ชายาอ๋องกระดูกเหล็ก (สนพ.สถาพรบุ๊คส์)

ตอนที่ 33 : ที่ปรึกษา (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 54,191
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 556 ครั้ง
    19 ก.พ. 61

ชายาอ๋องกระดูกเหล็ก

บทที่ 33  ที่ปรึกษาหัวใจ

 

          ท่ามกลางความมืดมิดในยามรัตติกาล  ทว่าก็ยังพอจะมีแสงจากจันทราสาดส่องมาให้พอได้เห็นสรรพสิ่งอื่นบ้าง  แม้ลางเลือนมิชัดกระจ่างเท่ายามกลางวันก็เถิด  หากแต่ก็เพียงพอที่จะทำให้บุคคลทั้งสองนั้นสนทนากันได้โดยไม่ลำบากนัก  ด้วยถูกฝึกมาให้ปรับตัวได้ทุกสถานการณ์ และสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ทั้งยามกลางวันและกลางคืน

 

 

          สถานที่นี้ไม่ไกลจากแหล่งที่พักอาศัยของผู้คนนัก  หากแต่เป็นมุมอับที่ลับตาคนอยู่พอสมควร  ซึ่งทั้งสองก็ได้ใช้มันเป็นสถานที่นัดพบกันอยู่บ่อยครั้ง

 

 

          "  จวิ้นอ๋องทรงฝากข้ามาบอกเจ้าว่าให้ระวังตัวให้ดี  "

 

 

          จางฮุ่ยหราน เอ่ยกับสตรีชุดดำกลมกลืนกับสีของท้องฟ้าในยามนี้ ทั้งยังมีผ้าบางๆปิดบังใบหน้าครึ่งล่างเอาไว้ เหลือเพียงดวงตาของนาง เพื่อปกปิดตัวตนไม่ให้ผู้ใดล่วงรู้ว่าเป็นใคร ในยามที่ต้องปลอมตัวไปยังที่ต่างๆ  

 

 

          ทว่าคนที่รู้จักกันมานาน เป็นศิษย์ร่วมสำนัก ร่วมเป็นร่วมตายกันมาหลายครา อย่าว่าแต่เห็นเพียงครึ่งใบหน้าเลย  ต่อให้ได้ยินเพียงเสียงฝีเท้าของนางเขาก็จำจังหวะการเดินได้

 

 

          หากเขาเปรียบดั่งมือขวาของจวิ้นอ๋อง

 

          นางก็คงเปรียบได้ดั่งมือซ้ายของพระองค์เช่นกัน

 

          มือซ้ายที่คอยสืบข่าว ส่งข่าว และอารักขาอยู่เบื้องหลัง

 

          มือซ้ายที่ไม่เผยตัว ให้ผู้ใดรับรู้ถึงตัวตนที่แท้จริง...

 

 

          " ข้ารู้แล้ว  เจ้าก็อย่าลืมรายงานจวิ้นอ๋องตามที่ข้ากล่าวด้วยล่ะ "

 

 

          สตรีนางนั้นกล่าวตอบบุรุษตรงหน้าเช่นกัน  หลังจากรายงานความคืบหน้าต่างๆ ให้ได้ทราบแล้ว  ร่างบางหากแต่เคลื่อนไหวได้ทะมัดทะแมงและรวดเร็ว ขยับกายอาศัยความมืดมิดเตรียมเร้นกายออกไปจากตรงนั้น  หากแต่ก็ต้องชะงัก...

 

 

          " ข้าก็ห่วงเจ้า "

 

 

          จางฮุ่ยหราน เอ่ยออกไปในที่สุด  ถึงจะรู้ว่านางนั้นมีฝีมือในการต่อสู้ และสามารถดูแลตนเองได้  หากแต่ศัตรูก็ใช่ว่าจะต้องไร้ฝีมือเสมอไป  หากวันใดวันหนึ่งนางพลาดท่าถูกจับได้ขึ้นมา เขานั้นเป็นห่วงนางย่อมมิใช่เรื่องแปลก...

 

 

          " ขอบใจ "

 

 

          นางเอ่ยเพียงเท่านั้น  ทั้งที่ยังยืนหันหลังให้กับชายหนุ่ม  บรรยากาศบริเวณนั้นเงียบงันจึงทำให้ได้ยินคำพูดของทั้งคู่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้นแม้เพียงกระซิบก็เถิด  ได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของอีกฝ่ายทีเดียว.....

 

 

          ชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น หลังจากคล้อยหลังสตรีชุดดำที่ไปจากตรงนั้นได้สักครู่แล้ว  ภายในใจเขาเคยคิดว่านางเป็นสตรีที่เข้าใจยากที่สุดและแปลกที่สุด จนถึงตอนนี้ก็ยังคิดเช่นนั้น เพียงแต่เพราะเหตุใดยิ่งนานวัน เขาจึงยิ่งห่วงใยสตรีเข้าใจยากผู้นี้ขึ้นทุกวัน 

 

 

          จางฮุ่ยหรานถอนหายใจออกมาในที่สุด  ก่อนจะหันหลังไปจากสถานที่ตรงนั้นเช่นกัน

 

 

ณ จวนสกุลจาง...

 

 

          " ซือซือ ท่านพ่อของเจ้าน่ะทำให้ข้านอนไม่หลับเลย รู้หรือไม่ "

 

 

          จางซูหนี่ว์ที่นอนไม่หลับนั้นกำลังพูดคุยอยู่กับกระต่ายตัวน้อยในอ้อมแขน  นางอุ้มมันออกมารับลมเย็นสบายตรงระเบียง เรื่องราวเมื่อตอนกลางวันนั้นทำให้นางคิดมากจนมิอาจข่มตาหลับลงได้ แม้ว่าจะดึกมากแล้วก็ตาม

 

 

          เพราะคำว่า หึง เพียงคำเดียวจริงๆ ที่ทำให้นางต้องมานั่งคิดทบทวนหลายสิ่งหลายอย่างในจิตใจ จนถึงตอนนี้ก็ยังคิดไม่ตกว่าจะเอาอย่างไรต่อไปดี  ไม่อยากจะยอมรับหรอกว่าตอนนี้นางมีความรู้สึกดีๆกับจวิ้นอ๋องผู้นั้นไปแล้ว  ก็ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่ในใจนางมีความรู้สึกเช่นนี้  ทั้งที่ก็ตั้งใจแต่แรกว่าจะไม่ขอข้องเกี่ยวกับเขาอีก  หากแต่ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด

 

 

          " เขาน่ะ เป็นบุรุษที่เจ้าเล่ห์มากเลย ...แน่ะ พอข้าว่าท่านพ่อของเจ้าเข้าหน่อยทำเป็นมามองหน้าเชียวนะ  เจ้าจะเข้าข้างเขาอีกล่ะสิ  ใช้ไม่ได้เลย  ข้าน่ะเป็นคนเลี้ยงเจ้ามากกว่าเขาด้วยซ้ำนะ "

 

 

          หญิงสาวมองเจ้าตัวขนปุยสีขาว พลางบ่นออกมา เจ้ากระต่ายน้อยนี่ก็ช่างรู้มากจริงๆ นอนนิ่งให้นางอุ้มเล่นอยู่เป็นนาน แต่พอเอ่ยถึงจวิ้นอ๋องเท่านั้นล่ะ  ดูกระตือรือร้น ขึ้นมา หูตาตื่น ดวงตาใสกลมโตของมันหันมามองนางตาแป๋ว  ดั่งจะโต้ตอบกับนางแทนผู้ที่เรียกตัวเองว่าบิดาของมัน

 

 

          " เจ้าก็พาลเอากับกระต่ายได้นะหนี่ว์เอ๋อร์ "

 

 

          จางฮุ่ยหรานเดินเข้าไปหาน้องสาว  หลังจากที่เขากลับมาจากด้านนอกกำลังจะเข้าไปที่ห้องของตน  หากแต่ก็เหลือบไปเห็นน้องสาวที่ระเบียงเสียก่อน  จึงคิดจะเดินเข้ามาทักว่าเหตุใดจึงยังไม่พักผ่อน เพราะนี่ก็ดึกดื่นค่อนคืนแล้ว

 

 

          " พี่ใหญ่..ท่านเพิ่งกลับเข้าจวนหรือ "

 

 

          หญิงสาวหันหน้าไปมองผู้ที่เดินเข้ามาใหม่  เมื่อเห็นว่าเป็นพี่ชายจึงได้เอ่ยถามออกไป

 

 

          " ใช่..ข้าเพิ่งกลับมาจากทำภารกิจด้านนอก แล้วเจ้าเล่า..ไยจึงไม่นอนนี่ก็ดึกมากแล้ว "

 

 

          ผู้เป็นพี่ชายเอ่ยถามน้องสาว

 

 

          " ข้านอนไม่หลับ "

 

 

          " เพราะเหตุใดจึงนอนไม่หลับ "

 

 

          " ก็ เพราะ เอ่อ...ก็เพราะนอนไม่หลับน่ะสิ จำเป็นต้องมีเหตุผลอื่นด้วยหรือ "

 

 

          จางซูหนี่ว์อ้ำอึ้ง ก่อนเอ่ยออกไป  โดยเสมองไปเสียทางอื่น ด้วยต้องการหลบสายตาผู้เป็นพี่ชาย ก็รู้สึกกระดากอายอยู่บ้าง ถ้าจะเอ่ยบอกไปว่าที่นางนอนไม่หลับ เพราะมัวคิดถึงเรื่องของบุรุษสูงศักดิ์ผู้นั้นอยู่

 

 

          " ข้าก็คิดว่าเจ้านั้น คงคิดถึงเรื่องของจวิ้นอ๋องอยู่ "

 

 

          จางฮุ่ยหราน เอ่ยดักคอน้องสาวที่แสร้งทำเป็นมองนู่นนี่ไปเรื่อย

 

 

          " อะไร...ผู้ใดคิดถึงจวิ้นอ๋องกัน "

 

 

          หญิงสาวรีบเอ่ยปฏิเสธ  พี่ชายของนางนั้นหูผีหรืออย่างไรกัน แค่เพียงแต่คิดอยู่ในใจก็ยังอุตส่าห์ได้ยินอีก

 

 

          จางฮุ่ยหรานทอดสายตามองน้องสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า  เขานิ่งเงียบไปทว่าสายตาก็ยังไม่ละไปจากนาง

 

 

          " เอ่อ...ไยท่านจึงมองข้าเช่นนั้นเล่า "

 

 

          หญิงสาวมองสบสายตากับผู้เป็นพี่ชาย พลางเอ่ยถามออกไป ด้วยเห็นว่าจางฮุ่ยหรานนั้นมองหน้านางและก็เอาแต่เงียบอยู่เป็นนาน

 

 

          " หากข้าถามอะไรเจ้าบางอย่าง  เจ้าจะตอบข้าตามตรงได้หรือไม่หนี่ว์เอ๋อร์ "

 

 

          " ท่านจะถามสิ่งใดหรือ หากตอบได้หนี่ว์เอ๋อร์คนนี้ก็จะตอบ "

 

 

          " เจ้าคิดอย่างไรกับจวิ้นอ๋องบ้าง  "

 

 

          เขาถามนางออกไปในที่สุด  ด้วยก็เพราะอยากจะรู้ว่าน้องสาวของเขานั้นคิดอย่างไรกับผู้เป็นนาย  ตลอดหลายเดือนมานี้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนเป็นเช่นไร  เหตุใดเขาจะไม่รู้...

 

 

          กับจวิ้นอ๋องนั้นกล่าวได้เลยว่าทรงมีพระทัยต่อน้องสาวของเขาแน่นอน  หากแต่น้องสาวของเขาเล่านางคิดเช่นใดกันแน่  เท่าที่สังเกตบางครานางก็ดูเหมือนไม่ใส่ใจ  หากแต่บางครั้งก็ดูเหมือนจะมีใจ  คล้ายกับว่านางกำลังสับสนสิ่งใดอยู่กระนั้น....

 

 

          " ข้าคิดอย่างไรกับจวิ้นอ๋องเช่นนั้นหรือ นั่นสินะ ข้าคิดเช่นไรกันแน่ "

 

 

          หญิงสาวนิ่งงันไป เมื่อเห็นสายตาที่ดูจริงจังของพี่ชาย  อย่าว่าแต่เขาอยากจะรู้เลย ตัวนางเองก็อยากจะรู้เช่นกัน  นางไม่รู้และไม่แน่ใจเลยว่าความรู้สึกดีนี้มันเรียกว่าอะไร  เรียกว่าชอบ ว่ารักได้หรือไม่  แล้วสมมติว่าถ้านางมีใจให้จวิ้นอ๋องจริงๆ มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร  นึกย้อนกลับไปเขาก็ไม่ได้จริงใจกับนางตั้งแต่คราแรก  ถึงตอนนี้เขาจะบอกรักและทำดีกับนาง แล้วนางจะสามารถเชื่อใจเขาได้แค่ไหนกัน  

 

 

          ทั้งชีวิตนางระวังตัวในเรื่องของความรัก  พยายามที่จะไม่ปล่อยใจให้รักใครง่ายๆ กลัวที่จะต้องเจ็บ ต้องผิดหวัง สุดท้ายก็เลือกที่จะอยู่ตัวคนเดียว ไม่คบกับผู้ชายคนไหนในฐานะคนรักเลย สิ่งที่พบในการใช้ชีวิตโสดนางว่ามันก็สบายดี  ใช้ชีวิตอิสระ อยากไปที่ใด อยากทำอะไรก็ได้  แม้ว่าในบางครั้งความเหงาจะเข้ามาเยือนแต่โดยรวมมันก็ไม่ได้แย่เท่าไรนัก

 

 

          จวบจนชีวิตพบการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ นางได้มาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่แบบไม่ทันตั้งตัว  แต่กระนั้นก็ยังคงยึดมั่นอยู่กับความตั้งใจเดิมที่จะใช้ชีวิตอย่างเป็นสุขที่สุด  ทว่าเมื่อพบกับบุรุษผู้นั้นชีวิตนางก็พบกับการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง  แรกเริ่มด้วยความไม่ชอบ ไม่ประทับใจ แม้จะยังไม่ถึงขั้นเกลียด แต่ก็ไม่อยากอยู่ใกล้ เพราะเขาทำให้นางรู้สึกว่าเขามันตัวอันตราย...

 

 

          แล้วเพราะเหตุใดทั้งที่คิดจะปิดกั้นตัวเองให้ออกห่างจากเขา ชีวิตกลับเวียนวนให้ได้พบเจอกันบ่อยครั้ง  หลายสิ่งหลายอย่างที่เขาแสดงออกต่อนางในระยะหลังมานี้  ในบางครั้งกลับทำให้นางหลงลืมไปบ้างกับสิ่งที่เขาเคยทำกับนาง  และอาจจะเป็นเพราะสิ่งมี่เขาเคยกล่าวว่ามีใจให้นางกระมัง  ทำให้นางเริ่มจับตาดูว่าเขาจะทำอย่างไรให้นางรักเขาได้อย่างที่พูด 

 

 

       ก็ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรกัน...ที่บุรุษผู้นั้นเข้ามาอยู่ในสายตาและความรู้สึกนึกคิดของนาง  มันอาจเป็นความรู้สึกที่ค่อยๆสะสมขึ้นทีละนิดจนนางไม่ทันได้รู้ตัวก็เป็นได้  ถึงวันนี้วันที่นางรู้สึกว่าควบคุมความรู้สึกของตัวเองได้ไม่ดีเท่าไรนัก  เขากล่าวว่านางนั้นหึงหวง  สรุปแล้วนางนั้นรักเขาแล้วหรืออย่างไร  หรือแค่ชอบ แค่รู้สึกดี....

 

 

          " บางครั้งเรื่องของหัวใจ ก็จงปล่อยให้มันเป็นไปตามความรู้สึกบ้างเถิดนะ เรื่องบางเรื่องใช้สมองตัดสินไปทุกสิ่งไม่ได้หรอก "

 

 

          จางฮุ่ยหราน เอ่ยขึ้นมาเมื่อเห็นแววตาของน้องสาว แม้ท่าทางนางนั้นจะนิ่งสงบ  หากแต่เขาก็เดาว่าจิตใจของนางกำลังสับสนในความรู้สึกของตนเองอยู่เป็นแน่

 

 

          " ปล่อยให้เป็นไปตามที่รู้สึกอย่างนั้นหรือ "

 

 

          หญิงสาวหันมามองหน้าพี่ชาย  อย่างสนใจในคำที่เขากล่าวเมื่อครู่

 

 

          " ใช่...ปล่อยให้เป็นไปตามความรู้สึก ตามที่หัวใจของเจ้าต้องการ "

 

 

          " แล้วถ้าคนคนนั้นเขาเคยทำไม่ดีกับเราล่ะ  เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเขาจะเชื่อใจได้ จะไม่ทำให้เราผิดหวัง เสียใจ ร้องไห้ "

 

 

          หญิงสาวเอ่ยถามพี่ชาย คล้ายขอความคิดเห็น

 

 

          " ทั้งชีวิตเจ้าเคยเห็นผู้ที่ไม่เคยทำผิดพลาดใดใดเลยหรือไม่  แม้คนที่เจ้าคิดว่าดีที่สุด เจ้าแน่ใจหรือว่าคนคนนั้นจะไม่เคยทำสิ่งใดผิดเลย  ข้ากล่าวมากไปเจ้าก็จะว่าข้าเข้าข้างผู้เป็นนายเอาได้  แต่สิ่งที่ข้าอยากจะบอกกับเจ้าก็คือ อดีตแก้ไขไม่ได้ ให้ดูที่ปัจจุบันไม่ดีกว่าหรือ ว่าเขาทำสิ่งใดและจริงใจหรือไม่ น้องสาวข้าก็มิได้โง่ ข้าเชื่อว่าเจ้าจะต้องได้ข้อเฉลยในสิ่งที่เจ้ากำลังคิดหาคำตอบอยู่ในตอนนี้ "

 

 

          จางฮุ่ยหรานเอ่ยให้คำแนะนำแก่น้องสาว  จากที่นางกล่าวมาทั้งหมด เขาก็พอจะเดาความรู้สึกของนางได้อยู่ลางๆ เพราะกลัวเสียใจ กลัวความผิดหวัง  ทั้งก่อนนั้นท่านอ๋องคงไปทำอะไรให้นางโกรธเคืองเข้าเป็นแน่  นางจึงตั้งป้อมอคติ

 

 

          พอถึงตอนนี้สิ่งที่จวิ้นอ๋องเพียรพยายามเข้าหานาง ทำดีต่อนาง จึงทำให้นางสับสนในการตัดสินใจที่จะรับรักผู้เป็นนายของเขา  ทั้งที่นางก็คงจะเริ่มมีใจบ้างแล้ว แต่เพราะนางเลือกที่จะใช้สมองในการตัดสินใจเกินไป จนบางครั้งก็ลืมไปว่าเรื่องของหัวใจ  ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหัวใจตัดสินบ้างก็ได้

 

 

          " ในฐานะที่ท่านเป็นพี่ชายของข้า  หากข้ากล่าวสิ่งใดออกไป สัญญาได้หรือไม่ว่าจะเก็บเป็นความลับไม่บอกใคร "

 

 

          จางซูหนี่ว์มองหน้าพี่ชาย อย่างรอคอยคำตอบ

 

 

          " แน่นอน ข้าจะเก็บเป็นความลับ ไม่บอกใครทั้งสิ้น ข้าสัญญา "

 

 

          จางฮุ่ยหราน ให้สัญญากับน้องสาวหนักแน่น จะว่าไปนานเท่าไรแล้วที่ระหว่างเขากับผู้เป็นน้องสาวจะได้พูดคุยกันเป็นเรื่องเป็นราว  และให้คำปรึกษากันเช่นนี้  

 

 

       ในตอนเด็กนางนั้นติดพี่ใหญ่อย่างเขามาก หากแต่เมื่อเขาอายุได้ 14 ปี ก็ได้ติดตามองค์ชายรอง หรือก็คือจวิ้นอ๋องในขณะนั้น ไปศึกษาวิชาการต่อสู้ต่างๆยังสำนักอันเลื่องชื่อแห่งหนึ่งเสียหลายปี กลับมาอีกครานางก็มิได้ทำตัวสนิทสนมดั่งแต่ก่อน อาจเพราะนางเริ่มเจริญวัยเข้าสู่วัยสาวแล้วกระมัง จึงทำให้ต้องระวังในเรื่องการวางตัวขึ้นมากกว่าเดิม

 

 

          " แม้แต่จวิ้นอ๋องก็ห้ามบอก "

 

 

          นางยังเอ่ยต่ออย่างดักคอพี่ชาย

 

 

          " ก็ได้ ข้าจะไม่บอก "

 

 

          " การที่ข้านั้นหงุดหงิด คิดมาก น้อยใจกับเรื่องของเขาคนนั้น โดยที่ความรู้สึกเหล่านี้ข้าไม่สามารถควบคุมมันได้เลย ท่านคิดว่าอย่างไร "

 

 

          จางซูหนี่ว์เอ่ยถามพี่ชาย เพื่อหาคนที่จะช่วยยืนยันกับคำตอบที่อยู่ภายในใจของนางในตอนนี้

 

 

          " ถ้าคนที่ไม่ได้มีใจให้กัน ก็คงไม่สามารถทำให้เจ้ารู้สึกได้มากมายถึงเพียงนั้น ถ้าไม่รักไม่มีใจ เจ้าจะไม่หงุดหงิด คิดมาก น้อยใจ กับเรื่องของเขาคนนั้น  หรือแม้แต่หึงหวง โกรธเคือง ยามเขาอยู่กับสตรีอื่น "

 

 

          " พี่ใหญ่ท่านมีความรักหรือไม่ ไยจึงดูให้คำปรึกษาแก่ข้าคล่องนัก "

 

 

          นางอดที่จะเอ่ยถาม พลางเหล่ตามองพี่ชายคนโตไม่ได้ คนที่คิดว่าไม่ได้เรื่องเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ที่สุด  เหตุใดจึงได้ให้คำแนะนำดีนักเล่า

 

 

       หรือว่าพี่ใหญ่ของนางนั้นก็มีความรัก แต่ไม่ได้บอกกล่าวแก่ผู้ใดให้รับรู้  เช่นนั้นนางก็อยากจะรู้เสียจริงว่าหญิงสาวจากตระกูลใดหนอ ที่จะมาเป็นพี่สะใภ้ใหญ่ของนาง

 

 

          " ข้ากล่าวด้วยใจไม่อคติต่างหากเล่า  มองทุกสิ่งอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงและความรัก  ใช้สติให้ถูกที่ถูกเวลา ใช้ความรู้สึกให้เหมาะกับเรื่องก็เท่านั้น "

 

 

          จางฮุ่ยหราน เอ่ยออกไปเช่นนั้น แต่ในแวบหนึ่งของความคิด ให้นึกไปถึงสตรีที่เขาเพิ่งแยกจากนางมาเมื่อไม่นาน  มีความรักเช่นนั้นหรือ  ใช่จะกล่าวเช่นนั้นก็ได้  แต่มันอาจจะเป็นรักข้างเดียวกระมัง.....

 

 

          " ข้าก็กำลังใช้ความรู้สึกอยู่นี่อย่างไรล่ะ...ข้าว่า ข้าคงมีใจให้บุรุษผู้นั้นแล้วล่ะเจ้าค่ะ "

 

 

          หญิงสาวเอ่ยขึ้น หลังจากได้คิดตามในสิ่งที่จางฮุ่ยหรานได้ให้ข้อคิดและคำแนะนำแก่นาง  จึงตัดสินใจได้ว่าหากนางจะเปิดโอกาสให้ตัวเองบ้าง ก็คงจะไม่เป็นไรกระมัง  

 

 

          รวมถึงจวิ้นอ๋องด้วยนางคงปฏิเสธไม่ได้อีกต่อไป ว่านางมีใจให้แก่เขาไปแล้ว  ในเมื่อเป็นเช่นนี้นางก็คงจะต้องปล่อยให้หัวใจนำทางบ้างเสียแล้ว  ก็ได้แต่หวังว่าหัวใจของนางคงเลือกคนที่จะดูแลมันได้ถูกคนนะ

 

 

 ณ วังจวิ้นอ๋อง

 

 

          แม้จะเป็นเวลาดึกดื่นและอีกไม่ถึงสองชั่วยามก็คงจะรุ่งสาง  แต่จนถึงตอนนี้มู่หรงหย่งหมิงก็ยังไม่สามารถข่มตาหลับได้ลง  รอยยิ้มแต้มอยู่บนใบหน้าของเขาตั้งแต่เมื่อกลางวัน คิดถึงเหตุการณ์นั้นวนเวียนซ้ำๆ ใบหน้าของจางซูหนี่ว์แจ่มชัดอยู่ในห้วงคำนึง  

 

 

          ทั้งประโยคคำพูดและท่าทางเหล่านั้นที่เขาคิดว่าอาจจะไม่ได้ยินจากปากของนางเสียแล้ว  แค่คิดว่านางหึงหวงเขากับสตรีอื่น รอยยิ้มมันก็ประดับอยู่บนหน้าเขาตลอดเวลา

 

 

          ถือว่าวันนี้เขาได้มากกว่าสิ่งที่คิดเอาไว้เกินที่คาดการณ์อยู่มาก  เรื่องการที่ให้คนจากหอซือซิงของนางมาทำการแสดงต่อหน้าพระพักตร์ มิได้มีเพียงเหตุผลแค่เพราะกิจการของนางนั้นเป็นที่รู้จัก และโด่งดังจากการแสดงแปลกใหม่เท่านั้น  ยังมีเหตุผลอื่นแฝงอยู่ด้วยต่างหาก...

 

 

          นั่นเพราะเขาอยากให้นางได้พบกับเสด็จย่าของเขาต่างหากล่ะ  คือ จุดประสงค์อันดับแรก

 

เถียนเถียนเองค่ะ

  

     มันคือแผนพาว่าที่หลานสะใภ้ไปให้ย่าดูตัว...เอ๊ะ ทำยังไงสาวจะไม่รู้ตัวนะ 

     อ๋อ เอางานมาอ้างนี่เอง  ท่านอ๋องได้ประโยชน์  นางเอกได้งานได้หน้า (และอาจจะได้สามีเป็นจวิ้นอ๋อง) 55555

     #ใต้ความเนียนหลอกสาวไปให้พ่อกับย่าดูตัว 

     #ฉันเกลียดนายอิอ๋องเจ้าเล่ห์ 555555

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 556 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,484 ความคิดเห็น

  1. #6460 1988yongsi (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 13:33
    พี่ใหญ่คงไม่ใช่รักข้างเดียวหรอกใช่ไหมไรท์เพราะตอนพี่รองตามตื้อนางก็ไม่ยอมคุยด้วยอาจจะรู้ว่าเป็นน้องพี่ใหญ่/เดา
    #6,460
    0
  2. #6173 ผู้ต้องสงสัยหมายเลข1 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 13:51
    เกียดพี่ใหญ่มากเข้าข้างอ๋องสุดๆ
    #6,173
    0
  3. #6071 FerinFern (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 14:29
    เนียนเกิ๊นนน
    #6,071
    0
  4. #6014 Thooppae (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 21:57
    ชั้นเกลียดเธอได้มั้ยท่านอ๋องเจ้า
    เล่ห์มาก
    #6,014
    1
  5. #5979 pemipond (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 21:52
    เดี๋ยวๆ พาเค้าไปดูตัว สาวยังไม่รับรักเลย
    #5,979
    0
  6. #5860 Sistel2 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 13:50

    คึคึคึ รุกเต็มที่เลยจ้าาา ท่านอ๋อง เชียร์ https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-13.png

    #5,860
    0
  7. #5792 ZeRoForceDark (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 08:14
    เจอคำผิดครับ. เพราะสิ่งมี่เขากล่าว>ที่เขากล่าว
    #5,792
    3
    • #5792-2 ZeRoForceDark(จากตอนที่ 33)
      1 มีนาคม 2561 / 08:22
      สู้ๆครับ
      #5792-2
    • #5792-3 เถียนเถียน / A.C.E(จากตอนที่ 33)
      1 มีนาคม 2561 / 22:33
      ขอบคุณค่ะ
      #5792-3
  8. #5080 Mikwaemz (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 10:16
    อู่เม่ยเหนียงงง ><
    #5,080
    1
  9. #4970 mayar (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 22:43
    2ภาพแรกจินไม่ออก สองภาพหลังจิ้นขึ้นเลยเจ้าค่า
    #4,970
    1
  10. #4038 Farsa_QuinN (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 19:00
    บูเช็คเทียนก็มาา 5555
    #4,038
    0
  11. #3460 A4306117211 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 18:55
    ภาพที่สอง ตาลุงหนวดทำหน้าแบบโคตรเซ็ง 555
    #3,460
    0
  12. #3293 Earthkid (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 10:45
    โอ้ยอยากจะร้องไห้สงสารอองห้าจังเลยอ่ะอย่างนี้ต้องส่งใครมาจากอนาคตมาให้อองห้าในเรื่องต่อไปนะคะไม่งั้นอองห้าคงใจสลาย
    #3,293
    1
    • #3293-1 เถียนเถียน / Miss Smiles(จากตอนที่ 33)
      29 พฤศจิกายน 2560 / 11:53
      คิดจะหาคู่ให้อ๋องห้าเหมือนกันค่ะ 5555
      #3293-1
  13. #3221 puphaa (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 07:48
    มีความหวาน
    #3,221
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #3221-2 เถียนเถียน / ลักษมณ์(จากตอนที่ 33)
      28 พฤศจิกายน 2560 / 08:54
      หวานท่ามกลางความเศร้าของชายห้า มันก็จะหน่วงๆนิดๆ
      #3221-2
  14. #3220 puphaa (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 07:48
    ไม่คิดว่าท่านจะร่ายรำได้นะ
    #3,220
    0
  15. #3217 จทน.gay (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 06:50
    ติชมนิด !! ระดับองค์ชาย จะมาแสดงให้ชาวบ้าน ดู เหรอ????
    #3,217
    2
    • #3217-1 อาโอฮิเมะ ซึนเดระ(จากตอนที่ 33)
      28 พฤศจิกายน 2560 / 07:36
      ความหึงทำได้ทุกอย่าง
      #3217-1
    • #3217-2 เถียนเถียน / ลักษมณ์(จากตอนที่ 33)
      28 พฤศจิกายน 2560 / 08:57
      ขอบคุณค่ะ...เอาไว้ตอนรีไรต์ใหม่ ไรต์จะเพิ่มรายละเอียดเพิ่มเติมเข้าไปอีกนะคะ เพราะโซนที่นั่งของแขกคนสำคัญนั้นถูกแยกออกมาจากลูกค้าคนอื่นๆ ซึ่งองค์ชายจะนั่งอยู่โซนเดียวกับแขกที่มีฐานะ และยศศักดิ์พอสมควร สถานที่ตรงนั้นก็จะมิดชิดและเป็นส่วนตัวขึ้นมาหน่อย แต่สามารถมองเห็นการแสดงตรงเวทีได้เหมือนกัน ^^
      #3217-2
  16. #3211 เปี๊ยกเฉื่อย (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 22:31
    อ่อออออออว ขอบคุณค่า ตอนแรกนึกไม่ออกจริงๆ 55555+
    #3,211
    1
  17. #3210 Pimpa47 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 22:12
    บูเซ็คเทียน แน่ๆเลย นักแสดงหญิงฟ่าน ปิง ปิง มีภาพรำอีกเยอะเลยไรท์
    #3,210
    1
    • #3210-1 เถียนเถียน / ลักษมณ์(จากตอนที่ 33)
      27 พฤศจิกายน 2560 / 23:24
      ใช่ค่ะ ฉากรำในนิยายนี้ได้แรงบันดาลใจมาจาก บูเช็คเทียน ค่ะ
      #3210-1
  18. #3209 bellstat (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 21:43
    ฟ่านปิงๆ
    #3,209
    0
  19. #3208 +:XiaoYue:+ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 21:06
    นี่ตอนอ่านนึกถึงเรื่องหลางหลิงหวังเฟยค่ะ 555 ชิงสั่วกับอวี้เหวินหยง https://youtu.be/1znUAUy_ruo
    #3,208
    2
    • #3208-1 เถียนเถียน / ลักษมณ์(จากตอนที่ 33)
      27 พฤศจิกายน 2560 / 21:20
      อันนั้นก็คิดอยู่ค่ะ แต่ไม่ได้เอารูปลง จะว่าไปบุคลิกอวี้เหวินหยงนี่ก็คล้ายเฮียหมิงมากเหมือนกันนะ 5555
      #3208-1
    • #3208-2 Ms2527pW(จากตอนที่ 33)
      27 พฤศจิกายน 2560 / 21:35
      ฟ่าน ปิง ปิง เรื่อง บูเซ็คเทียน
      #3208-2
  20. #3207 Zanzar (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 20:59
    แปบนึงผม นักแสดงหญิงหน้าคุ่นๆใครอะ
    #3,207
    1
  21. #3205 piyadamai (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 19:59
    ว้าว ภาพประกอบอย่างกะเต้นบอลลูม 555
    #3,205
    0
  22. #3204 Palalim- (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 19:54
    รูปเเรกกับสองนี่รับไม่ได้เเปปทำไมพระเอกเเก่เเบบนี้
    #3,204
    3
    • #3204-2 Nisa Nisa(จากตอนที่ 33)
      27 พฤศจิกายน 2560 / 20:53
      555555555555555
      #3204-2
    • #3204-3 นักอ่านเงา (จากตอนที่ 33)
      29 ธันวาคม 2560 / 20:07
      ความคิดตรงกันเลยค่ะ ทำให้มโนหวานขาดความเชื่อมไปในบัดดล แต่เป็นฮ่องเต้นะคะไม่ใช่พระเอกตอนหลังนางก็ได้กับลูกชายของฮ่องเต้หนวดและเป็นฮ่องเต้องค์ต่อค่ะ ส่วนอีกสองรูปก็เป็นองค์ชายอีกองค์ที่รักนางข้างเดียวเป็นลูกฮ่องเต้หนวดเช่นกันค่ะ ขอขอบคุณไรท์มากที่มีความละเมียดในความพยายามหารูปประกอบเพราะทั้งสองฉากที่นำมาประกอบถ้าเป็นภาพเคลื่อนไหวสวยงามมากค่ะ(ถ้าไม่ติดหน้าตาฮ่องเต้หนวด) และภาพประกอบอื่นในตอนอื่นๆด้วยค่ะ
      #3204-3
  23. #3202 thanyalakkw3356 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 19:26
    เรื่องนี้สนุกกกกก 55555
    #3,202
    0
  24. #3201 Mam Phornphen (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 19:23
    นางสวย
    #3,201
    0
  25. #3200 seleyakr (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 19:16
    ชอบๆๆๆรอตอนต่อไปค่ะ
    #3,200
    0