ชายาอ๋องกระดูกเหล็ก (สนพ.สถาพรบุ๊คส์)

ตอนที่ 17 : ฝากไว้เป็นที่ระ(ทึก)ลึก (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 100,499
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,279 ครั้ง
    13 ก.พ. 61


          พรุ่งนี้แล้วสินะ....พรุ่งนี้ที่นางจะเป็นอิสระ  พรุ่งนี้ที่นางจะได้ออกไปจากวังแห่งนี้  พรุ่งนี้ที่นางจะได้กลับจวนของนางเสียที  ไม่เคยคิดว่าอิสระที่เคยมีอยู่นั้นมีค่ามากมาย  ตราบจนต้องมาติดแหงกอยู่กับจวิ้นอ๋องจอมโฉด เอ้ย..หน้าโหดเช่นปัจจุบันนี้  

 


      ผ่านไปเพียงห้าวันห้าราตรีนี้จิตใจของนางก็ร่ำร้องอยากจะกลับบ้านเสียวันละหลายรอบ

 


      ใช่ว่าสถานที่และคนที่นี่จะแย่ไปเสียหมดหรอกนะ...หากแต่นางไม่มีความประทับใจใดใดในด้านดีกับสถานที่และบุคคล(บางคน)ที่นี่ต่างหากล่ะ  

 


       เมื่อไม่มีความทรงจำในด้านดี และไม่มีความผูกพันใดใด ใจของนางจึงพร้อมจะโบยบินออกไปจากที่นี่ได้อย่างง่ายดาย ไร้อาวรณ์...

 



         ทว่าหากจะให้นางหาข้อดีจากที่นี่สักเพียงข้อนั้น  ก็คงจะกล่าวได้ว่ามีเพียงนางกำนัลเสี่ยวไป๋เท่านั้นกระมัง  ที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นความรู้สึกดีของนางเพียงหนึ่งเดียวในขณะที่อยู่ในสถานที่แห่งนี้  

 


       บ่าวรับใช้คนอื่นก็ดีกับนางอยู่หรอก  แต่ก็ไม่ได้อยู่ในขั้นประทับใจใด  นางออกจะเฉยๆเสียด้วยซ้ำไป  

 


       หรือบ่าวรับใช้บางคนที่มีปฏิกิริยาไม่ชอบใจในตัวนาง ทั้งที่นางก็ยังมิได้ทำสิ่งใดให้นั้นก็มีอยู่บ้าง  เช่น นางกำนัลสาวใช้ที่มีนามว่า ซิ่วซิ่น นั่นอย่างไรเล่า...

 


          เสี่ยวไป๋ กระซิบบอกนางว่าสาวใช้ผู้นั้นเป็นคนขององค์หญิงเหลียนฮวาและต้วนลี่จู  คงส่งมาสอดแนมความเป็นไปของนางในระหว่างที่พำนักอยู่ที่วังแห่งนี้เป็นแน่  

 



          แม้ว่าออกจะรำคาญที่ถูกจับตามองอยู่บ้าง  แต่ก็พยายามข่มใจบอกกับตนเองอยู่ว่า..

 


          อีกเพียงนิดนางก็จะพ้นจากที่นี่แล้ว  ให้อดทนเอาไว้..

 


        อย่าได้หาเรื่องใส่ตัวเป็นอันขาด  อะไรทนได้ก็ทนไป  คราวที่เป็นนักแสดงนั้นมีทั้งนักข่าว แฟนคลับ ปาปารัสซี่ ติดตามเกือบทุกย่างก้าวยังผ่านมาได้  เพียงแค่นี้เหตุใดนางจะทนไม่ได้...  

 

          นางหาได้เกรงกลัวสาวใช้ผู้นั้น...และมิได้เกรงกลัวองค์หญิงเหลียนฮวาหรือต้วนลี่จูเท่าใดนักดอก  หากแต่กลัวความไร้เหตุผลของพวกนางมากกว่า และเหนือสิ่งอื่นใดผู้ที่หนุนหลังพวกนางนั้นน่ากลัวกว่ามาก  

 




          อย่าได้ถามไถ่...หาเหตุผล ความซื่อสัตย์ และความจริงใจจากสตรีในวังหลัง   

          มิได้เด่น ก็ได้ดับ...ดับทั้งที่ยังมีชีวิต  และดับแบบที่ไม่มีชีวิต

          ดับทั้งที่ยังมีชีวิต...ไม่เป็นที่โปรดปรานก็ยังพอทน

 


     อย่างน้อยก็ยังได้ใช้ชีวิตอยู่ในวังหลวงไปเรื่อยๆ กิน นอน เล่น วันๆก็วนเวียนอยู่แต่สิ่งเหล่านี้  ขาดอิสรภาพ  ออกไปที่ใดก็มิได้ ในความคิดของนางนั้นเห็นว่าช่างเป็นชีวิตที่ไร้ค่านัก

 


        หากร้ายหน่อย...ดับแบบมีชีวิตต้องโทษอยู่ในตำหนักเย็นก็มีอยู่ไม่น้อย  

 


          ดับแบบที่ไม่มีชีวิต...ก็พวกที่ชิงดีชิงเด่นกันไขว่คว้าอำนาจแล้วพลาดท่าเสียทีนั้นก็มีอยู่มากเช่นกัน เลือกเอาเถิด จะเหล้าพิษ กริช ผ้าแพรขาว และอีกหลากหลายวิธีให้เลือกใช้  น่ากลัวยิ่งกว่าผีเห็นทีก็คงจะเป็นสตรีในวังหลวงบางคนนี่ล่ะ...

 


          แม้นางจะยังไม่เคยได้พานพบต้วนฮองเฮาก็ตามทีเถิด  แต่คิดว่าฮองเฮาต้องผ่านสิ่งใดมาบ้าง  กว่าจะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดมาอยู่ตำแหน่งนี้ได้  ก็คงจะไม่ธรรมดานักหรอก...

 


       ในขณะที่นางนับวัน นับชั่วโมง ที่จะกลับจวนอยู่แทบทุกลมหายใจ  บางคนก็ร่ำร้องและรบเร้าเพื่อรั้งให้นางอยู่ต่อ....

 


        " พรุ่งนี้คุณหนูก็อยู่ที่นี่วันสุดท้ายแล้วสินะเจ้าคะ...เสี่ยวไป๋คงคิดถึงคุณหนูกับเพ่ยเพ่ยแย่  อย่าเพิ่งกลับไปที่จวนมิได้หรือเจ้าคะ "

 




        เสี่ยวไป๋พยายามหว่านล้อมสตรีตรงหน้า  นางถูกใจถูกชะตาคุณหนูสกุลจางผู้นี้นัก  จิตใจดี  มิเสแสร้งและไม่ถือตัว  นับว่าหาได้ยากยิ่งจากผู้คนในวังหลวง  แม้แต่นางกำนัลด้วยกันเอง  บางทียังข่มกันด้วยบารมีของผู้เป็นนายเลย  ใครรับใช้ดูแลผู้มียศศักดิ์สูงเข้าหน่อย  ก็วางท่าว่าตนนั้นสำคัญกว่าและอยู่เหนือกว่านางกำนัลที่ดูแลรับใช้ผู้มียศศักดิ์ต่ำกว่านั้นก็มีเยอะแยะ 

 


        นางนั้นมิค่อยพานพบคุณหนูจากตระกูลขุนนางชั้นสูง  ที่เป็นกันเองไม่ถือตัวกับสาวใช้เช่นนี้มาก่อน  จึงนึกนิยมชมชอบอยู่มาก

 


       " คิดถึงข้า...เจ้าก็ไปหาข้าที่จวนสิเสี่ยวไป๋...ข้ายินดีต้อนรับเจ้าเสมอ "

 


       จางซูหนี่ว์เอ่ยชวน

 




        " จริงนะเจ้าคะ...เสี่ยวไป๋ไปหาท่านได้ใช่หรือไม่ "

 


        " อ้าว ก็จริงน่ะสิ..ข้าจะโกหกเจ้าไปทำไมกันเล่า "

 


         " แต่ถึงอย่างไร...ข้าก็อยากให้คุณหนูอยู่ที่นี่ไปอีกหลายๆวัน "

 


         เสี่ยวไป๋ถึงแม้จะดีใจที่จางซูหนี่ว์เอ่ยอนุญาตให้ไปหานางที่จวนได้  หากแต่ก็ยังมิวายอ้อนวอน

 


        " ขืนอยู่ที่นี่ต่อไปอีกข้าคงได้ตายเพราะเพลิงหึงหวงจากคุณหนูนกแก้วเป็นแน่  เท่าที่ผ่านมาหลายวันนี้พวกนางไม่มาให้เห็น  ก็เป็นผลดีต่อข้าเท่าไรแล้ว "

 

 

        หญิงสาวอดที่จะพึมพำออกมาเบาๆกับตัวเองมิได้

 


        นับจากวันที่องค์หญิงเหลียนฮวาและคุณหนูต้วน ถูกจวิ้นอ๋องหน้าหนวดตอกกลับไปหน้าหงายแบบนิ่มๆ ในวันนั้น  

 


        ทั้งสองนางก็ยังไม่กล้ามาวุ่นวายที่วังจวิ้นอ๋องเลย  คงจะจุกไปกับคำพูดไร้เยื่อไยของท่านอ๋องหน้าโหดผู้นี้อยู่มิน้อย  หากแต่มันก็ส่งผลดีต่อจางซูหนี่ว์อยู่มาก  กระนั้นตัวนางทั้งสองไม่มาก็ยังอุตส่าห์ให้คนของตัวเอง  คอยสอดส่องความเป็นไปอยู่ดี  

 

 

        แต่ก็เอาเถิดนางจะไม่ถือสาอะไรหรอก  อยากติดตามชีวิตในแต่ละวันของนางนักก็เอาที่พอใจเลย  คงมิเห็นว่านางจะทำอะไรหรอก  นอกจากกิน  นอน  ชมสวนดอกไม้ 

 


        อ้อ...อาจจะมีช่วยงานจวิ้นอ๋องฝนหมึกให้เขาอยู่บ่อยๆ ซึ่งก็คงจะเป็นงานเดียวกระมัง  ที่เขาให้นางทำอยู่เกือบทุกครั้งที่เขาต้องเขียนรายงานต่างๆ ก็เท่ากับว่านางต้องติดอยู่ในห้องทรงงานกับจวิ้นอ๋องสองคน  อยู่เกือบทุกวัน วันละหนึ่งหรือสองชั่วยามบ้าง (1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง) แล้วแต่มากน้อย

 


        คราแรกนางก็แปลกใจว่าเหตุใดจึงไม่ให้นางกำนัลสาวใช้มาช่วยฝนหมึกให้  แต่คิดอีกทีฎีกาที่จวิ้นอ๋องเอามาเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของฮ่องเต้นั้น  ก็ไม่ควรให้ใครอื่นเข้ามาวุ่นวาย  ความจริงแล้วห้องทรงงานก็ถือเป็นห้องส่วนพระองค์และสำคัญไม่น้อย  จวิ้นอ๋องจึงไม่ยอมให้ผู้ใดเข้ามาเด็ดขาดหากไม่ได้รับอนุญาต

 


       " เมื่อครู่คุณหนูกล่าวว่าอย่างไรนะเจ้าคะ เสี่ยวไป๋ฟังไม่ถนัด "

 


        " เปล่านี่...ข้าเพียงเปรยว่าวันนี้อากาศเริ่มเย็นลงกว่าเมื่อวานนัก  อีกไม่นานหิมะแรกก็คงจะโปรยมาในไม่ช้านี้ "

 


        หูดีจริงทั้งนายทั้งบ่าว อิตาจวิ้นอ๋องนั่นก็หูผี ตาผี สบตากับนางทีราวกับมองเข้าไปยังความคิดของนางเช่นล่ะ

 


         " จริงสิ ข้าเกือบลืมไปเสียสนิทเชียว "

 


         เสี่ยวไป๋ อุทานขึ้นมา

 


          " ลืมสิ่งใดหรือ "

 


         เพ่ยเพ่ยเอ่ยถามอย่างสงสัย

 


         " ก็เรื่องอากาศเย็นนี่ล่ะ  จวิ้นอ๋องทรงมีเสื้อคลุมที่ทรงโปรดอยู่สองสามตัว  หากแต่ว่าสองตัวนั้นชำรุด ทั้งฉีกขาดและบางจุดก็เปื่อยยุ่ยด้วยว่าทรงนำไปใช้ตอนอยู่ที่ชายแดน  ข้าว่าจะซ่อมแซมหากแต่ก็ลืมไปเสียสนิทเลย "

 

 

        " เช่นนั้นหรอกหรือ...ถ้างั้นเจ้าก็จงไปนำมันมาสิ  และเดี๋ยวข้ากับเพ่ยเพ่ยจะช่วยเจ้าเอง  เอาไปทำที่ศาลากลางสวนก็ได้ตรงนั้นสว่าง  และบรรยากาศกำลังดีทีเดียว "

 


         จางซูหนี่ว์เอ่ยขึ้นอย่างมีน้ำใจ  อยู่ว่างๆมีสิ่งใดทำบ้างก็คงจะดีไม่น้อย

 


ศาลากลางสวนดอกไม้....

 


          อื้อหือ...ยับเยิน ตัวหนึ่งก็ขาดเป็นรูกว้างหลายจุด  อีกตัวก็เปื่อยยุ่ยสีหรือก็ซีด  ได้ยินว่าใช้มาหลายปีคงจะโปรดมากเป็นแน่  หากแต่ถ้าเป็นนางคงได้เอาไปทำเป็นผ้าถูพื้นแล้วกระมัง 

 


        จะว่าไปบางมุมจวิ้นอ๋องนี่ก็ทำให้นางนึกถึงพวกเด็กๆ เวลาหวงของชิ้นโปรดต่อให้มันพังแล้วก็ไม่ยอมทิ้ง  หรือไม่ก็เด็กน้อยที่ติดตุ๊กตาผ้าตัวเล็กๆ ต่อให้โตแล้วขอแค่ได้จับๆได้กอดนิดหน่อยก็เอา แม้ว่ามันจะเก่าจะเน่าแค่ไหนก็ทิ้งไม่ลงเสียที  

 


         นึกภาพคนตัวโตหน้าดุๆ ติดผ้าเน่าๆนี่ก็อดขำออกมาไม่ได้  นางนั่งซ่อมแซมเสื้อคลุมไป  ก็อดที่จะยิ้มออกมาเป็นระยะไม่ได้อยู่ดี  จินตนาการในหัวของนางนี่ไปไกลมาก  

 


          จนถึงขนาดที่ว่าถ้านางแอบนำมันไปซ่อนหรือเอาไปทิ้งแล้วเจ้าของเสื้อคลุมหาไม่เจอ จากคนที่ชอบทำหน้าดุ ดุจเสือยิ้มยาก..มิแน่อาจกลายเป็นเสือร้องไห้ก็คราวนี้ล่ะ....

 


          " จวิ้นอ๋อง ไม่ทรงเข้าไปหรือพ่ะย่ะค่ะ "

 


          จางฮุ่ยหราน  เอ่ยถามอย่างนึกสงสัย ทั้งสองกลับเข้ามาที่วังจวิ้นอ๋องในตอนบ่าย  เมื่อเข้ามาเขาก็เห็นว่าทรงถามหาน้องสาวของเขาจากนางกำนัลก่อนเป็นอันดับแรก  ถามว่าวันนี้นางทำอะไรบ้าง  เป็นเช่นนี้อยู่ตลอดหลายวันที่ผ่านมาจนเขาแปลกใจ  หากแต่ก็มิได้สอบถามสิ่งใดเพียงจับสังเกตผู้เป็นนายและสหายอยู่ห่างๆก็เท่านั้น

 


         " ยังล่ะ  ฮุ่ยหรานเจ้าออกไปข้างนอกกับข้าสักครู่เถิด "

 


        มู่หรงหย่งหมิง ที่รู้จากนางกำนัลว่าจางซูหนี่ว์อยู่ที่ไหนนั้น  จึงเดินเข้ามาหาคิดว่าจะเข้ามาทักทายเสียหน่อย ให้นางรับรู้ว่าเขานั้นกลับมาแล้ว  ก็ไม่รู้ตัวเช่นกันว่าเหตุใดต้องทำเช่นนี้...

 


        ก็คิดให้เหตุผลกับตัวเองไปว่านางเป็นแขก และอยู่ร่วมกันที่นี่เจอกัน พูดคุยกัน ย่อมเป็นเรื่องสมควรทำเป็นเรื่องปกติ

 


        ทว่าเมื่อเดินเข้ามาใกล้มองเห็นว่านางกับสาวใช้ทั้งสองกำลังทำสิ่งใดกับเสื้อคลุมของเขาอยู่นั้นก็ไม่อยากเข้าไปขัดจังหวะบรรยากาศ  ทั้งสีหน้าของนางประดับรอยยิ้มนั้น  มองไปก็ให้เพลิดเพลินใจ และรู้สึกดีอยู่ไม่น้อย  ความรู้สึกอุ่นวาบอบอวลอยู่ภายในจิตใจ  พลันความเหนื่อยล้าใดใดก็รู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด  

 


        เพียงแค่เห็นนางซ่อมเสื้อคลุมให้เพียงนั้น  ไยจึงรู้สึกได้มากมายปานนี้เชียว  หากแต่ลึกๆสิ่งที่ผุดขึ้นในห้วงความรู้สึกของเขานั้น ปรากฏคำว่า..บ้าน ขึ้นมา...

 


        บ้าน...ที่อยากกลับมาพักผ่อนยามเหนื่อยล้า

        บ้าน...ที่อยู่แล้วผ่อนคลาย และสงบสุข

        บ้าน...ที่อบอุ่นใจทุกครั้ง ยามนึกถึง

 


       ไม่ใช่วังใหญ่โต แต่อ้างว้าง และผู้คนที่คอยชิงดีชิงเด่นหาผลประโยชน์  ไขว่คว้าอำนาจกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

 


       มู่หรงหย่งหมิงเอ่ยจบประโยคก็หันหลังกลับ  โดยมีจางฮุ่ยหรานเดินตามไปอย่างงุนงง  ก็เพิ่งจะทรงกลับเข้ามาแล้วจะออกไปที่ใดอีก...

 


      " พวกเจ้าทำสิ่งใดกัน  คุณหนูจางท่านกำลังทำอะไรน่ะ "

 


      เสียงเล็กแหลม เอ่ยขึ้นอย่างห้วนๆและเสียงดังพอสมควร  ทำให้ทั้งสามคนที่กำลังซ่อมแซมเสื้อคลุมอยู่จนเกือบจะแล้วเสร็จต้องหยุดชะงัก หากแต่เพราะเสียงนั้นทำให้เสียสมาธิจึงพลาดทำเข็มทิ่มนิ้วตนเอง  จนเลือดไหลซึมออกมา

 


        " โอ๊ะ..."

 


        จางซูหนี่ว์ อุทานออกมาด้วยความเจ็บ

 


       " คุณหนูเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ "



        เพ่ยเพ่ย รีบเข้ามาหานาง และนำผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดขึ้นมาซับเลือดที่นิ้วชี้ข้างซ้ายของนาง

 

 

         " เจ้าเป็นอะไรของเจ้าน่ะซิ่วซิ่น  ไยต้องมากล่าววาจาเสียงดังใส่พวกข้าด้วย "

 


         เสี่ยวไป๋ เอ่ยถามอย่างนึกโมโหคนตรงหน้า และท่าทางแข็งกระด้างไม่เกรงใจคุณหนูจาง ด้วยถือหางว่าตนเองนั้นมีองค์หญิงคอยเข้าข้างอยู่

 

         " เสื้อคลุมของจวิ้นอ๋อง ไยจึงไม่นำไปให้ฝ่ายที่มีหน้าที่ดูแลโดยตรงเขาจัดการ  หากว่าชำรุดไปกว่าเดิมจะว่าอย่างไร  เรื่องง่ายๆเพียงนี้จะว่าไปคุณหนูจางน่าจะคิดได้นะเจ้าคะ  ว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำ "

 


          ซิ่วซิ่น เหยียดยิ้มหยันเล็กน้อย  คุณหนูตระกูลจางเช่นนั้นหรือ ใครจะกลัวกันล่ะ  ในเมื่อนางมีองค์หญิงคอยปกป้องอยู่  และถ้านางฉลาดก็คงไม่คิดจะมีเรื่องกับคนขององค์หญิงเป็นแน่

 


         " ผิดแล้ว  จวิ้นอ๋องทรงรับสั่งให้ข้าเป็นผู้ซ่อมแซมเสื้อคลุมเหล่านี้  คุณหนูจางเพียงช่วยข้าเท่านั้น  และเจ้าที่เป็นเพียงสาวใช้ต่ำต้อยก็ไม่ควรพูดล่วงเกินคุณหนูจางเช่นนี้  จงขอโทษคุณหนูเดี๋ยวนี้ซิ่วซิ่น "

 


           เสี่ยวไป๋ นั้นชักจะอารมณ์เดือดขึ้นทุกที  

 


          " ข้าทำสิ่งใดผิด ข้าไม่รู้ ก็พูดออกไปด้วยหวังดี ไม่อยากให้เสื้อคลุมนั้นชำรุดไปกว่าเดิม  ฝีมือเย็บปัก ปะ ชุน ของคุณหนูจางเป็นอย่างไร ใครจะรู้ได้  ถ้ามีฝีมือเย็บปักประณีตเช่นคุณหนูต้วนก็ว่าไปอย่าง  ดูอย่างผ้าซับพระพักตร์ที่คุณหนูต้วนนำมาถวายจวิ้นอ๋องสิ งดงามไร้ที่ติ "

 


          ซิ่วซิ่น เอ่ยถึงคุณหนูต้วนลี่จู เพื่อนำมาเปรียบเทียบทับถมคุณหนูตระกูลจาง

 


          " อ้อ...ใช่ผ้าผืนนั้นที่เก็บอยู่ในตู้ที่จวิ้นอ๋องทรงใช้เก็บของใช่หรือไม่  ข้าจำได้ว่าไม่ทรงโปรด และไม่เคยที่จะทรงนำมาใช้ซับพระพักตร์เลย "

 


         เสี่ยวไป๋ แสยะยิ้มออกมาบ้าง 

 


         " เจ้า...

 


         ซิ่วซิ่น โมโห เถียงไม่ออก

 


         " เจ้าอะไร.."

 


         เสี่ยวไป๋ลอยหน้าลอยตาสวนกลับทันควัน พลางเอ่ยประโยคถัดไป

 


         " ไม่ต้องโยกโย้...เมื่อสักครู่คำพูดและกิริยาของเจ้าที่แสดงนั้นหยาบคายนัก  จงขอโทษคุณหนูจางเสียเดี๋ยวนี้ กิริยาหยาบ มิสมกับเป็นนางกำนัลในรั้วในวังที่ได้รับการอบรมมาอย่างดี  อย่าได้ออกไปบอกใครนอกวังเชียวนะ อับอายเขาแย่เลย "

 


          " พอเถิดเสี่ยวไป๋....ดูท่าทางซิ่วซิ่นคงจะไม่รู้ตัวว่าแสดงกิริยาใดออกมา  ถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าผิดอันใดก็ปล่อยเขาไป  นี่ถ้าหากเป็นสาวใช้ที่จวนของข้า  ข้าคงสั่งให้ตบปากตนเองแรงๆไปสักยี่สิบทีเสียแล้ว  โทษฐานพูดจาไม่มีสัมมาคารวะ กิริยาก็แข็งกระด้าง  มิรู้สิ่งใดควรไม่ควร "

 


          จางซูหนี่ว์ เอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าเรียบเฉย หากแต่ในใจเดือดปุด  ที่ผ่านมานางไม่ถือสาแต่ก็ใช่ว่าจะทนให้สาวใช้มาทำตัวกร่างใส่นางอย่างไร้มารยาทเช่นนี้ได้

 


          " แต่ข้ามิใช่สาวใช้ที่จวนของท่าน  ข้าเป็นคนขององค์หญิงเหลียนฮวา "

 


         ซิ่วซิ่น ยกนามองค์หญิงเหลียนฮวาขึ้นมาอ้าง

 


          " ใช่ เจ้าไม่ใช่สาวใช้ที่จวนข้า...ข้าจึงไม่ลงโทษเจ้า  หากแต่เจ้าเป็นคนขององค์หญิงหรือจวิ้นอ๋องกันแน่ ข้าชักสับสนนัก เพราะเจ้าก็อาศัยอยู่ที่วังแห่งนี้มิใช่หรือ...เป็นเช่นนั้นแล้ว ข้าคงต้องทูลถามจวิ้นอ๋องเสียแล้ว และจวิ้นอ๋องก็คงจะมีวิธีจัดการกับคนของพระองค์เอง เฮ้อ...ข้าไม่อยากคิดเลยเวลาที่จวิ้นอ๋องทรงทราบกิริยาแย่ๆของเจ้าแล้วจะเป็นเช่นไร  ได้ยินว่าทรงโมโหร้ายด้วยใช่หรือไม่ เสี่ยวไป๋ "

 


         หญิงสาวเอ่ยขึ้น พลางหันไปพูดกับเสี่ยวไป๋  ซึ่งอีกฝ่ายนั้นก็รู้ใจนางเป็นอย่างดี  ตบมุขให้ทันควัน

 


        " เจ้าค่ะคุณหนู  อาจโบยสักยี่สิบที  หรือไม่ก็ไล่ออกจากวังไปเสีย "

 

 

        " คุณหนูจาง ซิ่วซิ่นผิดไปแล้ว ยกโทษให้ข้าด้วยเถอะนะ ท่านจะให้ข้าทำอะไรข้ายอมท่านทุกอย่าง อย่าทูลจวิ้นอ๋องเลยนะ "

 


          ซิ่วซิ่น หน้าซีดเผือดถ้าสตรีตรงหน้าไปทูลฟ้องจวิ้นอ๋องจริง นางคงไม่แคล้วถูกโบยหรือไล่ออกจากวังเป็นแน่ นางเป็นคนขององค์หญิงก็จริง แต่ก็ถือว่าเป็นคนของจวิ้นอ๋องด้วย 

 


         และหากจะทรงลงโทษจริงๆ องค์หญิงเหลียนฮวาก็คงจะทรงช่วยนางไม่ได้  หรือต่อให้ช่วยนางได้ก็คงมาช่วยนางไม่ทันเป็นแน่  จึงจำใจต้องลงไปคุกเข่าอ้อนวอนสตรีตรงหน้า  

 


          หลายวันมานี้ต่อให้นางมีท่าทีแข็งกระด้าง หรือไม่ให้ความเคารพเท่าที่ควร  สตรีตรงหน้าก็ทำเฉยไม่ว่าอะไร  ไยวันนี้จึงลุกขึ้นมาว่ากล่าวนางเสียอย่างนั้น....

 


          " แย่จัง...ข้าไม่ใช่เจ้าของวังนี้เสียด้วย และเจ้าก็ไม่ใช่สาวใช้ที่จวนข้าเสียด้วยสิ ทำอย่างไรดีล่ะ "

 


          จางซูหนี่ว์กล่าวย้ำหากสาวใช้ผู้นี้ยังฉลาดอยู่บ้างก็คงรู้ว่าควรทำอย่างไรต่อไป

 


          " ก็ได้ๆ ข้ายอมแล้ว "

 


         ซิ่วซิ่นเอ่ยออกมาในที่สุด ก่อนที่จะจัดการตบปากตนเองอย่างแรก จนครบยี่สิบที น้ำตาร่วงทั้งเจ็บทั้งอาย บริเวณริมฝีปากลามไปจนถึงแก้มทั้งสองข้างระบมไปหมด ได้กลิ่นคาวเลือดที่อยู่ภายในปากคลุ้งไปทั่ว

 


        " ข้าไม่ได้สั่งให้เจ้าทำนะ  ทั้งหมดเจ้าทำของเจ้าเอง  อย่าได้โทษข้า...และหากเจ้าเที่ยวไปบอกใครก็ใคร หรือใส่ความว่าข้าสั่งให้เจ้าทำล่ะก็ เรื่องในวันนี้จะถึงหูจวิ้นอ๋อง รวมถึงเรื่องที่เจ้าไปโพนทะนาด้วย ข้าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด...แต่ตอนนี้ก็เห็นว่าเจ้าอุตส่าห์แสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำของตนถึงเพียงนี้ เอาเป็นว่าข้ายกโทษให้ก็ได้  เจ้าจะไปไหนก็ไป..."

 


         นางเอ่ยดักทางเผื่อกาลข้างหน้าเอาไว้ก่อน  และวันนี้ก็ได้สั่งสอนคนอวดดีไปได้บ้างเล็กน้อย จะว่าไปสาวใช้ผู้นั้นทำตัวเองต่างหากล่ะ  นางยังมิทันได้สั่งให้ตบปากตัวเองเสียเมื่อไร  

 


        หลังมื้อค่ำ...วันนี้นอกจากจวิ้นอ๋องกับนาง แล้วยังมีพี่ใหญ่ร่วมทานมื้อค่ำด้วยกัน  ตั้งแต่ที่มาอยู่ที่นี่จนเกือบครบสัปดาห์ นางพบเจอพี่ใหญ่นับครั้งได้  เขาตามมาอยู่เป็นเพื่อนนางแต่ในนาม  เพื่อกันคนครหาเท่านั้น  หากแต่ความจริงแล้วไซร้...



         ดั่งว่าลอยแพนางในวังแห่งนี้เห็นๆ มาแต่ชื่อตัวนี้เผลอไม่ได้ เดี๋ยวหายไปโน่นบ้าง เดี๋ยวหายไปนี่บ้าง  ได้ยินว่าไปทำงานอะไรสักอย่างให้จวิ้นอ๋องกระมัง  พี่ชายนางนี่ยิ่งกว่านินจาเสียอีกเดี๋ยวผลุบเดี๋ยวโผล่  ทุกวันนี้นางเห็นหน้าจวิ้นอ๋องนี่บ่อยกว่าพี่ชายแท้ๆเสียอีก  ตอนนี้ก็เช่นกันพอกินอิ่มก็ขอตัวไปทำภารกิจต่อ มืดค่ำก็ยังมิได้พักผ่อน

 


            " หนี่ว์เอ๋อร์...เดี๋ยวตามเปิ่นหวางไปที่ห้องอักษรด้วย "

 


          หญิงสาวมองบุรุษสูงศักดิ์ที่พอพูดจบก็เดินจากไปทันที

 


           " ฝนหมึกอีกล่ะสิ อะไรจะขยันปานนั้น ค่ำแล้วนะพ่อคุณ "

 


           ปากนางก็ได้แต่บ่นพึมพำลับลังเขา  แต่เท้านั้นก็ยังก้าวตามเขาด้านไปในอยู่ดีนั่นล่ะ

 


           " เจ็บหรือไม่..."

 


          อยู่ๆคนด้านหน้าของนางก็เอ่ยขึ้น เมื่ออยู่กันตามลำพัง สร้างความงุนงงให้นางเล็กน้อย

 


          " อะไรเพคะ "

 


          " บาดแผลที่นิ้วนั่นน่ะ "

 


         มู่หรงหย่งหมิงเอ่ยตอบ พลางปรายตาลงมองที่มือของจางซูหนี่ว์ข้างที่มีบาดแผลนั่น

 


          " อ้อ  นิดเดียวเองเพคะ ไม่เจ็บเท่าไร เสี่ยวไป๋ตื่นตูมไปเองเอาผ้ามาพันเสียใหญ่โต "

 


          " อ่ะ  นี่รางวัลของเจ้า "

 


           มู่หรงหย่งหมิงวางกล่องไม้ขนาดเล็กแกะสลักสวยงามลงบนฝ่ามือของจางซู่หนี่ว์อย่างอ่อนโยน

 


           " ให้หม่อมฉันทำไมเพคะ "

 

 

           นางเปิดดูพบว่าเป็นสร้อยเส้นเล็กๆประดับอัญมณีหลากสีจัดเรียงเป็นจี้รูปดอกไม้ดอกเล็กดูน่ารักมาก แต่นางก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่านำมาให้นางทำไมกัน

 


             " ตอบแทนที่เจ้าช่วยซ่อมแซมเสื้อคลุมให้เปิ่นหวางอย่างไรล่ะ  ชอบหรือไม่ "

 


            " ชอบเพคะ  แต่หม่อมฉันคงรับไว้ไม่ได้หรอกเพคะ "

 


            นางกล่าวจบ จวิ้นอ๋องก็หยิบกล่องไม้ไปจากมือนางทันที  ตอนแรกก็นึกว่าจะนำกลับไปเก็บ  แต่ที่ไหนได้เขากลับหยิบสร้อยนั้นขึ้นมาและนำมันมาสวมให้นางหน้าตาเฉย  ครั้นจะขยับหนีก็โดนดุเสียอย่างนั้น...

 


            " เปิ่นหวางให้ก็จงรับ และเปิ่นหวางไม่รับคืน  ทั้งเมื่อสวมแล้วก็จงสวมติดกายให้ตลอดอย่าได้คิดถอดออกเป็นอันขาดเข้าใจหรือไม่  หากเจอกันครั้งหน้าแล้วเปิ่นหวางไม่เห็นเจ้าสวมมันล่ะก็  เป็นได้เห็นดีกัน "

 


           นางได้แต่มองคนตรงหน้าตาปริบ แบบนี้ก็มีด้วย...ยิ้มกริ่มเช่นนั้น ไปกินสิ่งใดผิดสำแดงมาหรือท่าน  หรือว่าจะเมาอาหารเย็น แม่ครัวเผลอใส่สิ่งใดลงในกับข้าวหรือเปล่านี่...ยิ้มมากเกินปกติ

 


           " หม่อมฉันเพียงช่วยเสี่ยวไป๋เท่านั้น  อีกอย่างอยู่ว่างๆก็ทำตนให้เป็นประโยชน์เสียหน่อย  ส่วนเรื่องพบกันคราหน้า...อย่าลืมเรื่องที่ทรงให้สัญญากับหม่อมฉันนะเพคะ "

 


          นางรู้สึกไปเองหรือเปล่า ว่ารอยยิ้มของจวิ้นอ๋องนั้นค่อยๆเลือนหายไป แทนที่ด้วยใบหน้าถมึงทึงตามเดิม

 


          " ทำไม  เจ้าโกรธเจ้าเกลียดข้าเพียงนั้นเชียวหรือ จึงไม่อยากให้ข้าเข้าใกล้  ดั่งว่ารังเกียจกันเช่นนั้น "

 


           มู่หรงหย่งหมิงรับรู้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่ปั่นป่วนภายในใจ ซึ่งก็ไม่รู้จะเรียกความรู้สึกนี้ว่าอย่างไรดี โกรธ หรือ น้อยใจ  ในสายตานางเขาคงเลวจนไม่น่าให้อภัยเลยสินะ

 


          " ไม่ใช่เช่นนั้นหรอกเพคะ "

 


          นางเพียงไม่อยากเอาตัวเข้ามาวุ่นวายกับเขามากไปก็เท่านั้นเอง



          " เจ้าอยู่ที่นี่มาหลายวัน มีความทรงจำใดให้เจ้าได้จดจำถึงที่นี่บ้าง "

 


         เขากล่าวถามนางออกไป ไม่รู้ตัวสักนิดว่าน้ำเสียงนั้นเจือไปด้วยความรู้สึกตัดพ้อเล็กน้อย

 


           " เอ่อ...."

 


           นั่นสิ...ไม่เห็นมีสิ่งใดให้น่าจดจำสักนิด จางซูหนี่ว์นิ่งไปอย่างใช้ความคิดนึกย้อนถึงระยะเวลาที่ผ่านมาเจ็ดวันนี้  ไม่รู้เลยว่าอาการอ้ำอึ้งของตนเอง นั้นไปสะกิดใจคนตรงหน้าให้เกิดความรู้สึกบางอย่าง

 


           " เช่นนั้น เปิ่นหวางก็มีสิ่งหนึ่งให้เจ้าเป็นที่ระลึกจากที่นี่  รับรองว่ามันจะทำให้เจ้าลืมที่นี่ไม่ลงเลยล่ะ "

 


          " ก็ทรงให้สร้อยเส้นนี้แล้วอย่างไรล่ะเพคะ "

 


         นางเอ่ยอย่างงุนงง

 


          " มิใช่สร้อย  แต่เป็นสิ่งนี้ต่างหากล่ะ "

 


           มู่หรงหย่งหมิง มิรู้ว่าตนเองทำสิ่งใดลงไป เพียงแต่รู้สึกว่าอยากจะทำโทษปากน้อยๆสีหวานนั้น ที่ชอบพ่นคำพูดยียวนและคำพูดที่เย็นชาใส่เขาอยู่เสมอ ร่างสูงตรงเข้าไปประชิดตัวรั้งกายนางเข้ามาแนบชิด แขนหนึ่งใช้โอบเอวนางเข้าหาตัวทั้งกักขังนางไว้ในอ้อมแขน  อีกข้างใช้ประคองท้ายทอยนางให้เงยขึ้นมาหาเขาไม่ให้นางหันหนีไปที่ใดได้อีก  ก่อนจะจัดการประกบปากของนางด้วยริมฝีปากของเขาเอง

 


         นางปิดริมฝีปากแน่นพลางดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขน  จากอาการสั่นเล็กน้อยรู้ได้ว่านางคงกำลังตกใจมาก  จึงได้ลดความรุนแรงลงเหลือเพียงความอ่อนโยนและทะนุถนอมนาง อย่างที่อยากจะทำแต่แรก หากแต่เมื่อครู่ก็ไม่รู้ว่าเพราะโกรธ หรืออะไร ทำให้รุนแรงไปสักหน่อย

 


          เขาค่อยๆละเลียดอ้อยอิ่งอยู่ที่ริมฝีปากนุ่มจนเมื่อนางเผลอเผยอริมฝีปากนั้น เขาจึงมีโอกาสได้ชิมความหวานยิ่งกว่า ใบหน้างามมีสีระเรื่อที่พวงแก้มดูน่ารักยิ่งนัก ก่อนที่สัญชาตญาณดิบในตัวของเขาจะสั่งให้ทำมากไปกว่าจูบ  จึงจำเป็นต้องถอนริมฝีปากออกมาจากโพรงปากหวานช่ำราวน้ำหวานนั้นเสียก่อน แล้วจึงเลื่อนไปจูบที่หน้าผากนางแทนอย่างนึกเอ็นดู

 


          " จดจำที่นี่ให้ขึ้นใจด้วยล่ะ  เปิ่นหวางสังหรณ์ใจว่าเจ้าต้องได้กลับมาอีกแน่ "

 


         มู่หรงหย่งหมิงยังคงโอบประคองร่างน้อยนั้นไว้แนบกาย ด้วยรู้ได้จากน้ำหนักที่นางทิ้งตัวลงมา คาดว่านางคงยืนไม่ไหวไปอีกสักครู่....

 

 

 

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.279K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,484 ความคิดเห็น

  1. #6476 Jigako (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2563 / 20:18

    ฟินล์ค่ะ

    #6,476
    0
  2. #6449 1988yongsi (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 23:31
    กลัวน้องลืมขนาดนั้นเชียวพี่หนวด
    #6,449
    0
  3. #6388 565118 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 08:01
    น่ารักอ่าาาาาาาาาาา
    #6,388
    0
  4. #6283 luxaky (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 05:55
    ร้ายยยยย
    #6,283
    0
  5. #6217 TheLastManStanding137 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 23:15
    พ่อคุณณณณณณ โอ้ยเน้ออออออออ ความทรงจำช่างหวานล้ำจริงเพคะท่านอ๋องงงงง งุ้ยยยยย น้องละลายหมดแรงไปแล้วเพคะะะะะะ
    #6,217
    1
    • #6217-1 เถียนเถียน(จากตอนที่ 17)
      19 พฤศจิกายน 2561 / 00:18
      แหม มาวังจวิ้นอ๋องทั้งทีจะกลับไปเปล่าๆก็กระไรอยู่ ต้องสร้างความทรงจำสักหน่อย 555
      #6217-1
  6. #6016 ahgase1 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 11:56

    ฮืออ จูบแล้ว เขาจูบกันแล้วค่ะแม่><
    #6,016
    0
  7. #5993 _jh408 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 18:35
    เป็นแค่บ่าวมาตะโกนถามเจ้านายได้คือดีมาก
    #5,993
    0
  8. #5966 pemipond (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 16:23

    ตบจูบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    #5,966
    0
  9. #5933 numayza555 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 09:57
    อ๊ากกกก
    #5,933
    0
  10. #5827 BBELL (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 10:44
    เวลาคู่ที่เราไม่ชิป(แต่เค้าชิปกันทั่วบ้านทั่วเมือง)มีโมเม้นท์กันก็จะรำคาญหน่อยๆเเละมีความข้ามอะนะ เราคงต้องทำใจชิปจวิ้นอ๋องสินะเเต่ก็เเอบหวังลึกๆว่าจะเปลี่ยนตัวพระเอก คือไม่ชอบผู้ชายเเบบนีัจริงๆ
    #5,827
    0
  11. #5537 P I N G (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 13:37
    องค์ชายห้าน่ารักกกกกกก พายให้ทีมนี้แทนได้ไหมคะ จวิ้นอ๋องอะไร ไม่เอาแล้ว 555555
    #5,537
    1
    • #5537-1 เถียนเถียน / A.C.E(จากตอนที่ 17)
      27 มกราคม 2561 / 14:03
      พากันย้ายทีมไปเยอะแล้วค่ะ 555
      #5537-1
  12. #5461 siney (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 มกราคม 2561 / 22:05
    เค้าขอย้ายข้างได้มั้ย ชอบแบบละมุน #ทีมองค์ชายห้า 55555
    #5,461
    1
    • #5461-1 เถียนเถียน / A.C.E(จากตอนที่ 17)
      24 มกราคม 2561 / 22:07
      ถึงตอนนี้ทีมชายห้ามาแรงมากกกก 555
      #5461-1
  13. #5359 มูมู (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 00:51
    หนี่ว์เอ๋อร์รอพี่หนวดแปลงร่างก่อน
    #5,359
    0
  14. #4953 mayar (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 20:53
    แฮ่ม รอโกนก่อน ค่ะ มารจะแปลงเป็นเทพเซียน
    #4,953
    0
  15. #4894 aezaa2 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 20:19
    เลือกจอมมารเถอะจ๊ะนู๋ลิน เชื่อเจ้
    #4,894
    0
  16. #4800 FaH SaI (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 23:46
    เทพบุตรกับจอมมาร
    จอมมารดูจะเร้าใจกว่านะ
    #4,800
    0
  17. #4665 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 16:59
    ฮองเฮาหรือเปล่า
    #4,665
    0
  18. #4219 เมมฟิส (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 20:10
    คนที่บงการคือใคร ฮองเฮารึเปล่า อย่าบอกว่าเป็นองค์ชายห้า
    #4,219
    0
  19. #3943 Mr.kongkang (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 13:20
    ขอบคุณครับสนุกมาก
    #3,943
    0
  20. #3821 รินหัวใจใส่ลาเต้ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 16:00
    รัชทายาทคงรู้แล้วว่า เมียตัวเองหวังสูงไม่ได้รักน้องชายจริง ไม่งั้นคงไม่ยอมมาแต่งกับตนเอง
    #3,821
    1
    • #3821-1 เถียนเถียน / Miss Smiles(จากตอนที่ 17)
      5 ธันวาคม 2560 / 16:41
      ไม่ดีเลยเนอะ ทำให้พี่น้องเขามองหน้ากันไม่ติด
      #3821-1
  21. #3435 [F.S]Fang_041 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 11:43
    รู้สึกเหมือนองค์รัชทายาทไม่ใช่คนเลว เเต่เเม่นางเลว
    #3,435
    0
  22. #3239 ppie248 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 18:09
    สนุกมากค่ะะ
    ปล.ในยุคสมัยนั้นการแต่งกายขาวถือว่าเป็นการไว้อาลัยนะคะ พอเถียนเถียนบรรยายว่าชุดสีขาวมันจะขัดๆในใจเรานิดหน่อย ถ้าสีที่เหมาะสำหรับหมอน่าจะเป็นฟ้าน้ำทะเลหรือเขียวมิ้นต์ เขียวใบตอง ถ้าอยากให้ดูบริสุทธิ์ เราว่าบรรยายให้เป็นสีอ่อนๆก็ได้ค่ะ หรือเป็นสีขาวทับด้วยสีอื่นๆ (แค่บอกกล่าวนะคะ555)
    #3,239
    0
  23. #3078 pommys (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 13:43
    คำผิด
    อุทยาน ไม่มี ธ.
    สั่นไหว
    นานเท่าไร
    #3,078
    0
  24. #2939 veraya2099 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 10:35
    ฮองเฮานี่ร้ายนะ ฆ่าทุกคน
    #2,939
    2
    • #2939-1 veraya2099(จากตอนที่ 17)
      24 พฤศจิกายน 2560 / 10:36
      แต่เดี๋ยวก่อน ถ้าพระเอกโกนหนวดแล้วคงจะหล่อกว่าน้องชายแน่ๆ เชื่อสิ อยากเห็นตอนนางเอกตะลึงมองหน้าพระเอกจริงๆ คงอ้าปากค้าง แอบสะใจนิดๆ คิดว่าพระเอกเราไม่หล่อเหรอ ชิชิ
      #2939-1
    • #2939-2 เถียนเถียน / ลักษมณ์(จากตอนที่ 17)
      24 พฤศจิกายน 2560 / 10:58
      นางบอกพระเอกหล่อร้ายค่ะ 555
      #2939-2
  25. #2853 cussendo (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 10:27
    องค์ชายห้า ชัวร์
    #2,853
    0