ชายาอ๋องกระดูกเหล็ก (สนพ.สถาพรบุ๊คส์)

ตอนที่ 46 : ก้าวแรกในวังหลวง (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 52,980
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 729 ครั้ง
    22 ก.พ. 61


          จางซูหนี่ว์ค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นอย่างช้าๆ  ด้วยรู้สึกได้ถึงแสงสว่างที่เล็ดลอดเข้ามาภายในห้อง  อากาศยามเช้าตรู่นั้นค่อนข้างเย็น จึงขยับตัวกระชับผ้าห่มขึ้นมาคลุมกายมากกว่าเดิม  และไม่ลืมเผื่อแผ่ให้กับคนที่นอนอยู่ข้างกายนางในขณะนี้ด้วย  เหลือบมองก็เห็นว่าจวิ้นอ๋องนั้นหลับสนิท  จำได้ว่าเมื่อคืนเขารั้งนางเข้าไปกอดและพากันหลับไป

 

 

ระลึกย้อนถึงเหตุการณ์ในค่ำคืนที่ผ่านมาก็ให้รู้สึกเขินอายขึ้นมาวูบหนึ่ง  พลันความรู้สึกต่อมาคือ ความสำนึกได้ว่านางมิใช่คนตัวเปล่าอีกต่อไป  นางมีสามีเป็นคู่คิดคู่ชีวิตที่นับจากนี้เปรียบดั่งส่วนหนึ่งของกันและกัน

 

 

 ตำแหน่งจวิ้นหวางเฟยที่ได้รับนั้น  มาพร้อมกับภาระหน้าที่อื่นๆ  อย่างน้อยก็ผู้คนที่ได้อาศัยอยู่ในวังแห่งนี้  ความเป็นอยู่ กฏระเบียบ การจัดการปกครองเรื่องภายในนั้น  ล้วนแล้วแต่เป็นความรับผิดชอบของนางอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง

 

 

          นางหยัดกายขึ้นอย่างแผ่วเบา  ด้วยมิต้องการรบกวนคนที่ยังนอนอยู่  ในวันแรกของชีวิตคู่  หากผู้เป็นภรรยาจะตื่นทีหลังผู้เป็นสามีนั้น  คงมิใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไร  ทว่าเมื่อเท้าแตะพื้นและเตรียมลุกจากเตียงเพียงเท่านั้น ความรู้สึกปวดแปลบและร้าวระบมก็บังเกิดจนต้องนิ่วหน้าและค่อยๆทรุดกายลงนั่งบนที่นอนตามเดิม  

 

 

          อดที่จะก้มลงไปมองสำรวจตามร่างกายของตัวเองมิได้  พบว่ามีรอยจ้ำสีแดงจางๆกระจายอยู่บริเวณเนินอกและหน้าท้องสองสามแห่ง  ความเขินอายนั้นย่อมมีแต่ความเคืองก็มีไม่น้อย  หันไปมองคนที่สร้างร่องรอยเอาไว้บนกายของนางกำลังหลับใหลอย่างสบายใจก็ให้นึกหมั่นไส้นัก  มันน่าโดนทุบสักหนสองหนเสียจริงๆ คนเอาแต่ใจ...

 

 

          หลังจากที่ฝืนเดินเข้าไปชำระร่างกายเป็นที่เรียบร้อย  จึงออกมาแต่งกายอยู่มุมเครื่องแป้ง  มือเรียวบรรจงหวีผมของตนอย่างช้าๆ  คิดว่าอีกสักครู่เมื่อแต่งกายเรียบร้อยดีแล้ว  จึงจะลุกขึ้นไปปลุกอีกคน  ซึ่งป่านนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่นแต่อย่างใด  

 

 

          ทว่าสายตานั้นก็พลันเห็นความเคลื่อนไหวทางด้านหลัง จากภาพสะท้อนของเงาในกระจกเสียก่อน

 

 

          " ตื่นแล้ว ไยเจ้าจึงไม่ปลุกเปิ่นหวางเล่า หนี่ว์เอ๋อร์ "

 

 

          น้ำเสียงทุ้มเอ่ยพูดกับผู้เป็นชายารักอย่างนุ่มนวล  มู่หรงหย่งหมิงเดินเข้ามาใกล้พลางใช้มือที่ค่อนข้างหยาบกร้านจากการจับอาวุธนั้นแตะลงบนกลุ่มผมของนาง  ลูบไปตามเส้นผมนุ่มสลวยนั้นเล่นอย่างนึกเพลิน  ในเวลานี้เขารู้สึกผ่อนคลาย สงบ และสุขใจอย่างบอกไม่ถูก  

 

 

นางทำให้นึกถึงคำว่าบ้านและครอบครัวในแบบที่เขาอยากจะมี  ช่างน่าขันนัก..วังหลวงที่เปรียบเสมือนบ้านหลังใหญ่ แต่กลับหาความปลอดภัยและความสุขอย่างแท้จริงไม่ได้เลย

 

 

 " เห็นพระองค์หลับสบายจึงไม่อยากปลุกเร็วนักเพคะ  คิดว่าอีกสักครู่ค่อยปลุก "

 

 

" ตื่นมาไม่พบเจ้านอนอยู่ข้างๆก็ใจหาย  นึกว่าเมื่อเจ้าได้เปิ่นหวางแล้ว ก็คิดจะทิ้งขว้างเปิ่นหวางเสียอีก "

 

 

เขาเอ่ย พลางแกล้งปั้นหน้าน้อยใจสตรีข้างกาย

 

 

 " คราแรกก็ไม่คิด  แต่ตอนนี้หม่อมฉันคิดอยากจะกระทำเช่นนั้นแล้วล่ะเพคะ "

 

 

นางกล่าวทั้งที่ยังไม่ได้หันกลับมาเผชิญหน้า  ทว่ากลับมองคนด้านหลังผ่านทางกระจก เห็นทุกการกระทำและสีหน้าที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเสแสร้ง  ยังไม่รวมน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจที่น่าหมั่นไส้นี้อีกล่ะ  

 

 

 

 " ใจร้ายนะเจ้าน่ะ "

 

 

มู่หรงหย่งหมิงขยับเข้าไปสวมกอดนางจากทางด้านหลัง  พลางวางศีรษะและปลายคางเกยอยู่ที่ไหล่นวล มองไปยังกระจกด้านหน้าเพื่อสบสายตากับนางผ่านเงาสะท้อน

 

 

" วันนี้เราต้องไปเข้าเฝ้าฝ่าบาท  ไทเฮา  ฮองเฮา และเฟิ่งหวงกุ้ยเฟย  พระองค์อย่าทรงโอ้เอ้อยู่เลยเพคะ  รีบเข้าไปชำระร่างกายเสียก่อนเถิด "

 

 

นางสบตากับบุรุษที่ยังสวมกอดนางอยู่ด้านหลังผ่านกระจกชั่วครู่  ก่อนเอ่ยตัดบทและไล่เขาไปอาบน้ำชำระกาย  ด้วยมีภารกิจที่ต้องกระทำในวันนี้ตามธรรมเนียม  แต่ทว่าคนตัวโตกลับยังอ้อยอิ่งมิยอมขยับแต่อย่างใด

 

 

" ท่านพี่ "

 

 

มู่หรงหย่งหมิงกล่าวกระซิบข้างใบหูของนาง

 

 

" อะไรนะเพคะ "

 

 

             " อยู่ด้วยกันเพียงลำพังให้เรียกเปิ่นหวางว่า 'ท่านพี่เถอะนะ...'หม่อมฉัน' ก็ด้วยมันฟังดูห่างเหินไป แทนตัวเองว่าหนี่ว์เอ๋อร์ น่ารักกว่า "

 

 

" เอ่อ "

 

 

" ไม่รู้ล่ะ  ไปเข้าเฝ้าตอนสายๆหน่อยก็ไม่เป็นไร คงไม่มีใครว่าหรอก  ยังมีเวลากอดเจ้าเช่นนี้อีกนาน  ไหนเรียก 'ท่านพี่' ให้เปิ่นหวางชื่นใจหน่อย ได้หรือไม่หนี่ว์เอ๋อร์  "

 

 

คนตัวโตกว่าทั้งดื้อแพ่งและออดอ้อน  เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นกว่าเดิม สื่อให้ร่างบางในอ้อมกอดรับรู้ว่าหากไม่เอ่ย เขาย่อมไม่มีทางคลายอ้อมกอดนี้เป็นแน่

 

 

 " ปล่อยเถิดเพคะ "

 

 

" ไม่ "

 

 

" ปล่อยเถอะนะ เพคะ "

 

 

 " ก็บอกว่าไม่ "

 

 

" เอ๊ะ...ทำไมดื้อ "

 

 

" แล้วเรียกท่านพี่ มันยากตรงไหน ฮึ "

 

 

 เขากล่าวออกมา ทั้งที่ก็พอจะรู้สาเหตุที่นางไม่กล้าพูด  คงเพราะเขินอายเขาอยู่เป็นแน่  ดูใบหน้าสิขึ้นสีระเรื่อน่าเอ็นดูนัก ทั้งยังน่าแกล้งอีกด้วย

 

 

" เอ่อ...ท่านพี่ปล่อยหนี่ว์เอ๋อร์เถิดนะเพคะ "

 

 

นางกล่าวออกไปในที่สุด  เรียกน่ะไม่ยากหรอก  แต่ที่ยากคือความรู้สึกตอนนี้ต่างหาก  ก็คนมันเขินนี่นา ใบหน้านี่ก็ร้อนวูบวาบอยู่ได้...

 

 

 " รู้หรือไม่เจ้ากล่าวเช่นนี้นั้น น่ารักน่าเอ็นดูยิ่งนัก "

 

 

เขากล่าว พลางคลายอ้อมกอดและหันกายนางให้กลับมาเผชิญหน้ากับเขา 

 

 

" จะทำอะไรเพคะ "

 

 

จางซูหนี่ว์เอ่ยถาม พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อเห็นเขาหยิบบางสิ่งบางอย่างบนโต๊ะเครื่องแป้งขึ้นมา  จากนั้นก็พอจะเดาได้ทันที  ว่าเขาคิดจะทำสิ่งใดต่อไป  นางจึงรีบเบี่ยงหน้าหลบอย่างไว

 

 

" ไม่นะเพคะ  ไม่เล่นแบบนี้ "

 

 

" เปิ่นหวางทำได้  ตอนเด็กๆเคยทำให้ท่านแม่อยู่บ้าง เชื่อใจเปิ่นหวางสิ "

 

 

 เขากล่าวพลางจับใบหน้าของนางเอาไว้ให้อยู่นิ่ง

 

 

" ประเดี๋ยวก็เลอะ "

 

 

นางไม่รู้จะเชื่อหรือไม่เชื่อดี  เพราะหากให้บุรุษตรงหน้าถือกระบี่อยู่ในมือและเที่ยวไล่ฆ่าคนอื่นไปทั่ว  นางก็คิดว่าดูหน้าเชื่อถือกว่าตอนนี้ 

 

 

เพราะในมือนั้นมิได้ถือกระบี่ แต่เป็นแท่งดินสอเขียนคิ้วน่ะสิ   จะไว้ใจได้หรือไม่นี่ 

 

 

เอ...แต่ดูวิธีการจับก็ดูเข้าทีอยู่ไม่น้อย  ได้แต่หวังว่ามันจะออกมาดูดีหรอกนะ  นางนั่งนิ่งให้คนตรงหน้าบรรจงวาดคิ้วให้นางจนสำเร็จ

 

 

 " เป็นอย่างไร ดีหรือไม่ "

 

 

มู่หรงหย่งหมิงเอ่ยอย่างอวดเล็กน้อย  

 

 

" ก็ดีเพคะ "

 

 

นางตอบหลังจากเบือนหน้าไปมองผลงานของพระสวามีในกระจก อย่างค่อนข้างพึงพอใจในผลลัพท์ที่ได้

 

 

" ไม่ใช่แค่ก็ดี  แต่ดีมากต่างหากล่ะ  "

 

 

" เพราะหนี่ว์เอ๋อร์งดงามอยู่แล้วต่างหากล่ะเพคะ แต่งอย่างไรก็งาม "

 

 

นางเอ่ยติดยิ้ม  กล่าวตามจริงก็พึงพอใจในฝีมือการเขียนคิ้วของจวิ้นอ๋องมิน้อย

 

 

 " ไม่เถียงว่าเจ้านั้นงดงามจริงๆ "

 

 

หนี่ว์เอ๋อร์ว่าท่านพี่ไปอาบน้ำได้แล้วล่ะเพคะ  "

 

 

นางมองคนตรงหน้าที่ส่งสายตาหวานฉ่ำมาให้นางอยู่ในตอนนี้

 

 

 " ไล่บ่อยจริงเชียว "

 

 

 " มิได้เพคะ  เพียงแต่หนี่ว์เอ๋อร์คิดว่าให้ฝ่าบาทกับไทเฮาทรงรอนานคงไม่ดีนัก เชื่อน้องสักครั้งเถิดนะเพคะ ท่านพี่ "

 

 

หญิงสาวกล่าวถึงเหตุผล ทั้งประโยคสุดท้ายจงใจใช้น้ำเสียงอ่อนหวานนุ่มนวล ท่านแม่เคยเล่าให้ฟังอยู่บ้าง ว่าบ่อยครั้งที่ใช้น้ำเสียงออดอ้อนและรอยยิ้มหวานคราใด ท่านพ่อก็มักใจอ่อนยอมตามใจท่านทุกครั้งไป  นางจึงลองนำมาใช้กับคนตรงหน้าเสียหน่อย  

 

 

" พี่ก็คิดเช่นนั้น  งั้นรอสักครู่เถิดนะ "

 

 

 เขาออกจะชอบใจที่นางแทนตัวเองว่า 'น้อง' กับเขาแบบนี้  ไม่รีรอที่จะแทนตนเองว่า 'พี่' กลับไปโดยพลัน  น้ำเสียงออดอ้อนอ่อนโยน กับรอยยิ้มหวานหยดถูกส่งมาให้เช่นนี้  หัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความรักและเสน่หาต่อนาง  ก็พร้อมจะหลอมละลายลงไปอยู่แทบเท้านางในบัดดล  

 

 

น่ารักน่าเอ็นดูเพียงนี้ ไฉนเลยจะมิยอมกระทำตามที่นางขอได้เล่า  เขามองสตรีตรงหน้าด้วยแววตาพราวระยับ  เพียงครู่จึงลุกขึ้นไปจัดการชำระกายและเปลี่ยนอาภรณ์ใหม่ตามที่นางบอกทันที

 

 

ในช่วงสายมู่หรงหย่งหมิงได้พาจางซูหนี่ว์เข้าเฝ้าฮ่องเต้  ไทเฮา ฮองเฮา และเฟิ่งหวงกุ้ยเฟยตามธรรมเนียมปฏิบัติที่เรียกว่า  'ขั่งเต๊หรือพิธียกน้ำชาให้แก่บิดามารดาและญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายชาย ในวันแรกหลังจากคืนเข้าหอ

 

 

" ย่าขอให้พวกเจ้าทั้งสองครองคู่กันอย่างหวานชื่น  หนักนิดเบาหน่อยอภัยให้แก่กัน  เป็นสามีย่อมต้องปกป้องดูแลผู้เป็นภรรยา  ทั้งภรรยาก็ควรเอาใจใส่ดูแลและรักษาเกียรติผู้เป็นสามี  เช่นนี้แล้วจึงจะอยู่ด้วยกันอย่างราบรื่น "

 

 

 " พ่ะย่ะค่ะ / เพคะ "

 

 

ทั้งสองกล่าวรับคำอวยพรและคำสอนจากไทเฮา  หลังจากที่ยกน้ำชาให้สตรีเบื้องหน้านี้แล้ว  หญิงสาวจึงเงยหน้าขึ้นสบตาไทเฮา ที่กำลังมอบรอยยิ้มอบอุ่นนุ่มนวลมายังนางและผู้เป็นพระสวามี  

 

 

 เป็นสายตารักใคร่เอ็นดูและจริงใจต่อลูกหลานอย่างแท้จริง ซึ่งจางซูหนี่ว์นั้นสามารถสัมผัสได้ในทันที

 

 

" และนี่ของรับขวัญหลานสะใภ้จากย่า มารับไปสิซูหนี่ว์  "

 

 

" ขอบพระทัย เพคะ "

 

 

 นางขยับกายเข้าไปรับของรับขวัญจากไทเฮาเป็นหีบเครื่องประดับขนาดกลางหนึ่งหีบ ล้วนบรรจุเครื่องประดับล้ำค่างดงามทั้งสิ้น  พลางส่งรอยยิ้มอ่อนหวานให้กับไทเฮา เมื่อทรงเอื้อมพระหัตถ์มาลูบศีรษะนางอย่างเอ็นดู  

 

 

นอกจากฮ่องเต้และเฟิ่งหวงกุ้ยเฟย  ที่พอจะเป็นหลักพักพิงให้นางได้แล้ว  กับไทเฮานั้นนางก็เห็นว่าสามารถเป็นที่พึ่งพิงให้แก่นางได้เป็นอย่างดีทีเดียว  เห็นทีว่านางคงต้องหาเวลาเข้าเฝ้าผู้เป็นเสด็จย่าของจวิ้นอ๋องบ่อยๆเสียแล้ว

 

 

อันว่าหากนางต้องการมีชีวิตที่ราบรื่นในวังหลวงแล้วล่ะก็ ล้วนต้องหาพวกพ้องที่สามารถเกื้อหนุนนางได้  นางมิได้ต้องการอำนาจ  หากแต่ต้องการผู้ที่จะสามารถคุ้มครองนางจากอันตรายใดใดที่อาจจะเกิดในอนาคต 

 

 

หากนางเป็นที่โปรดปรานแล้วไซร้  ใครก็ตามที่อาจคิดร้ายต่อนางคงต้องคิดหนักเสียหน่อย  อดที่จะเหลือบมองไปยังต้วนฮองเฮามิได้  ใบหน้างดงามที่แม้จะร่วงโรยไปตามวัยอยู่บ้าง  กำลังส่งยิ้มอ่อนโยนมายังนาง แต่สายตานั้นกลับมิได้ยิ้มตาม  นางถอนสายตาจากสตรีผู้นั้นหันหน้ากลับมาตามเดิม...เสแสร้ง

 

 

" ข้าขอให้เจ้าทั้งสองครองคู่ยั่งยืน รีบๆมีหลานล่ะหย่งหมิง "

 

 

คำกล่าวนี้เป็นของฮ่องเต้หย่งไท่ ขณะอวยพรให้กับผู้เป็นพระโอรสคนโปรด หากแต่ประโยคหลังนั้นลดพระสุรเสียงลงให้ได้ยินแต่เพียงสองคนกับพระโอรสเท่านั้น  พระพักตร์แย้มยิ้มเป็นการสัพยอกเล็กน้อย

 

 

" ลูกรับพระราชบัญชาพ่ะย่ะค่ะ  "

 

 

มู่หรงหย่งหมิงได้ฟังดังนั้น จึงเอ่ยรับคำพระบิดาทันทีด้วยใบหน้าและแววตายิ้มกริ่ม เหลือบมองจางซูหนี่ว์ก็เห็นว่านางนั้นมองมาที่เขาอย่างสงสัยใคร่รู้มิน้อย ว่าเอ่ยรับคำสิ่งใดต่อพระบิดา  หากแต่นางก็มิได้เอ่ยถามประการใด

 

 

จากนั้นจึงยกน้ำชาให้แก่ต้วนฮองเฮาและเฟิ่งหวงกุ้ยเฟยตามลำดับ  เหตุการณ์ในวันนี้นั้นดูราบรื่นและปกติดี  มองผาดเผินก็เหมือนครอบครัวใหญ่ครอบครัวหนึ่งทั่วไป

 

 

ทว่าตื้นลึกหนาบางเป็นเช่นไรนั้นทุกคนต่างรู้ดี  นางได้เหยียบย่างเข้ามาในสังคมที่มีแต่การสวมหน้ากากประดับรอยยิ้ม  วาจาสวยงามประหนึ่งบุปผาสีสวย  แต่มือกลับซ่อนใบมีดแหลมคมรอโอกาสเชือดเฉือนผู้เพลี่ยงพล้ำให้แดดิ้นสิ้นชีพไปตรงหน้า หากขวางทางอำนาจของตน

 

 

" ยินดีกับเจ้าด้วยนะหวงกุ้ยเฟย  ได้สะใภ้งามพร้อมทั้งกิริยามารยาทและชาติตระกูล  คงถูกใจเจ้าไม่น้อยสินะ  จวิ้นอ๋องนั้นสายตาแหลมคมยิ่งนัก "

 

 

ต้วนฮองเฮากล่าวเหน็บแนมสตรีที่นั่งห่างจากพระนางไม่ไกลนัก  สีพระพักตร์และแววตานั้นอ่อนโยน อ่อนหวาน ผู้ใดมิรู้ความบาดหมางของทั้งคู่มาก่อนอาจหลงไปกับเล่ห์มารยาของต้วนฮองเฮาก็เป็นได้  แต่ไม่ใช่กับเฟิ่งหวงกุ้ยเฟยที่ตาสว่างรู้ทันมารยาของนางเสียนานแล้ว

 

 

" เพคะ  หม่อมฉันยินดียิ่งที่ได้จางซูหนี่ว์มาเป็นสะใภ้  ถูกใจหม่อมฉันมากกว่าใคร  หากเป็นสตรีอื่นก็ไม่แน่ว่าหม่อมฉันจะยอมให้หย่งหมิงแต่งเป็นจวิ้นหวางเฟยได้  ด้วยมิรู้ว่านิสัยใจคอนั้นเป็นเช่นใด  "

 

 

เฟิ่งหวงกุ้ยเฟยกล่าวตอบกลับด้วยพระพักตร์แย้มยิ้มไม่ต่างกัน  เหตุผลที่พระนางยินยอมนั้น ดั่งที่ทราบกันดีว่าลูกสะใภ้คนนี้เป็นบุตรีของสหายสนิทของพระนาง  อีกประการไยจะไม่รู้ว่าถูกเหน็บแนมเข้าให้  แต่พระนางก็ไขสือแกล้งมิรู้ความไปเสียอย่างนั้น 

 

 

ทว่าก็แอบจิกกัดกลับไปบ้างเหมือนกัน  เรื่องเจิ้งจิวอิงนั่นแล  รูปโฉมงดงามอ่อนหวานแต่ใครจะรู้ว่าจิตใจมีแต่ความทะเยอทะยาน  ละทิ้งความรักไขว่คว้าอำนาจ สุดท้ายเป็นเช่นไรมีแต่เพียงตำแหน่งสูงศักดิ์ แต่หาได้เป็นที่โปรดปรานของพระสวามี  

 

 

แต่งงานมาหลายปีกลับไม่สามารถมีทายาทแม้สักคน  ผิดกับชายารองผู้มาทีหลังนั้นกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ จะว่าไปก็น่าเวทนาแต่นางทำตัวของนางเองทั้งนั้น  คิดแล้วถือเป็นวาสนาของมู่หรงหย่งหมิงกับจางซูหนี่ว์โดยแท้  ที่เขาว่าคู่กันแล้วมิคลาดคลา 

 

 

" เอาล่ะ ตอนนี้ก็เสร็จพิธีแล้วปล่อยให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวหมาดๆ เขากลับไปพักผ่อนเถิด  เมื่อวานก็เหนื่อยมาทั้งวัน ยังจะต้องตื่นเช้ามายกน้ำชาอีก เราอย่ารบกวนเวลาของทั้งคู่เลย  แยกย้ายกันได้แล้ว "

 

 

ไทเฮาทรงกล่าวหลังจากที่มู่หรงหย่งหมิงและจางซูหนี่ว์นั้นกินขนมอี๊สีชมพูเสร็จเรียบร้อยไปได้สักครู่แล้ว ก็ถือว่าจบธรรมเนียมปฏิบัติในวันนี้

 

 

" เช่นนั้นให้หม่อมฉันประคอง และส่งเสด็จไทเฮากลับตำหนักนะเพคะ "

 

 

ต้วนฮองเฮาเอ่ยขึ้น พลางขยับเข้าไปหมายประคองไทเฮา ทว่าก็ต้องชะงักไปเมื่อสตรีสูงวัยตรงหน้ายกพระหัตถ์เป็นเชิงห้าม

 

 

" อย่าลำบากเจ้าเลยฮองเฮา  อ้ายเจียมีเฟิ่งหวงกุ้ยเฟยช่วยประคองอยู่แล้ว  เจ้ามีสิ่งใดทำก็ไปทำเถิด  "

 

 

" เอ่อ เพคะ "

 

 

ต้วนฮองเฮาชะงักไปเพียงนิด  ไม่นานจึงคลี่ยิ้มอ่อนหวานออกมา  ทว่าในใจนั้นเดือดปุด ตั้งแต่ที่ไทฮองไทเฮาสิ้นพระชนม์ไป  นางเฒ่าผู้นี้ก็มิเคยเห็นหัวนาง  ใบหน้ายิ้มแย้มแสร้งเมตตา แต่การกระทำมึนตึงเฉยชามิใส่ใจ 

 

 

รอเถิดวันใดที่พระโอรสของนางขึ้นเป็นฮ่องเต้เมื่อใดคงได้เห็นดีกัน  พระนางคิดอ่านอยู่ภายในใจ...

 

 

 

 

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 729 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,484 ความคิดเห็น

  1. #5825 เมมฟิส (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 10:22
    เกลียดฮองเฮา เมื่อไหร่จะได้รับกรรม
    #5,825
    0
  2. #5320 Numtanthitiya (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 01:58
    ไม่เห็นหน้าเจ้ากินข้าวไม่ลงซินะ
    #5,320
    0
  3. #4691 pa kae (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 23:06
    คนเค้าคิดถึงอยากเห็น เมื่อไม่ได้เจอก้อต้องปีนไปหา....นี่คือconcept  พี่อ๋องคร่า
    #4,691
    1
    • #4691-1 เถียนเถียน / ลักษมณ์(จากตอนที่ 46)
      28 ธันวาคม 2560 / 23:55
      คิดการใหญ่ใจต้องนิ่งนะเฮีย พ่อบ้านใจกล้ามากกก 555
      #4691-1
  4. #4670 Kibibiza (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 21:48
    ตายแล้ว คิดถึงว่าที่พระชายามากถึงขนาดแอบย่องเข้าห้องนางเลยเหรอ
    #4,670
    0
  5. #4660 Wiiea (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 16:31
    นี้ท่านอ๋องรึโจรคะ 55555
    #4,660
    1
  6. #4657 DgKookkik (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 16:20
    โอ๊ยยยยยยยย ปีนเข้าห้องสาวไปอี๊กกกกก ใจเย็นๆสิท่านอ๋อง
    #4,657
    1
  7. #4651 NUCH (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 15:34
    ชื่นชมไรต์...หนุกๆๆๆๆๆ

    #4,651
    1
  8. #4650 NUCH (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 15:34
    ชื่นชมไรต์...หนุกๆๆๆๆๆ

    #4,650
    0
  9. #4646 Witta888 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 15:15
    รักท่านอ๋องคะ
    #4,646
    0
  10. #4644 นู๋ฝ้าย จร๊าาาาา (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 15:03
    จอมโจรเด็ดบุปผา!!!~~
    #4,644
    0
  11. #4643 Tiemchan (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 14:38
    ทนไม่ไหวแล้ว555
    #4,643
    0
  12. #4642 ntcps (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 14:34
    บุกไปหาเลยหราอิเฮียย ร้ายมากกกกก
    #4,642
    0
  13. #4641 Jubjang (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 14:19
    ท่อนอ๋องงงงง สายรุกกกก ใจร้อนนะเนี่ย

    รอลุ้นอยู่นะคะไรท์
    #4,641
    0
  14. #4640 Misicmook (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 11:53
    เฮียหนวดแกใจร้อน
    #4,640
    0
  15. #4639 fahnatee (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 11:50
    สงสารท่านอ๋องจัง 55555
    #4,639
    0
  16. #4638 Nalyyoy (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 11:46
    เฮ้ยยยยยย...ย่องเสยเลีย 55555 คนมันคิดถึง
    #4,638
    0
  17. #4637 Pandanus23233 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 11:30
    กะว่าจะให้้เห็นกันครั้งแรกตอนเข้าหอ555
    #4,637
    0
  18. #4636 What&Why (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 11:29
    นั่นโจรเด็ดบุปผามาแล้ว5555555
    #4,636
    0
  19. #4635 Mr. Queen (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 11:05
    เพิ่งจะย่องเข้าไปหาตอนนี้ก็นับว่ามีความอดทนแล้ว แต่ไหนๆก็อดทนได้ขนาดนี้ก็น่าจะรอวันแต่งทีเดียว เซอร์ไพร์สดี
    #4,635
    0
  20. #4633 MuM_ (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 10:14
    ตำรวจมีขโมยย่องเข้าบ้านจ้า
    #4,633
    1
  21. #4632 supaporn11 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 10:02
    ท่านอ๋อง ท่านช่างใจร้อนนัก หึหึ
    #4,632
    1
  22. #4631 supaporn11 (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 10:01
    ท่านอ๋อง ท่านช่างใจร้อนนัก
    #4,631
    0
  23. #4630 PeanutProud (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 09:30
    เขิลลลฃ กรุณNCกล่อมแกล้มนิดๆๆด้วยนะเถียนเถียนน้อย ไปอยู่ใต้เตียงวันแต่งเลย
    #4,630
    1
  24. #4629 เอเรน (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 09:22
    มีใครทราบไหมภาพด้านล่างจากเรื่องไรอยากดู
    #4,629
    3
    • #4629-2 เอเรน(จากตอนที่ 46)
      28 ธันวาคม 2560 / 12:54
      ขอบคุณครับไรต์
      #4629-2
    • #4629-3 เถียนเถียน / ลักษมณ์(จากตอนที่ 46)
      28 ธันวาคม 2560 / 13:51
      ด้วยความยินดีจ้าาา
      #4629-3
  25. #4628 prapapornkulsan (จากตอนที่ 46)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 09:18
    ท่านอ๋องทำไปได้. สนุกมาก. รอตอนต่อไปจ้ะ
    #4,628
    1