ชายาอ๋องกระดูกเหล็ก (สนพ.สถาพรบุ๊คส์)

ตอนที่ 39 : ตะล่อมกล่อมนาง (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 71,903
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 782 ครั้ง
    20 ก.พ. 61


     รถม้าของนางเข้ามาได้ใกล้สุด คือ บริเวณที่อยู่ไม่ไกลจากน้ำตกชั้นล่างจากนั้นจึงต้องจอดรถม้า  และเดินเท้าเข้ามาอีกเพียงนิดก็ถึงที่หมาย  แอ่งน้ำกว้างและโขดหิน แผ่นหินขนาดใหญ่เรียงรายอยู่รอบบริเวณ 

 

 

      น้ำตกที่ไหลลงมาจากหน้าผาด้านบนนั้นตกกระทบลงบนแอ่งหินเสียงดังซู่ซ่าสาดกระเซ็นไปทั่ว  ละอองน้ำเมื่อต้องแสงจากดวงอาทิตย์ จึงเกิดการหักเหกลายเป็นรุ้งกินน้ำเจ็ดสีช่างดูสวยงามเหลือเกิน

 

 

       จางซูหนี่ว์มองทิวทัศน์โดยรอบอย่างพึงพอใจและรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก  คิดไม่ผิดที่มาที่นี่การได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติช่างดียิ่งนัก 

 

 

       นางทรุดกายลงใช้มือวักน้ำขึ้นมาลูบตามแขนทั้งสองข้าง  และใช้มือชื้นน้ำนั่นลูบไปตามลำคอระหงและใบหน้าของนาง  ความเย็นชุ่มฉ่ำของน้ำให้ความรู้สึกสดชื่นอย่างยิ่ง  ทั้งน้ำยังใสสะอาดจนมองเห็นฝูงปลาที่กำลังแหวกว่ายอยู่ในกระแสธาราอย่างเริงร่า

 

 

       " อุ้ยยย "

 

 

      หญิงสาวสะดุ้งและอุทานออกมาเบาๆ  พลางเอียงหน้าหนีบางสิ่งบางอย่างที่แตะโดนแก้มของนางอย่างไม่ทันตั้งตัว  ต่อเมื่อหันไปมองจึงได้รู้ว่าคือสิ่งใด...

 

 

        " เห็นใบหน้านวลของเจ้าชื้นไปด้วยหยดน้ำ  เปิ่นหวางเพียงแต่เช็ดให้เจ้าก็เท่านั้น "

 

 

        มู่หรงหย่งหมิงกล่าว พลางชะงักมือที่ถือผ้าเช็ดหน้านั้น เมื่อเห็นว่านางขยับหนี  เขามองสตรีอันเป็นที่รักอย่างนึกเอ็นดูนางน่ารักน่าใคร่เหลือเกิน  ยิ่งมองก็ยิ่งอยากอยู่ใกล้ ยิ่งได้รู้จักก็ยิ่งรักยิ่งหลง ยิ่งหึงและยิ่งหวง

 

 

       ทว่าความรู้สึกนั้นช่างตรงกันข้ามกับจางซูหนี่ว์ยิ่งนัก  คนถูกมองนั้นกลับรู้สึกว่าแววตาบุรุษตรงหน้านั้นช่างกรุ้มกริ่มได้อย่างน่าหมั่นไส้เหลือแสน

 

 

        " เป็นพระกรุณาเพคะ  แต่หม่อมฉันเช็ดเองได้คงไม่รบกวนพระองค์หรอกเพคะ "

 

 

        นางกล่าวพลางลุกขึ้นขยับจะนำผ้าเช็ดหน้าของตัวเองออกมา  ทว่าอีกฝ่ายกลับก้าวเข้ามายืนอยู่ใกล้ๆ ในระยะที่แทบจะเรียกได้ว่าประชิดตัว ทั้งถือวิสาสะเอื้อมมือที่ถือผ้าเช็ดหน้าสีเข้มของเขาขึ้นมาซับเบาๆตามใบหน้าของนาง ไล่เรื่อยมาตั้งแต่ขมับ  แก้ม  และเครื่องหน้าอื่นๆของนาง  แต่ช่วงลำคอนั้นเว้นไป 

 

 

         ยังถือว่าเขาก็รู้ความอยู่บ้าง  เพราะถ้าต่ำกว่านี้มือนางอาจจะกระตุกอีกสักรอบสองรอบก็เป็นได้

 

 

        " เปิ่นหวางเต็มใจ "

 

 

        พูดพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าในมือซับไปตามใบหน้านวล สายตานั้นสบตาคู่งามชวนหลงใหลของนาง หากแต่ก็อดที่จะเลื่อนสายตาต่ำลงมาที่ริมฝีปากสีสดแต่ดูอวบอิ่มเย้ายวนนั่นไม่ได้ 

 

 

        เขารู้ดีว่ามันหวานล้ำพาใจวาบหวามเพียงใด  ด้วยเพราะได้จุมพิตลิ้มลองความหวานของมันถึงสองครา  และได้สัญญากับตัวเองเอาไว้  ว่าเขาเท่านั้นจะต้องเป็นผู้ประทับจูบแรก และครั้งต่อๆไปบนริมริมฝีปากสวยคู่นี้ของนาง  

 

 

        หากใครที่มันคิดจะมาทับรอยจูบของเขาล่ะก็ คนผู้นั้นมันคงไม่อยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป

 

 

       " พอเถิดเพคะ "

 

 

        หญิงสาวเอ่ยปรามบุรุษตรงหน้า  และเบือนหน้าหนี  ทำไมถึงชอบทำอะไรตามใจตนเอง โดยที่ไม่สนใจว่าคนรอบข้างจะคิดเช่นไร  ตรงนี้ใช่ว่าจะมีเพียงเขาและนาง  แต่ยังมีเพ่ยเพ่ยที่ยืนก้มหน้าอุ้มซือซืออยู่ไม่ไกลด้วยอีกคน

 

 

         และถึงแม้ว่าผู้ติดตามของเขาและของนางที่ติดตามมาด้วยนั้น  จะกระจายไปยังบริเวณโดยรอบนี้เพื่อคอยอารักขา และไม่ได้หันมามองที่นางและจวิ้นอ๋องแต่นางก็ประดักประเดิดอยู่มิน้อย

 

 

        " น้ำตกที่นี่มีสองชั้น เจ้าอยากจะขึ้นไปดูชั้นสองหรือไม่ ทิวทัศน์งดงามกว่าตรงนี้มากนัก  มองลงมาจะเห็นบริเวณนี้ทั้งหมด  ทั้งอยู่ไม่ไกล...ตรงโน้นไง "

 

 

        มู่หรงหย่งหมิงชี้ชวนให้นางมองขึ้นไปด้านบนอีกชั้นของน้ำตกแห่งนี้  ความจริงเขาอยากจะใช้เวลาอยู่กับนางสองต่อสองมากกว่า  เพื่อที่ว่าจะคุยเรื่องของเขากับนางให้เรียบร้อย โดยที่จะไม่มีผู้อื่นอยู่ด้วยเพราะเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวของเขากับนางเท่านั้น  

 

 

        และอีกอย่างก็เพื่อเป็นการเอาใจนาง เผื่อว่าทิวทัศน์งดงามบรรยากาศดีดีเช่นนี้  จะทำให้นางเข้าใจอะไรได้ง่ายขึ้น  ว่าได้ที่ไหนเวลานางจะดื้อ นางก็รั้นไม่ฟังเหตุผลของเขาเสียเลย  มิเช่นนั้นนางก็คงปลงใจแต่งกับเขาตั้งนานแล้ว

 

 

        แล้วถ้าหากนางรู้ว่าเขาไปพูดกับผู้อื่น เรื่องการเจรจาสู่ขอนางกับครอบครัวล่ะก็  คงได้โกรธเคืองเขาอีกเป็นแน่  จึงต้องเตรียมคำแก้ตัวกับนางเอาไว้อย่างดี

 

 

        " ระยะทางขึ้นไปดูแล้วไม่น่าจะไกลอะไร แต่ว่าคงจะชันอยู่ไม่น้อย หม่อมฉันคงไม่ขึ้นไปหรอกเพคะ  เกรงว่าอาจจะลื่นไถลลงมาได้ด้วยเพราะชุดที่สวมใส่มาวันนี้ออกจะรุ่มร่ามไปสักหน่อย "

 

 

        หญิงสาวเอ่ยปฏิเสธออกไป  ว่ากันตามความเป็นจริงแล้วคือนางขี้เกียจมากกว่า  ดูแล้วทางขึ้นไปคงชันอยู่พอสมควร  กว่าจะขึ้นไปถึงคงเมื่อยและเหนื่อยเอาการสำหรับนาง  

 

 

      กับผู้อื่นอาจธรรมดา แต่จางซูหนี่ว์ หรือปาลินผู้นี้เป็นคนเมืองกรุง ถนัดเดินห้างเสียมากกว่า ไม่ค่อยสันทัดในการเดินป่าหรือขึ้นเขาลงห้วยเท่าใดนัก

 

 

        " ไว้ใจเปิ่นหวางเถิด  เปิ่นหวางจะไม่ยอมให้เจ้าเป็นอะไรไปแน่  อยากให้เจ้าได้เห็นทิวทัศน์ด้านบนว่าสวยงามเพียงใด  หากมาแล้วไม่ขึ้นไปดูคงน่าเสียดายนัก "

 

 

        เขาเอ่ยหว่านล้อม  พลางกล่าวให้ความมั่นใจแก่นางว่าเขาจะเป็นผู้ดูแลนางอย่างหนักแน่น ซึ่งเขาก็ตั้งใจจะกระทำอยู่แล้ว

 

 

        " ก็ได้เพคะ "

 

 

        จางซูหนี่ว์ ตอบตกลงหลังจากชั่งใจคิดไปสักครู่หนึ่ง  ด้วยสบสายตามั่นคงของคนตรงหน้า  ก็ทำให้นางรู้สึกวางใจได้อย่างประหลาดว่าเขาจะสามารถดูแลและปกป้องนาง จากอันตรายใดใดได้  

 

 

        ทั้งเพิ่งจะฉุกใจคิดได้ว่าก่อนหน้านั้นคราที่อยู่ภายในวัด  จวิ้นอ๋องได้กล่าวว่ามีเรื่องสำคัญจะพูดกับนาง  ดูท่าทางคงจะอยากพูดคุยเป็นการส่วนตัวเป็นแน่  และอาจจะเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ เสียด้วย  นางจึงได้พยักหน้าน้อยๆและตอบตกลงไป

 

 

        " ดี  เอาล่ะเพ่ยเพ่ยส่งซือซือมาให้เปิ่นหวาง  ประเดี๋ยวเปิ่นหวาง  คุณหนูของเจ้า และซือซือ จะขึ้นไปข้างบน  เจ้ารออยู่ตรงนี้ล่ะ..."

 

 

        มู่หรงหย่งหมิงกล่าวกับสาวใช้คนสนิทของจางซูหนี่ว์

 

 

         " เพคะ "

 

 

         เพ่ยเพ่ยยื่นกระต่ายตัวน้อยให้แก่จวิ่นอ๋อง  พลางถอยออกห่าง  หากแต่ก็ต้องชะงัก เมื่อจวิ้นอ๋องยังทรงยืนนิ่งก้มมองกระต่ายน้อยในอ้อมแขน และสลับหันไปมองจางซูหนี่ว์ไปมาสักครู่  

 

 

          จากนั้นจึงยกยิ้มขึ้นมาเพียงนิดและเอ่ยสั่งให้สาวใช้ไปนำย่ามมาให้เขา

 

 

       จางซูหนี่ว์ที่ยืนมองอยู่ว่าจวิ้นอ๋องคิดจะทำอะไร และหันมามองนางทำไมกัน  หากแต่ไม่นานก็ต้องหลุดขำออกมา 

 

 

        ดูเถิด..เขาทำกับกระต่ายน้อยของนางไม่ต่างอะไรจากหมากระเป๋าเลย  เจ้าซือซือน้อยถูกจับยัดใส่ลงไปในย่ามก็พยายามตะเกียกตะกายจะออกมาให้ได้ด้วยความตกใจ  จนบุรุษตรงหน้าต้องปลอบอยู่นานกว่ามันจะหายตกใจและตื่นตูม 

 

 

         จากนั้นเขาจึงสะพายย่ามที่ใส่ซือซือลูกสาวที่เขาบอกว่ารักนักหนา และเดินเข้ามาหานาง  พลางให้เหตุผลว่าสองมือนี้จะได้ดูแลและปกป้องนางได้อย่างสะดวก  ก่อนจะคว้ามือนางเพื่อจับจูงไปยังทิศทางที่จะขึ้นไปด้านบน  

 

 

         ก็อยากจะขัดขืนหรอกนะ  แต่มีหรือบุรุษหน้าตายผู้นี้จะยอม  นางพยายามดึงมือกลับครั้งแล้วครั้งเล่า  เขาก็มิยอมปล่อยอ้างนู่นอ้างนี่ไปเรื่อยจนนางอ่อนใจ  บุรุษหน้ามึน...

 

 

        ทว่าเมื่อนานไปก็รู้สึกดีอยู่เหมือนกัน  มือหนากระชับมือน้อยของนางเอาไว้ ไม่แน่นมากนักจนรู้สึกอึดอัด  หากแต่ก็ไม่หละหลวมจนรู้สึกว่าถูกละเลย  

 

 

        นางเหลือบไปมองแผ่นหลังกว้างของคนตรงหน้า  ในใจให้รู้สึกอบอุ่นได้อย่างบอกไม่ถูก  หากนางจะเลือกวางชีวิตและวางหัวใจไว้ที่บุรุษผู้นี้  จะเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องหรือไม่นะ....

 

 

        มู่หรงหย่งหมิงเกาะกุมมือน้อยนุ่มนิ่มของหญิงอันเป็นที่รักเอาไว้ตลอดไม่ยอมปล่อย  จนกระทั่งเขาได้พานางมาถึงยังจุดที่สามารถชมทิวทัศน์ของน้ำตกแห่งนี้ได้อย่างถนัด  มุมนี้สามารถเห็นน้ำตกชั้นบนได้ทั้งหมด และเมื่อมองลงไปก็จะเห็นมวลน้ำใสสะอาดจากชั้นนี้ ได้ไหลลงไปกระทบกับแอ่งหินด้านล่างกลายเป็นน้ำตกอีกชั้น  เป็นแอ่งน้ำและธารน้ำไหลไปไกลสุดสายตา

 

 

          " น้ำจากลำธารที่ไหลผ่านหมู่บ้านใกล้เคียงให้ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์  ส่วนหนึ่งก็มาจากธารน้ำตกแห่งนี้เช่นกัน "

 

 

          เขาอธิบายให้สตรีที่ยืนอยู่ข้างกายได้ฟัง  ดูท่าทางนางจะชอบที่นี่มากทีเดียว  แต่ก็ไม่แปลกด้วยว่าตรงนี้นั้นสวยงามตระการตากว่าด้านล่างอยู่มากโข  ต้นไม้ใหญ่โดยรอบให้ความรู้สึกร่มรื่น ยังพรรณไม้ป่านานาพันธุ์หลากสีสันที่กำลังแข่งกันชูช่ออกดอกอยู่เรียงรายริมน้ำตก ส่งกลิ่นหอมรวยรินให้ความรู้สึกรื่นรมย์แก่ผู้ที่ได้มาเยือน

 

 

          " เพคะ "

 

 

          หญิงสาวหันมายิ้มให้คนข้างๆ  และได้เห็นเขานำเจ้ากระต่ายน้อยลูกรักออกมาจากย่ามก็อดจะเอื้อมมือไปลูบมันอย่างเอ็นดูไม่ได้

 

 

          " เป็นอย่างไรบ้างซือซือ อยู่ในนั้นคงอึดอัดแย่  จะโทษข้าไม่ได้นะ ต้องโทษจวิ้นอ๋องเพราะทรงเป็นผู้หย่อนเจ้าลงไปในย่ามนั้น "

 

 

          " พ่อทำไปด้วยหวังดีต่างหากเล่า  หากอุ้มเจ้าไว้ก็จะดูแลท่านแม่ของเจ้าได้ไม่เต็มที่  แต่ว่าก็อยากพาเจ้าขึ้นมาชมทิวทัศน์ข้างบนนี้ด้วย จะได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตา พ่อ แม่ ลูก อย่างไรเล่า..หืม เป็นเช่นไรงดงามหรือไม่ "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิง เอ่ยแก้ตัวเล็กน้อย  

 

 

          " อ้อ..หม่อมฉันเองก็เพิ่งจะนึกขึ้นมาได้  เรื่องคำพูดชวนเข้าใจผิดเช่นนี้  หม่อมฉันขอร้องพระองค์เพคะ  ว่าอย่าได้กล่าวอะไรทำนองนี้ต่อหน้าผู้อื่นอีก  ใครอื่นได้ยินอาจจะนำไปตีความผิดเอาได้ "

 

 

          หญิงสาวเอ่ยขึ้นบ้าง เมื่อนึกขึ้นได้ว่ายังเคืองเขาเรื่องนี้อยู่  มันใช่เรื่องที่จะกล่าวออกมาต่อหน้าผู้อื่นหรือไม่เล่า คำพวกนี้  พ่อ แม่ ลูก  แม้ว่าจะเป็นพ่อแม่กระต่ายก็เถิด

 

 

          "  หึ  ใครอื่นได้ยินแล้วเข้าใจผิด ที่เจ้ากล่าวถึงน่ะ หมายถึงหยางเฉิงสินะ "

 

 

          เขาแค่นหัวเราะออกมาเล็กน้อย  พลางเหลือบสายตามองนางเพียงนิด แล้วจึงหันหน้าไปเสียอีกทาง  อารมณ์สุนทรีเมื่อครู่ชะงักไป แทนที่ด้วยความรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อย เมื่อได้ยินนางกล่าวเช่นนั้น 

 

 

          เป็นครอบครัวเดียวกับเขามันเสียหายนักหรืออย่างไร นางจึงได้ปฏิเสธและบ่ายเบี่ยงอยู่ร่ำไป  ให้เป็นจวิ้นหวางเฟยก็ไม่เอา  ครั้นบอกว่ารักก็ไม่เชื่อ  ทำอะไรก็ไม่ถูกใจนางไปเสียหมด 

 

 

       ผิดกับน้องชายของเขาราวเทพเซียนกับจอมมาร  รายนั้นทำอะไรก็ดีงามเลิศเลอในสายตาของนาง  ชื่นชมกันไปสิ  นึกแล้วมันก็น่าน้อยใจอยู่เหมือนกัน...

 

 

          อะไรของเขาเนี่ย...เหน็บแนมนางแล้วก็หันหน้าหนีไป  จางซูหนี่ว์ออกจะงงกับบุรุษผู้นี้ยิ่งนัก    

 

 

          "  ไม่ใช่แต่เฉพาะองค์ชายห้าหรอกเพคะ  หม่อมฉันก็หมายถึงทุกคนที่ได้ยิน  "

 

 

          " ก็ถ้าผู้อื่นเขาเข้าใจอย่างนั้นก็ปล่อยเขาไปสิ เพราะความจริงก็คือ จะในตอนนี้หรือตอนไหนเจ้าก็ต้องเป็นจวิ้นหวางเฟยของเปิ่นหวางอยู่ดี หนี่ว์เอ๋อร์ "

 

 

          เขาหันกลับมากล่าวกับสตรีตรงหน้า  พลางสบสายตากับนางอย่างต้องการถ่ายทอดความจริงใจให้นางได้รับรู้

 

 

         " เหตุใดจึงมั่นพระทัยนักเล่าเพคะ  ว่าหม่อมฉันจะยอม "

 

 

        แม้นางจะมีใจให้ ก็ใช่ว่านางจะยอมลงให้เขาง่ายๆหรอกนะ  อีกทั้งการแต่งงานนั้นเรื่องใหญ่  ถ้าต้องแต่งเข้าไปเป็นคนในราชวงศ์จริงๆ  สตรีอื่นอาจดีใจ  แต่นางยิ่งต้องคิดให้รอบคอบ  ไตร่ตรองให้จงหนัก เพราะความสงบสุขที่นางต้องการ มันหาได้ยากยิ่งนักในวังหลวง

 

 

        " เพราะเปิ่นหวางรักเจ้า หนี่ว์เอ๋อร์  "

 

 

         มู่หรงหย่งหมิงเอื้อนเอ่ยความในใจให้นางได้รับฟังอีกครั้ง  ตั้งแต่วันที่เขาบอกว่าจะพิสูจน์ให้นางเห็นถึงความรักและความจริงใจ  เขาก็ไม่ได้กล่าวคำนี้ออกมาพร่ำเพรื่ออีกเลย  ด้วยกลัวว่ามันจะดูไร้ค่าไปเมื่อกล่าวขึ้นมาบ่อยครั้ง 

 

 

          ทว่าวันนี้เขาพูดมันขึ้นมาด้วยคิดว่าคงถึงเวลาแล้วที่ต้องพูดคุยกันเสียที  

 

 

        " ทรงบอกหม่อมฉันแล้ว  ทั้งยังบอกอีกว่าจะพิสูจน์ให้หม่อมฉันเห็นถึงความจริงใจ "

 

 

       " ใช่  เปิ่นหวางกล่าวเช่นนั้น..และตอนนี้เปิ่นหวางอยากรู้  และอยากได้ยินจากปากของเจ้าว่ามีใจรักให้แก่เปิ่นหวางหรือไม่  รึว่ามีชายอื่นอยู่ในหัวใจของเจ้า  "

 

 

        เขาขยับเข้าไปใกล้นาง ใช้มืออีกข้างที่มิได้อุ้มเจ้ากระต่ายน้อยเชยคางสตรีตรงหน้าขึ้นมา เพื่อไม่ให้นางหลบสายตาของเขาไปที่ใด

 

 

       " ไยจึงต้องเร่งรัดถามความในใจกับหม่อมฉันนักเพคะ  ขอเวลาหม่อมฉันบ้างมิได้หรือ "

 

 

       " เพราะมันสำคัญกับเปิ่นหวางมาก  หนึ่ง...เพราะเปิ่นหวางรักเจ้าและก็หวังอยากจะให้เจ้ารักตอบเปิ่นหวาง  สอง...เพราะในตอนนี้กำลังจะเกิดเรื่องขึ้นกับเจ้าน่ะสิ "

 

 

      มู่หรงหย่งหมิงเอ่ยพลางมีสีหน้าที่ขรึมลง แลดูจริงจัง เมื่อเอ่ยถึงประการที่สอง  จนคนฟังเริ่มที่จะขมวดคิ้วอย่างสงสัย

 

 

       " จะเกิดเรื่องใดกับหม่อมฉันกันเพคะ "

 

 

       " เมื่อเช้าฮองเฮาเรียกเปิ่นหวางไปเข้าเฝ้า และสอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเจ้าและต้วนหลี่เจี้ยน  เจ้านั่นพลิกลิ้นพูดจากผิดเป็นชอบให้ตนดูดี และทูลฟ้องแก่ฮองเฮาว่าเปิ่นหวางส่งคนไปลอบทำร้าย "

 

 

       " เจ้าคนอันธพาลปลิ้นปล้อน ขี้โกหกนั่น มันน่าจะถูกตัดลิ้นนักจะได้กล่าววาจาตลบแตลงไม่ได้อีก  อุตส่าห์ให้โอกาสแล้วยังไม่สำนึก  รู้เช่นนี้หม่อมฉันไม่น่าจะห้ามพระองค์เลย จะได้สั่งสอนให้หนัก "

 

 

         จางซูหนี่ว์ฮึดฮัดอย่างนึกโมโห  เช่นนี้มันน่าจะได้ลิ้มรสฝ่าเท้าของจวิ้นอ๋องไปอีกหลายๆที  นางพลาดเองที่ไปห้าม...

 

 

        " เปิ่นหวางทูลฮองเฮาไปแล้วล่ะ ถึงความจริงที่เกิดขึ้นพยานเรามีมากมายไม่ต้องกลัวไปหรอก "

 

 

        เขาอดที่จะยิ้มกับท่าทางโมโหของนางไม่ได้  มิได้น่าเกลียด แต่นางดูน่ารักมากต่างหากเล่า  

 

 

        ดูเอาเถอะ..ไม่ว่านางจะทำอะไรในสายตาของเขาก็ว่าดีไปเสียสิ้น เว้นอย่างเดียวคือการไปเข้าใกล้ชายอื่นก็เท่านั้น  และเมื่อเห็นนางหันมาสบสายตากับเขา รอยยิ้มเอ็นดูเมื่อครู่ต้องรีบหุบฉับลง กลายเป็นสีหน้าเคร่งเครียดตามเดิม

 

 

         " หากเป็นเช่นที่จวิ้นอ๋องทรงกล่าว  แล้วอย่างนั้นหม่อมฉันจะเดือดร้อนด้วยเรื่องใดเพคะ "

 

 

           หญิงสาวย้อนถาม เรื่องราวก็คลี่คลายพยานรึ ก็มีออกถมเถไป คนเห็นเหตุการณ์นั้นมากมี  จะมากล่าวหากันง่ายๆนางก็มิยอมหรอกนะ

 

 

          " เพราะมีคนเป็นพยานเยอะ  ในเมื่อเล่นงานเปิ่นหวางมิได้จึงหันเหไปทางเจ้าแทน...ต้วนหลี่เจี้ยนจับมือจับแขนเจ้า ทั้งพยายามจะลวนลาม แม้เปิ่นหวางช่วยได้ทันการณ์แต่ผู้อื่นก็อาจกล่าวถึงเจ้าในทางเสียหายได้ด้วยผู้คนเห็นเยอะแยะ   ฮองเฮาจึงใช้ประเด็นนี้เพื่อที่จะบีบให้เจ้าแต่งงานกับต้วนหลี่เจี้ยน โดยกล่าวว่าเป็นการรับผิดชอบของสกุลต้วนต่อคนสกุลจาง "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิง กล่าวจบประโยค ร่างบางตรงหน้าก็เอ่ยขึ้นมาทันควัน

 

 

          " เป็นตายอย่างไรหม่อมฉันก็ไม่แต่ง กับคนอันธพาลนั่นแน่นอน "

 

 

           จางซูหนี่ว์เอ่ยขึ้นอย่างเดือดดาล 

 

 

           " เปิ่นหวางรู้  แต่ว่าลำพังเจ้าจะต้านทานอำนาจของฮองเฮาได้หรือ  แม้แต่บิดาของเจ้าก็เถิด  ฮองเฮาออกหน้าเองเช่นนี้เปิ่นหวางก็คิดว่าคงลำบากเอาการ  ปฏิเสธไปก็เท่ากับเป็นการหักหน้าฮองเฮาเชียวนะ  สกุลจางคงได้เป็นศัตรูกับสกุลต้วนเป็นแน่  เรื่องเดือดร้อนคงได้ดาหน้าเขามายังสกุลจางแน่นอน "

 

 

         เขาเอ่ยให้เห็นถึงหายนะที่อาจเกิดขึ้น  อาจเป็นจริงก็ได้ถ้าหากว่าเขาจะไม่ยืนอยู่ตรงนี้ข้างๆกายนาง และคอยปกป้องนางอย่างที่ให้สัญญาไว้  

 

 

       " หรือหม่อมฉันจะหนีไปบวชเป็นนางชีเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป "

 

 

       หญิงสาวกล่าวอย่างประชดความซวยของตัวเอง  ไม่ได้คิดจะเอาคำตอบใดจากคนตรงหน้าเท่าใดนัก

 

 

       " ไม่ต้องถึงเพียงนั้นหรอก  เปิ่นหวางทูลฮองเฮาไปแล้วว่าเจ้าคือคนรักของเปิ่นหวาง  และจะดำรงตำแหน่งจวิ้นหวางเฟยในเร็ววันนี้  คงมิอาจแต่งให้สกุลต้วนได้  "

 

 

        " อะไรนะเพคะ "

 

 

        จางซูหนี่ว์ออกจะอึ้งกับสิ่งที่คนตรงหน้ากล่าว  มันมิต่างกับการถูกมัดมือชกเลย  เพียงแต่นางถูกมัดให้แต่งงาน

 

 

       " วิธีนี้เมื่อฮองเฮาจะทำอะไรเจ้าต่อไปนี้คงจะคิดให้หนักเป็นแน่  ทำเจ้าก็เหมือนทำเปิ่นหวางไปด้วย  "

 

 

        เขารีบเอ่ยขึ้นเผื่อนางกำลังโมโห  พลางค่อยๆพูด ค่อยๆตะล่อมนางไป  แต่ใช่ว่าเขาจะโกหกนางทั้งหมดเสียเมื่อไร กับสตรีผู้นี้ต้องเอาเหตุผลเข้าสู้ให้ดูหนักแน่นเข้าไว้  

 

 

       เฮ้อ...จะแต่งชายาทั้งทีเหตุใดจึงยากเย็นนัก  ต้องคิดหาทางกล่อมนางให้แต่งเป็นชายาของเขาให้ได้  แม้เป็นสตรีอื่นที่ไม่ใช่นางผู้นี้เขาก็ไม่ต้องการอีกนั่นล่ะ  

 

 

        " เปิ่นหวางขอโทษเจ้านักที่ต้องกล่าวออกไปเช่นนั้น  แต่ก็อยากให้เจ้าได้รับรู้ว่าที่ทำก็เพราะรักและต้องการปกป้องเจ้านะหนี่ว์เอ๋อร์  และเพราะเหตุนี้จึงได้ถามถึงความในใจจากเจ้าว่ารักเปิ่นหวางบ้างหรือไม่ "

 

 

        กล่อมนางไป ก็ยังมิวายเอ่ยถามหาคำรักจากสตรีตรงหน้า

 

 

        " เรื่องใหญ่เช่นนี้หม่อมฉันขอปรึกษาคนในครอบครัวก่อนได้หรือไม่เพคะ  ว่าจะทำอย่างไรต่อไป "

 

 

        จางซูหนี่ว์เอ่ยขึ้นเผื่อว่าคนในครอบครัวจะมีความคิดดีดีให้แก่นางบ้าง  บอกตามตรงตอนนี้นางยังไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหนดี 

 

 

        " เรื่องนั้นเปิ่นหวางต้องรีบเข้าไปพูดคุยกับครอบครัวของเจ้าอยู่แล้ว  ต้องเร่งกล่าวให้รับรู้ ก่อนที่ฮองเฮาอาจจะใช้เล่ห์ให้เจ้าไปแต่งกับหลานชายอีกก็ได้  แต่ตอนนี้ที่อยากรู้คือความในใจเจ้าต่างหากเล่า  เจ้ามิได้รังเกียจเปิ่นหวางใช่หรือไม่ "

 

 

       " ก็มิได้รังเกียจเพคะ "

 

 

       หญิงสาวตอบออกไปตามตรง

 

 

      " แล้วรักหรือไม่ "

 

 

       เขาเอ่ยพลางยกยิ้มกรุ้มกริ่มเล็กน้อย  หัวใจพองโตเมื่อเห็นใบหน้านางขึ้นสีชมพูระเรื่อน่าดูชม  หากแต่ก็พยายามวางใบหน้าเรียบเฉย

 

 

       " หม่อมฉัน เอ่อ..."

 

 

       จางซูหนี่ว์มิรู้จะกล่าวอย่างไรดี  จะบอกว่ารักก็ยังพูดได้ไม่เต็มปาก  จะบอกว่ามีใจก็ออกจะอายๆอยู่เหมือนกัน

 

 

     " คือ  หม่อมฉัน เอ่อ...อื้อออ  "

 

 

        นางตกใจและเหวอไป เมื่ออยู่ๆคนตรงหน้าก็โฉบเข้ามาจูบนางอย่างรวดเร็วและแผ่วเบาด้วยริมฝีปากของเขา  

 

 

      " ตอบช้า อ้ำอึ้ง เช่นนี้...ถือว่าคำตอบคือ รัก  "

 

 

        มู่หรงหย่งหมิงระบายยิ้ม นัยน์ตาวิบวับ  ก็ถ้านางไม่รักคงปฏิเสธไปแล้ว ไม่มาอ้ำอึ้งเช่นนี้หรอก

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 782 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,484 ความคิดเห็น

  1. #6389 565118 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 16:14
    คนอะไรเอะอะก็แอบกินเต้าหู้
    #6,389
    0
  2. #6102 jaoh77 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 16:50
    แหม ท่านอ๋อง ไม่ให้ปฏิเสธได้เลย ปิดทุกทาง
    #6,102
    0
  3. #5997 pemipond (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 20:21
    ให้นางมีบทพูดบ้าง เอะอะจูบ
    #5,997
    0
  4. #5864 Sistel2 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 20:35

    มันมือชกแบบนี้จะได้ผลไหมหนอ

    #5,864
    0
  5. #4987 mayar (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 23:18
    เฮียเคลียร์เรียบงานดีมาก
    #4,987
    0
  6. #4396 Phasuk Nyffenegger (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 13:48
    ขอบคุณมากๆๆๆค่ะ
    #4,396
    0
  7. #3985 natsinee2512 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 12:56
    ลาบเมืองแป้กะลำเน้อเจ้า
    #3,985
    0
  8. #3967 gravgerice (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 02:33
    ลาบเหนือใส่เครื่องเทศนะ
    #3,967
    0
  9. #3965 Pandanus23233 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 00:57
    ชักเบื่อฮองเฮาล่ะ
    #3,965
    0
  10. #3954 นักอ่านเงา (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 22:35
    ท่านอ๋อง ข้ารอท่านอยู่
    #3,954
    0
  11. #3953 Numtanthitiya (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 21:37
    รอติดตามจร้าาาา...กะลังดีเบย
    #3,953
    0
  12. #3946 34257766 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 01:02
    อากาศหนาวอยู่บนดอยกับลำปางจ้า อยากหนาวมาลำปางนี่เลย บ่ายโมงเหมือน8โมง หนาวเวอร์อวัง
    #3,946
    2
    • #3946-1 AOR_AOR(จากตอนที่ 39)
      11 ธันวาคม 2560 / 07:58
      ในเมืองก็ดีเหมือนกันนะ
      เช้าก็เย็นๆหน่อยไม่ถึงกับหนาวมาก
      สุดๆประมาณ22องศา
      แต่ช่วงบ่ายนี้ค่อนข้างร้อนพอสมควรเลย แต่ก็ไม่เท่าช่วงหน้าร้อนนะ
      บางคืนอากาศก็อบอ้าว ทำเอานอนไม่กลับเลย อิอิ><
      #3946-1
    • #3946-2 เถียนเถียน / Miss Smiles(จากตอนที่ 39)
      11 ธันวาคม 2560 / 12:57
      ดึกๆถึงเช้าอากาศเย็นสบายค่ะ แต่พอสายหน่อยแดดมาก็เริ่มร้อนแล้ว เสื้อกันหนาวหลายตัวเอามาไม่ได้ใช้เลย 55555
      #3946-2
  13. #3939 เปี๊ยกเฉื่อย (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 00:17
    พักผ่อนบ้างเน้อ สองวันครึ่งตอนก็ได้ กลับบ้านแล้วก็วันละตอนครึ่งชดเชยคืนพอ อิอิ
    #3,939
    0
  14. #3938 แพนด้า (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 00:00
    อ้าว ไรท์มาสัมมนาแถวนี้เหรอ เราก็อยู่แถวนี้น้า บังเอิญเรียนอยู่มช.ค่ะ ^^ ช่วงนี้เชียงใหม่อากาศจะเย็นช่วงหลังเที่ยงคืน ยังไงก็รักษาสุขภาพ ห่มผ้าหนาๆนะคะ รีดเป็นห่วง
    #3,938
    1
    • #3938-1 เถียนเถียน / Miss Smiles(จากตอนที่ 39)
      8 ธันวาคม 2560 / 15:03
      วันนี้ก็เข้ามาใน มช. ค่ะ...มาใช้ศูนย์ห้องคอมฯที่นี่
      #3938-1
  15. #3937 pa kae (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 19:46
    ขอให้ไรท์สนุกกับการสัมนา และเที่ยวเจียงใหม่ค่ะ
    #3,937
    0
  16. #3935 ไอดินกลิ่นฟ้า (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 18:20
    ระวังน้ำหนักขึ้นนะคะไรท์ 555
    #3,935
    0
  17. #3930 1661507 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 07:20
    ขอให้การสัมมนาสนุกสนาน ทำให้มีแรงบันดาลใจแต่งนิยายได้หลายๆ ตอนนะคะ รอติดตามอยู่ค่า
    #3,930
    0
  18. #3928 seleyakr (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 05:51
    ขอบคุณค่ะทำงานโดยราบรื่นน่ะค่ะ
    #3,928
    0
  19. #3927 moeitom (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 05:29
    สนุกมากเลย รออยู่นะคะ 
    #3,927
    0
  20. #3926 molja (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2560 / 03:09
    พ่อแม่รังแกฉัน เลี้ยงลูกตามใจลูกแบบผิดๆ ตระกูลต้วนคงใกล้ล่มสลายแล้วสินะ กล้าแตะต้องจวิ้นอ๋องแบบนี้

    จวิ้นอ๋องน่ารักมากกกก รีบเคลียวังรอน้องซูหนี่ จีบน้องให้รับรักก่อนดีมั้ยคะ
    #3,926
    0
  21. #3924 araya apichanapong (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 23:21
    ขอบคุณค่าไรท์
    #3,924
    0
  22. #3923 water4202 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 23:08
    ท่านอ๋องเริ่มน่ารัก
    #3,923
    0
  23. #3921 Shadow-1 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 19:21
    อาการออกแล้วท่านออ๋ง....รีบตั้งสมาคมดว่น...สมาคมคนกลัวเมีย.555555
    #3,921
    0
  24. #3920 Earthkid (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 17:57
    ยังไงก็สู้อองห้าไม่ได้หรอกค่ะเพราะอองห้าไม่เคยต้องมีใครให้อุ่นเตียงหรืออนุหรือชายารองหรือชายาเอกเลยนะคะ
    #3,920
    0
  25. #3915 150221 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 14:55
    มีความกลัวเมียหนักมาก แต่ก็น่ารัก
    #3,915
    0