ชายาอ๋องกระดูกเหล็ก (สนพ.สถาพรบุ๊คส์)

ตอนที่ 12 : หลอกใช้ (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 110,388
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,106 ครั้ง
    11 ก.พ. 61



ณ เรือนรับรอง

 


หญิงสาวเดินเข้าไปภายในเรือนรับรองที่นางใช้พำนักอยู่ในระหว่าง 7 วัน  ที่ต้องคอยดูแลจวิ้นอ๋อง  ใบหน้างดงามนั้นนิ่งขรึม  แต่ทว่าการก้าวเดินกลับรวดเร็วประหนึ่งรีบร้อนของผู้เป็นนายสาว  ทำให้เพ่ยเพ่ยสาวใช้คนสนิทและเสี่ยวไป๋ที่คอยติดตามรับใช้นั้น  รีบสาวเท้าก้าวตามให้ทันผู้เป็นนายทันที  ต่างก็หันมองหน้ากันด้วยความงุนงง

 


               " พวกเจ้าสองคนไม่ต้องตามข้าเข้าไปด้านในหรอก  ข้าอยากอยู่คนเดียวเงียบๆสักพัก  พวกเจ้ามีสิ่งใดจะต้องทำก็ไปทำเถิด "

 


               " เจ้าค่ะ "

 


              จางซูหนี่ว์ หยุดอยู่เพียงหน้าประตูห้อง ก่อนหันกลับมาเอ่ยกับสาวใช้ และก้าวเข้าไปในห้องนั้นพลางปิดประตูลง

 


              " เพ่ยเพ่ย คุณหนูของเจ้านางเป็นอะไรไป  เหตุใดจึงมีใบหน้านิ่งขรึมเพียงนั้น  ตั้งแต่ออกมาจากตำหนักกลาง  ข้าก็ไม่เห็นว่าคุณหนูของเจ้าจะกล่าวกับผู้ใดเลย "

 


             เสี่ยวไป๋ เอ่ยถาม เพ่ยเพ่ยที่ยืนงงอยู่ข้างๆ

 


             "  ข้าก็อยู่ด้วยกันกับเจ้า  ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรเล่า "

 


             เพ่ยเพ่ย เอ่ยตอบ เสี่ยวไป๋ นางเองก็ไม่อาจรู้ได้เช่นกัน  ว่าในตอนนี้คุณหนูของนางนั้นคิดอะไรอยู่  หากแต่อารมณ์ก็คงขุ่นมัวอยู่มากพอดู

 


....ภายในห้อง....

 

 


             " หึ อิตาอ๋องเจ้าเล่ห์  คนเห็นแก่ตัว  มากเล่ห์เพทุบายนักนะ ทำไม..ว่าแล้วยังมามองหน้าอีก  ข้าว่าท่านนั่นแหละ  มีอย่างที่ไหนอยู่ๆก็มาลากข้าเข้าไปพัวพันเรื่องวุ่นวายของท่านเช่นนี้  ข้าอยู่ของข้าดีดีแท้ๆ.. แล้วยังกล้ามาบอกว่าสนใจข้าอีก สนใจแค่เพียงเปลือกนอกน่ะสิ  หากข้าไม่สวย ชาติตระกูลไม่ดีท่านจะสนข้าหรือ  เหอะ..ผู้ชาย 

 


             แล้วดูสิ...คนสนใจกันเขาทำกันเช่นนี้หรือ  โยนขี้ให้ข้าชัดๆเลย  จิตใจของท่านมันก็คงกระด้างพอๆ กับใบหน้าโหดๆ ของท่านนั่นล่ะ  ตาอ๋องหน้าหนวด  ฮึ่ย..ยิ่งพูดยิ่งคิดยิ่งโมโห ตายสะเถอะ นี่แน่ะ นี่แน่ะ "

 


              หากผู้ใดได้เข้ามาเห็นนางในตอนนี้  อาจจะคิดไปได้ว่านางสติวิปลาสก็เป็นได้  ด้วยสามารถพูดคุยกับหมอนที่ใช้หนุนนอนได้เป็นตุเป็นตะ  ดั่งว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถพูดคุยโต้ตอบกับนางได้

 


              แต่จะให้นางทำอย่างไรล่ะ  ถ้าไม่ได้ระบายอารมณ์โกรธออกไปบ้าง  นางคงได้อกแตกตายด้วยความโมโหเป็นแน่แท้  ใจนั้นอยากกรีดร้องออกมาดังๆด้วยความหงุดหงิดเสียด้วยซ้ำ  หากแต่ไม่สามารถทำได้...

 


              จึงได้แต่ตบตีชกต่อยอยู่กับหมอนเช่นตอนนี้อย่างไรเล่า  ใจก็ไพล่นึกไปว่ามันคือใบหน้าของจวิ้นอ๋องเจ้าเล่ห์ผู้นั้น  ผ่านไปสักพักเริ่มเหนื่อยหอบจึงได้หยุด และเมื่อได้ระบายอารมณ์ออกไปบ้างก็รู้สึกดีขึ้นไม่น้อยทีเดียว

 


              "  หึ...จวิ้นหวางเฟยอย่างนั้นหรือ  ใครอยากเป็นก็เป็นไป  แต่ไม่ใช่จางซูหนี่ว์ผู้นี้แน่  เชิญท่านเอาตำแหน่งนี้ไปให้ผู้อื่นเถอะ  แต่ข้าว่าสตรีที่ได้คนอย่างท่านเป็นสามีนี่น่าสงสารมากกว่าจะน่ายินดีนะ  เพราะท่านมันไม่เคยหวังดีกับใครด้วยใจจริง  ข้าขอแช่งให้ท่านอกหักรักคุด รักผู้หญิงคนไหนก็ขอให้อกหักทุกครั้งไป  รักเขาแต่เขาไม่รัก  เจ็บปวดจนเตลิดเข้าป่าไปอีกรอบเลยได้ยิ่งดี  ให้สมกับที่ท่านหลอกใช้ข้าด้วยเถอะ  เพี้ยงงง!!!  "

 


             จางซูหนี่ว์ ยกหมอนใบนั้นขึ้นมา  พลางเอ่ยแช่งมันดั่งเป็นตัวแทนบุรุษสูงศักดิ์ผู้เป็นต้นเหตุของความขุ่นเคืองในใจนางอย่างเข่นเขี้ยว จากนั้นก็โยนมันไปไกลตัวอย่างหงุดหงิด

 


               ฮัดเช่ย ๆๆ

 

 

           มู่หรงหย่งหมิงจามออกมาอย่างกลั้นไม่ไหว  หลังจากที่จางซูหนี่ว์ออกไปจากห้องนี้แล้ว  เขาก็ไม่ได้มีสมาธิที่จะทำงานต่อไป  ในหัวตอนนี้มีแต่เรื่องของนางอยู่เต็มไปหมด  โดยเฉพาะคำขอของนาง....

 


           " ซูหนี่ว์ เจ้านี่ช่างใจแข็งแท้...แต่ก็เพราะเจ้าดื้อดั่งม้าพยศเช่นนี้อย่างไรเล่า  ข้าจึงได้สนใจเจ้า "

 


          เขาได้ให้สัญญาไปตามที่นางขอก็จริง  แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม มู่หรงหย่งหมิงมีความรู้สึกมั่นใจนัก  ว่าเขากับจางซูหนี่ว์นั้นต้องได้เจอกันอยู่เรื่อยๆเป็นแน่

 


              นางกล่าวว่า..หากไม่จำเป็น อย่าได้มาข้องเกี่ยว  แล้วถ้ามีเหตุจำเป็น ก็ไม่ถือว่าเขาผิดคำพูดใช่หรือไม่

 


              ตอนแรกก็เพียงแค่สนใจ  แต่เพราะนิสัยหลายอย่างของนางนั้นถูกใจเขานัก  เขาชอบที่จะมองดวงตาของนางเพราะมันราวกับสะท้อนความคิดของนางให้เขาได้เห็น

 


              นางเป็นคนฉลาดที่ไม่แสดงตัวว่าฉลาด  รู้จักควบคุมอารมณ์ในการแสดงออก  และที่สำคัญนางใช้เวลาเพียงไม่นานก็อ่านแผนการของเขาออกอย่างทะลุปรุโปร่ง  นางโกรธแต่นางไม่โวยวาย  หากแต่นางก็มีความกล้ามากพอที่จะพูดกับเขาตรงๆ  ด้วยท่าทางนิ่งสงบและใช้เหตุผล  ซึ่งทั้งหมดนั้นก็มากพอที่จะทำให้เขานึกชอบสตรีนางนี้อยู่มากทีเดียว...

 


...ในมุมหนึ่งของเรือนรับรอง...

 


              หญิงสาวนางหนึ่งได้ซ่อนอยู่ทางด้านหลังของเสาใหญ่ จุดประสงค์ก็เพื่อจะแอบดูความเคลื่อนใหวต่างๆของสตรีตระกูลจางและจวิ้นอ๋อง  ตามคำสั่งขององค์หญิงเหลียนฮวา  

 


              ใช่...นางคือคนที่องค์หญิงเหลียนฮวาและคุณหนูต้วน ส่งเข้ามาดูความเป็นไปของจวิ้นอ๋อง  แต่เดิมนั้นเพียงแค่คอยรายงานให้คุณหนูต้วนทราบว่าจวิ้นอ๋องทำอะไรบ้างเมื่ออยู่ที่ตำหนัก 

 


              เมื่อองค์หญิงเหลียนฮวาและคุณหนูต้วนมาที่นี่จึงได้พบจวิ้นอ๋องเกือบทุกครั้งไป  หากแต่ครั้งนี้หน้าที่ของนางเพิ่มมาอีกหนึ่งอย่าง  ด้วยได้รับคำสั่งให้นางจับตาดูคุณหนูจางผู้นี้ด้วยอีกหนึ่งคน

 


              " ซิ่วซิ่น  เจ้ามายืนทำลับๆล่อๆอะไรตรงนี้น่ะ "

 


               เสี่ยวไป๋ กับ เพ่ยเพ่ย ที่เดินมาอีกทางหนึ่ง ซึ่งอยู่ทางด้านหลังของสาวใช้ผู้นี้  จึงได้เห็นว่านางกำลังยืนลับๆล่อๆอยู่ทางด้านหลังเสา  

 


             ซิ่วซิ่น สะดุ้งตกใจเล็กน้อย  หากแต่ก็ยังทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้  ไม่ยอมรับว่ามายืนทำลับๆล่อๆอยู่จริงตามที่เสี่ยวไป๋กล่าว

 


           " ข้าเพียงแต่มาเดินเล่นเท่านั้น  เจ้าอย่ามาใส่ความข้า "

 


            " ข้ายังไม่ได้ไปใส่ความอะไรเจ้าเลยนะ  อย่าร้อนตัว "

 


   เสี่ยวไป๋กล่าว

 


              " ก็เจ้าว่าข้ามายืนลับๆล่อๆ แอบมองคุณหนูจาง "

 


             " อ้อ...ที่แท้ก็มาแอบมองคุณหนูจางนี่เอง "

 


              เสี่ยวไป๋ เอ่ยกับซิ่วซิ่น ทั้งที่ความจริงนางก็พอรู้อยู่แล้วล่ะ  

 


             " เปล่านะ  ก็ที่นี่มีใครอยู่บ้างล่ะ นอกจากคุณหนูตระกูลจาง  เจ้าว่าข้ามาทำลับๆล่อๆ ก็หมายความว่าข้ามาแอบมองคุณหนูจางน่ะสิ ทั้งที่ความจริงข้าแค่มาเดินเล่นเท่านั้น  และตอนนี้ข้าก็เบื่อทิวทัศน์แถวนี้แล้ว  งั้นข้าไปล่ะ "

 


             ซิ่วซิ่น เมื่อรู้ตัวว่าเผลอหลุดพูดออกไป  ก็รีบแถไปอย่างอื่นทันที  พลางเอ่ยขอตัวและเดินออกไปจากบริเวณนั้นโดยเร็ว

 


             " ใครน่ะ...เสี่ยวไป๋ "

 


              เพ่ยเพ่ย เอ่ยถาม

 


             " สาวใช้คนหนึ่งน่ะ ชื่อ ซิ่วซิ่น ...ก็คงมาสืบความคอยเอาไปรายงานองค์หญิงตามเคยน่ะแหละ...อย่าไปสนใจนางนักเลย น่ารำคาญออก "

 


             เสี่ยวไป๋ เอ่ยบอก  นางไม่ค่อยชอบสาวใช้ผู้นั้นเท่าไร  เกียจคร้านก็ปานนั้น  ขี้ประจบสอพลอก็ปานนี้

 


ณ ตำหนักฮองเฮา

 


              สตรีสูงศักดิ์ท่วงท่างามสง่า สวมอาภรณ์เนื้อดีลวดลายหงส์ปักดิ้นทองดูหรูหรางดงาม  พระเกษาปักปิ่นประดับลายหงส์ดูเข้ากันกับชุด แลเครื่องประดับอีกมากมายพราวระยับ  บ่งบอกถึงฐานันดรศักดิ์

 


              พระนางคือผู้เป็นใหญ่และมีอำนาจที่สุดในวังหลังแห่งนี้  ในวัยสี่สิบห้าปี แม้ภายนอกความงามจะโรยราไปบ้างตามกาลเวลา  หากแต่ก็ยังมีเค้าความงามปรากฏอยู่มาก  ให้ผู้พบเห็นประจักษ์ว่าเมื่อครั้งยังเยาว์ด้วยวัยสาวนั้น พระนางคงงดงามมิน้อย

 


             " จริงๆนะเพคะ  หม่อมฉันกับลี่จูไปเจอกับสตรีคนหนึ่งที่วังจวิ้นอ๋อง  ดูท่าทางความสัมพันธ์คงมิธรรมดาเป็นแน่ "

 


             มู่หรงเหลียนฮวา กับต้วนลี่จู เมื่อออกมาจากวังจวิ้นอ๋องแล้ว  ก็รีบพากันมายังตำหนักของฮองเฮาทันที  เหตุผลก็คือการได้เข้าเฝ้าผู้ที่นางรักและเคารพประดุจพระมารดาของนางอีกคน  และกราบทูลสิ่งที่นางได้พบเจอในวันนี้ให้พระนางได้ทรงทราบ 

 


             " เจ้าว่าความสัมพันธ์ของจวิ้นอ๋องกับสตรีผูนั้น มิธรรมดาเช่นนั้นหรือ "

 


             ต้วนฮองเฮา ที่กำลังประทับอยู่บนตั่งไม้สักแกะสลักลวดลายงดงามอ่อนช้อยอย่างสำราญพระทัยอยู่นั้น  ค่อยๆวางถ้วยชาที่ทรงถืออยู่ด้วยกิริยานุ่มนวล หากแต่พระพักตร์กลับแสดงความประหลาดพระทัยอยู่มาก  เมื่อทรงได้ฟังสิ่งที่มู่หรงเหลียนฮวาและผู้เป็นหลานสาวได้กล่าวให้ฟัง

 



             " จวิ้นอ๋องทรงให้ความสนิทสนมกับนางยิ่งนักเพคะ "

 


             ต้วนลี่จู เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เมื่อยามนึกถึงใบหน้าอ่อนโยนและน้ำเสียงนุ่มนวลที่จวิ้นอ๋องเอ่ยกับจางซูหนี่ว์ ความน้อยใจแล่นริ้วขึ้นมาในอกน้ำตานั้นหรือก็พานจะไหล

 


             " นางเป็นใครกัน เปิ่นกงรู้จักหรือไม่ "

 


             ต้วนฮองเฮากล่าวถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

 


"นางเป็นบุตรีเสนาบดีจาง เจ้ากรมการคลังเพคะ "

 


             มู่หรงเหลียนฮวา เป็นผู้ตอบ

 


             " เช็ดน้ำตาเสียเถิดลี่จู  เจ้าคร่ำครวญไปก็หาได้มีประโยชน์อันใด...บางทีอาจจะไม่ได้เป็นเช่นที่เจ้าคิดวิตกก็เป็นได้ "

 


            ต้วนฮองเฮาเอ่ยปลอบประโลมผู้เป็นหลานสาว  ทรงมีพระโอรสเพียงองค์เดียว คือ องค์ไท่จื่อ ไม่ได้มีพระโอรสหรือพระธิดาใดอีกด้วยร่างกายมิใคร่จะแข็งแรงเท่าใดนัก

 


          ส่วน ต้วนหลี่จง ผู้เป็นพี่ชายนั้นมีบุตรธิดาทั้งหมดสามคน เป็นชายสองคน และหญิงหนึ่งคน ต้วนลี่จูนั้นคือน้องคนเล็ก  ซึ่งพระนางนั้นออกจะรักและเอ็นดูหลานสาวคนนี้อยู่มากทีเดียว  จึงทรงเรียกผู้เป็นหลานสาวเข้าเฝ้าอยู่บ่อยครั้ง 

 


             พลางหันพระพักตร์ไปทางสตรีสูงศักดิ์อีกนางที่อ่อนวัยกว่ามาก  หากแต่เมื่อมองหน้านางคราใดก็ให้นึกไปถึงผู้เป็นมารดาของนางไม่ได้  เด็กสาวผู้นี้ยิ่งเจริญวัยยิ่งมีรูปร่างและรูปโฉมคล้ายมารดาของนางอยู่หลายส่วน  ทว่าอุปนิสัยนั้นต่างกันมากมายนัก

 


             หากแต่เป็นเช่นนั้นก็ตรงตามจุดประสงค์ที่พระนางวางหมากเอาไว้แต่แรกมิใช่หรือ  ผู้คนเห็นเป็นที่ประจักษ์ว่าพระนางเอ็นดูรักใคร่องค์หญิงเหลียนฮวา  พระธิดาของฝ่าบาทกับเฟิ่งหวงกุ้ยเฟยเป็นที่สุด  ดั่งบุตรีในอุทรของพระนางเอง  ผู้คนสรรเสริญน้ำพระทัยกว้างขวาง เปี่ยมคุณธรรมและพระเมตตา

 


           แต่ความเป็นจริงนั้นไซร้  จะมีผู้ใดล่วงรู้ความในใจของพระนางบ้าง ว่าแสนจะชิงชังเลือดเนื้อเชื้อไขของสตรีจอมมารยาผู้นั้นเป็นที่สุด  หากแต่ก็ต้องนำเด็กสาวผู้นี้มาไว้ใกล้ตัว  เพื่อร้อยไว้ใช้ประโยชน์ในกาลข้างหน้า  คิดแล้วมิดีกว่าหรือ เสี้ยมลูกให้ผิดใจกับแม่บังเกิดเกล้าไปเรื่อยๆ...สาแก่ใจกว่ากันเยอะ

 


             " ฮวาเอ๋อร์ เจ้าก็อย่าเพิ่งร้อนใจโวยวายไป มิดีหรอกหรือ เจ้าจะได้มีพี่สะใภ้เสียที "

 


             " หม่อมฉันอยากได้ลี่จูเป็นพี่สะใภ้ เป็นจวิ้นหวางเฟยเพคะ  นางสนิทสนมและรู้ใจหม่อมฉัน แต่กับนางผู้นั้นหม่อมฉันไม่ต้องการ "



              " แล้วเจ้าได้ถามจวิ้นอ๋องหรือยังล่ะ  ว่านางไปทำอะไรที่นั้น "

 


             " ถามแล้วเพคะ  แต่ท่านพี่ไม่ตอบ...บอกเพียงว่าท่านแม่ทราบแล้วเท่านั้น "

 


             " แล้วไยเจ้าไม่ลองไปถามเฟิ่งหวงกุ้ยเฟยดูล่ะ  เจ้าจะได้รู้ว่านางมาทำอะไรที่วังจวิ้นอ๋อง "

 


             " ฮองเฮาก็ทรงทราบว่าเสด็จแม่ของหม่อมฉัน ชอบดุหม่อมฉันอยู่เรื่อย ทำอะไรก็ไม่เห็นจะถูกใจสักอย่าง  หากไปถามก็คงถูกดุกลับมาอีกว่าเป็นเรื่องของท่านพี่ "

 


             " เปิ่นกงว่าคงไม่เป็นเช่นนั้นกระมัง  บิดามารดาย่อมรักลูก จะดุผู้เป็นลูกทำไมกัน "

 


             ต้วนฮองเฮา ยิ้มอ่อนโยนละมุนละไมส่งไปให้เด็กสาวสูงศักดิ์  คนเอาแต่ใจและอารมณ์ร้อน  ไม่สนใจผู้ใด อยากได้ต้องได้  เมื่อถูกว่ากล่าวสั่งสอนและตักเตือน  ก็มักมองว่าถูกดุด่าว่ากล่าวอยู่เสมอนั่นแหละ...โง่ แล้วยังอวดฉลาด

 


             " เหตุใดเสด็จแม่จึงไม่ใจดีเช่นฮองเฮาบ้างนะเพคะ  ทรงพระทัยดีและตามใจฮวาเอ๋อร์ยิ่งกว่ามารดาแท้ๆเสียอีก "

 


             " เจ้าก็กล่าวเกินไป "

 


             " หม่อมฉันทูลความจริงเพคะ "

 


             มู่หรงเหลียนฮวาพูดเรื่องจริง  ตั้งแต่ยังเยาว์วัยนางได้มาที่ตำหนักฮองเฮาบ่อยๆ ทรงรักและตามใจนางอยู่มาก มากกว่ามารดาของนางเสียอีก

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.106K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,484 ความคิดเห็น

  1. #6471 ผ่านมาอ่าน (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 15:30

    อีลูกโง่...ทุกวันนี้เหมือนหมาเดินตามฮองเฮา เออเป็นอง์หญิงอิหยังวะ ไม่รู้เรื่องเล่ห์เหลี่ยนในวังหลังเ-้ยอะไรเลย ป๊าดดดด ง่าวขนาด...แบบนี้กว่าจะรู้ตัวก็ตอนโดนโยนเป็นบรรนาการเชื่อมสัมพันธ์เมืองอื่น แล้วง่าวขนาดนี้ไม่ต้องคืดเลยว่า มีเวลากี่วันกี่เดือนจะโดนโยนเข้าตำผนักเย็น หรือโดนวางยาตายอนาถไม่รู้ตัว

    #6,471
    0
  2. #6404 Myaily1971 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 19:06
    อ่านไม่ได้ค่ะ...ปลดบล็อคยังงัยคะ
    #6,404
    0
  3. #6189 yellowpage (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 15:50
    อยู่ในวังไม่น่าใสซื่อขนาดนี้ โง่ไป
    #6,189
    0
  4. #6022 Bumnimkong (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 20:42
    องค์หญิงโง่ไปนะ พี่ชายก็ออกจะฉลาดแท้ๆ
    #6,022
    1
  5. #5990 _jh408 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 18:15
    นี่วังหลังใครเขาใจดีกับลูกเมียอีกคนของผัวจ๊ะหนู
    #5,990
    0
  6. #5961 pemipond (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 14:57

    ไม่น่าเป็นองค์หญิง ความโง่งม

    #5,961
    0
  7. #5936 krunong68 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 21:17
    อ่ะทำไงล่ะ อ่านไม่ได้
    #5,936
    0
  8. #5920 TukTIkinlove (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 11:05
    ร็อคเสียใจจังอ่านไม่ได้
    #5,920
    0
  9. #5853 Sistel2 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 02:26

    ร้ายกาจ

    #5,853
    0
  10. #5354 มูมู (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 00:12
    หนี่ว์เอ๋อร์ฉลาดอ่ะ
    #5,354
    0
  11. #5106 KrisWu เฮียอู๋สุดหล่อ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 17:38
    นางเอกฉลาดมากกก
    #5,106
    0
  12. #5090 4447 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 21:05
    นางเอกฉลาดอะะ
    #5,090
    0
  13. #5089 4447 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 21:04
    นางเอกฉลาดอะะ
    #5,089
    0
  14. #4659 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2560 / 16:28
    ความคิดของนางเอกดีนะชอบดูฉลาดแต่ไม่ได้ฉลาดเกินจนดูเว่อร์ ชอบๆๆๆ
    #4,659
    0
  15. #3880 150221 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 22:27
    พรจากเฒ่าจันทราที่นางไม่เชื่อไงจ้าความรักเลยมากับความวุ่นวาย
    #3,880
    0
  16. #3815 รินหัวใจใส่ลาเต้ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 14:30
    ดีแล้วที่นางบอกไว้ก่อนว่าอย่ามายุ่งเกี่ยวกันอีก แต่อย่างว่าแระอยู่ๆเรื่องก็วิ่งเข้าหาเองล่ะ
    #3,815
    0
  17. #3787 goldpaddy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 02:38
    โหดมาก อย่ายุ่งเกี่ยวกัน...
    #3,787
    0
  18. #2937 veraya2099 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 10:20
    มันเรื่องส่วนตัวของพระเอก จูลี่มันจะออกนอกหน้าเกินไปล่ะ นางเอกก็โคตรใจอ่อน นึกว่าจะเก่งกว่านี้สะอีก ... นางเอกก็ใคตรใจเร็ว บอกไม่เอาก็ดื้อไม่เอาอยู่อย่างนั้น เอาแต่ใจใช่ย่อย
    #2,937
    0
  19. #2098 buew9518 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 04:59
    #เนื้อเรื่องสนุกมากคะบรรยายได้ดี

    #แต่อาจมีช่วงที่ตัวละครคิดมันยาวไปแถมยังอธิบายซ้ำซ้อนจนทำให้บทพูดแต่ละช่วงห่างกันมาก บางทีต้องกวาดสายตาอ่านเร็วๆหรือข้ามไปเลยตรงนี้ก็ค่อนข้างจะเสียอรรถรสการอ่านนิดหน่อย
    #่บทแต่ละช่วงการคิดยาวได้แต่ต้องไม่ใช้ประเด็นคิดอย่างเดียวแต่อธิบายยืดยาว
    #รีดไม่ได้มีความรู้เรื่องการเขียนนิยายมากนักแค่เป็นนักอ่านคนนึงที่รักนิยายของไรท์เลยอยากให้มันออกมาดี

    #เป็นกำลังใจให้คะไรท์สู้ๆๆ จุ๊บๆๆ
    #2,098
    1
    • #2098-1 เถียนเถียน / ลักษมณ์(จากตอนที่ 12)
      14 พฤศจิกายน 2560 / 09:41
      อาจจะติดบรรยายมากไป จะพยายามปรับปรุงนะคะ...ใกล้จบอาจจะมีการรีไรท์อีกทีนึงค่ะ ^^
      #2098-1
  20. #1845 Zebastian Michaelis (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 18:17
    เป็นเรื่องที่สามารถทำความเข้าใจได้ง่ายๆ แต่ทำไมนางเองต้องใช้ความรู้ที่ตัวเองมีมาวิเคราะห์โน่นนั่นนี่กว่าจะเข้าใจ ตกลงมาจากโลกสมัยใหม่จริงป่ะเนี้ย
    #1,845
    0
  21. #1786 Kibibiza (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 20:18
    หากเป็นลูกรัก และฮ่องเต้มีพระประสงค์จะติดปีกให้ลูกชายคนนี้ได้มีตำแหน่งหน้าตา มีที่ยืนที่มั่นคงในวังหลวงไม่น้อยหน้าผู้อื่น อีกทั้งเป็นรองเพียงไท้จือก็ควรได้รับพระราชทานตำแหน่งชินอ๋องในตอนต่อๆไปนะค่ะ
    #1,786
    0
  22. #1754 chanchan123 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 18:11
    ขอสมรสพระราชทานเลนค่ะ จวิ้นอ๋อง
    #1,754
    0
  23. #1249 Mr.kongkang (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 13:55
    ขอบคุณครับสนุกมาก
    #1,249
    0
  24. #1154 DhaaGel (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 / 04:46
    เป็นจวิ้นอ๋องดีแล้ว เอาง่ายๆ เราไม่อยากให้พระเอกขึ้นครองราช เพราะส่วนตัวไม่ชอบเมียเยอะ ถ้าขึ้นครองราชมันก็หนีไม่พ้นต้องมีสนมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งเราเป็นคนหัวสมัยใหม่ชอบผัวเดียวเมียเดียวแต่ดันชอบอ่านนิยายจีนซึ่งหนีไม่พ้นเรื่องแบบนี้ บางทีก็งงใจกับตัวเองอะไรท์ สับสน 5555555555
    #1,154
    1
    • #1154-1 เถียนเถียน(จากตอนที่ 12)
      3 พฤศจิกายน 2560 / 07:40
      เหมือนกันค่ะ...ไรท์ก็ไม่ชอบให้มากเมีย แต่โบราณเป็นไปได้ยากมาก ต่อให้พระเอกรักเดียวใจเดียว แต่บางทีก็ต้องแต่งเมียเพิ่มเพราะเหตุผลส่วนใหญ่คือการเมืองล้วนๆ อย่าว่าแต่ฮ่องเต้เลย ชินอ๋อง จวิ้นอ๋อง เหล่าองค์ชายก็ยากที่จะมีเมียเดียว บางทีอยู่เฉยๆพ่อแม่พวกนางก็จัดใส่พานมาถวายกันทีเดียว...
      เรื่องมีสาวมาอุ่นเตียงนี่ยังไงมันต้องมีอยู่แล้ว ขนาด ผช.ปัจจุบันยังน้อยเลยที่จะไม่เคยมีอะไรกับใครมาก่อน แล้วประสาอะไรกับยุคอดีตที่เห็นการมากเมียเป็นเรื่องปกติ และฐานอำนาจอย่างหนึ่ง ขนาดฮ่องเต้ยังหนีไม่พ้นเรื่องนี้...เรื่องนี้ไรท์ให้พระเอกมีสาวใช้อุ่นเตียง แต่ไม่แต่งตั้งใครเป็นเมียสักคน อยู่รอดมาถึงอายุ 24 นี่ยังถือว่าเป็นไปได้ยากแล้วนะ ถ้าเปรียบกับอดีต...
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ ไรท์ก็เป็นเหมือนรี้ดเลย ไม่ชอบมากเมีย แต่ไหงอ่านแนวจีนมากเมียอยู่เรื่อยเลย 5555
      ปล.เป็นการตอบนักอ่านที่ยาวมากของไรท์ เลย^^
      #1154-1
  25. #1002 foreverafter (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 05:54
    ท่านอ๋องก็มีเหตุผลของตัวเอง (เป็นเราคงทำเหมือนกัน แบบหาไม้กันหมาที่ดูเก่งและดูแลตัวเองได้) ซูหนี่ว์เองก็มีเหตุผลของนางแบบอยากตัดไฟตั้งแต่ต้นลม อืม คนสองคนมีเหตุผลเป็นของตัวเอง แล้วจะทำอย่างไรให้ทางสองทางมาบรรจบกันอย่างสวยงามแบบไม่มีใครเจ็บ รอลุ้นด้วยคน ขอบคุณนักเขียนมากนะคะ
    #1,002
    0