ชายาอ๋องกระดูกเหล็ก (สนพ.สถาพรบุ๊คส์)

ตอนที่ 34 : แสงเทียนที่ริบหรี่ (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 65,176
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 563 ครั้ง
    20 ก.พ. 61


          " วันนี้เจ้ามาหาแม่แต่เช้าเชียวนะ หยางเฉิง "

 


          สวี่กุ้ยเฟยเอ่ยขึ้น เมื่อสายตานั้นแลไปเห็นการมาของผู้เป็นพระโอรสเพียงองค์เดียว

 


          " ลูกเพียงอยากมาร่วมมื้อเช้า เป็นเพื่อนเสด็จแม่ พ่ะย่ะค่ะ "

 


          มู่หรงหยางเฉิง กล่าวพลางระบายยิ้มอ่อนโยนส่งไปให้ผู้เป็นพระมารดา ทั้งยังก้าวเข้าไปประคองให้นั่งลงบนเก้าอี้ไม้ที่แกะสลักสวยงาม ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลนัก

 


          " ช่างเอาใจแม่เสียจริงนะ "

 


          พระนางเอ่ยขึ้นทั้งปล่อยให้พระโอรสประคองแต่โดยดี  มู่หรงหยางเฉิงผู้เป็นโอรสของพระนางนั้นอ่อนโยน  และแสนดีเช่นนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร  บุคลิกสุภาพ  นุ่มนวล เอาใจใส่ผู้คนรอบข้างและให้เกียรติผู้อื่นเสมอ  ทั้งยังมิเคยทำสิ่งใดให้พระนางต้องเป็นกังวลเลยสักครั้ง

 


          " หากลูกมิเอาใจใส่ผู้เป็นพระมารดา  แล้วจะให้เอาใจใส่ผู้ใดกัน "

 


          บุรุษสูงศักดิ์กล่าวพลางยิ้มละมุน  ทุกการกระทำที่ปฏิบัติต่อพระมารดาล้วนอ่อนโยนยิ่งนัก

 


          " สตรีงดงามแลสูงศักดิ์ ในแผ่นดินนี้นั้นมีหลายนาง มิสู้เจ้าแต่งชายามาเคียงข้างบ้างเล่า  ถึงกาลนั้นเจ้าอาจจะลืมเอาใจใส่ข้าผู้เป็นมารดาดั่งแต่ก่อนก็ได้ "  

 


          " สตรีใดก็มิอาจเทียบเคียงสวี่กุ้ยเฟยผู้นี้ได้หรอกพ่ะย่ะค่ะ  ในใจของลูกพระมารดาย่อมสำคัญเป็นที่สุดอยู่แล้ว  เทิดทูนเอาไว้เหนือหัว  หากเห็นสตรีอื่นนั้นสำคัญกว่าบุพการีผู้ให้กำเนิดก็นับว่าอกตัญญูยิ่งแล้ว "

 


          " ปากหวานจริงเชียว  วาจาก็คมคายขึ้นทุกวัน  รู้จักพูดเพื่อเอาใจผู้อื่นอยู่เสมอเลยนะเจ้า "

 


          " หาได้เป็นเช่นนั้น  ลูกกล่าวความจริง มิได้หวังเอาใจผู้ใดเลยพ่ะย่ะค่ะ " 

 


          มู่หรงหยางเฉิงเอ่ยแก้ตัว

 


          " แต่ที่แม่กล่าวเรื่องสตรีที่จะเป็นชายาของเจ้าน่ะ ก็สำคัญนะ...วัยของเจ้าก็มิน้อยแล้ว  สมควรมีคู่ครองเสียที  ว่าแต่เจ้าหมายตาสตรีใดเอาไว้บ้างหรือยังล่ะ  หากยังไม่มีสตรีใดที่ต้องตาต้องใจ  จะให้แม่ช่วยคัดเลือกให้หรือไม่  เหล่าขุนนางที่รู้จักมักคุ้นก็มีบุตรีอยู่หลายคน  เลือกแต่งเข้าเป็นชายาสักคนก็คงดีไม่น้อย "

 


        เอ่ยแนะนำพระโอรส  ด้วยยังไม่เห็นวี่แววว่ามู่หรงหยางเฉิงนั้น  จะมีทีท่าสนใจสตรีใดเป็นพิเศษเลย พระนางเองก็เคยเกริ่นเรื่องนี้กับพระโอรสไปบ้างแล้วเช่นกัน  เพราะอายุนั้นก็ล่วงเข้าวัย 23 ปี ถือว่าอยู่ในช่วงวัยที่เหมาะสม  

 


      องค์ชายตำหนักอื่นๆ เมื่อย่างเข้าสู่วัย 18 -19 ปี เหล่ามารดาก็จัดหาบุตรีของขุนนางต่างๆแต่งเป็นชายากันไปก็หลายคนแล้ว  พระนางเองก็เกรงว่าสาวงามที่เพียบพร้อมด้วยศักดิ์ ฐานะ ชาติตระกูล อันคู่ควรกับผู้เป็นโอรสของพระนางจะถูกองค์ชายคนอื่นตัดหน้าไปเสียหมด

 


          " อย่าให้ต้องลำบากเสด็จแม่เลยพ่ะย่ะค่ะ   อีกอย่างลูกยังไม่คิดถึงเรื่องแต่งชายานักหรอก  อยากทุ่มเทเอาใจใส่เสด็จแม่  และรักษาชาวบ้านที่เจ็บป่วยเช่นนี้ไปอีกสักระยะ  เพราะก็ถือว่าเป็นการช่วยงานเสด็จพ่อไปด้วยในตัว  เรื่องอื่นนั้นค่อยคิดทีหลัง  "

 


          ชายหนุ่มเอ่ยปฏิเสธไปอย่างนุ่มนวล  พลางลอบถอนหายใจ

 


          " แม่ก็เพียงอยากเห็นเจ้ามีคนมาดูแลบ้าง  เพราะเจ้านั้นเอาแต่ห่วงและดูแลผู้อื่นจนเคยชิน  อีกทั้งแม่เองก็อยากอุ้มเจ้าตัวเล็กนัก  เห็นพระสนมคนอื่นๆนั้นมีหลานให้อุ้มกันเสียแล้ว ก็อดที่จะอิจฉาไม่ได้    ร่างกายของแม่เองก็ใช่ว่าจะแข็งแรง มิรู้ว่าจะอยู่กับเจ้าไปได้อีกนานเท่าใด จะมีโอกาสได้อยู่ทันอุ้มหลานคนแรกหรือไม่ก็ยังไม่รู้ "

 


          สวี่กุ้ยเฟยกล่าวคล้ายปลงกับสังขารที่อ่อนแอเจ็บป่วยง่ายของตนเอง  อีกทั้งเมื่อครู่ฟังจากที่มู่หรงหยางเฉิงกล่าวนั้น  ก็ดูท่าทางว่าคงอีกนานจึงจะคิดแต่งพระชายา  จึงกล่าวคล้ายตัดพ้อกับชะตาชีวิตเพื่อกระตุ้นบุตรชายให้ได้คิดตาม...

 


            การแต่งบุตรสาวของขุนนางสักคนมาเป็นชายานั้น  แม้ว่าอาจจะไม่ได้รัก แต่อย่างน้อยการแต่งเข้ามาเป็นชายาก็เป็นการเสริมอำนาจบารมีให้พระโอรสอย่างหนึ่ง  

 


          " เสด็จแม่อย่าได้กล่าวเช่นนั้นเลย  ท่านร่างกายอ่อนแอเจ็บป่วยง่ายก็จริง  หากแต่ว่าก็มิได้อยู่ในขั้นย่ำแย่อะไร  ยังอยู่กับลูกไปได้อีกนานพ่ะย่ะค่ะ ส่วนเรื่องแต่งชายานั้นลูกจะนำไปคิดดูอีกที..."

 


          เขากล่าว ทว่าในใจนั้นกระหวัดคิดไปถึงสตรีนางหนึ่ง  ที่เขาพึงพอใจนางตั้งแต่แรกเห็น  เพียรหาทางเข้าใกล้และมีหวังอยู่ในใจลึกๆว่านางจะเห็นถึงความในใจของเขาบ้าง  ซึ่งดูเหมือนว่าความสัมพันธ์นั้นจะเป็นไปด้วยดีในระดับหนึ่ง  แม้ว่าจะยังไม่ใช่ในฐานะคนรักก็ตามที  

 


       แต่กระนั้นความรู้สึกของเขาก็ต้องสะดุดลงเมื่อเห็นท่าทีของนางที่มีต่อผู้เป็นพี่ชายต่างมารดาของเขาในคืนนั้น...

 


          เจ็บปวดเพียงใด ก็ได้แต่ฝืนยิ้มให้คนตรงหน้า  สายตาของทั้งคู่นั้นดั่งว่ามีความนัยที่สื่อถึงกันได้ตลอดเวลา แม้มิได้กล่าวสิ่งใด  เขารับรู้ได้ในตอนนั้นว่าความหวังที่มีนั้นช่างริบหรี่เหลือเกิน  

 


          พยายามถอยห่างออกมาแล้ว หากแต่ก็ห้ามความคิดถึงไม่ได้เลย  ไม่ว่าอย่างไรนางก็เป็นสตรีเพียงคนเดียวที่อยู่ในใจในห้วงคำนึงของเขาตลอด  

 


          สวี่กุ้ยเฟยลอบมองบุตรชายที่เมื่อกล่าวตอบพระนางแล้ว ก็ให้นิ่งงันไปเหมือนกำลังคิดสิ่งใดอยู่  ใบหน้าหมองลงไปเล็กน้อย ทั้งแววตานั้นก็เจือไปด้วยความเศร้า  ถึงแม้ว่าจะส่งยิ้มมาให้พระนางหากแต่มันก็ไม่ค่อยสดใสเท่าไรนัก  เหตุใดโอรสของพระนางจึงมีท่าทีเช่นนั้น  ประหนึ่งทีท่าดั่งบุรุษช้ำรักกระนั้นล่ะ...

 


          ช้ำรัก??  หรือว่ามีสิ่งใดที่พระนางยังมิรู้กันแน่  

 


          " เอาเถิดเจ้ายังมิคิดเรื่องชายาของเจ้าก็ไม่เป็นไร  แต่ถ้าเจ้าต้องตาต้องใจสตรีใดก็ขอให้บอกแม่ แม่จะรีบจัดการให้เจ้าทันที "

 


          พระนางตัดบทด้วยรู้ดีว่าถึงกล่าวต่อไปก็คงจะยังไม่ได้ความใดเป็นแน่  มิสู้หาโอกาสให้ผู้เป็นโอรสได้พบเจอเหล่าบุตรีของขุนนางเหล่านั้นบ้างยังดีเสียกว่า....

 


          ให้ได้พบได้ยลได้พูดคุยกัน  โอรสของนางอาจจะนึกพึงใจคุณหนูจากตระกูลใดตระกูลหนึ่งก็เป็นได้

 


          " ขอบพระทัยเสด็จแม่ พ่ะย่ะค่ะ "

 


          มู่หรงหยางเฉิงกล่าว  สตรีที่ต้องตาต้องใจเขานั้นพบแล้ว  หากแต่นางมิได้มีใจแล้วเขาจะทำกระไรได้  

 


          ทั้งคนที่นางอาจจะกำลังมีจิตปฏิพัทธ์ด้วยนั้น ก็คือพี่ชายของเขาเอง...พี่ชายที่มีทุกอย่างอยู่เหนือกว่าและเพียบพร้อมกว่า แล้วเขาจะเอาสิ่งใดไปสู้ได้เล่า  

 


          ความหวังที่นางจะมีใจให้เขาคงเปรียบได้ ดั่งแสงเทียนที่พร้อมดับลงทุกเมื่อ  ยามต้องลมที่พัดผ่านมาเพียงวูบเดียวเท่านั้น

 


          ไฉนจะสู้เปลวเพลิงจากกองไฟที่กำลังลุกโชติช่วงให้แสงสว่างได้กระจ่างตากว่า เช่นพี่ชายของเขากัน

 


คล้อยหลังผู้เป็นโอรสที่กลับไปเพียงไม่นาน.....

 


          " ข้าคิดจะหาโอกาสให้หยางเฉิงได้พบกับบุตรีของขุนนางที่คอยช่วยเหลือเกื้อกูลเรามาตลอด  เผื่อว่าบุตรชายของข้าจะพึงพอใจพวกนางก็ได้  แต่งนางคนใดคนหนึ่งเข้าเป็นชายา  คงซื้อใจขุนนางตระกูลนั้นให้จงรักภักดี  และเสริมอำนาจให้หยางเฉิงได้มิน้อย เจ้าคิดว่าความคิดนี้เป็นเช่นไรบ้าง จื่อเว่ย  "

 


          สวี่กุ้ยเฟยหันไปถามความคิดเห็นจากนางกำนัลคนสนิทนามว่า จื่อเว่ย  

 


          " หม่อมฉันด้อยปัญญา มิกล้าออกความคิดเห็นหรอกเพคะ  แต่ว่าหากสิ่งใดกระทำแล้วจะเป็นประโยชน์ต่อองค์ชายห้า หม่อมฉันก็เห็นว่าดียิ่งแล้วเพคะ "

 


          นางกำนัลวัย 25 ปี ก้มหน้าพลางเอ่ยตอบอย่างนอบน้อมต่อสตรีสูงศักดิ์เบื้องหน้า  ภายใต้ท่าทางสงบนิ่ง  ดั่งว่าไร้ความรู้สึกนั้น นางเก็บซ่อนความรู้สึกเจ็บปวดเอาไว้ในจิตใจอย่างยิ่งยวด  มิให้ผู้ใดได้รับรู้ความรู้สึกนี้เป็นอันขาด  โดยเฉพาะสตรีสูงศักดิ์ตรงหน้า

 


          ใช่แล้ว...นางแอบรักองค์ชายห้ามาเนิ่นนาน  ในชีวิตกำพร้าของนางมีเพียงสวี่กุ้ยเฟย และองค์ชายห้าเท่านั้นที่นางยึดมั่น และให้ความเทิดทูนจงรักภักดีมาโดยตลอด  

 


        สำหรับองค์ชายห้านั้นตั้งแต่เมื่อใดก็มิรู้ได้  ที่ในหัวใจของนางนั้นมีแต่ชายผู้นี้อยู่เต็มหัวใจ  รู้ตัวอีกทีก็มอบหัวใจให้บุรุษสูงศักดิ์ไปเสียแล้ว  หากแต่ก็เป็นความรักที่ต้องเก็บซ่อน ปิดบัง  ความต่ำต้อยของนางไม่สมควรแม้แต่จะเอ่ยบอกให้ผู้ใดรับรู้ด้วยซ้ำว่ามีใจรักให้ชายสูงศักดิ์เช่นนั้น 

 


          "  เอาไว้ให้ผ่านงานฉลองวันคล้ายวันประสูติของไทเฮาเสียก่อน  ข้าจะจัดการเรื่องนี้เสียที "

 


          สวี่กุ้ยเฟย เอ่ยขึ้นอย่างหมายมาด  โดยมิทันได้สังเกตนางกำนัลคนสนิทที่อยู่ข้างกายเลยว่าภายใต้ท่าทางที่กำลังก้มหน้าอยู่นั้น ใบหน้าของนางซ่อนความเศร้าหมองเพียงใด

 


ณ หอซือซิง

 


          แม้ว่าหอซือซิงนั้นจะต้องเตรียมซักซ้อมการแสดงต่อหน้าพระพักตร์ในงานฉลองวันคล้ายวันประสูติของไทเฮา  ซึ่งมีเวลาเตรียมการแสดงเพียงเดือนกว่าเท่านั้น  แต่ในทุกคืนนั้นหอซือซิงก็ยังเปิดทำการแสดงตามปกติ  

 


          โดยจางซูหนี่ว์ได้ขอความร่วมมือจากทุกคน  ให้ร่วมแรงร่วมใจกันขยันฝึกซ้อมมากกว่าปกติในช่วงกลางวัน  ด้วยระยะนี้ไปจนกว่าจะถึงวันแสดงในงานฉลองฯ ทุกคนคงจะเหนื่อยมากกว่าเดิม  แต่ก็ให้คิดเสียว่าทำเพื่อหอซือซิง และเมื่อจบงานนี้นางจะแบ่งค่าตอบแทนที่ได้เป็นพิเศษให้กับทุกคนด้วย  

 


          ซึ่งทุกคนล้วนยินดีเป็นอย่างยิ่ง ทั้งตื่นเต้นที่จะได้มีโอกาสแสดงต่อหน้าพระพักตร์  อันเป็นความใฝ่ฝันของเหล่านางรำและนักดนตรีทั้งหลาย  เพราะมิใช่ว่าคนภายนอกจะได้เข้าเฝ้าหรือทำการแสดงหน้าพระพักตร์ได้โดยง่าย  จึงตั้งใจฝึกซ้อมในทุกวันอย่างไม่มีปริปากบ่นแต่อย่างใด  สร้างความสบายใจให้กับจางซูหนี่ว์เป็นอย่างมาก ทั้งเชื่อมั่นว่าในวันนั้นจะต้องผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

 


          ในค่ำคืนนี้หอซือซิงได้เปิดทำการแสดงปกติ  ซึ่งผลตอบรับจากการเปิดทำการแสดงตั้งแต่วันแรกจนถึงขณะนี้นั้นเป็นที่น่าพึงพอใจอย่างยิ่ง  มีลูกค้าเข้ามารับชมการแสดงในแต่ละคืนค่อนข้างเยอะ ด้วยนางนั้นเปลี่ยนการแสดงใหม่ๆหมุนเวียนกันไปเกือบทุกสัปดาห์  โดยมีบ้างนานๆครั้งที่นางจะร่วมการแสดงร่ายรำด้วยความที่มีผู้เรียกร้องเนื่องจากมีโอกาสได้เห็นนางร่ายรำเมื่อครั้งเปิดหอซือซิง  ในคืนนี้ก็เช่นกัน....

 


           " คุณหนูเจ้าคะ  มีแขกร้องขออยากจะให้คุณหนูแสดงการร่ายรำในคืนนี้เป็นพิเศษเจ้าค่ะ "

 


          เพ่ยเพ่ยเดินเข้ามากระซิบให้ผู้เป็นนายรับรู้  พลางบุ้ยใบ้ให้นางมองไปยังแขกที่นั่งอยู่ทางโต๊ะแถวหน้าสุดใกล้กับบริเวณลานแสดง  อันบ่งบอกว่าคงเป็นผู้มีฐานะอยู่พอสมควร เพราะค่าโต๊ะบริเวณนั้นสูงกว่าโต๊ะในแถวหลังอยู่มาก 

 


          นางเหลือบสายตามองตามสาวใช้คนสนิท  ก็เห็นว่าเป็นบุรุษผู้หนึ่งแต่งกายดูภูมิฐานเนื้อผ้าและลวดลายดูมีราคาอยู่มิน้อย  ดวงตาเรียวรี  รูปหน้าค่อนข้างกลม คล้ายใครกันนะ  นางรู้สึกว่าบุรุษผู้นี้คล้ายกับใครสักคนที่นางรู้จักเป็นแน่  แต่คิดอย่างไรก็คิดไม่ออกเสียที

 


          และดูเหมือนว่าบุรุษผู้นั้นจะจับตาดูนางมาตั้งแต่ต้น  เมื่อนางหันไปมองจึงปะทะเข้ากับเจ้าของดวงตาเรียวรีนั้น  เขายกจอกสุราในมือขึ้นมาตรงหน้า คล้ายทำการทักทายนาง  อะไรก็มิเท่ารอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้านั้นมันเจือไปด้วยความหยิ่งยโส และวางตัวข่มผู้อื่นอยู่ในที  คราแรกนางก็นึกไม่ชอบบุรุษผู้นี้เสียแล้ว

 


          " เพ่ยเพ่ย เจ้ารู้หรือไม่ว่าบุรุษผู้นั้นคือใครกัน  ข้าแน่ใจนักว่าต้องมิใช่แขกประจำของหอซือซิงนี้เป็นแน่ "

 


          หญิงสาวเอ่ยถาม

 


          " เมื่อครู่ก่อนมารายงานคุณหนู   ข้าได้สอบถามกับแม่นางชิงไฉเรื่องบุรุษผู้นั้นแล้ว  ได้ความว่าเป็นคุณชายรองจากสกุลต้วน นามว่า ต้วนหลี่เจี้ยน  ที่ทราบก็เพราะว่าคุณชายผู้นี้นั้นเป็นแขกประจำที่หอบุปผาเริงรมย์เจ้าค่ะ "

 


          นางเอ่ยรายงานผู้เป็นนายสาว ด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดอยู่มิน้อย เมื่อได้ฟังแม่นางชิงไฉกล่าว  ซึ่งแม่นางชิงไฉก็คือคนที่คุณหนูนั้นซื้อตัวมาจากหอคณิกา เพื่อมาสอนการร่ายรำให้เหล่านางรำโดยเฉพาะ

 


          " คุณชายรองสกุลต้วนเช่นนั้นหรือ  เช่นนั้นก็หลานชายของฮองเฮาน่ะสิ "

 


          หญิงสาวนั้นกระจ่างแจ้งแก่ใจในทันที ถึงว่าบุรุษผู้นี้ใบหน้าคล้ายกับผู้ใด  ที่แท้ก็คล้ายกับผู้เป็นน้องสาว คุณหนูนกแก้วผู้นั้นนี่เอง

 


          " ใช่เจ้าค่ะ...และแม่นางชิงไฉนั้นยังกล่าวอีกด้วยว่าเป็นไปได้อย่าไปข้องเกี่ยวกับคุณชายผู้นี้จะดีกว่าเจ้าค่ะ  ยิ่งคุณหนูนั้นรูปโฉมงดงามเช่นนี้ยิ่งไม่สมควร  ด้วยว่าคุณชายต้วนนั้นออกจะมีนิสัยเอาแต่ใจ เกเร ทั้งยังวางอำนาจข่มผู้อื่นอยู่เสมอด้วยมิเกรงกลัวผู้ใด เพราะถือตนว่าเป็นหลานชายของฮองเฮา  ไม่มีใครกล้าขัดใจหรือมีเรื่องด้วย "

 


          สาวใช้กล่าวเตือนผู้เป็นนาย

 


          "  เช่นนั้นเจ้าจงไปบอกแก่คุณชายผู้นั้นเถิด  ว่าข้ามิใคร่สบายตัวเท่าไรคล้ายจะมีอาการไข้ คงมิสามารถร่ายรำให้ชมได้ "

 


          นางกล่าวกับสาวใช้ให้ไปบอกบุรุษผู้นั้นตามที่นางกล่าว  

 


          " คุณหนูเจ้าคะ  แย่แน่ๆเลยเจ้าค่ะ "

 


          เพ่ยเพ่ยซึ่งหายไปทำตามที่นางสั่งการได้สักครู่ ก็กลับเข้ามารายงานนางด้วยสีหน้าแตกตื่นอยู่มิน้อย พลางกล่าวรายงาน

 


          " อะไรที่ว่าแย่ "

 


          " ก็คุณชายต้วนนั้นมิยอมน่ะสิเจ้าคะ  กล่าวว่าตั้งใจมาเพื่อดูการร่ายรำของคุณหนูโดยเฉพาะ  ทั้งยังพูดอีกว่าหากวันนี้คุณหนูมิยอมร่ายรำ  ก็จะปักหลักอยู่ที่นี่ทั้งคืนมิยอมกลับเช่นกัน  ร้ายไปกว่านั้นยังสั่งให้ผู้ติดตามออกไปยืนอยู่ทางด้านหน้าประตูทางเข้า  แขกที่กำลังทยอยกันเข้ามาชมการแสดงนั้นก็พากันหวาดกลัวด้วยมิกล้าพากันเข้ามาด้านใน  หลายคนก็กลับไปแล้วด้วย  หากเป็นเช่นนี้คงมิมีผู้ใดกล้าเข้ามาที่นี่เป็นแน่  ด้วยก็รู้กิตติศัพท์คุณชายผู้นี้อยู่พอสมควร เพราะมีเรื่องกับผู้อื่นไปทั่ว "

 


          " แย่จริงๆด้วยสิ "

 


          จางซูหนี่ว์นั้นเกลียดจริงๆกับพวกยกตนข่มท่าน  หากแต่ตอนนี้ก็ต้องคิดหาวิธีแก้ไขเสียก่อน  มิเช่นนั้นหอซือซิงคงไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามาชมการแสดงเป็นแน่  ใคร่ครวญดูแล้วลำพังนางนั้นสามารถปฏิเสธไม่ยอมออกไปร่ายรำก็ย่อมได้  ไม่จำเป็นต้องกระทำตามที่ชายอันธพาลผู้นั้นร้องขอ  ด้วยบิดาของนางก็มิใช่ตาสีตาสาที่ไหน  เป็นถึงเสนาบดีใหญ่ผู้หนึ่ง

 


        แต่ตระกูลของอีกฝ่ายก็มีอำนาจของฮองเฮาหนุนอยู่  ทั้งนิสัยอันธพาลเช่นนี้กลัวแต่ว่าจะใช้อำนาจมืดมาลอบกัดนี่สิ  กิจการของนางเพิ่งเปิดได้ไม่นาน  หากคุณชายผู้นี้มาสร้างปัญหาให้บ่อยๆ ผู้ใดจะกล้ามาชมการแสดงกัน  นางจึงตัดสินใจตัดปัญหาไปในที่สุด...

 


          "  เจ้าไปบอกคุณชายต้วน ว่าข้าจะทำการแสดงร่ายรำให้ชม  แต่ขอเวลาข้าเตรียมตัวสักครู่ แล้วบอกให้คุณชายต้วนเรียกคนออกจากประตูทางเข้าเสียด้วย มิเช่นนั้นข้าจะไม่ทำการแสดงแน่นอน  จากนั้นเจ้าก็ไปเตรียมคนของเราให้พร้อม เผื่อว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้น  อ้อ..รีบส่งคนไปบอกพี่รองที่หอการค้าให้รีบมาที่นี่โดยด่วน "

 


          " เจ้าค่ะ คุณหนู "

 


          เพ่ยเพ่ยรีบปฏิบัติตามคำสั่งผู้เป็นนายสาว  ซึ่งเมื่อไปกล่าวกับคุณชายต้วนแล้วดูเหมือนว่าฝ่ายนั้นจะพึงพอใจขึ้นมาก  และเรียกให้ผู้ติดตามมายืนอยู่ข้างกายเขาเช่นเดิม  แขกคนอื่นๆจึงพากันทยอยเข้ามาด้านในได้ตามปกติ หากแต่ก็ยังน้อยกว่าเดิมอยู่ดี

 


          ผ่านไปครู่ใหญ่.....

 


          นักดนตรีก็บรรเลงขลุ่ยและกู่เจิงขึ้นด้วยท่วงทำนองค่อนข้างสนุกสนานรื่นเริง  จางซูหนี่ว์ที่เปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นชุดที่เหมาะแก่การร่ายรำ ได้กรีดกรายออกมาร่ายรำ  การเคลื่อนไหวนั้นค่อนข้างพลิ้วไหวและรวดเร็วไปตามจังหวะของท่วงทำนองที่บรรเลง  ใบหน้างดงามนั้นส่งยิ้มสดใสไปยังผู้ชม หากแต่นางเลือกที่จะไม่หันไปสบตาหรือให้ความสนใจกับคุณชายต้วนนัก 

 


          เมื่อจบท่วงทำนองสุดท้ายพร้อมกับการหยุดการร่ายรำ  นางจึงย่อตัวเป็นการคำนับผู้ชมเสียหนึ่งครั้งท่ามกลางเสียงปรบมือของเหล่าคนที่มาชม  

 


          ทว่าเมื่อหมุนกายกลับเข้าไปด้านในข้อมือของนางกลับถูกคุณชายต้วนผู้นั้นฉุดเอาไว้ มิยอมให้กลับเข้าไปด้านในโดยง่าย  นางชักสีหน้าด้วยมิชอบใจต่อการกระทำอันอุกอาจของคุณชายหยิ่งยโสผู้นี้ อีกทั้งยังท่ามกลางสายตาของผู้คนในหอซือซิงอีกด้วย

 


          " ปล่อยมือข้าเถิดคุณชาย ท่านคงจะเมาสุรามากจนเกินไปแล้ว "

 


          หญิงสาวข่มอารมณ์โกรธ และพยายามดึงข้อมือออกจากมือหนาที่จับนางแน่น  กลิ่นสุราฟุ้งออกมาจากกายบุรุษตรงหน้าอยู่ไม่น้อย  

 


          " อย่างไรเล่าคุณหนูจางคนงาม ได้ยินมาว่าเจ้านั้นร่ายรำงดงามนัก ทั้งรูปโฉมหรือก็งามดั่งนางเซียนจำแลง  ข้าหลี่เจี้ยนผู้นี้ ก็อยากยลโฉมแลสนทนาด้วยก็เท่านั้น  มานี่เถิด มานั่งคุยกันก่อน "

 


          ต้วนหลี่เจี้ยนกล่าวพลางยื่นหน้าเข้าไปหาสตรีเบื้องหน้า  เขาดื่มสุราไปมากก็จริง มีอาการมึนเมาอยู่บ้างแต่ก็ไม่มากจนคุมสติมิได้  วันนี้น้องสาวของเขาได้เอ่ยถึงสตรีที่มีนามว่า จางซูหนี่ว์ ว่ารูปงามนักจนทำให้เขาเกิดอยากจะยลโฉมนางสักครั้งว่าจะงดงามอย่างที่ต้วนลี่จูกล่าวหรือไม่  

 


          ซึ่งเมื่อได้พบก็ไม่ผิดไปจากที่นางกล่าวเลยแม้แต่น้อย  หรืออาจจะงดงามมากกว่าที่น้องสาวของเขากล่าวด้วยซ้ำ  ทั้งยังสายตาไม่ยอมคนของสตรีผู้นี้ที่มองเขา ช่างพยศได้ถูกใจเขานัก...

 

 

          ยิ่งได้มายากเท่าไร ก็ยิ่งท้าทาย  เขายังคงจับข้อมือนางแน่น ยิ่งนางพยายามกระชากข้อมือของนางออกเท่าไร เขาก็ยิ่งบีบมันแน่นยิ่งขึ้น  ดูสิว่านางจะทำอย่างไร...

 


          " ถ้าอยากสนทนากัน ท่านก็ควรกล่าวกับข้าดีๆ มิใช่ฉวยโอกาสกับข้าเช่นนี้  ปล่อยข้า "

 


          นางชักจะหมดความอดทนกับบุรุษตรงหน้า ความโมโหแล่นพล่านไปทั่วร่างกาย รวมทั้งความเจ็บแปลบที่ข้อมือของนาง ยังบริเวณที่ถูกบุรุษตรงหน้าบีบอยู่ในขณะนี้  มองไปยังคนของนางที่เตรียมจะเข้ามาช่วยหากแต่ก็ถูกคนของคุณชายต้วนสกัดเอาไว้  

 

          ทั้งบุรุษตรงหน้ายังทำกร่างเอ่ยว่าอยากมีเรื่องกับคนสกุลก็เข้ามา หากเขาได้รับอันตรายแม้เพียงสักนิดครอบครัวของคนผู้นั้นคงได้เดือดร้อนเป็นแน่

 


        " นี่เป็นเรื่องของข้ากับแม่นางจางผู้นี้ ผู้ใดมิเกี่ยวข้องอย่าเข้ามายุ่ง แต่ถ้าหากอยากมีเรื่องกับสกุลต้วนก็เข้ามา "

 


          " ท่านทำตัวเช่นนี้ ยังกล้ายกเอาสกุลต้วนมาอ้างอีกหรือ  หากข้าเป็นคนในสกุลต้วนคงอับอายขายหน้ายิ่งนักที่มีคนเช่นท่านเป็นลูกหลานในสกุล "

 


          บุรุษผู้นี้มิได้ฉลาดเลยที่กระทำตัวระรานผู้อื่นให้คนเขาเกลียดกันทั่วบ้านทั่วเมือง แล้วยังเอาอิทธิพลของตระกูลเข้ามาข่มเหงรังแกผู้อื่น  เช่นนี้แล้วถึงจะมีคนเกรงกลัวเพราะบารมีของฮองเฮาคุ้มตระกูลนี้อยู่  แต่ในขณะเดียวกันคนก็เกลียดชังคนในสกุลต้วนเช่นกัน  และเมื่อนานเข้าจะส่งผลกระทบไปถึงต้วนฮองเฮาแน่นอน

 


          " ปากและวาจาเจ้านี่คมคายดีนักนะ  "

 


          ต้วนหลี่เจี้ยนกล่าวเช่นนั้น  หากแต่มือกลับกระชากนางเข้ามาหาตัว  ด้วยความโมโหกับประโยคเมื่อสักครู่ของนาง  ตั้งแต่เกิดมาหามีผู้ใดกล้าตำหนิ หรือกล่าววาจาด่าทอเขาต่อหน้าผู้คนเช่นนี้  

 


          ความโมโหจนลืมตัวเขาบีบข้อมือนางแน่นยิ่งขึ้นไปอีก  จนเห็นชัดว่านางนั้นนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ เขายื่นหน้าเข้าไปหมายจูบสั่งสอนนางให้หายพยศ ในเมื่อกล้าตำหนิเขาต่อหน้าผู้อื่นเช่นนี้ เขาก็จะทำให้นางรู้ถึงโทษของการที่ทำให้เขาโกรธเช่นกัน

 


          ทว่าใบหน้าเขาเข้าใกล้นางเพียงนิด กลับมีมือของผู้ใดก็ไม่รู้มากระชากไหล่เขาอย่างแรงให้หันไปหาคนผู้นั้น และยังไม่ทันที่เขาจะทันตั้งตัวใดใด

 


          ' พั๊วะ '

 


          ' โอ๊ะ '

 


          หมัดหนักๆของผู้ใดก็ไม่รู้ชกเข้าที่ใบหน้าของเขาเสียเต็มแรง จนเขาเซไปปะทะกับโต๊ะข้างๆจนล้มระเนระนาด สร้างความแตกตื่นให้คนรอบข้างมิน้อย


 เถียนเถียนเองค่ะ

          สมน้ำหน้าอิหลี่เจี้ยนยิ่งนัก ว่าแต่หมัดของใครกันน้ออออออ  555555
          องค์ชายห้านี่ก็นึกน้อยใจไปเนอะ จะรู้ตัวหรือไม่..ว่าตัวเองนั่นล่ะเป็นคู่แข่งที่พี่ชายกลัวว่าน้องหนี่ว์จะมีใจให้ที่สุด   

 

 

 

 

 

 

     

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 563 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,484 ความคิดเห็น

  1. #6338 --dark-flame-- (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 08:42
    ตอนมันล๊อคอ่ะ....T T
    #6,338
    0
  2. #6098 piamya (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 / 12:03

    สงสารองค์ชายห้า

    #6,098
    1
  3. #5779 Saowarots (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:22
    สนุกมากกกกกกคร่าาา
    สนุกจิงกำลังลุ้นเลยย
    รอๆๆๆๆ
    #5,779
    0
  4. #5437 Meen Minny (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 10:09
    #ทีมพี่รองค่า55555
    #5,437
    0
  5. #5059 ice_pingamon (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 18:07
    ชอบอิมเมจจิวอิงอะไรท์เอามาจากเรื่องเดียวกันใช่ไหม
    #5,059
    1
  6. #4971 mayar (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 22:52
    พี่รองงานดีมากค่ะ แค่กๆ
    #4,971
    0
  7. #4760 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 23:47
    พี่ใหญ่หล่ออออ
    #4,760
    0
  8. #4274 เมมฟิส (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2560 / 09:34
    ยัยจิวอิงเข้าแทรกกลาง ท่านอ๋องจะทำยังไง จะมีเยื่อใย จะหลงเล่ห์มารยายัยนั่นรึเปล่า ถ้าเป็นแบบนั้นจะสนับสนุนให้หนี่ว์เอ๋อร์พิจารณาองค์ชายห้าแทนจริงๆด้วย
    อยากให้เหลียนฮวารู้ธาตุแท้ฮองเฮาไวๆจัง
    #4,274
    0
  9. #3949 Numtanthitiya (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 22:23
    เนียนนนเชียวว
    #3,949
    0
  10. #3906 Nattiya Bursnachaitavee (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 10:58
    ขอบคุณมากค่ะไรท์. เพิ่มนางร้ายมาอีกคนแล้วสื. จะพอฟัดพอเหวี่ยงกับน้องหนี่ว์ไหมคะ???????
    #3,906
    0
  11. #3858 Shiro-YuriMint (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 20:14
    ฮุ่ยเฟิงดูตะมุตะมิ
    #3,858
    0
  12. #3647 JubJujube (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 00:24
    อยากโดนจับมือตอนเหม่อๆมาก
    #3,647
    0
  13. #3573 pop-teenzaa (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 15:01
    อิมเมจคุณขายใหญ่หล่อโดนใจมากครับ 
    ส้วนคุณชายรองก็็็็็็็็็็น่ารักนักน่ารักนัน่ารักนน่ารักน่ารัน่ารน่าน่น
    #3,573
    0
  14. #3469 fahnatee (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 23:05
    สู้ๆ ค่ะไรท์ 5555
    #3,469
    0
  15. #3451 pohgirl11 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 15:22
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ รออ่านค่ะ
    #3,451
    0
  16. #3396 Jorjeep (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 02:33
    ชอบอิมเมจพี่ใหญ่พี่รองมากกก นางเอกนี่คิดถึง liang jie อ่าค่ะ ดูแสบๆดี
    #3,396
    1
    • #3396-1 เถียนเถียน / Miss Smiles(จากตอนที่ 34)
      30 พฤศจิกายน 2560 / 07:19
      ตามสบายเลยค่ะ จิ้นใครก็ฟินทั้งนั้น
      #3396-1
  17. #3364 chanchan123 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 22:41
    "กละสหลง เดี๋ยวล้ม" กำลังฟิน ยัยไท่จื่อเฟยโผล่มาทำมาย
    #3,364
    0
  18. #3361 Fonvipz (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 22:18
    ขอบคุณค่ะ
    #3,361
    0
  19. #3352 som_khiewsopon (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 21:12
    ช่วงนี้รีดชอบ ตีลี่เล่อปา อ่ะ เลยคิดว่าเหมาะกับหนี่ว์เอ๋อร์นะ ดูบอบบางแต่ก็มีชีวิตชีวาดีค่ะ
    ขอยคุณไรท์นะคะที่เสียสละเวลา รออ่านต่อนะคะ
    #3,352
    1
    • #3352-1 Iria Apple(จากตอนที่ 34)
      2 ธันวาคม 2560 / 00:42
      +1ตี๋ลี่เร่อปาด้วยคนค่ะสวยมากปังมากค่ะ><
      #3352-1
  20. #3344 Jittima_pook (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 20:06
    ชอบอิมเมจพี่ใหญ่พี่รองมากๆค่ะใช่เลยอยากที่ใจคิดไว้
    #3,344
    0
  21. #3334 NN_Kanhomwan (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 19:19
    เกลียดคำว่า กลัวหลง เดี๋ยวล้ม สาบานว่าคิดแค่นี้จริงๆ ท่านชาย
    #3,334
    0
  22. #3312 NiparatKerdprom (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 17:09
    ค้างอ่าาา
    #3,312
    0
  23. #3307 YasmeeEsor (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 16:43
    จะมีดราม่าไหมมมม
    #3,307
    0
  24. #3306 PeanutProud (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 15:04
    มามามา นัวไท่เจือเฟ่ย
    #3,306
    0
  25. #3305 invaluable (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 14:54
    มาแล้วๆ
    #3,305
    0
  26. #3266 Chiken-DoDo (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 03:55
    ท่านอ๋องถ้าทำตัวไม่ดีข้าจะจมเรือท่าน
    #3,266
    2
    • #3266-1 เถียนเถียน / Miss Smiles(จากตอนที่ 34)
      29 พฤศจิกายน 2560 / 12:03
      ได้โปรดเถิดอย่าจมเรือเปิ่นหวางเลย กว่าจะสปีดแซงเรือชายห้าได้แทบตาย 5555
      #3266-1
    • #3266-2 Chiken-DoDo(จากตอนที่ 34)
      29 พฤศจิกายน 2560 / 23:16
      5555 แล้วเมื่อไหร่แม่นางเถียนเถียน จะไปนั่งเรือเป็นเพื่อนผมบ้าง5555
      #3266-2