ชายาอ๋องกระดูกเหล็ก (สนพ.สถาพรบุ๊คส์)

ตอนที่ 48 : ยุยง (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 54,594
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 638 ครั้ง
    22 ก.พ. 61


          ตามธรรมเนียมนั้นสามวันหลังแต่งงาน  เจ้าสาวจึงจะกลับบ้านไปเยี่ยมบิดามารดาและคนในตระกูลได้  ซึ่งเจ้าบ่าวนั้นก็ต้องยกน้ำชาให้กับบิดามารดาและญาติทางฝ่ายหญิงเช่นเดียวกัน

 

 

       วันนี้นางได้กลับมายังจวนสกุลจางตามธรรมเนียม เพื่อยกน้ำชาให้กับบิดามารดาของนาง  ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าของผู้เป็นบิดามารดาแล้ว  นางก็ออกจะเห็นใจอยู่เนืองๆไม่ได้  ผู้มียศศักดิ์สูงส่งเป็นถึงองค์ชายต้องมาคุกเข่าต่อหน้า  เป็นใครก็คงกระอักกระอ่วนใจอยู่ไม่น้อย  หากแต่คนข้างกายนางกลับดูผ่อนคลายสบายๆเสียอย่างนั้น

 

 

        "  ตอนนี้เปิ่นหวางอยู่ในฐานะบุตรเขย  ให้ความเคารพบิดามารดาของผู้เป็นภรรยา  ย่อมเป็นสิ่งสมควรแล้ว  ท่านทั้งสองอย่าได้คิดสิ่งใดให้มากนักเลย "

 

 

          จวิ้นอ๋องทรงกล่าวกับบิดามารดาของนางเช่นนั้น ก็พอจะทำให้บรรยากาศที่ดูกดดันเมื่อครู่ผ่อนคลายลงอยู่มาก

 

 

 

        หลังขั้นตอนการยกน้ำชาเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย หญิงสาวจึงได้ปลีกตัวออกมาพูดคุยกับมารดาของนางอีกทาง  ปล่อยให้ฝ่ายชายนั้นพูดคุยสัพเพเหระ แว่วว่ายังชวนกันเล่นหมากรุกอีกสักกระดานสองกระดานด้วยซ้ำไป  

 

 

          " เป็นอย่างไรบ้างเล่าพระชายา  มีวี่แววว่าแม่จะได้อุ้มหลานในเร็ววันหรือไม่ "

 

 

          จางฮูหยินเอ่ยเย้าบุตรสาว  เมื่อพาออกมานั่งสนทนาอยู่ที่ศาลาบริเวณด้านหลังจวน  นางเห็นว่าจวิ้นอ๋องทรงรักใคร่ทะนุถนอมบุตรสาวของนางไม่น้อย  หัวอกคนเป็นมารดาย่อมสุขใจและวางใจในขณะเดียวกัน

 

 

          " ท่านแม่!!  ข้าเพิ่งแต่งได้เพียงสามวันเท่านั้นเอง  ท่านถามถึงหลานแล้วหรือ "

 

 

          ริ้วสีแดงปรากฏขึ้นบนใบหน้างาม  อย่างไรนางก็เป็นสตรีที่เพิ่งออกเรือน  มารดาของนางเล่นถามกันซึ่งหน้าเพียงนี้ก็ย่อมนึกเขินอายบ้างเป็นธรรมดา  

 

 

          " อ้าว แล้วกัน  คู่แต่งงานใหม่หลายๆคู่  ความรักสุกงอมหวานชื่น  ช่วงสามวันนี่ล่ะตัวดีนักเชียว  แปดเก้าเดือนให้หลังก็คงมีเจ้าตัวเล็กลืมตาออกมาแล้ว  หากว่าจวิ้นอ๋องนั้นทรงเอ็นดูและหลับนอนกับเจ้าทุกคืน  เชื่อแม่เถิดว่าอีกไม่นานแม่คงได้อุ้มหลานเป็นแน่ "

 

 

          จางฮูหยินยังคงกล่าวหยอกเย้าบุตรสาว  หากแต่ที่พูดมานั้นล้วนจริงแท้แน่นอน  ด้วยความที่ผ่านโลกมาก่อนบุตรสาวเห็นอะไรมาก็มากมาย  ดูเถิดว่าคงมิผิดไปจากที่นางพูดหรอก..

 

 

          หญิงสาวที่ใบหน้านั้นแดงก่ำได้แต่ระบายยิ้มอ่อนให้ผู้เป็นมารดา  มิได้เอ่ยแย้งหรือตอบกลับว่าอย่างไร   เพราะเกรงว่าจะโดนมารดานั้นเย้ากลับมาให้ได้เขินอายอีก  ด้วยสิ่งที่มารดากล่าวนั้นจริงทุกประการ 

 

 

          " ว่าแต่เข้าไปอยู่ภายในวังแล้วเป็นเช่นไรบ้างเล่าหนี่ว์เอ๋อร์ "  

 

 

          " ก็ดีเจ้าค่ะ  อาจเป็นเพราะที่นั่นแยกออกมาตั้งอยู่ภายนอกกำแพงพระราชวัง  จึงมิได้วุ่นวายหรือเคร่งครัดกฎระเบียบต่างๆเท่าภายในวังหลวงนัก  ลูกจึงไม่อึดอัดเท่าใด  "

 

 

 

          " ก็ดีแล้ว  เจ้าอยู่ดีมีสุขแม่ก็สบายใจ  หากมีสิ่งใดที่เจ้าไม่สามารถแก้ไขได้ ก็จงไปเข้าเฝ้าเฟิ่งหวงกุ้ยเฟยเถิดนะ  แม่เชื่อว่าพระนางจะช่วยเหลือและคุ้มภัยให้เจ้าได้ "

 

 

          นางเชื่อว่าอย่างไรเสียผู้เป็นสหายจะต้องคอยช่วยเหลือและเข้าข้างบุตรสาวของนางเป็นแน่  เรื่องถูกลอบทำร้ายนั้นนางมิได้กังวลหรอก  เกรงแต่เล่ห์เหลี่ยมในวังหลวงนั้นมากมี  ตำแหน่งจวิ้นอ๋องของพระสวามีของบุตรสาวนั้นจะนำภัยมาให้ก็เท่านั้น  

 

 

          เฟิ่งหวงกุ้ยเฟยทรงเคยกล่าวกับนางว่าระยะหลังที่ฮ่องเต้ทรงประชวรอยู่บ่อยครั้งยิ่งต้องระมัดระวัง  เพราะการเป็นพระโอรสที่ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานนั้นเป็นสิ่งดี  แต่เปรียบกับดาบสองคม  แม้อยู่เฉยๆก็อาจจะไปขัดขวางทางเดินขึ้นสู่อำนาจของใครก็ได้  

 

 

          ผู้เป็นสหายเปรยมาเช่นนี้นางก็พอจะเข้าใจแล้วว่าหมายถึงผู้ใดด้วยก็รู้ๆกันอยู่  นั่นจึงทำให้นางอดที่จะเป็นห่วงบุตรสาวขึ้นมาไม่ได้  แต่ในเมื่อเห็นว่าจางซูหนี่ว์นั้นมีความสุขดีก็ให้เบาใจขึ้นมาเปราะหนึ่ง

 

 

        " เจ้าค่ะ..ท่านแม่อย่าได้กังวลไปเลย  หนี่ว์เอ๋อร์จะดูแลตัวเองอย่างดีทีเดียว  อีกอย่างเชื่อว่าอย่างไรจวิ้นอ๋องจะต้องปกป้องข้าได้แน่ "

 

 

         จางซูหนี่ว์เอ่ยปลอบโยนออกไป  เมื่อฟังจากที่มารดากล่าวนางก็เข้าใจถึงสิ่งที่มารดาต้องการจะสื่อ  จึงได้เอื้อมมือออกไปกุมมือมารดาเอาไว้ พลางส่งยิ้มให้อย่างบอกเป็นนัยว่านางจะไม่เป็นอะไร  จากนั้นจึงเปลี่ยนไปสนทนาเรื่องอื่นเสีย ด้วยเห็นว่าบรรยากาศนั้นเริ่มไม่ค่อยดีเท่าไร

 

 

        " ลูกคิดว่าจะให้เพ่ยเพ่ยกลับมาช่วยแม่นางชิงไฉดูแลกิจการหอซือซิง  ที่วังนั้นมีเสี่ยวไป๋คอยดูแลลูกเพียงคนเดียวก็พอแล้ว "

 

 

        " อ้าวทำไมล่ะ "

 

 

        ผู้เป็นมารดาพลันขมวดคิ้วขึ้นก่อนเอ่ยถามอย่างสงสัย

 

 

        " นั่นสิเพคะ...หรือเพ่ยเพ่ยทำสิ่งใดให้พระชายาไม่พอพระทัย "

 

 

         เพ่ยเพ่ยที่ยืนฟังอยู่ไม่ไกลก็อดถามขึ้นมาไม่ได้เช่นกัน

 

 

        "  เข้าใจผิดแล้วเพ่ยเพ่ย  เพราะว่าข้าไว้ใจเจ้าต่างหากล่ะ  ที่ให้เจ้าไปช่วยดูแลหอซือซิง เพราะช่วงนี้กิจการกำลังอยู่ในช่วงเติบโต  แม่นางชิงไฉเพียงลำพังคงจะดูแลไม่ไหว  แค่ฝึกซ้อมและควบคุมการแสดงก็วุ่นวายพอแล้ว  ไหนยังจะเรื่องจิปาถะอื่นๆภายในหออีกล่ะ  "

 

 

          หญิงสาวอธิบายให้ฟังถึงเหตุผล  ความจริงแล้วในอนาคตนางวางแผนจะขยายกิจการ  และรับเอาเด็กเร่ร่อนหรือเด็กยากจนเข้ามาฝึกวิชาศิลปะการร่ายรำ ขับร้อง เล่นดนตรี  เป็นการสอนอาชีพให้คนเหล่านี้ ให้ความรู้และโอกาสแก่ผู้ด้อยโอกาสไปด้วยในตัว  

 

 

          ซึ่งความคิดนี้ผุดขึ้นมาจากการที่นางได้มีโอกาสเข้าไปช่วยองค์ชายห้าดูแลคนป่วยอยู่บ่อยครั้ง  พบเห็นผู้คนที่ขาดแคลนโอกาสและสิ่งต่างๆอยู่ไม่น้อย  จึงอยากจะหาวิธีช่วยเหลือบ้างก็เท่านั้น

 

 

         " แล้วเหตุใดจึงไม่ให้อาเฟิงช่วยดูแลเล่า หนี่ว์เอ๋อร์ "

 

 

         จางฮูหยินเอ่ยแนะนำบุตรสาว  ทั้งยังสงสารเพ่ยเพ่ยด้วยเห็นได้ว่าสาวใช้นั้นมีสีหน้าเจื่อนไปเล็กน้อย  นั่นก็คงเป็นเพราะไม่อยากห่างกายบุตรสาวของนางเป็นแน่  ด้วยคอยรับใช้ข้างกายจางซูหนี่ว์มานาน

 

 

         " พี่รองนั้นมีหน้าที่ต้องดูแลกิจการค้าต่างๆของสกุลจาง  ก็วุ่นวายหนักหนาพอแล้ว  ลูกไม่อยากเพิ่มภาระให้พี่รองเจ้าค่ะ  เพียงนานๆครั้งจะช่วยเข้าไปดูแลให้บ้างก็พอแล้ว  ส่วนเจ้าน่ะเพ่ยเพ่ย..คอยดูแลหอซือซิงและยังจะต้องนำรายงานความเป็นไป ทั้งนำบัญชีรายรับรายจ่ายมาให้ข้าดูทุกเดือนเข้าใจหรือไม่.. "

 

 

         " เพคะ "

 

 

          เพ่ยเพ่ยจำใจตอบรับนายสาว  แม้ว่าภายในใจนั้นอยากอยู่คอยรับใช้ข้างกายผู้เป็นนายมากว่า

 

 

          ณ ตำหนักองค์หญิงเหลียนฮวา

 

 

          " เจ้าว่าอย่างไรนะ  นางอวดดีถึงเพียงนั้นเชียวหรือ  หึ เพิ่งจะแต่งได้เพียงไม่กี่วันก็วางอำนาจกับคนของข้าเสียแล้ว  ช่างถือดีเกินไปแล้ว "

 

 

          มู่หรงเหลียนฮวาเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ  

 

 

          " เพคะ องค์หญิง  เพียงหม่อมฉันบังเอิญยืนขวางทางเสด็จของพระชายาด้วยเพราะลืมตัวเพียงนิดเท่านั้น  ทว่าต่อจากนั้นหม่อมฉันก็หลีกทางให้ ทั้งกล่าวขอประทานอภัยจากพระชายา  แต่พระชายากลับทรงต่อว่าหม่อมฉันรุนแรงเหลือเกิน  ลำพังหม่อมฉันคงไม่เท่าไร  แต่..เอ่อ..แต่ "

 

 

          ซิ่วซิ่นที่ได้โอกาสปลีกตัวมาเข้าเฝ้าองค์หญิงเหลียนฮวาที่ตำหนัก  เอ่ยฟ้องเรื่องที่นางถูกจวิ้นหวางเฟยต่อว่า  พลางเติมแต่งเข้าไปอีกเล็กน้อย  พลิกลิ้นอีกนิดหน่อย  เชื่อว่าองค์หญิงเหลียนฮวาคงไม่อาจนิ่งเฉยอยู่ได้  อีกไม่นานคงได้เห็นอะไรสนุกๆเป็นแน่  

 

 

          " อ้ำอึ้งอยู่ได้  มีอะไรก็รีบๆกล่าวมา "

 

 

          "  พระชายาทรงต่อว่าหม่อมฉันว่าไร้มารยาท คงไม่ได้รับการอบรมกิริยามารยาทมาดีพอ  ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง เพคะ..แล้ว เอ่อ "

 

 

          เห็นคนตรงหน้าอึกอัก  ดั่งไม่กล้าพูดออกมา ก็ยิ่งทำให้คนที่รอฟังนั้นใคร่รู้ขึ้นไปอีก

 

 

          " ว่ามาอย่าชักช้า เจ้าเป็นคนของข้าจะกลัวอะไร "

 

 

          "  ก่อนหน้าที่จะทรงได้รับการแต่งตั้งเป็นจวิ้นหวางเฟย  หม่อมฉันก็ถูกพระชายาทรงหาเรื่องกลั่นแกล้งเพคะ  ทรงบังคับให้หม่อมฉันตบปากตนเองเสียหลายครั้ง  ด้วยความกลัวหม่อมฉันจึงอ้างไปว่าหม่อมฉันเป็นคนขององค์หญิง  แต่พระชายาในขณะนั้นก็มิได้เกรงกลัวแต่อย่างใด  เช่นนี้แล้วการต่อว่าหม่อมฉันในครั้งนี้  ว่าไร้มารยาท มิมีผู้ใดอบรมสั่งสอน  ทั้งที่รู้หม่อมฉันเป็นคนของผู้ใด  เช่นนี้แล้วคงตั้งพระทัยกล่าวกระทบถึงองค์หญิงเป็นแน่ "

 

 

          " นางกล้ามากที่ทำร้ายคนของข้า แล้วยังมีหน้ามาว่าข้าอีก  คงคิดว่าท่านพี่ของข้าโปรดปรานนาง แล้วข้าจะไม่กล้าทำอะไรสินะ  หึ "

 

 

          มู่หรงเหลียนฮวาที่มีอคติต่อจางซูหนี่ว์เป็นทุนเดิมนั้นเชื่อสาวใช้ในทันที  นางโกรธและขัดเคืองใจเป็นที่สุด ไม่ว่าอย่างไรนางก็ต้องหาทางเอาคืนสตรีผู้นั้นให้ได้

 

ณ วังจวิ้นอ๋อง

 

 

       ในช่วงสองถึงสามวันมานี้อากาศค่อนข้างเย็นลงเรื่อยๆ  ด้วยเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวอีกครา ยิ่งในช่วงกลางดึกนั้นอากาศเย็นกว่าตอนกลางวันอยู่มาก  จางซูหนี่ว์กระชับเสื้อคลุมให้เข้าที่เล็กน้อย พลางปรายสายตาไปทางประตูก็ยังไม่มีวี่แววของผู้เป็นสวามีว่าจะเข้ามานอนเสียทีทั้งที่ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว

 

 

        หลังจากที่จวิ้นอ๋องนั้นกลับมาจากการปฏิบัติราชกิจ  และเมื่อร่วมเสวยมื้อเย็นกับนางเรียบร้อย  ก็หายเข้าไปภายในห้องทรงงานตั้งแต่หัวค่ำ  จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะออกมา

 

 

       " ท่านพ่อของเจ้าคงทำงานจนลืมเวลาพักผ่อนเสียแล้วกระมัง ซือซือ "

 

 

       หญิงสาวถอนหายใจ  ทั้งอดจะบ่นออกมาให้เจ้ากระต่ายน้อยซือซือฟังไม่ได้  มือนั้นเอื้อมไปลูบลงบนขนนุ่มๆของมันเบาเบาอย่างเคยชิน 

 

 

        " อืมมม..ข้าว่าข้าไปดูเสียหน่อยดีกว่า "

 

 

        นางพึมพำออกมา  ก่อนตัดสินใจอุ้มเจ้ากระต่ายน้อยที่นอนหนุนตักของนางอย่างสบายอารมณ์อยู่ในตอนนี้ไปวางลงบนฟูกในตะกร้าใบใหญ่อันเป็นที่นอนของมัน ซึ่งตั้งอยู่ในมุมหนึ่งของห้อง

 

 

         โดยปกติแล้วเจ้ากระต่ายน้อยนั้นนางจะให้นอนอยู่ที่ห้องเสี่ยวไป๋  หากแต่วันนี้เสี่ยวไป๋นั้นขอกลับไปเยี่ยมท่านป้าของตนที่ตำหนักของเฟิ่งหวงกุ้ยเฟยด้วยได้ยินว่าไม่ค่อยสบาย  นางจึงอนุญาตและนำเจ้าซือซือมานอนกับนางภายในห้องด้วย

 

 

        " เจ้านอนตรงนี้ไปก่อนนะซือซือน้อย เดี๋ยวแม่กลับมา "

 

 

        หญิงสาวกล่าวจบ ก็ตั้งท่าจะเดินออกไปก่อนหยุดชะงักเมื่อคิดสิ่งใดได้  นางหันกลับมาและตรงไปหยิบเสื้อคลุมของสามีออกมาผืนหนึ่ง จากนั้นจึงเดินออกไปทันที  ทั้งไหว้วานให้หนึ่งในทหารที่เฝ้าเวรยามอยู่ด้านหน้าตำหนักนั้นยกน้ำชาตามนางไปยังห้องทรงงานอีกด้วย

 

 

          มู่หรงหย่งหมิงชะงักไปเมื่อเห็นจางซูหนี่ว์เดินเข้ามาด้านใน ปรายสายตาไปมองเบื้องหลังก็เห็นว่ามีคนยกถาดน้ำชาและขนมตามนางมาด้วย  เขาวางพู่กันในมือลงทันที

 

 

          " ขอบใจ  เจ้าออกไปได้แล้วล่ะ "

 

 

           นางเอ่ยขอบคุณทหารนายนั้น และเมื่อเห็นว่าเดินออกไปจากบริเวณนี้เรียบร้อยแล้ว  จึงหันกลับมาส่งยิ้มให้คนตรงหน้า

 

 

           " เห็นว่าดึกมากแล้วแต่ท่านพี่ยังไม่ยอมหยุดทรงงานเสียที  ดึกๆอากาศเย็นนัก หนี่ว์เอ๋อร์เป็นห่วงจึงนำเสื้อคลุมมาให้ ส่วนน้ำชาและขนมนั้นนำมาให้รองท้องเผื่อว่าจะทรงหิวขึ้นมา "

 

 

         จางซูหนี่ว์เดินเข้าไปใกล้  พลางค่อยๆนำเสื้อคลุมในมือของนาง  คลุมกายให้คนที่เอาแต่ยิ้มกริ่มอยู่ในเวลานี้

 

 

        " ลำบากเจ้าแล้วหนี่ว์เอ๋อร์ "

 

 

        " ไม่เห็นจะลำบากตรงไหนเลยเพคะ  หม่อมฉันเต็มใจ "

 

 

        กล่าวตอบพลางเดินไปรินน้ำชาให้ผู้เป็นสวามี  อากาศเย็นๆเช่นนี้ดื่มน้ำชาอุ่นๆเข้าไปร่างกายจะได้อบอุ่นขึ้นบ้าง  

 

 

         มู่หรงหย่งหมิงรับถ้วยชาในมือของชายารักมาจิบเล็กน้อยก่อนวางลงบนโต๊ะ  จากนั้นจึงเอื้อมมือรั้งเอวคอดกิ่วของนางลงมานั่งข้างกาย  พลางสวมกอด  ปลายคางนั้นวางเกยอยู่บนไหล่เนียน ฝังจมูกลงบนแก้มนวลหอมกรุ่นนั้นหนึ่งที

 

 

          " หอมจริง  อุ่นด้วย  เสื้อคลุมหนาเพียงใดก็ไม่สามารถให้ความอบอุ่นแก่พี่ได้เท่าไออุ่นจากกายเจ้าหรอกหนี่ว์เอ๋อร์  "

 

 

         หญิงสาวได้ฟังเช่นนั้นให้รู้สึกสะเทิ้นอายอยู่ไม่น้อย  เบือนหน้าหนีเจ้าของนัยน์ตาคู่คมที่ขยันส่งสายตาวิบวับมาให้แก่นาง 

 

 

          " สองสามวันนี้ท่านพี่ทรงงานดึกเกือบทุกวัน  มีราชกิจใดเร่งด่วนหรือเพคะ "

 

 

          นางชวนเปลี่ยนเรื่องคุยแก้อาการเขินอายของตนเอง

 

 

          " ก็เรื่องเดิมๆ คราก่อนที่เดินทางไปจัดการกับพวกกบฏบริเวณชายแดนตอนใต้ของแคว้น  มีบางส่วนที่หลงเหลืออยู่บ้าง แต่ก็กระจัดกระจายกันไปยากแก่การจับกุม  หากแต่พี่ก็ให้ทหารนั้นคอยจับตาเฝ้ามองความเคลื่อนไหวต่างๆบริเวณชายแดนอยู่ คาดว่าคงมีบางคนหนีเข้าไปยังแคว้นโจวอีกด้วย "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิงมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมานิดหนึ่ง เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้

 

 

          " เช่นนั้นก็คงเป็นเรื่องยาก  ว่าแต่เราสามารถขอความช่วยเหลือจากแคว้นโจวได้หรือไม่เพคะ  เรื่องการติดตามกบฏที่ลักลอบเข้าไปยังแคว้นโจว "

 

 

          นางไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเหล่านี้นัก  หากแต่เป็นแคว้นใกล้เคียงกัน ก็น่าจะมีปฏิสัมพันธ์ทางการทูตและค้าขายกันบ้าง  กล่าวง่ายๆก็บ้านใกล้เรือนเคียงกัน  หากจำเป็นจริงก็น่าจะพูดคุยขอความช่วยเหลือกันได้  นางก็เพียงแต่เสนอความคิดเห็นเท่านั้นเอง

 

 

          " ยาก "

 

 

          เขากล่าวพลางถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ก่อนที่จะค่อยๆอธิบายให้คนในอ้อมแขนได้ฟัง

 

 

          " หากเป็นแคว้นเจียงจินอะไรๆก็คงง่ายกว่านี้  ด้วยมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันอย่างแน่นแฟ้น  แต่กับแคว้นโจวนั้นต่างกัน  ช่วงสิบปีที่ผ่านมาเกิดเรื่องราวนองเลือดขึ้นภายในราชสำนักของแคว้นโจว เรื่องการสืบทอดราชบัลลังก์  แต่เอาเป็นว่าฮ่องเต้องค์ปัจจุบันได้บัลลังก์มาโดยไม่ชอบธรรม  ทั้งช่วงแรกยังมีความวุ่นวายภายในแคว้นอยู่  จึงมีรับสั่งให้ทหารปิดเส้นทางการติดต่อและเดินทางไปมาระหว่างแคว้นอื่นๆด้วย  ไม่มีราชทูตจากแคว้นโจวเข้าไปเจริญสัมพันธไมตรีกับแคว้นใกล้เคียงนานร่วมสิบปีแล้ว  แล้วเจ้าลองเดาสิว่าทำไมพี่จึงบอกว่ายาก "

 

 

          " อืมมม...ถ้าแคว้นโจวปิดเส้นทางการเดินทางต่างๆ คนในห้ามออก คนนอกห้ามเข้า มานานเป็นสิบปีเช่นนี้ ย่อมมีการตรวจตราบริเวณชายแดนของแคว้นอย่างเข้มงวดทุกทิศทาง  และถ้าหากว่ากบฏที่ท่านกล่าวถึงนั้น สามารถลักลอบเข้าไปได้ ก็ไม่แน่ว่าอาจจะมีคนในนั้นให้ความช่วยเหลือ ใช่หรือไม่ " 

 

 

          นางเงียบไปชั่วครู่  ก่อนไล่เรียงตรึกตรองสิ่งที่เขากล่าวให้นางฟัง  จึงวิเคราะห์ไปตามเรื่องตามราวของนาง  ซึ่งก็จะอาจเป็นไปได้ และเป็นไปไม่ได้

 

 

          " ถูกต้อง  การจะติดต่อกับแคว้นที่ไม่มีสัมพันธไมตรีกับแคว้นอื่นนั้นก็นับว่ายากแล้ว  หากจะขอความช่วยเหลือเรื่องกบฏเช่นนี้  ยิ่งยากขึ้นไปอีกเพราะมันเป็นเรื่องลึกซึ้งและละเอียดอ่อนมากนัก  อะไรก็ไม่เท่าที่เจ้ากล่าว  หากมีผู้คอยให้ความสนับสนุนกลุ่มกบฏเหล่านั้นอยู่  ก็นับว่าเป็นเรื่องใหญ่ของแคว้นทีเดียว ผลีผลามทำอะไรไปโดยพลการระหว่างแคว้น  อาจเป็นชนวนเกิดสงครามเอาได้ "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิงกล่าวเสร็จจึงนิ่งไปอย่างครุ่นคิด

 

 

          " เฮ้อ มิน่าล่ะ หลายวันมานี้ท่านจึงได้มีสีหน้าเคร่งเครียดนัก "

 

 

          นางเป็นฝ่ายถอนหายใจออกมาบ้าง  เอาแค่นางฟังสามีกล่าวมาเท่านี้ก็นึกหนักใจแทนเสียแล้ว 

 

 

          " ไม่ต้องกังวลไปหรอกหนี่ว์เอ๋อร์ เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของบุรุษเถิด เจ้านั้นคอยส่งยิ้มหวานๆมาให้พี่ชื่นใจบ่อยๆคอยเป็นเป็นกำลังใจให้พี่ก็เพียงพอแล้ว "

 

 

          เขากล่าวออกไปเมื่อหันไปเห็นผู้เป็นชายานั้นมีสีหน้าเคร่งเครียดตามไปด้วยอีกคน  จึงกล่าวกระเซ้าเย้าแหย่นางออกไป  หวังให้นางนั้นคลายกังวล

 

 

          จางซูหนี่ว์เองนั้นก็เพิ่งจะตระหนักได้เช่นกัน  ดูเอาเถิดเขาเหน็ดเหนื่อย และเคร่งเครียดมามากพอแล้ว  เป็นนางที่ควรให้กำลังใจเขา ทำให้เขาผ่อนคลายไม่ใช่หรือไร

 

 

       แต่กลายเป็นคนตรงหน้าที่เอ่ยปลอบโยนให้กำลังใจนางเสียนี่  คิดได้ดังนี้ก็รู้สึกผิดหน่อยๆ  นางนั้นถือเป็นภรรยาที่ใช้ไม่ได้เอาเสียเลย

 

 

          จึงค่อยๆคลี่ยิ้มส่งไปให้เขา พลางขยับกายหันไปสวมกอด และเอนศีรษะไปซบที่อกแกร่งของผู้เป็นสวามี  ถามว่านางอายหรือไม่  ตอบเลยว่า 'อายแต่ในเมื่อใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว เรื่องเพียงนี้คงไม่น่าเกลียดกระมัง  

 

 

          " อ้อน? "

 

 

         เจ้าของร่างแกร่งเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนเอ่ยถามเสียงแผ่ว  แปลกใจกับท่าทีออดอ้อนของนางอยู่บ้าง  ด้วยว่านางไม่เคยเข้าหาเขาก่อนเลยสักครา  แม้จะแต่งงานกันแล้วก็ตาม มีแต่เพียงเขาเป็นฝ่ายเริ่มเข้าหานางก่อนเสียทุกครั้งไป  เห็นนางออดอ้อนออเซาะดั่งลูกแมวน้อยเช่นนี้ ก็อดใจสั่นขึ้นมาไม่ได้  

 

 

          คงมิต้องถามหรอกว่าเขาชอบหรือไม่ เพียงนางเอนกายเข้ามาซบอกเขาเท่านั้น เขาก็มิต่างจากเหล็กกล้าที่ถูกไฟหลอมจนละลายเสียแล้ว

 

 

          " แล้วอ้อนได้หรือไม่เพคะ "

 

 

          นางเอ่ยถามเสียงเบาหวิว

 

 

          " รอเจ้าออดอ้อนเช่นนี้เสียนาน  คิดว่าจะไม่มีโอกาสได้เห็นเสียแล้ว "

 

 

          กล่าวด้วยแววตาพราวระยับ  เรื่องกังวลต่างๆนั้นเก็บเอาไว้ก่อน ชายารักออดอ้อนน่ารักน่าใคร่เพียงนี้  มัวมานั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดให้นางเห็นก็คงจะดูไม่ดีเท่าใดนัก

 

 

          " ก็อยากให้ทรงคลายความกังวลต่างๆลงบ้าง  ผู้เป็นภรรยาย่อมต้องแบ่งเบา เคียงข้าง และมีแต่ความสบายใจเมื่อผู้เป็นสามีอยู่ใกล้ ใช่หรือไม่ "

 

 

        " เจ้ากล่าวได้ถูกต้องและถูกใจพี่นักหนี่ว์เอ๋อร์  คิดๆไปนี่ก็ดึกมากแล้ว เห็นสมควรแก่เวลาวางภาระหน้าที่ลงเสียที  อากาศเย็นเช่นนี้หากได้นอนกอดเจ้าไว้ในอ้อมแขน ภายใต้ผ้าห่มหนาคงจะอบอุ่นและหลับสบายนัก เจ้าคิดเช่นพี่หรือไม่ "

 

 

" ไม่ทรงงานต่อแล้วหรือเพคะ "

 

 

นางช้อนสายตาขึ้นมองคนตรงหน้า เอ่ยถามไปอย่างนั้น  ทว่ากลับยิ้มอย่างรู้ทันเจ้าของนัยน์ตาคม

 

 

" เก็บเอาไว้ทำ ไว้คิดต่อในวันพรุ่งก็ได้  ตอนนี้สมควรแก่เวลา..."

 

 

 เขาชะงักคำไว้นิดหนึ่ง เมื่อเห็นว่านางเลิกคิ้วขึ้นรอฟังว่าเขาจะกล่าวสิ่งใด

 

 

" สมควรแก่เวลา 'นอนแล้ว "

 

 

น้ำเสียงนั้นแผ่วลงไปนิดหน่อย  กล่าวพลางค่อยๆยืนขึ้นเต็มความสูง  ก้มไปประคองนางให้ลุกขึ้นตาม

 

 

มู่หรงหย่งหมิงเดินเข้ามาภายในห้อง  ทั้งจับจูงกุมมือนางเอาไว้ตลอดเวลา  จนกระทั่งที่เขานั่งลงบนเตียงแล้วจึงปล่อย

 

 

              " หม่อมฉันช่วยนะเพคะ "

 

 

นางก้มลงไปถอดรองเท้าให้ผู้เป็นสวามี  และวางเอาไว้ข้างๆเสาเตียง  ตอนแรกก็ว่าจะเดินไปเตรียมน้ำอุ่นให้เขาได้อาบน้ำก่อนนอน  ทว่ากลับถูกเขารวบเอาไว้ในอ้อมแขนเสียก่อน

 

 

" ปล่อยก่อนเพคะ "

 

 

" ไม่ "

 

 

" หม่อมฉันเอาซือซือเข้ามานอนด้วย ทำอะไรไม่อายเจ้าลูกรักของท่านพี่หรือเพคะ "

 

 

" ไหนล่ะ ไม่เห็นมีเลย "

 

 

 " ก็อยู่ในตะกร้าตรงนั้นไงเพคะ  อ้าวว หายไปไหนแล้ว "

 

 

หญิงสาวกล่าวขึ้นอย่างงงงัน

 

 

" คงจะอยู่แถวๆนี้กระมัง "

 

 

 มู่หรงหย่งหมิงแม้จะขัดใจที่สตรีตรงหน้า ดูจะให้ความสนใจเจ้ากระต่ายน้อยซือซือมากกว่าเขา  หากแต่ก็กวาดสายตาไปรอบๆห้อง เพื่อช่วยนางหาเจ้าตัวเล็กขนนุ่มนั่น

 

 

       จางซูหนี่ว์ที่เดินเข้าไปดูบริเวณโต๊ะ เก้าอี้ ที่วางตะกร้าเจ้ากระต่ายน้อยอยู่  เผื่อว่าจะซุกซนไปเล่นอยู่ในซอกหลืบหรือมุมอับใด  ทว่าเพียงแต่เหลือบสายตามองที่ตะกร้าในระยะใกล้เพียงนี้ จึงได้เห็นบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้นางถึงกับตัวชาดิก 

 

 

        " ทะ ท่านพี่  "

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 638 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,484 ความคิดเห็น

  1. #5826 เมมฟิส (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 10:36
    ซือซือเป็นอะไร ฝีมือยัยองค์หญิงแน่เลย เมื่อไหร่ยัยองค์หญิงจะหายโง่
    #5,826
    0
  2. #5380 Maioctober (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 20:53
    จะตามเกาะติดชายห้า ว่าแต่ ชื่อภาคอะไรคะ
    #5,380
    1
  3. #5322 Numtanthitiya (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 16:45
    ดีใจท่านอ๋องจะมีคู่แล้ววว
    #5,322
    0
  4. #5242 kimurakung (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 22:17
    มี ฟ่านปิงปิง ด้วย
    #5,242
    0
  5. #5158 4447 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 22:34
    พระรองมีคู่เเล้ววว
    #5,158
    0
  6. #5152 Beau-RM (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 19:48
    เอ่อ..สมแล้วที่คุณเถียนเถียนเป็นนักเขียน เพราะภาพสุดท้ายนี่มโนได้ล้ำเลิศมาก(เป็นสิ่งที่ readerเองก็ชอบทำบ่อยๆตอนเจอรูปศิลปินที่ชอบ)
    #5,152
    1
    • #5152-1 เถียนเถียน / A.C.E(จากตอนที่ 48)
      7 มกราคม 2561 / 22:32
      มโนเข้าข้างตัวเองนี่งานถนัดค่ะ 555
      #5152-1
  7. #5002 mayar (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 00:09
    คู่มาแระนะหมอนะ
    #5,002
    0
  8. #4934 cussendo (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 08:44
    กลัวพี่รอง จะได้กับ องค์หญิง น้อยดิ
    #4,934
    1
    • #4934-1 Orzzzzzz-_-(จากตอนที่ 48)
      18 มกราคม 2561 / 16:38
      คิดเหมือนกัน555
      #4934-1
  9. #4861 11111997 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 02:16
    เค้ากลัวใจไรท์จริงๆกลัวว่าพี่ใหญ่กับพี่รองจะชดมาม่าชามเดียวกัน
    #4,861
    0
  10. #4860 chanchan123 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 00:12
    องค์ชายห้าจะมีคู่แล้ว เย้
    #4,860
    0
  11. #4859 Jamm (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 23:42
    HNY2018นะคะไรท์ ขอบคุณที่แต่งให้อ่านค่ะสนุกมากกกก♡
    #4,859
    0
  12. #4857 赵诗兰 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 19:58
    Happy New Year
    พอคุณหนูสามนางแนะนำตัวมีภาพในหัวลอยขึ้นมาทันที
    หลิวอี้เฟย...เซียวเหล่งนึ่งลอยมา
    จ้าวลี่อิง...กู่โถวลอยไป
    ฟ่านปิงปอง...เหมยเหนียงลอยมา
    555 ชอบมโนได้เห็นภาพชัดเจนมาก
    #4,857
    1
  13. #4856 Boomsakalaka999 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 19:56
    ดีใจที่องค์ชายห้ามีคนมาดามใจแล้ว แถมยังเป็นสาวแสบสายรุกเสียด้วย!!!
    #4,856
    1
    • #4856-1 เถียนเถียน / ลักษมณ์(จากตอนที่ 48)
      1 มกราคม 2561 / 20:50
      คนเงียบพูดน้อย คู่กับคนสดใสร่าเริง ชีวิตจึงจะมีสีสันว่ามั้ย
      #4856-1
  14. #4855 aesasich (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 19:33
    สวัสดีปีใหม่ ขอให้เถียงเถียงสุขภาพแข็งแรง ร่ำรวยนะเจ้าคะ
    #4,855
    1
  15. #4854 pinya1 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 19:31


    สวัสดีปีใหม่
    #4,854
    0
  16. #4853 natsinee2512 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 18:52
    สวัสดีปีใหม่2561 นะคะ
    #4,853
    0
  17. #4852 nuchjareens (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 18:07
    สวัสดีปีใหม่นะคะไรท์
    #4,852
    0
  18. #4850 wha_er (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 14:23
    HNY 2018 ค่ะไรท์
    #4,850
    0
  19. #4847 นู๋ฝ้าย จร๊าาาาา (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 13:22
    โอยยยยย ชายหมอของหนูมีชะนีติดพันนน
    #4,847
    1
  20. #4846 Mook.mook (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 12:52
    นี่แหละะะ คู่พระรองนางเอกมันต้องสายรุกแบบนี้ กรี้ดดดดด 55555555
    #4,846
    1
  21. #4845 farfar2531 (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 11:05
    Happy New Yearจ้าา
    เห็นเคยบอกว่าจะเอาน้องต่ายมาเป็นนางเอกด้วยนิค่ะ พิคที่วาาคือแบบนี้หรือเปล่านะ อิอิ
    #4,845
    1
  22. #4844 NuReader (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 10:31
    สุขสันต์วันปีใหม่ค่ะ ไรท์ มีความสุขมาก ๆ ค่ะ
    #4,844
    1
  23. #4843 shipyou (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 10:27
    องค์ชายห้าจะมีชายาแล้ววว ฮื่อออ เสียจัยยย ทำไมไม่เป็นเลา
    #4,843
    1
    • #4843-1 เถียนเถียน / ลักษมณ์(จากตอนที่ 48)
      1 มกราคม 2561 / 12:05
      กว่าจะแต่งก็ภาคหน้าค่ะ...ตอนนี้ชายห้ายังโสด ให้พวกเราคอยแทะโลมอยู่ 5555
      #4843-1
  24. #4842 MuM_ (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 10:02
    Happy New Year 2018 ka
    #4,842
    0
  25. #4841 What&Why (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 09:38
    HNYจ้า
    #4,841
    0