ชายาอ๋องกระดูกเหล็ก (สนพ.สถาพรบุ๊คส์)

ตอนที่ 35 : สถานการณ์สร้างรัก (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 64,727
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 625 ครั้ง
    20 ก.พ. 61


          ...เคร้งงงง....

 

 

          เสียงข้าวของซึ่งวางอยู่บนโต๊ะที่ต้วนหลี่เจี้ยนเซไปปะทะนั้น  หล่นลงพื้นกระจัดกระจายไปทั่ว  ทั้งจานกับแกล้มและขนม รวมถึงจอกสุราที่ทำจากกระเบื้องเคลือบอย่างดีนั้นหล่นพื้นแตกเป็นเสี่ยง แขกที่นั่งอยู่ใกล้บริเวณนั้นรีบขยับกายให้พ้นรัศมีการทำลายล้างนี้  ซึ่งหากอยู่ใกล้อาจทำให้ได้รับลูกหลงจากเหตุการณ์เบื้องหน้าเอาได้

 

 

          ต้วนหลี่เจี้ยนที่ยังมีอาการมึนงงจากหมัดหนักๆเมื่อครู่นั้น ยังไม่ทันได้หันกลับไปมองว่าผู้ใดกันที่กล้าทำร้ายเขาเช่นนี้  หากแต่สายตานั้นเหลือบไปเห็นความแหลมคมจากเศษกระเบื้องที่พื้นนั่นเสียก่อน  จึงรีบคว้ามันเอาไว้อย่างรวดเร็วพลางใช้มือบังเอาไว้  ก่อนจะรีบหันกลับไปปะทะกับคนที่มันทำร้ายเขา  ทั้งตวัดเศษกระเบื้องในมือที่บัดนี้กลายเป็นอาวุธมีคม  ซึ่งสามารถทำร้ายอีกฝ่ายให้บาดเจ็บได้เช่นกันหากไม่ทันระวัง  

 

 

          เขาโถมกายเข้าใส่คนตรงหน้าด้วยความโกรธสุดขีดและมุ่งจะทำร้าย  โดยไม่ทันสนใจที่จะมองหน้ามันผู้นั้นด้วยซ้ำไป  ขอให้มันได้เจ็บอย่างที่เขาเจ็บเสียก่อนเถิด เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง...

 

 

          เป็นจังหวะที่มันหันไปมองสตรีโฉมงามนางนั้นที่ยืนอยู่ไม่ไกล เสี้ยวเวลาเพียงนิดที่เขาฉวยโอกาสนี้ตวัดอาวุธในมือใส่บุรุษร่างสูงตรงหน้า  

 

 

          " ระวังเพคะ "

 

 

          จางซูหนี่ว์ที่เห็นเหตุการณ์ก่อน  รีบร้องเตือนจวิ้นอ๋องที่เผลอหันหน้ามาดูอาการของนางด้วยความเป็นห่วง  หากแต่เป็นการเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายลอบทำร้ายเอาได้

 

 

          หวืดดด

 

 

          มู่หรงหย่งหมิงเอี้ยวตัวหลบการมุ่งร้ายจากคนที่โถมเข้ามา ถึงแม้ว่าจะโกรธและโมโหบุรุษจากสกุลต้วนมากมาย  จนอยากจะหั่นมันเป็นชิ้นๆสักพันสักหมื่นชิ้นเพียงใด  ที่หาญกล้ามาฉวยโอกาสแตะต้องมารดาของลูกเขาในอนาคต  ช่างบังอาจนัก ท่าทางคงมิอยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้วกระมัง....

 

 

          หากแต่ความห่วงใยในตัวสตรีผู้เป็นที่รักย่อมมีมากกว่า  จึงอดที่จะหันมามองนางด้วยใจที่เป็นห่วงไม่ได้  และแม้ว่าจะระวังตัวและเอี้ยวตัวหลบทันมิโดนคมจากอาวุธนั่นโดยตรง  แต่ก็ถากแขนเขาไปจนได้เลือดอยู่มิน้อย  ยังดีว่าอาภรณ์ที่สวมใส่ในวันนี้นั้นหนาอยู่พอสมควร จึงทำให้ลดแรงปะทะจากคมกระเบื้องทำให้บาดแผลนั้นไม่ลึกมากนัก  และเท้าของเขาก็ไวเท่าความคิด ยกมันขึ้นถีบคนตรงหน้าสวนกลับไปเต็มแรงในทันที....

 

 

          ' พลั๊กกกก '

 

 

          ' อั๊คคคคค '

 

 

          คุณชายสกุลต้วนผู้หยิ่งยโสท่าทางอวดดีเมื่อสักครู่  บัดนี้กระเด็นลงไปกองอยู่ที่พื้นไร้มาดคุณชายใดใด  โดยมีผู้ติดตามที่มาด้วยในตอนแรกนั้นรีบเข้ามาพยุงผู้เป็นนาย  ในตอนแรกพวกมันก็ตั้งท่าจะเข้าไปช่วยเจ้านาย ทว่ากลับต้องเปลี่ยนความคิดกะทันหัน

 

          เพราะเมื่อหันไปมองคู่กรณีที่มาใหม่ของผู้เป็นนาย  ก็ต้องหยุดความคิดที่จะเข้าไปช่วยเหลือในบัดดล  เพราะอีกฝ่ายนั้นเป็นถึงจวิ้นอ๋อง ทั้งยังรั้งตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ของแคว้น  ฉายาอ๋องกระดูกเหล็ก  อันเป็นที่รู้กันดีว่าสามารถตัดหัวข้าศึกได้โดยไม่กระพริบตาเลยทีเดียว  หากเข้าไปช่วยผู้เป็นนายในตอนนั้นเห็นทีศีรษะคงได้ปลิดปลิวหลุดออกจากบ่าเป็นแน่

 

 

          ต้วนหลี่เจี้ยนนั้นทั้งเจ็บและจุกจนพูดอะไรไม่ออก ทว่าเมื่อได้เห็นผู้ที่มีเรื่องกับเขาอย่างเต็มตา ก็ให้ตกตะลึงพรึงเพริดด้วยว่าคนที่มีเรื่องกับเขานั้นหาได้เป็นคนธรรมดาไม่  แต่เป็นเชื้อพระวงศ์ชั้นสูง เขารู้สึกได้ว่าหัวใจของเขานั้นหล่นไปอยู่ที่พื้นเสียแล้ว  ความหยิ่งยโสและทระนงตนว่ามีอำนาจและอิทธิพลมากกว่าใครในที่นี้  กลับมลายหายไปจนหมดสิ้น

 

 

          " จะ จวิ้นอ๋อง "

 

 

          คุณชายสกุลต้วน เอ่ยขึ้นอย่างตะกุกตะกัก  ด้วยรู้ตัวดีว่าในตอนนี้ตนมีความผิดติดตัวอยู่ที่ทำร้ายเชื้อพระวงศ์  เขาเหลือบไปมองที่ต้นแขนของบุรุษสูงศักดิ์ตรงหน้าซึ่งมีโลหิตไหลซึมออกมา ก็ยิ่งหน้าเผือดสีลงไปอีก ตื่นตระหนกยิ่งขึ้นกว่าเดิม ไม่น่าหาเรื่องให้ตนเองเลยจริงๆ...

 

 

          " ใช่ เปิ่นหวางเอง "

 

 

          ใบหน้าถมึงทึง  น้ำเสียงเยียบเย็น  ดวงตาวาวโรจน์ เขาค่อยๆเดินเข้าไปใกล้คุณชายสกุลต้วนผู้นั้น  ซึ่งขณะนี้ตัวสั่นเทิ้มด้วยความเกรงกลัว (ตาย) ใบหน้านั้นซีดแล้วซีดอีก

 

 

          " ได้โปรดประทานอภัยให้กระหม่อมด้วยพ่ะย่ะค่ะ  กระหม่อมไม่ได้ตั้งใจคิดทำร้ายพระองค์แต่อย่างใด  มันเป็นความเข้าใจผิดพ่ะย่ะค่ะ  กระหม่อมคิดว่าเป็นคนอื่นที่เข้ามาทำร้าย จึงป้องกันตัวเองออกไป หากรู้ก่อนว่าเป็นพระองค์กระหม่อมคงมิบังอาจเป็นแน่  "

 

 

          ต้วนหลี่เจี้ยนรีบเอ่ยคำแก้ตัวอย่างรวดเร็ว  แม่ว่ามันอาจจะฟังไม่ขึ้นเท่าไร  แต่ก็ขอให้ได้ยกหาเหตุผลมาอ้างสักหน่อย  เผื่อจวิ้นอ๋องจะทรงมีพระเมตตาผ่อนปรนโทษทัณฑ์ให้เขาบ้าง

 

 

          " เจ้ากำลังจะบอกว่าที่ทำไปทั้งหมดนั้น  ไม่ได้ตั้งใจแต่เป็นอุบัติเหตุ เป็นความเข้าใจผิดเช่นนั้นหรือ "

 

 

          น้ำเสียงเข้มที่กดต่ำลงของจวิ้นอ๋อง ให้ความรู้สึกน่าหวาดหวั่นต่อผู้ที่ได้ฟังไม่น้อย โดยเฉพาะคู่กรณีอย่างต้วนหลี่เจี้ยน  ที่กำลังก้มหน้าหลบสายตาของบุรุษสูงศักดิ์อยู่ในขณะนี้ 

 

 

         หากมองในมุมของคนที่ยืนสังเกตการณ์ภายนอกนั้น  คุณชายต้วนก็เปรียบดั่งลูกแกะตัวจ้อยที่พยายามกระทำตัวประหนึ่งพยัคฆ์  หากแต่ไม่ว่าอย่างไรแกะก็คือแกะ มิอาจเทียบเคียงพยัคฆ์ที่สง่างามได้เลย

 

 

          " เอ่อ  พะ พะ พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมมิได้ตั้งใจจริงๆ "

 

 

          คุณชายสกุลต้วน เอ่ยอย่างตะกุกตะกัก ซึ่งกว่าจะหาเสียงตัวเองและเค้นมันออกมาเป็นคำพูดได้ก็ลำบากนัก  ในใจนั้นรีบคิดหาทางออกอย่างรวดเร็ว  ไม่แคล้วต้องอ้างถึงผู้เป็นบิดาและต้วนฮองเฮาผู้เป็นอาดั่งเดิม  หากแต่ก็มิแน่ใจเท่าใรนักว่าจะได้ผลกับบุรุษตรงหน้าหรือไม่  ด้วยเท่าที่ได้ฟังบิดานั้นกล่าวให้ฟังอยู่บ่อยครั้ง  ว่าจวิ้นอ๋องผู้นี้มิได้เห็นใครอยู่ในสายตาเท่าใดนัก

 

 

          กระทั่งฮองเฮายังไม่เสี่ยงที่จะปะทะกันโดยตรงกับบุรุษผู้นี้เลย  แล้วเช่นนี้ชะตาชีวิตเขาจะเป็นเช่นใดหนอ  หันไปส่งสายตาอ้อนวอนอยู่ในทีให้กับสตรีที่ยืนอยู่ทางเบื้องหลังของจวิ้นอ๋องในขณะนี้  ยอมลดศักดิ์ศรีขอให้นางช่วยเช่นนี้ช่างน่าอัปยศยิ่ง  หากแต่ถ้ามันต้องแลกกับการรับโทษจากบุรุษเบื้องหน้านี้เขาก็ยอมทำทุกอย่างจริงๆ

 

 

          " เจ้าใช้อิทธิพลของตระกูลต้วน ข่มขู่และก่อกวนกิจการของผู้อื่น  ฉวยโอกาสคิดลวนลามจางซูหนี่ว์  ทำร้ายเปิ่นหวางผู้เป็นเชื้อพระวงศ์ เจ้ากลับบอกไม่ตั้งใจ เป็นการเข้าใจผิดเช่นนั้นหรือ พูดมา..."

 

 

          เขาถามเสียงเข้มขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบจะกลายเป็นตะคอกในประโยคสุดท้าย  ยิ่งนึกถึงภาพชายตรงหน้านำมืออันน่ารังเกียจนั่น แตะต้องกายของจางซูหนี่ว์  ถึงจะแค่เพียงข้อมือของนางก็เถิด  มู่หรงหย่งหมิงก็โกรธจนมิรู้จะกล่าวเช่นใดแล้ว 

 

 

ทั้งมันยังคิดจะยื่นหน้าหมายจะเข้าไปจูบนางอีก  หากว่าตอนนี้มิได้มีสายตารู้เห็นของชาวบ้านผู้บริสุทธิ์จับจ้องอยู่มากมาย  เขาคงลุแก่โทสะปลิดชีพชายผู้นี้ไปเสียแล้ว  หากแต่ก็ไม่อยากให้การตายของมันเป็นเสนียดแก่สายตาผู้ที่ได้พบเห็นเช่นกัน

 

 

          " กระหม่อมขอประทานอภัยด้วย กระหม่อมผิดไปแล้ว กระหม่อมผิดไปแล้ว "

 

 

          เมื่อเจอเสียงตวาดของจวิ้นอ๋องเข้าไป  ต้วนหลี่เจี้ยนก็สติแตกทำอะไรไม่ถูกได้แต่ตัวสั่นงันงกอยู่ตรงนั้น

 

 

          หญิงสาวที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ใกล้ๆนั้น  ก็อึ้งไปกับโทสะของบุรุษสูงศักดิ์ตรงหน้าไม่น้อย  ยอมรับว่านางก็ตกใจมากอยู่เหมือนกัน  ที่ได้เห็นอารมณ์โกรธของจวิ้นอ๋อง  สีหน้าดุดัน แข็งกร้าว  นัยน์ตาของเขาที่ค่อยๆวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ 

 

 

ที่ผ่านมานางเคยเห็นเพียงใบหน้าเรียบเฉยไม่สนใจใคร หรือไม่ก็รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ทั้งใบหน้าอ่อนโยนขยันยิ้มนี่ก็เพิ่งจะมาได้เห็นในช่วงหลังๆเช่นกัน  หากไม่พอใจสิ่งใดก็เพียงนิ่งขรึมเท่านั้น  ไม่เคยเห็นอีกด้านของโทสะเช่นนี้ เลยทำให้นางไม่กล้าที่จะยื่นมือเข้าไปแทรกตั้งแต่ต้น  

 

 

          หากแต่ตอนนี้คงต้องทำใจดีสู้เสือเสียแล้ว มิเช่นนั้นได้มีการตายเกิดขึ้นในหอซือซิงของนางเป็นแน่....

 

 

          " จวิ้นอ๋องเพคะ "

 

 

          นางค่อยๆเดินเข้าไปหาบุรุษสูงศักดิ์ตรงหน้า  พลางยื่นมือข้างที่ไม่เจ็บนั้นแตะลงที่แขนของเขาเพื่อเรียกสติ  ซึ่งเขาก็หันกลับมามองนาง ทั้งปรับสีหน้าให้คลายความดุดันลง  จึงทำให้นางใจชื้นขึ้นมาบ้าง  จากที่ตอนแรกเข้าไปแทรกยังกลัวอยู่ว่าจะโดนลูกหลงจากความโมโหโกรธาของเขาหรือไม่

 

 

          " เจ้าจะให้เปิ่นหวางทำสิ่งใดกับชายผู้นี้ดี  ที่บังอาจฉวยโอกาสกับเจ้า "

 

 

          " ให้เขากล่าวขอโทษหม่อมฉันต่อหน้าผู้อื่น และชดใช้ค่าเสียหายและค่าเสียเวลาที่เกิดขึ้นทั้งหมดในค่ำคืนนี้  และสัญญาว่าจะไม่กลับมาที่นี่ หรือระรานหม่อมฉันและคนที่หอซือซิงอีกก็เพียงพอแล้วเพคะ "

 

 

          นางมิใช่คนดีอะไรนักหรอก  ใจจริงก็อยากให้คุณชายผู้นี้โดนสั่งสอนมากกว่านี้ด้วยซ้ำ  คนที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจและเหลิงในอำนาจ หยิ่งผยองในศักดิ์ศรีอันไม่ได้สร้างมาด้วยตนเองอย่างต้วนหลี่เจี้ยน  ผ่านเหตุการณ์นี้ไปก็คงมิสำนึกหรอก  แต่นางก็ไม่อยากให้กิจการของนางมีปัญหาในภายภาคหน้าเช่นกัน  จึงตัดบทกล่าวออกไปเช่นนั้น

 

 

          " ขอบคุณแม่นางที่ให้อภัยข้า  ข้ายินดีชดใช้ทุกสิ่ง  ทั้งขออภัยที่ได้ล่วงเกินแม่นาง ข้าสัญญาจะไม่กลับมาที่นี่อีกเด็ดขาด "

 

 

          ต้วนหลี่เจี้ยนได้ยินที่จางซูหนี่ว์กล่าว ก็ละล่ำละลักให้คำมั่นสัญญาต่อสตรีตรงหน้าทันทีด้วยความดีใจ

 

 

          " คุณหนูจางให้อภัยเจ้านั่นก็ส่วนของนาง  แต่ที่เจ้าทำร้ายเปิ่นหวางก็อีกเรื่อง "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิงเอ่ยขึ้น ส่งผลให้ชายที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้านั้นชะงักไปทันที

 

 

          " พระทัยเย็นก่อนนะเพคะ  หม่อมฉันไม่อยากให้พระองค์มีศัตรูเพิ่มเพราะหม่อมฉัน  คิดทำสิ่งใดขอทรงไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนด้วยเถิด ที่นี่คนคนเยอะ จะทำอะไรอย่าให้ประเจิดประเจ้อนัก  และอย่าให้ถึงตายก็เพียงพอ "

 

 

          นางขยับเข้าใกล้ และกระซิบเสียงเบาให้เขาได้ยินเพียงคนเดียว  ก็บอกแล้วว่านางไม่ได้จิตใจดีเป็นนางชีนักหรอก  เรื่องของนางก็จบไปแล้ว ส่วนเรื่องของจวิ้นอ๋องคิดว่าคงจะไม่จบง่ายๆ แต่ไม่ว่าอย่างไรนางก็ไม่อยากให้เขาบุ่มบ่ามทำอะไรในขณะที่ยังมีโทสะเช่นนี้  

 

 

          ดูก็รู้ว่าเขาไม่ใคร่จะพอใจนักที่นางไม่เอาความกับต้วนหลี่เจี้ยน  แล้วนิสัยของจวิ้นอ๋องเรื่องจะให้ยอมความนั้นคงไม่ใช่วิสัยเป็นแน่  แต่อย่างไรเขาก็ไม่ได้ทักท้วงความคิดของนางแต่อย่างใด

 

 

          มู่หรงหย่งหมิงยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย  ต้องอย่างนี้สิ..เขาพอจะเข้าใจแล้วว่าเหตุใดนางจึงยอมความง่ายดายนัก  ลำพังนางนั้นหากสู้หรือเอาความซึ่งหน้า  ก็อาจจะมีผลเสียหรือผลกระทบนางจึงเลือกที่จะยอมความ  แต่ถ้าหาทางสั่งสอนวิธีอื่นผลเสียย่อมน้อยกว่า...

 

 

          " เอาล่ะ...เรื่องของเจ้านั้นโทษถึงประหาร  แต่เปิ่นหวางจะเห็นแก่พระพักตร์ของต้วนฮองเฮาสักครา  ครั้งนี้จะไม่เอาโทษถึงเพียงนั้น "

 

 

          " ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ "

 

 

          " เจ้าจงคุกเข่า เพื่อสำนึกผิดที่ด้านหน้าหอซือซิง  พร้อมทั้งกล่าวขอโทษเปิ่นหวางและคุณหนูจาง เป็นเวลาสามชั่วยาม (หกชั่วโมง)  ห้ามลุกขึ้นเด็ดขาด เจ้ายินดีจะทำหรือไม่  หาไม่แล้วก็คงต้องส่งเจ้าให้ทางการดำเนินการต่อไป "

 

 

          " กระหม่อมยินดีพ่ะย่ะค่ะ  ถือเป็นพระกรุณายิ่งแล้วที่ไม่ทรงมอบโทษตายแก่กระหม่อม "

 

 

          ต้วนหลี่เจี้ยนเอ่ยขึ้น  จะว่าดีใจที่พ้นโทษตายก็ดีใจอยู่หรอก  แต่โทษใหม่แม้จะเบากว่ามาก หากแต่มันก็น่าอับอายขายหน้าน้อยเสียเมื่อไร  คุกเข่าและกล่าวขอโทษเป็นเป็นเวลาถึงสามชั่วยาม  มันก็คือการให้เขาประจานความผิดนั้นด้วยตัวของเขาเอง  

 

 

          ช่างน่าอัปยศอดสูนัก  ผู้เป็นหลานชายฮองเฮาของแผ่นดินต้องมาทำอะไรเช่นนี้  หากแต่ก็ต้องจำยอมทำด้วยมิอาจหลีกเลี่ยง เพราะความผิดที่ได้กระทำนั้นยากที่ฮองเฮาจะยื่นมือเข้ามาช่วย

 

 

          คล้อยหลังที่ผู้ติดตามของต้วนหลี่เจี้ยนพยุงผู้เป็นนายไปด้านหน้าหอซือซิง เพื่อกระทำตามสิ่งที่จวิ้นอ๋องทรงกล่าวแล้ว  จางซูหนี่ว์จึงหันมามองบุรุษที่ยืนอยู่ข้างกายนางขณะนี้  ด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา...

 

 

          " ไยจึงมองเปิ่นหวางเช่นนั้น "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิงเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นสายตาของจางซูหนี่ว์ที่ใช้มองเขา มันดูแปลกไปกว่าที่เคย  หรือนางจะนึกกลัวที่เห็นเขาแสดงโทสะใส่คุณชายสกุลต้วนเมื่อครู่  นางอาจตกใจและกลัวเขาก็เป็นได้

 

 

          " ขอบพระทัยเพคะ ที่ช่วยเหลือหม่อมฉันจากคุณชายต้วน "

 

 

          " เปิ่นหวางจะไม่ยอมให้ใครแตะต้อง หรือทำร้ายเจ้าได้หรอกหนี่ว์เอ๋อร์ ตราบใดที่เปิ่นหวางยังมีชีวิตอยู่ "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิงเอ่ยดั่งให้คำมั่นสัญญากับสตรีตรงหน้า   คิดทำร้ายเขานั้นยังไม่เท่าไร แต่ถ้าหากใครที่คิดร้ายกับสตรีที่เขารักเมื่อไรเป็นได้เห็นดีกันแน่

 

 

          " เพคะ "

 

 

          นางเอ่ยเพียงเท่านั้น  พลางส่งยิ้มให้กับบุรุษตรงหน้า เป็นยิ้มที่ออกมาจากใจของนางจริงๆ ไร้ความอคติใดใดที่มีมาเหมือนเคย และเป็นยิ้มที่นางคิดว่าคงอ่อนหวานที่สุดเท่าที่นางเคยยิ้มให้คนตรงหน้านับตั้งแต่ที่ได้รู้จักกันมา  อาจเป็นเพราะนางเปิดใจที่จะมองบุรุษตรงหน้าในอีกด้านหนึ่ง  หรืออาจเป็นเพราะนางมีใจให้กับบุรุษผู้นี้ ยิ้มนี้จึงอ่อนหวานได้มากกว่าที่เคยยิ้ม

 

 

          มู่หรงหย่งหมิงยืนตะลึงไปกับรอยยิ้มหวานของสตรีที่เขามีใจให้  รอยยิ้มเช่นนี้ที่อยากเห็นมาโดยตลอดในที่สุดก็ได้เห็นเสียที  ก้อนเนื้อที่อกด้านซ้ายนั้นให้รู้สึกว่ามันพองโตอย่างน่าประหลาด

 

 

          ภายในห้องที่ใช้ในการรับรองแขกสำคัญ ณ หอซือซิง

 

 

          สาวใช้คนสนิทของจางซูหนี่ว์ นำอ่างใบย่อมที่บรรจุน้ำใสสะอาด พร้อมทั้งผ้าสีขาวและสมุนไพรรักษาบาดแผล ทั่งตลับยาทา  มาวางบนโต๊ะเสร็จแล้วจึงถอยออกมาอยู่ข้างๆเผื่อว่าผู้เป็นนายสาวจะเรียกใช้สิ่งใด

 

 

          มู่หรงหย่งหมิงเหลือบมอบจางซูหนี่ว์  ซึ่งยืนอยู่ข้างเก้าอี้ที่เขานั่งอยู่  พลางปรายสายตาไปมองยังสาวใช้ของนางที่ยืนสงบนิ่งอยู่ทางด้านหลังของนายสาว ก็ให้นึกรำคาญใจนัก ตัวเขาเองยังสั่งให้ผู้ติดตามรออยู่ทางด้านนอกเลย เพราะเกรงว่าจะเข้ามาเกะกะ ช่วงเวลาที่จะได้พูดคุยกับสตรีตรงหน้าเป็นการส่วนตัว

 

 

          " ขอประทานอภัยเพคะ  หม่อมฉันขอทำแผล "

 

 

          หญิงสาวกล่าวกับบุรุษที่นั่งนิ่งอยู่ตรงหน้า  พลางขยับกายเข้ามาหมายจะทำความสะอาดบาดแผลให้  เพ่ยเพ่ยเองก็ขยับเข้ามาเพื่อจะช่วยนางหยิบจับสิ่งของ  ทว่าเสียงจากบุรุษเพียงหนึ่งเดียวกลับเอ่ยขึ้น...

 

 

          " ออกไป "

 

 

          เขาเอ่ยเสียงราบเรียบ ทั้งยังนั่งยิ่งไม่ยอมขยับแต่อย่างใด

 

 

          อ้าว...จะเอาอย่างไรกันแน่  หญิงสาวงงงันในสิ่งที่จวิ้นอ๋องได้กล่าวเมื่อสักครู่  คราแรกจะให้คนไปตามหมอมารักษาบาดแผลให้ก็ไม่ยอม  บอกว่าบาดแผลเพียงแค่นี้ให้นางทำแผลให้ก็ได้  ไม่จำเป็นต้องตามหมอมาให้ยุ่งยากและเอิกเกริกจนเกินไปนัก

 

 

          " ถ้าหม่อมฉันออกไปแล้วใครจะทำแผลให้จวิ้นอ๋องล่ะเพคะ  หรือว่าจะทรงให้หม่อมฉันตามผู้ติดตามของพระองค์เข้ามาทำให้ "

 

 

          จางซูหนี่ว์เอ่ยถามออกไป

 

 

          " เปิ่นหวางมิได้หมายจะไล่เจ้า  แต่เปิ่นหวางหมายถึงสาวใช้ของเจ้าต่างหากเล่า "

 

 

          " แล้วเหตุใดเพ่ยเพ่ยจะต้องออกไปจากห้องนี้ด้วยเล่า เพคะ "

 

 

          " แล้วไยเจ้าต้องถามทุกคำที่เปิ่นหวางกล่าวด้วยล่ะ "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิงคงตอบกลับนางไปแล้ว  หากไม่มีสาวใช้ของนางยืนอยู่ในห้องนี้ด้วย  ว่าเพราะอยากอยู่กับนางสองต่อสองบ้าง  หลายวันนี้ภารกิจของเขารัดตัวนัก ไม่ได้เจอนางเสียตั้งหลายวัน ก็อยากคุย อยากสนทนา อยากเห็นหน้า อยากสบตา อยากเห็นรอยยิ้มของนาง มิได้หรือ....

 

 

          เขาวางหน้าขรึมมิยอมขยับตัวแต่อย่างใด นิ่งเงียบไปได้สักครู่  วัดใจกันไปว่าเพียงเท่านี้นางจะทำให้เขาไม่ได้  ทั้งที่บาดแผลนี้ก็ได้มาจากการเข้าไปช่วยนางแท้ๆ  

 

 

          จางซูหนี่ว์มองคนตรงหน้าที่นั่งนิ่งอยู่เช่นนี้ได้สักครู่หนึ่งแล้ว  ใช่ว่าจะไม่เคยอยู่สองต่อสองกับจวิ้นอ๋องหรอกนะ หากแต่นางก็มีเหตุผลที่ให้เพ่ยเพ่ยอยู่กับนางในห้องนี้ ก็เพราะว่าที่นี่คือหอซือซิง เป็นสถานที่เปิดที่คนนอกสามารถเข้าออกได้  มิใช่ห้องทรงงาน ภายในวังของจวิ้นอ๋องดั่งที่ผ่านมา ซึ่งนั่นอย่างไรก็มีแต่คนในทั้งนั้น

 

 

          เพ่ยเพ่ยที่ลอบมองเหตุการณ์นั้นกลับเป็นคนที่รู้สึกอึดอัดที่สุดแทน  ด้วยทราบแล้วว่าเป็นต้นเหตุของอาการนิ่งเงียบ และทำให้จวิ้นอ๋องทรงไม่พอพระทัย  หากแต่ถ้าคุณหนูของนางไม่เอ่ยบอกให้นางออกไปรอด้านนอก  นางก็ไม่สามารถทิ้งคุณหนูอยู่กับจวิ้นอ๋องเพียงลำพังได้  ไม่เหมาะ ไม่งาม หากเป็นองค์ชายห้าคงมิกล่าวออกมาเช่นนี้แน่  

 

 

          นางออกจะเสียดายเล็กน้อย ถ้าหากผู้ที่เข้ามาช่วยคุณหนูของนาง คือ องค์ชายห้า คงเป็นอะไรที่ดีงามเหมาะสมยิ่งนัก  แต่กระนั้นในความเป็นจริงคือ จวิ้นอ๋องเป็นผู้เข้ามาช่วยเหลือ ก็ถือว่าเป็นผู้มีพระคุณอยู่ดี นางเพียงแต่เสียดายเท่านั้นจริงๆ....

 

 

          ช่างดื้อดึงนัก..จางซูหนี่ว์เหลือบมองบาดแผลที่แขนของเขา ซึ่งบัดนี้โลหิตนั้นซึมออกมากระจายเป็นวงกว้างบริเวณแขนเสื้อ  แต่ดูเหมือนเขาจะไม่อนาทรร้อนใจใดใดกับบาดแผลนั้นเลย ต่างเงียบกันไปมาได้สักครู่  ในที่สุดก็เป็นนางนั่นเองที่ต้องยอม  ถ้าไม่เห็นว่าบาดแผลนั้นยังมีเลือดไหลออกมาไม่หยุด และถ้าไม่เห็นว่าเป็นผู้ช่วยเหลือนางเมื่อครู่นะ...นางจะปล่อยให้นั่งนิ่งๆแบบนี้ไปทั้งคืนเลยเชียว  เพราะดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายนั้นกำลังดื้อแพ่งกับนางในตอนนี้  

 

 

          " เพ่ยเพ่ย เจ้าออกไปรอด้านนอกก่อน  ข้าทำแผลให้จวิ้นอ๋องเสร็จแล้วจะเรียกเจ้าเข้ามา "

 

 

          หญิงสาวหันไปกล่าวกับสาวใช้ในที่สุด  จึงมิทันได้เห็นรอยยิ้มที่ปรากฏอยู่บริเวณมุมปากของจวิ้นอ๋องที่ยิ้มอย่างสมใจอยู่ในขณะนี้ 

 

 

          " เอาล่ะเพคะ ทีนี้ก็คงให้หม่อมฉันทำความสะอาดบาดแผลได้แล้วกระมัง  หากยังไม่ยอมคราวนี้เลือดไหลออกมาหมดตัวหม่อมฉันไม่รู้ด้วยนะเพคะ "

 

 

          นางก็กล่าวออกไปอย่างนั้นแหละ  เขาไม่ใช่เด็กที่จะต้องกลัวกับบาดแผลเพียงแค่นี้หรอก  เป็นถึงแม่ทัพหนักกว่านี้ก็คงเคยเจอมาแล้วกระมัง

 

 

          " เข้ามาใกล้ๆสิ "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิงกล่าว  พลางทำเป็นถกแขนเสื้อขึ้น เพื่อให้นางได้เข้ามาทำความสะอาดบาดแผลและใส่ยาให้เขา โดยไม่ได้คิดอะไรมาก 

 

 

          " ก็เท่านี้ไม่เห็นต้องให้เพ่ยเพ่ยออกไปเลยนี่เพคะ "

 

 

          นางขยับเข้าไปใกล้ หากแต่ก็ยังอดที่จะเปรยออกมาไม่ได้

 

 

          " เปิ่นหวางเขิน "

 

 

          " เขิน? "

 

 

          " ใช่ เขิน.."

 

 

          มู่หรงหย่งหมิงตอบหน้าตาย

 

 

          " ทรงเขินสิ่งใดเพคะ "

 

 

          นางก็ยังไม่เข้าอยู่ดี  ถ้าหากบาดแผลนั้นเป็นที่ลำตัว  จนต้องถอดเสื้อผ้าเพื่อทำแผลให้ก็ว่าไปอย่าง และถ้าเป็นเช่นนั้นก็สมควรเป็นนางมากกว่าที่ต้องเขิน

 

 

          " ก็นี่อย่างไรล่ะ "

 

 

          เขาบอกพลางยื่นแขนที่ที่ถกชายเสื้อขึ้นจนถึงข้อศอก  เผยให้เห็นท่อนแขนและบาดแผลนั่นที่เป็นรอยกรีดยาวประมาณสองนิ้ว ทว่าไม่ลึกมากนัก

 

 

          " เขินบาดแผล? "

 

 

          นางก็ตอบในสิ่งที่เห็น ถึงแม้จะยังงงๆว่ามันน่าเขินตรงไหน

 

 

          " เปล่า..ใครจะเขินบาดแผลกัน  เปิ่นหวางเขินที่ต้องเผยเนื้อหนังให้ผู้อื่นดูต่างหากเล่า "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิงกล่าว แสร้งทำสีหน้าจริงจังรอนางตกหลุมพลางถามต่อ...และนางก็ถามจริงๆ

 

 

          " เผยท่อนแขนเพียงเท่านี้ จำเป็นต้องเขินขนาดนี้เชียวหรือเพคะ "

 

 

          " จำเป็นต้องเขินสิ  เพราะเปิ่นหวางตั้งใจจะให้มารดาของลูกเห็นเนื้อหนังของเปิ่นหวางได้เพียงผู้เดียว "

 

 

          เขายกยิ้มแววตาตากรุ้มกริ่ม ชวนให้หญิงสาวที่มองเขาอยู่ในขณะนี้รู้สึกหมั้นไส้เป็นอย่างมาก  กับความแถและความเจ้าเล่ห์นี้ของจวิ้นอ๋อง

 

 

          " ก็ได้ยินว่ามีนางเล็กๆอุ่นเตียงอยู่หลายคน  คนไหนล่ะเพคะ...มารดาของลูก "

 

 

          ไงล่ะ...เจอประโยคนี้ของนางชะงักไปเลยล่ะสิ  จะกล่าวว่านางใจแคบหรือไม่  หรือผิดธรรมเนียมปฏิบัติหรือเปล่า ที่บุรุษสามารถมีภรรยาได้หลายคน  แม้จะมีการแต่งภรรยาเอกเพียงคนเดียวก็เถิด  แต่นางไม่สามารถยอมรับในข้อนี้ได้เลยอดีตเป็นอย่างไรนางคงสามารถมองข้ามไปได้บ้าง  แต่ปัจจุบันและอนาคตสามารถมีนางเพียงคนเดียวได้หรือไม่เล่า  

 

 

          แม้ว่าตอนนี้นางจะมีใจให้เขาไปแล้ว แต่ถ้าหากเขายังไม่สามารถจัดการปัญหาเหล่านี้ได้นางก็คงไม่สามารถพัฒนาความสัมพันธ์ไปได้มากกว่านี้  เขาเป็นจวิ้นอ๋องคงไม่ยากนักที่จะจัดการเรื่องนี้  หาใช่องค์รัชทายาทที่จะต้องขึ้นเป็นฮ่องเต้ในอนาคต และมีนางสนมนับร้อยนับพันที่อยู่ในวังหลัง หากต้องเวียนวนใช้สามีร่วมกับพวกนางเหล่านั้น  แค่คิดนางก็รับไม่ได้เสียแล้ว

 

 

          " เลิกแล้ว ไม่ได้อุ่นเตียงกับพวกนางตั้งนานแล้วด้วย จริงๆนะ.."

 

 

          มู่หรงหย่งหมิงรีบตอบ  พอรู้ตัวว่ารักนางเขาก็ไม่ได้เรียกใครมาอุ่นเตียงอีกเลย  จะให้มานอนได้อย่างไร  ในเมื่อหัวสมองของเขามีแต่ภาพสตรีตรงหน้าวนเวียนย้ำเตือนตลอดเวลา  ทั้งยังรู้อีกว่านางเป็นคนเช่นไร....นางกล่าวเช่นนี้ก็ทำให้เขาคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาได้  กลับวังไปคงต้องจัดการปัญหานี้เสียที...

 

 

          " แล้วบอกหม่อมฉันทำไมเพคะ "

 

 

          นางแสร้งทำเป็นไม่สนใจบ้าง  หากแต่ลึกๆก็พึงพอใจในคำตอบอยู่ไม่น้อย แต่ก็คงต้องรอดูกันต่อไปอีกสักพัก  พลางหยิบผ้าขึ้นมาชุบน้ำและนำมาเช็ดคราบเลือดบริเวณบาดแผลไปพลาง

 

 

          " ก็ต้องบอกเจ้าน่ะถูกแล้ว  หรือจะให้เปิ่นหวางไปบอกผู้อื่น "

 

 

          เขาก็พูดเย้านางเล่นเท่านั้น  หากแต่เมื่อกล่าวจบประโยคเห็นนางปรายสายตามามองเขาเพียงนิด ก็รู้สึกว่าคงกล่าวมากไป จึงออกจะเก้อไปเมื่อนางยังนิ่งเช่นนั้น  

 

 

          " โอ๊ะ..."

 

 

          เสียงของบุรุษตรงหน้าดังขึ้นเล็กน้อย พลางมีสีหน้าเหยเก 

 

 

          " เจ็บหรือเพคะ หม่อมฉันขอโทษ แต่ก็เบามือที่สุดแล้วนะ "

 

 

          นางรีบกล่าวขึ้น ทั้งยังชะงักมือที่กำลังทำความสะอาดบาดแผลที่แขนของเขาอยู่

 

 

          " เจ็บสิ เจ็บมาก เจ็บที่สุด ขาดกำลังใจอย่างไรก็เจ็บ เป็นกำลังใจให้เปิ่นหวางได้หรือไม่ "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิงเอ่ยพลางเอนศีรษะไปซบที่ต้นแขนของคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ หาโอกาสเนียนใกล้ชิดนางไปเรื่อย 

 

 

          " ทำอะไรน่ะเพคะ "

 

 

          นางพยายามยันกายออก หากแต่แขนอีกข้างของเขาก็จับแขนของนางที่เขาใช้ซบเอาไว้อย่างเหนียวแน่น

 

 

          " ขอกำลังใจหน่อยมิได้หรือ "

 

 

          เขากล่าวเสียงอ่อน คล้ายอ้อนสตรีข้างกาย

 

 

          กะล่อน เจ้าเล่ห์  แถเก่งเป็นที่หนึ่ง....

 

 

          จางซูหนี่ว์คิดอยู่ภายในใจ หากแต่ก็ยอมให้คนข้างๆใช้แขนนางซบหน้าอยู่อย่างนั้น  ด้วยใจของนางมันไม่ได้คิดปฏิเสธเขาดั่งแต่ก่อน  หากคิดจะให้โอกาสเขาในฐานะคนรักในอนาคต ตามใจตัวเองและเขาบ้างเล็กๆน้อยๆ คงมิถือว่าผิดนักหรอกกระมัง

 

 

          หญิงสาวทำความสะอาดบาดแผลและใส่สมุนไพรห้ามเลือดและสมานแผลให้บุรุษตรงหน้าเป็นที่เรียบร้อย  ทว่าอยู่ๆเขาก็คว้าเอวของนางและดึงให้นางล้มลงมานั่งที่ตักของเขา  สร้างความตกใจให้นางมิน้อย  พยายามลุกขึ้นจากตักของเขา และเตรียมจะหันมาโวยวาย

 

 

          " อยู่เฉยๆ อย่าเพิ่งโวยวาย เดี๋ยวคนข้างนอกตกใจเข้ามาเห็นตอนนี้ เปิ่นหวางมิรู้ด้วยนะ "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิงเอ่ยดักคอนางอย่างรู้ทัน พลางยกยิ้มให้อย่างเป็นต่อ  เขาหยิบตลับยาทาขึ้นมา ลักษณะคล้ายขี้ผึ้งสมุนไพรที่ใช้นวดบริเวณปวดเมื่อยหรือฟกช้ำ  ทั้งยังทามันลงที่ข้อมือของหญิงสาวที่นั่งอยู่บนตักของเขาอย่างอ่อนโยน พลางนวดให้ตัวยานั้นซึมไปอย่างเบามือ

 

 

          " ยังเจ็บอยู่หรือไม่ "

 

 

          เขาเอ่ยถามนางที่เงียบไป  ทั้งยังเห็นนางมองมาทางเขาตาแป๋ว และยังมีรอยยิ้มแต้มอยู่ที่มุมปากของนางนิดๆ ช่างเป็นภาพที่น่ารักน่าเอ็นดูนักสำหรับเขา

 

 

          " ยังเจ็บอยู่บ้างเพคะ "

 

 

          จากที่ตั้งใจจะโวยขึ้นมา  หากแต่เมื่อเห็นว่าเขาทำอะไรให้  นางก็โวยบุรุษตรงหน้าไม่ลง จึงเลือกที่จะเงียบและให้เขานวดข้อมือนางต่อไปเรื่อยๆ  แต่เรื่องที่นั่งตักนี่ท่านจะเนียนเกินไปหน่อยนะท่านอ๋อง

 

 

          " เปิ่นหวางขอห้ามไม่ให้เจ้าออกไปร่ายรำให้ผู้ใดได้ชมอีก  ยกเว้นว่าจะมีเปิ่นหวาง หรือพี่ชายของเจ้าอยู่ด้วย เข้าใจหรือไม่ "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิงกล่าวพลางมีสีหน้าขรึมลงดูจริงจังขึ้นมา  หากแต่มือก็ยังคงนวดข้อมือให้นางเช่นเดิม

 

 

          " เข้าใจหรือไม่...คงไม่ต้องบอกเหตุผลเจ้าหรอกนะ  ว่าเพราะเหตุใดในเมื่อผลมันก็ออกมาให้เห็นถึงเพียงนี้  "

 

 

          เขาเอ่ยถามย้ำขึ้นมาอีกครั้ง  เมื่อเห็นนางยังนิ่ง

 

 

          " เพคะ "

 

 

          นางเอ่ยตอบไปเพียงประโยคสั้นๆ  ปกติก็ใช่ว่านางจะออกมาร่ายรำบ่อยเสียเมื่อไร  หากแต่ใครจะรู้ว่าครั้งนี้มันจะมีเรื่อง แต่ก็นั่นล่ะมีเรื่องถึงเพียงนี้นางก็คิดแล้วล่ะว่า คอยคุมงานอยู่เบื้องหลังนั้นคงจะดีแล้วล่ะ  เข็ดอยู่เหมือนกัน...

 

 

          " ดีมาก "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิงระบายยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจที่นางยอมเชื่อฟังเขาแต่โดยดี  พลางยกมือขึ้นมาบีบจมูกนางเบาๆอย่างหมั่นเขี้ยวแกมเอ็นดู  วันนี้นางทำให้เขาเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในความสัมพันธ์ระหว่างเขาและนาง  ดูเหมือนนางจะยอมเปิดใจให้เขามากขึ้น  ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับเขา  ไม่แน่อีกไม่นานนางอาจจะยอมตกลงปลงใจแต่งให้เขาเสียที  

 

 

          ทั้งสองสบตากันนิ่งเนิ่นนาน  ใบหน้าของทั้งคู่ค่อยๆเคลื่อนเข้าหากันดั่งว่ามีแรงดึงดูดระหว่างเขาและนาง 

 

 

          บางเบาดุจปุยเมฆ 

 

          ทว่าหวานล้ำราวมธุรส  

 

          ชวนหลงใหลให้ใจถวิลหา

 

          แต่นางอยู่ร่ำไป... 

 

 

          " คุณหนูเจ้าคะ คุณชายรองขอเข้าไปด้านในเจ้าค่ะ "

 

 

          เสียงของสาวใช้คนสนิทปลุกให้ทั้งคู่ตื่นจากภวังค์ที่หวานล้ำนั้น และเคลื่อนกายออกห่างจากกันในทันที  จางซูหนี่ว์นั้นใบหน้าแดงก่ำ เอ่ยอนุญาตให้พี่ชายเข้ามาด้านใน  พลางแสร้งทำเป็นจัดแจงเก็บของที่ใช้ทำแผลและทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กับเหตุการณ์เผลอไผลเมื่อสักครู่  หากแต่อาการที่แสดงออกก็ยังดูลุกลี้ลุกลนอยู่ดี  

 

 

          ส่วนมู่หรงหย่งหมิงก็ยิ้มกริ่มมองดูอาการของนางอย่างเอ็นดู  แต่อย่าได้คิดว่าเขาจะไม่เขินนางหรอกนะ  เพราะใจของเขาก็เต้นรัวไม่ต่างกับท่าทางลุกลี้ลุกลนของนางเช่นกัน  เป็นเช่นนี้นางคงมีใจให้เขาแน่แล้วเพียงนางยังไม่เอ่ยคำรักให้เขาได้ยินเพียงเท่านั้น  แต่ไม่เป็นไรอย่างไรเขาก็รอนางได้  เพราะตำแหน่งจวิ้นหวางเฟย เขาก็จะมอบมันแด่นางเพียงผู้เดียวเช่นกัน...

 

 

           ต้วนหลี่เจี้ยนนั้นคุกเข่าสำนึกผิดตามคำสั่งของจวิ้นอ๋องครบสามชั่วยามแล้ว  ยังดีว่าครบโมงยามก่อนรุ่งสางเล็กน้อย  ชาวบ้านจึงยังไม่ทันได้ออกมาทำมาหากิน และได้เห็นภาพเขานั่งคุกเข่าที่ด้านหน้าหอซือซิงอยู่ทั้งคืน มิเช่นนั้นคงได้อับอายมากกว่าที่เป็นอยู่แน่  แค่เมื่อคืนนั่นก็มีคนเห็นเยอะอยู่พอสมควร คงเอาไปกล่าวโพนทะนากันสนุกปากเป็นแน่ 

 

 

          เขานั่งอยู่ในรถม้ากำลังมุ่งหน้ากลับจวนสกุลต้วน  โดยมีผู้ติดตามกำลังบีบนวดขาให้เขาอยู่ เพราะนั่งอยู่ตั้งสามชั่วยามโดยมิได้ลุกเลย  จึงเจ็บปวดและเมื่อยบริเวณขาและหัวเข่าเป็นอย่างมาก  ทว่าทันใดนั้นรถม้าก็หยุดกะทันหัน  ผู้ติดตามจึงโผล่หน้าออกไปดูอย่างสงสัย  ทว่ายังไม่ทันได้กล่าวสิ่งใด  ก็ถูกกระชากตัวดึงออกไปทันที สร้างความตกใจให้เขาไม่น้อย  มันอะไรกันอีกล่ะนี่

 

 

          เขาและคนของเขาถูกกลุ่มชายชุดดำปิดบังใบหน้า  เข้ามาปิดล้อมเอาไว้ คนของเขาต่อสู้เพื่อปกป้องเขาจากคนกลุ่มนี้  แต่ฝีมือกลับสู้กลุ่มคนชุดดำมิได้เลย  สุดท้ายจึงถูกพวกมันรุมทำร้ายอย่างไม่มีการปรานีปราศัยใดใด  จนต้วนหลี่เจี้ยนและผู้ติดตามนั้นสะบักสะบอมและย่ำแย่ไปตามๆกัน  พวกมันจึงหยุด...

 

 

          ไม่มีการเรียกค่าไถ่ทรัพย์สิน  ไม่ใช่โจร  ไม่มีการพูดกล่าวสิ่งใด  พวกมันมาถึงก็รุมทำร้ายพวกเขา เสร็จแล้วพวกมันก็ไป  มิต้องคิดสงสัยแล้วว่าใครส่งพวกมันมารุมทำร้ายเขา....เจ็บทั้งใจเจ็บทั้งกาย

 

เถียนเถียนเองค่ะ

 

          ความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น  เปิดโอกาสขึ้น  ต่างคนต่างมีใจ แต่นางเอกยังไม่เอ่ยปากบอกคำว่ารักออกไป มันก็จะประมาณนี้  เฮียหมิงควรดีใจนะ ที่น้องยอมลงให้ขนาดนี้  ถ้าทำตัวดีตั้งแต่แรกคงไม่เจ็บตัวเสียหลายครั้งหรอก ก็ได้แต่หวังว่าเฮียจะไม่ดีแตกนะเพคะ 555555 

 

          1 คอมเมนต์ หรือ 1 โหวต ก็เป็นกำลังใจให้ไรต์ เด้อค่าเด้ออออ

 

          บางตอนอาจจะมีตัวละครใหม่เข้ามาบ้าง หลายคนอาจจะมองว่ามันเยอะ แต่ไรต์เพียงนำเข้ามาให้มีบทบาทบ้างเล็กๆน้อยๆ  พื่อที่จะปูพรมเอาไว้เขียนในภาคต่อของชายาอ๋องกระดูกเหล็กเท่านั้นเอง มีแพลนจะเขียนพาท ของพี่ใหญ่ พี่รอง องค์ชายหมอ แยกออกมาแต่ให้ตัวละครมันสัมพันธ์กัน ก็เลยให้โผล่มาบ้างในเรื่องนี้  ทั้งโครงเรื่องก็คิดเอาไว้คร่าวๆบ้างแล้ว  ซึ่งระยะเวลาในเรื่องอาจจะไล่เลี่ยกันไม่มากนัก (บอกเอาไว้ก่อนคร่าวๆ)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 625 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,484 ความคิดเห็น

  1. #6469 Puchcha1234 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 09:10
    น่ารัก รอติดตามนะคะ
    #6,469
    0
  2. #6246 iloveyg2 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 21:16
    เอาจริงๆคือเราเป็นคนที่ชอบพระรองทุกเรื่องอ่ะ เรื่องนี้พระรองก็ดีทำไมเราต้องชอบพระรองตลอดเนี้ยฮือๆ พี่หมอมาหาน้องเถอะน้องจะให้ซบไหล่
    #6,246
    0
  3. #6120 tt0021t2 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 19:23
    มุข เกี้ยว นาง นี่ บอกได้เลย ว่า เจ๋ง จิงๆ
    #6,120
    0
  4. #6099 jaoh77 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 12:21

    ค่อยๆ หวานกันไป
    #6,099
    0
  5. #5894 fainoii_pfc (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 23:29
    อยากอ่านเรื่องพี่ใหญ่กับชายหมอ อิอิ
    #5,894
    0
  6. #5614 nechari (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:06
    พระนางเรื่องนี้ซึนๆน่อ
    #5,614
    0
  7. #5505 Kate2549 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 26 มกราคม 2561 / 19:55
    หนี่ว์เอ๋อร์หึงก็บอกไปดิ ปากแข็งอยู่ได้
    #5,505
    0
  8. #5436 tigerdog (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 02:14
    หมาหวงก้าง​
    #5,436
    0
  9. #5366 Maioctober (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 15:07
    หึงโดยไม่รู้ตัว
    #5,366
    0
  10. #4977 mayar (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 23:00
    เฮียรอนางเอกหึงเจ้าค่ะ
    #4,977
    0
  11. #4772 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 15:55
    ปล่อยไก่เลย555
    #4,772
    0
  12. #4547 ntcps (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 13:27
    ระเบิดตู้มเป็นโกโก้ครั้นช์เลย55555 หนี่ว์เอ๋อร์
    #4,547
    0
  13. #4275 เมมฟิส (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 09:45
    ท่านอ๋องทำได้ดีมากๆ
    #4,275
    0
  14. #4122 pommys (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 15:01
    ปากแข็ง
    #4,122
    0
  15. #3950 Numtanthitiya (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2560 / 19:34
    มีความหึงหวงงง....
    #3,950
    0
  16. #3649 JubJujube (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 00:34
    แหนะ รู้นะ ว่าหึงอ่ะ อิอิ
    #3,649
    0
  17. #3601 Woolpink (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 21:33
    ไม่หึงเล้ยยยยยน
    #3,601
    0
  18. #3526 Pandanus23233 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 00:58
    มีความอมยิ้ม คริๆๆ
    ไท่จือเฟย ตอนแรกก็ไม่ชอยหล่อนหรอกน่ะ แค่พอหล่อนบอกว่าสตรีไม่มีสมองสองคนนั่น ฉันก็ชอบหล่อนขึ้นมาทันที 5555
    #3,526
    2
    • #3526-1 นักอ่านเงา (จากตอนที่ 35)
      29 ธันวาคม 2560 / 21:01
      ขอเห็นด้วยค่ะ อ่านได้ลึกซึ้งจังค่ะ ดีใจแทนไร้ท์ด้วยค่ะ เพราะบางรีดเม้นท์แบบจับผิดแถมไม่เก็ตอีกเห็นใจไร้ท์เลยค่ะ (ในมุมอื่นอ่ะน่ะรวบมาเม้นท์ด้วยกันเลยเดี๋ยวจะเข้าใจผิดอีก)
      #3526-1
    • #3526-2 เถียนเถียน / ลักษมณ์(จากตอนที่ 35)
      29 ธันวาคม 2560 / 21:14
      ขอบคุณสำหรับกำลังใจและความเข้าใจนะคะ ความจริงอยากให้อ่านเพื่อความสนุกและความจรรโลงใจมากกว่า ไม่อยากให้จ้องจับผิดนักแต่ก็ห้ามความคิดใครไม่ได้อ่ะเนอะ สรถปงานเอาสนุกพอ..แห่ะๆ
      #3526-2
  19. #3523 .ใอร่'ขวัญ ติด กวน (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2560 / 00:10
    เขินนนนน
    #3,523
    0
  20. #3481 sunisa3006 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 07:17
    น่ารักเวอร์วังมาก
    #3,481
    0
  21. #3472 paidoi (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 00:43
    อั้ย น่ารักอะซึนๆทั้งคู่เลย
    #3,472
    0
  22. #3468 Fonvipz (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 22:35
    โอ้ยยยยยยย ท่านอ๋องเจ้าเล่ห์ น่ารักกกกกก
    #3,468
    0
  23. #3467 หมูน้อยเหล็กดัด (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 22:29
    กัดผ้าห่มวนไป5555
    #3,467
    0
  24. #3466 A4306117211 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 21:07
    วันนี้ขึ้นอันดับ1แล้ว ^_^ คนอ่านเรื่องนี้เยอะจริงๆ
    #3,466
    1
    • #3466-1 เถียนเถียน / Miss Smiles(จากตอนที่ 35)
      30 พฤศจิกายน 2560 / 21:54
      แค่มีคนติดตามและชื่นชอบเฮียหมิง กับน้องหนี่ว์ ไรต์ก็ดีใจแล้วจร้าาา
      #3466-1
  25. #3465 Wr_M_ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 20:59
    จิกหมอนวนไปจ้าา สนุกค่ะไรท์ สู้ๆนะ รอออออออออ
    #3,465
    1
    • #3465-1 เถียนเถียน / Miss Smiles(จากตอนที่ 35)
      30 พฤศจิกายน 2560 / 22:02
      จะพยายามปั่นให้เท่าที่ทำได้เลยจ้าาา
      #3465-1