-เขตการศึกษา- ที่เก็บงานรร.หามีอันใดไม่

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 318 Views

  • 0 Comments

  • 3 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    7

    Overall
    318

ตอนที่ 20 : บาบารุ เคอิเค – พิษฟองสบู่ญี่ปุ่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 0
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 ก.ย. 61

cr. https://aommoney.com/stories/mrpunngern/

  ญี่ปุ่นแพ้ใน
WW2 หลังจากนั้นทั้งภาครัฐและเอกชนก็ช่วยกันฟื้นฟูให้ประเทศที่กลายมาเป็นเสือเศรษฐกิจแห่งเอเชียได้โดยใช้เวลาไม่นาน ด้วยนโยบาย ความมั่งคั่งทางทรัพยากร ของประเทศ ไม่ใช่ กำลังทหารที่เข้มแข็ง อีกต่อไป แลละด้วยความช่วยเหลือจากสหรัฐฯและประเทศต่างๆ  ญี่ปุ่นกลายเป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจที่มี GDP เป็นอันดับ  2 รองจากสหรัฐอเมริกา

  ช่วงแรกที่ญี่ปุ่นกำลังฟื้นฟูประเทศ อุตสาหกรรมของญี่ปุ่นจะอยู่ภายใต้การนำของกลุ่มเครือข่ายธุรกิจครอบครัวขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “Keiretsu” อันได้แก่ Sumitomo, Mitsui, Yasuda และ Mitsubishi(มีอาณาจักรธุรกิจยิ่งใหญ่ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ อุตสาหกรรมหนัก และธนาคาร)

อุตสาหกรรมการผลิตของญี่ปุ่นเติบโตอย่างรวดเร็วด้วยการเน้น นวัตกรรม ที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการใส่ไอเดียใหม่ๆเข้าไปในสินค้าและกระบวนการผลิต ทำให้ขายสินค้าที่มีคุณภาพได้ในราคาสูง ซึ่งเป็นยุคทองของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ เช่น Sony, Hitachi, Nissan, Sega และ Nintendo

  1985 โดยญี่ปุ่นเป็นประเทศเดียวที่ได้กำไรทางการค้าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีหลายประเทศรู้สึกว่าญี่ปุ่นนั้นเอาเปรียบคู่ค้าเกินไป จนเกิดข้อตกลงทางการค้าที่เรียกว่า Plaza Accord ทำให้เงินเยนของญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้น ทั้งข้อตกลงพลาซ่าและเศรษฐกิจภายในประเทศที่ดีขึ้น ทำให้ค่าเงินเยนแข็งขึ้นกว่าเดิม แหล่งเงินกู้ภายนอกประเทศจึงมีต้นทุนต่ำลงสำหรับบริษัทเอกชนสัญชาติญี่ปุ่น

 

ธนาคารพาณิชย์เริ่มเพิ่มระดับความเสี่ยงที่เกินตัวให้กับตัวเองด้วยการยืมเงินจำนวนมหาศาลจากแหล่งเงินทุนนอกประเทศ ประมาณ 186 ล้านล้านเยน ทำให้ฟองสบู่เกิดขึ้นอย่างช้าๆ โดยมีสาเหตุมาจาก...

1 ความเชื่อมั่นในตัวเองของรัฐบาลทำให้เกิดนโยบายการคลังแบบขยายตัว พูดง่ายๆคือรัฐบาลใช้จ่ายอย่างเกินตัว ทำให้เงินทุนล้นตลาด คนญี่ปุ่นต่างนำเงินไปเก็งกำไรในตลาดหุ้น และอสังหาริมทรัพย์

2 ดูได้จากดัชนีตลาดนิกเกอิที่สูงขึ้นมาสามเท่าตัวในช่วง 1985-1989 มาอยู่ที่ 39,000 จุดและมีมูลค่าตลาดขนาดใหญ่คิดเป็น 1 ใน 3 ของมูลค่าตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก ณ ขณะนั้น  การถือหุ้นไขว้กันของบริษัทในกลุ่ม Keiretsu ที่มีอำนาจการเงินอยู่ล้นเหลือ ทำให้การปั่นราคาหุ้นของบริษัทในเครือที่มีน้ำหนักต่อการเปลี่ยนแปลงของดัชนีนิกเกอินั้นเป็นไปอย่างง่ายดาย

3 ราคาของอสังหาริมทรัพย์ในย่านธุรกิจอย่างโตเกียวสูงขึ้นกว่า 350 เท่า ราคาแพงกว่าที่ดินย่านธุรกิจสำคัญที่แมนฮัตตันในนิวยอร์ค

4 วิศวกรรมทางการเงินที่เรียกว่า “Zaitech” ช่วยให้บริษัทต่างๆสามารถนำกำไรจากการเก็งกำไรในสินทรัพย์เข้าไปรวมอยู่ในงบกำไรขาดทุนของบริษัทได้ ทำให้เกิดความโลภ เพราะถ้าบริษัทแสดงตัวเลขกำไรที่สูงขึ้นได้จากการทำธุรกรรม Zaitech บริษัทก็จะสามารถปั่นราคาหุ้นให้สูงขึ้นได้ ผู้ถือหุ้นได้เงินปันผลและ Capital Gain มากขึ้น  บริษัทเอกชนจึงมองหาแหล่งเงินกู้ที่มีภาระดอกเบี้ยต่ำ แล้วใช้เงินที่กู้มาเก็งกำไรในสินทรัพย์ ยิ่งทำให้ราคาของสินทรัพย์ในประเทศสูงขึ้นอย่างรุนแรง ทำให้หุ้นหลายตัวในตลาดกลายเป็นหุ้นที่แพงกว่ามูลค่ามาก

สถานการณ์ทั้งหมดกลายเป็นต้นเหตุของฟองสบู่เศรษฐกิจที่รอวันแตกในไม่ช้า

ในปี 1989 รัฐบาลญี่ปุ่นก็เริ่มตระหนักได้ว่าหากปล่อยให้ฟองสบู่ลอยตัวสูงไปกว่านี้ ผลเสียหายที่รุนแรงชนิดประเมินค่าไม่ได้จะตามมา จึงตัดสินใจใช้นโยบายการคลังแบบรัดตัว

0 ความคิดเห็น