ชายาอ๋องกระดูกเหล็ก (สนพ.สถาพรบุ๊คส์)

ตอนที่ 18 : ไร้ค่า (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 94,738
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,163 ครั้ง
    13 ก.พ. 61


          ต้นฤดูหนาวในยามค่ำคืนที่แสนเงียบสงัด ผู้คนคงต่างพากันซุกกายอยู่ภายใต้ผ้าห่มหนาอุ่น  และหลับใหลอยู่อย่างเป็นสุข  

 


          ใช่สิ...คนอื่นนั้นอาจจะเป็นสุข  แต่มันช่างตรงกันข้ามกับนางเหลือเกิน  ที่จนถึงป่านนี้ก็ยังมิอาจข่มตานอนหลับลงได้  จิตใจว้าวุ่นนั้นกระหวัดคิดถึงแต่เรื่องเมื่อตอนหัวค่ำระหว่างนางกับจวิ้นอ๋อง  

 


          ทำไมเขาถึงเป็นคนแบบนี้นะ  นอกจากเจ้าเล่ห์แล้วยังเป็นคนที่ชอบฉวยโอกาสอีกด้วย   

 


          โกรธ...แน่ล่ะ!!  นางย่อมโกรธเขาแน่นอน  อยากจะเอามีดมาสับๆๆๆๆ เขาเป็นหมื่นๆชิ้นเสียด้วยซ้ำ  ถ้าทำได้นางคงทำไปแล้ว...

 


          หากแต่ความเป็นจริง สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่เขา เอ่อ..ถอนริมฝีปากของเขาออกจากริมฝีปากของนางนั้น  นางกลับไม่มีแม้เรี่ยวแรงที่จะทำสิ่งใดเลยมากกว่า ในหัวสมองนั้นเบลอไปหมด 

 


        และเป็นนางเองที่ทิ้งน้ำหนักลงไปให้เขาช่วยประคองเสียอย่างนั้น  ช่างน่าอับอายนัก  จูบแรกที่แสนหวานและดูดดื่มของทุกคนก็คาดหวังที่จะมอบให้กับคนที่ตนเองรัก มิใช่หรือ...

 


          ถึงแม้นางจะไม่ค่อยเชื่อในเรื่องรักแท้บ้าบออะไรนั่นเท่าไรนัก...แต่เขามีสิทธิ์อะไรที่มาฉกฉวยขโมยเอาจูบของนางไปดื้อๆ เมื่อตั้งสติได้จึงได้ผลักวงแขนของจวิ้นอ๋องที่ใช้โอบประคองนางอยู่นั้นออกไปจากร่างกายของนาง 

 


      เมื่อหายอึ้งและตกใจ ความโกรธก็เข้ามาแทนที่  โกรธจนไม่อยากแม้จะหันไปมองหน้าของบุรุษสูงศักดิ์  แต่การกระทำที่ปฏิบัติต่อสตรีนั้น ช่างป่าเถื่อนยิ่งนัก...

 


          " เปิ่นหวางรู้ว่าเจ้าคงจะโกรธเคืองเปิ่นหวาง  และถึงแม้จะรู้ดีว่าเอ่ยขอโทษไปเจ้าก็คงไม่หายโกรธ  แต่เปิ่นหวางก็อยากจะพูดมันอยู่ดี  เปิ่นหวางขอโทษ  และพร้อมจะรับผิดชอบเรื่องเมื่อสักครู่ที่ได้ทำลงไปกับเจ้า "



          มู่หรงหย่งหมิงเอ่ยเสียงแผ่ว  แม้จะไม่แน่ใจนักว่าความรู้สึกที่มีต่อนางนั้นคืออะไร  เพราะเมื่อนางกล่าวทวงสัญญามิพบหน้า  ความรู้สึกบางอย่างก็ก่อตัวขึ้น  จนแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังอดที่จะงุนงงในความรู้สึกของตนเองมิได้.....  

 


      จะโกรธก็ไม่ใช่  จะน้อยใจก็ไม่เชิง  รู้เพียงแต่ว่าไม่ชอบให้นางกล่าวเช่นนั้นเลย  เพียงไม่กี่วันที่ได้พบกันเขามีความรู้สึกต่อสตรีผู้นี้ได้มากมายเพียงนี้เชียวหรือ  จากที่เคยคิดเพียงแค่ว่านางน่าสนใจดี หากแต่ตอนนี้ความรู้สึกของเขานั้นน่าจะก้าวผ่านคำที่ว่า 'น่าสนใจ' ไปแล้วแน่นอน...

 


       " รับผิดชอบหรือเพคะ...จะทรงรับผิดชอบอย่างไร "

 


       จางซูหนี่ว์ เอ่ยขึ้นทั้งที่ก็ยังมิยอมหันหน้าไปมองทางบุรุษผู้นั้นอยู่ดี

 


       "  เปิ่นหวางทำให้เจ้ามีมลทินเสียแล้ว...เจ้าจะแต่งให้เปิ่นหวางได้หรือไม่ "

 


         มู่หรงหย่งหมิงรู้สึกว่าการกล่าวประโยคนี้นั้น  ช่างมีความกดดันมากกว่าครั้งก่อนที่เขาเสนอตำแหน่งจวิ้นหวางเฟยให้นางเสียอีก ลึกๆแล้วภายในใจนั้นก็คาดหวังคำตอบจากนางอยู่ไม่น้อย

 


          หญิงสาวสะดุดใจในสิ่งที่จวิ้นอ๋องได้เอ่ยออกมา  เหตุใดเขาช่างกล่าวประโยคเมื่อสักครู่ได้อย่างหน้าตาเฉย  ไม่คิดสักหน่อยหรืออย่างไร  แต่งนางเป็นจวิ้นหวางเฟยเพื่อรับผิดชอบในสิ่งที่ล่วงเกิน  แล้วก่อนหน้าไยเขาจึงไม่คิดว่าทำเช่นนั้นนางจะเสียหาย  เขาจูบนางเพื่อ...????

 


          นางกล่าวสิ่งใดผิดกัน....เพียงเอ่ยถึงสัญญาก่อนหน้าเท่านั้น  อยู่ๆก็เข้ามาจูบแล้วก็มาบอกจะรับผิดชอบกระนั้นหรือ  ดั่งว่าตบหัวแล้วมาลูบหลังเช่นนี้  ไยความคิดอ่านที่จะรับผิดชอบของเขาจึงตื้นเขินนัก  คิดว่านางจะมีจิตพิสมัยกระหายตำแหน่งจวิ้นหวางเฟยจนต้องรีบคว้าโอกาสที่เขามอบให้ทันทีเช่นนั้นหรือไร

 


          " ทรงคิดว่าตำแหน่งจวิ้นหวางเฟย จะมอบให้ผู้ใดก็ได้เช่นนั้นหรือเพคะ "

 


          " เป็นสิทธิ์ขาดของเปิ่นหวาง ที่จะมอบให้กับผู้ใดก็ได้  ซึ่งเปิ่นหวางกำลังจะยกมันให้กับเจ้า "

 


            " เพื่อรับผิดชอบ ที่ทรงล่วงเกินหม่อมฉันเช่นนั้นหรือ "

 

 

          " ใช่ "   

 


          มู่หรงหย่งหมิงตอบหญิงสาวตรงหน้า  หากแต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นนางถอนหายใจออกมา 

 


          " ตำแหน่งไร้ค่าเช่นนั้น หม่อมฉันไม่อยากได้หรอกเพคะ "

 


          จางซูหนี่ว์กล่าวออกไป 

 


          " เจ้าว่าอะไรนะ  ตำแหน่งไร้ค่าเช่นนั้นหรือ "

 


          มู่หรงหย่งหมิงให้ประหลาดใจนักกับความคิดอ่านของนาง  สตรีในแผ่นดินนี้เพื่อให้ได้เป็นอนุหรือชายารองพวกนางพร้อมที่จะถวายตัวให้เขาแทบทั้งนั้น  หากเขามีจิตใจฝักใฝ่ลุ่มหลงในอิสตรีเพียงนิดคงได้มีสตรีโฉมงามห้อมล้อมอยู่เต็มวังเป็นแน่  

 


          ไม่ต้องกล่าวถึงตำแหน่งจวิ้นหวางเฟย ที่อยู่เหนือสตรีทุกนางในวังจวิ้นอ๋อง สตรีหนึ่งเดียวที่ได้เคียงข้างกายเขา ทว่าเขามอบมันให้แก่นา แต่นางกลับบอกว่ามันไร้ค่าเช่นนั้นหรือ

 


          " เพคะ...ไร้ค่า... "

 


          " ขอเหตุผล เหตุใดเจ้าจึงว่าไร้ค่า มิรู้หรือว่ามีสตรีอีกหลายสิบหลายร้อยนางอยากดำรงตำแหน่งนี้เพียงใด "

 


          เขาเอาอะไรมามั่นใจหนักหนา ว่าสตรีทุกคนในใต้หล้านั้นล้วนอยากเป็นจวิ้นหวางเฟย  จางซูหนี่ว์ให้นึกสงสัยยิ่งนัก

 


          "  ไร้ค่า ในความหมายของหม่อมฉัน มิใช่ไร้ค่าในศักดิ์ฐานะ ยศตำแหน่งเพคะ...แต่ไร้ค่าทางด้านความรู้สึก สตรีอื่นรู้สึกเช่นไรหม่อมฉันหารู้ไม่  หากแต่หม่อมฉันไม่ปรารถนาที่จะเป็นภรรยาเอกแล้วให้สามีมีภรรยาน้อยร่วมชายคา ร่วมหลับนอนกับสามีตนเอง หม่อมฉันปรารถนาที่จะเป็นภรรยาเพียงหนึ่งเดียวที่ถูกยกย่อง ได้รับเกียรติและความรักจากผู้เป็นสามี โดยไม่มีสตรีอื่นมาแบ่งปันความรักนั้นไปจากหม่อมฉัน "

 

 

          " เปิ่นหวางยังมิได้แต่งชายารอง หรืออนุสักคน "

 


          มู่หรงหย่งหมิงแย้งขึ้นมา 

 


          " แต่อนาคตก็ไม่แน่ ใช่หรือไม่...หากแต่นั่นก็ยังมิใช่ประเด็นสำคัญหรอกเพคะ  ประเด็นอยู่ที่ว่าทรงมอบตำแหน่งนี้ให้หม่อมฉัน โดยไม่ได้รู้สึกอะไรเลยต่างหาก  ผู้ที่ทำให้มันไม่มีค่าเลยสำหรับหม่อมฉัน ก็คือจวิ้นอ๋องเองต่างหากเล่า  ถ้าทรงมอบให้ด้วยความรักจากพระองค์สักน้อย  แม้หม่อมฉันจะไม่ได้มีจิตเสน่หาพระองค์ก็ตามที แต่ก็คงจะรู้สึกดีกว่าตอนนี้เป็นแน่...ทว่าทรงมอบให้โดยไม่มีความรู้สึกใด ทั้งยังมอบให้เพียงเพราะความรับผิดชอบ  ในเมื่อต่างคนต่างไร้จิตปฏิพัทธ์ต่อกันอยู่กันไปก็เท่านั้น ตำแหน่งจวิ้นหวางเฟย ช่างไร้ค่าสำหรับหม่อมฉัน ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาทุกประการ เพคะ "

 


          นางกล่าวเหตุผลเสียยืดยาวก็ไม่แน่ใจนักหรอก  ว่าบุรุษตรงหน้าจะเข้าใจในสิ่งที่นางกล่าวมาทั้งหมดหรือไม่  ด้วยนางเป็นคนที่เติบโตมาจากอีกโลกที่ยึดถือการมีสามีภรรยาเดียว  ให้เกียรติและยกย่อง

 


          ถึงแม้ว่าทั่วไปจะมีข่าวให้พบเห็นมากมายถึงการมีชู้ คบซ้อน ภรรยาหรือสามีนอกใจกัน นั่นนางก็มองว่าเพราะพวกเขามิได้มีความรักให้กันตั้งแต่แรก  อาจเป็นเพราะความหลงมากกว่า...

 

          ดูอย่างบิดามารดาของนางเป็นไร  เคยรักกันมาก  เคยมีความสุข  สร้างครอบครัวด้วยกันจนมีปาลินคนนี้ ออกมาเป็นพยานรัก เป็นโซ่ทองคล้องใจ  แต่แล้วอย่างไร....

 


          ถึงวันหนึ่งพวกท่านทั้งสองก็หย่าขาดกัน  ต่างคนต่างแต่งงานใหม่  นางต้องไปๆมาๆระหว่างบิดาทีมารดาที ความรัก ความอบอุ่น ความสุข ที่เคยมีก็ถูกแบ่งปันไปให้ครอบครัวใหม่ของท่าน  และแม้ว่านางจะมิได้ถูกทอดทิ้งเสียทีเดียว  เพราะก็ยังได้รับการปรนเปรอด้วยเงินทองและวัตถุ  แต่มันไม่ใช่สิ่งที่นางต้องการเลย  นางต้องการเพียงครอบครัวที่อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาดั่งเดิม  

 


          ผลผลิตของครอบครัวที่แตกแยก ต้องอยู่ตรงกลางระหว่างชายหญิงที่หมดรักซึ่งกันและกันแล้ว  นางรู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่น่ายินดีสักเท่าไรเลย  มีรักได้ ก็หมดรักได้ นั่นคือสิ่งที่นางเรียนรู้

 


          " เจ้าต้องการความรักจากเปิ่นหวาง  แล้วรู้ได้อย่างไรว่าเปิ่นหวางไม่มีความรู้สึกใดให้เจ้า "

 


          มู่หรงหย่งหมิงเอ่ยขึ้น...ความรู้สึกนั้นมีแน่ แต่กลับไม่รู้ว่ามันคืออะไรเท่านั้น  ทั้งเวลาที่รู้จักกันนั้นน้อยและยังเป็นคนที่สตรีตรงหน้ามิพึงปรารถนาอีกด้วย  ใช่ว่าเขาอยากจะทำให้นางมีมลทินติดตัวเสียเมื่อไร  ทว่าเหตุใดเขาจึงปฏิบัติต่อนางเช่นนั้นก็มิเข้าใจตัวเองเช่นกัน  จากความสนใจ เป็นความพึงใจ อยากเข้าใกล้ ชอบที่จะมองใบหน้าเชิด  แววตาวิววับเหมือนคิดอะไรอยู่ในใจตลอดเวลา  ชอบที่นางนั้นไม่พยายามที่จะเอาใจพะเน้าพะนอเขาอย่างใครๆ  เป็นความต่างที่ดึงดูดความสนใจเขาได้มิน้อย 

 


           ถ้าที่รู้สึกมาคือความพึงพอใจในตัวนาง  แน่นอนว่าเขาย่อมไม่ปฏิเสธ  แต่มันคือความชอบที่จะกลายเป็นความรักนั้นหรือไม่ เขาเองก็ให้ประหลาดใจนักว่าคนเราจะสามารถชอบหรือรักใครสักคนได้ภายในเวลาไม่กี่วันได้หรือไม่  ทว่าเพียงนางกล่าวว่าไม่อยากพบเจอและห่างเหินเย็นชา  เขาก็อยากรั้งนางเอาไว้เหลือเกิน...

 


          "  จะทรงบอกว่ารักหม่อมฉันหรือเพคะ "

 


          จางซูหนี่ว์มองสบสายตาบุรุษตรงหน้านิ่ง  นางมิรู้ดอกว่าเบื้องลึกจิตใจเขารู้สึกอย่างไร หรือแม้ว่าเขาคิดกับนางอย่างไร  แต่ที่สัมผัสได้ตัวจวิ้นอ๋องเองก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความรู้สึกที่มีนั้นเรียกว่าอะไร  แต่ที่แน่ๆ คงไม่ใช่ความรักหรอก...

 


          " เปิ่นหวาง...."

 


          นั่นสิ....รักนาง เขารักนางหรือยัง  แต่ถ้ากล่าวว่าชอบก็อาจจะใกล้เคียงอยู่กระมัง  มู่หรงหย่งหมิงคิด

 


          " ฮ่า ฮ่า ทรงรู้สึกอย่างไรกับหม่อมฉันเพียงเท่านี้ ยังทรงตอบไม่ได้เลย "

 


          " ถ้ากล่าวว่าสนใจ  พึงใจ และนึกชอบเจ้า เจ้าจะเชื่อเปิ่นหวางหรือไม่ "

 


          " เท่านั้น...มิเพียงพอที่หม่อมฉันจะปลงใจแต่งกับพระองค์หรอกนะเพคะ เรื่องจูบหม่อมฉันจะถือเสียว่าเป็นเพียงความเผลอไผลไปเท่านั้น  จะมิถามหาความรับผิดชอบใดจากจวิ้นอ๋องหรอกเพคะ  แต่ถ้าจะทรงพระกรุณาขอเพียงอย่าทรงข้องเกี่ยวกับหม่อมฉันอีก  เท่านี้จริงๆที่หม่อมฉันอยากจะทูลขอจากจวิ้นอ๋อง "

 


          " เจ้าจะปล่อยผ่านมันไปได้อย่างไรกัน "

 


          มู่หรงหย่งหมิงแทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน  นางช่างเป็นสตรีที่แปลกนัก นางไม่สนใจเรื่องจูบเลยหรืออย่างไรกัน  ทำใจปล่อยผ่านไปได้เช่นไร

 


          " จูบที่ไร้ความรู้สึกเช่นนั้น  ไร้ความประทับใจใด หม่อมฉันไม่เก็บมาคิดมากนักหรอกเพคะ  ที่เสียไปคือเกียรติมากกว่า "

 

 

          จางซูหนี่ว์กล่าวออกไปเช่นนั้น หากแต่ก็อดที่จะร้อนวูบเกือบทั้งหน้าไม่ได้  นางถ่ายละครมีบ้างที่ต้องมีฉากหอมหรือจูบ  หากแต่ก็ผิวเผิน และส่วนใหญ่มักใช้มุมกล้องเป็นหลัก  แต่กับจวิ้นอ๋องนั้นเขาทำมันมากกว่านั้น ที่เห็นนางเคลิ้มไปบ้างใช่ว่านางเต็มใจ  แต่เพราะเขาใช้ความชำนาญที่มีมากกว่ามาหลอกล่อนางให้เผยอรับริมฝีปากเขาต่างหากเล่า...

 


          " เปิ่นหวางจึงอยากรับผิดชอบเจ้าอย่างไรล่ะ "

 


          มู่หรงหย่งหมิง ออกจะเสียความมั่นใจไปเล็กน้อย  เมื่อนางทำราวกับว่าไม่มีความรู้สึกใดกับการจูบเมื่อครู่  เขาก็ไม่ได้แย่ถึงเพียงนั้นเสียเมื่อไร  หรือว่าเขาชักจะห่างจากอิสตรีนานเกินไปจริงๆ...

 


          " ทรงทำให้หม่อมฉันรักพระองค์ให้ได้ก่อนสิเพคะ...หากทำได้ลางทีหม่อมฉันอาจจะแต่งเป็นจวิ้นหวางเฟยให้ก็ได้ ทรงทำได้หรือไม่เล่าเพคะ "

 


          นางมิได้หยิ่ง เพียงแต่นางมิได้รัก

          นางมิได้เลิศเลอ หากแต่ก็มิได้ไร้ค่า

          นางมิได้เล่นตัว แต่ถ้าอยากได้ก็จงพิสูจน์ตน

          ใช้ใจแลกใจน่ะ...ทำได้หรือไม่เล่า

 


          ที่นางกล่าวเช่นนั้น เพราะนางมั่นใจว่าอย่างไรคนอย่างจวิ้นอ๋องก็ไม่สามารถทำให้นางหลงรักได้หรอก  นางไม่เชื่อในความรัก  ยิ่งถามหาความรักจากบุรุษตรงหน้าที่แม้ความรู้สึกตนเองเป็นเช่นไรก็ยังไม่รู้ได้นั้น  ก็เหมือนถามหาความรักจากก้อนหินเช่นนั้นล่ะ  

 


          ไม่แน่เขาอาจจะรำคาญ...และเลิกข้องเกี่ยวกับนางก็ได้  หาคนอื่นที่ง่ายกว่านางมาเป็นจวิ้นหวางเฟยไม่ดีกว่าหรือ จะมาสนใจและยุ่งยากเสียเวลาทำให้นางรักทำไมกัน

 


          หญิงสาวนอนพลิกกายไปมาอยู่บนเตียงนอน  คิดวนเวียนอยู่กับเรื่องนี้เกือบค่อนคืน  กว่าจะผล็อยหลับไปก็เกือบรุ่งสาง  

 


          หากนางจะรู้สักนิดว่าไม่ได้มีเพียงนางผู้เดียวที่มีอาการเช่นนี้  มู่หรงหย่งหมิงก็มิได้ต่างกันเท่าไรเลย....

 


เช้าวันต่อมา

 


          " คุณหนูเหตุใดวันนี้จึงตื่นสายนักเล่าเจ้าคะ  ปกติเข้ามาก็เห็นคุณหนูตื่นนอนเสียแล้ว "

 


          เพ่ยเพ่ย เอ่ยขึ้นในขณะที่มือนั้นก็จัดเตรียมเสื้อผ้าให้ผู้เป็นนาย  ในขณะที่จางซูหนี่ว์นั้นกำลังชำระกายอยู่ในอ่างน้ำ โดยมีฉากกั้นบังเอาไว้

 


          " ข้านอนไม่ค่อยหลับน่ะ  คงเป็นเพราะดีใจที่จะได้กลับจวนกระมัง "

 


          " แล้วเหตุใดวันนี้คุณหนูจึงไม่ยอมไปร่วมมื้อเช้ากับจวิ้นอ๋องล่ะเจ้าคะ ทั้งยังให้เสี่ยวไป๋ทูลจวิ้นอ๋องอีกว่าไม่ค่อยสบาย หลอกลวงเบื้องสูงไม่ดีเลยนะเจ้าคะ "

 


          เพ่ยเพ่ยกล่าวขึ้นมาโดยไม่รู้เลยว่าระหว่างนายสาวกับบุรุษผู้เป็นเจ้าของวังนั้นมีคดีความอะไรกันอยู่บ้าง

 


          แล้วที่เขาทำกับข้านั้น มันยิ่งกว่าหลอกลวงอีกนะเพ่ยเพ่ย  จางซูหนี่ว์ได้แต่นึกแย้งสาวใช้คนสนิทอยู่ภายในใจ หากแต่ก็เฉไฉไปเรื่องอื่นเสีย

 


          " ข้านอนตื่นสายไม่อยากให้จวิ้นอ๋องทรงรอ  จวิ้นอ๋องอาจมีราชกิจสำคัญที่ต้องไปกระทำ  คงไม่ถือว่าหลอกลวงหรอกนะเพ่ยเพ่ย "

 


          " คุณหนูเจ้าคะ "

 


          เสียงเจื้อยแจ้วของเสี่ยวไป๋ ดังแว่วเข้ามา

 


          " ทรงว่าอย่างไรบ้าง "  

 


          นางถามเสี่ยวไป๋ ทั้งที่ตนเองก็ยังแช่อยู่ในอ่างน้ำอุ่นอย่างสบายใจ ไม่มีวี่แววว่าจะลุกออกไปง่ายๆ  วันนี้นางคิดว่าจะไปโดยไม่ล่ำลาเขาด้วยซ้ำ  ไม่อยากพบไม่อยากเจอหน้าเขาอีก

 


          " ทรงให้เสี่ยวไป๋มาแจ้งว่าถ้าลุกไปร่วมมื้อเช้าด้วยไม่ได้  เดี๋ยวจวิ้นอ๋องจะทรงย้ายมาร่วมมื้อเช้ากับคุณหนูที่นี่เอง  และหากว่าคุณหนูอาการไม่ดีขึ้น จะให้คนไปตามท่านหมอมาดูอาการ และคงจะให้คุณหนูรักษาตัวที่นี่อีกสักพักจนกว่าจะหายดีค่อยกลับจวนเจ้าค่ะ...จวิ้นอ๋องทรงเป็นห่วงคุณหนูมากนะเจ้าคะ  แต่เสี่ยวไป๋ก็ดีใจยิ่งถ้าคุณหนูอยู่ที่นี่อีกหลายๆวันยิ่งดี "

 


          เสี่ยวไป๋ตอบกลับมาทั้งยังคงเจื้อยแจ้วต่อไปอย่างไม่รู้ความนัยระหว่างนางกับจวิ้นอ๋องเลยสักนิด  แถมยังเข้าข้างกันอีกต่างหาก 

 


          " เพ่ยเพ่ย ช่วยข้าแต่งตัวเร็ว  ข้าจะไปร่วมมื้อเช้ากับจวิ้นอ๋อง "

 


          หึ เจ็บใจนัก  คิดว่านางรู้ไม่ทันหรืออย่างไร  ออกไปจากที่นี่สิ้นสุดพันธะกันเมื่อใด  อย่าหวังว่าจะได้พบได้เจอกันอีกเลย  เขาไปซ้าย  นางจะไปขวา  เมื่อเขาอยู่ข้างหน้า นางจะเป็นฝ่ายถอยหลังเอง  เพียงนั้นแล้วถ้ายังจะมาข้องเกี่ยวกันอีกก็เกินไปหน่อยกระมัง

 


          คิดไปก็เท่านั้นเพราะในที่สุดนางก็ต้องมานั่งร่วมมื้อเช้ากับจวิ้นอ๋องผู้นี้อยู่ดี  และก็เป็นดั่งเช่นทุกวันที่พี่ใหญ่ของนางหายเข้ากลีบเมฆ  บรรยากาศบนโต๊ะเสวยจึงเงียบและเงียบยิ่งกว่าทุกวัน  ให้นางกินนางก็ก้มหน้าก้มตากินเพียงอย่างเดียว  ไม่สนใจคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามสักนิด

 


          มู่หรงหย่งหมิง เห็นนางทานมื้อเช้าไปอย่างเงียบๆ ไม่พูดไม่จาใดใด  ต่างจากทุกวันที่แม้ไม่ค่อยมีเรื่องใดคุยกันมากนัก  แต่นางก็ยังพอถามนั่นถามนี่ชวนคุยอยู่บ้าง  ได้แต่ถอนใจทำอย่างไรได้ ก็เขาทำตัวเองแท้ๆ

 


          คีบชิ้นปลาให้นาง นางก็รับไว้หากแต่ก็ไม่ได้กินมัน

 


          " ทุกครั้งเห็นเจ้าชอบกินมิใช่หรือ.."

 


          เขาเอ่ยขึ้นอย่างชวนคุย

 


          " เบื่อแล้วเพคะ..."

 


          " งั้นลองไก่อบ "

 


          "  ไม่ค่อยชอบเพคะ "



          " ผักนี่ก็ดีนะ มีประโยชน์ "

 


          จางซูหนี่ว์ อดที่จะมองบุรุษตรงหน้าไม่ได้ อยากจะถามว่าเป็นอะไรขึ้นมาอีก  หากแต่ก็มิได้เอ่ยอะไรออกไป...และเมื่อนางมิพูดเจ้าตัวก็คีบแต่ผักให้นางอีกหลายครั้ง นี่แกล้งประชดนางหรืออย่างไรกัน อดที่จะเหล่มองคนตรงข้ามอีกไม่ได้อยู่ดี...


 

          นี่ข้าทำสิ่งใดผิดอีก...สตรีนี่ช่างเอาใจยากแท้   

 


          มู่หรงหย่งหมิงคิดพลางลอบถอนหายใจ พอทำดีด้วยก็เงียบไม่พูดไม่จา มองด้วยสายตาประหลาดใจหนักหนาเช่นนั้น

 


          " ประเดี๋ยวเปิ่นหวางจะไปส่ง "

 


          " เป็นพระกรุณาเพคะ  แต่หม่อมฉันเกรงพระทัย ทรงให้บ่าวรับใช้นำรถม้าไปส่งหม่อมฉันก็พอ "

 


          " เปิ่นหวางจะไปส่ง "

 


          น้ำเสียงเริ่มเข้มขึ้นมาอีกนิด  ไยนางจึงชอบขัดใจเขานักนะ  รู้หรอกว่ารังเกียจกันมาก  แต่จะให้โอกาสเขาทำดีด้วยไม่ได้เลยเชียวหรือ  ก็ไหนบอกว่าให้เขาทำให้นางรักอย่างไรล่ะ...แต่ไม่ยอมเปิดโอกาสเช่นนี้แล้วเขาจะทำสิ่งใดได้

 


          จอมเผด็จการ...คำนี้ผุดขึ้นมาในหัวของจางซูหนี่ว์ทันที

 


...ภายในรถม้า...

 


          รถม้าที่กำลังเคลื่อนตัวผ่านตลาดที่มีผู้คนสัญจรผ่านไปมา  ได้พากันหลบให้ขบวนรถม้าที่มีธงเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกว่าเป็นเชื้อพระวงศ์  จางซูหนี่ว์มองออกไปภายนอกคิดอยู่ว่าวันหลังจะชวนเพ่ยเพ่ยออกมาเดินเล่นภายในตลาดแก้เบื่อ  นี่ถ้าหากว่าตอนนี้ไม่มีจวิ้นอ๋องหน้าหนวดนี่มาด้วย  นางคงให้สารถีเปลี่ยนเส้นทางไปส่งนางที่หอการค้าของตระกูลจางแล้วล่ะ  คิดถึงพี่รองส่วนพี่ใหญ่นั่นปล่อยไปเถอะ  เป็นที่พึ่งอะไรไม่เคยจะได้เลย...

 


          คิดอะไรเพลินๆ เป็นอันต้องสะดุด เมื่ออยู่ดีดีรถม้าก็หยุดกะทันหัน...อะไรอีกหนอ นางมักจะมีปัญหากับรถม้าอยู่เรื่อยเลยเชียว  คราวนี้อะไรอีกล่ะ...

 


          ปรากฏว่ามีเด็กผู้หญิงราวๆ 3 - 4 ขวบ วิ่งตัดหน้าขบวนรถม้าจนล้มลงไป  นางกับจวิ้นอ๋องรีบลงไปดูอาการของเด็กคนนั้นทันทีที่รู้ความ  แม้ไม่ได้เหยียบแต่แรงล้มก็ทำให้เด็กได้แผลอยู่เหมือนกัน  

 


          " ไหนดูสิเจ้าเจ็บตรงไหนบ้าง "

 


          มู่หรงหย่งหมิงเอ่ยขึ้นอย่างปลอบโยนและน้ำเสียงนุ่มนวล  หากแต่มิรู้เหตุใดเด็กน้อยตรงหน้าจึงร้องไห้กว่าเดิมเมื่อเห็นหน้าเขา

 


          " หนวดเครานั่น  หม่อมฉันเห็นสมควรว่าควรโกนออกได้แล้วนะเพคะ  แม้แต่เด็กเห็นก็ยังกลัว "

 


          จางซูหนี่ว์ เฉลยความให้คนตรงหน้าที่ยืนงงอยู่  และนางจึงเข้าไปปลอบเด็กเสียเอง ในระหว่างนั้นบุรุษที่นางไม่คิดว่าจะได้พบในสถานที่นี้ก็ปรากฏขึ้น  หากแต่อยู่ในอาภรณ์เช่นชาวบ้านธรรมดา...มู่หรงหยางเฉิง


 

          " ให้ข้าดูอาการจะดีกว่านะ คุณหนู "

 


          มู่หรงหยางเฉิงเอ่ยขึ้นพลางเข้ามาดูอาการของเด็กผู้หญิงทันที

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.163K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,484 ความคิดเห็น

  1. #6463 Bellezza Mahayothee (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 19:57
    เป็นบทสนทนาที่หาเจอได้ตามละครไทยทั่วไป
    #6,463
    0
  2. #6450 1988yongsi (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 23:48
    องค์​ชายห้านี่ร้ายรึดีหว่าาา
    #6,450
    0
  3. #6435 ศรีลี่ย์ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 18:00
    อยู่ดีๆก็ไปจูบเค้า ถ้านางเอกมีฟามรู้สึกรักร่วมด้วยก็ดีอยู่หรอก แต่แบบ มันไม่ใช่อ่าาาา เลยรู้สึกว่า เอ๊ะ เป็นอ๋องจะทำแบบนี้ก็ได้ใช่มะ! #อินจัดดด😂
    #6,435
    0
  4. #6218 TheLastManStanding137 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 10:19
    เข้าใจคุณปาลินอ่ะเนอะ แบบเคยเจอกับรักแบบนั้นมาก็ต้องมีความคิดแบบนี้ล่ะ ท่านอ๋องก็นะ... รอบนี้เราไม่เข้าข้างท่านหรอก เชอะ!
    #6,218
    0
  5. #5967 pemipond (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 16:34

    สมควรโดนตบหลายๆที

    #5,967
    0
  6. #5908 pick-17 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 20:42
    ไม่ค่อยชอบท่านอ๋องสักเท่าไหร่ มันเสียความรู้สึกนะถ้าถูกทำแบบนี้
    #5,908
    0
  7. #5898 MHEEPQ12 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 19:22
    รุกหนักๆ เอาซะลุกไม่ขึ้น//ไม่ใช่ละ - -“
    #5,898
    0
  8. #5360 มูมู (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 01:05
    จุดพลุ เค้าจูบกันแล้ว ถึงแม้ว่าจะเป็นแบบขโมยจูบก็เถอะ
    #5,360
    0
  9. #5329 ละอองฝุ่น (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 19:01
    เค้าจูบกันแล้วจะแม่จ๋า จุดพรุ
    #5,329
    1
  10. #4954 mayar (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 21:04
    ห๊ะ พระเอกสายรุก
    #4,954
    0
  11. #4895 aezaa2 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 20:43
    แงงงงงงงง ท่านอ๋องรังแกนู๋ลิน#อยากโดนรังแก
    #4,895
    0
  12. #4806 Mikwaemz (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 01:16
    เข่าอ่อนเข่าทรุด555
    #4,806
    0
  13. #4666 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 19:07
    อรึ่มมมมมมท่านอ๋อง
    #4,666
    0
  14. #4540 Bewtii006 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 08:23
    งุ้ยยยย สายรุกสินะ
    #4,540
    0
  15. #4516 ang_9potion (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 09:51
    คุณพระ ท่านอ๋องรุกแรงขนาด
    #4,516
    0
  16. #4221 เมมฟิส (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 20:24
    ท่านอ๋องงงงงงงงงงงงงงงง...
    #4,221
    0
  17. #4220 เมมฟิส (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 20:24
    ท่านอ๋องงงงงงงงงงงงงงงง...
    #4,220
    0
  18. #4185 sadaomi (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 08:52
    แน่ะ ท่านอ๋องนี่ร้ายไม่เบา หวังเคลมก่อนจาก
    #4,185
    0
  19. #4047 Numtanthitiya (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 22:10
    มาเร็วเคลมเร็วแท้ทาานอ๋อง
    #4,047
    0
  20. #3884 150221 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 23:04
    แบบนี้ก็ได้เหรอ
    #3,884
    0
  21. #3790 WichudaPat (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 07:35
    รุกเลยค่ะะะะ รุกหนักๆๆเลย
    #3,790
    0
  22. #3506 ๏เต้าหู้ขาว๏ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 18:27
    รุกไวไปแล้ว....
    #3,506
    0
  23. #3437 [F.S]Fang_041 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 12:19
    อ๊ากกกกก
    #3,437
    0
  24. #3370 mejic_8 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 23:26
    ตายๆๆ ฉากนี้ตายไปเลยจ้า ????
    #3,370
    0
  25. #3296 YasmeeEsor (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 12:08
    กรี๊ดดดดดดดด ฮืออออ
    #3,296
    1