงๆที่ทำกับสัตว์ตัวเล็กๆตัวหนึ่งได้ สัตว์เลี้ยงที่ไม่เคยสร้างความขุ่นเคืองใด แต่กลับต้องมาถูกฆ่าตายอย่างทรมานเช่นนี้ 

 

 

          " พวกเจ้าพบซือซือที่ไหน "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิงเอ่ยถามด้วยใบหน้าถมึงทึง สีหน้าเคร่งเครียด 

 

 

          " ตรงพุ่มไม้ที่อยู่ข้างกำแพงวังด้านหลังพ่ะย่ะค่ะ "

 

 

          นายทหารรายงานผู้เป็นนายถึงสถานที่ที่พบเจ้ากระต่ายน้อยตัวนี้

 

 

          " กำแพงวังด้านหลัง ไม่ไกลจากเรือนนอนของนางกำนัลใช่หรือไม่ "

 

 

นางเงยหน้าขึ้นถาม บัดนี้มั่นใจเหลือเกินว่าสิ่งที่นางคิดนั้นถูกต้องแน่แล้ว  ดวงตาหวานซึ้งที่ตอนนี้ยังมีหยาดน้ำตาเอ่อคลออยู่ที่หน่วยตานั้น  ค่อยๆเย็นเยียบขึ้นอย่างที่ใครๆไม่ทันได้สังเกต

 

 

          " พ่ะย่ะค่ะ "

 

 

          " เจ้าได้ตรวจตราที่เรือนนอนของพวกนางหรือไม่ "

 

 

          " กระหม่อมให้คนค้นหาทุกซอกทุกมุมภายในวัง รวมถึงเรือนนอนของนางกำนัลแล้ว แต่ก็ไม่พบคนร้ายซุกซ่อนอยู่เลยพ่ะย่ะค่ะ "

 

 

          จางซูหนี่ว์แสยะยิ้มเพียงนิด แน่ล่ะ..หาคนนอก แต่ไม่สังเกตคนใน หาให้ตายก็คงจะอยู่หรอกนะ

 

 

          "  เจ้าน่ะ ตอนที่เปิ่นหวางเฟยให้นายทหารผู้นี้ช่วยยกน้ำชาไปให้จวิ้นอ๋องที่ตำหนักทรงพระอักษร  เจ้าเฝ้ายามแต่เพียงผู้เดียวใช่หรือไม่  "

 

 

          นางหันไปเอ่ยกับนายทหารคนที่ยืนเฝ้ายามคู่กับนายทหารที่ยกน้ำชาให้นาง  พลางลองไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ต่างๆ ว่าพอจะมีช่วงเวลาใดบ้าง ที่คนร้ายจะฉวยโอกาสแอบเข้าไปด้านใน  นางไม่เชื่อหรอกว่าคนที่นางปักใจสงสัยนั้น จะเก่งกาจถึงขั้นหายตัวดำดินเข้าไปด้านในได้

 

 

          " พ่ะย่ะค่ะ "

 

 

          " ค่อยๆคิดทบทวนให้ดีสิว่า เจ้าเห็นหรือมีสิ่งใดผิดสังเกตหรือไม่  "

 

 

          "  เอ่อ....  "

 

 

          ร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าจวิ้นหวางเฟย  เริ่มอ้ำอึ้งในใจเริ่มครุ่นคิด หรือแท้จริงแล้วจะเป็นช่วงเวลานั้น ที่เขาเกิดปวดท้องถ่ายขึ้นมากะทันหัน จึงจำใจละเลยหน้าที่เพียงชั่วครู่เดียว  ด้วยเพราะเห็นว่าไม่มีผู้ใดอยู่ในห้องบรรทมแล้ว คงไม่มีอันตรายใด เลยปลีกตัวไปปลดทุกข์ในตอนนั้น 

 

 

          เป็นเวลาเพียงไม่นานจึงได้รีบกลับมาประจำหน้าที่ของตนดังเดิม  อาจเป็นเวลานี้ก็ได้ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ  ได้ย้อนใคร่ครวญถึงเหตุการณ์ที่เกิดก็ให้ละอายแก่ใจเหลือเกินที่ละทิ้งหน้าที่ในตอนนั้น  จึงรีบคุกเข่าลงต่อน้าพระพักตร์ผู้เป็นนายทั้งสองพระองค์ 

 

 

ตัดสินใจเอ่ยสารภาพความผิดในส่วนที่ละเลยต่อหน้าที่ เขาพร้อมน้อมรับผลจากการกระทำของตนเอง ที่ประมาทจนก่อให้เกิดเรื่องขึ้นมาได้

 

 

          " ช่างประมาท และสะเพร่านัก  "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิงเอ่ยตำหนิทหารของตน ทว่าตอนนี้สิ่งที่สำคัญ คือ การหาตัวคนร้ายที่ลอบเข้ามาให้ได้เสียก่อน  จะว่าตามจริงก็ใช่ว่าจะไม่รู้ ตอนนี้เขาก็พอจะรู้บ้างแล้ว และคิดว่าจางซูหนี่ว์ก็คงคิดเช่นเดียวกับเขาเช่นกัน

 

 

          " หากเป็นดั่งที่ทหารผู้นี้กล่าวมา ก็เป็นไปได้ว่าคนร้ายอาศัยช่วงเวลานั้น ลอบเข้าไปด้านใน จะด้วยเหตุผลประการใดก็มิรู้แน่ชัด  ทว่าที่หม่อมฉันแน่ใจนัก คือ คนร้ายจะต้องเป็นคนภายในวังแห่งนี้แน่นอนเพคะ มิใช่คนนอกอย่างที่หลายคนคิดแต่อย่างใด "

 

 

          สิ้นคำของจางซูหนี่ว์ จึงเกิดเสียงพูดคุยอื้ออึงขึ้นมาทันที ทุกคนที่มารวมตัวกันอยู่นั้น ต่างชำเลืองมองหน้ากันไปมาเลิ่กลั่ก  แต่นั่นมิได้อยู่ในความสนใจของนางสักนิด  ด้วยพุ่งความสนใจลอบสังเกตอากัปกิริยาของคนผู้หนึ่งอยู่ตลอด

 

 

เพราะหลังจากที่นางกล่าวไปเช่นนั้น  ซิ่วซิ่นก็มีอาการที่ส่อพิรุธอย่างเห็นได้ชัด  รีบก้มหน้าลงหลบสายตาคล้ายปิดบังซ่อนเร้นบางสิ่งบางอย่างอยู่  ทั้งยังพยายามตีเนียนเกาะกลุ่มอยู่กับนางกำนัลคนอื่นอย่างกลมกลืน

 

 

          นางหันไปมองสบตากับผู้เป็นสวามี แม้ไม่กล่าวสิ่งใดออกมาทว่าก็สื่อถึงกันได้  เขาพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาตให้นางเป็นผู้จัดการเรื่องนี้  ซึ่งก็ถือว่าจวิ้นอ๋องเองนั้นให้ความเป็นธรรมแก่นางไม่น้อย  เพราะทรงรู้แก่พระทัยดีว่า นางกำนัลผู้นี้เป็นคนของผู้ใด 

 

          " เหตุใดพระชายาทรงคิดว่าเป็นคนในเล่าเพคะ "

 

 

          นางกำนัลผู้หนึ่งเอ่ยถามอย่างนึกสงสัยใคร่รู้

 

 

          " เจ้าคิดว่าคนภายนอกจะชำนาญเส้นทางภายในวังแห่งนี้ ถึงขนาดรู้ว่าห้องบรรทมนั้นอยู่ที่ตำหนักใดหรือ  ทั้งยังรู้ว่าจุดไหนมีทหารเฝ้าเวรยามอยู่ ไหนจะสามารถหลบหลีกทหารที่เดินตรวจตรารอบๆวังได้อีก หากว่ามิเคยเข้ามาภายในวังแห่งนี้ ก็คงเป็นคนที่พำนักอยู่ในนี้เป็นแน่  ประจวบเหมาะกับช่วงเวลาที่ทหารผู้นี้ปลีกตัวไปทำธุระส่วนตัว ไม่แน่ว่าคนร้ายอาจเฝ้ามองความเคลื่อนไหวและคอยโอกาสนี้มานานแล้วก็เป็นได้  "

 

 

          นางให้เหตุผลกับทุกคน ทั้งไม่ลืมเหลือบไปมองท่าทีของใครบางคนที่เริ่มลุกลี้ลุกลนแปลกๆ 

 

 

          " หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ และเห็นด้วยกับที่พระชายาทรงกล่าวมาทั้งหมด ทว่าแล้วจะรู้ได้อย่างไร ว่าผู้ใดคือคนร้ายกัน "

 

 

          หลายคนในที่นี้มีสีหน้าฉงนใจอย่างเห็นได้ชัด 

 

 

          ตัวนางเองก็ยังคิดไม่ออก  ในเมื่อไม่มีผู้ใดเห็นอย่างชัดเจนว่าคนร้ายคือใคร ก็ไม่อาจจะเอาความคิดเห็นและความมั่นใจของนางในตอนนี้ไปปรักปรำซิ่วซิ่นได้ว่าเป็นคนร้าย  นางนิ่งไปชั่วครู่ก่อนมองไปยังกลุ่มคนตรงหน้าอย่างใคร่ครวญ

 

 

          " พวกเจ้ามีพยานหรือไม่ ว่าภายในคืนนี้ตอนเกิดเรื่องพวกเจ้าทำอะไร และอยู่กับผู้ใดบ้าง "

 

 

          เป็นมู่หรงหย่งหมิงที่เอ่ยขึ้น พลางกวาดสายตามองกลุ่มคนที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าช้าๆ และไปหยุดอยู่ที่คนของมู่หรงเหลียนฮวาผู้เป็นน้องสาว

 

 

          ข้ารับใช้แต่ละคนล้วนกล่าวได้ว่าตนเองนั้นทำสิ่งใดอยู่ในขณะนั้น ส่วนใหญ่ก็ได้เข้านอนไปแล้ว และซิ่วซิ่นเองก็อ้างเหตุผลนี้เช่นเดียวกัน โดยมีนางกำนัลอีกสองคนช่วยเป็นพยานให้

 

          " ซิ่วซิ่น เจ้าอ้างว่าได้เข้านอนพร้อมๆกับนางกำนัลทั้งสองคนนั้นใช่หรือไม่ "

 

 

          นางเอ่ยถาม พลางค่อยๆเดินเข้าไปหาสาวใช้ผู้นี้ช้าๆ ด้วยใบหน้านิ่งที่ทุกคนยากจะคาดเดา สายตาคมกริบที่มองสำรวจสาวใช้ตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก็ทำให้ซิ่วซิ่นที่ถูกมองอยู่นั้นรู้สึกหนาวๆร้อนๆขึ้นอย่างช่วยไม่ได้  

 

 

          " เพคะ "

 

 

          " ดี เช่นนั้นเปิ่นหวางเฟยขอถามเจ้า หลังจากที่พวกนางทั้งสองนั้นหลับไปแล้ว เจ้าได้ออกไปที่ใดหรือไม่ "

 

 

          หญิงสาวยังให้โอกาสสาวใช้ตรงหน้าเป็นครั้งสุดท้าย หากยังไม่สำนึกผิดและสารภาพออกมาเองก็อย่าหาว่านางใจร้ายก็แล้วกัน

 

 

          " ม่ะ ไม่ เพคะ "

 

 

          ตอบพลางหลุบสายตาลงต่ำ หวังเพียงหลบสายตาจับผิดของสตรีสูงศักดิ์ตรงหน้า  ที่ค่อยๆเยื้องกรายเข้ามาหานางอย่างช้าๆ พลันทำให้หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอกอยู่รอมร่อ  ด้วยทำสิ่งใดเอาไว้นางย่อมรู้แก่ใจดี  แต่เมื่อไม่มีหลักฐานใดมัดตัวจะให้นางยอมรับนั้นอย่าได้หวัง  

 

 

          หรือตอนนี้สตรีตรงหน้าอาจจะกำลังนึกสงสัยนางอยู่ แต่แล้วมีหลักฐานหรือไม่เล่า  มีสิ่งใดที่บอกได้ว่านางเป็นผู้ฆ่าเจ้ากระต่ายน้อยตัวนั้น นางนึกปลอบใจตนเอง

 

 

          " หึ ดี ดี  เจ้ากล่าวเองนะ โอกาสสุดท้ายที่เจ้าจะได้รับจากเปิ่นหวางเฟย เจ้าได้ทิ้งมันไปแล้ว "

 

 

          หญิงสาวแค่นเสียงออกมา  นางอุตส่าห์ให้โอกาสคนผู้นี้ได้สารภาพผิด  แต่กลับไม่รู้สำนึกและไม่สำเหนียกชะตาชีวิตตัวเองเสียเลย เช่นนั้นก็ช่างเจ้าเถิด...

 

 

          " หากเจ้าเข้านอนพร้อมกับนางกำนัลทั้งสอง และมิได้ย่างกรายออกจากเรือนนอน ทั้งมิได้รับรู้กับเรื่องราวที่เกิดขึ้น  เช่นนั้นเปิ่นหวางเฟยขอถามเจ้าว่าคนที่นอนอยู่ในเรือนนอนตลอดเวลา แล้วเศษหญ้ากับรอยเลือดที่ชายผ้านั่นมาจากที่ใดกัน "

 

 

          ซิ่วซิ่นชะงักไป ก่อนที่จะรีบก้มลงไปสำรวจชุดที่นางสวมใส่ในทันที เห็นว่าบริเวณชายผ้าด้านหลังนั้นมีเศษหญ้าแห้งติดอยู่จริงๆ ทั้งมีคราบเลือดติดมาเล็กน้อย หากมองเผินๆไม่สังเกตก็คงพอจะมองข้ามไปได้ ซึ่งนางเองด้วยความรีบจึงมิได้สำรวจความเรียบร้อยอย่างถี่ถ้วน  ถึงตอนนี้ได้แต่หน้าซีดเผือด  คิดหาข้ออ้างมิทัน มองบรรยากาศรอบกายที่เงียบกริบ สายตาทุกคู่มองมาที่นางเป็นตาเดียว

 

 

          " คือ เอ่อ คือว่า.."

 

 

          " หรือเจ้าจะอ้างว่าบังเอิญเดินละเมอออกจากเรือน  บังเอิญเป็นช่วงเวลาที่มีคนร้ายลอบเข้ามาพอดี  บังเอิญเสียจริงๆ ว่าหรือไม่ ”

 

 

          " และบังเอิญคนร้ายฆ่ากระต่ายของเปิ่นหวางเฟยตาย  บังเอิญคนร้ายหลบหลีกทหารเวรยามได้อย่างคล่องแคล่ว ชำนาญเส้นทางมิต่างจากคนใน  บังเอิญว่าเจ้าละเมอเดินไปยังที่เกิดเหตุ จึงมีเศษหญ้าแห้งและเลือดติดชุดมาด้วย จากนั้นก็ละเมอเดินเข้ามานอนที่เรือนเหมือนเดิม  ไม่รับรู้เรื่องราวใดใดอย่างนั้นใช่หรือไม่ "

 

 

คอยดูเถิด  นางจะเอาคืนให้สาสมเลย  เจ้าของนัยน์ตากลมหวานซึ้งปรายตามองนางกำนัลตรงหน้านิ่ง หึ...ในเมื่ออยู่กันดีดีมิได้ นางก็จะสงเคราะห์ให้อยู่ไม่ได้เลยเชียว

 

          ซิ่วซิ่นนั้นไปต่อไม่ถูก ด้วยว่าโดนดักเสียทุกทาง ทั้งนึกด่าเจ้ากระต่ายนั่นอยู่ในใจ ตายไปแล้วยังสร้างปัญหาให้นางได้อีก  

 

 

          " หลักฐานเพียงนี้ เจ้ายังไม่รับผิดอีกหรือ "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิงเอ่ยเสียงดังมิต่างจากการตวาด  เขานั้นอุตส่าห์ข่มใจไม่สั่งตัดคอเสียบประจานก็ดีเท่าใดแล้ว  ด้วยได้มอบให้ผู้เป็นชายานั้นเป็นผู้จัดการ  แต่อย่าได้คิดว่าฆ่าสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องเล็ก  การลอบเข้ามายังห้องบรรทมของเชื้อพระวงศ์  ทั้งยังทำเรื่องชั่วช้า  เช่นนี้ก็เพียงพอด้วยเหตุผลแล้ว    

 

 

          "  พะ เพคะ พูดแล้วเพคะ ยอมแล้ว "

 

 

          ซิ่วซิ่นที่ถูกจวิ้นอ๋องตวาด ถึงกับตัวสั่นอย่างตกใจและเกรงกลัว ด้วยเพิ่งเคยได้เห็นสีหน้าโกรธเกรี้ยวของบุรุษสูงศักดิ์ตรงหน้านี้เป็นครั้งแรก

 

 

          ข้ารับใช้คนอื่นๆถูกสั่งให้แยกย้ายกลับไปเรือนนอนของตน  ที่เหลือก็เพียงทหารไม่กี่คนที่เข้ามาคุมตัวซิ่วซิ่น จวิ้นอ๋อง และจางซูหนี่ว์

 

 

          " ทีนี้ว่ามาใครบอกให้เจ้าทำ "

 

 

          " อะ องค์หญิงเหลียนฮวาเพคะ "

 

 

          ซิ่วซิ่วละล่ำละลักกล่าวออกมา  ใช่นางบอกวามจริง แต่ไม่ทั้งหมด... 


ณ  ตำหนักหวงกุ้ยเฟย

 

มู่หรงเหลียนฮวานั้นก้าวเข้ามายังตำหนักของพระมารดาในตอนสาย  ทรงเรียกตัวให้นางเข้าเฝ้า  แต่จะด้วยเรื่องใดนั้นก็ไม่อาจทราบได้  หากแต่เมื่อคิดดูแล้วก็คงไม่แคล้วจะทรงหาเรื่องบ่นนางอีกเป็นแน่  ไม่เข้าใจเลยว่าเพราะเหตุใดกัน  ไม่ว่านางทำอะไรก็มักจะผิดเสมอ ถูกพระมารดาดุอยู่เรื่อยไป

 

 

นั่นก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้นางมักจะหาเรื่องไปขลุกอยู่ที่ตำหนักของฮองเฮา  เพราะเหตุใดนางจึงเลือกไปที่นั่น  คำตอบนั้นง่ายนัก..ที่ใดอยู่แล้วสบายใจ ก็อยากจะอยู่ ณ ที่นั้น มิใช่หรือ

 

 

อย่างน้อยฮองเฮาก็ยังมีคำปลอบโยนให้นางรู้สึกดี  ทั้งยังให้คำปรึกษาแก่นางได้ในทุกเรื่อง  อาจจะเข้าใจนางมากกว่าผู้เป็นพระมารดาด้วยซ้ำไป 

 

 

ปกติแล้วนางมักจะมาเข้าเฝ้าและร่วมเสวยมื้อเช้ากับพระมารดาอยู่บ่อยๆ  ทว่าวันนี้แปลกไปกว่าทุกวัน  ด้วยว่านางเข้าเฝ้าไปแล้วในตอนเช้า แล้วเหตุใดพระมารดาจึงให้คนไปตามนางมาเข้าเฝ้าอีกรอบกัน 

 

 

“ ฮวาเอ๋อร์ถวายพระพรเสด็จแม่เพคะ ”

 

 

มู่หรงเหลียนฮวายอบกายลงถวายบังคมเฟิ่งหวงกุ้ยเฟย  พลางหันไปคารวะผู้เป็นพี่ชายของนาง  ด้วยเห็นว่าในขณะนี้พระมารดาไม่ได้ประทับอยู่เพียงลำพัง  

 

 

ทว่ากลับมีพี่ชายของนางและสตรีผู้นั้นที่นางไม่ชอบหน้านั่งอยู่ที่นี่ด้วย  นางเลือกที่จะแสร้งทำเป็นเมินเฉยที่จะทำการคารวะจางซูหนี่ว์ เพราะใจจริงนั้นไม่ได้อยากรับนางผู้นี้มาเป็นพี่สะใภ้เลยสักนิด  นางไม่ได้เกลียดนะเพียงแต่ไม่ชอบหน้าก็เท่านั้น

 

 

นางรับรู้ได้ถึงบรรยากาศบางอย่าง  ทุกคนหันสายตามองมายังนาง  หากแต่กลับไม่มีใครเอ่ยกล่าวสิ่งใดออกมาแม้สักคน 

 

 

“ ทรงให้คนไปตามลูกมาเข้าเฝ้า เพียงเพราะต้องการให้ลูกมาที่นี่ เพื่อให้ทุกคนมองเท่านั้น ใช่หรือไม่เพคะ

 

 

มู่หรงเหลียนฮวากล่าวออกไป อย่างประชดประชันเล็กน้อย ทั้งอึดอัดกับสายตาที่ทุกคนใช้มองนางอยู่ในตอนนี้  ดั่งว่านางไปทำสิ่งใดผิดมาอย่างนั้นล่ะ

 

 

หรือว่าจะเป็นเรื่องนั้น  หากเป็นเช่นที่นางคิดก็แสดงว่า  ซิ่วซิ่นมีโอกาสลงมือทำตามแผนของนางแล้วเป็นแน่  ทว่าที่ทุกคนมาที่นี่และมองนางด้วยสายตาเช่นนี้  มิใช่ว่านางกำนัลผู้นั้นถูกจับได้แล้วหรอกนะ 

 

 

นั่งก่อนสิเหลียนฮวา

 

 

เฟิ่งหวงกุ้ยเฟยกล่าวขึ้น น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ทว่าคำเรียกบุตรสาวด้วยชื่อเต็ม  มิใช่ ‘ฮวาเอ๋อร์’ ดั่งที่เคยเรียกขานอยู่เป็นประจำนั้น  ก็พอจะบ่งบอกอารมณ์ของผู้เอ่ยอยู่มากทีเดียว

 

 

มู่หรงเหลียนฮวาสะดุดใจกับคำเรียกขานของพระมารดาไม่น้อย  ครั้งนี้ท่าทางจะทรงโกรธนางมากเป็นแน่  เหลือบมองไปยังผู้เป็นพี่ชายที่ใบหน้าเรียบเฉย แต่นางรู้ดีว่าคงจะกำลังขุ่นเคืองใจแทนผู้เป็นชายานั่นล่ะ  ทว่ามันก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่โตอะไรขนาดนั้นเลยนี่นา  แค่เล่นซ่อนแอบนิดหน่อยก็เท่านั้น ไม่ได้ไปฆ่าใครตายเสียเมื่อไร

 

 

เมื่อคืนมีคนลักลอบเข้าไปยังตำหนักของพี่ชายเจ้า

 

 

เช่นนั้นหรือเพคะ แล้วมีผู้ใดเป็นอะไรบ้างหรือไม่

 

 

นางแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเอาไว้ก่อน  หากยังไม่ได้ยินว่าถูกซัดทอดจากซิ่วซิ่น  ตราบนั้นนางก็ยังคงเป็นผู้บริสุทธิ์  แม้จะรู้ว่าความเป็นไปได้มันจะน้อยเต็มทีก็ตาม

 

 

“ มี

 

 

มู่หรงหย่งหมิงเป็นผู้ตอบน้องสาว  น้ำเสียงเข้มประกอบกับใบหน้าเคร่งขรึมนั้น ทำให้มู่หรงเหลียนฮวาหันสายตามามองเขาในทันที  

 

 

แล้วจับคนร้ายได้หรือไม่เพคะ

 

 

มู่หรงเหลียนฮวากลั้นใจเอ่ยถามพี่ชายของนางออกไป

 

 

เพราะจับได้อย่างไรเล่า  จึงต้องมาที่นี่

 

 

ใครหรือเพคะ

 

 

นางกำนัลที่เจ้าส่งไปอยู่ที่วังของพี่อย่างไรเล่าฮวาเอ๋อร์

 

 

อะไรนะเพคะ  เป็นไปได้อย่างไรกัน

 

 

มู่หรงเหลียนฮวายกมือขึ้นมาทาบอก  แสร้งตกใจและประหลาดใจในคราวเดียวกัน เมื่อได้ยินคำตอบของพี่ชาย

 

 

นางกำนัลผู้นั้นรับสารภาพออกมา ว่าเจ้าเป็นผู้สั่งการ

 

 

เป็นเฟิ่งหวงกุ้ยเฟยที่เอ่ยขึ้นอย่างเหลืออด ที่เห็นบุตรสาวของตนนั้นเป็นไปได้ถึงเพียงนี้  นอกจากไม่สลดในสิ่งที่ทำ แล้วยังไม่สำนึกในความผิดอีก 

 

 

ตอนแรกที่ได้ฟังเรื่องทั้งหมดก็ให้ตกใจยิ่งนัก  หนึ่งชีวิตของสัตว์เลี้ยงตัวเล็กๆ เมื่อเทียบกับผู้เป็นองค์หญิงของแคว้นแล้ว คงดูด้อยค่ามิอาจนำมาเปรียบกันได้ก็จริง  แต่ว่าใครก็รักชีวิตตนเองทั้งนั้น  แม้เป็นสัตว์มันก็รู้จักความเจ็บปวดเช่นเดียวกัน

 

 

ที่ทำให้เฟิ่งหวงกุ้ยเฟยและมู่หรงหย่งหมิงหนักใจ นั่นคือความรู้สึกนึกคิดของมู่หรงเหลียนฮวาในตอนนี้  วางแผนสั่งฆ่ากระต่ายน้อยได้ลงคอ  เพราะมันเป็นสัตว์เลี้ยงของพี่สะใภ้ที่ตนเองไม่ชอบ  เพียงหวังให้จางซูหนี่ว์นั้นพบกับความเศร้าเสียใจเท่านั้นเอง  ใจคอช่างโหดร้ายเกินเด็กสาวทั่วไป ขาดเมตตาธรรมและความรู้สึกผิด  คิดถึงตรงนี้แล้วเฟิ่งหวงกุ้ยเฟยก็ให้เจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งใจ  หัวอกคนเป็นแม่นั้นเสียใจยิ่งนักที่ไม่สามารถเลี้ยงลูกให้เป็นคนดี คิดดี ทำดีไม่ได้

 

 

เสด็จแม่ เหตุใดจึงต้องตวาดใส่ลูกเช่นนี้

 

 

มู่หรงเหลียนฮวาตกใจไม่น้อย ที่ครั้งนี้พระมารดานั้นโกรธนางจนขึ้นเสียงดัง  ที่ผ่านมาไม่ว่านางจะทำผิดเพียงใด  หรือแม้แต่ยามขุ่นเคืองเรื่องใด  ก็ไม่เคยเลยสักครั้งที่พระมารดาจะเสียงดังใส่นางเช่นนี้  ทั้งยังใช้ถ้อยคำที่ค่อนข้างรุนแรง

 

 

เจ้าทำผิดเพียงนี้ คิดจะให้ข้าปลอบประโลมเจ้าหรือเหลียนฮวา

 

 

เฟิ่งหวงกุ้ยเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นตามแรงอารมณ์  โกรธหรือก็ใช่  หากแต่ความเสียใจนั้นมีมากกว่า

 

 

“ เอ่อ  หม่อมฉันคิดว่าทรงพระทัยเย็นก่อนเถิดนะเพคะ

 

 

จางซูหนี่ว์ที่เงียบฟังมาได้สักครู่เอ่ยขึ้น  เมื่อเห็นว่าเฟิ่งหวงกุ้ยเฟยนั้นเริ่มมีพระพักตร์แดงก่ำอาจจะเป็นเพราะทรงโกรธและเสียพระทัย ในการกระทำขององค์หญิงเหลียนฮวาครั้งนี้

 

 

   นางสบสายตากับจวิ้นอ๋องให้ช่วยจัดการเรื่องนี้ต่อ  ด้วยก่อนหน้านั้นได้ตกลงกันแล้วว่าเรื่องการลงโทษซิ่วซิ่นนั้นปล่อยให้เป็นนางที่จัดการ  หากแต่องค์หญิงเหลียนฮวานางจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว ปล่อยให้จวิ้นอ๋องทรงเป็นผู้จัดการกับองค์หญิงเอง

 

 

เจ้าไม่ต้องยุ่ง  เปิ่นกงไม่ต้องการความหวังดีที่เจ้าเสแสร้งแกล้งทำออกมา

 

 

มู่หรงเหลียนฮวาหันไปเอ่ยกับจางซูหนี่ว์ด้วยใบหน้างอง้ำ  รู้หรอกว่าเสแสร้งแกล้งทำเป็นคนดี นางคิดกลั่นแกล้งเพียงนี้ ไฉนเลยจะยังมาช่วยคนที่คิดร้ายกับตนเองได้เล่า  คงจะจริงอย่างที่ฮองเฮาทรงกล่าวว่าสตรีผู้นี้นั้นร้ายลึก ตีสองหน้าเก่ง 

 

 

หยุดเดี๋ยวนี้นะ มู่หรงเหลียนฮวา

 

 

มู่หรงหย่งหมิงเอ่ยเสียงเข้ม พลางหันขวับไปมองน้องสาว หลังจากที่ฟังนางกล่าวประโยคเมื่อครู่

 

 

หยุดก้าวร้าวและพาลใส่ผู้อื่นเสียที

 

 

ท่านพี่ก็คงจะเข้าข้างนางอีกคนล่ะสิ

  

 

อย่ากล่าวว่าข้าเข้าข้างผู้ใด ในเมื่อเจ้าเองก็เป็นน้องสาวของข้า บอกความจริงมาว่าเจ้าเป็นคนวางแผนเรื่องทั้งหมดเช่นที่นางกำนัลคนนั้นกล่าวหรือไม่

 

 

เขาเอ่ยเตือนสติน้องสาวอย่างหนักใจ

 

 

หึ ความจริงก็เป็นอย่างที่ซิ่วซิ่นสารภาพมาทั้งหมดนั่นล่ะเพคะ ในเมื่อรู้เช่นนี้แล้วจะลงโทษข้าอย่างไร ก็เชิญเถิด 

 

 

นางกล่าวยอมรับผิดด้วยน้ำเสียงที่สะบัดไปตามแรงอารมณ์  ก็นางกำนัลนั่นซัดทอดมาที่นางแล้ว  จะปฏิเสธไปเพื่ออะไรกัน  อีกอย่างถึงจะถูกลงโทษอย่างมากก็คงถูกกักบริเวณให้อยู่แต่ในตำหนักเหมือนครั้งก่อนๆที่ผ่านมานั่นล่ะ

 

 

เจ้าไม่รู้สึกสงสาร ไม่รู้สึกเสียใจในสิ่งที่ได้ทำลงไปแม้สักนิดเลยเชียวหรือ ฮวาเฮ๋อร์

 

 

เฟิ่งหวงกุ้ยเฟยเอ่ยถามขึ้นมา  หวังเพียงอยากได้ยินบุตรสาวกล่าวสิ่งใด อันเป็นการบ่งบอกว่าสำนึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปบ้าง

 

 

ฮวาเอ๋อร์ ตั้งใจกลั่นแกล้งจวิ้นหวางเฟย ลูกสะใภ้คนดีของเสด็จแม่จริงๆนั่นล่ะเพคะ และไม่คิดเสียใจด้วย  ”

 

 

 

“ ถึงนั่นจะเป็นสัตว์ แต่ก็หนึ่งชีวิตนะ เจ้าใจคอโหดร้ายเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด”

 

 

“ หนึ่งชีวิต?  เสด็จแม่ทรงกล่าวอะไร  กับแค่ลูกให้ซิ่วซิ่นนำเจ้ากระต่ายนั่นไปซ่อนเท่านั้นเอง  ไยทุกคนจึงพูดเหมือนว่าข้าถืออาวุธไปประหัตถ์ประหารใครเช่นนั้นล่ะ”

 

 

นางกล่าวอย่างไม่เข้าใจทุกคนนัก  เรื่องราวไม่ได้ใหญ่โตอะไร  แต่ทำเหมือนว่านางไปฆ่าใครตายเช่นนั้นล่ะ

 

 

“ เจ้าว่าอะไรนะ”

 

 

ผู้เป็นพี่ชายขมวดคิ้วทันที เมื่อฟังคำกล่าวนั้นของน้องสาว  นางบอกว่าแค่เอาไปซ่อนเท่านั้นหรือ

 

 

“ เจ้ามิรู้หรือ  ว่าคนของเจ้าสังหารกระต่ายตัวนั้น ทั้งยังกล่าวอ้างด้วยว่าทำตามคำสั่งของเจ้า”

 

 

“อะไรกัน  บังอาจนัก  ท่านพี่ข้าไม่ได้สั่งให้ซิ่วซิ่นฆ่าเจ้ากระต่ายนั่นจริงๆนะ  เสด็จแม่ลูกไม่ได้สั่งจริงๆเจ้าค่ะ”

 

 

มู่หรงเหลียนฮวาหน้าเสียลงไปไม่น้อย  นางมิได้สั่งการเช่นนั้นเสียหน่อย  ไยซิ่วซิ่นจึงโป้ปดเช่นนั้น  ถึงตอนนี้ก็พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมทุกคนจึงได้โกรธนางถึงเพียงนี้

 


 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 805 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,484 ความคิดเห็น

  1. #6125 ME3927 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 23:39

    เสีงใจอะทำกลับกระต่ายน้อยได้ลงคอ แล้วเป็นคนที่รักกระตายมากโคตรเสียใจอะไรต์T_T
    #6,125
    2
    • #6125-1 เถียนเถียน / ลักษมณ์(จากตอนที่ 49)
      3 พฤศจิกายน 2561 / 14:14
      กระต่ายน้อยตายไปในภาคนี้ แต่จะได้กลับมาพบกันไหม่ในพาทของคนอื่นค่ะ แต่จะเป็นพาทของใครนั้นรอติดตามนะคะ
      #6125-1
  2. #5873 Taramyy (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 02:17
    ขอซักตอนให้นางองค์หญิงหายโง่เถอะค่ะไรท์ แค่ฮองเฮาก็แย่อยู่แล้ว
    #5,873
    1
  3. #5828 เมมฟิส (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 10:50
    เมื่อไหร่ยัยองค์หญิงจะหายโง่ เซ็งมากๆกับความโง่ขององค์หญิง
    #5,828
    0
  4. #5799 Paizaza Hattasit (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 20:17
    อยากอ่านต่อๆๆๆ
    #5,799
    0
  5. #5619 nechari (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:42
    เอาองค์ชายกะนางเอกน่ากลัวทุกคนเลยเพคะเถียนๆ
    #5,619
    0
  6. #5315 Rosemary1985 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 17:08
    ชื่อตอนนี่นึกว่าพี่เบิร์ดมาเอง 'วันนี้ที่รอคอย' อิอิ ใครเคยดูสมัยที่พี่เบิร์ดเล่น ขอทายว่าอายุ 30+ ชัวร์
    #5,315
    1
  7. #5091 mujjalin Wiprasit (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 22:22
    แหม่ ให้เดาๆหน่อยนังสุรามงคลไรนั่นก็อาจจะมีสิ่งใดแอบแฝงอยู่ก็เป็นด้ายย
    #5,091
    0
  8. #5004 mayar (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 00:17
    แค่กๆ นางเอกจับพระเอกกิน เอ๊ะเฮียรอให้กิน เอ๊ะล่อลวง โชว์ซิกแพคหน่อยเฮีย เกาะรอตรงไหนดีน๊ะ บนขื่อก็กลัวตก ใต้เตียงก็ไม่เห็น เกาะข้างเตียงก็เด่นไป เอางัยดี
    #5,004
    1
    • #5004-1 เถียนเถียน / ลักษมณ์(จากตอนที่ 49)
      4 มกราคม 2561 / 09:07
      ไรต์นี่อยากจะมุดผ้าห่มเข้าไปด้วยเลย แต่ติดเกรงใจเฮีย กลัวเฮียถีบออกมานอกห้องแล้วจะอดสอดแนม 5555
      #5004-1
  9. #5003 mayar (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 00:15
    ค้างยอดดอยแระคืนนี้
    #5,003
    0
  10. #4952 water4202 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 20:11
    รอๆๆๆๆ
    #4,952
    0
  11. #4951 Littrmind (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 19:20
    รออออๅๆ
    #4,951
    0
  12. #4950 icecez (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 19:01
    ฮรือออ รอเข้าหอค่าาา 5555
    #4,950
    0
  13. #4949 Phannipa (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 17:30
    งือออ ค้างค่ะ555
    #4,949
    0
  14. #4948 Nuchy (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 17:28
    นางเอกโดนยาปลุกหรือเปล่าอ่า555 รอตอนต่อไปขอยาวๆทีเดียวเลยได้ไหมอ่าไรท์
    #4,948
    0
  15. #4947 LoneyWorld (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 17:02
    อัพต่อๆๆๆๆ เราอยากอ่านแล้วไรท์
    #4,947
    0
  16. #4945 TukWanvisa (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 13:39
    อัพไวๆๆอยากอ่านมากกกก
    #4,945
    1
  17. #4943 JarupornChanapan (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 12:59
    ตามๆๆๆๆๆๆ
    #4,943
    0
  18. #4942 supaporn11 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 10:57
    รอคืนเข้าหอ 5555
    #4,942
    0
  19. #4941 กางเกง (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 10:56
    ใจเย็นคุณเจ้าบ่าว
    #4,941
    0
  20. #4940 กางเกง (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 10:55
    ใจเย็นคุณเจ้าบ่าว
    #4,940
    0
  21. #4939 oKisSaTen123 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 10:47
    ขอบคุณค่ะ รอจ้าาๆๆๆๆ
    #4,939
    0
  22. #4938 359786 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 10:36
    เข้าหออ่ะค้างเลย555
    #4,938
    0
  23. #4937 Suangrat Nonluecha (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 10:20
    โอ้ยรอฉากเข้าหออออออ
    #4,937
    0
  24. #4936 Thanchanok Sudkasem (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 09:49
    น้องหนี่จะเสร็จเฮียมั้ยเนี่ย5555
    รอคะไรต์
    #4,936
    0
  25. #4935 Pirrn (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 09:37
    นกนกนกกกก
    #4,935
    0