ชายาอ๋องกระดูกเหล็ก (สนพ.สถาพรบุ๊คส์)

ตอนที่ 43 : สตรีโฉมงาม สามนาง หนึ่งบุรุษ (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 57,238
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 550 ครั้ง
    21 ก.พ. 61


ณ ตำหนักสวี่กุ้ยเฟย


 

          " ถวายพระพรสวี่กุ้ยเฟยเพคะ "

 

          สตรีรูปโฉมงดงามจำนวนสามนาง ยอบกายถวายบังคมสตรีสูงศักดิ์ที่ประทับตรงหน้า  ด้วยท่วงท่านอบน้อม กิริยามารยาทอ่อนช้อยสง่างาม อันบ่งบอกว่าได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดี

 


          " ลุกขึ้นวางตัวตามสบายเถิด  เปิ่นกงเพียงเชิญพวกเจ้ามาร่วมน้ำชาด้วย  เพื่อเป็นการตอบแทนที่ตระกูลของพวกเจ้านั้นจงรักภักดี และช่วยเหลือเปิ่นกงในหลายๆเรื่อง  ว่าแต่พวกเจ้ามีนามว่าอย่างไรกันบ้างล่ะ "

 


          สวี่กุ้ยเฟยกล่าว พลางคลี่ยิ้มอ่อนโยนไปให้พวกนางทั้งสามอย่างมีเมตตาและเอ็นดู  ด้วยพวกนางนั้นเป็นบุตรีของขุนนางที่คอยสนับสนุนสวี่กุ้ยเฟยอยู่หลายเรื่อง ทว่าจะเรียกว่าคอยสนับสนุนพระนางเพียงฝ่ายเดียวมิได้หรอก ต้องเรียกว่าต่างพึ่งพาอาศัยกันจึงจะถูกต้องมากกว่า

 


          ทุกคนนั้นต่างรู้ดีแก่ใจว่าการประทานเลี้ยงน้ำชาให้แก่บุตรีขุนนางทั้งสามตระกูลนั้นเป็นเพียงข้ออ้าง  แท้จริงแล้วมันคือการดูตัวดีดีนั่นเอง  สตรีทั้งสามนางนั้นก็คงจะทราบดี  

 


       ด้วยต่างก็แต่งกายด้วยเครื่องประดับล้ำค่า ทั้งอาภรณ์งดงามที่เลือกสรรเป็นอย่างดี  ใบหน้าแฉล้มนั้นปรุงแต่งอย่างประณีตสบายตาเจริญใจมิน้อยเมื่อได้ยล  เพื่อให้สมพระเกียรติและเป็นที่พึงพอพระทัยของสวี่กุ้ยเฟย สำคัญที่สุดก็คือองค์ชายห้า มู่หรงหยางเฉิง

 


          " หม่อมฉันหลิวอี้เฟย เพคะ "


 

          สตรีในอาภรณ์สีชมพูกลีบกุหลาบ แลดูอ่อนโยน อ่อนหวาน เอ่ยแนะนำตัวเป็นคนแรก

 


          " หม่อมฉันจ้าวลี่อิง เพคะ "

 


          หญิงสาวผู้สวมอาภรณ์สีเดียวกับท้องนภาดูสดใส งดงามมิต่างกันเป็นผู้เอ่ยในลำดับถัดมา


 

          " หม่อมฉันฟ่านปิงปิง เพคะ "

 


          ตามด้วยสตรีในชุดม่วงเข้ม แลดูเย้ายวน คมคาย ต่างไปจากทุกนางเอ่ยขึ้น พลางหันกลับไปมองสตรีที่ยืนข้างกายของนางเพียงนิด  

 


       รอยยิ้มที่คล้ายจะเป็นมิตรถูกส่งไปให้สตรีทั้งสอง  ทว่าสายตานั้นกลับแฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งและข่มทั้งคู่อยู่ในที

 

 

          " คุณหนูจากสกุลหลิว  สกุลจ้าว  และสกุลฟ่านนั้นล้วนมีรูปโฉมงดงามยิ่ง  ช่างน่าอิจฉาบิดามารดาของพวกเจ้ายิ่งนัก  เปิ่นกงนั้นอาภัพอับวาสนาร่างกายมิใคร่จะแข็งแรง  จึงมีองค์ชายห้าเป็นโอรสแต่เพียงคนเดียว  มิได้มีธิดาที่น่ารักใคร่เอ็นดูเช่นพวกเจ้าให้ชื่นชมสมใจบ้าง "


 

          พระนางกล่าวคล้ายตัดพ้อโชคชะตาแสนอาภัพของตนเอง

 


          " แม้พระนางมิได้มีองค์หญิงสมดั่งพระทัย  ทว่าก็มีองค์ชายห้าที่ทรงถวายการดูแลพระนางเป็นอย่างดี  เป็นที่น่ายกย่องชื่นชม และทราบกันดีถึงการเป็นผู้มีความกตัญญูต่อพระมารดาอย่างมากล้น  เป็นพระโอรสที่แสนประเสริฐยิ่งเพคะ "

 


          คุณหนูสกุลฟ่าน เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานนอบน้อม วาจานั้นเอาใจสวี่กุ้ยเฟยมิน้อย  เมื่อได้ลองสำรวจสตรีสองนางข้างกายที่เป็นเสมือนคู่แข่งด้วยแล้วก็พบว่างดงามอยู่มาก  


 

          แต่เมื่อเทียบกับนางแล้วก็คิดว่าช่างดูจืดชืดไม่น้อย  ไร้สีสันโดดเด่นสะดุดตา  ซึ่งนางก็มั่นใจในรูปโฉมของนางว่าคงสามารถมัดพระทัยองค์ชายห้าได้อย่างมิยากเย็นเท่าใดนัก  

 


       อย่างไรตำแหน่งพระชายาเอกขององค์ชายห้ามู่หรงหยางเฉิง คงมิหลุดมือนางเป็นแน่

 


      " เจ้าก็ช่างกล่าวเอาใจเปิ่นกงเสียจริง  หากองค์ชายห้ามาได้ยินประโยคชื่นชมเมื่อครู่ คงปลื้มปริ่มไม่น้อยเชียว "

 


      ทั้งสามตระกูลที่สวี่กุ้ยเฟยได้เชิญมานั้น ล้วนคัดสรรมาเป็นอย่างดีแล้วด้วยการคิดอ่านอย่างถี่ถ้วน  ถึงความเหมาะสมต่างๆทั้งฐานะ ชาติตระกูล และฐานอำนาจ  


 

      ทว่าหากวัดกันตามจริงในบรรดาสามตระกูลนั้น  สกุลฟ่านถือว่าดีที่สุด ด้วยบิดาของนางคือ เสนาบดีเจ้ากรมยุติธรรม แม้ว่าอีกสองตระกูลบิดาของนางนั้นจะเป็นขุนนางระดับสูงอยู่พอสมควร ทว่าก็ยังด้อยกว่าสกุลฟ่านอยู่ดี  

 


      ที่ต้องรีบจัดการเรื่องคู่ครองของผู้เป็นโอรสก็ด้วยพระนางต้องการวางรากฐานที่มั่นคงให้กับมู่หรงหยางเฉิงนั่นเอง  ในอนาคตใครจะรู้ว่าจะเป็นอย่างไร 


 

       การเกิดมาในราชวงศ์เรื่องฐานอำนาจนั้นสำคัญ  สำหรับพระนางผู้มีอำนาจอยู่ในมือคือผู้ที่จะอยู่รอดได้  


 

      ความจริงแล้วแสนจะเสียดายบุตรีเจ้ากรมการคลังอยู่ไม่น้อย  เพราะรู้มาว่ามู่หรงหยางเฉิงนั้นสนิทสนมกับตระกูลนั้นอยู่พอสมควร  คราแรกก็หวังใจว่าคงจะได้บุตรีเสนาบดีจางมาเป็นชายาเอก  เพราะมั่งมีทั้งฐานะและฐานอำนาจ  

 


       หากแต่ก็ต้องผิดหวังเพราะจวิ้นอ๋องนั้นตัดหน้าไปเสียได้ และจะมีพิธีแต่งงานในอีกไม่กี่วันนี้

 


      จึงทำให้สวี่กุ้ยเฟยต้องรีบจัดการอะไรบางอย่าง  เพราะว่าการแต่งงานของจวิ้นอ๋องนั้น  เท่ากับเป็นการเพิ่มเขี้ยวเล็บให้แก่เขาเป็นอย่างมาก  สกุลจางนั้นยังไม่เท่าไร  แต่มองให้ลึกกว่านั้นญาติทางฝ่ายจางฮูหยินต่างหากล่ะที่น่าจับตา...

 


       หลังงานฉลองวันคล้ายวันประสูติของไทเฮาเพียงสามวัน  เสนาบดีเผิง เจ้ากรมกลาโหมได้สิ้นใจลงด้วยโรคประจำตัว  ฮ่องเต้ได้มีพระราชโองการแต่งตั้งรองเจ้ากรมกลาโหม  ขึ้นเป็นเจ้ากรมกลาโหมแทนที่คนเก่าที่เสียชีวิตลงไป  


 

        ซึ่งเจ้ากรมกลาโหมคนปัจจุบัน ก็คือ เสนาบดีว่าน  พี่ชายของว่านซูฉี หรือ จางฮูหยินนั่นเอง  สายใยสัมพันธ์ระหว่างตระกูลจางและตระกูลว่านในตอนนี้  ย่อมเอื้อประโยชน์ให้กับจวิ้นอ๋องกลายเป็นเสือติดปีกไปโดยปริยาย..

 


       " ฟ่านปิงปิงผู้นี้  มิได้กล่าวเกินจริงเลยเพคะ  ทุกคนนั้นเล่าลือตรงกันเรื่องความกตัญญู และใส่พระทัยต่อพระมารดาขององค์ชายห้า  หม่อมฉันจึงกล่าวได้  ทั้งยังมิได้เยินยอเพื่อเอาใจแต่ประการใดเลย "


 

       หญิงสาวนั้นเอ่ยวาจาฉะฉาน  ทว่ายังคงความอ่อนหวานต่อสวี่กุ้ยเฟย  ซึ่งหากนางได้เห็นสีหน้าของสตรีจากตระกูลหลิวและตระกูลจ้าวที่ก้มหน้าอยู่ในขณะนี้  จะเห็นว่าต่างก็แอบเบ้ปากให้กับความประจบสอพลอของฟ่านปิงปิงด้วยกันทั้งคู่

 


       " บิดาของหม่อมฉันทราบมาว่าพระนางทรงชื่นชอบชาจากเมืองหลินเป็นที่สุด  จึงได้จัดหามาเป็นพิเศษเพื่อนำมาถวายแก่พระนาง ด้วยหวังว่าจะทรงสำราญพระทัยเพคะ "


 

        จ้าวลี่อิงเอ่ยขึ้นมาบ้าง ด้วยมิอยากให้สกุลฟ่านนั้นทำความดีความชอบจนเป็นที่โปรดปรานอยู่เพียงฝ่ายเดียว 

 


         ซึ่งการมาในครั้งนี้ของพวกนางนั้นมีเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือการกระทำตนให้เป็นที่พึงพอพระทัยของสวี่กุ้ยเฟย และองค์ชายห้า ทั้งนี้ก็เพื่อตำแหน่งพระชายาเอก ทว่าตำแหน่งนี้มีเพียงหนึ่งมิอาจแบ่งเป็นสาม ฉะนั้นใครดี ใครเด่น คนนั้นย่อมได้เปรียบ...


 

        ทั้งความรู้สึกของจ้าวลี่อิงนั้นหมั่นไส้ความหยิ่งยโสของฟ่านปิงปิงเป็นทุนเดิม  สกุลจ้าวก็ใช่จะด้อยกว่าสกุลฟ่านมากมาย ใช่เรื่องหรือที่จะมาข่มกันได้ง่ายๆ  จึงเชิดหน้าตอบกลับไปเช่นกัน  

 


        จะว่าไปก่อนนั้นก็รู้จักกันอยู่บ้าง เพราะทุกปีเมื่อถึงเทศกาลชมบุปผามักมีการจัดอันดับหญิงงามที่โดดเด่นอยู่เสมอ  ฟ่านปิงปิงนั้นได้อันดับหนึ่งมาสองปีซ้อน  แทนหญิงงามอันดับหนึ่งคนก่อนที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นไท่จื่อเฟยไปแล้ว  ส่วนนางนั้นหรืออยู่อันดับสามมาเสมอ  โดยมีสตรีสกุลหลิวที่ยืนอยู่ข้างกายนางในตอนนี้รั้งอันดับสองเช่นกัน

 


        มีความงามเป็นที่ประจักษ์ พร้อมทั้งความสามารถในทุกด้านที่อิสตรีผู้เพียบพร้อมพึงจะมี  อีกชาติตระกูล ฐานะ ย่อมเหมาะสมที่จะได้แต่งเข้าตระกูลสูงส่ง  ซึ่งความจริงแล้วพวกนางต่างหมายตาหมายใจตำแหน่งที่สูงศักดิ์กว่านี้ นั่นคือตำแหน่งไท่จื่อเฟยและจวิ้นหวางเฟย  แต่ในเมื่อเจิ้งจิวอิงได้ตำแหน่งไท่จื่อเฟยไปเสียแล้ว  และตำแหน่งจวิ้นหวางเฟยยังมาถูกสตรีตระกูลจางช่วงชิงไปเสียได้ 


 

         จางซูหนี่ว์นางที่เคยได้ยินว่าอ่อนแอขี้โรค อยู่แต่ในจวน ทั้งยังไร้ค่าถึงขนาดถูกสหายที่เป็นเพียงลูกอนุจากตระกูลม่าน แย่งชิงคู่หมั้นไปได้ช่างน่าสังเวช  มาบัดนี้กลับโดดเด่นขึ้นมาเสียอย่างนั้น  มิแน่ว่าหากไม่มีราชโองการสมรสพระราชทานระหว่างจวิ้นอ๋องและจางซูหนี่ว์  ในปีนี้นางผู้นั้นอาจได้ตำแหน่งหญิงงามอันดับหนึ่งแทนฟ่านปิงปิงก็เป็นได้  


 

       ทว่าในเมื่อตำแหน่งจวิ้นหวางเฟยได้หลุดลอยไปแล้ว  การที่พวกนางจะไขว่คว้าตำแหน่งชายาของเหล่าองค์ชายสักคน  ย่อมเป็นสิ่งที่สมควรทำในตอนนี้มิใช่หรือ  และไม่ควรปล่อยให้หลุดลอยเป็นอันขาด


 

     " เปิ่นกงฝากขอบใจบิดาของเจ้าด้วยนะลี่อิง  ชาจากเมืองหลินนั้นมีรสชาติดีกว่าเมืองอื่น  เป็นของขึ้นชื่อและหายากอยู่พอสมควร  แต่บิดาเจ้าก็ยังอุตส่าห์เพียรหามามอบแก่เปิ่นกงจนได้ "


 

       สวี่กุ้ยเฟย แย้มยิ้มอ่อนโยน พลางรับกล่องไม้ที่บรรจุใบชาชั้นเลิศจากสตรีสกุลจ้าว

 


        " สกุลจ้าวยินดีทำเพื่อกุ้ยเฟยเพคะ  "


 

         จ้าวลี่อิงกล่าวเสียงอ่อนหวาน  และหยุดชะงักไปเพียงนิดเมื่อเห็นว่าผู้ใดกำลังเดินเข้ามาตรงนี้  บุรุษผู้เป็นจุดหมายในการมาของพวกนางนั่นเอง


 

         " อ้าว  หยางเฉิงมาพอดีเลย "

 


         ผู้เป็นพระมารดาเอ่ยเรียกพระโอรสเพียงคนเดียว


 

          " ถวายพระพรองค์ชายห้าเพคะ "


 

           สตรีทั้งสามนางต่างพร้อมใจกันถวายบังคมบุรุษตรงหน้าอย่างพร้อมเพรียงกันด้วยกิริยางดงาม อ่อนหวาน  พลางเงยหน้าขึ้นมาหวังได้สบตากับองค์ชาย  หากแต่กลับทรงพยักหน้าเพียงผ่านๆเป็นมารยาทเท่านั้น มิได้ให้ความสนใจพวกนางเท่าใดนัก  และหันกลับไปยังสวี่กุ้ยเฟยผู้เป็นพระมารดาเสียอย่างนั้น

 


         " ทรงให้คนไปตามลูกมาที่นี่หรือพ่ะย่ะค่ะ "

 


         มู่หรงหยางเฉิงแย้มยิ้มอ่อนโยนให้พระมารดา  เมื่อครู่ก่อนก้าวเข้ามายังบริเวณนี้ก็เห็นแล้วว่ามารดาของเขานั้นมิได้อยู่เพียงลำพัง  เหลือบมองดูพวกนางแล้วก็ให้นึกรู้เท่าทันพระมารดาขึ้นมา  ด้วยก่อนหน้าได้เคยเกริ่นถามกับเขาเรื่องคู่ครอง  หากแต่เขาก็บ่ายเบี่ยงมาตลอด 


 

       ทั้งตอนนี้ในหัวใจของเขาก็ยังมีจางซูหนี่ว์อยู่เต็มหัวใจ แม้มิอาจสมหวังด้วยนางกำลังจะเป็นพี่สะใภ้เขาในอีกไม่กี่วันนี้  ทว่าก็ยังไม่สามารถตัดใจจากนางได้ภายในวันสองวันต้องใช้เวลา  และก็คงไม่อาจแต่งใครเป็นชายาได้โดยปราศจากความรักเช่นกัน

 


       " ใช่แล้ว  แม่เพียงให้เจ้ามาร่วมรับน้ำชาและของว่างด้วยกัน   ทั้งวันนี้ยังได้เชิญคนจากสกุลฟ่าน สกุลหลิว และสกุลจ้าว  มาร่วมดื่มชาด้วยกันเป็นการตอบแทน ที่บิดาของพวกนางนั้นจงรักภักดีต่อเรา จึงอยากให้รู้จักกันเอาไว้บ้างก็เป็นการดี "

 


       แม้สวี่กุ้ยเฟยมิเอ่ยว่าดูตัว  แต่สิ่งที่พระนางกล่าวก็สามารถรู้ได้ในทันที


 

      ตลอดการดื่มชาในครั้งนี้  สำหรับมู่หรงหยางเฉิงเวลาช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้าเหลือเกิน เขามิได้รังเกียจ  มิได้มีอคติต่อพวกนางแต่อย่างใด  ตรงกันข้ามรูปโฉมของพวกนางนั้นล้วนงดงาม  กิริยามารยาทล้วนอ่อนหวานอ่อนโยน  ทว่าเขากลับอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก

 


       สายตาลึกซึ้งกึ่งเอียงอายถูกส่งมาให้เขาเป็นระยะจากสตรีทั้งสาม  มู่หรงหยางเฉิงมิได้ซื่อจนไม่รู้ว่าหมายถึงสิ่งใด  จึงได้แต่วางเฉยเสียด้วยมิได้มีจิตคิดเสน่หาต่อพวกนางแม้สักน้อย  


 

       ทนอยู่ได้นานเพียงครึ่งชั่วยามเขาก็หาทางหลบเลี่ยงออกมาจากสถานการณ์ตรงหน้า  ยังดีที่ว่าเขาตั้งใจจะไปเข้าเฝ้าไทเฮาอยู่พอดี  ด้วยได้ยินว่าทรงมีพระอาการหน้ามืดอยู่บ่อยครั้ง  ก็เลยอยากจะเข้าไปดูพระอาการผู้เป็นเสด็จย่าบ้าง  จึงนำการนี้มาเป็นข้ออ้างปลีกตัวออกมาจากตำหนักของพระมารดาอย่างไม่น่าเกลียดเท่าใดนัก

 


  ตำหนักของไทเฮา

 


     มู่หรงหยางเฉิงออกจะกลุ้มใจกับสถานการณ์ที่เขาต้องเผชิญเมื่อครู่ไม่น้อย  หากแต่เขาก็มิได้โกรธเคืองในสิ่งที่พระมารดากระทำลงไปในวันนี้  ด้วยว่าก็เข้าใจพระมารดาเช่นกัน  เพียงเขายังมิต้องการผู้ใดมาแทนที่จางซูหนี่ว์ในใจของเขาตอนนี้เท่านั้นเอง


 

       ยอมรับว่ากำลังใช้ความคิดอยู่มาก ขณะที่กำลังเดินเข้าไปยังประตูทางเข้าตำหนัก ไม่ทันสังเกตว่ามีผู้เดินออกมาจากด้านใน และชนกับเขาเข้าพอดี  สายตาเห็นเพียงไวไวเมื่อครู่ว่าคือสตรี  มือและแขนของเขา จึงตวัดไปโอบนางเอาไว้เพื่อป้องกันมิให้ล้มลงไปที่พื้น ซึ่งอาจจะได้รับบาดเจ็บได้


 

       " โอ๊ะ "

 


       เสียงนางอุทานขึ้นด้วยมิทันตั้งตัว

 


        " เปิ่นหวางขอโทษ มิได้เจตนาทำเจ้าเจ็บ   "


 

        " หม่อมฉันไม่เป็นไรเพคะ "


 

        สตรีนางนั้นเงยหน้าขึ้นมากล่าวเสียงใส  สีหน้ากึ่งดีใจกึ่งขำขันเมื่อเห็นใบหน้างุนงงของมู่หรงหยางเฉิง


 

         " เจ้า...ตกลงนี่เจ้าเป็นใครกันแน่ "

 


      มู่หรงหยางเฉิงออกจะประหลาดใจ  ด้วยก่อนหน้านั้นเขาเจอสตรีผู้นี้ในตลาดและกำลังจะถูกโจรวิ่งราวถุงเงินอยู่  เขาผ่านไปพบจึงเข้าไปช่วย  นางบอกแก่เขาว่าเป็นคนในกลุ่มการค้ามาจากแคว้นเจียงจิน ซึ่งมีชายแดนติดกับแคว้นหวงหรงในทิศบูรพา  โดยขบวนการค้าของนางเข้าทำการค้าขายและแลกเปลี่ยนสินค้ากับคนที่นี่บ่อยครั้ง


 

       ซึ่งก็คงจะไม่ติดใจอะไร และคงจะลืมเลือนนางไปเสียแล้ว  ด้วยเหตุการณ์นั้นก็ผ่านมาร่วมเดือน  ถ้านางไม่นำพาตนเองเข้ามาให้เขาพบพานอยู่บ่อยครั้ง ตามติดเขาเกือบทุกที่อ้างว่าแทนคุณที่ได้ช่วยเหลือ  ทั้งยังกระทำตนตีสนิทเสียอย่างนั้น  เอ่ยไล่นางทางอ้อมก็ดูเหมือนนางจะไม่ใส่ใจ ทำไม่รู้ไม่ชี้เสียด้วยซ้ำไป

 


        หากแต่ว่าก็พบกันภายนอกกำแพงวังหลวงเสียทุกครา  ยกเว้นครั้งนี้ที่เขาได้พบนางที่นี่จึงอดแปลกใจมิได้  มองการแต่งกายด้วยอาภรณ์และเครื่องประดับมีค่าย่อมบ่งบอกฐานะว่าสูงศักดิ์  ต่างจากครั้งก่อนๆที่พบกันนางมักสวมอาภรณ์เรียบร้อย ทะมัดทะแมง ทว่ามิได้หรูหราแต่อย่างใดเลย


 

       " อะไรกันเพคะ  มิได้เจอกันเพียงสองวันเท่านั้นถึงกับลืมชื่อหม่อมฉันแล้วหรือ "


 

       นางยังคงเล่นลิ้น แววตาล้อเลียนเขาเล็กน้อย  หากแต่ก็มิได้เอ่ยตอบในสิ่งที่เขาอยากรู้  คนของกลุ่มการค้าจากต่างแคว้นธรรมดา  ไฉนจะได้เข้าเฝ้าไทเฮาถึงภายในตำหนักส่วนพระองค์เพียงนี้  นอกจากจะไม่ธรรมดานั่นล่ะ...


 

      " เจ้าอย่ามาเล่นลิ้น "


 

       " อ้าว หม่อมฉันก็คือ ป๋ายเสวี่ยถิง อย่างไรล่ะเพคะ "


 

       นางเอ่ยยืนยัน ทว่าใบหน้ายังคงยิ้มกริ่ม


 

      " เจ้าบอกว่าทำการค้า "


 

       " ก็ใช่เพคะ "

 


        นางตอบพลางพยักหน้าหงึกหงัก


 

      " แล้วเจ้ามาทำอะไรที่นี่ "


 

      " มาทูลลาไทเฮาเพคะ "


 

       " เจ้าจะกลับเจียงจินแล้วหรือ "

 


      เขาเอ่ยถาม มิใช่ว่ารู้สึกอยากจะรั้งอะไร กลับโล่งใจเสียมากกว่ากับความพูดมากและกวนประสาทของนาง ทั้งยังตามติดเขาเสียจนน่ารำคาญ


 

       " ใช่เพคะ  หม่อมฉันจะเดินทางในวันมะรืนนี้  ตอนแรกก็คิดว่าจะบอกองค์ชายวันพรุ่งนี้  แต่เจอวันนี้ก็ไม่เป็นไร  เสียใจหรือเพคะ  คงคิดถึงหม่อมฉันแย่ "


 

         นางเอ่ยดูได้ใจความ หากแต่ประโยคสุดท้ายกลับทำเอามู่หรงหยางเฉิงวางหน้าไม่ถูก  นางมิอายปากบ้างหรืออย่างไร  เกี้ยวพาบุรุษซึ่งหน้าเช่นนี้  แล้วยังทำหน้าทะเล้น หัวเราะออกมาเสียอย่างนั้น

 


        " เจ้าจะไปก็ไม่มีใครว่าใครรั้งเจ้าหรอกเสวี่ยถิง  ที่ไม่เข้าใจคือเหตุใดเจ้าจึงต้องมาทูลลาไทเฮาด้วย  "


 

        มู่หรงหยางเฉิงเอ่ยถาม

 


        " หากอยากทราบว่าทำไมต้องทูลลา  เช่นนั้นลองทูลถามไทเฮาดีหรือไม่เพคะ  ตอนนี้หม่อมฉันต้องทูลลาองค์ชายก่อน  จากกันครานี้คงอีกนานจะได้พบ  แต่รับรองว่าอย่างไรก็ต้องได้พบกันอีกแน่นอนเพคะ "


 

        ป๋ายเสวี่ยถิง เอ่ยพลางมองหน้าบุรุษที่นางประทับใจตั้งแต่แรกพบ  และกลายเป็นหลงรักภายในเวลาเดือนกว่าที่อยู่ที่นี่  ประทับใจในอัธยาศัย  ความสุภาพ  ความมีน้ำใจ  ความเรียบง่าย  


 

       ถือว่าการมาร่วมถวายพระพรในงานฉลองวันคล้ายวันประสูติของไทเฮาแคว้นหวงหรงครั้งนี้  ประทับใจและตราตรึงใจนางเป็นอย่างยิ่ง


เถียนเถียนเองค่ะ

    ชอบ ไม่ชอบ ก็คอมเม้นต์ หรือโหวตให้กำลังใจเถียนได้นะคะ....

     ป๋ายเสวี่ยถิง  นางเป็นใคร จะใช่นางเอกขององค์ชายห้ารึเปล่า  ติดตามได้ที่นิยายเรื่อง ม่านดอกท้อ นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 550 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,484 ความคิดเห็น

  1. #5865 Sistel2 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 21:33

    นาง นางข้างบนชื่อคุ้น ๆ จังค่ะ ถถถถ

    นึกว่าองค์ชายห้าจะคู่กับนางกำนัลซะอีก แอบเชียร์อยู่ เสียใจ

    #5,865
    0
  2. #5822 เมมฟิส (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 21:46
    อยากให้เสวี่ยถิงเป็นนางเอกองค์ชายห้า
    #5,822
    1
    • #5822-1 เถียนเถียน / ลักษมณ์(จากตอนที่ 43)
      25 เมษายน 2561 / 22:07
      เชิญที่เรื่อง..ม่านดอกท้อ ค่ะ เป็นเรื่องของเสวี่ยถิง ^_^
      #5822-1
  3. #5398 Farsa_QuinN (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 23:38
    นางเอกมีปมอะไรกับวังหลวงคะ - - ในชีวิตจริงมันจะมีคนปากแข็งและเล่นตัวขนาดนี้มั้ยย
    #5,398
    1
    • #5398-1 เถียนเถียน / A.C.E(จากตอนที่ 43)
      21 มกราคม 2561 / 08:20
      นางมีปมครอบครัวค่ะ พ่อแม่แยกทางต่างมีครอบครัวใหม่ นางรู้ว่าพระเอกเป็นองค์ชายจะมีเมียหลายคนไม่ใช่เรื่องยากเลย แต่นางไม่ต้องการแบบนั้นไง นางอยากเป็นเมียคนเดียวไม่อยากแชร์สามีให้ใคร มันก็ต้องเล่นตัวกันหน่อย ส่วนวังหลวงนางอยู่ในวงการบันเทิงอย๔่ในยุคปัจจุบันมาก่อน รู้สิว่าอดีตเรื่องราวในวังหลวงนั้นแก่งแย่งอำนาจกันขนาดไหน ก็เลยคิดหนักหน่อยงานนี้...^^
      #5398-1
  4. #4997 mayar (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 23:40
    สายรุกของแท้
    #4,997
    0
  5. #4738 Ksimiop (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 17:13
    งื้อออออออออออออยากจิเป็นจวิ้นหวางเฟ่ยแทน
    #4,738
    0
  6. #4481 kimurakung (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 18:03
    รูปท่านฮ่องตอนโกนหนวด ดูดีเชียว
    #4,481
    0
  7. #4476 pommys (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 15:06
    ท่านอ๋องขี้ตู่
    #4,476
    0
  8. #4466 ใบพลู (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 06:36
    อิมเมจท่านอ๋องดีงามมากคะ แต่ก่อนคิดถึงแต่งเทพตงหัว แต่พอเห็นหน้าวิลเลียม มันใช่คะ เจ้าเล่ห์หน้ามึนใช่ได้เลย กว่าจะได้ภรรยา อ๋องชักแม่น้ำทั้งแผ่นดิน แผนสูงมากๆ อิอิ
    #4,466
    1
    • #4466-1 เถียนเถียน(จากตอนที่ 43)
      21 ธันวาคม 2560 / 16:18
      หน้าวิลเลี่ยมดูโหดก็ได้ นิ่งก็ดี มึนๆ กวนๆ กะล่อนนิดๆ
      #4466-1
  9. #4458 kumiko210945 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 21:51
    ชอบ พ่อ แม่ ลูก น่ารักดี
    #4,458
    0
  10. #4444 Numtanthitiya (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 20:26
    แหมมมม...ท่านอ๋องจีบสาววว
    #4,444
    0
  11. #4443 Numtanthitiya (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 20:26
    แหมมมม...ท่านอ๋องจีบสาววว
    #4,443
    0
  12. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  13. #4441 นู๋ฝ้าย จร๊าาาาา (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 16:25
    แหม๊ เฮีย~ เพื่ออนาคตครอบครัวที่ดี ต้องได้ภรรเมียอย่างนี้สินะ
    #4,441
    1
    • #4441-1 เถียนเถียน(จากตอนที่ 43)
      20 ธันวาคม 2560 / 21:22
      ภรรเมียแบบนี้ล่ะ เอาเฮียอยู่ 5555
      #4441-1
  14. #4440 MuM_ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 13:54
    ปิดปากแล้วจะให้ตอบได้ยังไงเพคะ
    #4,440
    0
  15. #4439 Nazarynn (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 13:54
    เดี๋ยวก็โดนโกรธอะ 555 ขนาดยังไม่แต่งยังทาสเมียขนาดนี้
    #4,439
    0
  16. #4437 niceday777 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 10:39
    ตอบช้าโดนปรับ
    #4,437
    0
  17. #4436 Nalyyoy (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 10:26
    มีความหมั่น...มากกกกก
    #4,436
    0
  18. #4433 blue bunny (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 08:15
    ชิ หมั่นไส้ ;P
    #4,433
    0
  19. #4432 japfoodfamily (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 07:56
    ใช้ทุกทางเลยนะท่านอ๋อง ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกลนะ
    #4,432
    1
    • #4432-1 เถียนเถียน(จากตอนที่ 43)
      20 ธันวาคม 2560 / 09:39
      เหลือแต่มนต์คาถาที่เฮียยังไม่ได้ใช้ 5555
      #4432-1
  20. #4431 pa kae (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 07:10
    เฮียอ๋องน่าร้ากกกกก
    #4,431
    0
  21. #4430 pammycarlick (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 05:44
    อย่างนี้ก็ได้หรอ
    #4,430
    0
  22. #4429 amyjjang0323 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 03:04
    แบบนี้ก็ได้หรอ 55
    #4,429
    0
  23. #4428 KVV-1234 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 01:42
    เนียนมากค่ะ ชอบ ๆ
    #4,428
    0
  24. #4427 What&Why (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 01:22
    อย่างนี้ก็ได้หรออออ
    #4,427
    0
  25. #4426 Mook.mook (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 00:43
    รวบหัวรวบหางไปเลยยย อ้ำอึ้งอัลไร้้้้ 555555
    #4,426
    0