[Fic yandere simulator] boy x girl yan&yan

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 876 Views

  • 10 Comments

  • 40 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    31

    Overall
    876

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

มันไม่ใช่ความรักหรือความโรคจิตของการอยากฆ่าและบ้าคลั่ง เพียงแต่มันยิ่งกว่านั้น ฉันจำเป็นต้องมีเขา เพื่อการมีชีวิตของฉันเอง -Ayato x Ayano(+Senpai)- จุดพลุค่ะ เคลียร์เรื่องนี้จบแล้วค่ะ!!


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
*สปอยยยย์ฟิค

- จะมีตัวละครชาย-หญิงของแต่ละคนโผล่มา  อาทิรุ่นพี่ทาโร่ รุ่นพี่ทาเอโกะ ยันจัง ยันคุง ฯลฯ
- เวลาผ่านไปไวยิ่งกว่าทามสคริป
- รุ่นพี่ทาเอโกะเสียซิงไปแล้วให้กับคนที่รัก และเคยโดนยันคุงจับไปกกที่บ้านมาแล้วด้วยในช่วงนึงของเรื่อง แต่เวอร์หลักเป็นหนุ่มจิ้นนะจ๊ะ
- ยันจังมีคาร์ที่ไร้อารมณ์มากกว่ายันคุง...รึเปล่านะ? เอาเป็นว่ายันคุงมีอารมณ์รุนแรงมากกว่า น่าจะแบบนั้น
- กะจะใส่ฉากเอ็นซีแต่ท่าจะยาก ความไร้อารมณ์มันทำให้พล็อตเดินต่อยากทีเดียวถ้าจะทำแบบนั้น เหอๆ
- พบแมลงของให้ทัก คำผิดของให้บอก อยากติชมเชิญค่ะ เรารับฟัง

รักผู้อ่านทุกคนค่ะ
@pom
Cr.https://www.pinterest.co.uk/pin/743938432166545559/
Cr.Koumi-senpai
? quality

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 16 มี.ค. 61 / 02:59

บันทึกเป็น Favorite


Parring :: Yan-kun x Yan-chan (+senpai)

คำเตือน - ฟิคนี้มีความบทละครสูง เด็กอายุต่ำกว่า15ปีควรพิจรณาเองด้วยสติปัญญาว่าควรทำตามหรือไม่


/สร้างฟิคปล่อยความติ่งอีกแล้ว แหม่….


แจ้งก่อยนะคะ ขอปรับเปลี่ยนข้อมูลชั้นปี ยัยจังม.ปลายปี1  ยันคุง&ทาโร่ปี2 ทาเอโกะปี3 ส่วนตัวละครศัตรูที่กลายเป็นชายมหาลัย+ชั้นเดียวกันแต่ต่างรร.  ประมาณนั้นค่ะ


อืม เป้าหมายยันจังมีเพื่อนกะประธานชมรมที่ม่อง(และยันจังหวังให้ไซโกะม่องเซม) ครูห้องพยาบาล และนักเลง(รอจัดการอยู่)โดนไล่ออก ประธานชมรมการแสดงกลายเป็นฮิกกี้นีทและอาจฆ่าตัวตายได้ อาจารย์โดนล้างสมอง คุณน้องสาว โอก้ากับนักกีฬาหาคู่ให้


ปล. สำนวนเรามันยังไม่คงที่ บทพากษ์สลับไปมาระหว่างตัวละครและบุคคลที่3

ปลล. เรารีใหม่พยายามให้สมูทขึ้น แต่ไม่รู้อารมณ์เรื่องในด้านความรุนแรงมันจะดีหรือแย่ลง ทั้งเรื่องราวต่อจากนี้ที่เราแต่งค้างไว้ค่อนข้างผิดจากแนวที่เราคาดไว้เลยต้องแก้ไขใหม่ เอาเป็นว่าขอพ้นช่วงกีฬาสีก่อยนะแล้วปอมจะพาเรื่องเดินหน้าต่อ ติชมได้นะคะะ

ปลลล.ดีใจจังมีคนชอบด้วยค่ะ แงงง ขอบคุณทุกคอมเมนต์นะคะฮรือ


     แก้ไขครั้งสุดท้ายและปอมขอสกรีม

     ในแผนนั้นลักษณะยันจังจะค่อยๆเปลี่ยนตัวเองเข้าไทป์น้องสาวในช่วงแรกและค่อยๆสวยขึ้นกลายเป็นไทป์ผู้หญิงสวยเรียบ เพรียบพร้อมด้วยความสามารถ สร้างเรื่องให้รุ่นพี่ดีเปรสอยู่เบื้องบ่อยๆแล้วใช้ยุทธการอยู่เคียงข้างแล้วท้ายที่สุดเธอก็ครองหัวใจรุ่นพี่ได้  ...แต่ว่า ไอ้ชีวิตกับหัวใจหลายๆครั้งมันก็คนละส่วนกัน...จริงๆคนที่อยู่กับนางตอนแย่มันก็มีแต่ยันคุงนี่ล่ะที่เข้าใจเธอ ทาโร่มันไปเข้าใจอะไร๊ แถมที่อยู่กับนางนี่ก็ไม่หวานเลยนะ มันเชิงๆว่าเพราะมีนางคนเดียวที่อยู่ด้วยตลอดเวลาเลยยึดติดนางคล้ายคู่นักสืบกับภรรยานางนั่นแหละ

*โซนสกรีม*

     โอ้ยยยยยย 20%ที่ไหนจะใช้หน้าเท่ากับ80%ตรงนี้ บอกตามตรงปอมไม่ได้คิดจะแต่งยาวขนาดนี้เลยล่ะค่ะ นี่ถ้ารวมกับ20%อันเดิมที่ปอมไม่เอารวมหน้าแล้วฟิคเรื่องนี้ใช้ทั้งหมดเกือบ30หน้าด็อคอากู๋น่ะค่ะ!! มาราทอนสุดๆแถมแต่งออกมาไม่ดีอย่างที่คิดด้วย ฮือออ


รักรีดทุกคนนะคะ รักมากๆเลยที่ยังตามฮือออ

ขอบคุณจริงๆค่ะ


-------------


เหตุการณ์มันเริ่มขึ้นในตอนนั้น


    ฉัน อายาโนะ ไอชิ ตัวตนที่เกิดมาพร้อมความว่างเปล่า ความเฉยชา เป็นสิ่ง...ที่ ‘ไม่สมบูรณ์’


    ฉันมีดวงตาที่เหมือนคุณแม่ ผิวนี่ก็ด้วย กระทั่งความผิดปกติฉันเองก็ถอดมาจากคุณแม่


    ความผิดปกติทำให้ฉันได้เรียนรู้ที่จะสร้างตัวตนลอกเลียนแบบ เพื่อให้ไม่แตกต่างจนทำให้ชีวิตตอนนี้มันน่ารำคาญ มันเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำ เพราะฉันไม่แข็งแกร่งพอ


    คุณแม่เคยบอกฉันไว้ สิ่งนี้จะเปลี่ยนไปเมื่อฉันเจอใครบางคน คนๆเดียวที่สำคัญที่สุด เธอกล่าวไว้แบบนั้น...และเพราะฉันคือลูกของพวกเขา ลูกของเธอ...ฉันรู้ เธอไม่สนใจใครนอกจากเขา ตราบใดที่ยังมีเลือดคุณพ่ออยู่ในตัวฉัน เธอจะดูแลและรักฉันมากในส่วนนั้น แต่สุดท้ายถ้าต้องทิ้งเธอก็สามารถกำจัดฉันได้อย่างง่ายดาย … แต่ ฉันไม่สนใจ มันไม่ทำให้ฉันรู้สึกเศร้าหรือเสียใจ ไม่รู้สึกอะไรแม้แต่น้อย


    จนกระทั้งฉันได้พบกับเขา…ฉันรู้สึกได้



นั้นเป็นครั้งแรก


หัวใจ


คนๆนั้น เขาคือสิ่งสำคัญ


คนๆนั้น…


เขา


เขา…


เขาเป็น

ของฉัน



    ฉันได้พบความรู้สึก ได้เรียนรู้ ได้เข้าใจถึงความหมายของคำว่ามีชีวิต เขาได้เป็นเป้าหมายของการมีชีวิตของฉัน จังหวะหัวใจที่เต้นเร็วระรัวขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว สีสันของโลกทั้งหมดกำลังผลิบานแต่งแต้มตัวฉันด้วยความสดใส ความแปลกใหม่ที่ทำให้ฉันทำตัวไม่ถูก สัมผัสถึงความอบอุ่นจากกายของเขา แค่กลิ่นจางๆก็พานทำให้ฉันรู้สึกถึงแรงสูบฉีดที่อัดกระจายทั่วร่างกายไล่ลามไปบนผิวหน้าของตัวเอง



เขาทำให้ฉัน ‘คลั่ง’

(He drives me ‘crazy’.)



    ในความรู้สึกของฉันมันไม่ใช่อะไรที่อ่อนแออย่างความรักหรือการตกหลุมรัก มันคือสิ่งที่เป็นความหมายของชีวิต เขาจำต่อชีวิตของฉัน เขาคือ ความรู้สึกของฉัน มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจที่เขาดู...อา...ให้ความใส่ใจกับท่าทางของฉันตอนฉันเข้าใกล้เขา บางครั้งเขาจะแสดงความไม่พอใจ อึดอัดออกมา และเพราะฉันกลัวว่าเขาจะปฎิเสธฉัน ฉันกลัวกระทั่งจะพูดคุยกับเขา ไม่กล้าจะทัก สุดท้ายได้แต่ตามดูแลเขาไม่ใกล้ไม่ไกล และดูเหมือน...มีบางคนรู้เรื่องการกระทำของฉัน


    ‘ไง’เมล์แปลกหน้าที่ไม่มีชื่อขึ้น ฉันเองก็แลกเมล์กับคนอื่นไว้บ้างเหมือนกัน แต่นี่ค่อนข้างแปลก

    ‘ฉันรู้จักเธอรึเปล่า?’นิ้วเรียวกดส่งคำถามของเธออย่างรวดเร็ว

    ‘ฉันเห็นเธอตามสโตร์กผู้ชายคนนั้นวันนี้น่ะ’ดวงตาสีดำดุจขนอีกาหรี่ลงอย่างไม่พอใจ

    ‘มีปัญหากับการกระทำของฉันงั้นเหรอ?’จะแบล็คเมล์? จะบอกให้เลิก? หรือจะมาต่อว่าฉันกันนะ

    ‘เปล่า ฉันแค่จะมาให้ข้อมูลกับเธอ’คนปริศนาตอบอย่างรวดเร็วและยืดยาว เรื่องที่ถูกส่งมาคือข้อมูลของยัยหัวส้มที่อยู่กับรุ่นพี่

    ‘ทำไมเธอถึงมาบอกฉันล่ะ’ฉันไม่วางใจ ไม่มีอะไรที่ได้มาฟรีๆ ถึงอย่างนั้นก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์กับฉันมากทีเดียว

    ‘ฉันคงรู้สึกมีความสุขถ้าจะเกิดอะไรขึ้นกับโอซานะน่ะ’ โกหก...แต่ก็ยังเป็นไปได้

    ‘เธอเป็นใคร’

    ‘ฉันเป็นใครบางคนที่ถูกเรียกที่โรงเรียนว่า info-chan’

    ‘ฉันได้ยินข่าวลือของเธอมาว่าเธอแบล็คเมล์พวกผู้หญิงและขายรูปกางเกงในให้พวกผู้ชาย ไม่มีใครรู้ชื่อจริงของเธอ’

    ‘ข่าวลือนั้นก็จริง ฉันจะช่วยสนับสนุนเธอเท่าที่ทำได้ ถ้าเธอต้องการข้อมูลใครแค่ถ่ายหน้าพวกเขาส่งมาให้ฉัน ฉันจะบอกข้อมูลทัังหมดที่ฉันรู้ให้’และนั้น ทำให้ฉันอดด่าเธอไม่ได้

    ‘แกมันน่าสะอิดสะเอียน’

    ‘เธอมันสโตกเกอร์ ถ้าเธอต้องการอะไรก็ทักมาถ้าไม่สนใจจะเมินฉันน่ะนะ เธอมีเวลา1สัปดาห์

    ฉันหวังว่าเธอจะทำให้โอซานะเจ็บปวด’


    นั้นมันน่าแปลกใจ ทั้งยังไม่น่าไว้วางใจแต่ไม่เสียหายที่จะทำตาม ซึ่งเธอสามารถทำได้ตามที่พูด ดังนั้นฉันจึงเริ่มแผนการณ์ของตัวฉันเองขึ้น


    ถ้าต้องเสียเขาไป ฉันไม่ยอมหรอก เขาน่ะคือรุ่นพี่ของฉัน ดังนั้นแล้ว...ฉันคงสามารถทำแบบคุณแม่ได้ บันทึกที่คุณแม่ทิ้งไว้ทำให้ฉันหาทางเลือกให้ตัวเองได้ แต่ก่อนอื่นฉันคงต้องสำรวจโรงเรียนซะก่อน…


    จากข้อมูลที่ได้รับ ยัยนั้นเป็นเพื่อนบ้านของรุ่นพี่ ถึงฉันจะทำให้หล่อนออกจากโรงเรียนได้ แต่คงหยุดการไปอ่อยแหกแข้งแหกขาให้รุ่นพี่ของมันไม่ได้ เพราะแบบนั้น...ฉันคิดว่าฉันควร ‘กำจัด’ เธอ


    3วันหลังจากนั้นก็มีข่าวเด็กสาวที่หายสาบสูญไป จริงๆฉันแค่พาเธอไว้ที่บ้านเท่านั้นเองไม่รู้จะแตกตื่นอะไรกัน ช่างเถอะ พรุ่งนี้ฉันก็จะส่งเธอกลับแล้ว...เพื่อจัดการเป้าหมายต่อไป


‘ฆ่า’อามาอิ โอดะยากะ


    ในวันเดียวกันนั้นเอง ฉันก็พบกับข่าวที่น่าประหลาดใจ ขณะที่ฉันกำจัดเป้าหมายอย่างเด็ดขาด ก็มีข่าวลือคนพลัดตกตึกตายของผู้ชายช่างภาพคนนึง


    แบบนี้ก็แย่สิ ฉันเพิ่งวางแผนจะใช้มุขนั้นครั้งต่อไปเสียด้วย แต่เอาเถอะ วิธีการกำจัดศัตรูหัวใจมีตั้งมากมาย ไม่จำเป็นต้องให้เปื้อนมือฉันเลยด้วยซ้ำ


  ทุกๆวันผ่านไปอย่างราบรื่น บางวันฉันก็จะเอาขนมเอาน้ำดื่มใส่ในล็อคเกอร์ของรุ่นพี่หรือไม่ก็วางบนโต๊ะของเขา ทำแบบนั้นเป็นเดือนแล้ว ทุกอย่างสงบสุขมากถ้าไม่นับเหตุการณ์คนหายไป3คน พบศพ1  วิ่งไล่จับคู่ให้คนอื่น และไล่คนออกจากโรงเรียน


    รุ่นพี่ทำให้ฉันมีชีวิตชีวาจริงๆ กระทั่งเกมชีวิตที่แสนอันตรายดูเหมือนจะสร้างความสนุกได้ไม่น้อยเลยเช่นกัน ถามว่ามันเป็นเกมยังไง? ฉันจะบอกว่าคนที่หายตัว2คนและคนตาย นั้นไม่ใช่ฝีมือฉัน ใครก็ตามที่ทำ ฉันมั่นใจเลยว่าเขาเป็นคนใจร้อนไม่น้อยเลย แต่ถ้าใครคนนึงพลาดล่ะก็ รวมข้อหาจับโยนให้คนๆนั้นแน่นอน จะก้าวพลาดไม่ได้เด็ดขาด และฉันก็รู้ว่าคนๆนั้นเองก็คงจะรู้ด้วยเหมือนกัน


    และแล้วสิ่งที่น่ารำคาญ น่าอึดอัดก็มาถึง นอกจากไอ้ประธานนักเรียนงี่เง่านักเรียนมาใหม่คนนั้นก็ต้องยัยทาเอโกะลูกพี่ลูกน้องที่หน้าเหมือนรุ่นพี่ราวกับแกะ ทำมาสนิทสนมกับรุ่นพี่ มาคอยบ่นเรื่องติดต่อเพื่อนไม่ได้บ้างล่ะ มาเกาะแกะตอนกลางวันบ้างล่ะ เอาเรื่องหนังสือมาบังหน้าหาเรื่องคุยกับรุ่นพี่ มองมาที่ฉันแล้วก็จะสงสัย สงสัยอะไรฉันนักหนา  หยุดมาบอกให้รุ่นพี่เข้าใจฉันผิดซักที นี่มัน...น่ารำคาญ! หยุดแตะต้องรุ่นพี่ของฉัน ถอยออกไป ออกไปจากเขานะ นังหน้าด้าน แกไม่มีสิทธิ์แตะต้องเขา!!


แกร็กกก


    ฉันชะงัก เสียงนั้นดังไม่ไกลเท่าไหร่ ฉันหันไปมองตามเสียงการเลื่อนของโลหะและพลาสติก สำหรับที่นี่การถืออะไรก็ดูลำบากไปหมดมีแต่คนจะมองว่าเป็นอาวุธ ในตอนนี้กลับมีเสียงของอันตรายอยู่แถวนี้


    ฉันมองไปที่เขา เขาที่ห่างออกไปทั้งเรือนผมสีดำ ผิวที่ขาวพอๆกับฉัน มือหนาที่เรียวสวยกุมคัดเตอร์ไว้ ดวงตาว่างเปล่ากำลังบ้าคลั่งจับจ้องไปที่รุ่นพี่ของฉัน


    ฉันเจอแล้ว ไอ้โรคจิตอีกตัว ด้วยสัญชาตญาณฉันคิดว่าคนๆนี้ต้องเป็นเจ้าของข่าวลือและความหวาดกลัวของคนในโรงเรียนอย่างแน่นอน ฉันรู้สึกไม่พอใจที่เขาไม่ละสายตาจากรุ่นพี่ของฉัน แต่สายตาเขาดูแตกต่างอยู่นะ ดวงตาที่จับจ้องไปทางรุ่นพี่ของฉันมันว่างเปล่าเกินจะเป็นคำบอกรัก บางที...อาจเป็นยัยนั่นก็ได้


    แล้วทันใดนั้นเขาก็หันมาสบตากับฉัน ทุกอย่างดูชัดเจนเมื่ออะไรๆมันยังกรุ่นภายในใจ ความรู้สึกยังคงปรากฎฉายในดวงตา เขานี่แหละ ต้องเป็นเขาแน่ๆ เจ้าบ้าคนใจร้อนที่ไล่ฆ่าคนอื่นไปทั่ว แต่ว่านะ…


ถ้าแกแตะต้องเธอ/เขา


แกจะต้องไม่ตายดี!


    นั้นเป็นคำเตือนของเราสองคน

.

.

.


    ทุกอย่างดูยากลำบากขึ้นเรื่อยๆเมื่อหมากในกระดานชักจะมีมากเกินไป ทั้งยัยถึกนักเลง ยัยบ้าจูนิเบียวที่โคตรเป็นที่สนใจเส้นสายก็ลากยาวไปถึงผอ. ไอ้อ้วนที่ดูระแวงฉันนักหนา หรือยัยบ้าทาเอโกะนั้น ไหนจะพวกตำรวจ และชมรมถ่ายภาพ นี่มันไม่ตลกเลย ยิ่งไอ้หมอนั้นมันบ้าเลือดขึ้นทุกวันจนนักเรียนจะหนีกลับบ้านลาออกจากโรงเรียนกันหมดแล้ว อ๊าาาาาาา!!!!! น่าโมโห น่าหงุดหงิดที่สุด นี่มัน บ้าบอไปกันใหญ่แล้ว ไหนจะไอ้ตัวผู้ที่เป็นเครือญาติคนนู้นคนนี้มาจากไหนก็ไม่รู้ตั้งมากมาย มาวนเวียนแถวนี้ทำฉันขยับตัวยากขึ้นอีก ที่เรียนจบก็ไปสิ จะกลับมาอีกทำไม ห่วงน้องห่วงพี่นักก็พกกลับบ้านไป นี่มันมั่วซั่วไปกันใหญ่แล้ว ทั้งอีบ้าและไอ้บ้าหัวหงอกนั้นก็จะทำฉันสติแตก จับผิดอะไรฉันนักหนา!


    “เฮ้ เธอพกอาวุธมาอีกแล้วนะ”พูดถึงผี ผีก็มา


    “สวัสดีค่ะไซโกะซัง”ฉันทักไปโดยไร้ซึ่งรอยยิ้ม


    “เรียกฉันว่าเมกุโมะสิ”โอ๊ะ น่ารำคาญ เรื่องมากจริง!


    “ค่ะ คุณเมกุโมะ”ทันทีที่เรียกไปแบบนั้นเขาก็มีแววตาที่ดูพึงพอใจ แต่ขอโทษทีเถอะ


    “นี่มันเวลาเรียนนี่ คุณเข้ามาได้ยังไงคะ”มีความหมายว่า แกใช้เส้นอีกแล้วเหรอ ไม่น่าเกลียดไปหน่อยรึไง


    “ก็แค่มาช่วยน้องสาวดูแลน่ะ มีข่าวอันตรายเกี่ยวกับที่นี่เยอะเลย”มีความหมายว่า แล้วไง มันเป็นสิทธิ์ของฉัน


    ตอนนี้ฉันได้แต่ลอบมองหาทางรอดให้ตัวเอง มันน่ารำคาญเอามากๆที่ไอ้พี่ชายของนังเมกามิ ไซโกะ  ต่างจากยัยนั่น ฉันไม่เข้าใจการกระทำของเขา คนนี้อันตรายเกินไป เขามักจะคอยเข้ามาสำรวจเสมอๆว่าฉันมีอาวุธไหม เป็นการกระทำที่น่าระแวงว่าเขารู้อะไรเกี่ยวกับฉัน จังหวะนั้นเองฉันก็เห็นใบหน้าที่มีรอยยิ้มของหมอนั้นกำลังเดินผ่านไป ได้การล่ะ


    “อ๊ะ ฉันมีอะไรต้องคุยกับเพื่อนร่วมชั้นนิดหน่อย ขอตัวก่อนนะคะ”ฉันแทบจะวิ่งถลาไปหาเขาทันที คาดว่านี่คงเพิ่งว่ายน้ำหลังจัดการ‘ศพ’เสร็จ


    “หืม พวกน่ารำคาญอีกแล้วเหรอ”ดวงตาสีดำปรายตามองร่างสูงที่อายาโนะเพิ่งเดินจากมา คนๆนั้นแสดงอารมณ์เหมือนว่าไม่พอใจอยู่นะ


    “นายด้วยเหรอ”เธอถามกลับขณะเดินไปด้วยกัน


    “อา...แต่พวกเขาก็มีถามถึงเธอด้วยเหมือนกัน”เป็นคำตอบที่ไม่น่าอภิรมณ์ ดูเหมือนทั้งคู่จะโดนจับตามองหนักขึ้นจากอดีตศัตรู


    “ฉันว่าพวกนั้นเริ่มพิศวาสเธอขึ้นมามากกว่านะ”ประโยคราวกับนกรู้ที่ออกจากปากร่างสูงทำให้เธอต้องเหลือบตามอง


    “แบบนั้นคงพิศวาสนายด้วยน่ะสิ”เธอได้ยินเสียงแค่นหัวเราะของคนข้างกาย


    “ตามใจเธอเลยแล้วกัน”ร่างโปร่งกระแทกเสียงคล้ายหงุดหงิดที่ไม่รู้ว่าเพราะเรื่องอะไร แต่ช่างมันสิ ฉันสนใจแค่รุ่นพี่เท่านั้น ไม่มีเวลาจะระแวงคนอื่นไปทั่วหรอก


    แต่ถ้าจะให้ลองคิดในมุมมองคนปกติ สำหรับหมอนี่ที่ฉันเรียกมันว่ายันคุงเพราะฉันไม่รู้ชื่อเขา เขาค่อนข้างเป็นที่ถูกใจในสังคมไม่น้อย กีฬาโอดนตรีผ่านมีรอยยิ้มและน้ำใจทำให้หลายๆคนเป็นมิตรกับเขา สำหรับฉันแล้วคนๆนี้ค่อนข้างคล้ายกับฉัน แต่เขามีชีวิตมากกว่า ฉันรู้สึกได้ และเหมือนตระกูลยามาดะเองก็จะมีฟีโรโมนเรียกคู่ซะเหลือเกิน ขนาดน้องสาวรุ่นพี่และและน้องชายของยัยทาเอโกะยังมีคนชอบมากมาย ทั้งที่ธรรมดาขนาดนี้แต่จำนวนคนที่แอบชอบมันไม่ธรรมดาเลย เป็นตระกูลที่ลึกลับจริงๆ


    ไร้สาระใหญ่แล้วฉัน ไม่น่าเชื่อเลยว่าฉันจะเพ้อเจ้อได้มากขนาดนี้ คงเป็นเพราะเขาแน่เลยทำให้ฉันได้เรียนรู้อะไรมากมายขนาดนี้  ดังนั้นขอแค่มีคุณอยู่ฉันก็มีความสุขแล้วล่ะนะ


    “ยัยโรคจิตรู้ว่าห้ามใจไม่ไหวแต่หัดควบคุมอารมณ์ซะบ้าง ทำตัวแปลกขนาดนี้เขาจะกลัวก็ไม่แปลกหรอก”เสียงแหยงๆทำให้ฉันตวัดตาหันควับไปมองเขาด้วยสายตาจิกกัด เป็นคนไม่โรแมนติกซะเลย


    “เงียบไปเลยยันคุง ทั้งที่นายก็ไม่ต่างจากฉันนักหรอก ฉันเห็นยัยนั้นบ่นๆกับเพื่อนว่าแอบกลัวนายไม่ต่างกันนั้นแหละ”ฉันเห็นเขาเลิกคิ้วเหลือบมอง มันไม่ได้แฝงความโมโหหรืออะไรทำนองนั้นเลย


    “โห ปากกล้าจังนะ นี่ลืมรึเปล่าว่าฉันก็เป็นรุ่นพี่เนี่ย”จู่ๆเขาก็ยกมือมาบีบหัวฉัน


    “! ปล่อยนะ!!”ฉันไม่ได้ห่วงสวยหรือกลัวผมยุ่ง แต่แรงบีบขนาดฆ่าคนตายฉันรับไม่ไหวหรอกนะ


    “ไม่อยากโดนคนแบบเธอมาว่าฉันหรอกนะ...แต่ก็…พวกเราน่ะไม่เหมือนกัน


    ฉันไม่ใจอ่อนแบบเธอหรอก”เขาค่อยๆลดเสียงตัวเองลง แล้วถอนมือออกจากหัวฉัน


    “เดี๋ยวฆ่าซะหนิ”ฉันควักกรรไกรจ่อไปที่คอเขา หมอนั้นจับข้อมือฉันไว้ด้วยรอยยิ้มเยาะ เชื่อเถอะ ซักวันเขาจะต้องโดนฉันฆ่า


    “ชาติหน้าตอนบ่ายๆละกันนะ ยันจัง~”ทั้งที่เขายิ้มอยู่แท้ๆ ดวงตาคู่นั้นว่างเปล่าไม่ต่างจากตัวฉันเลย


    ในขณะที่พวกเราจ้องตากัน เสียงกระแอมคล้ายแซวดังข้างหลังของพวกเรา ช่างขัดจังหวะได้ถูกเวลาเสียจริง...เสียจนน่าระแวง


    “ไง พวกเธอทำอะไรกันอยู่น่ะ”ฉันรีบเก็บกรรไกรลง ยันคุงก็ถอยหน้าตัวเองกลับไป ส่วนผู้มาใหม่ไม่ใช่คนอื่นคนไกล คุ้นหน้าคุ้นตากันดีมากอาจารย์นาระ


    “สวัสดีครับอาจารย์”ยันคุงยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติ


    “เปล่า...ค่ะ”ฉันตอบด้วยความเฉยชาแต่ไม่ให้ดูแข็งกระด้างเกินไป


    “อืมมม งั้นเหรอ จริงๆแล้วฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะแต่ลับตากว่านี้จะดีกว่าถ้าโดนจับได้พวกเธอจะแย่เอา”ร่างของอาจารย์หนุ่มในชุดสูทรัดรูปเปิดอกหัวเราะยิ้มๆด้วยน้ำเสียงกรุ้มกริ่ม


ฉันกล้าเดาเลยว่าจะต้องมีความคิดสกปรกในหัวเน่าๆนั่น


    “กับยัยนี่คงไม่ไหวหรอกครับ”ว่าแล้วเขาก็หัวเราะตาม



เดี๋ยวปั๊ดเลาะฟันหมดปากซะนี่



    “เห ครั้งแรกเลยนะที่เห็นเธอพูดแบบนี้น่ะ”อาจารย์เบิกตาขึ้นน้อยๆก่อนระบายยิ้มกริ่ม คนนี้คืออาจารย์มิโดะ นาระเป็นคนมาสอนแทนอาจารย์บิช-- อาจารย์มิดะ นาระที่ตอนนี้ฉันส่งไปให้ยันคุงช่วยดูแล ไม่ใช่อะไร ฉันเก็บไว้เผื่อตอนสอบจะแวะไปให้ยัยนั่นช่วยสอน ถึงจะลำบากที่ต้องไปดูยัยนี่เลื้อยบนตัวยันคุงก็ตาม



เอาจริงๆภาพนั้นน่าถ่ายเก็บไว้มาก


เขาทำหน้าอยากฆ่าแบบสุดๆไปเลย


สงสัยฉันเทรนดีไปหน่อย


หึหึ



   “ยังไงก็มาหาฉันได้ถ้าต้องการอะไร หรือจะให้ฉันสอนอะไร เธอก็มาได้นะ”อาจารย์ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ฉัน มือคู่นั้นจับปอยผมฉันจูบอย่างเบามือ ช้อนสายตาทรงสเน่ห์ดูหวานเย้ายวนมองจ้องเข้าไปในดวงตาฉันคงหวังเห็นอารมณ์อ่อนไหว น่าสมเพชนะ จะบอกว่าที่เขาทำมันไม่ได้ผลกับฉัน


    “เฮ้…”ยันคุงส่งเสียงท้วง


    “อาาา อะไรเหรอครับอายาโตะคุง”โอ้ ชื่อเขาคล้ายฉันจัง จริงสินะถ้าจำไม่ผิดหมอนี่ก็อยู่ห้องเดียวกับรุ่นพี่นี่นา


    “ก็เปล่าครับ ผมแค่จะขอพายัยนี่ไปส่งห้องก่อนน่ะครับ อาจเข้าคลาสคุณสาย”ตอบไปได้ ส่งบ้าบออะไรกัน ยี้ น่าขนลุก


    “อ่ะ เข้าใจแล้วล่ะครับ”อาจารย์หัวเราะอย่างมีเลศนัย


    “ไปเร็ว”เขาดันหลังฉันให้เดินไปขึ้นบันไดโดยไม่ยอมให้ท้วงติงอะไร


    “ก็หวงอยู่ไม่ใช่รึไง?”ฉันได้ยินเสียงพึมพัมไล่หลังพร้อมเสียงหัวเราะที่ตัวฉันเองก็ฟังไม่ถนัด เอาเถอะ ฉันควรจะรีบเข้าห้องเรียนก่อนจะโดนอาจารย์ดุ และนั้นจะทำให้รุ่นพี่มองฉันแย่


.

.

.


แล้ววันนี้ก็มาถึงจนได้ ฉันรู้ ฉันรู้ดี แล้วมันก็มา มันมาจนได้


   “นั้นแกคิดจะทำอะไรไม่ทราบ”ฉันไม่สามารถคุมอารมณ์ตัวเองได้อีกต่อไป เมื่อยัยหน้าด้านนั่นมันล้ำเส้นมากเกินไป มากเกิน มากเกินไปแล้ว เขาเป็นของฉัน แกจะมายุ่งกับเขาไม่ได้


    “เป็นเธอจริงๆด้วยสินะอายาโนะ”รุ่นพี่ลุกขึ้นจากใต้ร่างยัยนั้นแล้วดันยัยหน้าด้านคนนั้นไว้ด้านหลัง ฉันควรดีใจที่เขาเรียกชื่อของฉัน แต่ฉันกำลังโกรธ โกรธ โกรธมากๆ มันทำให้ฉันแทบบ้า รุ่นพี่ไม่มีสิทธิ์มายืนขวางฉัน เขาเป็นของฉัน เขาต้องอยู่กับฉันให้ฉันปกป้องสิ นี่มันไม่ถูกเลย


    “แต่ละคนรอบๆตัวฉันต่างบอกว่าถูกใครบางคนมารังควาญตลอด ทั้งเรื่องคนที่หายตัวไป ทั้งเรื่องคนที่ตาย เรื่องโอซานะ...นั้นเป็นเพราะเธอใช่ไหม!”จู่ๆเขาก็ตวาดออกมา ในแววตาฉายแววเกรี้ยวกราด ตำหนิ เศร้าโศก โหดร้าย...เขาทำร้ายฉันอีกแล้ว


    “นั้นคุณพูดถึงเรื่องอะไรกันคะ รุ่นพี่”ฉันไม่รู้สึกถึงการมีชีวิตจากเขาไปมากกว่าความโกรธ เจ็บปวด ไม่เข้าใจ เขาจะพูดเรื่องอะไรกันแน่ ใครบังอาจเสนอหน้าไปเป่าหูเขาได้อีก ถ้าไม่ใช่มัน!


    ฉันจับจ้องใบหน้าน่ารังเกียจด้วยความชิงชังจากก้นบึ้ง ด้วยอารมณ์ที่เขามอบให้ฉัน ใบหน้าถือดีแสดงความผิดหวังในตัวฉัน



อย่างแกจะไปรู้อะไร!



    “อย่ามาโกหกฉัน ยัยสโตกเกอร์!  วันนั้นที่โอซานะกลับมาเธอแปลกไป เธอเอาแต่พึมพำไม่มองฉัน สายตาว่างเปล่า ไม่เข้าเรียน แล้วหลังจากนั้น เธอก็...เธอ...อึก! มันเป็ยเพราะแก แกใช่ไหม แกมันน่าขยะแขยง แกน่ะตามฉันมาตลอด ฉันเห็นแกตามเก็บของที่ฉันทิ้งเลยด้วยซ้ำ นั้นน่าขนลุกมาก”ใบหน้าเหยเกแสดงความเกลียดชัดทำให้ทุกอย่างค่อยหมุนช้าลง โลกของฉันมันกำลังพังทลาย มันเจ็บ เจ็บ เจ็บจังเลย เจ็บ

เจ็บ

เจ็บ

เจ็บ

เจ็บ

เจ็บ

เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ เจ็บ


    ทำไม ทำไมกัน คุณทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง


    ฉันสัมผัสได้ถึงน้ำตาของตัวเอง มันเป็นความอุ่นที่เย็นเยือกถึงขั้วหัวใจ


    “คุณไม่ฟังฉันเลย...ทำไม...ฉันทำแบบนั้นก็จริง แต่ฉันไม่ได้ทำ...ทำไม ทำไม โหดร้าย โหดร้าย”ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หัวใจแตกสลาย


    “แกไม่ได้ทำอะไร ตอบฉัน เรื่องทั้งหมดแกไม่ได้ทำอะไรบ้าง!!”เขาเรียกฉันด้วยคำที่เปลี่ยนไป ฉันเริ่มสับสน นี่มัน...อะไรกัน...

    “เดี๋ยวสิทาโร่คุง!”เสียงตอแหลหวีดด้วยความตกใจ มันทำให้ความขุ่นเคืองไม่พอใจตีรวนอยู่ในอกของฉัน อย่ามาใช้เสียงตอแหลเรียกชื่อของเขา แกไม่มีสิทธิ์!


    “หุบปาก!”ฉันตวาดออกไปอย่างเกลียดชัง ฉันเกลียดมัน ฉันต้องฆ่ามันให้ตาย ฉันจะฆ่ามัน!!


    “ถอยไปเดี๋ยวนี้ยัยตัวน่ารังเกียจ!!”ฉันพุ่งตรงไปอย่างเกรี้ยวกราดหวังจะแยกรุ่นพี้ให้ถอยห่างจากตมหมูตัวเมียนั่น ทว่า ทันใดนั้นเอง รุ่นพี่ที่ยืนขวางขยับมือที่ฉันเคยใฝ่ฝันว่าจะได้จับกุมผลักฉันออกจนทำให้ฉันล้มหล่นไปกับพื้นอย่างแรง


   “เธอสิต้องถอย ยัยโรคจิต!”เขาทั้งหวาดกลัวและชิงชังตัวฉัน สายตานั่นฉันเห็นมัน ในดวงตาสีเทานั่นฉันเห็นมัน


   อีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง ทำไมเขาทำร้ายฉันได้มากขนาดนี้ ทำไมเขาถึงทำแบบนี้ ทำไม ทำไมกัน


   “ทะ ทำไม”ริมฝีปากสั่นระริก ละคอรู้สึกถึงก้อนความรู้สึกที่จุกอยู่ที่คอ


   “เธอฆ่าคนพวกนั้น เธอทำร้ายโอซานะ เธอทำมัน ใช่ไหม!!!!”เขาเบนหน้ามองไปทางอื่นคล้ายควบคุมอารมณ์ตัวเองอยู่


    “ฉันไม่ได้ทำ ฉันไม่ได้ทำ ไม่ใช่ฉัน ฉันไม่ได้ฆ่าใคร แต่ฉันจะฆ่ามันเป็นคนแรก ฉันจะฆ่ายัยนั้น นังจิ้งจอกสกปก มันทำให้ฉันสูญเสียทุกอย่าง แก! แกมันตัวน่ารังเกียจ ฉันไม่ควรจะปล่อยแบบนี้เลย ฉันน่าจะฆ่าแกตั้งแต่3สัปดาห์ก่อน ทำไม ทำไม ทำไมแกต้องเป็นผู้หญิงของหมอนั้นด้วย ถ้าไม่มีแก ไม่มีแกซักคนมันต้องไม่ใช่แบบนี้!”นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเลือกใช้ความพังทลายที่เกิดขึ้นเป็นคำพูด เธอเป็นคนไม่พูดมากด้วยความช็อกมันควรที่ทำให้เธอพังทลายอย่างเงียบงัน แต่เพราะเธอไม่อยากแพ้ เขาเป็นของธอ ไม่มีวัน ไม่มีวัน เธอไม่ยอมเสียเขาเด็ดขาด ไม่มีวัน!


    ฉันควักมีดอกมาจากกระเป๋า พุ่งเข้าไปหายัยนั้นอย่างบ้าคลั่ง ถ้าฉันไม่ได้รุ่นพี่ แกก็ต้องไม่ได้ ฉันไม่ยอมยกรุ่นพี่ให้เด็ดขาดต่อให้ต้องทำลายเขา ต่อให้เขาไม่เหมือนเดิม เขาต้องเป็นของฉัน เพราะไม่งั้นถ้าฉันสูญเสียเขาไปฉันนี่แหละที่จะตาย และฉันไม่อยากตาย ฉัน ฉัน ฉัน….


ผลัก!


    ก่อนที่มีดจะปักไปที่ร่างของรุ่นพี่ที่ยืนขวางฉันกับนังร่าน ร่างฉันก็ถูกกระแทกไปชนกับชั้นของ ทุกอย่างดูน่าตื่นตระหนกไปหมด


    “อายาโตะคุง!”ยัยน่ารังเกียจอุทานออกมา อีกครั้ง และอีกครั้ง ด้วยเสียงที่น่ารังเกียจนั่น ตัวฉันไม่สามารถขยับตัวได้มากนัก มันมึนหัวไปหมด


    “ไงยัยบ้า หน้าตาดูไม่ได้เลยนะ”เสียงของเขาดูว่างเปล่า มันว่างเปล่าจนฉันไม่สามารถเดาอามรณ์ได้ แต่ฉันรู้ด้วยตัวฉันเอง เขาโกรธ


แต่ฉันไม่สนใจ!


  “อึก!”เขาจิกหัวฉันขึ้นมา แต่ใจฉันมันเจ็บจนไม่รู้สึกถึงอะไรแล้ว มันโกรธ โศกเศร้า ว่างเปล่า พังทลาย ฉันไม่สามารถรับความรู้สึกนี้ได้ นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้รู้สึกถึงสิ่งนี้


    “เลิกบ้าซักที คนๆนี้เธอจะฆ่าไม่ได้”เขากล่าว


    “ไม่สน ไม่สน ไม่สน ไม่สน ไม่สน ไม่สน ไม่สน ไม่ส--!”เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังทั่วบริเวณ ฉันได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งอยู่ในปากแก้มฉันชาไปหมด หัวฉันหมุน เกิดความเงียบทั่วบริเวณ


    “สาเหตุที่ฆ่าไม่ได้เธอน่าจะรู้ดี เธอจะพังชีวิตของเธอตรงนี้ไม่ได้ ไม่ใช่เพราะฉัน แต่เพราะตัวเธอเอง”เขาจับกรามฉันบีบอย่างรุนแรง ฉันไม่สามารถตอบโต้อะไรได้ ฉันรู้ ฉันเข้าใจที่เขาพูด แต่ฉันยอมรับมันไม่ได้ มันเจ็บ เจ็บแบบไม่รู้จะอธิบาย ระบาย หรือต้องจัดการยังไงกับมัน มันไม่คุ้นเคยกับฉันเลย


    “นี่ รู้รึเปล่า...รุ่นพี่ทาเอโกะน่ะ เสียครั้งแรกไปแล้ว โดยไอ้โรคจิตคนนึง”เขายิ้มที่ไม่ถึงดวงตา ฉันเห็นยัยนั้นทำหน้าเสีย

    “ไอ้บ้านั้นมันเอาหัวใจรุ่นพี่ไปด้วยน่ะ”เขาลูบใบหน้าของฉันแล้วจิกหัวฉันอย่างหงุดหงิด


    “แต่สุดท้ายฉันก็ลงมีดกับเธอไม่ลง เพราะอะไรเธอจะเข้าใจมันรึเปล่า? นั้นเป็นสาเหตุที่ฉันไม่จัดการไอ้หน้าลูกท้อของเธอ ดังนั้น หยุดบ้าซะ”เขาสะบัดมืออย่างแรงจนฉันทรุดลงไปนอนบนพื้น ฉันสับสน ฉัน ควรจะจัดการยังไง ฉันไม่เข้าใจ ฉัน.. ทันใดนั้นจู่ๆเขาก็ลุกขึ้น จากตรงนี้ฉันเห็นมัน ความบ้าคลั่งที่จับจ้องไปที่รุ่นพี่ของฉัน


    “ส่งมา”รุ่นพี่ทั้งสองมองเขาอย่างระแวง


    “ผมบอกให้คุณส่งเครื่องบันทึกเสียงมา!”เขากระชากเสียงขณะเดินเข้าใกล้รุ่นพี่


    “ถ ถอยออกไปนะ!”รุ่นพี่มองอายาโตะด้วยความหวาดหวั่น


    “ผมไม่ได้พูดกับคุณ สำนึกขอบคุณที่นายเป็นผู้ชายของยัยนั่นซะ ไม่งั้น ฉันจะจัดการนายเหมือนไอ้พวกหน้าตัวเมียแล้วก็ยัยโรคจิตทั้งหลายพวกนั้นไปแล้ว”พูดจบเขาก็ส่งเท้าตัวเองถีบสีข้างรุ่นพี่เดินไปล้วงกระโปรงยัยนั้นจนเธอต้องร้องดีดดิ้นไปมา จนเขาแอบรำคาญ แต่ใบหน้านั้นดูโรคจิตเป็นบ้าเลย รู้สึกดีอยู่ไม่ใช่รึไง


    “ได้ละ”เขากดหยุดอัดทำบางอย่างกับมันแล้วเก็บเอาไว้เอง


    “อืม เอาล่ะ ถือว่าเป็นโบนัสพิเศษแล้วกัน คนที่ถูกฆ่าน่ะมีทั้งหมด10คน ไม่รวมยัยเพื่อนข้างบ้านของแก ส่วนยัยนี้”เขาชี้มาทางฉันโดยไม่หันมอง เพราะเขาจับจ้องไปที่ทั้งสองอยู่


    “ยัยนี้ยังไม่ได้ฆ่าใคร”ด้วยมือตัวเอง...ถ้อยคำที่ออกจากปากไม่หมดถูกกลบด้วยรอยยิ้มเป็นรอยยิ้มที่ให้ความรู้สึกลึกลับเยือกเย็น แต่ตัวฉันกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาด


    “น่าจะรู้นะว่าทำไมฉันรู้จำนวนคนถูกฆ่าน่ะ”เขาเอียงคอฉีกยิ้มอย่างบ้าคลั่ง


    “ถ้าคิดจะหนีหรือเอาอะไรไปบอกต่อ แจ้งความล่ะก็...คราวนี้ผมไม่ปล่อยคุณหนีแน่ ทาเอโกะซัง”เขาจับใบหน้าของเธอคนนั้นด้วยความคลั่งใคล้ จนทำให้ยัยคนน่าสมเพชตัวสั่นเทาไปหมด


    “แต่คุณทำก็ได้นะ ผมอยากสัมผัสร่างกายคุณ‘อีก’มากๆเลยล่ะ”เขายิ้มเย้ายวนไล่นิ้วเรียวลูบริมฝีปากซีดที่เริ่มเปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดโลหิต ราวกับลิปติกสีสวย เธอดูกลัวมาก แต่เหมือนมีบางอย่างมากกว่านั้น


    “คงได้เวลากลับกันแล้วล่ะนะ...แล้ว อย่าได้มาคิดขวางทางฉันอีก”เขากล่าวพร้อมคำรามในคอ หันไปกระทืบรุ่นพี่จนฉันได้แต่หวีดเสียงร้องห้าม


   “อย่านะ!”ฉันพยายามที่จะลุก แต่ฉันก็ล้มลงไป อายาโตะไม่สนใจฉัน เขาขยี้เท้าลงไปอีกจนฉันได้แต่หวีดออกมา


    “พอๆๆๆๆ พอได้แล้ว หยุดเลยนะ หยุดสิ!!”ฉันแทบจะคลานไปหาเขาอย่างทุลักทุเล กลั่นใจลุกขึ้นโถมตัวหวังผลักเขาออก แต่เขากลับหยุดและหันมารับตัวฉันในตอนนั้น


    “ฉันไม่ฆ่ามันหรอกน่า หยุดสติแตกแหกปากซักที”เขากอดฉัน ถอนหายใจ และลูบหัวฉัน มันอบอุ่น อบอุ่นจนน้ำตาฉันไหลออกมาอีกครั้ง


    “ฮึก อึก”ตัวฉันเริ่มสั่นเทา แล้วฉันก็ร้องไห้ออกมาราวกับเด็กๆ


    “ดูเอาแล้วกันว่านายทำร้ายยัยนี่มากแค่ไหน”ฉันไม่รู้ว่าเขาทำหน้ายังไง ฉันได้แต่ฝังใบหน้าฉันบนเสื้อของเขาปล่อยน้ำตาที่ไหลออกมายิ่งกว่าเขื่อนแตก



ความรักของฉัน มันสิ้นหวังมาตั้งแต่แรกแล้ว


ฉันไม่มีทางสมหวังเหมือนคุณแม่เลยรึไงกัน


เจ็บ เจ็บ


เจ็บไปหมดแล้ว


ตัวฉันไม่ได้เปลี่ยนไปเลย


ทุกสิ่ง


มันสิ้นหวังเหลือเกิน



    “ตัวเธอก็ใช่เบาๆ ให้ตายสิ”เขาย่อตัวลงทำให้ฉันทรุดตามไปด้วย ฉันว่าฉันได้ยินเขาบ่นอุบอิบก่อนตัวของฉันจะลอยขึ้นจนฉันสะอึกอย่างตกใจ


    “ฮึบ กลับบ้านก่อนแล้วกัน”เขาขยับตัวฉันอีกครั้ง ฉันให้ความร่วมมือโดยการขยับมือข้างหนึ่งไปคล้องคอเขา มองพวกเขาสองคนจับจ้องพวกเราผ่านไหล่ของรุ่นพี่อายาโตะ ฉันเห็น เห็นแววตาสับสน อึดอัดและอีกมากมายในสายตาพวกเขา กระทั่งเสียงยัยนั่นที่ได้แต่ครางว่าไม่จริงๆๆซ้ำๆ ดวงตารุ่นพี่ที่เหลือบมองฉันแล้วจมไปกับความคิดตัวเอง ฉัน ฉันได้แต่กอดรุ่นพี่อายาโตะ ฉันทำได้แค่นั้น แค่นั้นจริงๆ


   น้ำตาอุ่นๆไหลรินข้างแก้มของฉันหยดแล้วหยดเล่าไม่มีท่าทีจะหยุดลงอย่างง่ายดาย เป็นครั้งหนึ่งที่ฉันไม่อยากจะอยู่คนเดียว เป็นครั้งแรกที่ฉันได้สัมผัสว่าการมีใครข้างกายมันเป็นยังไง


ทรมาณ ทรมาณ


ทรมาณเหลือเกิน


เจ็บ เจ็บมาก เจ็บมากๆเลย


รุ่นพี่คะ รุ่นพี่ รุ่นพี่


    “รุ่นพี่…”ฉันครางออกมา ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคำนี้สื่อถึงใครอยู่ จะคนนี้ที่ทำร้ายร่างกาย ทำฉันโกรธ และว่างเปล่า หรือจะเป็นคนๆนั้นที่เป็นชีวิตของฉัน มอบความปราถนา ความรู้สึกให้กับฉัน ฉัน ฉันไม่รู้เลย


    “อืม…”แต่เขาตอบรับมัน พร้อมกระชับอ้อมกอดของเขา ฉัน ฉันไม่ไหวอีกต่อไป กับทุกอย่าง ทุกสิ่งมันไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ฉันร้องไห้ซ้ำๆ ขยุ้มเสื้อของเขาจนมันมีสีแดงอาบย้อม เช่นเดียวกับความเปียกชื้นของหยาดน้ำตา ทรมาณ ทรมาณเหลือเกิน ฉันกรีดร้องในใจซ้ำไปซ้ำมา


ต่อตรงนี้ค่ะ


     แก้วเซรามิกสีขาวสะอาดภายในบรรจุโกโก้หอมกรุ่นที่เริ่มเย็นตัวลง ควันสีขาวโชยเอื่อยในมือของร่างระหงภายในห้องเพียงผู้เดียว ขนตายาวแพเรียงตัวขับเน้นดวงตาสีดำดุจขนอีการาบเรียบหม่นแสงเหม่อลอยราวกับตุ๊กตาไร้ชีวิตที่ลานแตกหัก ผิวนุ่มสะอาดปรากฏรอยฟกช้ำอย่างที่หญิงสาวทั่วไปไม่ควรจะมีตัดกับเชิ้ตเดรสสีดำสนิท ฟันขาวสะอาดเริ่มเปรอะเปื้อนของเหลวสีแดงคาวเมื่อมันกดลงบนริมฝีปากได้รูปอย่างอดกลั้น



ตัวเธอยังคงรู้สึกถึงความเจ็บปวด


นั่น


เป็นหนึ่งในหลักฐานของการมีอยู่ของรุ่นพี่


การมีอยู่ของเขา...ชีวิตของฉัน


..



   “รสชาติโกโก้ไม่ถูกปากเหรอ”ประตูสีขาวเปิดกว้างออก ร่างสูงเดินถือถาดขนมและนมหนึ่งแก้วเข้ามาในห้องได้กล่าวเมื่อเห็นเธอเอาแต่จ้องแก้วเงียบๆ เขาใช้แขนดันประตูปิดเดินตรงไปวางถาดลงบนโต๊ะทำการบ้านซึ่งอยู่ไม่ห่างจากเตียงมากนัก มือหนาเลื่อนเก้าอี้ล้อลากสีน้ำเงินเข้มออกมานั่ง เอื้อมหยิบโรลเค้กดาร์กช็อกโกแลตเข้าปากเคี้ยวอย่างไม่เร่งรีบ ความเงียบโรยตัวเมื่อไร้ซึ่งการตอบสนองจากร่างที่นั่งพิงขอบเตียง มีเพียงเสียงพัดลมทำงานเท่านั้น


     “รีบดื่มสิ เป็นคราบแล้วมันล้างยาก”เขาว่าขณะยกแก้วนมขึ้นจิบ เธอหลุบตาลงจ้องมองโกโก้อุ่นในมืออย่างเฉยชา ก่อนออกแรงขยับยกแขนแก้วจรดริมฝีปาก อุณหภูมิและรสหวานที่ไหลผ่านทำให้รู้สึกบาดคอ มันคล้ายเป็นก้อนรสชาติขมพร่าจุกอยู่ที่ลำคอปนเปผสมไปกับกลิ่นคาวเหล็กคละคลุ้งขึ้นโพรงจมูก



แย่…



    นั้นเป็นคำหนึ่งคำที่ขึ้นมาในหัว


    เมื่อลองใช้เวลาจ้องมองย้อนคิด

คล้ายเป็นเรื่องราวช่างดูน่าขบขำที่ผ่านไปของคนๆหนึ่ง

ไร้ซึ่งความสำคัญ ไร้ค่า

ไร้ซึ่งความน่าสนใจ


ทำไมถึงได้กลายเป็นอย่างนี้


ทำไมเธอต้องดิ้นรน


ทำไมเธอถึงพ่ายแพ้


ทำไมเธอยังอยู่ตรงนี้


ทำไมเธอยังไม่ตาย


ทำไมถึงเป็นเธอ


ทำไมถึงต้องเจ็บปวด


ทำไมถึงเป็นเขา


ทำไมต้องเป็นเธอ…


    คำถามมากมายยังคงตกค้างอยู่ในใจไม่ต่างจากตะกอนฝุ่นที่เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ

เธอตัดพ้อต่อตัวเธอ

เธอตัดพ้อต่อโชคชะตา

เธอตัวพ้อต่อความรัก

เธอตัดพ้อต่อ  ‘เขา’


สิ่งที่ทำลงไป ทุกอย่าง ทุกอย่าง

ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน

มันไม่เคยมีค่าในสายตาของเขา

เขาเก็บเพียงเรื่องที่เขาคิดว่าเลวร้ายเอามาผลักไสฉัน

เขาจับจ้องมันและตราหน้าฉัน

รุ่นพี่ไม่เข้าใจ เขาไม่เคยสนใจ

เขารังเกียจความรักของฉัน

ชิงชังฉันที่น่าอาย

มอบชีวิตให้และทำลายฉกชิงมันคืนไป

แต่งแต้มความทรมาณ ความโกรธแค้น ขมขื่น

ทำลาย ทำลายจนไร้ซึ่งความหวัง




รุ่นพี่ไม่มีวันรักฉัน


โลกของฉันมันพังทลายตั้งแต่แรกแล้ว


โง่เง่า...



    อายาโนะแค่นหัวเราะและเหยียดยิ้มออกมา ดวงตาที่ราวกับลูกแก้วว่างเปล่าปรากฎคลื่นอารมณ์สั่นไหวอยู่ภายใน เปลือกตานวลเลื่อนปิดทับบดบังความรู้สึกที่บรรจุไว้จนเต็มเปี่ยม



ไม่ยอมแพ้


ไม่อยาก...ยอม…


เจ็บ


ทรมาณ…


เขาเป็นของฉันนะ…


แต่เขา…


เขาเกลียดฉัน


ฉันพลาดตรงไหน


อะไรที่ฉันไม่มี..


ฉันเรียนรู้ได้ ฉันเปลี่ยนมันได้!


แล้วทำไม…


ทำไมกัน….



    เธอดึงขาชิดอกมากขึ้นกอดเข่าพรางกดใบหน้าลง มือข้างที่จับแก้วลดระดับไปวางอยู่บนพื้น เธอหลงลืมกระทั่งความระวังตัวใดๆ


    “...”ร่างสูงเหลือบตามองรุ่นน้องด้วยแววตาราบเรียบไร้ซึ่งอารมณ์ใดปรากฎ แต่ตัวของเขารู้ดี มันมีอารมณ์บางอย่างก่อตัวขึ้นมา



น่ารำคาญ



    ภายในหัวของเขาสบถอย่างไม่สบอารณ์…


แล้วเขารำคาญอะไร

เขาไม่พอใจอะไร?


ช่างสิ

มันไม่จำเป็นต้องหาคำตอบ



    ในขณะที่คนๆหนึ่งจมลงในความเจ็บปวด อีกคนกลับกำลังรู้สึกสับสนและไม่พอใจ บรรยากาศหนักอึ้งติดลบลงทุกที


    “...”ร่างสูงเอนตัวเท้าคางกับโต๊ะหมุนเก้าอี้บิดตัวมองร่างที่แทบจะขดตัวติดขอบเตียงไม่ต่างจากสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บ

ไม่เพียงแต่เวลาที่เสียเปล่า ทุกความเงียบเหมือนหน้ากระดาษที่เปื้อนหมึกแผ่นแล้วแผ่นเล่าแต่ก็ไม่มีคำตอบอะไรปรากฎ บทสรุปของปัญหาที่ไม่ถูกร่างเขียนมีแต่เรื่องไร้สาระที่ถมเต็มหน้ากระดาษ


    “เฮ้อ..”เสียงถอนหายใจคล้ายคนผิดหวังดังอย่างแผ่วเบาเรียกสติเธอขึ้นมา แต่ตอนนี้เธอไร้แรงตอบสนองแล้ว


    “ขณะที่เธอเอาแต่เสียใจไร้สาระฉันคิดได้วิธีจัดการไอ้ลูกท้อใหม่แล้วล่ะ”น้ำเสียงธรรมดาราวบอกเล่าเรื่องดินฟ้าอากาศแค่นั่นคงไม่เรียกความสนใจเธอได้ ทว่าดวงตาคมวาววาบส่องประกายด้วยความกระหายและขัดใจมันทำให้เธอตวัดสายตาขึ้นจ้องมองกลับด้วยความบ้าคลั่งดุดันไม่แพ้กัน


ของๆเธอ ใครก็ห้ามยุ่ง!


    “แหม ทำสายตาหน้ากลัวเชียว”เขากล่าวขณะยังเท้าคางอยู่ ดูเป็นท่าทางยียวนกวนประสาทไม่ใช่น้อย


    “อยากได้แรงบันดาลใจหน่อยไหมล่ะ?”ดวงตาที่จ้องตรงมาประสานกับเธอไม่เพียงทำให้เธอลงความดุดัน มันยังทำให้เกิดความฉงนขึ้นมา


แรงบันดาลใจ…?


    “ตามมาสิ”ร่างสูงเปลี่ยนท่าทาง ขยับยันตัวเองลุกขึ้นเก้าส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด


    “ว่าไง หรือเธอจะกลับบ้านไปจมจ่อกลับความสิ้นหวังแบบนั้นฉันก็ไม่ว่าหรอกนะ...แต่อย่ามาทำที่นี่ มันดูแย่มากๆเลยล่ะ”เขาหันกลับมามองเธอที่ยังคงนิ่งเงียบ เหยียดยิ้มแล้วเปิดประตูเดินออกจากห้องไป


    “...”แก้วโกโก้ที่เธอเกือบลืมไปว่าเธอถือมันถูกยกขึ้นมาวางบนโต๊ะ เมื่อเธอเริ่มที่จะขยับยันตัวลุกขึ้นความเจ็บปวดภายในแล่นริ้วจนเธออดนิ่วหน้าไม่ได้ เพราะความเจ็บปวดนี้มันทำให้การเคลื่อนไหวลำบากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน..



แปลก…


    เธอประคองตัวก้าวตรงไปยังประตูห้อง  ทว่าขาเจ้ากรรมพลันอ่อนแรงขณะเธอจับขอบประตูไว้ มันไม่ใช่เรื่องตลกเมื่อแรงทิ้งตัวจากร่างกายจะผลักประตูหนีบทับมือเธอ แต่เธอเอามือออกไม่ทันแล้ว


    ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็มีเสียงดังตึงพร้อมแรงดันกลับเธอเซวืบพยายามทรงตัวล้มลงเบาที่สุด


อย่างน้อยมันก็ไม่เจ็บมากกว่านี้


    เธอพ่นลมหายใจที่สะดุดห้วงไปเงยหน้ามองร่างสูงที่ดันประตูเข้ามา พลันเกิดวามรู้สึกปั่นป่วนขึ้นมาในอกของเธอ ใบหน้าที่เรียบเฉยของอีกฝ่ายมีร่องรอยความตกใจและโล่งอก ด้วยอะไรที่เขาแสดงออกมามันทำให้เธอรู้สึกถึงอะไรบางอย่างเช่นกัน…


แต่มันคืออะไร?


    อย่างช้ามือเรียวสวยค่อยๆยกขึ้นมาวางทาบบนอกตนเองเงียบๆ…


    “จะนั่งอีกนานไหม หืม”ร่างสูงค่อยๆปรับอารมณ์ตนเองเข้ามามาคว้าแขนเล็กๆพยุงเธอลุกขึ้นเดิน


    “...”เธอเดินตามทางโดยพยายามไม่ทิ้งน้ำหนักหาร่างสูงที่ชะลอเท้าประคองเธออยู่ ความใส่ใจเล็กเรียกความรู้สึกที่น่าสงสัยเพิ่มพูนมากขึ้นในใจ


    ซักพักเขาก็เปิดประตูบานหนึ่งเข้าไป ภายในเป็นห้องเก็บของที่มีกล่องมากมายซ้อนอยู่ เขาปล่อยแขนเธอเข้าไปเปิดไฟ แหวกม่านพลาสติกสีหวานออกเผยให้เห็นประตูขาวสะอาดแขวนป้ายน่ารักว่า
“ห้องสัมมนา”

.

..

….

…..


ห๊ะ?


    “มาสิ”ประตูถูกเปิดออก มือหนาคลำผนักก่อนไฟในห้องจะสว่างจนทำให้เห็นเป็นทางเดินลงไปยังใต้ดิน ห้องกว้างที่ลึกลงไปจากตัวบ้านเป็นลักษณะของชั้นใต้ดินขนาดใหญ่กว่าที่คิด ตามกำแพงเนื้อหยาบประกอบด้วยอุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้มากมายที่เธอคุ้ยตาและไม่เคยพบ เมื่อเธอก้าวลงมาจนถึงพื้นความสนใจถูกดึงดูดด้วยเสียงก๊อกแก๊กเพียงหนึ่งเดียวดังที่มุมของห้อง ร่างสูงลุกขึ้นหยิบตลับเทปคลาสเซ็ทสีดำที่มีเป็นลังขึ้นมาจากตู้เคาน์เตอร์เล็กๆ บนตู้ไม้สีครีมที่ดูเก่าแก่ก็คือเครื่องเล่นเทปที่หาได้ยากในปัจจุบัน


    “ทำอะไร”น้ำเสียงของเธอแหบเพี้ยนไปจนฟังดูน่าขบขัน


    “ก็...อ่า ได้แล้ว”เขากดเล่นเทป หลังจากสาละวนกับเครื่องเล่นโบราณที่เขาไม่ได้ใช้นานมากแล้วพักหนึ่ง เมื่อเทปเริ่มเล่นเธอก็รู้ว่านี่คือไดอารี่เสียงอย่างที่นิยมในสมัยก่อน


    เสียงผู้หญิงจากที่เธอคิดน่าเป็นหญิงสาววัยเรียนน้ำเสียงดูเต็มไปด้วยแรงอารณ์รุนแรง เธอบอกเล่าวิธีการจัดการหรือแนวคิดเธอออกมามากมายไม่นานก็จบลง ตลับเทปอันใหม่ถูกเปลี่ยนใส่และเทปจึงเริ่มเล่นต่ออีกครั้ง เป็นเสียงชายหนุ่มทุกอย่างฟังดูราบเรียบ เรื่องราวมากมายถูกหยิบสับเปลี่ยนทั้งแต่ต่าง ทั้งคล้ายคลึง มากมาย มากมาย จนกระทั่งตลับสุดท้าย


    ‘ฮิฮิฮิ ที่รักคะ มาเร็วมาอัดเสียงทักทายลูกสาวของ‘พวกเรา’กันเถอะค่ะ…’

    ‘ที่รักคะ?’

    ‘....’

    ‘ไม่นะ ไม่...’

    ‘ทำไมถึงไม่ล่ะ? ...ทำไมถึงยังปฎิเสธอีกล่ะค่ะ...นี่ลูกของเราไงคะ’

    ‘เอาเด็กปีศาจนี่ออกไป!’

    ‘ก็ได้ค่ะ...ไม่ใช่คนนี้ก็ได้...’

    ตุบ.. แผล๊ะ!

    ‘อะ...นั่น นั่นเธอทำอะไรน่ะ!’

    ‘กำจัด..ไงคะ’

    ‘ตะแต่ว่า!’

    ‘เพื่อนคุณไงคะ เพื่อคุณไง คุณเองก็รักฉันนี่คะ’

    ‘ไม่นะ ไม่ ไม่ ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไมไม่ไม่’

………..

    ‘มานี่สิจ๊ะลูกแม่...’

    ‘ฮิๆ คุณเองก็มาด้วยสิคะ ลูกชายของเราคนนี้10ขวบแล้วนะคะ’

    ‘...’

   ‘คุณคะ?’

   ‘มะ ไม่จริง ไม่จริงใช่ไหม’

    ‘คุณจะทิ้งฉันไปแบบนี้ไม่ได้นะ’

    ‘ไม่ ไม่ ไม่!!!!’


แกร๊ก


    “ก็..มีเท่านี้ล่ะนะ”ร่างสูงเดินกลับมากดปิดเครื่องเล่นเสียง


    “..”จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่ได้พูดอะไรตอบกลับไปซักคำ...แต่เธอก็กำลังจะได้แล้ว..อะไรบางอย่างนั่น



แล้วเธอต้องได้มันมา

    “....”อายาโตะหันกลับมามองหญิงสาวภายในห้องเพียงคนเดียวแล้วเขาก็เห็นมัน…



ปีศาจร้ายที่กำลังวาดยิ้มสยดสยองในดวงตาคู่นั้น


อ่า…


คงจะสำเร็จแล้วล่ะ


ไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้ว…
.
.
หืม?


    “รุ่นพี่…”เสียงแหบแห้งเอ่ยขัดขึ้น ความคิดของเขาสะดุดห้วงลง นัยน์ตาคมจึงกลับมาจับจ้องร่างในเชิ้ตเดรสสีดำอีกครั้ง


    “ทำไม..ถึงช่วย”น้ำเสียงราบเรียบดูสงบนิ่งและว่างเปล่า ...ตุ๊กตามีชีวิต


    “เปล่านี่”เขาเลิกคิ้วคล้ายเป็นคำถามเชิงว่าเขาไปช่วยอะไรใคร


    “แล้วยัยนั่นจะไม่เกลียดนายเอาเหรอ”เขาเอียคอนิ่งไปวูบใหญ่ก่อนจะแย้มยิ้มออกมา แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มที่บริสุทธิ์สะอาดอะไรทั้งนั้น...มันคือรอยยิ้มของผู้บิดเบี้ยว...วิปลาศ


    “ไปมีทางหรอก...ทาเอโกะซังน่ะ ไม่หนีหรอก…”ดวงตาคู่นั้นที่หยีลงโค้งคล้ายจันทร์เสี้ยว


    “3ปีแล้วล่ะนะ...ตั้งแต่ฉันย้ายตามเธอมา ไม่รู้ตัวเลยซักนิดว่าฉันปกป้องเธอไว้มากแค่ไหน ไร้เดียงสาสุดๆไปเลยล่ะ”ภายในอกของเธอปั่นป่วนไหววูบ อิจฉา ริษยาในความมั่นใจที่มากล้น อิจฉาชีวิตที่ถูกวาดเขียน อิจฉากระทั่งความรู้สึกเหล่านั้น



อิจฉา ริษยาเหลือเกิน



ใครกันที่ตกเป็นเหยื่อของความอิจฉานี่กัน?

    “...”


    “เอาล่ะนะ โบนัสพิเศษสุดท้ายสำหรับเธอ…ขอให้โชคดีแล้วกัน”เขาหยิบเอกสารออกมา มันเป็นข้อมูลที่น่าสนใจมากๆ และมันเป็นสิ่งที่เจ้านั่นเองก็ให้ฉันไม่ได้



การเดิมพันครั้งสุดท้าย..ล่ะนะ



    ในเช้าวันถัดมายันจังก็ได้กลับบ้านของตนเองในสภาพชุดลำลองของยัยบิชที่มาช่วยเธอแต่งตัวในสภาพลอยๆ หอบหิ้วชุดนักเรียนซักสะอาดเดินยาวตรงกลับไปที่บ้านของตน บอร์ดที่ถูกใช้งานจนรก เธอถ่ายรูปเซฟเก็บไว้ในคอมแล้วโล๊ะพินออก เพื่อจะได้มีพื้นที่สำหรับแผนใหม่ของเธอ วันหยุดสองวันเธอจะต้องเตรียมของให้พร้อม มีเวลา2สัปดาห์ก่อนม.ปลายปี3จะจบการศึกษา เธอต้องหว่านเบ็ดลงไป



จะข่าวลือหรือแพะรับบาปก่อนจะสองสัปดาห์มันจะต้องพร้อม

.

.
.



    เมื่อเช้าวันจันทร์มาถึง เธอเริ่มจากการใส่ถุงลายแมวน่ารักกับการเกงในสีหวานชมพูน่ารักที่เธอมักใส่นำโชคเวลาต้องติดต่อสื่อสารกับคนอื่น ติดกิ๊บสีแดง2ตัว นอกนั้นก็จะเหมือนเดิม เธอต้องเพิ่มความสัมพันธ์กับคนอื่นๆ...รวมไปถึงการเพิ่มความสัมพันธ์กับพวกคู่รักพวกนั้น


ทีละเล็กทีละน้อย


แล้วที่สุดมันก็จะเป็นรูปร่าง..



     แผนของเธอมันไม่ใช่เรื่องที่ยุ่งยากอะไร แค่จากนี้เธอต้องเพิ่มค่านิยมซักนิดซักหน่อย ให้เวลากับรุ่นพี่ได้เจอหน้ากันแล้วทดสอบปฎิกริยา ปล่อยคำลวงที่ปนไปกับความจริงให้แฟนน้องสาวรุ่นพี่ที่ฉันปั้นมากับมือเป็นรายแรก ปราธานชมรมลึกลับเองก็อันตราย...แต่น่าลองเสี่ยง อาาา ยังมีอีมากมายที่ฉันต้องทำในสัปดาห์นี้...โดยเฉพาะครอบครัวที่แสนน่ารำคาญนั่น แต่มันจะไม่เป็นไร…



ก็เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาน่ะ


ฆาตกรต่อเนื่องก็ถูกจับไปแล้วด้วยล่ะ


ภารโรงหื่นกามนั่น…


ทำตัวเองแท้ๆเลยล่ะ ใครใช้ให้ไปขู่พ่อคนโรคจิตกัน


ข่าวนี่ดังว่อนเว็บโรงเรียนเลยล่ะนะว่าจับคนร้ายได้แล้วพร้อมหลักฐานที่หนาแน่น


แค่นี้ ทุกอย่างก็จบลง



    จากเอกสารที่ได้รวมกับข้อมูลที่ฉันมี ลักษณะของรุ่นพี่เป็นผู้ชายขี้กลัว คิดมาก เพราะแบบนั้นเสป๊กเขาค่อนข้างจะผู้ใหญ่ไม่ก็ทำตัวน่าเอ็นดูเหมือนน้องสาวของเขา ผู้หญิงที่มีความแม่ศรีเรือน แต่งตัวเล็กน้อย แอ็คทีฟ และพร้อมอยู่เคียงข้างเขา


.

.

.

เอาล่ะ ยัยพวกขยะทั้งหลาย


ดูซะสิ..


เท่านี้ แค่เพียงเท่านี้…


2ปีที่ไม่เสียเปล่า


ตอนนี้…


เขาเป็นของฉัน!


.

.

.

    “รุ่นพี่ ทางนี้ค่ะ”เสียงรื่นๆหูดัวแว่วๆพร้อมมือเรียวที่ชูขึ้นแสดงที่มาของเสียง เมื่อชายหนุ่มหันไปก็พบกับหญิงสาวในชุดเดรสสีชมพูคลุมทับด้วยเสื้อกั๊กแขนยาวสีขาวมีระบายเล็กน้อย เรือนผมยาวถูกถักเป็นเปียเดียวหลวมๆ หน้าม้าของเธอประดับด้วยกิ๊บสีฟ้าคล้ายคริสตัล


    “ไง ไปได้สวยกับหมอนั่นแล้วนี่”ชายหนุ่มที่วัยนี้อายุ28ยิ้มบางๆขณะนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับรุ่นน้องของตน


    “ก็ต้องขอบคุณรุ่นพี่ด้วยนะคะ”


    ‘ที่กำจัดหนอนแมลง ข้อมูล และความช่วยเหลืออีกมากมาย’เธอยิ้มกลับไปอย่างสดใส มันก็นานมาแล้วจริงๆหลังจากเจอกันครั้งล่าสุด


    “แล้วทางนั้นล่ะ กับเธอเป็นยังไงบ้าง”อายาโนะที่ยามนี้เป็นแม่บ้านรับจ๊อบงานพาร์ททามนิดหน่อยถามกลับบ้าง


    “อืม ก็สนุกไม่เปลี่ยนเลยล่ะ”เขาตอบยิ้มๆก่อนหันไปสั่งกาแฟกับพนักงานสั้นๆ เจ้าของเรือนผมสั้นสีดำสนิทหันกลับมาจับจ้องไปที่แหวงบนนิ้วนางข้างซ้ายของร่างระหงส์ ชั่วพริบตานัยน์ตาสีดำพลันขุ่นขลักก่อนสงบลงดังเช่นปกติ


    “แล้ววันนี้จะไปไหนต่อไหมล่ะ”เขาละสายตาสบดวงตาใส...แต่ภายนอกด้วยแววตาที่ใจดีแต่ภายนอกเช่นกัน


    “ไม่ล่ะค่ะ ...แต่ถ้ารุ่นพี่อยากชวนจะไปเป็นเพื่อนด้วยก็ได้นะคะ”เธอหัวเราะเบาๆออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ


    “ถ้าไปเลือกเสื้อผ้าให้เธอใหม่ล่ะก็...แบบนั้นก็ได้นะ”เขายังคงยิ้มขณะตอบกลับไป เป็นหญิงสาวที่ชะงักมองคนตรงหน้าที่ไม่รู้ว่าจะเล่นอะไรกับเธอ


    “แล้วนัดมามีอะไรรึเปล่าล่ะ”เขาเลี่ยงเปลี่ยนเรื่อง


    “ฉันอยากเรียนรู้วิธีหาข่าวของรุ่นพี่ค่ะ”ฉันเองก็ตอบไปในทันที ท่าทีของเขาดูไม่แปลกใจอะไร


    “มีเวลาให้ฉันได้แค่ไหนล่ะ”ฉันเริ่มนิ่งคิด


    “4วัน”


    “งั้นไปวันนี้เลยก็ได้”เขาพยักหน้าเข้าใจและตอบกลับมาเรียบๆ


    “ฉันคงต้องไปเตรียมของก่อน”รุ่นพี่วันนี้ได้แต่ฉันยังไม่พร้อม


    “ไม่ต้องหรอก ของฉันให้ยืมได้”แต่ฉันไม่อยากใช้ของๆยัยนั่นนี่


    ฉันส่ายหน้าเบาๆก่อนบอกเขาว่าต้องไปเอาเสื้อผ้า รุ่นพี่นิ่งไปพักหนึ่งก่อนพยักหน้า พวกใช้เวลาในการคุยเรื่องไร้สาระเล็กน้อยแล้วฉันจึงกลับบ้านไปบอกกับทาโร่คุงก่อนว่ามีนัดต้องไปค้างบ้านเพื่อน อดคิดถึงตอนนั้นไม่ได้เลย น่าคิดถึงมากๆเลยล่ะ กว่าฉันจะกล้าคุยกับเขามันไม่ง่ายเลย การเรียกชื่อเขาครั้งแรกก็ยากไม่ต่างกัน เรียกได้ว่าไอ้แผนการเปลี่ยนใจเขาให้ชอบฉันยังทำได้ง่ายกว่าเลยล่ะ แบบว่าถึงมันจะเหนื่อยแต่ทุกความอดทนและการลงแรงก็คุ้มค่ากับการรอคอย


    ฉันใช้เวลาเก็บของออกเดินทางไม่นานก็มาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านของรุ่นพี่ หลังจากวันที่โดนทาโร่คุงเข้าใจผิดฉันก็ไม่เคยมาอีกเลยล่ะนะ


    “เข้ามาสิ”ร่างโปร่งในชุดลำลองเสื้อคอวีสีกรมท่าและกางเกง3ส่วนสีครีมเปิดประตูบ้านและเดินออกมารับฉันเชิญฉันเข้าไปในบ้านของเขา มันไม่แตกต่างไปจากที่ฉันเคยมา เพียงแต่ถูกเพิ่มเติมด้วยรูปคู่ของพวกเขา


    “แล้วเธอล่ะ”ฉันอดถามออกไปไม่ได้


    “อืม อยู่ในห้องนอนน่ะ”เขาหันกลับมาตอบยิ้มๆแล้วเอ่ยชวนดื่มโกโก้ร้อนครั้นจะปฎิเสธก็ทำไม่ได้เพราะเขาผงโกโก้ในน้ำร้อนแก้วนั้นแล้ว สุดท้ายฉันจึงต้องยกมาดื่ม พวกเรายังมีเรื่องมากมายให้นั่งคุยอย่างไม่น่าเชื่อคล้ายการพูดคุยเมื่อกลางวันมันไม่พอ แล้วฉันก็ง่วงเสียดื้อๆ


    “นอนดึกรึไง”เขาว่าขำๆในขณะที่ฉันเริ่มขยี้ตาเป็นเด็กๆ



ดีที่วันนี้ไม่ได้กรีดลายไลเนอร์หรือปัดขนตามา…


แต่ง่วงจัง…


ทำไม?


    “หลับไปซักพักก็ได้นะ”เขาเท้าคางกับโต๊ะขณะพูดกับฉันด้วยใบหน้านิ่งเรียบ แต่ดวงตาที่ฉันเห็นเป็นสิ่งสุดท้ายมันเปร่งประกายอย่างสัตว์ประหลาดกระหายในบางสิ่งอย่างที่สุด แล้วทุกอย่างก็วูบไป

.

.

.



   เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ฉันก็มาอยู่ในห้องที่คุ้นตา ฉันกระพริบตาถี่ๆสองสามครั้งจึงลืมตาขึ้นเต็มที่ ฉันที่กำลังจะขยับแขนยืดตัวก็พบว่าข้อมือทั้งสองข้างถูกมัดติดกัน


แกร๊ก


   “ตื่นแล้วเหรอ อรุณสวัสดิ์นะ”รุ่นพี่อายาโตะเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับอาหารหนึ่งชุด


   “?”ฉันได้แต่มองเขาที่กำลังตรงมาด้วยสายตางุนงง


   “ไม่มีอะไรมากหรอก ก็แค่...ฉันกำลังจะหาคำตอบที่ตามหาอยู่น่ะนะ..ทานสิ”มือหนาหยิบตะเกียบบิดเนื้อปลาคีบขึ้นมาจ่อปากคู่สนทนาที่ยังไม่กล่าวอะไรซักคำ


   “ฉันอยากจะเข้าห้องน้ำ”ฉันส่ายหน้าตอบกลับไปพรางขยับตัวจะลุกออกจากเตียงแต่นั่นทำให้ความรู้สึกเจ็บเล่นขึ้นมา มันไม่ได้เจ็บเพราะการเกร็งกล้ามเนื้อขยับ กลับกันเธอไม่รู้สึกว่าเธอสามารถขยับเท้าได้เสียด้วยซ้ำ


    ดวงตาสีดำดุจขนอีกาเบิกกว้างแสดงอาการตกตะลึงขณะจับผ้าห่มสะบัดออก รอบข้อเท้าเนียนทั้งสองข้างถูกบดบังด้วยผ้าพันแผลสีขาวสะอาด


   “เข้าใจแล้ว งั้นฉันจะพาเธอไปเอง”ร่างสูงวางตะเกียบลงแล้วนำไปวางบนโต๊ะ หันไปเปิดประตูก่อนเดินกลับมาช้อนตัวเธอในท่าเจ้าสาว


   “ทะ ทำไม ทำไม”เธอรู้สึกสับสนคล้ายระบบประมวลผลที่เครื่องพัง



นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเธอ



   “อ้อ เธอลืมทักทายทาเอโกะนะ เธออยู่ตรงนั้นไง”เมื่อเธอหันหน้าไปมองตามก็พบร่างของหญิงสาวนั่งนิ่งสงบบนเก้าอี้มุมห้อง แต่ถึงกระนั้นสัญชาตญาณกลับกรีดร้องปฎิเสธ



นั่นน่ะ...มัน‘ศพ’ต่างหาก



   “อา...แต่ทาเอโกะคงไม่ว่าอะไร งั้นฉันพาเธอไปเข้าห้องน้ำก่อนแล้วกัน”เขาว่าด้วยใบหน้าเรียบเฉยหมุนตัวเดินพาเธอออกจากห้อง


   “ถ้าเธอกลับบ้านช้านิดหน่อยคงไม่เป็นไรเนอะ”รอยยิ้มอ่อนโยนช่างขัดกับแววตาใคร่รู้เลือดเย็น


นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกกลัวขึ้นมา...



ทำไม..


ถึงเปลี่ยนไปล่ะ


รุ่นพี่


......

~FIN~



กรุณาอ่านTalkพิเศษที่คอมเมนต์7เพื่ออรรถรสและเก็บเกี่ยวเนื้อเรื่องนะคะ อุอิย์

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ @Pom จากทั้งหมด 18 บทความ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

10 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 09:06

    สนุกดีนะเนี่ย เหมือนยันคุงเเอบชอบยันจังนะ หรือคิดไปเอง?

    #10
    1
    • 22 ธันวาคม 2561 / 22:33
      นั่นเลยค่ะ จะเป็นอารมณ์ของคนที่เจอชีวิตแล้วแต่กับอายาโนะกลับเหมือนตัวแปรเล็กๆที่เขาไม่เข้าใจ จริงๆมันใกล้เคียงกับความชอบค่ะ แต่เขาก็ไม่เข้าใจว่านั้นคือชอบ เพราะสำหรับทั้งคู่รุ่นพี่คือ'ชีวิต' เรื่องราวของทั้งคู่นั่นแหละคือ ความชอบ ความรู้สึกที่ผลิบานแต่ก็บอดไม่ได้ว่าคือรักเมื่อเจ้าตัวยังไม่รู้ตัวเลยความสัมพันธ์กับความรู้สึดที่ไร้ชื่อเลยไม่ถูกพัฒนา

      ดีใจที่ชอบนะคะ
      #10-1
  2. #9 冬 Chouki (@Kuraoi) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 18:55
    วอทอิสแดส... *ทาบอก*
    #9
    1
    • #9-1 pommijika (@5354) (จากตอนที่ 1)
      19 กันยายน 2561 / 22:48
      มันก็จะมึนๆงงๆหน่อยนะคะ 5555555 อ่านtalkที่คอทเทนต์7 ลดความเงิบไปพรางๆได้นะคะ <3
      #9-1
  3. #8 zinasura (@zinasura) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 18:30
    กรี๊ดดดดดดดดด!! ชอบมาก
    #8
    1
    • #8-1 pommijika (@5354) (จากตอนที่ 1)
      16 มีนาคม 2561 / 02:45
      ดีใจนะคะที่ชอบ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ<3
      #8-1
  4. วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 02:46
    สวัสดีค่ะ ไรท์เอง ปอมเองค่ะ!

    อะแฮ่มๆ ในที่สุดเรื่องนี้ก็จบแล้วล่ะค่ะ ขอบคุณทุคอมเมนท์ รักมากๆเลยค่ะ แอบตกใจยอดเฟบด้วยรักค่ะ แงงงง
    เรื่องนี้เริ่มจากเราอยากจะจิ้นยันคุงยันจังทำไมไม่มีคนจิ้น อยากแต่งอยากอ่าน คู่นี้เรทก็น่าอร่อยนะ!!/สุดท้ายก็ไม่มีแม้จะคิดจะแทรกไว้หลายช่วงเลยก็ตาม 5555/ เราว่าโครงคร่าวมากไว้ว่ายันจังเจอยันคุง ท้ายเรื่องได้ทาโร่แต่ก็โดนยันคุงดักตีหัวลากเข้าบ้านเชิงเธอก็ได้สมปราถนา ฉันเองก็ขอสมปราถนาบ้างนะไรงี้ค่ะ555

    ซึ่งตัวละครทาเอโกะกับเหล่าหนุ่มๆไม่ได้คิดจะมีแต่แรกเลยค่ะ! 

    เรื่องนี้เราหาข้อมูลหนักมากกกก ด้วยความไม่แข็งอิ้งแต่ก็ดันทุรัง ขุดคลิปยันเดเระเดฟนั่งส่องวนไปจนเจอที่เป็นบอกเล่าคาร์ยันจัง ขุดวิกิเจอว่าคาร์ยันคุงก็เหมือนยันจังนั่นแหละ แต่พอเราอ่านแล้วนางโซดูรุนแรงกว่ายันจังเลยโมเมซะเลย ซึ่งเรื่อง20%ตอนหลังเราเปลี่ยนเป็นนางคล้ายยันจังที่ต้นกลวง แต่อยู่กับทาเอะมากๆแล้วนางเลยมีชีวิตมากกว่าจนกลายจากตุ๊กตาเป็นคนวิปริตค่ะ พูดถึงยันเดเระเดฟเขามีเน้นมาแล้วเราจำได้แม่นๆเลยคือ
    1ห้ามรุ่นพี่สนใจ
    2ยันจังเธอเจอรุ่นพี่เลยรู้สึกถึงชีวิต ไม่ใช่สาวคลั่งรัก(เดเระเดเระ)หรือยัยโรคจิต ยัยบ้า (ยันเดรุ)
    3ยันจังไม่ใช่คนดี เธอคือมอนเตอร์
    ก็แบบนี้แหละค่ะ

    มีพ็อตที่ปรับเปลี่ยนบ่อยเยอะเลยค่ะ อย่างของเก่าที่เราต้องมานั่งแต่ง20%ที่มากกว่าเนื้อเรื่อง80%ใหม่นี้บอกเลยว่าคาร์ยันคุงหลุดรุ่ยกว่านี้มาก เดี๋ยวจะเอามาลองให้อ่านดูนะคะ5555

    ทาเอโกะนั้นเราคิดไว้ด้วยว่านางก็หลงยันคุง และเป็นหนักตอนมหาลัยไป หลงมากขนาดจะเป็นยันด้วย แนวคิดนี้ได้จากที่เราคิดว่า ทำไมยันคุงห้ามทาเอโกะไม่พบใครได้ฝ่ายเดียวล่ะ ยันคุงเองก็ต้องห้ามพบ คบใครเหมือนกันสิ!! แต่สุดท้ายนางก็ไม่อยู่รอให้เห็นความยันนางค่ะ เพราะเราคิดว่าทาโร่น่าจะเกลียดยันคุงมากแน่ๆอันประเด็นที่2คู่นี้จะพบกันจึงตกไป คิดไว้ด้วยว่าถ้ายันคุงลงโทษทาเอะจังด้วยการข่มขืนจนนางกลายเป็นแม่หมู(ใครรู้คำแปลกลับเป็นภาษาอังกฤษเงียบๆไว้ค่ะ อิอิย์)จะดีไหม คิดไปคิดมาได้กลายเป็นคู่รักหวานชื่นแหง เอ้าตกประเด็นไปปป  สุดท้ายเลยเน้นเป็น ทาเอโกะหลงยันคุงแต่หลอกตัวเองด้วยจิตสำนึกที่มีอย่างเปราะบางเอาใจออกห่างยันคุงจนยันคุงต้องฆ่าและสต๊าฟเก็บไว้ซะเลย(อยากให้ยันคุงกินเธอด้วยคอนเซ็ป รักมากเลยจะเก็บเธอไว้ในกายอยู่หรอก แต่มันไม่รอดอ่ะ....รู้สึกมันพีคกับยันจังไม่พอ )

    /จู่ๆก็คิดได้ว่าให้ยันคุงกินทั้งตัวเก็บมือและหัวสต๊าฟไว้ก็พีคไปอีกแบบ....แต่คงไม่เหมาะ นางเป็นพนักงานเกิดมีเพื่อนเข้าบ้านพบศพทาเอะ...ไม่น่าไหว มาครบทั้งร่างยังเนียนได้ว่าทาเอะป่วยหลับอยู่ได้

    ส่วนยันจังเธอก็ชอบยันคุงนะ แต่เป็นชอบแบบเป็นที่พึ่งเมื่อเธอเริ่มมีความเป็นมนุษย์..โดยเธอคิดว่าชีวิตของเธอเกิดเพราะทาโร่ซึ่งอีชีวิตจากทาาโร่เนี่ยสุดท้ายกลายเป็นเหมือนแม่ที่มีชีวิตตอนอยู่กับพ่อและเป็นตุ๊กตากับคนอื่นอยู่ดี...แต่พอเธออยู่กับยันคุงเธอไม่รู้ตัวหรอก คนนี้แหละทำให้เธอใกล้เคียงมนุษย์มากกว่าทาโร่ซะอีก เช่นเดียวกับที่ไม่รู้ว่าเธอรู้สึกดีเกินฐานะที่พึ่งที่สัญชาตญาณเธอคิดว่าเขาเป็นซะอีก...ท้ายเรื่องเธอไม่ได้กลัวเขาด้วย แต่เธอกลัวความเปลี่ยนแปลงที่เขามีต่อเธอต่างหาก

    มีอะไรต้องเจาะอีกไหมม ถามเข้ามาได้นะ เราพร้อมตอบค่ะ อิอิ
    #7
    3
    • 14 มีนาคม 2561 / 20:31
      อืม นี่ลิงค์20%ของอันเก่าค่ะ
      https://docs.google.com/document/d/1AIU_qTRVSYhFHsYkReK7a-qok8Fstl0q28QLKUfNYnM/edit?usp=drivesdk

      เรื่องนี้ใช้เวลาแต่งนานจริงๆขออภัยด้วยนะคะ เรื่องสีอักษรปอมจนปัญญางงหนักมากว่าทำไมมันไม่เป็นสีเดียวกัน/น้ำตาไหลพราก

      จะพยายามแก้ไขให้นะคะะ
      #7-2
    • 16 มีนาคม 2561 / 16:48
      ดูๆไปแล้ว....เราไม่ได้อธิบายความรู้สึกของยันคุงเลยเนอะ....จะว่าอย่างไรดีล่ะ เอ.... ถ้าให้พูดแบบคร่าวๆเลยคืออารมณ์นั้นไซ้ไม่มีแต่ก็รุนแรงและตัดสินใจเฉียบขาด เราวางคำว่าไม่เข้าใจยันคุงและว่างเปล่าคล้ายยันจังไว้เท่านั้นเองน่ะนะ...

      แต่ถ้าให้อธิบายชัดเจนก็ได้ต่ะ ด้วยคาร์คร่าวๆเราวางไว้แบบด้านบนอ่านะ แต่เราก็ได้เพิ่มเติมในเมนต์ใหญ่ ยันคุงนั้นเร่ลังเลในตอนท้ายค่ะว่านางจะแค่คล้าย จะแตกต่าง หรือเหมือนยังจังดี เพราะเรามีเกมๆหนึ่งทีืเล่นชื่อซัมติงเกรย์ๆนี่ล่ะ เป็นเดมที่ตลค.จีบได้เป็นสาวยันรุกไล่เราแต่เนิ่มเกมเลย โดยนางเป็นโรงเกี่นวกับบุคลิกอารมณ์รุนแรงควบคุมไม่อยู่ ยิ่งดีกับนางมากตาจะยังวาวๆมีสติแน่กลางๆถ้าไม่นางหายไปตายเราตาย ก็จะได้นางที่ตาหม่นๆแน่ไม่ว่างเปล่ามากไร้งี้น่ะค่ะ. พอเป็นแบบนี้เลยคิดว่าผสมๆ2คาร์เข้าไปดู

      โดยสังเกตจากเทปของตุณแม่ยันคุง. แม่ยันคุงจับโดยไม่ยินยอมและทำให้มายเบรคเบาๆหรือรักตัวเองไม่ได้เลยจึงทำให้พ่อนั้นมีท่าทีต่อต้าน ลูกาาวคนแรกของคู่นี้เธอก็เลยกำจัดทิ้งเพราะเห็นว่าพ่อไม่ชอบลูกสาว ซึ่งจะเป็นใครโกนข่มขืนก็คงไม่โอยิ่งผู้ชายยึดในศักดิ์ศรีนางก็พังเบาๆได้เลย ถึงอย่างนั้นนางก็มีสติอยู่นิดหน่อย

      พ่อแม่สัตว์มันยังรักลูกตัวเองเลย เสียสติแต่จะให้เกลียดสิ้นคงไม่ได้...ยิ่งเห็นอีกฝ่านโยนลูกลงพื้นแล้วเหยียบซ้ำด้วยแล้วนางเลยมีความรู้สึกผิดที่ต้องให้เด็กที่ไม่รู้อะไรต้องมาตายด้วยมือหญิงวิปลาสที่เป็นแม่ตัวเอง

      นางไม่สามารถหลีกหนีปฎิเสธการบังคับมีเพศสัมพันธ์ได้ เลยได้ยันคุงมาอีกคน ครั้นยันคุงอายุได้10ขวบแม่ยันคุงเลยปล่อยพ่อมาจะให้อัดเสียงเก็บในตลับเทปด้วยกันเขาเห็นเป็นโอกาสอันดีเลยแขวนคอซะตอนที่แม่ยันคุงเผลอ. ผลจากการทำแบบนั้นแม่ยันคุงกลางเป็นตุ๊กตาแตกหักตลอดการ

      แต่ยันคุงตัดสินใจลงมือฆ่าทาเอโกะด้วยอารมณ์ว่าไม่ปล่อยเธอไปไหนหรอด เธอต้องอยู่กับฉันตลอดไปปป แต่พอลองฆ่าแล้วเขากลับพบว่ามันก็ไม่น่ากลัวเหมือนที่แม่เขาเป็น มันมี'บางอย่าง'ค้างคาอยู่ภายใน มันคือความรู้สึกที่เขาปัดทิ้งไปเมื่อนานมาแล้ว มันทำให้เขามีชีวิตชีวาทุกครั้งที่คิดถึง. เขา้เลยจะลองอยู่กับยันจังและตามหาความรู้สึกที่ว่านี่
      #7-3
  5. #6 冬 Chouki (@Kuraoi) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:37
    มาต่อทีโอ้ยยยยยย ไม่ไหวล้าววววว
    #6
    1
    • #6-1 pommijika (@5354) (จากตอนที่ 1)
      14 มีนาคม 2561 / 19:53
      ตอนนี้เราต่อจนจบแล้วล่ะค่ะ. ขอบคุณที่ติดตามผลงานของเรานะคะ<3/รักส์
      #6-1
  6. วันที่ 28 มกราคม 2561 / 01:16
    กรีดร้องในใจตลอดทั้งเรื่อง ครต.ยันคุงนี่มันเหมือนถอดมาจากในเกมเลย ยันจังดูมีความรู้สึกมากขึ้น เราอินมากค่ะ อยากเข้าไปกอดปลอบยันจังเลย แต่ก็กรี๊ดยันคุงอยู่ หล่อมากๆ แซ่บมากกกก
    #5
    1
    • 14 มีนาคม 2561 / 19:52
      ดีใจมากๆเลยค่ะที่ชอบ โฮรวววว///

      ขอบคุณสำหรับความชอบในคาร์ของยันจังและยันคุงนะคะ แอบกังวลนิดๆเหมือนกันว่าจะเข็นคาร์ตัวละครให้มันโอพอไหมแต่อ่านแบบนี้แล้วโล่งใจปนดีใจเลยค่ะ5555


      ขอบคุณที่เข้าอ่านผลงานของเรานะคะ <3
      #5-1
  7. #4 Yume_Sorachi (@Loveanime14) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 17:54
    ฮรือ ยันคุงร้อนแรงเหลือเกิน;-;
    #4
    1
    • #4-1 pommijika (@5354) (จากตอนที่ 1)
      14 มีนาคม 2561 / 19:48
      อร่อยไหมล่ะค่ะ อุอิย์~
      #4-1
  8. #3 momoji
    วันที่ 1 ธันวาคม 2560 / 13:58
    ชอบมากค่ะ มันฟินแบบแปลกๆ(?)

    ยันคุงแบบร้ายได้ใจ
    #3
    1
    • 14 มีนาคม 2561 / 19:55
      เทเฮะ!? 55555. ขอบคุณที่อ่านนะคะ
      #3-1
  9. #2 Fox season (@Kuraoi) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 00:21
    ความรักที่แสนรุนแรง หู้ยยยย รอค่ะรอ
    #2
    0
  10. วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 17:32
    ยันจังดูมีชีวิตมากกกกเลยยยยยยย
    #1
    0