ชายาอ๋องกระดูกเหล็ก (สนพ.สถาพรบุ๊คส์)

ตอนที่ 37 : ปะทะ ปกป้อง ทั้งหมดนี้ก็เพื่อนาง (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 58,399
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 683 ครั้ง
    20 ก.พ. 61


" ข้าทราบมาว่าเมื่อวันก่อนนั้น คนในตระกูลต้วนได้กระทำการบางอย่างอันทำให้เจ้าขัดเคืองใจ และยังได้รับบาดเจ็บอีกด้วย ใช่หรือไม่ "


          แม้จะรู้ดีแก่พระทัย ว่าเรื่องราวนั้นคงเป็นไปดั่งที่พระนางกล่าว  หากแต่ก็ทรงถามบุรุษตรงหน้าไปอย่างนั้น  จะได้ไม่มากล่าวหาพระนางในภายหลังเอาได้ว่าฟังความฝ่ายเดียว  


          ถึงกระนั้นต่อให้บุรุษเบื้องหน้ายอมรับว่าเป็นผู้กระทำจริง  พระนางก็คงเอาผิดคนตรงหน้าได้ไม่มากนัก  หากแต่ก็คงกล่าวตำหนิได้บ้างว่าจวิ้นอ๋องนั้นใช้อำนาจเกินกว่าเหตุ  แม้ว่าหลานชายของพระนางจะพลั้งมือทำร้ายคนผู้นี้จนได้รับบาดเจ็บจริงๆก็ตามที


          ทว่าก็เพราะเป็นการเข้าใจผิดและเป็นอุบัติเหตุทั้งสิ้น  ทั้งหลานชายของพระนางยังยอมรับผิดแต่โดยดี  ซึ่งจวิ้นอ๋องก็ได้เอ่ยเว้นโทษแล้ว  ซ้ำยังให้คุกเข่าสำนึกผิดอีกเป็นเวลานาน  แล้วไฉนจึงส่งคนมาลอบทำร้ายต้วนหลี่เจี้ยนเช่นนี้


          " ฮองเฮาทรงได้ยินมาไม่ผิดหรอกพ่ะย่ะค่ะ "


          มู่หรงหย่งหมิงตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย  ท่าทางมิได้มีความกังวลแต่อย่างใด  สร้างความขุ่นเคืองใจให้กับต้วนหลี่จงที่ลอบมองอยู่ ทว่าก็มิได้แสดงความไม่พอใจแต่อย่างใดออกมา  ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฮองเฮาจัดการไป 


          "  ข้าเสียใจนักที่คนในตระกูลนั้นกระทำการเช่นนี้  ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ต้องขอโทษเจ้าแทนคนในตระกูลต้วนด้วย   แต่ว่าจากที่ได้สอบถามความมานั้น  หลี่เจี้ยนกล่าวว่าทั้งหมดเป็นเรื่องเข้าใจผิด ทั้งยังเป็นอุบัติเหตุ  เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เจ้าได้รับบาดเจ็บสักนิด จึงอ้อนวอนให้ข้าช่วยอธิบายให้เจ้าเข้าใจแทนคนในตระกูลต้วนด้วย "


          ต้วนฮองเฮาเอื้อนเอ่ยถ้อยคำออกไปอย่างพระทัยเย็น  แม้นคนตรงหน้ามีจิตสำนึกเสียบ้างอย่างไรวันนี้พระนางต้องได้รับคำกล่าวขออภัยจากบุรุษผู้นี้


          " คุณชายรองตระกูลต้วน กล่าวเช่นนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ "


          เขาเลิกคิ้วขึ้นเพียงนิด มิใช่เพื่อแสดงความประหลาดใจ หากแต่เป็นการถามอย่างเป็นนัยๆว่าที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น...แน่ใจหรือว่าเป็นความจริง  


          พลางแสยะยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยอย่างนึกหยัน ช่างหลับหูหลับตาเข้าข้างคนในตระกูลตนเองเสียจริง  ต้วนฮองเฮานั้นมิใช่คนเขลาเบาปัญญา หากแต่ก็เสียอย่างที่เชื่อผู้เป็นพี่ชายเหลือเกิน 


          " ใช่...ทั้งยังกล่าวว่าเจ้าได้เว้นโทษตาย และให้หลี่เจี้ยนคุกเข่าสำนึกผิดแทน  "


          สตรีสูงศักดิ์เอ่ยขึ้น พลางสูดหายใจเข้าอย่างช้าๆ เป็นการข่มอารมณ์เมื่อเห็นสีหน้าคล้ายเย้ยหยันของจวิ้นอ๋อง  ท่าทีสุภาพ ทั้งยังให้ความนอบน้อมตามศักดิ์แลฐานะของพระนาง  แต่ก็แฝงไปด้วยความหยิ่งยโสและไม่ยอมคนอยู่ในที  พระนางเกลียดสีหน้าแววตา และท่าทางของบุรุษผู้นี้ยิ่งนัก  หึ...จองหองอวดดีไปเถอะ 


          " ก็เป็นเช่นนั้นอีกนั่นล่ะ พ่ะย่ะค่ะ "


          " ถือว่าเป็นความโชคดีของหลี่เจี้ยนที่เจ้าเมตตาไม่เอาความใด  แต่ที่ข้าไม่เข้าใจ คือ หลังจากนั้นหลี่เจี้ยนกลับถูกลอบทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ในระหว่างเดินทางกลับจวน  "


          พระนางเอ่ยเข้าเรื่องที่เป็นประเด็นในการเรียกบุรุษตรงหน้ามาในวันนี้


          " ฮองเฮาทรงคิดว่าหม่อมฉันส่งคนไปทำร้ายต้วนหลี่เจี้ยน "


          มู่หรงหย่งหมิง เงยหน้าขึ้นสบพระพักตร์สตรีผู้เป็นดั่งมารดาของแผ่นดิน


          " ใครๆก็รู้ว่าหลี่เจี้ยนเพิ่งมีปัญหากับเจ้ามิทันข้ามวัน การที่เขาถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บเพียงนั้น  หากทุกคนจะคิดว่าเป็นฝีมือของเจ้าจะแปลกอะไร  ถ้าเป็นความจริงคนในตระกูลต้วนก็ใคร่จะขอเหตุผลจากเจ้า  ว่าเพราะเหตุใดจึงลอบทำร้ายกันเช่นนี้  ทั้งที่เจ้าก็ลั่นวาจายกโทษให้หลี่เจี้ยนแล้ว  ทว่านี่ก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐานเท่านั้น ข้ามิอยากปรักปรำเจ้า  จึงเรียกมาในวันนี้ก็เพียงอยากจะขอคำชี้แจงถึงเรื่องราวที่มันได้เกิดขึ้น "


          ต้วนฮองเฮาเชิดพระพักตร์สูงขึ้นเล็กน้อย 


          " ขอบพระทัยฮองเฮาที่ทรงความยุติธรรม มิฟังความฝ่ายเดียว...ก่อนอื่นหม่อมฉันขอทูลถามว่าเพราะเหตุใด จึงปักใจเชื่อนักว่าเป็นฝีมือของหม่อมฉัน  กับต้วนหลี่เจี้ยนนั้นได้มีปัญหากันจริง  แต่มิทรงคิดบ้างหรือว่าอาจจะเป็นผู้อื่น ซึ่งอาศัยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาสวมรอยทำร้าย  เพราะหากเกิดอันใดขึ้นกับคุณชายต้วนผู้นั้นในเวลานี้  ทุกคนย่อมต้องพุ่งเป้ามาที่หม่อมฉันเป็นอันดับแรกอยู่แล้ว "


          เขาเอ่ยออกไป มิได้ยอมรับ แต่ก็มิได้ปฏิเสธ...


          " จวิ้นอ๋องทรงกล่าวเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรหรือ พ่ะย่ะค่ะ "


          ต้วนหลี่จงเอ่ยขึ้นบ้าง แต่แรกที่ตั้งใจว่าจะปล่อยให้ผู้เป็นน้องสาวออกหน้าจัดการทวงความยุติธรรมให้บุตรชายของตน  หากแต่เงียบได้ไม่นานก็เหลืออด  เพราะเห็นสีหน้ามิรู้ร้อนรู้หนาวสิ่งใดของบุรุษสูงศักดิ์ตรงหน้า ก็ยิ่งเป็นการเติมเชื้อไฟแห่งโทสะในใจของเขาให้ลุกโหมยิ่งขึ้น


          " แล้วเจ้าคิดว่าเปิ่นหวางหมายความว่าอย่างไรล่ะ "


          มู่หรงหย่งหมิง ตวัดสายตาหันไปมองทางชายสูงวัยที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากเขานัก  ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์ผู้นี้คิดว่าตนเองเป็นใครกันจึงกล้ากล่าววาจาด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างเช่นนี้


        แม้นมีศักดิ์เป็นพี่ชายของฮองเฮาแต่ก็มิใช่เชื้อพระวงศ์  จะไปกระทำตนอวดดีกับใครก็ทำไป แต่ต้องมิใช่กับมู่หรงหย่งหมิงผู้นี้


          " เอ่อ...กระหม่อม..."


          ต้วนหลี่จง เมื่อสบเข้ากับสายตาเยียบเย็นของจวิ้นอ๋องก็ให้รู้สึกสะท้านไปไม่น้อย  คำพูดที่คิดจะกล่าวถูกกลืนลงไปทันที  สีหน้าเยือกเย็นของบุรุษคราวลูกเพียงแค่ปรายตาก็ทำให้ผู้สบตารู้สึกราวถูกแช่แข็งอยู่กลางหิมะเอาได้ง่ายๆ 


        สายตาที่เขามิอาจคาดเดาความคิดของคนผู้นี้ออก  สายตานี้ที่เขาเคยได้ยินเหล่าทหารที่เคยออกรบนั้นร่ำลือมานาน  ว่าทรงประหัตประหารอริราชศัตรูได้อย่างไม่กระพริบตา ไร้ซึ่งความรู้สึกรู้สาใดใด


          " เจ้ากำลังจะบอกข้าว่า..เจ้ามิได้ส่งคนไปทำร้ายหลี่เจี้ยนกระนั้นหรือ หย่งหมิง "


          ต้วนฮองเฮาเอ่ยขึ้นแทนผู้เป็นพี่ชายใจร้อน  ที่เผลอใช้น้ำเสียงแข็งกร้าวใส่บุรุษที่อ่อนวัยกว่า ทว่าสูงศักดิ์กว่ามากมายนัก  กล่าวตามตรงพี่ชายของพระนางไม่ใช่คู่ต่อกรของบุรุษตรงหน้าสักนิด  


          " ส่งไปแล้วอย่างไร  มิได้ส่งไปแล้วอย่างไร  ในเมื่อใครๆ ที่ฮองเฮาทรงเอ่ยถึงนั้นก็ได้ลงความเห็นว่าเป็นฝีมือของหม่อมฉันไปเสียแล้ว "


          มู่หรงหย่งหมิงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสบาย ใบหน้าติดจะเปื้อนยิ้มเล็กน้อย  ด้วยรู้ว่าคนพวกนี้ย่อมรู้ว่าเป็นฝีมือของเขาแน่นอน  ซึ่งก็มิเคยคิดจะปิดไม่ให้คนเหล่านี้รู้เสียเมื่อไร  เพียงแต่ไม่ยอมรับออกมาเป็นวาจาก็เท่านั้น 


        ที่ผ่านมานั้นทำอะไรเอาไว้กับเขาตั้งเยอะแยะ คนพวกนี้ยังทำหน้าซื่อตาใสลอยนวลเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ได้  เขาก็จะทำเช่นเดียวกันบ้างอย่างไรเล่า


        " แต่สิ่งที่ใครๆคิดนั้น  มันก็น่าคิดมิใช่หรือ..อีกอย่างก็ใช่ว่าข้าจะเชื่อผู้อื่นเสียหมด จึงได้เชิญเจ้ามาเพื่อชี้แจงในเรื่องนี้อย่างไรเล่า หากเจ้ายืนยันว่ามิได้กระทำก็คงไม่มีใครกล้ากล่าวหาเจ้าได้หรอก   "


      พระนางยังคงเอื้อนเอ่ยด้วยพระพักตร์ละมุนละไม  แสร้งวางตัวเป็นกลางมิเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง  หากแต่ประโยคสุดท้ายก็อดที่จะเหน็บแนมบุรุษเบื้องหน้ามิได้  


          วาจาเล่นแง่แสนกล  ไม่ยอมรับ ไม่ปฏิเสธ  ซ้ำยังกล่าวดั่งว่าตนเองเป็นผู้ถูกใส่ความ  เจ้ามันก็ร้ายกาจดั่งมารดาของเจ้านั่นแหละ มู่หรงหย่งหมิง...


          "  ความจริงหม่อมฉันก็หาได้สนใจความคิดของผู้ใดนักหรอก  แต่หากว่าจะแก้ความเข้าใจผิดของใครๆที่ฮองเฮาทรงกล่าวถึงนั้นก็มิใช่เรื่องยากเลย พ่ะย่ะค่ะ "


          " เจ้าหมายความว่าอย่างไร "


          " ก็หมายความว่าเรื่องมันเกิดตรงไหนก็แก้ไขตรงนั้น  ความจริงเรื่องทั้งหมดนั้นเริ่มต้นขึ้นที่หอซือซิง ระหว่างที่เกิดเหตุผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นก็มีอยู่มาก มิใช่เพียงคนของหม่อมฉัน หรือคนของต้วนหลี่เจี้ยนเสียเมื่อไร  ชาวเมืองอีกหลายสิบคนก็อยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ รู้ดีว่าผู้ใดผิดผู้ใดถูก หม่อมฉันจึงไม่ร้อนใจเท่าใดนัก  แต่มิทราบว่าใครๆที่ฮองเฮาทรงกล่าวถึงนั้น  ได้ร่วมอยู่ในเหตุการณ์ด้วยหรือไม่ หรือเพียงแต่ฟังความต่อๆกันมาเท่านั้น พ่ะย่ะค่ะ " 


          " เรื่องเหตุการณ์อะไรนั่นข้ามิเห็นเป็นประเด็นเท่าใดนัก  ที่ข้าเรียกเจ้ามาก็เพื่อชี้แจงในส่วนที่ว่าเหตุใด  จึงส่งคนไปลอบทำร้ายหลี่เจี้ยนในภายหลัง  ทั้งที่ลั่นสัจจะวาจาออกไปแล้วว่าจะเว้นโทษให้  หากเจ้าบอกว่ามิได้ส่งคนไปลอบทำร้าย ข้าก็มิได้กล่าวโทษอะไรเจ้า  ก่อนหน้าเพียงแค่เป็นห่วงเท่านั้นว่าคนในราชวงศ์จะถูกติฉินนินทาจากราษฎรเอาได้ว่าเป็นผู้ที่ไม่มีศีลธรรม หาความซื่อสัตย์มิได้ แม้กระทั่งสัจจะวาจา "


          ต้วนฮองเฮาที่พยายามกล่าวอย่างใจเย็น  พลางเหลือบสายตาไปมองผู้เป็นพี่ชายของพระนาง  ในใจเริ่มหวั่นวิตกบางอย่าง  เพราะด้วยท่าทางของมู่หรงหย่งหมิงนั้นดูมั่นใจในตนเองเหลือเกิน  ทั้งยังกล้าท้าพิสูจน์ความผิดอีก  จึงเริ่มไม่แน่ใจในสิ่งที่พระนางได้รับรู้มาจากผู้เป็นพี่ชายเสียแล้ว  


          " มิเห็นเป็นประเด็นคงไม่ได้แล้ว พ่ะย่ะค่ะ..ในเมื่อฮองเฮาทรงกล่าวมาเช่นนี้ ก็ทำให้หม่อมฉันคิดได้ ว่าคงต้องชี้แจงให้กระจ่าง  มิเช่นนั้นคงจะเสื่อมเสียแก่ราชวงศ์เป็นแน่  "


          มู่หรงหย่งหมิงกล่าวสวนกลับทันที


          " เช่นนั้นก็กล่าวมาเถิด "


          " พยานรู้เห็นนั้นมากมาย ว่าต้วนหลี่เจี้ยนนั้นคิดจะฉวยโอกาสกับคุณหนูสกุลจาง  หากแต่หม่อมฉันนั้นช่วยเอาไว้ทัน และได้มีการต่อสู้กันอยู่บ้างเล็กน้อย ความจริงเรื่องได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้นั้นคงเป็นเรื่องธรรมดา  แต่เพราะหม่อมฉันเป็นเชื้อพระวงศ์  โทษทำร้ายจึงหนักหนานัก  ทว่าเพราะเห็นแก่พระพักตร์ของฮองเฮา  จึงละเว้นโทษตายและให้ไปคุกเข่าสำนึกผิดดั่งเช่นที่ฮองเฮาทรงทราบ  เพราะยังดีกว่าให้ส่งตัวไปให้ทางการตัดสินคงไม่แคล้วโทษประหาร  ส่วนเรื่องลอบทำร้ายหม่อมฉันคงมิต้องกล่าวกระมัง ว่าทำหรือไม่..."


          มู่หรงหย่งหมิง เว้นระยะเพื่อดูปฏิกิริยาของสองพี่น้องสกุลต้วนเพียงนิด  ก็เห็นว่าสีหน้าเริ่มเปลี่ยนไป  ต้วนฮองเฮานั้นไม่เท่าไร ยังถือว่าเก็บอาการได้ดีกว่าต้วนหลี่จง ผู้เป็นพี่ชายอยู่มากนัก จึงเริ่มเอ่ยประโยคต่อไป


          " หากใครๆที่ฮองเฮาทรงกล่าวถึงนั้น มีสติปัญญาคิดสักนิด ก็คงจะรู้ถึงกิตติศัพท์ของต้วนหลี่เจี้ยนดีว่าเป็นเช่นไร  ฉาวโฉ่ในเรื่องอันธพาล  ชาวเมืองเดือดร้อนเพราะคนผู้นี้ แจ้งทางการไปแต่เรื่องก็เงียบหาย..เมื่อเกิดเรื่องขึ้นระหว่างหม่อมฉันกับต้วนหลี่เจี้ยน  ไม่คิดบ้างหรือว่าผู้ที่มีใจเจ็บแค้นในตัวคุณชายรองผู้นี้ จะถือโอกาสสวมรอยลอบเล่นงานเอาได้  เพราะก็รู้ดีว่าอย่างไรผู้ต้องสงสัยอันดับแรกก็คงเป็นหม่อมฉันที่เพิ่งจะมีเรื่องกันมา  ต้องขอพระราชทานอภัยที่ต้องทูลตามตรง เพราะถ้าเรื่องนี้รู้ถึงฝ่าบาท  เรื่องคงจะยุ่งยากขึ้นมาเป็นแน่  ตัวของกระหม่อมนั้นมีพยานรู้เห็น  แล้วต้วนหลี่เจี้ยนล่ะมีผู้ใดเป็นพยานให้บ้าง  หรือถ้าจะกล่าวว่าหม่อมฉันส่งคนไปทำร้าย  ก็ไปหาหลักฐานมาว่ากลุ่มคนเหล่านั้นเป็นคนของหม่อมฉัน  มิใช่เพียงกล่าวขึ้นมาลอยๆ..."


          " เอาล่ะ...ข้าพอจะเข้าใจแล้ว  ต้องขอโทษเจ้าแทนคนในสกุลต้วนด้วย  ที่ปล่อยปละละเลยให้หลี่เจี้ยนนั้นกระทำตัวเช่นนั้น "


          ต้วนฮองเฮาตัดบท  เพราะมู่หรงหย่งหมิงยิ่งกล่าว ดูเหมือนความผิดก็ยิ่งเข้าตัวหลี่เจี้ยนมากขึ้นทุกที  ซึ่งก็ส่งผลถึงคนในสกุลต้วน รวมถึงพระนางด้วย  บางเรื่องใช่ว่าจะไม่รู้แต่พระนางก็ใช้อำนาจและอิทธิพลที่มีปิดรอยรั่วมาโดยตลอด  แต่บุรุษตรงหน้าก็กล่าวหาต้วนหลี่เจี้ยนเกินไป  เขามิได้ถึงขั้นอันธพาล เพียงแต่เป็นคนอารมณ์ร้อนไปเสียหน่อยเท่านั้น  


          ทว่าในเวลานี้เล่นงานมู่หรงหย่งหมิงไม่ได้ เพราะถ้าเรื่องนี้ล่วงรู้ถึงพระเนตรพระกรรณของฝ่าบาทอย่างที่คนตรงหน้ากล่าว เรื่องอาจจะบานปลายใหญ่โต  และฝ่ายที่จะเสียหายคงมิแคล้วเป็นฝ่ายสกุลต้วนแน่  จำต้องคิดหาวิธีอื่น  ไม่เชื่อหรอกว่าจะไม่มีจุดอ่อนเลย 


        ครั้งก่อนที่เจ็บปวดเจียนตายด้วยผิดหวังจากเจิ้งจิวอิง  ก็มิใช่เพราะฝีมือของต้วนฮองเฮาผู้นี้หรอกหรือ  ผิดหวัง...ใช่สิ หากเจ้าต้องผิดหวังในความรักอีกคราจะเป็นเช่นไรกันนะ


          " ฮองเฮา "


          ต้วนหลี่จง ที่ยืนฟังอยู่เอ่ยขึ้นอย่างไม่เห็นด้วย  ที่น้องสาวของเขาผู้ดำรงตำแหน่งเป็นถึงฮองเฮาจะไปเอ่ยขอโทษผู้ที่ต่ำศักดิ์กว่า  ถึงตอนนี้จะรู้ว่าบุตรชายของตนนั้นอาจจะผิดจริง  แต่แล้วอย่างไรล่ะ...


          " หยุดเถอะ...หลี่เจี้ยนผิดก็ต้องยอมรับว่าผิด  ท่านอย่าได้เข้าข้างบุตรชายนักเลย  ต่อไปจะนำความใดมาแจ้งแก่ข้าก็จงไตร่ตรองมาให้ดีเสียก่อน  มิเช่นนั้นจะเป็นการปรักปรำผู้อื่นเอาได้  ดีเท่าไรแล้วที่จวิ้นอ๋องไม่ได้ถือโกรธเอาความใดแก่หลี่เจี้ยน ท่านรออะไร ยังไม่ขอบพระทัยจวิ้นอ๋องแทนบุตรชายของท่านอีกหรือ "


          พระนางแสร้งหันไปตำหนิผู้เป็นพี่ชาย  ทว่าในใจกลับคิดบางอย่างขึ้นมาได้


          " กระหม่อมขอบพระทัยจวิ้นอ๋องที่มิเอาความ  และขอประทานอภัยจวิ้นอ๋องที่กระหม่อมเข้าใจพระองค์ผิดพ่ะย่ะค่ะ "


          ต้วนหลี่จง เมื่อได้รับสายตากดดันจากต้วนฮองเฮา จึงจำใจต้องกัดฟันเอ่ยขอโทษบุรุษสูงศักดิ์ที่เขาเกลียดแสนเกลียดผู้นี้มิได้


          มู่หรงหย่งหมิง เพียงยืนนิ่งมองการแสดงตรงหน้าอย่างนึกขันเล็กน้อย  ก็เพราะปั้นหน้าเสแสร้งได้แนบเนียน  และรู้จักดูทิศทางลมเช่นนี้อย่างไรเล่า  ต้วนฮองเฮาจึงอยู่มาได้ถึงทุกวันนี้  


          "  แต่ว่าเรื่องที่หลี่เจี้ยนนั้นไปฉวยโอกาสลวนลามคุณหนูสกุลจางนั้น  ข้าเห็นว่าเป็นเรื่องที่เสื่อมเสียเกียรติยิ่งนักสำหรับสตรี  จึงคิดเห็นว่าสกุลต้วนควรรับผิดชอบในเรื่องนี้มิควรปล่อยผ่านเป็นอันขาด  โดยการไปสู่ขอคุณหนูสกุลจางให้ตบแต่งเป็นภรรยาเอกของหลี่เจี้ยนเสีย  ท่านเห็นว่าอย่างไรบ้าง "


          ต้วนฮองเฮาหันไปเอ่ยกับต้วนหลี่จง   พลางสบตาเป็นการสื่อความนัยกัน  ซึ่งคนเป็นพี่ชายก็รับรู้ได้ถึงความต้องการของน้องสาว  และเอ่ยสนับสนุนในทันที


          " กระหม่อมก็มีความคิดเห็นเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ  หลี่เจี้ยนเป็นบุรุษกระทำสิ่งใดไปต้องรับผิดชอบ  คนรู้เห็นในเหตุการณ์มากมาย  คุณหนูสกุลจางนั่นจะเสียเกียรติเอาได้ หากว่าหลี่เจี้ยนไม่รับผิดชอบก็คงไม่อาจเรียกตนเองว่าลูกผู้ชายได้ " 


          "  เรื่องเจรจากับเสนาบดีจางนั้นข้าจะเป็นคนจัดการให้เอง  ผู้เป็นฮองเฮาออกหน้าถึงเพียงนี้  เสนาบดีจางคงมิอาจปฏิเสธหรอก  เจ้าว่าหรือไม่หย่งหมิง "


          แสร้งทำเป็นหันไปเอ่ยขอความคิดเห็นจากบุรุษที่ยืนนิ่งอยู่  ทำไมพระนางจะไม่รับรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างจวิ้นอ๋องกับคุณหนูสกุลจางผู้นั้น  ในเมื่อต้วนลี่จูนั้นมาคร่ำครวญให้พระนางฟังอยู่เกือบทุกวัน  แต่ก็ทำเป็นไม่รับรู้กับความสัมพันธ์ของทั้งคู่เสียก็สิ้นเรื่อง


          การตายเป็นเพียงการจากลา ตายไปก็เท่านั้น  การได้เห็นศัตรูนั้นอยู่อย่างทรมาน เจ็บปวด ชอกช้ำ ผิดหวัง อยู่มิสู้ตาย นั่นต่างหากคือสิ่งที่พระนางต้องการ  ให้พวกมันรับรู้ความเจ็บอย่างที่พระนางเคยเจ็บ  พลัดพรากอย่างที่พระนางเคยพลัดพรากจากคนรัก มันเป็นการแก้แค้นที่สาสมเสียยิ่งกว่าฆ่าให้ตายเสียด้วยซ้ำ


          " หากคุณหนูสกุลจางที่ทรงเอ่ยถึง  คือ จางซูหนี่ว์  บุตรีเจ้ากรมการคลังล่ะก็  หม่อมฉันคิดว่าคงเป็นไปไม่ได้หรอกพ่ะย่ะค่ะ "


          มู่หรงหย่งหมิง ที่ยืนฟังอยู่ในตอนนี้มีใบหน้าขรึมไปเล็กน้อย  ไม่ชอบใจที่ต้วนฮองเฮาดึงจางซูหนี่ว์มาเกี่ยวกับเรื่องนี้  ซ้ำยังจะสู่ขอนางให้แต่งเข้าสกุลต้วนอีก  ครั้งก่อนเรื่องเจิ้งจิวอิงเขายังพอจะปล่อยผ่านไปได้  เพราะนางตัดสินใจที่จะแต่งให้แก่ไท่จื่อด้วยตัวของนางเอง  


          แต่กับจางซูหนี่ว์เขามั่นใจนักว่าไม่มีทางที่จะแต่งให้ต้วนหลี่เจี้ยนแน่นอน  อีกอย่างใครจะปล่อยให้แม่ของลูกไปแต่งกับชายอื่นได้เล่า  ข้ามศพมู่หรงหย่งหมิงคนนี้ไปเสียก่อนเถิด 


          " เจ้าหมายความว่าอย่างไร  หรือเจ้าจะไม่ให้หลี่เจี้ยนรับผิดชอบนาง  ทั้งที่เจ้าก็เป็นผู้บอกแก่ข้าเองว่ามีผู้รู้เห็นในเหตุการณ์มากมายมิใช่หรือ  การให้หลี่เจี้ยนรับผิดชอบที่ไปล่วงเกินนาง ก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว "


          ต้วนฮองเฮา โต้กลับด้วยพระนางคิดว่าเหตุผลที่พระนางใช้กล่าวอ้างนั้น  เพียงพอที่จะสู่ขอสตรีสกุลจางนางนั้น ให้แต่งกับผู้เป็นหลานชายได้อย่างสมเหตุและผล  แม้ว่าจะเป็นการแต่งเพราะรับผิดชอบก็เถิด  ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าบุรุษเบื้องหน้านี้จะเอาเหตุผลใดมาอ้าง


          " ก็จริงพ่ะย่ะค่ะ ที่ควรรับผิดชอบ  แต่หม่อมฉันคิดว่าต้วนหลี่เจี้ยนคงจะรับผิดชอบเรื่องนี้ไม่ไหวกระมัง "


          มู่หรงหย่งหมิง เอ่ยตอบพลางยกยิ้มเล็กน้อย  สร้างความประหลาดใจและความสงสัยให้แก่ต้วนฮองเฮา และพี่ชายอยู่ไม่น้อย


          " ข้าไม่เข้าใจ  อะไรที่เจ้ากล่าวว่าหลี่เจี้ยนรับผิดชอบไม่ไหว  "


          ต้วนฮองเฮาขมวดคิ้วอย่างสงสัย ในสิ่งที่มู่หรงหย่งหมิงกล่าว


          " มือข้างใดที่บังอาจแตะต้อง ว่าที่จวิ้นหวางเฟย  สมควรถูกตัดทิ้งใช่หรือไม่ "


          เขากล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น  สบสายตากับสตรีสูงศักดิ์ตรงหน้าเป็นการสื่อให้รู้เป็นนัยๆว่าอย่าได้คิดแตะต้องจางซูหนี่ว์เป็นอันขาด  เพราะต่อจากนี้เขาจะไม่ยอมให้ต้วนฮองเฮาอย่างที่ผ่านมา


          " เจ้ากล่าวสิ่งใดกัน  นางจะเป็นจวิ้นหวางเฟยของเจ้าได้อย่างไร ในเมื่อยังไม่ได้ผ่านพิธีแต่งงานใดใดเลย  ทั้งยังไม่มีผู้ใดในราชวงศ์รับรู้สักคน  จะแต่งตั้งจวิ้นหวางเฟย เจ้าจะเอ่ยขึ้นมาลอยๆมิได้หรอกนะ ถึงเจ้าจะเป็นจวิ้นอ๋องก็เถิด "


          ต้วนฮองเฮากล่าวขึ้นอย่างไม่เห็นด้วย 


          " เมื่อครู่หม่อมฉันทูลว่านางคือ ว่าที่จวิ้นหวางเฟย  ซึ่งฮองเฮาคงยังมิทราบว่าหม่อมฉันนั้น ได้ให้พระมารดาทำการเจรจาสู่ขอนางให้หม่อมฉันแล้ว  ทั้งยังได้ทูลให้ฝ่าบาทและไทเฮาทรงทราบเรื่องนี้แล้วด้วย  ซึ่งทั้งสองพระองค์ยังให้หม่อมฉันพาจางซูหนี่ว์เข้าเฝ้าในวันคล้ายวันประสูติของไทเฮาด้วย  ตอนนี้แม้จะยังไม่ได้ตบแต่งนางอย่างเป็นทางการ  แต่ก็เรียกได้ว่านางคือ คู่หมั้นคู่หมายของหม่อมฉันก็ว่าได้ ถือว่านางได้ก้าวเข้ามาเป็นคนของราชวงศ์แล้วครึ่งหนึ่ง  หลี่เจี้ยนบังอาจฉวยโอกาสที่จะล่วงเกินคนในราชวงศ์  โทษตัดมือทั้งสองข้างทิ้งก็ยังมิสาสม  หม่อมฉันจึงกล่าวว่าหลี่เจี้ยนนั้นคงรับผิดชอบไม่ไหวเป็นแน่ "


          มู่หรงหย่งหมิงกล่าวหน้าตาย  เรื่องที่พระมารดาของเขาทราบว่าเขามีใจให้จางซูหนี่ว์นั้นเรื่องจริง  เรื่องที่เขาแอบกระซิบผู้เป็นเสด็จย่าว่าจะพาหลานสะใภ้ในอนาคตไปให้ทอดพระเนตรก็เรื่องจริง  


       ทว่าเรื่องนี้เขายังไม่ได้ทูลให้ฝ่าบาททรงทราบ และยังไม่ได้ให้พระมารดาไปเจรจาสู่ขอนางแต่อย่างใด เพียงให้พระมารดาของเขาเกริ่นเรื่องกับมารดาของนางเพียงเท่านั้น  


           หากแต่ในเมื่อการกลับเป็นเช่นนี้ เขาจึงต้องปกป้องนางให้พ้นภัยจากสกุลต้วน  ด้วยการเร่งวันเวลาที่จะแต่งนางเข้าวังของเขาให้เร็วขึ้นจากที่คิดเอาไว้แต่เดิมเสียแล้ว


          "  เห็นทีเรื่องนี้ข้าคงจะรู้เป็นคนสุดท้ายกระมัง "


          ต้วนฮองเฮาแค่นหัวเราะออกมาอย่างยากเย็น  คนพวกนี้ทำอะไรลับหลังพระนาง เห็นพระนางเป็นเพียงตอไม้ที่ปักอยู่ข้างบัลลังก์หรืออย่างไร  


          " ก็ไม่ได้ถึงเพียงนั้น  ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ  คิดเอาไว้ว่าจะพานางเข้าเฝ้าในวันฉลองวันคล้ายวันประสูติของไทเฮา และแนะนำนางอย่างเป็นทางการในวันนั้น  ดังนั้นเรื่องที่จะให้นางแต่งกับหลี่เจี้ยนคงเป็นไปไม่ได้ หรือถ้าหากยังดึงดันที่จะให้แต่งล่ะก็  หม่อมฉันขอเตือนว่าให้ทรงเตรียมคำตอบดีดีให้กับฝ่าบาทและไทเฮาด้วยนะพ่ะย่ะค่ะ  และเตรียมหาคำอธิบายเรื่องเหตุการณ์ที่ต้วนหลี่เจี้ยนได้ก่อเอาไว้ด้วย...หม่อมฉันมีภารกิจที่ต้องไปกระทำต่อ  หากไม่มีสิ่งใดแล้ว เช่นนั้นทูลลาพ่ะย่ะค่ะ " 


          มู่หรงหย่งหมิง ถวายบังคมลาแล้วเดินออกมาด้วยใบหน้าประดับรอยยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย  ผิดจากผู้ที่เขาเพิ่งเดินจากมาลิบลับ


          ต้วนฮองเฮา รู้สึกเจ็บเสียยิ่งกว่าเจ็บ  นอกจากทำอะไรไม่ได้แล้ว  ยังโดนคนรุ่นลูกหลอกด่ามาอีกเสียหลายครั้ง  ทั้งยังดักแผนการของนางเสียทุกทาง 


         แต่ก็เอาเถิด..แต่งเข้ามาเป็นจวิ้นหวางเฟยแล้วอย่างไร  แล้วจะรู้ว่าในวังนั้นไม่ได้งดงามโรยด้วยกลีบบุปผาตลอดทางหรอก  มือเรียวบางกำแน่นเป็นการระบายแรงโทสะ จนเล็บนั้นจิกเข้ายังไปเนื้อนวลทว่ามันก็ยังไม่เจ็บได้เท่าใจของพระนางที่เจ็บในตอนนี้



 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 683 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,484 ความคิดเห็น

  1. #6152 ipeixx (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 19:04
    คือรักพระเอกมาก อยากมีแฟนแบบนี้!!!
    #6,152
    0
  2. #6024 เสี่ยวซี / หนิงซี (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 14:13
    ฮองเฮา รู้จักหนี่เอ๋อร์น้อยไปเพคะ
    #6,024
    0
  3. #4982 mayar (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 23:10
    อิมเมจพระรองแรงมาก พวกต้วนนี่คบไม่ได้สักระดับเลยเรื่องนี้ พระเอกขี่ม้าขาว หรือพระ...
    #4,982
    0
  4. #4500 Ymber (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 03:50
    เอาาใจว่านางเอกเป็นนักแสดงมีชื่อเสียงมาก่อน แค่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ จะฉีกตัวออกมาทำการค้าแบบนี้ก็โอเค แต่ก็ไม่ควรมาแสดง ร่ายรำเอง ตามที่ใครเรียกร้องก็ได้ มันดูลดศักดิ์ตัวเองมากๆ ไม่ได้ดูถูกอาชีพนะค่ะ เราก็มีคนที่ปลื้มนู้นนี่ คือมันเป็นสภาพแวดล้อมที่ไม่ใช่อะค่ะ
    #4,500
    0
  5. #4123 pommys (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 15:49
    พระเอกขี่ม้าขาวช่วยคือใครกัน
    #4,123
    0
  6. #3951 Numtanthitiya (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 20:01
    สมน้ำหน้า...ว่าแต่ใครมาช่วยนะ
    #3,951
    0
  7. #3714 JubJujube (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 14:11
    ชายห้าของพรี่ โอ๋ๆนะ
    #3,714
    0
  8. #3711 รอง (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 13:22
    เชียร์ท่านอ๋องจ๊ะ
    #3,711
    0
  9. #3684 วัชรินทร์ (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 11:11
    ท่านอ๋องเถอะ...จัดหนักไปเลย
    #3,684
    0
  10. #3683 niceday777 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 10:59
    เฮียอ๋องคนโหดของเราใช่ไหม
    #3,683
    2
  11. #3682 aesasich (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 10:57
    หมัดใคร
    #3,682
    0
  12. #3681 alphaa (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 10:48
    พระเอกเถอะๆ ซัดมันเลย
    #3,681
    0
  13. #3680 Nunticha2540 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 10:34
    ใครว่ะ?
    #3,680
    0
  14. #3679 c@ke (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 10:32
    ตระกูลฮองเฮามีใครดีบ้างมั้ย
    #3,679
    0
  15. #3678 ahora (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 09:36
    จวิ้นอ๋องใช่มั้ยยยย
    #3,678
    0
  16. #3677 Nalyyoy (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 09:25
    ใครหนอ????
    #3,677
    0
  17. #3676 Pang_happy (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 09:05
    ท่านอ๋องแม่ทัพใช่มั้ย พระเอกมาช่วยแน่ๆ
    #3,676
    0
  18. #3675 กางเกง (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 08:25
    โดนซะมั่งซะใจจริงๆเลยอะ กร่างระวังจะเจอเก็บ
    #3,675
    0
  19. #3674 กางเกง (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 08:25
    โดนซะมั่งซะใจจริงๆเลยอะ กร่างระวังจะเจอเก็บ
    #3,674
    0
  20. #3673 Misicmook (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 07:43
    พี่ใหญ่หรอ
    #3,673
    0
  21. #3672 joysupa (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 07:24
    ไรท์ชอบจบตอนแบบนี้ รีดนี่สะดุดเลยอ่ะ 555
    #3,672
    0
  22. #3671 DgKookkik (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 07:20
    ต้องเป็นท่านอ๋องที่รักของเราแน่ๆเลยค่ะ 5555 ให้มันรู้ซะบ้างแม่นางคนนี้เป็นคนของใคร!!
    #3,671
    0
  23. #3670 AmpawanSingkum (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 07:04
    จวิ้นอ๋องชัวร์
    #3,670
    0
  24. #3669 love-novel-pp (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 06:59
    รออออออออ
    #3,669
    0
  25. #3668 ยิ้มละไม (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 06:56
    สมแล้วที่โดนนนนน กร่างนักนะอิเจี้ยน 555
    #3,668
    0