ชายาอ๋องกระดูกเหล็ก (สนพ.สถาพรบุ๊คส์)

ตอนที่ 15 : มู่หรงหยางเฉิง (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 103,889
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,137 ครั้ง
    12 ก.พ. 61



          " ถวายพระพรเสด็จแม่พ่ะย่ะค่ะ "



           " ถวายพระพรเฟิ่งหวงกุ้ยเฟยเพคะ "

 


          หญิงสาวร่างบางระหง ในอาภรณ์สีเหลืองอ่อนยอบกายลงคารวะทันที เมื่อสตรีสูงศักดิ์ก้าวเข้ามาภายในห้องโถงของตำหนักแห่งนี้ 

 


          มู่หรงหย่งหมิงเดินเข้าไปช่วยประคองผู้เป็นพระมารดา  และพาไปประทับนั่งที่ตั่งอย่างนุ่มนวล 

 


          นางลอบมองใบหน้าประดับรอยยิ้มของจวิ้นอ๋อง  สายตาที่ทรงใช้มองพระมารดานั้นดูอ่อนโยนและอบอุ่นอย่างที่นางไม่เคยเห็น  

 


       และเมื่อมีโอกาสได้ยลพระสิริโฉมของเฟิ่งหวงกุ้ยเฟยแล้วนั้น  นางจึงไม่แปลกใจเลยที่ได้ยินมาว่าพระนางทรงเป็นที่สนิทเสน่หาของฮ่องเต้หย่งไท่อยู่มาก  พระพักตร์งามทั้งหวานและคมกลมกลืนกันได้อย่างลงตัว  แต่งแต้มด้วยรอยยิ้มละมุนละไม นางเป็นสตรีด้วยกันมองแล้วก็ยังอยากมองอีก  แววพระเนตรอ่อนโยนทว่าจริงใจถูกส่งมาให้นาง  และที่สัมผัสได้นั้นออกจะเจือเอ็นดูนางอยู่ไม่น้อย 

 


        แม้จะทรงมีอายุเข้าวัยกลางคนแล้วแต่ก็ยังทรงพระสิริโฉมงดงามมากทีเดียว  ความสง่างามก็มีมากด้วยเช่นกัน 

 


        " เจ้าเองสินะ  บุตรสาวคนเล็กของซูฉี "

 


        " เพคะ หม่องฉันมีนามว่า จางซูหนี่ว์ เพคะ... "

 


       นางเอ่ยตอบเฟิ่งหวงกุ้ยเฟยอย่างนอบน้อม พลางก้มหน้าลงอย่างรักษามารยาท  

 


       แม้ว่าถ้อยคำที่พระนางใช้กล่าวถึงมารดาของนางนั้น  จะทรงเรียกขานด้วยชื่อจริงแทนที่จะเรียกจางฮูหยิน  ก็บ่งบอกให้เห็นถึงระดับความสัมพันธ์ระหว่างมารดาของนางกับเฟิ่งหวงกุ้ยเฟยแล้วว่าแน่นแฟ้นเพียงใด  

 


        ทว่านางก็ไม่คิดจะกระทำตัวตีเสมอหรือสนิทสนมไปด้วยแต่อย่างใด  แม่ก็ส่วนแม่  ลูกก็ส่วนลูก  นางมิเคยเข้าเฝ้าพระนางมาก่อน  มิบังควรทำตัวสนิทสนมด้วยประการทั้งปวง

 


       " มารดาของเจ้า เปิ่งกงนั้นรู้จักเป็นอย่างดี  นางเคยกล่าวว่าบุตรสาวคนเล็กร่างกายมิใคร่แข็งแรง จึงไม่เคยพาเข้าวังมาให้เปิ่นกงได้รู้จักบ้างเลย "

 


      เฟิ่งหวงกุ้ยเฟยเอ่ยพลางยิ้มแย้ม  ทั้งพิจารณาสตรีน้อยตรงหน้า  นอกจากความงามที่เฉิดฉาย บางสิ่งบางอย่างในแววตาของสาวน้อยผู้นี้ยังทำให้พระนางนึกเอ็นดูอยู่มิน้อย แววตาฉายชัดความมั่นใจหากแต่ก็คงความนอบน้อมอ่อนหวาน...

 


       " เพคะ ตั้งแต่เยาว์วัยหม่อมฉันร่างกายมิสู้แข็งแรงเท่าใดนัก  หากแต่ตอนนี้นั้นดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมากนัก "

 


       " ดีแล้วล่ะ ไหนเข้ามาให้เปิ่นกงได้ยลเจ้าใกล้ๆหน่อยสิ "

 


       จางซูหนี่ว์ขยับเข้าไปใกล้ที่ประทับ  ซึ่งจวิ้นอ๋องที่ยืนอยู่ใกล้พระมารดานั้นก็ขยับหลีกทางให้นาง ระหว่างที่นางเหลือบสายตาขึ้นไปมองบุรุษผู้นี้  ก็ไม่ลืมแสร้งตีสีหน้าเจี๋ยมเจี้ยมราวสำนึกผิดอยู่ในทีให้เขาได้เห็น

 


       ปฏิเสธมิได้หรอกว่า รอยแดงจางๆบนพระพักตร์ของจวิ้นอ๋องนั้นเกิดจากฝีมือของนาง 

 


        ให้นางกล่าวอย่างไรดี  มิได้ตั้งใจให้เกิด หากแต่ก็เจตนา...มิเช่นนั้นจะรอให้เขาจูบเขาหอมนางหรืออย่างไร  ยื่นหน้ายื่นจมูกมาเคลียคลอนางเสียใกล้เพียงนั้น อีกนิดริมฝีปากก็เฉียดจะประทับลงบนแก้มนวลของนางอยู่แล้ว 

 


        นางเองก็มิใช่สตรีใสซื่อถึงขนาดที่จะดูไม่ออก  ว่าบุรุษนั้นตกอยู่ในห้วงอารมณ์ใด ถึงจะสูงศักดิ์...แต่ครั้นนางจะยอมให้เขาล่วงเกินก็ดูจะเป็นการหยามน้ำใจกันเกินไปหน่อยกระมัง

 


        มือน้อยของนางจึงได้กระตุกไปเสียหนึ่งที...แอบสมน้ำหน้าคนเจ้าเล่ห์ชีกออยู่ไม่น้อย หากแต่นางก็สำนึกรู้ในความผิดของตัวเองอยู่เช่นกัน  จึงได้รีบส่งสีหน้าตกใจและสำนึกผิดไปให้ พลางแก้ตัวไปอย่างที่บอกจวิ้นอ๋องแต่แรก  ต้องงัดเอาศิลปะการเป็นนักแสดงแถวหน้าของวงการบันเทิงมาใช้เสียหน่อย  

 


        น้ำตาคลอ ใบหน้าตกใจและสำนึกผิดนั้น ปรากฏอยู่บนใบหน้าของนางในเวลาต่อมา เอาเถิด..ฉากเรียกน้ำตานางก็ทำได้ดีไม่มีที่ติ  มันถูกนางเอามาใช้วัดใจในความเป็นสุภาพบุรุษของจวิ้นอ๋องหน้าโหดผู้นี้ 

 


        เขาว่าบุรุษผู้แข็งกร้าวและห้าวหาญเพียงใด  ก็แพ้ให้กับน้ำตาและมารยาของอิสตรีมานักต่อนักแล้ว  ก็คงจะได้รู้กัน

 


         และก็ถือว่าจวิ้นอ๋องผู้นี้ยังมีความเป็นสุภาพบุรุษอยู่บ้าง ที่ไม่ได้เอาเรื่องเอาราวใดกับนาง  ออกจะเก้ๆกังๆทำอะไรมิค่อยถูกด้วยซ้ำ คงจะปลอบสตรีมิค่อยเป็นแน่แท้เชียว

 


         เห็นดังนั้นนางจึงยิ่งแกล้งเอาคืนเสียบ้าง  น้ำตาที่ค่อยๆรินใหล เริ่มพรูขึ้นมาอีกครั้ง..ครานี้นางเจือเสียงสะอื้นเล็กน้อย พลางเอ่ยขอโทษอยู่ตลอดเวลา  อยากรู้จริงว่าจะทำอย่างไร

 


          หากแต่คนที่เหวอกลับเป็นนางก็ว่าได้ เมื่ออยู่ๆจวิ้นอ๋องก็เอื้อมมือมาดึงรั้งร่างนางให้เข้าไปนั่งใกล้ๆเขาตามเดิม พลางส่งสายตาดุมาให้นาง  แล้วยังสั่งให้หยุดร้องอีกแน่ะ  

 


        นี่เขาแน่ใจหรือว่าเป็นการปลอบ หากเรียกว่าข่มขู่นั้นน่าจะใกล้เคียงกว่ามากนัก...

 


        อย่าหาความอ่อนโยน  จากคนที่แข็งกระด้าง

 


         ตอนแรกนางก็คิดเช่นนั้น...หากแต่เมื่อจวิ้นอ๋องหน้าโหดผู้นี้ใช้มือล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าของเขาขึ้นมา  และค่อยๆใช้มันซับน้ำตาให้นางช้าๆ อย่างแผ่วเบาและอ่อนโยน  ทำเอานางอึ้งไปอยู่ไม่น้อยทีเดียว  

 


        " หยุดร้องไห้ได้แล้ว  เปิ่นหวางมิได้คิดจะฆ่าจะแกงเจ้าเสียหน่อย เด็กน้อย "

 


         บุรุษสูงศักดิ์เอ่ยขึ้นขณะที่มือนั้นก็ยังคงใช้มันซับน้ำตาให้นางอยู่

 


       เอ..เขาก็อาจจะไม่ได้แย่เท่าไรกระมัง  หรือนางต้องเริ่มมองบุรุษผู้นี้ในแง่ดีบ้าง....

 


        " งดงามมิผิดไปจากมารดาของเจ้าเมื่อครั้งแรกรุ่นเชียวนะ หรืออาจจะงามกว่าด้วยซ้ำ "

 


        เฟิ่งหวงกุ้ยเฟยยื่นพระหัตถ์เรียวไปเชยคางมนของจางซูหนีว์  เพื่อพิศมองวงหน้างามของดรุณีน้อยแรกรุ่นตรงหน้า คิ้วเรียวดั่งคันศร ดวงตากลมโตกระจ่างใสดุจเพชรน้ำเอก เมื่อได้ยลก็ให้เกิดความพึงพอพระทัยเป็นอันมาก น่ารักน่าเอ็นดู

 


        คราแรกที่ผู้เป็นโอรสเข้ามาบอกกล่าวเรื่องของดรุณีน้อยนางนี้ ว่านางจะเข้ามาดูแลตนเองที่วังจวิ้นอ๋องสักระยะหนึ่ง  และด้วยเหตุผลที่บุตรชายยกมาอ้างนั้น  พระนางก็เข้าใจเจตนารมณ์ทันที

 


          พระนางทรงขัดเคืองมาก ที่ผู้เป็นโอรสดึงบุตรสาวของว่านซูฉี  เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องวุ่นวายนี้ด้วย  มีหรือที่พระนางจะทรงดูไม่ออกว่าแท้จริงแล้วมู่หรงหย่งหมิงนำจางซูหนี่ว์เข้ามาเก็บไว้ข้างกายเพื่อเหตุผลอันใด  ลำพังเหลียนฮวาและต้วนลี่จูนั้นไม่เท่าใด  แต่ผู้อื่นนั่นสิไม่แน่...เกรงว่าสตรีน้อยผู้นี้จะก้าวเข้าสู่วังวนความวุ่นวายโดยไม่รู้ตัวเสียแล้ว

 


         " หม่อมฉันกลับคิดว่ายังงดงาม...มิสู้ เฟิ่งหวงกุ้ยเฟยได้แม้เพียงครึ่งเพคะ "

 


        " ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้านี่ช่างเจรจาเอาใจเปิ่นกงเสียจริง  เปิ่นกงอายุมากแล้วไหนเลยจะไปสู้สาวๆอ่อนวัยเช่นเจ้าได้ "

 


        " ไม่จริงเลยเพคะ ในสายตาหม่อมฉันตอนนี้...เห็นแต่สตรีสูงศักดิ์ที่งดงามสมวัย สง่างาม และมีรอยยิ้มที่งดงามอ่อนหวานยิ่งนักเพคะ "

 


        นางมิได้กล่าวเกินจริง เฟิ่งหวงกุ้ยเฟยเป็นสตรีที่มีรอยยิ้มที่สวยงาม ดูจริงใจ เห็นแล้วก็สดชื่น ประกอบกับลักยิ้มทั้งสองข้างนั้นทำให้พระนางนั้นมีเสน่ห์มิน้อย  แม้จะมีพระชนม์ในช่วงวัยหลักสี่แล้วก็ตาม  นางชอบรอยยิ้มของเฟิ่งหวงกุ้ยเฟยจริงๆนะ 

 


        " ดูท่าทางนางจะทำให้เสด็จแม่ทรงยิ้ม และหัวเราะได้มากกว่าตอนที่อยู่กับลูกอีกนะพ่ะย่ะค่ะ ช่างน่าน้อยใจ "

 


       มู่หรงหย่งหมิงเอ่ยเย้าพระมารดา แต่ความจริงแล้วพระมารดาของเขานั้นทรงเป็นผู้มีพระอารมณ์ดีอยู่เป็นทุน เรื่องเล็กน้อยมักไม่เก็บมาทรงคิด ไม่พูดกล่าวพาดพิงบุคคลอื่น พระทัยดี หากแต่เขารู้ดีว่าภายใต้รอยยิ้มอ่อนโยนไม่มีพิษภัยใดนั้น  ทรงรู้เรื่องราวความเป็นไปของคนในวังหลังอยู่มาก หากแต่ไม่ทรงกล่าวออกมาเท่านั้น 

 


        จะว่าไปพระมารดาของเขากับจางซูหนี่ว์นั้น  ออกจะมีอุปนิสัยคล้ายกันอยู่มากทีเดียว

 


         " แน่ล่ะ...นางช่างฉอเลาะช่างเอาใจมากกว่าเจ้านักหย่งหมิง ที่ชอบพูดจาขัดคอข้าอยู่เรื่อย  แล้วนี่เมื่อไรเจ้าจะโกนหนวดเคราบนใบหน้าของเจ้าออกเสียทีละ  ฝ่าบาททรงตรัสเปรยกับแม่อยู่หลายหนแล้ว ว่าทรงเบื่อพวกขุนนางช่างจับผิดเหลือทน หาสิ่งใดมากล่าวมิได้ก็กล่าวเรื่องไม่เป็นเรื่อง "

 


        ขุนนางส่วนใหญ่ก็คงไม่มีใครมีปัญหาเท่าใด  เพราะมู่หรงหย่งหมิงนั้นไม่ค่อยชอบที่จะเข้าเฝ้าฝ่าบาทที่ท้องพระโรงนัก  โดยมากจะเข้าเฝ้าเป็นการส่วนพระองค์เสียมากกว่า  

 


        ซึ่งนานๆครั้งหรือคราที่มีพระราชพิธีสำคัญ  จึงจะเข้าเฝ้าที่ท้องพระโรงบ้าง ด้วยรำคาญขุนนางบางจำพวกที่มักทักท้วงหรือคอยหาเรื่องให้ไม่สำราญใจอยู่เรื่อย ซึ่งก็ทราบดีว่าเบื้องหลังนั้นใครเป็นผู้ถือหางขุนนางพวกนั้นอยู่

 


        " ลูกก็ตั้งใจจะโกนออกในอีกไม่ช้านี้หรอกพ่ะย่ะค่ะ  เพียงแต่ตอนนี้ขอไว้ให้พวกขุนนางพวกนั้นได้มีอะไรจับผิดบ้าง  ประเดี๋ยวจะลืมข้าเสียหมด  ข้าออกไปอยู่ชายแดนเสียหลายเดือน  ไม่มีอะไรให้กล่าวถึง  พวกนั้นคงเหงาปากอยู่นาน "

 


        " เจ้านี่ยิ่งว่าก็เหมือนยิ่งยุ  เอ๊ะ...แล้วนั่นเจ้าไปโดนสิ่งใดมา รอยแดงที่แก้มนั่นน่ะ "

 


       " ไม่มีสิ่งใดหรอกพ่ะย่ะค่ะ "

 


       กล่าวตอบมาเช่นนั้น  ทว่าสายตาของบุตรชายนั้นกลับทอดมองแต่เพียงสตรีน้อยที่นั่งอยู่ใกล้ๆพระนาง  ส่วนจางซูหนี่ว์นั้นหรือก็เอาแต่ก้มหน้าหลบตาทำไมรู้ไม่ชี้เสียอย่างนั้น

 


      เฟิ่งหวงกุ้ยเฟยลอบสังเกตปฏิกิริยาของทั้งคู่อยู่เงียบๆ รอยยิ้มหนึ่งผุดขึ้นเล็กน้อย  สองคนนี้คงมีความสัมพันธ์ระหว่างกันมากกว่าที่แสดงให้ทุกคนเห็นเป็นแน่ 

 

 

      หากการที่บุตรชายนำจางซูหนี่ว์มาอยู่ใกล้ชิดด้วยเหตุผลอื่น  ที่มากกว่านำมาเพื่อกันต้วนลี่จูให้ออกไปจากชีวิต  และเพื่อไม่ให้แผนของต้วนฮองเฮาสำเร็จล่ะก็  พระนางคงดีใจและยอมรับได้มากกว่านี้แน่นอน 

 


      " แม่ให้คนเตรียมของว่างและน้ำชาจัดไว้ที่สวนดอกไม้  วันนี้อากาศดียิ่งนักเราไปจิบน้ำชาและพูดคุยกันที่นั่นดีหรือไม่ "

 


       " ลูกคงต้องขอตัวพ่ะย่ะค่ะ  เพราะเดี๋ยวต้องนำรายงานที่เขียนเมื่อวานไปถวายให้เสด็จพ่อ  หากแต่ลูกจะขอฝากหนี่ว์เอ๋อร์ไว้กับเสด็จแม่ คงอีกสักพักใหญ่จึงจะมารับกลับพ่ะย่ะค่ะ "

 


        " อ้อ...เช่นนั้นก็ไปเถิด สิ่งใดแบ่งเบาภาระของฝ่าบาทได้ก็จงกระทำ ระยะหลังมานี้ทรงประชวรบ่อย  เพราะทรงงานหนักมาตลอดหลายปี แม่อยากให้พระองค์ทรงพักผ่อนบ้างแต่ก็ทรงรั้นเหลือเกิน  เจ้าก็ช่วยเสด็จพ่อของเจ้าทำงานให้มากเท่าที่ทำได้นะหย่งหมิง "

 


        " พ่ะย่ะค่ะ  เช่นนั้นลูกทูลลา...หนี่ว์เอ๋อร์  เจ้าอยู่สนทนากับเสด็จแม่ของเปิ่นหวางก่อนนะ แล้วเดี๋ยวเปิ่นหวางจะกลับมารับ "

 


         มู่หรงหย่งหมิงกล่าวจบก็เดินจากไป  เฟิ่งหวงกุ้ยเฟยออกจะสะดุดหูกับคำเรียกขานของบุตรชาย  ที่ใช้เรียกจางซูหนี่ว์ยิ่งนัก...หนี่ว์เอ๋อร์  นานมากแล้วที่ไม่เห็นมู่หรงหย่งหมิง เอ่ยเรียกสตรีใดเช่นนี้ยกเว้นมู่หรงเหลียนฮวาผู้เป็นน้องสาว  กับสตรีนางนั้นที่เปลี่ยนบุตรชายจากที่ร่าเริงให้กลายเป็นเงียบขรึม  

 


        หากตอนนี้พระนางเสมือนเห็นอะไรบางอย่าง  จากแววตาของบุตรชายที่ใช้มองจางซูหนี่ว์  ถ้ามองไม่ผิดก็คิดว่าบุตรชายนั้นคงรู้สึกอะไรบางอย่างกับนางเข้าแล้วเป็นแน่ 

 


        เช่นนั้น...เรื่องตำแหน่งจวิ้นหวางเฟย ก็คงจะร้างอยู่อีกไม่นานนักหรอก  หากเป็นคนนี้  หากได้คนนี้ พระนางย่อมสนับสนุน  เฟิ่งหวงกุ้ยเฟยยกยิ้มอย่างมีความสุข เพียงแค่คิดก็สุขใจเสียแล้ว

 


ศาลาริมสระบัว ภายในอุทยานหลวง

 


      " อยู่กับเปิ่นกง เจ้าเบื่อหรือไม่ "

 


      " ไม่เลยเพคะ...อีกอย่างอุทยานนี้มีดอกไม้พรรณไม้สวยงามเยอะแยะเต็มไปหมด  มีนักดนตรีคอยบรรเลงพิณขับกล่อม  ขนมเลิศรส  จิบชาหายาก ไม่มีสิ่งใดน่าเบื่อเลยเพคะ "



              "  ดูท่าทางเจ้าคงจะชอบที่นี่มาก  เช่นนั้นแล้ว เปิ่นกงขอถามเจ้าสักข้อ...หากว่าวันหน้าเจ้ามีโอกาสได้เข้ามาอยู่ในที่นี้ เจ้าจะมาหรือไม่ "

 


       เฟิ่งหวงกุ้ยเฟย ลองเลียบเคียงถามสตรีตรงหน้าดู  อย่างน้อยก็จะได้รู้ความคิด ความรู้สึกของจางซูหนี่ว์เอาไว้บ้างแต่เนิ่นๆ

 


        หญิงสาวชะงักไปเพียงนิด...ในหัวนั้นกำลังเรียบเรียงคำพูดปฏิเสธอย่างไรให้ดูสุภาพที่สุด นางรู้ดีแก่ใจว่าคำพูดนั้นหาใช่เพียงพูดเล่น  หากแต่มีนัยยะแอบแฝง  

 


         " ที่นี่งดงามราวภาพฝันเพคะ  หากแต่หม่อมฉันชอบเพียงดอกไม้พรรณไม้ ไม่ว่าจะเป็นที่นี่ หรือดอกไม้พรรณไม้ป่านอกวังหลวงหม่อมฉันก็ชอบหมด ไม่จำเป็นต้องเป็นที่นี่เท่านั้น หม่อมฉันเป็นคนประเภทรักอิสระชอบไปโน่นไปนี่อยู่เรื่อย หากอยู่ที่วังหลวงเห็นทีจะอยู่มิได้นานเพคะ "

 


         จางซูหนี่ว์เอ่ยตอบใบหน้าประดับรอยยิ้มละไม

 


        เฟิ่งหวงกุ้ยเฟยได้คำตอบแล้วก็นึกรู้ว่าสตรีน้อยตรงหน้านั้นก็ทันคนอยู่พอสมควร  เพียงประโยคกล่าวทีเล่นทีจริงของพระนาง  จางซูหนี่ว์กลับตอบได้อย่างฉะฉาน  คำตอบนั้นไม่เอ่ยปฏิเสธแต่ก็ไม่เอ่ยตกลง หากแต่พระนางก็รู้แจ้งแก่ใจแล้วว่านางมิปรารถนาที่จะเข้ามาเกี่ยวข้อง  กับความวุ่นวายของวังหลังเป็นแน่

 


       ใจหนึ่งก็ยินดีที่นางคิดได้ดั่งนั้น  ตัวพระนางเองหากมิเป็นเพราะรัก ก็มิอยากอยู่ภายในรั้ววังหลวงแห่งนี้นักหรอก

 


       หากอีกใจก็นึกลุ้นความสัมพันธ์ระหว่างบุตรชายกับจางซูหนี่ว์มิน้อย...นางไม่ได้ง่าย  หากแต่บางครั้งก็คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของโชคชะตาและบุพเพสันนิวาสเสียบ้าง

 


      " เฟิ่งหวงกุ้ยเฟยเพคะ  องค์ชายห้าขอเข้าเฝ้าเพคะ "

 


      นางกำนัลเข้ามารายงาน 

 


      " รีบทูลเชิญองค์ชายห้าเข้ามาที่นี่  และไปนำขนมมาเพิ่มด้วย "

 

 

     เฟิ่งหวงกุ้ยเฟยสั่งนางกำนัล แล้วจึงขยับกายนั่งให้เรียบร้อยกว่าเดิม

 


     " หยางเฉิง ถวายพระพรเฟิ่งหวงกุ้ยเฟยพ่ะย่ะค่ะ "

 


      มู่หรงหยางเฉิง น้อมกายลงคารวะสตรีตรงหน้า

 


      " มิจำเป็นต้องมากพิธี องค์ชายห้าเชิญร่วมรับน้ำชาและของว่างด้วยกันก่อนเถิด  มิทราบว่าเพียงผ่านมาทางนี้หรืออย่างไรกัน "

 


      " พ่ะย่ะค่ะ...อุทยานนี้ สามารถใช้เป็นเส้นทางลัดไปยังตำหนักของเสด็จแม่หม่อมฉันได้ "

 


      " ได้ยินถึงอาการป่วยของสวี่กุ้ยเฟย   ไม่ทราบว่านางเป็นอย่างไรบ้าง...เปิ่นกงคิดอยู่ว่าวันหน้าจะไปเยี่ยมเยือนนางที่ตำหนักด้วยก็มีไมตรีที่ดีต่อกันเสมอมา "

 


       " ขอบพระทัยเฟิ่งหวงกุ้ยเฟย  แต่เดิมร่างกายเสด็จแม่นั้นมิแข็งแรงอยู่แล้ว ช่วงนี้ฤดูกาลเปลี่ยนเข้าฤดูหนาว จึงล้มป่วยง่าย  หม่อมฉันเองเป็นหมอก็อยากจะดูแลอาการของเสด็จแม่เสียเอง  ระยะนี้จึงมาเข้าเฝ้าดูอาการที่ตำหนักเกือบทุกวัน เส้นทางนี้ใช้เวลาเดินทางจากตำหนักหม่อมฉันมาที่ตำหนักเสด็จแม่เร็วที่สุด พ่ะย่ะค่ะ "

 


       มู่หรงหยางเฉิงเอ่ยตอบ  

 


       จางซูหนี่ว์ที่ก้มหน้าอยู่ตลอดตั้งแต่ที่องค์ชายห้าผู้นี้เข้ามา  แอบเงยหน้าชำเลืองมองบุรุษผู้มาใหม่อย่างให้ความสนใจไม่น้อย องค์ชายที่ศึกษาด้านการแพทย์เช่นนั้นหรือ  ไม่ค่อยเห็นเท่าไร  ทั่วไปนั้นก็ศึกษาด้านการทหารหรือไม่ก็การเมืองการปกครองทั้งนั้น  นับว่าแปลกสำหรับนางไม่น้อย...

 


         หากแต่เมื่อได้เห็นใบหน้าองค์ชายห้าสมใจแล้ว  นางก็สามารถบรรยายได้คำเดียวจริงๆ...หล่อมาก

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.137K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,484 ความคิดเห็น

  1. #6448 1988yongsi (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 23:01
    นว้องรอจวิ้นอ๋องโกนหนวดก่อน
    #6,448
    0
  2. #6276 jane4117 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 11:21
    หุบปากหน่อยลูก เดี๋ยวน้ำลายหกมันจะไม่งาม
    #6,276
    0
  3. #5964 pemipond (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 15:31

    น้องคะ รอพี่เค้าโกนหนวดแล้ว น้องจะกลับลำเรือไม่ได้นะคะ

    #5,964
    0
  4. #5897 MHEEPQ12 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 18:36
    เช็ดน้ำลายก่อนน555
    #5,897
    1
  5. #5868 โฮคาบากิ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 00:07
    อยู่ๆก็รู้สึกเชียร์องค์ชายห้าซะงั้น 555 สู้ๆนะคะไรต์
    #5,868
    0
  6. #5392 Phannipha(Ying) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 13:09
    ชอบนางเอกมากสมน้ำหน้าพระเอก
    #5,392
    1
  7. #5357 มูมู (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 00:37
    พี่หนวดเราซาดิสเบาๆนะ
    #5,357
    0
  8. #4799 FaH SaI (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 23:36
    พระเอกน่าจะซาดิสเบาๆนะเนี่ย
    First impression เป็นการตีหัว
    ครั้งต่อๆมา โดนตบ นานๆไปไม่โดนมีดแทงเลยหรอ 555
    #4,799
    0
  9. #4764 อิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 01:23
    555เป็นการบ้าจี้ที่ฮาร์ดคอจริงๆเลยนะ
    #4,764
    0
  10. #4663 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 16:47
    จ้าสมควรหลอกกินเต้าหู้เค้านัก555
    #4,663
    0
  11. #4489 meeaun2 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 21:38
    โดนไปหนึ่งเพี๊ยะ555555
    #4,489
    0
  12. #4046 Numtanthitiya (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 21:26
    มือลั่นซะงั่นนน....หน้าหันสินะเพคะท่านอ๋อง
    #4,046
    0
  13. #3882 150221 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 22:45
    มาสายโหดนะวันนี้
    #3,882
    0
  14. #3425 [F.S]Fang_041 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 09:17
    555555555
    #3,425
    0
  15. #3173 MuM_ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 15:09
    มือลั่นจ้าท่านอ๋อง
    #3,173
    0
  16. #3123 hataimas1152 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 21:06
    ก็ตัวน้องนั้นตกใจน้องถึงได้ทำย่างงี้ ที่ทำไปเพราะเผลอตัวไปด้วยอารมณ์ตัวเอง ที่จริงฉันแค่ตกใจไม่มีอะไรทั้งนั้นแต่สุดท้ายที่ตบพี่ก็มือน้องลั่นไปเอง5555
    #3,123
    1
  17. #3040 pommys (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 / 20:31
    โดนเลย ตบเพราะรัก หรือตบเพราะหมั่นไส้กันนะ
    #3,040
    0
  18. #2268 Blueheart (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 14:53
    นี่ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นพระ-นาง เรียกได้ว่านางเอกเราถูกคุกคามทางเพศ
    #2,268
    1
  19. #1780 chanchan123 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 20:03
    โอ๊ย สงสารจวิ้นอ๋อง 555+
    #1,780
    1
  20. #1477 Meen_Gun (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 / 15:43
    5555555 บ้าจี้ได้สะใจมาก
    #1,477
    0
  21. #1414 Mona_Anongpat (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 22:35
    สมน้ำหน้าท่านอ๋อง หลอกใช้เขาแล้วยังจะลวนลามอีก
    #1,414
    0
  22. #1329 amporn (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 17:17
    ขอบคุณค่ะ
    #1,329
    0
  23. #1300 veevi20 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 06:48
    น่ารักดีค่ะ สนุกๆๆๆ
    #1,300
    0
  24. #1288 JubJujube (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 01:11
    สนุกกก น้องสวยน้องเก่งน้องตบพี่อ๋องก็ได้ 5555
    #1,288
    1
    • #1288-1 เถียนเถียน(จากตอนที่ 15)
      6 พฤศจิกายน 2560 / 03:26
      มือลั่นค่ะ...555
      น้องไม่ได้เก่ง แค่ปกป้องศักดิ์ศรีลูก ผญ.นิดนึง เด๋วพี่อ๋องจะได้ใจนึกอยากจูบอยากหอมก็เอาเลยง่ายๆ แต่ถ้าน้องเริ่มมีใจแล้วอันนี้ก็ไม่ว่ากัน ^^
      #1288-1
  25. #1281 เซียนน้อย (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 13:01
    เพิ่งมาอ่านทีเดียวรวด สนุกมากกก พระเอกโดนตบสะมั่งก็ดีชอบฉวยโอกาสแต๊ะอั๋งนางเอก ครั้งที่แล้วก็หลอกใช้.....

    อยากบอกว่าที่นางเอกทำน่ะมันยังน้อยกว่าที่พระเอกทำกับนางเอกอีก ตบแล้วก็อ้างไปเถอะว่ามือมันลั่นนนนน 555555

    เนื้อเรื่องช้าไปนิด แต่ก็คิดว่าปูเรื่องมาดี เปิดปม ของแต่ละคน ชอบที่มีการเล่าเรื่องราวผ่านมุมมองของตัวร้ายด้วย ก็เลยทำให้เข้าใจอะไรๆมากขึ้น เหตุผลคนเราไม่เหมือนกัน แต่ฮองเฮาก็ผิดนะ (อันนี้ความรู้สึกรี้ดล้วนๆ) โทษคนอื่นสะอย่างงั้น

    ชอบนางเอกนะ นางไม่โชว์เก่งเกินไป วางตัวเรียบๆ สบายๆ ชิลๆ พยายามเอาตัวเองออกจากเรื่องวุ่นวายตลอด แต่เรื่องก็เข้ามาหานางเองอ่ะ

    มาต่อเร็วๆนะคะ...สู้ๆค่ะ อาจจะอินมากไปหน่อยไรท์ก็อย่าเพิ่งรำคาญเลยนะ
    #1,281
    0