ชายาอ๋องกระดูกเหล็ก (สนพ.สถาพรบุ๊คส์)

ตอนที่ 29 : เรื่องของเรื่องคือ หึง (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 67,727
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 696 ครั้ง
    19 ก.พ. 61


          " ข้ายินดีกับเจ้าด้วยนะหนี่ว์เอ๋อร์  ขอให้หอซือซิงของเจ้านั้นโด่งดังเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง  เจ้าเปลี่ยนไปมากนัก ข้าดีใจกับบิดาและมารดาของเจ้าจริงๆ ที่มีบุตรสาวเช่นเจ้า "

 

 

          เค่อเหยียนเป่ากล่าวชื่นชมสตรีตรงหน้าด้วยใจจริง  พลางพิจารณาจางซูหนี่ว์อีกครั้งด้วยความเสียดายเหลือเกิน  เขานั้นเห็นนางมาตั้งแต่ครั้งเยาว์วัยนางอ่อนหวาน อ่อนโยน และขี้อายนัก  

 

 

          มิน่าเชื่อ...ว่านางจะเปลี่ยนแปลงตนเองได้ถึงเพียงนี้  สตรีตรงหน้าเขาในยามนี้นั้นบุคลิกท่าทางแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง  นางดูมีความมั่นใจในตนเองมากกว่าเมื่อก่อน  สังเกตได้ง่ายจากแววตาของนางมิได้หลบสายตาใครต่อใครด้วยความเขินอายอีกต่อไป  นางดูนิ่งและมีท่วงท่าสง่างาม  

 

 

          เหนือสิ่งอื่นใดนางลุกขึ้นมาช่วยกิจการของครอบครัว ทั้งยังขยายการค้ามาเปิดหอซือซิงนี่อีก  ซึ่งท่าทางจะเป็นไปได้ด้วยดีเสียด้วย เพราะเปิดกิจการในคืนแรกก็มีผู้คนให้ความสนใจเข้ามาชมอยู่มากมายพอสมควร  คิดแล้วก็ให้เสียดายแทนบุตรชายของตนยิ่งนัก  ที่ปล่อยให้นางหลุดมือไปด้วยความเขลา....

 

 

          " หนี่วเอ๋อร์ ขอบพระคุณท่านลุงเค่อ และท่านป้าเค่อเจ้าค่ะ  ที่มาร่วมยินดีกับหนี่ว์เอ๋อร์ในวันแรกของการเปิดกิจการ "

 

 

          หญิงสาวกล่าวอย่างนอบน้อมและส่งยิ้มอ่อนหวานไปให้ชายหญิงสูงวัยตรงหน้า  ใครดีกับนางมา นางย่อมดีด้วยเป็นการตอบแทน  ทั้งพิจารณาแล้วชายหญิงสองคนนี้นั้นก็ดูจริงใจกับนางอยู่มิน้อย  เรื่องที่ผ่านมานั้น เมื่อมันผ่านเลยไปแล้วนางก็ไม่อยากเก็บมาคิดแค้นเคืองสิ่งใดอีก

 

 

          " ย่อมต้องมา เพราะข้ายังคงมีความรักและหวังดีต่อเจ้าเสมอหนี่ว์เอ๋อร์  "

 

 

          เค่อฮูหยินกล่าว พลางขยับเข้าไปดึงมือของจางซูหนี่ว์เข้ามาจับเอาไว้ด้วยความเอ็นดู  ทั้งปรายสายตาไปมองลูกสะใภ้ของนางเพียงนิด  

 

 

          " เจ้าค่ะ...เชิญท่านลุงท่านป้าด้านในเถิดเจ้าค่ะ  อีกไม่นานการแสดงชุดหลักของคืนนี้จะเริ่มแล้ว "

 

 

          นางกล่าวพลางขยับกายเตรียมจะนำกลุ่มของสกุลเค่อไปยังโต๊ะที่นั่งด้านใน  ซึ่งจัดแยกเอาไว้สำหรับแขกสำคัญๆเท่านั้น

 

 

          " เจ้าอยู่ดูแลความเรียบร้อยทางนี้เถิด  ประเดี๋ยวพ่อกับแม่จะพาท่านลุงกับท่านป้าของเจ้าไปนั่งที่โต๊ะเอง จะได้พูดคุยสารทุกข์สุกดิบกันด้วย "

 

 

          เสนาบดีจางเอ่ยขึ้น จากนั้นจึงเดินนำเค่อเหยียนเป่าและฮูหยินไปนั่งยังโต๊ะที่ได้จัดเตรียมเอาไว้  

 

 

          " เจ้าสบายดีหรือหนี่ว์เอ๋อร์... "

 

 

          เค่อเหยียนเหว่ย  เอ่ยถามอดีตคู่หมั้นสาว หากแต่ก็ยังไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใดมากไปกว่านั้น ม่านฉิงเซียงก็ขยับเข้ามายืนอยู่ข้างๆพลางนำมือขึ้นมาเกาะเกี่ยวแขนของเขาเอาไว้

 

 

          " แหม ท่านพี่ก็กระไร  หากซูหนี่ว์นั้นไม่สบายจะมายืนอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร  ทั้งยังเปิดกิจการเสียใหญ่โต  ข้าก็ขอให้เจริญรุ่งเรืองไปได้นานๆนะ  "

 

 

          เมื่อบิดามารดาของสามีมิได้ยืนอยู่ตรงนี้  นางก็มิต้องสำรวมสิ่งใดให้น่าอึดอัดใจอย่างเมื่อครู่  ได้เอ่ยเหน็บแนมอดีตสหายสนิทไปเสียบ้างก็ให้สบายใจไม่น้อย  คราก่อนที่เจอกันนางคิดไม่ถึงว่าจางซูหนี่ว์ที่นางเคยรู้จักจะเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนั้น  ซ้ำยังถูกสตรีตรงหน้าด่าประจานต่อหน้าคนในตลาด  ถึงยามนี้นางยังเจ็บใจอยู่ไม่หาย...

 

 

          ปากดีเนอะ....

 

 

          จางซูหนี่ว์คิด พลางเหลือบสายตาไปมองม่านฉิงเซียง ซึ่งกำลังส่งสายตามาปะทะกับนางอยู่ในที  นึกขันสตรีตรงหน้าไม่น้อยทีเดียว  อาการเกาะเกี่ยวสามีในทันทีที่เค่อเหยียนเหว่ยกล่าวทักทายนางนี่คือสิ่งใด...หึงหวง หรือว่า อิจฉา  

 

 

          ในเบื้องลึกของจิตใจนางคิดว่าม่านฉิงเซียงก็คงจะนึกหวาดระแวงนางอยู่ไม่น้อยเป็นแน่  กลัวว่าจะกลับมายื้อแย่งอดีตคู่หมั้นของนางคืน  ดั่งเช่นที่ตัวม่านฉิงเซียงเองนั้นได้วางแผนการ  เพื่อยื้อแย่งคู่หมั้นของสหายไปเช่นเดียวกัน

 

 

          ทว่าขอโทษเถิดนะ...ชีวิตของจางซูหนี่ว์ผู้นี้กำลังดำเนินไปได้ด้วยดี  ชีวิตของนางต้องก้าวเดินไปข้างหน้า มิคิดจะเดินถอยหลังกลับไปหาคนเก่าๆหรอกนะ  แต่....

 

 

          " ข้าขอบใจเจ้านะฉิงเซียงที่มาร่วมยินดีกับข้า แน่นอนว่าหอซือซิงแห่งนี้ต้องดำเนินไปได้ด้วยดี ข้าว่าตอนนี้เจ้าเข้าไปนั่งด้านในเถิด  ข้ายังต้องไปดูแลงานอื่นๆอีกหลายเรื่อง  เชิญท่านพี่เหยียนเหว่ยด้านในก่อนเถิดนะเจ้าคะ "

 

 

          นางกล่าวโต้ตอบม่านฉิงเซียงออกไป หากแต่ประโยคสุดท้ายกลับหันไปเอ่ยกับเค่อเหยียนเหว่ยแทน ด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน  ริมฝีปากบางได้รูปประดับรอยยิ้มและแววตากึ่งยั่วยวนเล็กน้อย 

 

 

          หึ..เล่นผิดคนแล้วฉิงเซียง หึงหวงนักใช่หรือไม่กับบุรุษใจคอรวนเรเช่นนี้  

 

 

          เค่อเหยียนเหว่ยรู้สึกได้ถึงความวาบหวามและสั่นไหวอยู่ภายในใจของเขาตอนนี้  น้ำเสียงอ่อนหวานกึ่งออดอ้อน รอยยิ้มละมุนละไม สายตานางดั่งมีมนต์สะกด ทำให้เขารู้สึกว่าดวงตาพร่าเลือนไปชั่วขณะ  นางทำเพียงเท่านั้น  แต่กลับทำให้เขาเกิดความรู้สึกอยากครอบครองนางขึ้นมา  ทั้งที่ก็รู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้แล้ว  ถึงยามนี้จึงได้แต่เสียดายนางหนักหนา

 

 

          " ท่านพี่ "

 

 

          ม่านฉิงเซียงกระตุกแขนผู้เป็นสามีแรงพอสมควร  เมื่อเห็นเขามองจางซูหนี่ว์ด้วยอาการดั่งคนที่กำลังหลงละเมอเพ้อหา  ทั้งที่นางผู้เป็นภรรยายืนอยู่ตรงนี้ทั้งคน  

 

 

          นางเห็นตั้งแต่ที่อดีตสหายสนิทของนาง ส่งรอยยิ้มยั่วยวนให้ผู้เป็นสามี หากแต่อะไรก็ไม่เจ็บใจเท่าที่สามีนั้นก็หลงไปกับมารยายั่วยวนของจางซูหนี่ว์เช่นกัน  นางอยากจะกรีดร้องด้วยความแค้นสตรีตรงหน้ายิ่งนัก  ความโกรธมันอัดอั้นและสุมอยู่ในอก  

 

 

          ผู้คนกล่าวว่านางมารยายื้อแย่งคู่หมั้นของสหาย  แล้วดูสตรีที่ทุกคนเห็นว่าอ่อนแอ น่าสงสารเสียก่อนเถิด  ว่านางร้ายกาจเพียงใด....

 

 

          จางซูหนี่ว์ หันกลับไปยักคิ้วให้ม่านฉิงเซียงเสียหนึ่งครั้ง พลางลอยหน้าลอยตาทำไม่รู้ไม่ชี้กับอาการหน้าตึง และจ้องมองนางจนตาแทบถลนออกมาด้านนอกของม่านฉิงเซียง  ก่อนที่จะรีบดึงแขนผู้เป็นสามีเดินหนีนางเข้าไปด้านในทันที  

 

 

          แทนที่เจ้าจะมาหวาดระแวงข้า ควรกลับไปแก้ไขตัวเจ้าเองให้ดีก่อนเถิด  นับวันธาตุแท้ของเจ้าก็จะยิ่งเผยออกมาด้วยอารมณ์ขี้อิจฉาริษยาของตัวเจ้าเอง  เมื่อถึงวันนั้นเจ้าจะไม่สามารถมีสิ่งใดเพื่อมัดใจสามีเจ้าชู้ของเจ้าได้เลย

 

 

          หญิงสาวมองตามทั้งคู่ที่เดินเข้าไปด้านใน  พลางส่ายหน้าให้กับชีวิตคู่ของทั้งสอง ผู้เป็นสามีนั้นก็จิตใจไม่หนักแน่น  แม้นภรรยายืนอยู่ข้างกายก็ยังหวั่นไหวไปกับสตรีอื่นได้  

 

 

          ส่วนนางผู้เป็นภรรยานั้นไซร้ก็มิได้มีความเชื่อใจในตัวสามี  ถึงจะแต่งงานกันแล้วก็ตาม  หากแต่ก็คงรู้แก่ใจดีว่านางได้สามีผู้นี้มาจากการใช้มารยายั่วยวนและยื้อแย่งมาจากสหาย  วันหนึ่งเมื่อสามีเจอสตรีอื่นที่เย้ายวนกว่า ไฉนจะไม่ลุ่มหลงไปกับมารยาเหล่านั้น  ดั่งเช่นที่ตัวนางเคยกระทำมาก่อน  

 

 

          ซึ่งวันนี้จางซูหนี่ว์ก็ได้พิสูจน์ให้ม่านฉิงเซียงเห็นแล้วว่าเค่อเหยียนเหว่ย  ไม่ได้รักหรือซื่อสัตย์ต่อผู้เป็นภรรยามากมายนักหรอก  หากว่านางยังกระทำตัวเอาแต่ใจ  ใช้แต่อารมณ์ความอิจฉาริษยา  หึงหวง  นานเข้าสามีก็คงเบื่อหน่าย  และจะมากล่าวหาว่าเป็นเพราะผู้อื่นยั่วยวนสามีตนเองฝ่ายเดียวไม่ได้หรอกนะ  

 

 

          " บิดาของลูกเจ้ายืนอยู่ตรงนี้  ไยจึงต้องมองบุรุษอื่นที่ภรรยาเขาอยู่ข้างกายด้วยเล่า "

 

 

          หญิงสาวละสายตาจากชายหญิงคู่นั้น  และหันกลับมาเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียงยียวน

 

 

          "   หม่อมฉันคิดว่าพระองค์จะไม่เสด็จมาเสียแล้ว "

 

 

          นางยอบกายถวายบังคมบุรุษสูงศักดิ์ตรงหน้า  ทั้งเลือกที่จะไม่เอ่ยตอบคำถามกวนประสาทเมื่อครู่  เพราะคาดว่าคนตรงหน้าคงมาทันได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว  ในยามนี้นางยังไม่มีเวลาโต้เถียงกับเขานัก  จึงเลี่ยงไปเอ่ยถามเขาแทน

 

 

          " เปิ่นหวางต้องมาแน่  มารดาของลูกเปิดกิจการทั้งที "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิงเอ่ยตอบ  เขามาถึงได้สักครู่แล้วหากแต่เมื่อเห็นว่านางยืนสนทนากับชายหญิงคู่หนึ่งอยู่  จึงได้หยุดรอให้คนทั้งคู่เดินจากไปก่อน  เพื่อจะได้พูดคุยกับจางซูหนี่ว์ได้สะดวกขึ้นโดยไม่มีผู้ใดขัดจังหวะการสนทนา

 

 

        ทว่าเมื่อเห็นรอยยิ้มและสายตานั้นที่นางมองบุรุษตรงหน้า  มันกลับทำให้เขาเกิดความรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาในฉับพลัน  บุรุษผู้นั้นเป็นใครกัน....

 

 

         ' เค่อเหยียนเหว่ย เป็นอดีตคู่หมั้นของน้องสาวกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ  ข้างกายนั้นคือ ม่านฉิงเซียง ภรรยาของเขา '   

 

 

          แว่วเสียงของจางฮุ่ยหราน ที่ยืนอยู่ทางเบื้องหลังนั้นเอ่ยขึ้นมา ดั่งว่าล่วงรู้ความคิดของเขาเช่นนั้นล่ะ  หากแต่ก็ทำให้เขาได้รู้ว่าชายผู้นั้นมีความสัมพันธ์ฉันใดกับจางซูหนี่ว์  อดีต ก็คือ อดีต....

 

 

          แต่เหตุใดนางจึงต้องมอบรอยยิ้มเช่นนั้นให้กับ 'อดีตคู่หมั้น' ด้วยเล่า  ความรู้สึกคันยุบยิบในใจของเขายามนี้มันเกิดขึ้นเพียงเพราะนางมอบรอยยิ้มให้บุรุษอื่นเท่านั้นเอง  

 

 

          จางซูหนี่ว์ขมวดคิ้ว ไยเขาจึงต้องย้ำเพียงนี้  คำกล่าวดั่งว่าตั้งใจรวนนาง และใบหน้าเรียบนิ่งขรึมนั่นอีกล่ะ

 

 

          " ขอบพระทัยเพคะ  ถือว่าสกุลจางนั้นได้รับเกียรติอย่างสูงสุดที่พระองค์เสด็จมาดูการแสดงที่หอซือซิงนี้ ในวันแรกของการเปิดกิจการ "

 

 

          " เจ้าอยากให้เปิ่นหวางมาจริงๆหรือ "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิงเอ่ยกับสตรีตรงหน้า  คิดเอาไว้ว่าจะไม่แสดงอาการให้นางรับรู้ความรู้สึกไม่พอใจของเขา พยายามวางสีหน้านิ่งขรึม หากแต่ปากกลับเอ่ยวาจาอันใดออกไปก็มิรู้ได้  มันเป็นไปตามห้วงอารมณ์  

 

 

        สตรีผู้นี้เข้ามามีอิทธิพลต่อความรู้สึกและความคิดเขาตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่ทราบ  หากแต่ทุกการกระทำของนางนั้นมีผลต่อความรู้สึกเขาได้เสมอ

 

 

          " ไยพระองค์จึงกล่าวเช่นนั้น  ทรงลืมไปแล้วหรือว่าหม่อมฉันเป็นผู้ทูลเชิญเสด็จด้วยตนเอง "

 

 

          จะเอาอย่างไรกันแน่  นางตามอารมณ์คนตรงหน้าไม่ถูกหรอกนะ  ระยะหลังมานางไม่ได้เห็นใบหน้าขรึมของเขาเท่าไรนัก  หากแต่วันนี้เป็นอะไรขึ้นมาอีกเล่า  มีอะไรไยจึงมิพูดมิกล่าวออกมาตามตรง....

 

 

          " ช่างเถอะ  อ่ะ นี่เปิ่นหวางมอบให้เจ้าในวันแรกของการเปิดกิจการ "

 

 

        มู่หรงหย่งหมิง ตัดความรู้สึกที่เกิดขึ้นออกไปจากใจ เมื่อเห็นใบหน้าของนางเริ่มขุ่นมัวขึ้นมาเล็กน้อย  วันนี้วันดี แต่แรกก็ตั้งใจมาแสดงความยินดีและให้กำลังใจนาง  ไม่อยากให้ความหึงและหวงที่เกิดขึ้นในใจของเขาตอนนี้เป็นเหตุให้บรรยากาศต้องแย่ลง

 

 

          " ขอบพระทัยเพคะ..."

 

 

          หญิงสาวรับกล่องไม้รูปทรงยาวมาถือเอาไว้คิดว่าหลังจากกลับไปที่จวนจึงค่อยเปิดออกดู  หากแต่ก็ต้องชะงักเมื่อบุรุษตรงหน้าส่งสายตากดดันมาให้

 

 

          " เจ้าจะไม่เปิดดูหน่อยหรือ "

 

 

          " เพคะ "

 

 

          จางซูหนี่ว์นึกอยากจะขำบุรุษตรงหน้านัก  เห็นนางเป็นเด็กหรืออย่างไร ที่พอได้ของขวัญจากผู้ใดแล้วต้องรีบแกะกล่องของขวัญที่ได้ด้วยความดีใจ  และลุ้นว่าภายในกล่องนั้นจะมีอะไรบ้าง  แต่เท่าที่ดูในตอนนี้ผู้ที่เอ่ยให้นางเปิดกล่องไม้นี่ท่าทางจะลุ้นกว่านางเสียอีก  

 

 

          แม้จะไม่แสดงสีหน้าเท่าใด แต่การจับจ้องกล่องไม้ที่นางถือ กับประโยคเมื่อครู่ก็ทำให้รับรู้ได้  นางจึงลองเปิดกล่องไม้ออกดูตามที่ผู้ให้นั้นต้องการ  พบว่าในนั้นบรรจุม้วนกระดาษขนาดใหญ่แผ่นหนึ่ง

 

 

          " รุ่งเรือง "

 

 

          หญิงสาวอ่านข้อความในกระดาษแผ่นนั้น เมื่อได้คลี่มันออกมาดู ตัวอักษรนั้นถูกเขียนจากพู่กันขนาดใหญ่ การลงน้ำหนัก ทั้งการเขียนนั้นเป็นระเบียบสวยงาม บ่งบอกว่าผู้เขียนนั้นชำนาญไม่น้อย สมาธิต้องดี มือต้องนิ่ง จึงจะเขียนออกมาได้สวยงาม  หากแต่ว่า...

 

 

          " เป็นอย่างไรเจ้าไม่ชอบหรือ "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิงเอ่ยขึ้น  ภายในใจนั้นก็ลุ้นอยู่ว่าหญิงสาวจะชอบสิ่งที่เขามอบให้หรือไม่  คิดอยู่นานว่าจะให้สิ่งใดแก่นางดี  จำได้ว่านางเคยกล่าวว่าไม่อยากได้ของมีค่าด้วยเกรงใจเขามาตลอด  ทั้งเขาก็ไม่ต้องการถูกมองว่าให้ของสูงค่าเพื่อซื้อใจนางเช่นกัน

 

 

      จึงได้เขียนภาพอักษรมงคลนี้ให้แก่นาง  อย่างน้อยเขาก็เขียนมันด้วยตนเอง  หวังว่านางคงจะเห็นความตั้งใจของเขาบ้าง  หากแต่นางกลับนิ่งเงียบไปก็ทำให้เขาเกิดความน้อยใจขึ้นมาไม่ได้

 

 

          " หากเจ้าไม่ชอบเปิ่นหวางจะให้คนไปเปลี่ยน และหาสิ่งอื่นมาให้เจ้าแทน "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิง เอื้อมมือไปคว้ากระดาษแผ่นนั้นจากมือของนาง  หากแต่สตรีตรงหน้ากลับเอี้ยวตัวหลบไปอีกทาง

 

 

          " ใครบอกว่าไม่ชอบเพคะ  หม่อมฉันชอบมันมาก ตัวอักษรนั้นมีความหมาย ลายเส้นงดงาม บ่งบอกความพยายามและตั้งใจของผู้เขียน.... "

 

 

          นางกล่าวออกไป  ของสูงค่าใช่ว่าจะต้องมีราคา  หากแต่อยู่ที่ความตั้งใจของผู้ให้ต่างหาก  ทั้งนางเองก็อยากรู้ด้วยว่าจวิ้นอ๋องนั้นทรงเขียนมันด้วยตนเอง หรือให้ผู้อื่นเขียนให้ เพื่อย้ำความคิดบางอย่างของนางในตอนนี้ หากแต่ยังมิทันเอ่ยถามสิ่งใด สายตาก็เหลือบไปเห็นบุรุษสูงศักดิ์อีกคนที่เดินเข้ามา

 

 

          " ถวายพระพร องค์ชายห้าเพคะ"

 

 

          นางยอบกายถวายบังคมผู้มาใหม่  พลางมองเครื่องแต่งกายของบุรุษตรงหน้าที่ครานี้ทรงสวมอาภรณ์ได้หรูหราเหมาะสมกับตำแหน่งองค์ชาย  ต่างจากทุกทีที่ได้พบกันนางมักเห็นว่าเขาสวมอาภรณ์ในชุดของชาวบ้านทั่วไปที่เรียบง่ายไม่ได้มีราคาใดเลย  ครั้งนี้จึงแปลกตาไปกว่าทุกที

 

 

          " ขอเปิ่นหวางร่วมชมการแสดงด้วยได้หรือไม่ ซูหนี่ว์ "

 

 

          มู่หรงหยางเฉิงเอ่ยกับสตรีตรงหน้า  หลังจากที่เขาหันไปกล่าวทักทายผู้เป็นพี่ชายแล้ว

 

 

          " ด้วยความยินดีเพคะ "

 

 

          นางกล่าวพลางส่งยิ้มไปให้องค์ชายห้า  ซึ่งระยะหลังนางก็ได้พบเขาอยู่บ่อยครั้งเช่นกัน  บางครั้งเมื่อผ่านไปยังตลาด และถ้ามีโอกาสได้พบองค์ชายห้าที่กำลังช่วยตรวจอาการให้ชาวบ้านที่เจ็บป่วย  ยังเคยไปช่วยเขาคอยดูแลชาวบ้านที่มานั่งรอตรวจอาการอยู่บ่อยๆ

 

 

        และเมื่อคุ้นเคยกันมากขึ้นคำที่ทรงเรียกขานนางจากคุณหนูจาง ก็เปลี่ยนเป็นชื่อของนางแทน  

 

 

         " ภาพอักษรมงคลในมือเจ้านั้นงามนัก  ได้มาจากที่ใดหรือ "

 

 

          " ข้าเป็นผู้มอบให้นางเอง "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิง เอ่ยตอบคำถามน้องชายแทนสตรีตรงหน้า

 

 

          " เช่นนั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ...หม่อมฉันก็มีของมาให้นางเช่นกัน ในวันแรกที่นางเปิดกิจการ "

 

 

          มู่หรงหยางเฉิง กล่าวพลางยื่นกล่องเครื่องประดับให้จางซูหนี่ว์

 

 

          " ขอบพระทัยเพคะ "

 

 

          หญิงสาวรับรู้ได้ถึงบรรยากาศกดดันแปลกๆ หากแต่ก็เอื้อมมือไปรับสิ่งที่อยู่ในมือขององค์ชายห้า และเปิดมันออกมาดูเพื่อความเท่าเทียมกับชิ้นก่อนหน้าที่ได้รับจากจวิ้นอ๋อง

 

 

          " เปิ่นหวางเห็นว่าปิ่นนี้สวยดี ทั้งยังเข้าคู่กันได้ดี กับสร้อยเส้นนั้นที่เจ้าสวมอยู่ "

 

 

          มู่หรงหยางเฉิงนั้นอยากจะบอกนางเป็นนัยๆว่าเรื่องของนางนั้นเขาก็ใส่ใจในรายละเอียดอยู่ไม่น้อย  ทุกครั้งที่พบกัน  เขามักเห็นว่านางสวมสร้อยเส้นหนึ่งอยู่ตลอด  คาดว่านางคงจะชอบหรือโปรดปรานอยู่ไม่น้อย  

 

 

       ทั้งบังเอิญว่าเขาไปพบปิ่นปักผมประดับอัญมณีนี้เข้า ลวดลายนั้นเมื่อนำมาประดับบนเรือนผมของนางแล้วน่าจะเข้าคู่กันได้ดีทีเดียวกับสร้อยเส้นนั้น

 

 

          " เอ่อ..งดงามมากเพคะ "

 

 

          จางซูหนี่ว์ไม่รู้จะวางหน้าอย่างไรให้ถูกกับบรรยากาศ  บังเอิญเกินไปหรือไม่ เครื่องประดับที่เข้ากันราวกับว่าเป็นชุดเดียวกัน  หากแต่ผู้ให้กลับมีถึงสอง ชิ้นหนึ่งผู้ให้คือพี่ชาย  อีกชิ้นคือน้องชายเป็นผู้ให้...

 

 

          อะไรก็ไม่เท่ากับสายตาของจวิ้นอ๋องที่มองมาที่นาง  ไยจึงรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกก็ไม่รู้  จึงได้แต่ส่งยิ้มเบาบางไปให้องค์ชายห้าแทน

 

 

        " ว่าแต่อักษรนั่นฝีมือของท่านหรือ พี่รอง...หม่อมฉันจำได้ "

 

          มู่หรงหยางเฉิงเอ่ยขึ้น ด้วยจำลายมือของผู้เป็นพี่ชายได้เพราะเรียนการเขียนอักษรมาด้วยกันอยู่นานตั้งแต่ยังเยาว์  ท่านอาจารย์ยังเคยกล่าวชื่นชมเลยว่ามือของพี่รองนั้นนิ่งเวลาสะบัดปลายพู่กันจะได้ลายเส้นที่สวยงาม  

 

        ซึ่งเมื่อเติบโตขึ้นนอกจากจับพู่กันได้นิ่งแล้ว  มือของพี่รองยังจับกระบี่ในมือได้นิ่งและมั่นคงพอกันเลยทีเดียว

 

 

          จางซูหนี่ว์หันกลับมามองจวิ้นอ๋องทันที เมื่อได้ยินที่องค์ชายห้ากล่าวเช่นนั้น  มันเป็นคำพูดที่นางคิดจะถามเขาแต่แรก  ถึงว่าลายมือนั้นคุ้นจริงๆ เพราะนางไปช่วยเขาฝนหมึกที่ห้องทรงงานอยู่บ่อยๆนั่นเอง  

 

 

       แต่นั้นก็ไม่เท่ากับว่ามันเป็นลายมือเดียวกัน  กับที่ปรากฏอยู่ในจดหมายฉบับนั้น พร้อมกับสมุนไพรบำรุงร่างกายราคาแพงนั่น

 

 

          " ใช่...ข้าเป็นผู้เขียนมันเอง แต่มันก็คงสู้ปิ่นปักผมมีราคาของเจ้ามิได้กระมัง "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิงกล่าวตอบน้องชาย ด้วยสีหน้าเรียบ

 

 

          " หม่อมฉันว่า เชิญเสด็จเข้าไปด้านในก่อนเถิดเพคะ เพราะนี่ก็ใกล้จะได้เวลาทำการแสดงแล้ว "

 

 

          จางซูหนี่ว์เอ่ยขึ้นด้วยเห็นว่าให้เชื้อพระวงศ์นั้นยืนคุยกันเป็นเวลานานที่ประตูทางเข้า  คงจะเป็นการเสียมารยาทเต็มที  ซึ่งบุรุษสูงศักดิ์ทั้งสองนั้นก็พยักหน้าเป็นเชิงรับรู้

 

 

          " ไปสิ "

 

 

          มู่หรงหยางเฉิงกล่าว

 

 

          " ขอบพระทัยเพคะ "

 

 

          หญิงสาวกล่าวเสียงแผ่วเบาราวเสียงกระซิบ  ด้วยต้องการให้บุรุษที่กำลังจะเดินผ่านหน้านางไปนั้นได้ยินแต่เพียงผู้เดียว

 

 

          " เรื่องอะไร "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิงชะงักไปเล็กน้อย พลางเอ่ยถามกลับไปเสียงเบาเช่นกัน

 

 

          " สมุนไพรนั่น ขอบพระทัยเพคะ "

 

 

          จางซูหนี่ว์แน่ใจแล้วว่ามันมาจากจวิ้นอ๋องผู้นี้  ไม่ใช่องค์ชายห้า  จึงตัดสินใจเอ่ยขอบคุณเขาพลางส่งยิ้มไปให้จากใจจริง  ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยเข้าใจนักว่าส่งมาให้นาง  แต่เพราะเหตุใดจึงไม่ยอมบอกกล่าวสิ่งใดแก่นางเลยก็ตามที

 

 

          " เปิ่นหวางเต็มใจ "

 

 

          มู่หรงหย่งหมิงกล่าวตอบนางไปเช่นนั้น และก้าวผ่านหน้านางเข้าไปด้านในทันที  หากแต่ใบหน้าที่เรียบสนิทติดจะบึ้งตึงนั้นค่อยๆปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาทีละนิดๆ

 

 

          ถ้าหากว่าชายหนุ่มจะหันกลับมามองสักนิด  จะพบกับสายตาของสตรีที่เขาเพียรพยายามทำให้นางรักนั้น  มองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป  พร้อมรอยยิ้มบางเบาที่แต่งแต้มอยู่บนใบหน้างามนั้นเช่นกัน

 

เถียนเถียนเองค่ะ

     

          ตอนนี้เฮียอ๋องแกรู้ใจตัวเองว่ารักนางเข้าแล้ว มันก็จะเยอะหน่อย  แต่น้องหนี่ว์นี่นะ ม่ะไรเอ่ย ม่ะไรจะรัก เอ๊ะ..หรือว่าชอบเขาไปแล้วแต่ไม่รู้ตัว

          พี่น้องคู่นี้ ความเปย์ต้องมา 555

 

 

     

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 696 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,484 ความคิดเห็น

  1. #6456 1988yongsi (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 11:47
    ท่านอ๋อง.fighting​????
    #6,456
    0
  2. #6427 มุเจิน (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 16:29

    ไอขี้เก๊กเอ๋ย หมั่นไส้

    #6,427
    0
  3. #6354 Nattiya Bursnachaitavee (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 11:25
    ท่านอ๋องทรงเริ่มต้นการแหวกว่ายในทะเลน้ำส้ม. 55555555
    #6,354
    0
  4. #6291 bbgun1ae (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 21:52
    เข้าใจนางเอกนะไม่รู้ว่าเค้าหลอกหรือจริงเพราะจุดประสงค์แรกที่จวิ้นอ๋องตั้งใจหลอก จะไห้เชื่อใจมอบใจไห้มันก็ยังไงอยู่
    #6,291
    0
  5. #6167 K-muk (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 21:37
    อยากให้เฮียได้ขิงบ้าง เอ็นดู~
    #6,167
    0
  6. #6019 baby-m2 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 14:28
    สักที!!! ลุ้นมานานนนนนนนนนนน
    #6,019
    0
  7. #5977 pemipond (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 20:51
    ข้าก็อยากได้ปิ่นบ้าง
    #5,977
    0
  8. #5856 Sistel2 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 10:25

    รักกันเร็ว ๆ นะ

    #5,856
    0
  9. #5393 Nm'mi (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 13:12
    กรรมตามสนองจ๊ะ พูดใส่ลี่จูจะเชื่อไหม ว่าพ่อตัวเองนั้นแหละที่ทำให้ลูกไม่สมหวังในรัก เริ่มจากเป่าหูน้องสาวจนลากยาวมาถึงตอนนี้
    #5,393
    1
    • #5393-1 เถียนเถียน / A.C.E(จากตอนที่ 29)
      20 มกราคม 2561 / 16:40
      กรรมจริงๆค่ะ ทำอะไรไว้ก็ได้แบบนั้น
      #5393-1
  10. #4966 mayar (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 22:17
    สรุปว่าชีรักไม่สมหวังแล้วพาลพาโล จิตป่วยเอ๊ย
    #4,966
    0
  11. #4747 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 19:30
    แค้นกันเป็นรุ่นๆ
    #4,747
    0
  12. #4525 ang_9potion (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 18:21
    ก็คิดอยู่ว่าทำไมแม่ท่านอ๋องถึงไม่ได้เป็นฮองเฮาทั้งที่ตอนนั้นบอกว่ามีใจให้ไท่จื่อ แถมต้วนฮองเฮาในยุคนั้นก็ยังช้ำรักอยู่ มาตอนนี้เข้าใจแจ่มแจ้งเลยค่ะ
    #4,525
    0
  13. #4232 เมมฟิส (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 22:13
    สวี่กุ้ยเฟยน่าจะเป็นผู้บงการฆ่าท่านอ๋องโดยใช้่สาวใช้ทำงานแทน และที่ว่าคอยดู-ัดกันคือท่านอ๋องและฮองเฮารวมทั้งตระกูลต้วน ส่วนสวี่กุ้ยเฟยและลูกคอยรับประโยชน์รึเปล่า
    #4,232
    0
  14. #3917 รินหัวใจใส่ลาเต้ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2560 / 15:29
    ฮองเฮานางเหนื่อยไหมนั้นนะประวัตินางทุกข์ละทมเกิ้น อำนาจก็วางไม่ลงแล้วนั้นนะ หวงกุ้ยเฟยมารดาท่านอ๋องก็ไม่น่าไปช่วย-ผู้ชายคนนั้นไว้เลยชีวิตช่วงซวยแท้ๆอยู่ดีดีโดนจองล้างจองผลาญกันยาวๆถึงลูกเลยนะเนี่ย เฮ่อๆรุ่นใหญ่แล้วจะมาถึงรุ่นลูกก็แย้งผู้หญิงกันอีก
    #3,917
    0
  15. #3630 Nunticha2540 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2560 / 22:34
    ฮ่องเฮาหลอกตัวเองมานานถึงขนาดนี้ได้ยังไง ไม่เหนื่อยบ้างหรอ เฮ้อ.....
    #3,630
    0
  16. #3033 c@ke (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 / 17:57
    ถ้าเฟิ่งจินเหลียนไม่ช่วยเมิ่งชงอวี้ไว้นะ ป่านนี้ครอบครัวนางสุขสันต์ไปแล้ว ไม่ต้องมีคนอื่นมาแทรกแซงให้วุ่นวายเท่านี้

    ฮองเฮาจอมฉกตำแหน่งก็นะ เขาช่วยคนของตัวเองไว้ยังไม่คิดถึงความดีอีก ตัวเองคลาดสายตาปล่อยให้ตายเอง มาโทษคนอื่นอีก
    #3,033
    1
    • #3033-1 เถียนเถียน / ลักษมณ์(จากตอนที่ 29)
      25 พฤศจิกายน 2560 / 19:08
      ฮองเฮานั้นโยนความรู้สึกเสียใจต่างๆ ของนาง ไปที่เฟิ่งจินเหลียนทั้งหมด คงเพราคิดว่ามันจะบรรเทาความทุกข์ในใจได้ แต่เปล่าเลยกลับเป็นการผูกปัญหาใหม่ขึ้นมาไม่จบสิ้น ผลสุดท้ายคนที่ได้รับผลกระทบจากความมเคียดแค้นของรุ่นพ่อแม่ ก็คือลูกๆหลานๆทั้งนั้น
      #3033-1
  17. #2983 RT61212162 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 / 08:38
    ขอบคุณค่ะ
    #2,983
    0
  18. #2979 --Iam-- (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 / 00:01
    โอ้โห ว่าจะถามมาหลายตอนละ ว่าต้วนฮองเฮาคนนี้ไม่ใจแคบไปหน่อยเหรอ ตอนนี้ต้องถามแทนว่า ฮองเฮาคนนี้ไม่หูเบาไปหน่อยเหรอ อะไรคือการที่มองว่าตัวเองมีรักแท้ได้แต่ผู้อื่นไม่มี แล้วอะไรคือการเชื่อพี่ชายขนาดนั้น
    ต้วนคนพี่นี่อีกคน ถ้าจะกล่อมให้น้องยอมเชื่อได้ขนาดนั้น กล่อมในทางที่ดีก็ได้มั้ยเล่า ยังไงนางก็ฟังอะ ตอนนี้ก็แค่อยากได้อำนาจไม่ใช่เหรอ
    แล้วเป็นไงสุดท้ายต้วนลูกเลยถูกลากมาเกี่ยว เพราะน้ากล่อมมาไง เหมือนที่ต้วนพ่อเคยกล่อมน้องสาวไว้ กรรมตามสนองมั้ยละ แต่คือไม่เคยรู้ความจริงเบื้องหลังอะไรเลยหรือไง ถ้ารู้ก็น่าจะรู้ว่าปัญหามันเกิดตั้งแต่สมัยพ่อแม่ ถ้าจวิ้นอ๋องไม่รักจริง ไม่มีทางยอมแต่งอะ จุดนั้นถ้าไม่ได้รักใครเข้าจริงๆ แต่งชาวบ้านธรรมดายังดีกว่าแต่งต้วนลูกอะ
    นี่ต้วนพ่อก็คงพอมองออกละมั้ง ว่าถ้าให้ลูกสาวแต่งเข้าไปจริงๆ ชีวิตในจวนจวิ้นอ๋องคงเศร้ามากอะ นอกจากไม่เป็นที่โปรดปรานแล้ว ยังอาจใช้เป็นตัวประกันได้อีก อยากฆ่าจวิ้นอ๋องมากนักใช่มั้ย แค่สร้างสถานการณ์ว่ามีนักฆ่ามา แต่ดันเกิดอุบัติเหตุ นอกจากฆ่าจวิ้นอ๋องไม่ได้ ดันไปโดนต้วนลูกแทนงี้ โอ้โห หัวอกคนเป็นพ่อ นับว่ายังมีจิตใจอยู่บ้าง ยังรักลูกสาวอยู่อะ
    #2,979
    1
    • #2979-1 เถียนเถียน / ลักษมณ์(จากตอนที่ 29)
      25 พฤศจิกายน 2560 / 06:20
      ทุกอย่างเกาะเกี่ยวเชื่อมโยงเป็นกงกรรมกงเกวียนค่ะ ^^
      #2979-1
  19. #2978 momint1993 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 23:30
    รอชม ตอนต่อไป ลุ้นมาก
    #2,978
    1
  20. #2976 Farsa_QuinN (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 23:04
    รักน้องผิดทางแท้ๆ - -
    #2,976
    0
  21. #2975 Shadow-1 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 22:59
    ปากบอกว่ารักน้อง...ที้แท้ก็เห็นแก่ตัว
    #2,975
    0
  22. #2974 PandaPhung (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 21:39
    หลายอย่างมันมีที่มาที่ไปแบบนี้เอง อันที่จริงตัวเองก็รู้ความจริง แต่จงใจสร้างเรื่องผูกปมด้วยตัวเองเพื่อช่วยน้อง สุดท้ายเป็นไงล่ะ ฆ่าน้องทั้งเป็นให้จมกับความทุกข์แบบนั้นโดยที่แก้ไขอะไรไม่ได้ แล้วก็ทำผิดซ้ำซากอีก ผูกปมไปอีกขั้นด้วยการลอบสังหารจวิ้นอ๋องอีก
    #2,974
    1
    • #2974-1 เถียนเถียน / ลักษมณ์(จากตอนที่ 29)
      24 พฤศจิกายน 2560 / 22:43
      สร้างเรื่องเบี่ยงเบนเพื่จูงใจให้น้องกลับมาฮึกสู้และมีกำลังใจในการใช้ชีวิตต่อไป โดยไม่สนถูกผิด เสร็จแล้วพอมีอำนาจก็วางไม่ลงอีก ของพวกนี้มันเหมือนยาเสพติด ยิ่งมีมากก็ยิ่งปล่อยวางยาก แต่ถามว่าชีวิตมีความสุขจริงๆบ้างมั้ยก็ไม่ โดยเฉพาะฮองเฮาลึกๆนางก็รู้ดีแก่ใจว่าทุกอย่างได้มาเพราะยื้อแย่งเขามาทั้งนั้น ^^
      #2974-1
  23. #2973 love-novel-pp (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 20:54
    ขอบคุณค่ะ
    #2,973
    0
  24. #2971 risuki666 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 20:31
    ไม่มีความสงสารให้ครอบครัวนี้เลย เดินทางผิดทั้งครอบครัว
    #2,971
    1
    • #2971-1 เถียนเถียน / ลักษมณ์(จากตอนที่ 29)
      24 พฤศจิกายน 2560 / 20:50
      เหลิงในอำนาจที่ได้มาด้วยการยื้อแย่ง ให้มีอำนาจล้นฟ้าก็หามีความสุขไม่
      #2971-1
  25. #2970 J-yunah (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 19:56
    ทำไมฮองเฮาถึงได้ตั้งครรภ์ก่อนแม่พระเอกอะ? เหอๆ เกลียดทั้งเต้ทั้งเฮาเลยละกัน รอตอนต่อไปจ้าาา สู้ๆนะคะไรท์ สนุกๆ
    #2,970
    1
    • #2970-1 เถียนเถียน / ลักษมณ์(จากตอนที่ 29)
      24 พฤศจิกายน 2560 / 20:51
      อันนี้คงอยู่ที่ความพร้อมของร่างกายด้วยมั้งคะ ^^
      #2970-1