ชายาอ๋องกระดูกเหล็ก (สนพ.สถาพรบุ๊คส์)

ตอนที่ 13 : จุดเริ่มต้น (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 106,928
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 858 ครั้ง
    11 ก.พ. 61




          " อย่าได้วิตกจนเกินเหตุ  เปิ่นกงคิดว่าให้คอยดูความสัมพันธ์ของทั้งคู่ต่อไปสักระยะก่อน  พวกเจ้าก็อย่าได้ก่อเรื่องให้จวิ้นอ๋องขุ่นเคืองใจล่ะ  รู้มิใช่หรือว่าจวิ้นอ๋องหาได้นิยมชมชอบสตรีวุ่นวาย  วางตัวให้น่ารักใคร่น่าเอ็นดูไว้เถิด  "

 


          ต้วนฮองเฮาเสนอความคิด  ภายใต้ท่าทางนุ่มนวลอ่อนโยน หากแต่ในใจนั้นพระนางมิได้นิ่งนอนใจเลย  บุตรีเสนาบดีจาง เจ้ากรมการคลังเช่นนั้นหรือ....

 


          มู่หรงหย่งหมิง กำลังคิดจะทำสิ่งใดกันแน่...

 


          ที่ผ่านมาพระนางสามารถควบคุมความคิดอ่านของมู่หรงเหลียนฮวาได้  ด้วยเพราะความรักและไว้ใจของเด็กสาวที่มีต่อพระนางเสมอมารดาคนหนึ่ง  เด็กสาวที่พระนางเฝ้าเลี้ยงดู  และตามใจจนทำให้นางกลายเป็นคนที่เอาแต่ใจ  ที่ทำไปนั้นมิได้เสียเปล่าเลย สิ่งใดที่สร้างความทุกข์ใจและช้ำใจให้แก่ เฟิ่งจินเหลียน ได้นั้นพระนางไม่รีรอเลยที่จะกระทำ ...

 


          เหตุใดพระนางจึงได้เจ็บแค้นและเกลียดชังเฟิ่งจินเหลียน  หรือ เฟิ่งหวงกุ้ยเฟย  ย่อมมีเหตุผลอันเกิดจากความรักทั้งสิ้น 

 


          หากคิดว่าเป็นความรักสามเส้า ระหว่างพระนาง ฮ่องเต้หย่งไท่ และเฟิ่งหวงกุ้ยเฟยล่ะก็...ผิดถนัด


 

          ทว่าเป็นความรักระหว่าง ต้วนลี่ถิง  เมิ่งชงอวี้  และเฟิ่งจินเหลียน ต่างหากเล่า...

 


         รักที่ลึกซึ้ง ตราตรึง และเจ็บปวดแสนสาหัส  จนเป็นบาดแผลที่กัดกินหัวใจของพระนางถึงทุกวันนี้ ให้คงอยู่ด้วยไฟแค้นที่พร้อมจะแผดเผานางผู้นั้นให้มอดไหม้ไปตามบุรุษผู้เป็นรักแรกของพระนาง

 


          เมื่อครั้งที่พระนางยังเยาว์วัย เป็นดรุณีแรกรุ่นอายุราวสิบหกปี  หรือก็คือ ต้วนลี่ถิง ในตอนนั้น...

 


          นางคือบุตรีของเสนาบดีต้วน เจ้ากรมพิธีการ มีหน้าที่ดูแลเรื่องพิธีการต่างๆ รวมถึงการต้อนรับคณะทูตจากต่างแคว้น และดูแลในเรื่องการจัดสอบบัณฑิตที่จะรับเข้ามาทำงานราชการในตำแหน่งต่างๆอีกด้วย

 


           ในครั้งนั้นนางได้รู้จักบุรุษผู้หนึ่ง นามว่า เมิ่งชงอวี้  เขาคือบุตรชายของเจ้าเมืองหน้าด่าน  ผู้เป็นสหายสนิทบิดาของนาง  ด้วยบุคลิกงามสง่า เฉลียวฉลาด วาจาคมคายหากทว่าอ่อนโยน หลายคนยามได้สนทนากับเขาต่างก็บอกว่าเป็นบัณฑิตที่อนาคตไกล  หากเป็นขุนนางจะต้องรุ่งเรืองมากเป็นแน่

 


             ต้วนลี่ถิง ในตอนนั้นได้พบกับ เมิ่งชงอวี้บ่อยครั้ง...ด้วยว่าเขามาจากเมืองหน้าด่าน  และพักอาศัยอยู่ที่เรือนรับรองสกุลต้วน เพื่อรอเวลาเข้าสอบในอีกไม่กี่เดือนที่จะถึง  ช่วงเวลานั้นความสัมพันธ์ของนางและเมิ่งชงอวี้พัฒนาจากเพียงคนรู้จัก ขยับมาเป็นความรักลึกซึ้ง...

 


             รักครั้งแรก ที่หวานซึ้งและตราตรึงอยู่ในจิตใจของพระนางจวบจนทุกวันนี้

 


              รักที่มิอาจลบเลือนออกไปจากใจได้ แม้ชายคนรักจะจากไปนานแสนนานเพียงใด ก็ยังคงสถิตย์อยู่ในหัวใจของนางมิอาจมีผู้ใดแทนที่ได้  แม้แต่ฮ่องเต้หย่งไท่  ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพระราชสวามีก็ตามที...

 


             อำนาจ  และเกียรติยศ  ในทุกวันนี้..

 


              หากย้อนเวลากลับได้ แลกกับชีวิตของผู้เป็นที่รักให้คงอยู่  ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่าไม่จากกันไกล ต้วนลี่ถิงผู้นี้พร้อมสละได้ไม่เสียดายแม้สักนิด  ขอเพียงได้ครองคู่ชายคนรักเพียงเท่านั้น...

 


              " ลี่ถิง ข้าสัญญาวันใดที่ข้าพร้อมและสามารถสร้างเกียรติยศได้ด้วยตัวของข้าเอง  ข้าจะแต่งเจ้ามาเป็นฮูหยินของข้า...ฮูหยินเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น  เจ้ายินดีที่จะรอข้าได้หรือไม่ "

 


             เมิ่งชงอวี้ ยกมือขึ้นมาเชยคางของคนรักให้เงยหน้าขึ้นมาสบสายตากับเขา  ดวงตาคู่งามนั้น ดั่งว่ามีดวงดาวนับร้อยนับพันกำลังทอประกายวับวาวอยู่ในแววตาของนาง  ใบหน้างามประดับรอยยิ้ม

 


             " ข้ายินดีรอท่าน ไม่ว่านานแค่ไหนข้าก็จะรอ "

 


             เสียงหวานเอื้อนเอ่ยให้คำมั่นสัญญาต่อคนรัก

 


             " หลับตาสิ ข้ามีของจะให้เจ้าด้วยนะ "



             เมิ่งชงอวี้ เอ่ยบอกนางผู้เป็นที่รัก ทันทีที่นางได้เอ่ยคำมั่นสัญญานั้น เขามีความสุขเหลือจะกล่าวออกมาเป็นคำพูดได้  ภายในหัวใจเปี่ยมล้นไปด้วยความสุข  ความรักนั้นช่างมีอานุภาพยิ่งนัก

 


             ต้วนลี่ถิง หลับตาอยู่เพียงครู่ก็รู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่างถูกสวมเข้ามาที่ข้อมือของนาง  จึงลืมตาขึ้นมาดูก็พบว่า มันคือกำไลหยกเนื้อดีทรงกลมเกลี้ยง  แม้รูปแบบมันจะเรียบง่ายและไม่มีสิ่งใดสะดุดตา  แต่นางก็ชอบทั้งนั้นเพราะมันคือสิ่งที่คนรักได้มอบให้นาง  ดังนั้นคุณค่าทางจิตใจของกำไลวงนี้  ย่อมมีค่ามากกว่าเครื่องประดับทุกชิ้นที่นางมี

 


             " ชอบหรือไม่ "

 


             เมิ่งชงอวี้ถามหญิงสาว เมื่อเห็นนางเอาแต่มองกำไลนิ่งไม่กล่าวสิ่งใดเลย

 


             " ชอบสิ..ชอบมาก  ไม่ว่าท่านจะให้สิ่งใดแก่ข้า  ข้าก็ชอบทั้งนั้น "

 


            นางเงยหน้าขึ้นไปส่งยิ้มให้ชายหนุ่ม

 


            " กำไลวงนี้  มันมีสิ่งที่พิเศษซ่อนอยู่นะ "

 


            " สิ่งพิเศษสิ่งใดหรือ? "

 


            " เจ้าลองดูด้านในนั้นให้ดีๆสิ "

 


            ชายหนุ่มเอ่ยบอกคนรัก

 


            " เมิ่งชงอวี้ "

 


          ต้วนลี่ถิง เอ่ยออกมา เมื่อสังเกตได้ว่าด้านในของกำไลนั้นถูกสลักอักษรบางอย่างเอาไว้ เมื่อเพ่งมองจึงรู้ว่าเป็นนามของคนรัก

 


             " เวลาเจ้าสวมมันเจ้าจะได้รู้ว่ามีข้าอยู่ข้างกายเจ้าตลอด  ความรักของข้าจะอยู่กับเจ้าตลอดไปไม่จืดจางหรือเลือนหายไปที่ใด  ดั่งอักษรที่ถูกสลักลงบนหยกเนื้อดีนั่น "



            เมิ่งชงอวี้ค่อยๆเคลื่อนกายเข้าไปจุมพิตหญิงสาวที่เขานั้นได้มอบหัวใจให้นางไปหมดแล้วทั้งดวงใจ  ท่ามกลางทิวทัศน์งดงามบนหน้าผาที่เขาชอบพานางขึ้นมาดูทิวทัศน์เมืองหลวงที่อยู่เบื้องล่าง

 


             ณ  ตรงนี้ คือ ที่ของเขาและนาง  มันโอบล้อมไปด้วยกลิ่นไอความรักอบอวลไปทั่วบริเวณนี้

 


             มีผู้เคยกล่าวว่าความสุขนั้นอยู่ไม่นาน มักมาควบคู่กับทุกข์ก็เห็นจะเป็นจริงดั่งว่า...

 


             ในที่สุดการสอบคัดเลือกก็มาถึง  บัณฑิตมากมายทั่วแคว้นเดินทางมายังเมืองหลวงเพื่อสอบคัดเลือกเข้ารับราชการในตำแหน่งต่างๆ  โดยการสอบได้แบ่งออกเป็นสามรอบ  หากผ่านรอบสุดท้ายผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดตามลำดับทั้งหมดสี่คน  จะได้เป็นผู้ช่วยเสนาบดีเจ้ากรมต่างๆ ส่วนที่เหลือนั้นก็จะกระจายกันไปทำหน้าที่ต่างๆ

 


             เพียงรอบแรกนั้นบัณฑิตที่สอบไม่ผ่านถูกคัดออกไปมากมายเสียเกือบครึ่งเลยก็ว่าได้  หากแต่ก็เป็นไปตามที่นางคาดการณ์  เมิ่งชงอวี้ สอบผ่านรอบแรกไปด้วยคะแนนในลำดับต้นๆ เป็นที่จับตามองของหลายๆคนอยู่ไม่น้อย  นางยินดีและปลาบปลื้มไปกับเขายิ่งนัก...

 


             อนาคตอันงดงามและสดใสรอเขาอยู่ไม่ไกลแน่นอน

 


             หากใครจะคาดคิดว่าเพียงไม่กี่วันก่อนการสอบคัดเลือกครั้งที่สอง  อยู่ๆเขาก็หายตัวไปหลังจากที่บอกกล่าวนางว่าจะออกไปทำธุระนอกจวน  จากนั้นเขาก็ไม่กลับเข้ามาอีกเลย  บิดาของนางนั้นส่งคนออกตามหาเขาหลายวัน  หากแต่ก็หาไม่พบ...

 


             ห่วงแสนห่วง แต่นางก็จนด้วยปัญญา มิรู้จะตามหาเขาได้ที่ไหน  ทั้งสาเหตุของการหายตัวไปของเขาก็ไม่มีผู้ใดทราบ  หากแต่ก็สันนิษฐานถึงเรื่องการสอบได้คะแนนนำของเมิ่งชงอวี้ ว่าน่าจะเกี่ยวข้องเป็นแน่  เพราะความโดดเด่นนั้น  อาจจะไปขัดหูขัดตาใครเข้า  ด้วยว่าบัณฑิตที่เข้ารับการสอบคัดเลือกนั้นมากหน้าหลายตา มาจากทุกสารทิศในแคว้นหวงหรง  จิตใจผู้ใดเป็นเชนไรบ้างใครจะรู้ได้

 


              จากวันเป็นเดือนล่วงเข้าสู่สองเดือนก็ไม่มีวี่แววของเขาเลย  จนนางเริ่มหมดกำลังใจ

 

 

              ทว่าวันหนึ่งบ่าวในจวนนั้นเข้ามารายงานว่าพบเมิ่งชงอวี้ภายในตลาด กับสตรีโฉมงามผู้หนึ่ง  ซึ่งบ่าวรับใช้ก็ไปสืบความได้ว่านาง มีนามว่า เฟิ่งจินเหลียน  เป็นบุตรีของเฟิ่งจินหู่  ผู้เป็นอาจารย์สอนเรื่องการปกครองให้องค์ไท่จื่อมู่หรงหย่งช่าง หรือต่อมาก็คือ ฮ่องเต้หย่งไท่ ในปัจจุบัน...

 


             แม้จะแปลกใจในการหายตัวไป และการปรากฏกายเคียงข้างสตรีอื่นเช่นนี้  หากแต่ความดีใจที่เห็นเขาปลอดภัยนั้นมีมากกว่า 

 


              นางและบิดารีบรุดหน้าไปที่จวนสกุลเฟิ่ง  และก็ได้พบกับเมิ่งชงอวี้จริงๆ  หากแต่เป็นเมิ่งชงอวี้ที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

 


              ใช่...ไม่เหมือนเดิม เพราะในความทรงจำของเขาไม่มีนางหลงเหลืออยู่ในนั้นเลยสักนิด  แท้จริงเขาจำกระทั่งตนเองไม่ได้ด้วยซ้ำ  เฟิ่งจินเหลียนไปพบเขาถูกทำร้ายสาหัสนอนหมดสติอยู่ที่ข้างทางไม่ไกลจากจวนสกุลเฟิ่งเท่าใดนัก  จึงได้ช่วยเหลือเอาไว้  หากแต่เมื่อฟื้นเขากลับจำสิ่งใดไม่ได้เลย  คนในจวนสกุลเฟิ่ง จึงพากันเรียกเขาว่า อาฉือ...

 


             อยู่ใกล้กันแค่เอื้อม  ดั่งว่าห่างไกลนับพันลี้

 


             คำนี้คงตรงกับใจของนางเป็นที่สุด  เจ็บปวดใจอย่างยิ่ง แม้เขาจะรับรู้ว่านางคือคนรักของเขา  แต่เขากลับปฏิบัติกับนางอย่างห่างเหินยิ่งนัก  ผิดกับเฟิ่งจินเหลียนที่เขาวนเวียนอยู่ใกล้ชิดนางผู้นั้นตลอดเวลา ใบหน้าประดับรอยยิ้มดูช่างมีสุขนัก  ผู้ที่ยืนเคียงข้างเขาควรเป็นนางมิใช่หรือ...

 


             เมิ่งชงอวี้ กลับมาพักรักษาตัวอยู่ที่จวนสกุลต้วนได้สักพัก  นางพยายามรื้อฟื้นความทรงจำของเขาทุกวิถีทาง  หากแต่ก็สูญเปล่า เขาไม่มีทีท่าจะจดจำความรักระหว่างเขากับนางได้เลย  กลับกันความรู้สึกนึกคิดของเขานั้นมีแต่เฟิ่งจินเหลียนผู้นั้นตลอด  สุดจะชอกช้ำใจแต่นางจะทำอย่างไร...

 


              และในที่สุดเขาก็เอ่ยขอโทษและบอกให้นางตัดใจจากเขาเสีย  เพราะใจของเขาตอนนี้ไม่สามารถมอบให้นางได้อีกต่อไป เพราะข้างในนั้นเขามอบให้เฟิ่งจินเหลียนไปหมดแล้ว

 


             เหมือนความรักที่เขาเป็นผู้สร้างให้กับนางมันพังทลายลงด้วยน้ำมือของเขาเอง  หากแต่นางก็คงไม่โทษเขาหรอก  เพราะนางรู้ว่าหากเป็นเมิ่งชงอวี้คนเดิม เขาจะไม่มีวันกล่าวเช่นนี้กับนางเป็นแน่  คงได้แต่ปล่อยเขาไป เพียงแต่เก็บความรักของเมิ่งชงอวี้คนเดิมเอาไว้ในใจนางตลอดไป

 


             หากแต่การกลับไม่เป็นไปอย่างที่คิด เฟิ่งจินเหลียน ปฏิเสธรับความรักจากเมิ่งชงอวี้ ความว่านางนั้นมีใจให้กับองค์ไทจื่อ จึงมิอาจรับรักจากเมิ่งชงอวี้ได้

 


              เขาเจ็บปวดเสียใจ เอาแต่ดื่มสุราเมามาย ปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนหมดราศีจากที่เคยสง่างาม เลิศปัญญา ตอนนี้สภาพกลับดูไม่ได้ แม้นางจะเอ่ยเตือนสติเขาเพียงใดก็มิมีสิ่งใดดีขึ้นเลย  มีแต่แย่ลงๆ  เป็นเพราะเฟิ่งจินเหลียนทั้งนั้นที่ทำให้เขาเป็นเช่นนี้  นางยอมเสียสละหลีกทางให้..แต่เฟิ่งจินเหลียนกลับไปมอบใจรักให้องค์ไท่จื่อแทน คงเพราะหวังสูงเป็นพระชายาเป็นแน่ ช่างน่ารังเกียจนัก...

 


              และวันหนึ่งก็เกิดเรื่องขึ้นเมื่อเมิ่งชงอวี้ดื่มสุราจนเมามาย  และเกิดสะดุดล้มลงไปศีรษะกระแทกพื้นอาการหนักเอาการ  เมื่อเขาฟื้นขึ้นมากลับเป็นอัมพาตกล้ามเนื้อช่วงล่างมิสามารถขยับได้  

 


              หากแต่ความทรงจำเดิมของเขานั้นค่อยๆกลับมาแทน เขาจำนางได้แล้ว...เขากลับมาเป็นเมิ่งชงอวี้คนเดิมที่รักนางสุดหัวใจ  

 


              ต้วนลี่ถิงผู้นี้ดีใจยิ่งนัก..ไม่ว่าเขาจะเป็นอย่างไร หากแต่รักของนางก็ยังมั่นคงเสมอ  นางยอมรับได้แม้ว่าเขาจะกลายเป็นคนพิการเช่นนี้  นางก็พร้อมที่จะดูแลเขาไปตลอดชีวิตไม่คิดตีจากไปไหน

 


              หากแต่คนที่รับไม่ได้กับสภาพร่างกายพิการนั้น กลับเป็นเมิ่งชงอวี้เสียเอง  เขาอาละวาดขว้างปาข้าวของ หงุดหงิดง่าย ใครก็เข้าหน้าเขาไม่ติด...ยกเว้นเพียงแต่นางที่พอจะทำให้เขาสงบลงได้บ้าง

 


             เมิ่งชงอวี้มักจะน้ำตาซึมและร้องไห้บ่อยครั้งที่เห็นนางคอยดูแลเขา  หากแต่นางก็ปลอบใจเขาไปว่าเพราะรัก และนางก็เต็มใจดูแลเขาเช่นนี้ตลอดไป  หากแต่เพียงไม่นาน ....

 


             เช้าวันหนึ่งที่นางเข้าไปหาเขาก็พบว่าร่างที่นอนอยู่บนเตียงนั้น เป็นเพียงร่างที่ไร้ลมหายใจไปเสียแล้ว  เขาฆ่าตัวตายด้วยการเอาแจกันบนโต๊ะที่ตั้งอยู่ติดหัวเตียงนอนนั้น ทุบจนกลายเป็นเศษแหลมคมและปลิดชีวิตตัวเองด้วยการกรีดข้อมือ....

 


              ต้วนฮองเฮาน้ำตาซึมเมื่อคิดถึงเหตุการณ์นั้น  มันช่างทรมานจิตใจของพระนางจนถึงที่สุด เพราะเฟิ่งจินเหลียน  นางหญิงมักใหญใฝ่สูงผู้นั้น....

 

 

             หากนางเลือกเมิ่งชงอวี้ ป่านนี้เขาก็คงจะยังมีชีวิตอยู่และไม่จบชีวิตลงอย่างน่าอนาถเช่นนั้น  แม้คนที่เขาเลือกจะไม่ใช่ต้วนลี่ถิงผู้นี้  แต่เพียงเขามีชีวิตอยู่นางก็มีความสุขแล้ว  เมื่อได้เห็นคนที่รักมีสุขสมหวัง

 


              พระนางยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาทิ้ง เพื่อขับไล่ความอ่อนแอที่เกิดขึ้นมาทุกครั้งเมื่อคิดถึงเรื่องราวแต่หนหลัง  มู่หรงเหลียนฮวากับต้วนลี่จูกลับไปได้สักพักแล้ว 

 


             " ฟางหรู จัดการส่งคนของเราไปคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของคนในสกุลจางทีนะ โดยเฉพาะบุตรสาวของเสนาบดีจาง แล้วรายงานข้าเป็นระยะ "

 


             พระนางหันไปเอ่ยกับสาวใช้อาวุโสคนสนิท  ซึ่งเคยเป็นพี่เลี้ยงของนางมาตั้งแต่นางยังไม่ก้าวเข้าวังหลวงเสียด้วยซ้ำ เรื่องความจงรักภักดีนั้นสามารถไว้ใจได้ เปรียบดั่งมือขวาของต้วนฮองเฮาเลยทีเดียว

 


             " เพคะ...ฮองเฮา "

 


             ฟางหรู ในวัย 50 ปี รับคำสั่งจากผู้เป็นนาย  ก่อนจะออกไปทำตามที่ต้วนฮองเฮารับสั่งทันที



เถียนเถียนเองค่ะ


     บทแรกๆจนถึงกลางเรื่องจะเป็นการรีไรต์คำผิด และสำนวนเล็กๆน้อยๆนะคะ  แต่ช่วงหลังๆประมาณตอนที่ 40 ไปแล้วอาจจะมีการปรับโครงเรื่องใหม่(บ้าง) แต่เส้นหลักๆจะยังคงอยู่เหมือนเดิม

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 858 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,484 ความคิดเห็น

  1. #6161 K-muk (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 00:09
    เราว่าความแค้นของฮองเฮาโคตรไร้สาระและไม่น่าเห็นใจเลยซักนิด เอาใจตัวเองไปผูกกับผู้ชายโง่ๆคนนึง แล้วพาลใส่ผู้หญิงอีกคน จากนั้นก็ตามแค้นทำลายความสุขคนอีกหลายคนที่ไม่รู้เรื่องด้วย ทั้งโง่ทั้งเห็นแก่ตัวเลย...
    #6,161
    3
    • #6161-2 เอิ่ม (จากตอนที่ 13)
      14 ธันวาคม 2561 / 08:53
      เห็นด้วยเลย ฮองเฮาไร้สาระมาก เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดจินเหลียนเลย ไร้สาระมาก
      #6161-2
    • #6161-3 Sodazaaa1539(จากตอนที่ 13)
      1 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:30
      เห็นด้วย
      #6161-3
  2. #6142 AoRoc (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 22:40
    สงสารฮองเฮา​อ่ะ แต่ อำมหิตนะสอนให้ลูกศัตรู​เสียคนชื่นชมฮองเฮา
    #6,142
    0
  3. #5991 _jh408 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 18:19
    สงสารฮองเฮานะนางก็ไม่ผิดอะ เวนกำ
    #5,991
    0
  4. #5900 FeMeelz (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 17:38
    ทำไมสงสารฮองเฮาอ่ะ ฮื่อ เเต่ความรู้สึกมันบังคับกันไม่ได้นี่เนอะ
    #5,900
    0
  5. #5854 Sistel2 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 02:32

    อ่อออ ความเป็นมาช่างลึกซึ้ง

    #5,854
    0
  6. #5824 BBELL (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 10:07
    ถ้าได้ต้วนฮองเฮาไปเป็นนางร้ายในละครหลายๆเรื่องที่ตัวร้ายน่าตบมาก คงทำให้ลดความน่าตบลงไปได้เยอะเลยเเหละ โลกต้องการนางร้ายเเบบนี้ๆม่ใช่เขาไม่รักเเล้วไปเกลียดนางเอก
    #5,824
    0
  7. #5390 Nm'mi (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 10:49
    โง่และอวดฉลาด เต็มๆค่ะ เป็นองค์หญิงกลับคิดได้แค่นี้ก็บอกเลยว่าสมควร ว่าแม่บังเกิดเกล้าไปเข้ากับฮองเฮาอีก
    #5,390
    0
  8. #5355 มูมู (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 00:18
    ฮองเฮาร้ายจริงๆ เหลียนฮวานี้ก็ไม่ฉลาดเลย
    #5,355
    0
  9. #5156 rosayrai (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 22:05
    สะใภ้ใช้ไม้ม้วนนะคะไรท์
    #5,156
    1
  10. #5155 rosayrai (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 22:05
    สะใภ้ใช้ไม้ม้วนนะคะไรท์
    #5,155
    0
  11. #4661 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 16:36
    ฮองเฮานี่ก็ร้ายไม่เบา
    #4,661
    0
  12. #4487 Grisaia (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 02:37
    โง่แท้ๆ
    #4,487
    0
  13. #4400 AN_DSBP (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2560 / 15:14
    เหลียนโง่จริงๆ สมน้ำหน้า
    #4,400
    0
  14. #4215 เมมฟิส (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 18:02
    อยากให้เหลียนฮวารู้เท่าทันฮองเฮามากๆ
    #4,215
    1
    • #4215-1 เถียนเถียน(จากตอนที่ 13)
      15 ธันวาคม 2560 / 18:54
      ย่อมต้องมีวันนั้น...
      #4215-1
  15. #3881 150221 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 22:27
    พรจากเฒ่าจันทราที่นางไม่เชื่อไงจ้าความรักเลยมากับความวุ่นวาย
    #3,881
    0
  16. #3816 รินหัวใจใส่ลาเต้ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 14:45
    เด็กหนอเด็ก ถูกหลอกใช้ยังไม่รู้ตัวแล้วพี่ชายไม่รู้ทันเรื่องนี้หรอ ออกจะฉลาดจะปล่อยให้น้องสาวตกเป็นเครื่องมือของฮองเฮาหรอ
    #3,816
    0
  17. #3505 ๏เต้าหู้ขาว๏ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 17:54
    โง่ หูเบา .... มองคนอื่นเป็นแม่ไปแล้วมั้ง ไม่มีใครดีขนาดนั้นหรอก
    #3,505
    0
  18. #3422 [F.S]Fang_041 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 08:55
    'โง่ เเล้วยังอวดฉลาด' หึ ชอบคํานี้อ่ะ เด็กโง่ โดนฮองเฮาหลอกใช้ยังไม่รู้ต้ว
    #3,422
    0
  19. #3030 pommys (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 / 16:53
    สะใภ้ ต้องใช้"ไม้ม้วน"นะค่
    #3,030
    1
  20. #2450 Choi_Jina_ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 10:45
    เหอะๆ ก็จริงนั้นแหละ โง่แล้วยังอวดฉลาด
    #2,450
    0
  21. #2349 น้องพริกหวาน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 13:02
    รู้สึกว่าองค์หญิงไม่สนิทกับแม่เหมือนลูกทั่วไป ธรรมดาลูกชาวบ้านลูกสาวจะสนิทกับแม่ แต่ในวังเลี้ยงยังไงให้ลูกสาวไปสนิทกับเมียอีกคนที่ไม่กินเส้นกันนักกับแม่ตัวเองช่างไม่รู้บ้างเลยนะ
    #2,349
    1
    • #2349-1 เถียนเถียน / ลักษมณ์(จากตอนที่ 13)
      17 พฤศจิกายน 2560 / 14:27
      ด้วยความที่เป็นเด็กถูกฮองเฮาถือหางมาตลอดเลยเอาแต่ใจ
      #2349-1
  22. #2167 Ainaemoroe (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 13:02
    โง่อ่ะ ไม่สมเป็นองค์หญิงในวังหลวงเลย คิดเหรอถ้าไม่ใช่มารดาแท้ๆจะมีใครน้ำใจกว้างรักลูกคนอื่นของสามีตัวเองได้ ถึงมีก็น้อยอ่ะ ยิ่งคนนึงเป็นฮองเฮา ส่วนแม่ตัวเองรั้งตำแหน่งหวงกุ้ยเฟยอีก
    #2,167
    0
  23. #1658 poiice222 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 23:14
    เหลียนฮวาจะซื่อไปไหน นี่สินะส่วนที่ไม่เหมือนแม่ เพราะแม่ทันคนมากกว่าถ้านางรู้ความคิดฮองเฮาจะเสียใจขนาดไหนเนี่ย สนิทจนนับฮองเฮาเป็นแม่อีกคนขนาดนี้ ความไว้ใจทำร้ายตัวเองแท้ๆเลย
    #1,658
    0
  24. #1431 praewarin (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 05:45
    ปกติท่านแม่ต้องไมให้่องคหญิง์มาสนิทกะฮองเฮานะ เพราะ ทำไมเรื่องนี้สนิทกันได้
    #1,431
    2
    • #1431-1 byunnie(จากตอนที่ 13)
      8 พฤศจิกายน 2560 / 14:09
      ยังไงฮองเฮาก็เป็นมารดาแผ่นดินนะคะ
      จะสนิทสนมกับองค์หญิงองค์ชายก็ไม่แปลก
      ที่เห็นว่าหลายเรื่องไม่สนิทเพราะตัวฮองเฮาเอง
      แต่ฮองเฮาเรื่องนี้นางมีแผนในใจไง
      นางก็คอยสร้างภาพเป็นมารดาแผ่นดินใจดี
      ถึงท่านแม่จะรู้จะกันแต่ก็ออกหน้าออกตาชัดเจนไม่ได้
      แถมองค์หญิงนสงก็เอนมาทางฮองเฮาไง
      #1431-1
    • #1431-2 เถียนเถียน(จากตอนที่ 13)
      8 พฤศจิกายน 2560 / 15:25
      ตามที่คุณ byunnie พูดมาถูกต้องแล้วค่ะ ในสิ่งที่ไรท์ต้องการจะสื่อ...^^
      #1431-2
  25. #1405 56140060 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 21:50
    โง่ดักดานจะทำให้นางหายโง่คงยากอ่ะขนาดแม่บังเกิดเกล้ายังทำตัวเนรคุณอย่างนี้
    #1,405
    0
  26. #1017 Tababuya (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 08:10
    วังหลังอยู่ยากจริงๆ มีแต่กลอุบาย จ้องจับผิด วางแผนการซับซ้อน น่ากลัว ยิ่งถ้าฮองเฮาไร้คุณธรรมยิ่งลำบาก
    #1,017
    2
    • #1017-1 poiice222(จากตอนที่ 13)
      10 พฤศจิกายน 2560 / 23:20
      อย่านึกถึงคุณธรรมในวังหลังเลยค่ะ เพราะถึงจะมันก็ต้องมีเล่ห์เหลี่ยม มีความทอแลเพื่อความอยู่รอดทั้งนั้น ในวังหลังใครเป็นคนดีมีแต่จะถูกเขารังแกจนตายนั่นแหละ
      #1017-1
    • #1017-2 poiice222(จากตอนที่ 13)
      10 พฤศจิกายน 2560 / 23:30
      ไม่มีผู้หญิงคนไหนจะอยากทำดีกับลูกของสามี(ฮ่องเต้)ตัวเองกับผู้หญิงอื่นหรอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวังหลัง ยิ่งนางเป็นคนโปรดยิ่งแล้วใหญ่...
      #1017-2